ข่าวทั่วไทย » เชียงใหม่ BEDO – มูลนิธิรักษ์ไทย ผนึกกำลังภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชน เปิดเวที “Nature Positive” เสริมพลังชุมชนผู้พิทักษ์ป่าต้นน้ำ ผ่านกลไก PES ฟื้นฟูป่า สร้างฝาย และสร้างอนาคตที่ยั่งยืน(คลิป)

เชียงใหม่ BEDO – มูลนิธิรักษ์ไทย ผนึกกำลังภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชน เปิดเวที “Nature Positive” เสริมพลังชุมชนผู้พิทักษ์ป่าต้นน้ำ ผ่านกลไก PES ฟื้นฟูป่า สร้างฝาย และสร้างอนาคตที่ยั่งยืน(คลิป)

30 มิถุนายน 2026
61   0

BEDO – มูลนิธิรักษ์ไทย ผนึกกำลังภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชน เปิดเวที “Nature Positive” เสริมพลังชุมชนผู้พิทักษ์ป่าต้นน้ำ ผ่านกลไก PES ฟื้นฟูป่า สร้างฝาย และสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

วันนี้(30 มิ.ย.69) สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ร่วมกับ มูลนิธิรักษ์ไทย และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และชุมชน จัดกิจกรรม “PES เสริมพลังชุมชนต้นน้ำ ปลูกป่า สร้างฝาย ฟื้นป่าต้นน้ำแม่แตง” ภายใต้แนวคิด “Nature Positive : ฟื้นฟูธรรมชาติ เพื่อความยั่งยืนของคนและระบบนิเวศ”ณ บ้านหัวเลา ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสร้างต้นแบบความร่วมมือในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและขับเคลื่อนการตอบแทนคุณระบบนิเวศ (Payment for Ecosystem Services : PES)

กิจกรรมได้รับเกียรติจาก นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และเครือข่ายชุมชน จำนวน 221 คน เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการร่วมฟื้นฟูป่าต้นน้ำและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“Voices for Nature : เสียงจากภาคีเพื่อธรรมชาติ” ถูกถ่ายทอดมุมมองจากผู้แทนของแต่ละภาคส่วน ได้แก่ คุณสิทธิชัย เสรีส่งแสง ที่ปรึกษา คุณพักตร์พิมล โชคดีปรีชากุล ผู้อำนวยการสำนักเผยแพร่และส่งเสริมการมีส่วนร่วม สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) คุณอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการใหญ่และผู้บริหารส่วนงานเทคโนโลยี บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด และคุณพร้อมบุญ พานิชภักดิ์ เลขาธิการมูลนิธิรักษ์ไทย ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการขับเคลื่อนกลไก PES การลงทุนเพื่อธรรมชาติ (Nature Investment) บทบาทของภาคธุรกิจในการสร้างความยั่งยืน และการเสริมพลังชุมชนในฐานะ “Forest Guardians” หรือชุมชนผู้พิทักษ์ป่าต้นน้ำ

หัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือ การยกระดับบทบาทของชุมชนท้องถิ่นจาก “ผู้ได้รับผลกระทบ” ให้เป็น “ผู้ดูแลและฟื้นฟูระบบนิเวศ” ผ่านการสนับสนุนองค์ความรู้ ทรัพยากร และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ชุมชนสามารถดูแลป่า แหล่งน้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ผ่านแนวทาง Regenerative Agriculture และการจัดตั้งกลไกสนับสนุนการอนุรักษ์ในระดับชุมชน

กิจกรรมภาคสนามประกอบด้วยการปลูกไม้ป่าท้องถิ่นที่เป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าและชุมชน อาทิ ขนุนป่า มะขามป้อม และมะไฟป่า 1,000 กล้า รวมทั้งการร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำในรูปแบบฝายภูมิปัญญาท้องถิ่น และฝายกึ่งถาวรร่วมจำนวน 15 ฝาย เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ฟื้นฟูลำห้วยที่เสื่อมโทรม ลดความเสี่ยงไฟป่า ชะลอการพังทลายของดิน และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ต้นน้ำแม่แตง ต้นน้ำประปาของคนเชียงใหม่

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน คือ การ “ส่งต่อพลังจากภาคีสู่ชุมชน” ซึ่งภาคธุรกิจและองค์กรภาคประชาสังคมร่วมแสดงเจตนารมณ์สนับสนุนการดำเนินงานตามหลักการ PES พร้อมรับมอบประกาศเกียรติคุณในฐานะองค์กรผู้หนุนเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ บริษัท IBM ประเทศไทย โรงแรมอะแมนเนอร์ เชียงใหม่ โรงแรมสบาย สบาย เชียงใหม่ บริษัทบุญถาวร บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หน่วยบริการและพัฒนาสังคม สภาคริสตจักรในประเทศไทย มูลนิธิ Y.M.C.A เพื่อการพัฒนาภาคเหนือ และบริษัทกรุงไทย-แอกซ่า

โครงการนี้สะท้อนแนวคิดว่า “การอนุรักษ์ธรรมชาติ ไม่ใช่หน้าที่ของชุมชนเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน” โดยกลไก PES จะเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงผู้ได้รับประโยชน์จากบริการของระบบนิเวศ กับผู้ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ให้เกิดการแบ่งปันความรับผิดชอบและการลงทุนเพื่อธรรมชาติอย่างเป็นธรรม นำไปสู่การฟื้นฟูระบบนิเวศ การสร้างความมั่นคงด้านน้ำ อาหาร และคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว และกิจกรรมครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นของความร่วมมือและการแสวงหาภาคีในการ “”ส่งต่อพลังจากภาคีสู่ชุมชนผู้พิทักษ์ป่า” ผู้เป็นด่านหน้าในการปกป้องรักษาผืนป่าและความหลากหลายทางชีวภาพของพวกเราทุกคน