ข่าวทั่วไทย » เชียงใหม่ กำนัน ชาวบ้าน ทหาร ผนึกกำลังเอกชน CMWTE ทำแนวกันไฟ ที่ป่าชุมชนบ้านทุ่งยาว ต.ป่าป้อง อ.ดอยสะเก็ด (คลิป)

เชียงใหม่ กำนัน ชาวบ้าน ทหาร ผนึกกำลังเอกชน CMWTE ทำแนวกันไฟ ที่ป่าชุมชนบ้านทุ่งยาว ต.ป่าป้อง อ.ดอยสะเก็ด (คลิป)

23 มีนาคม 2025
190   0

Spread the love

กำนัน ชาวบ้าน ทหาร ผนึกกำลังเอกชน CMWTE ทำแนวกันไฟ ที่ป่าชุมชนบ้านทุ่งยาว ต.ป่าป้อง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ คืนสมดุลให้ป่าด้วยจุลินทรีย์


เมื่อวันที่ 23- 27 มีนาคม 2568 ที่ป่าชุมชนบ้านทุ่งยาว หมู่ 8 ต.ป่าป้อง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ นายสมพงค์ เจริญศิริ กำนันตำบลป่าป้อง อ.ดอยสะเก็ด พร้อม ร้อยตรี มีนา แก้ววรรณะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการผาลาด ป.พัน 7 นำกำลังทหารจิตอาสาจำนวน กว่า 40 นาย ร่วมกับชาวบ้าน และภาคเอกชน โดย ดร.กฤษณ์ พงษ์เทพิน ผช.ผอ.ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ บริษัท GULF และโครงการโรงไฟฟ้าขยะฯ บริษัทเชียงใหม่เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี จำกัด (CMWTE) ร่วมกันทำโครงการทำแนวกันไฟ และคืนพื้นที่ป่าด้วยจุลลินทรีย์

ทั้งหมดร่วมกันนำอุปกรณ์ต่างๆ เครื่องเป่าลม ทำแนวกันไฟในผืนป่าชุมชน ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่ด่านตรวจลงทะเบียนเข้าป่าชุมชน ยาวไปถึงเขตมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ศูนย์วนศาสตร์ ป่าไม้ที่ 1 เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าในช่วงฤดูแล้งและป้องกันปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนในชุมชน

โครงการ “ทำแนวกันไฟป่า และคืนสมดุลให้ป่าด้วยจุลินทรีย์” เป็นโครงการต่อเนื่อง จากเมื่อปี 2567 ทางบริษัท CMWTE นำ องค์ความรู้ด้านฐานชีวภาพ และจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพมาจัดอบรมให้กับผู้นำชุมชนและประชาชน หมู่ 8 บ้านทุ่งยาว ต.ป่าป้องแห่งนี้ เพื่อใช้ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าไม้ “คืนสมดุลให้ป่าด้วยจุลินทรีย์ “ และมีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้และธนาคารจุลินทรีย์ชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชุมชนมีองค์ความรู้ ในการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ชนิดต่างๆ นำมาช่วยเสริมศักยภาพในการย่อยสลายสลายใบไม้จากการทำแนวกันไฟป่าให้มีการย่อยสลายได้ดียิ่งขึ้นลดการเป็นเชื้อเพลิงในป่า และจะสลายเป็นอินทรีย์วัตถุและธาตุอาหารสำหรับต้นไม้ในป่าจะช่วยให้ดินดีมีชีวิตและยังเสริมสร้างการกระจายเชื้อจุลินทรีย์ในป่าที่มีความเสื่อมโทรมจากไฟป่า น้ำหลาก และการตัดไม้ทำลายป่าจนเสียสมดุล

ดร.กฤษณ์ พงษ์เทพิน กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ในช่วงฤดูฝนที่จะมาถึงเราจะนำองค์ความรู้จากผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยทั้งในสากลและประเทศไทย เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเกษตรศาสตร์ เป็นต้น เกี่ยวกับเชื้อเห็ด ”ไมคอร์ไรซ่า” ซึ่งเป็นเชื้อราที่มีความสำคัญต่อระบบเครือข่ายการเชื่อมโยงการเจริญเติบโตร่วมกันของรากพืชไม้ป่า และ จุลินทรีย์ในดินชนิดต่างๆ ที่จะช่วยการเจริญเติบโต และสร้างภูมิคุ้มกันโรคพืช ยังช่วยสลายอินทรีย์วัตถุต่างๆเป็นธาตุอาหารให้กับพืชผ่านการอาศัยเกื้อกันกับระบบรากพืชคือ เชื้อราไมคอร์ไรซ่า กับ รากต้นไม้ ซึ่งอาศัยอยู่ร่วมกันตลอดอายุขัยของพืช เป็นต้นกำเนิดของเห็ดป่านานาชนิด เช่น เห็ดผาะ เห็ด ไคล ระโงก เห็ดตับเต่า เห็ดโคนปลวก ฯลฯ ซึ่งศูนย์เรียนรู้และธนาคารจุลินทรีย์ ได้ร่วมกับชุมชนวางแผนในการนำเชื้อเห็ดไมคอร์ไรซ่า กลับคืนสู่ป่าสร้างความสมดุล มีการเพาะเชื้อใส่ในกล้าไม้ปลูกเสริมในป่า และนำเชื้อเห็ดป่าไปกระจายสู่บริเวณรากต้นไม้ในป่าเพิ่มจุลินทรีย์ในผืนป่าเสื่อมโทรมและจะนำเมล็ดพันธุ์กล้าไม้ป่านำมาแช่จุลินทรีย์เพิ่มอัตราการงอกและนำมาใส่ปั้นกับก้อนดินจุลินทรีย์และเชื้อเห็ด เพื่อนำไปกระจายสู่ป่าในช่วงฤดูฝนด้วย และยังมีแผนการนำเชื้อเห็ดป่าต่างๆให้ชุมชนนำไปเพาะในป่าใกล้ชุมชนและสวนไร่นา เพื่อเป็นแหล่งอาหารประเภทเห็ดในชุมชนครอบครัวจะสามารถทดแทนการเผาป่าหาเห็ดให้ลดลง อันเป็นสาเหตุหนึ่งในการเกิดไฟป่าด้วย เป็นแนวทางในการลดปัญหาไฟป่าและลดผลกระทบจาก PM 2.5 ได้ต่อไป ซึ่งความสำคัญอยู่ที่ความรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยเฉพาะศูนย์เรียนรู้ฯจะเป็นกลไกการขับเคลื่อนที่สำคัญในการปฏิบัติการและต่อเนื่องได้ อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป รวมถึงภาคีความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆจะเสริมพลังได้มากยิ่งขึ้น

นายพงษ์พิเชษฐ์ ไชยเวช เจ้าหน้าที่ชุมชนสัมพันธ์ บริษัท CMWTE กล่าวว่า เรามาตั้งในพื้นที่ชุมชน เราตระหนักว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน มีนโยบายชัดเจนในการร่วมกับชุมชนรักษาสิ่งแวดล้อมและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชน ซึ่งป่าชุมชนนับเป็นแหล่งทรัพยากรทางเศรษฐกิจการอาชีพ และเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของชุมชน เราจึงได้อาสาเข้ามาร่วมสนับสนุนชุมชน รวมทั้งการประสานองค์ความรู้จากนักวิชาการ และหน่วยงานต่างๆเข้ามาเสริมสร้างศักยภาพในการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าชุมชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นซึ่งจะสามารถพัฒนาต่อไปอย่างยั่งยืนได้ รู้สึกยินดีที่เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมชุมชนและยินดีสนับสนุนชุมชนต่อไป ครับ


นายสมพงค์ เจริญศิริ กำนันตำบลป่าป้อง กล่าวว่า ป่าชุมชนบ้านทุ่งยาว จำนวน 2,307 ไร่ ชุมชนของเรามีวิถีชีวิตอาศัยและพึ่งพาป่าชุมชนมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ป่าไม้คือชีวิตของพวกเราทุกคนช่วงที่ผ่านมามีปัญหาการทำลายป่า และเกิดความเสื่อมโทรม ฯ จึงได้รวมกลุ่มกันอนุรักษ์ฟื้นฟูป่ามาอย่างต่อเนื่องทั้งการทำแนวกันไฟป่า และการเฝ้าระวังการทำลายป่า ฯลฯ จนมีผลงานที่สามารถขึ้นทะเบียนผืนป่าแห่งนี้เป็นป่าชุมชนที่ดูแลโดยชุมชนได้ ตาม พรบ.ป่าชุมชนได้ และอยู่ระหว่างการทำโครงการคาร์บอนเครดิตรวมทั้งการทำแนวกันไฟป่าเป็นประจำทุกปี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงานทั้งภาคราชการ ท้องถิ่นและเอกชน ประการหนึ่งที่สำคัญในกิจกรรมครั้งนี้ และการส่งเสริมสนับสนุนจาก บริษัทเชียงใหม่ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี จำกัด และหน่วยงานทางวิชาการ ที่นำองค์ความรู้ด้านฐานชีวภาพ และจุลินทรีย์ ฯลฯ เป็นมิติใหม่ที่เสริมการดำเนินงานเชิงคุณภาพต่อระบบนิเวศได้เป็นอย่างดี เพราะเดิมเรามองเชิงกายภาพและปฏิบัติการบนพื้นดินเป็นหลัก ยังไม่มีความรู้ในเชิงชีวภาพซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญมากต่อระบบนิเวศ ทำให้เรามองมิติของการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าไม้และเข้าใจระบบนิเวศป่าไม้มากยิ่งขึ้นซึ่งมีแนวทางสู่การพัฒนาป่าชุมชนเชิงชีวนิเวศที่ยั่งยืนต่อไป ขอขอบคุณ CMWTE ทหารจิตอาสา ป.พัน 7 และหน่วยงานต่างๆที่เข้ามาร่วมสนับสนุนชุมชน ซึ่งเป็นกำลังใจและพลังที่จะขับเคลื่อนมากขึ้น

จากนั้นคณะเดินทางชมป่าที่สมบูรณ์ มีต้นยางนา ลำต้นสูงใหญ่ บางต้นขนาดใหญ่ 6 คนอบก็มี และป่าที่นี้จะมีการบวชป่าในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี และที่สำคัญมีความอุดมสมบูรณ์มีอาหารจากป่า โดยเฉพาะเห็ดนานาชนิดออกฤดูฝน ส่วนฤดูแล้งนี้ผักหวานป่าที่ออกให้เก็บกินโดยไม่ต้องเผาป่า และไข่มดแดงที่ออกมาในฤดูนี้ก็มีให้ได้กินกันจำนวนมาก เปิดป่าให้ชาวบ้านลงทะเบียนและเข้าไปหาอาหารในป่าได้ด้วย.