ข่าวทั่วไทย » เชียงใหม่ สถาบันขงจื่อ มช. เปิดเวทีประชุมการศึกษาภาษาจีนนานาชาติเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2026 ผู้แทนกว่า 10 ประเทศร่วมหารือแนวทางพัฒนา(คลิป)

เชียงใหม่ สถาบันขงจื่อ มช. เปิดเวทีประชุมการศึกษาภาษาจีนนานาชาติเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2026 ผู้แทนกว่า 10 ประเทศร่วมหารือแนวทางพัฒนา(คลิป)

28 ตุลาคม 2026
60   0

สถาบันขงจื่อ มช. เปิดเวทีประชุมการศึกษาภาษาจีนนานาชาติเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2026 ผู้แทนกว่า 10 ประเทศร่วมหารือแนวทางพัฒนา พร้อมเปิดนิทรรศการครบรอบ 20 ปีสถาบันขงจื่อ มช.ประกาศ “ข้อริเริ่มเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านการศึกษาภาษาจีนนานาชาติ” ชูประเด็นครูท้องถิ่น “ภาษาจีน+อาชีพ” AI และมาตรฐาน HSK 3.0

วันนี้ (28 ต.ค.69) สถาบันขงจื่อ มช.จัดการประชุมการศึกษาภาษาจีนนานาชาติเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำปี 2026 ควบคู่กับนิทรรศการฉลองครบรอบ 20 ปี สถาบันขงจื่อ มช. ภายใต้แนวคิด “ร่วมมือ ดิจิทัลอัจฉริยะ เสริมพลัง” โดยได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยยูนนานนอร์มอล การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมราว 200 คน จากกว่า 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย จีน ลาว เวียดนาม กัมพูชา เมียนมา มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา เนปาล และปากีสถาน ประกอบด้วยตัวแทนสถาบันขงจื่อและห้องเรียนขงจื่อ นักวิชาการ เจ้าหน้าที่ภาครัฐด้านการศึกษาของไทย ครูสอนภาษาจีนชาวไทย และตัวแทนภาคธุรกิจจีน เพื่อหารือแนวทางพัฒนาการศึกษาภาษาจีนนานาชาติในภูมิภาคให้มีคุณภาพและยั่งยืน

งานดังกล่าวมีบุคคลสำคัญร่วมพิธีเปิด อาทิ นางเพ็ญนภา กัญชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม Ms. Xu Lan อุปทูตที่ปรึกษาฝ่ายการศึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย ผศ.ทพ. พิริยะ เชิดสถิรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ศาสตราจารย์ Hu Jinming อธิการบดีมหาวิทยาลัยยูนนานนอร์มอล และ ศาสตราจารย์ ดร.กนกพร นุ่มทอง ศาสตราจารย์สาขาวิชาภาษาจีน ภาควิชาภาษาตะวันออก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์์รวมถึงสารแสดงความยินดีจากผู้บริหารระดับสูงของจีนอย่าง Mr. Zhao Lingshan รองประธานและเลขาธิการมูลนิธิการศึกษาภาษาจีนนานาชาติและ Mr. Yu Yunfeng ผู้อำนวยการศูนย์แลกเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือด้านภาษาจีนระหว่างประเทศ (CLEC) กระทรวงศึกษาธิการจีน ภาครัฐไทยชี้ การเรียนภาษาจีนก้าวจาก “ภาษา” สู่ “สมรรถนะ”

ผู้ตรวจราชการ อว. กล่าวในพิธีเปิดว่า เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรม ทำให้บทบาทของการศึกษาภาษาจีนขยายเกินกว่าเรื่องภาษาและวัฒนธรรม กลายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนากำลังคนและทรัพยากรมนุษย์ของภูมิภาค กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับความร่วมมือทางการศึกษากับสถาบันอุดมศึกษาในหลายประเทศ และคาดหวังให้การศึกษาภาษาจีนเป็นสะพานเชื่อมสู่การผลิตบุคลากรที่มีความรู้รอบด้านและตอบโจทย์ยุคใหม่

Mr. Zhao Lingshan จากมูลนิธิการศึกษาภาษาจีนนานาชาติ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างจีนกับประเทศในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีรากฐานมั่นคง โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือความเข้าใจและความผูกพันระหว่างประชาชน ท่ามกลางการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลที่ก้าวหน้า ความต้องการด้านการจ้างงานของคนรุ่นใหม่ก็หลากหลายขึ้น การประชุมครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการพัฒนาครูท้องถิ่น การทำงานข้ามศาสตร์ระหว่าง “ภาษาจีน+อาชีวศึกษา” และการนำมาตรฐาน HSK 3.0 ไปใช้ให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น พร้อมแสดงความยินดีต่อสถาบันขงจื่อ มช. ในโอกาสครบรอบ 20 ปี และยกย่องว่าสถาบันหยั่งรากในภาคเหนือของไทยจนเกิดระบบการดำเนินงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของภาคเหนือ

Mr. Yu Yunfeng ผู้อำนวยการศูนย์แลกเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือด้านภาษาจีนระหว่างประเทศ (CLEC) กล่าวว่า สถาบันขงจื่อ มช. เป็นหน้าต่างสำคัญของการแลกเปลี่ยนด้านมนุษยศาสตร์ระหว่างไทยและจีน โดยตลอด 20 ปี สถาบันจัดอบรมให้ผู้เรียนสะสมราว 100,000 คน-ครั้ง จัดกิจกรรมกว่า 3,000 ครั้ง มีผู้ได้รับประโยชน์กว่า 1 ล้านคน และได้รับรางวัลหลายรายการ เช่น “สถาบันขงจื่อดีเด่น” และ “ศูนย์สอบ HSK ดีเด่น” พร้อมระบุว่า CLEC จะสนับสนุนสถาบันต่อไป

ผศ.ทพ. พิริยะ เชิดสถิรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวในนามมหาวิทยาลัยว่าตั้งแต่ปีพ.ศ. 2549 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยยูนนานนอร์มอลทำงานร่วมกันจนสถาบันขงจื่อเติบโตจากแหล่งเรียนภาษาที่ให้บริการในภาคเหนือ เป็นกลไกสำคัญในการผลิตบุคลากรคุณภาพ และเชื่อมโยงความร่วมมือด้านวิชาการและนวัตกรรมระหว่างไทยกับจีน ในช่วง 20 ปีข้างหน้า มช. จะสนับสนุนสถาบันอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์ความร่วมมือด้านการศึกษาภาษาจีนระดับภูมิภาค ผลักดัน HSK 3.0 ควบคู่กับ “ภาษาจีน+อาชีพ” เพื่อให้ภาษาจีนเป็นกุญแจสู่โอกาสทางเศรษฐกิจ การพัฒนาอุตสาหกรรม และอนาคตร่วมกัน

ศาสตราจารย์ Hu Jinming อธิการบดีมหาวิทยาลัยยูนนานนอร์มอล ได้ย้อนมองเส้นทางความร่วมมืออันยาวนานระหว่างสองสถาบัน โดยระบุว่า สถาบันขงจื่อ มช. ได้หยั่งรากฐานอย่างมั่นคงในประเทศไทยและจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านการสร้างกลไกความร่วมมือแบบ “ถ่ายทอดความเชี่ยวชาญผสานการปรับใช้ในท้องถิ่น” จนกลายเป็นแพลตฟอร์มต้นแบบที่หลอมรวมการเรียนการสอนภาษา การพัฒนาศักยภาพครู การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการเสริมสร้างทักษะวิชาชีพเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์ พร้อมกันนี้ ได้เผยถึงความก้าวหน้าสำคัญว่า มหาวิทยาลัยยูนนานนอร์มอลได้รับการอนุมัติให้เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาเอก สาขาการศึกษาภาษาจีนนานาชาติ ในปี พ.ศ. 2567 และในปี พ.ศ. 2568 ได้ทำหน้าที่เป็นแกนนำในการจัดตั้ง “พันธมิตรการศึกษาภาษาจีนนานาชาติเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (จีน·ยูนนาน)” ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เป็นต้นมา มหาวิทยาลัยได้ต้อนรับนักศึกษาต่างชาติจาก 138 ประเทศและภูมิภาค รวมกว่า 20,000 คน ซึ่งราวร้อยละ 80 เป็นนักศึกษาจากภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในช่วงท้าย ได้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ว่า มหาวิทยาลัยมุ่งหวังที่จะยกระดับการศึกษาภาษาจีนนานาชาติให้ก้าวข้ามขีดจำกัดจาก “การสอนภาษา” สู่ “การเสริมศักยภาพด้านวิชาชีพ” เพื่อให้ภาษาจีนเข้าไปมีบทบาทสำคัญและเข้าถึงภาคส่วนต่างๆ ของสังคมไทยอย่างแท้จริง ก่อนจะประกาศเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ

อุปทูตที่ปรึกษาฝ่ายการศึกษาฯ ชี้ “การศึกษาภาษาจีน” คือสะพานเชื่อมสัมพันธ์ไทย-จีนให้แน่นแฟ้น
ในการบรรยายพิเศษ หัวข้อ “การศึกษาภาษาจีนเป็นสะพาน: การปฏิบัติและทิศทางข้างหน้าของความร่วมมือทางการศึกษาไทย-จีน” Ms. Xu Lan อุปทูตที่ปรึกษาฝ่ายการศึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย ได้สะท้อนภาพประวัติศาสตร์ความร่วมมือผ่านสัญลักษณ์ “สะพาน” เพื่อบอกเล่า 3 ช่วงเวลาสำคัญ ได้แก่
• ปี พ.ศ. 2518 การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน
• ปี พ.ศ. 2546 จุดเริ่มต้นโครงการครูอาสาสมัคร
• ปี พ.ศ. 2549 การจัดตั้งสถาบันขงจื่อและห้องเรียนขงจื่อ
พร้อมกันนี้ ในปี พ.ศ. 2569 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 20 ปีการก่อตั้งสถาบันขงจื่อมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Ms. Xu Lan ได้ร่วมประกาศข้อริเริ่มสำคัญเพื่อขับเคลื่อนทิศทางความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างสองประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีโรงเรียนกว่า 3,000 แห่งที่เปิดสอนภาษาจีน มีผู้เรียนมากกว่า 1 ล้านคน มีสถาบันขงจื่อ 17 แห่ง ห้องเรียนขงจื่อ 11 แห่ง และมีครูและอาสาสมัครชาวจีนที่เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่สะสมรวมกว่า 23,000 คน-ครั้ง

Ms. Xu Lan ได้กล่าวว่า การจะสร้างสะพานแห่งความร่วมมือให้มีความมั่นคงได้นั้น จำเป็นต้องอาศัย 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ครูท้องถิ่นเป็นดั่ง “เสาสะพาน” อันเป็นรากฐานของความยั่งยืน อาชีพ อุตสาหกรรม และอนาคตเป็นดั่ง “พื้นสะพาน” ที่ทำให้ภาษาจีนนำไปสู่การจ้างงานและโอกาส รวมถึง AI และมาตรฐานที่เป็นดั่ง “ไฟส่องทางและราวกั้น” ให้เดินทางไปข้างได้อย่างสว่างและปลอดภัย พร้อมกันนี้ ได้ยกตัวอย่างโครงการความร่วมมือที่สำคัญ เช่น หลูปันเวิร์กช็อป ภาษาจีนสำหรับรถไฟความเร็วสูง อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน ตลอดจนการอบรมภาษาจีนด้านการแพทย์และงานราชการ พร้อมระบุว่า “คุณค่าของการศึกษาภาษาจีนไม่ได้อยู่ที่สอนตัวอักษรเพียงไม่กี่ตัว แต่อยู่ที่ช่วยให้เยาวชนหาโอกาสในการพัฒนาตนเองได้กี่คน” และสำหรับบทบาทของ AI นั้น “สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่การแทนที่ครู แต่คือการทำให้ครูมีเวลามากขึ้นสำหรับงานที่มีเพียงมนุษย์ทำได้”

สำหรับช่วงปี พ.ศ. 2570–2573 ทางที่ปรึกษาด้านการศึกษาได้เสนอ 5 ทิศทางขับเคลื่อนที่สอดคล้องกับข้อริเริ่ม ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านจากโครงการสู่ระบบนิเวศจากภาษาสู่สมรรถนะ จากครูต่างชาติสู่ครูท้องถิ่น จากเครื่องมือสู่พันธมิตร และจากการสอบสู่การรับรองมาตรฐาน ในช่วงท้าย ได้ระบุว่า สถานเอกอัครราชทูตจีนมีความยินดีที่จะทำหน้าที่ประสานงานระหว่างหน่วยงานการศึกษา สถาบันการศึกษา และภาคธุรกิจของสองประเทศ เพื่อร่วมสร้างสภาพแวดล้อมที่มั่นคง ปลอดภัย และเอื้อต่อการคาดการณ์ได้

สำหรับความร่วมมือทางการศึกษาประกาศ “ข้อริเริ่มเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านการศึกษาภาษาจีนนานาชาติ พ.ศ. 2569”ในพิธีเปิด สถาบันขงจื่อ มช. ร่วมกับสถาบันขงจื่อ ห้องเรียนขงจื่อ และสถาบันการศึกษา รวม 31 แห่งจาก 6 ประเทศในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ร่วมกันประกาศ “ข้อริเริ่มเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านการศึกษาภาษาจีนนานาชาติเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พ.ศ. 2569” ภายใต้แนวคิด “ภาษาจีนเชื่อมโลก AI เสริมอนาคต ร่วมสร้างความเจริญรุ่งเรืองและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของภูมิภาค”

ข้อริเริ่มดังกล่าวได้สะท้อนถึงความท้าทายร่วมของภูมิภาค ทั้งความต้องการด้านการศึกษาภาษาจีนที่ยกระดับสูงขึ้น การกระจายทรัพยากรที่ไม่เท่าเทียม ครูท้องถิ่นที่ยังมีไม่เพียงพอ การนำมาตรฐานไปปฏิบัติที่ล่าช้า และช่องว่างทางดิจิทัลที่กว้างขึ้น พร้อมทั้งเสนอแนวทาง “ร่วมสร้างเพื่อรวมพลัง ร่วมแบ่งปันเพื่อขยายผล ร่วมสรรค์สร้างเพื่อเปิดอนาคต” ผ่านการผลักดันการศึกษาภาษาจีนนานาชาติ “จากห้องเรียนสู่ภาคอุตสาหกรรม จากภาษาสู่สมรรถนะ จากโครงการสู่ระบบนิเวศ” ผ่าน 5 แนวทางปฏิบัติ ได้แก่
• การพัฒนาร่วมกัน: เพื่อให้การศึกษาภาษาจีนเชื่อมโยงภูมิภาค ยกระดับอุตสาหกรรม การจ้างงานของเยาวชน และคุณภาพชีวิตของประชาชน
• “ภาษาจีน+อุตสาหกรรม”: เน้นการร่วมสร้างหลักสูตรและบุคลากรในสาขาพลังงานใหม่ อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน เกษตรอัจฉริยะ การแพทย์และการดูแลสุขภาพ การท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และเศรษฐกิจดิจิทัล
• การพัฒนาครูท้องถิ่น: พัฒนากลไกการผลิต อบรม รับรอง และเส้นทางอาชีพของครูภาษาจีนในท้องถิ่นให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
• AI เพื่อการศึกษา: ยึดหลักใช้เทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ ให้ครูเป็นผู้นำ รักษาความมั่นคงของข้อมูล และเคารพวัฒนธรรม เพื่อให้ AI เป็นพลังเชิงบวกในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
• มาตรฐานที่เชื่อมถึงกัน: ใช้ HSK 3.0 เป็นฐาน สร้างวงจรคุณภาพที่ให้การสอบหนุนการสอน การสอนหนุนการเรียน และการเรียนหนุนการใช้งานจริง
“ภาษาไร้พรมแดน การศึกษาสร้างสรรค์ ร่วมชนะร่วมสร้าง อนาคตก้าวไปด้วยกัน” คือข้อความปิดท้ายของข้อริเริ่มฉบับนี้

การประชุมย่อย: ครูท้องถิ่น การศึกษาสายอาชีพ และมาตรฐาน HSK 3.0 ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน การประชุมได้แบ่งออกเป็น 3 การประชุมย่อย ดังนี้การประชุมย่อยที่ 1 “การสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนสำหรับครูภาษาจีนท้องถิ่นในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ผู้เข้าร่วมได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับนวัตกรรมการผลิตครู การพัฒนาทรัพยากรหลักสูตร และการสอนดิจิทัล พร้อมทั้งหารือถึงความเป็นไปได้ในการร่วมมือในช่วงปี พ.ศ. 2570–2573
การประชุมย่อยที่ 2 “การร่วมสร้าง “ภาษาจีน+อาชีพ” ข้ามสาขาวิชาในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” มุ่งเน้นการหารือเกี่ยวกับการผสานการศึกษาภาษาจีนเข้ากับอาชีวศึกษา การพัฒนาหลักสูตรและสื่อการสอน การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม ตลอดจนความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม พร้อมทั้งแบ่งปันกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เช่น “ภาษาจีน+เกษตร” และ “ภาษาจีน+การแพทย์” เพื่อให้สอดรับกับความต้องการบุคลากรของภาคธุรกิจ

การประชุมย่อยที่ 3 “การนำ HSK 3.0 ไปใช้ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญจาก Chinese Testing International และมหาวิทยาลัย East China Normal University รวมถึงตัวแทนจากสถาบันขงจื่อในภูมิภาคและสถาบันการศึกษาของไทย มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบการสอบ แนวโน้มการสอบในภูมิภาค การจัดทำหลักสูตร การออกแบบกิจกรรมในห้องเรียน และการนำองค์ประกอบวัฒนธรรมท้องถิ่นมาหลอมรวมตามมาตรฐานใหม่

เยี่ยมชมนิทรรศการ 20 ปี สถาบันขงจื่อ มช. ระหว่างการประชุม ผู้ร่วมงานได้เข้าชมนิทรรศการแสดงผลงานการศึกษาภาษาจีนนานาชาติในวาระครบรอบ 20 ปี ซึ่งถ่ายเรื่องราวผ่าน 5 ห้วงเวลา ภายใต้แนวคิด “ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว และจุดเริ่มต้นใหม่” ภายในนิทรรศการได้จัดแสดงเครือข่ายการศึกษาของสถาบัน ประกอบด้วย ห้องเรียนขงจื่อ 2 แห่ง จุดสอนภาษา 14 แห่ง และศูนย์สอบย่อย 33 แห่ง พร้อมทั้งจัดแสดงตำราเฉพาะทางที่พัฒนาขึ้นสำหรับบริบทท้องถิ่นโดยเฉพาะ อาทิ ตำราภาษาจีนสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ และภาษาจีนสำหรับตำรวจไทย ตลอดจนแพลตฟอร์ม “เมตาเวิร์ส+YCT/HSK” แห่งแรกของไทย และโครงการ “การอบรมครูภาษาจีนนานาชาติด้วย AI และการแข่งขันทักษะการสอน” ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นกรณีตัวอย่างด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของสถาบันขงจื่อ


บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้เข้าร่วมงานต่างให้ความสนใจแวะเวียนพูดคุยและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก พร้อมทั้งชื่นชมประสบการณ์และความโดดเด่นของสถาบันขงจื่อ มช. ในด้านการปรับใช้ให้เข้ากับบริบทท้องถิ่นและการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะ ถือเป็นต้นแบบอันทรงคุณค่าสำหรับการพัฒนาการศึกษาในภูมิภาค
ร่วมสร้างภูมิภาค ก้าวไปด้วยกัน


ผู้เข้าร่วมประชุมต่างมีความเห็นตรงกันว่า การประชุมครั้งนี้ทำหน้าที่เป็นทั้งเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองและพื้นที่ระดมความร่วมมือเชิงปฏิบัติสำหรับการศึกษาภาษาจีนนานาชาติในภูมิภาค ตลอดจนการเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งระหว่างจีน ลาว และไทย ที่กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สถาบันการศึกษาภาษาจีนในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พร้อมที่จะดำเนินงานตามข้อริเริ่มปี 2026 ร่วมกัน เพื่อผลักดันการศึกษาภาษาจีนในภูมิภาคให้ก้าวสู่ระดับที่มีคุณภาพสูงขึ้น มีความเชื่อมโยงที่แนบแน่น เข้าถึงได้กว้างขวาง และยั่งยืนยิ่งขึ้นต่อไป

สถาบันขงจื่อ มช. ฉลองครบ 20 ปี เปิดตัวรายงาน SROI ฉบับแรก ลงทุน 1 บาท สร้างมูลค่าทางสังคม 3.44 บาทภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจร่วมแสดงความยินดีพร้อมมอบรางวัลหน่วยงานพันธมิตรและตำราภาษาจีนเฉพาะอาชีพ

ช่วงค่ำสถาบันขงจื่อ มช.จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีการก่อตั้งที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้ร่วมงานรวมถึง Ms. Li Jing รักษาการกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายสุนทร ยามศิริ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ศาสตราจารย์ Hu Jinming อธิการบดีมหาวิทยาลัยยูนนานนอร์มอล และ ผศ.ดร.ปิติพงษ์ ยอดมงคล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมตัวแทนหน่วยงานภาครัฐของไทยและจีน สถาบันการศึกษาพันธมิตร ภาคธุรกิจ ตลอดจนครู นักเรียน และศิษย์เก่าของสถาบัน

บรรยากาศภายในงานเริ่มต้นด้วยการแสดงเชิดสิงโตอันตระการตาจากนักเรียนห้องเรียนขงจื่อ โรงเรียนช่องฟ้าซินเซิงวาณิชบำรุงซึ่งเป็นห้องเรียนในความร่วมมือของสถาบัน ก่อนจะเข้าสู่พิธีการด้วยการฉายวิดีโอสั้นถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางตลอด 20 ปีที่ผ่านมา พร้อมแสดงแผนที่เครือข่ายการเรียนการสอนภาษาจีนที่แผ่ขยายครอบคลุมทั่วภาคเหนือและขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ 

ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา สถาบันได้สร้างเครือข่ายการศึกษาอันแข็งแกร่ง ประกอบด้วย ห้องเรียนขงจื่อ 2 แห่ง จุดสอนภาษา 14 แห่ง ศูนย์สอบ HSK 33 แห่ง ศูนย์แสดงวัฒนธรรมชุมชน 4 แห่ง และมุมหนังสือภาษาจีน 2 แห่ง มีผู้เรียนและผู้เข้ารับการอบรมสะสมรวมกว่า 100,000 คน-ครั้ง พร้อมทั้งพัฒนาตำราภาษาจีนสำหรับผู้เรียนชาวไทยกว่า 10 เล่ม คัดเลือกนักเรียนทุนเพื่อศึกษาต่อประเทศจีน 763 คน พานักเรียนไปทัศนศึกษาแลกเปลี่ยนที่ประเทศจีนกว่า 900 คน และจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมมากกว่า 3,000 ครั้ง