ข่าวทั่วไทย » เชียงใหม่ “อัญชลี” พร้อมทนายความขึ้นศาลฟังคำตัดสินคดีบัตรเครดิต “นายชูชาติ กัลมาพิจิตร” ภายหลังบริษัทเครดิตแห่งหนึ่งฟ้อง 6 ทายาทชดใช้เงินล้านกว่าบาท (คลิป)

เชียงใหม่ “อัญชลี” พร้อมทนายความขึ้นศาลฟังคำตัดสินคดีบัตรเครดิต “นายชูชาติ กัลมาพิจิตร” ภายหลังบริษัทเครดิตแห่งหนึ่งฟ้อง 6 ทายาทชดใช้เงินล้านกว่าบาท (คลิป)

18 ตุลาคม 2022
97   0

Spread the love

“อัญชลี” พร้อมทนายความขึ้นศาลฟังคำตัดสินคดีบัตรเครดิต “นายชูชาติ กัลมาพิจิตร” ภายหลัง บ.เครดิตแห่งหนึ่งฟ้อง 6 ทายาทชดใช้เงินล้านกว่าบาท ก่อนพบว่ามีการใช้บัตรหลังการตาย

เมื่อเช้าวันที่ 18 ต.ค.65 เวลา 09.00 น. นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา ผู้จัดการมรดกร่วม พร้อมด้วยนายวรพงษ์ คำนนท์ ทนายความ ได้เดินทางไปศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อฟังคำตัดสินกรณีเกี่ยวกับคดีบัตรเครดิตของบิดาคือนายชูชาติ กัลมาพิจิตร ที่ บ.เครดิตแห่งหนึ่งฟ้อง 6 ทายาท เพื่อชดใช้ค่าหนี้สินบัตรเครดิต รวมดอกเบี้ยเป็นเงินล้านกว่าบาท

นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันนี้ช่วงเช้าได้มาศาลด้วยเรื่องคดีบัตรเครดิตที่เป็นชื่อของคุณพ่อ คือนายชูชาติ กัลมาพิจิตร ซึ่งคุณพ่อได้ทำบัตรเครดิตไว้กับบริษัทแห่งหนึ่ง เป็นบัตรที่ใช้ได้เพียงคนเดียว ภายหลังจากที่คุณพ่อเสียชีวิตเมื่อปี 62 หลังจากนั้นก็มีการเรียกเก็บเงิน ประมาณ 7 แสนกว่าบาท ซึ่งเป็นแค่ระยะสั้นๆก็คือ 1 วงรอบ ประมาณ 1 เดือน มีการใช้จ่ายบัตรเครดิตไปมากถึง 7 แสนกว่าบาท เมื่อเราไม่ชำระค่าใช้จ่ายในบัตรเครดิตให้กับบิดา เขาก็เลยฟ้องเรา ซึ่งตอนนั้นเรายังไม่มีการจัดตั้งผู้จัดการมรดก ก็เลยต้องอยู่ในสภาวะที่ว่าเขาจะฟ้องก็ฟ้องมา ข้อดีของการฟ้องเราจะได้รู้ว่าคุณพ่อ ได้ใช้บัตรเครดิตที่ไหนบ้าง ในวันที่เท่าไหร่ ใช้จ่ายเป็นค่าอะไร ทางบริษัทเครดิตเขาส่งทนายมาฟ้องทายาท พอฟ้องกันก็มีรายละเอียดมาให้ดูครบ ตั้งแต่การสมัครบัตร รวมถึงการแจกแจงทุกรายการที่ใช้บัตรไปในเดือนมกราคม ปี 2562 เมื่อเราตรวจดูแล้วบางส่วนเป็นเรื่องของการจ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ซึ่งช่วงต้นปีคุณพ่อยังเดินทางได้อยู่ แล้วหลังจากนั้น คุณพ่อถูกนำไปรักษาอาการป่วยโดยแอดมิดเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 16 มกราคมปี 62 ต่อจากนั้นเห็นว่ามีการใช้บัตรฯเป็นค่ารักษาพยาบาลประมาณ 3 ครั้งด้วยกัน แต่ว่าครั้งสุดท้ายที่มีการใช้บัตรเครดิตเป็นวันที่ 28 มกราคมปี 62 ซึ่งคุณพ่อก็คือคุณชูชาติ กัลมาพิจิตร เจ้าของบัตรท่านเสียชีวิตในคืนวันที่ 27 มกราคม ปี 62 เวลาประมาณ 23.35 น. ที่บ้านล้านช้าง ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพราะฉะนั้นเราก็เลยมีการเรียกสอบพยานมาในคดี ปรากฏว่าเราเรียกผู้ที่น่าจะถือบัตรเครดิตก็คือภรรยาที่คุณพ่ออยู่กินด้วยเป็นคนสุดท้ายมาเพราะว่าเขาน่าจะเป็นคนที่ถือบัตรเครดิตหรือว่าบัตรต่างๆของคุณพ่อ ซึ่งทางศาลได้ออกหมายเรียกหลายครั้ง เขาก็ไม่มา ก็เลยนัดสืบพยานต่อ เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของโรงพยาบาล ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน เขามาให้การ ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์กับคดี คือสามารถยืนยันตัวตนคนที่ถือบัตรเครดิตแล้วมารูดหรือมาใช้บัตรเครดิตในวันที่ 28 มกราคม ปี 62 ที่โรงพยาบาล คนคนนั้นก็คืออดีตภรรยาคนสุดท้ายของคุณพ่อนั่นเอง ซึ่งเขาใช้บัตรจ่ายไปเป็นเงินอยู่ประมาณ 250,000 กว่าบาท (สองแสนห้าหมื่นกว่าบาท) ทีนี้ศาลท่านก็สืบพยานจนแล้วเสร็จ

วันนี้ศาลนัดมาฟังคำพิพากษาในเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายหรือว่าค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตของบิดาซึ่งเสียชีวิตไปเกือบจะครบ 4 ปีแล้ว ทางบ.บัตรเครดิตเขาคิดรวมดอกเบี้ยด้วย เป็นเงินล้านกว่าบาท ศาลท่านอ่านคำพิพากษาแยกเป็นการจ่ายเงินตามรายการต่างๆ ซึ่งก่อนหน้าที่คุณพ่อจะเสียชีวิตถึงจะมีลายเซ็นหรือไม่มีลายเซ็น ศาลท่านก็ให้ทางทายาทจ่าย ยกเว้นในวันที่ 28 มกราคม จำนวนสองแสนห้าหมื่นกว่าบาท ขณะนั้นคุณชูชาติได้เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนการนำบัตรเครดิตของผู้ตายไปใช้ที่โรงพยาบาลที่ห้องฝ่ายการเงินผู้ป่วยในของโรงพยาบาล สลิปไม่มีลายเซ็น กรณีนี้ศาลท่านไม่ได้ให้ทายาทจะต้องชำระ คงให้ชำระแต่เฉพาะในส่วนที่ก่อนคุณชูชาติ จะเสียชีวิตเพราะศาลท่านก็ให้เหตุผลว่าผู้ที่เป็นเจ้าของบัตรไม่ได้มาใช้บัตรเอง คุณพ่ออาจจะไม่ประสงค์ที่จะใช้บัตรก็ได้ (ท่านเสียชีวิตไปแล้ว) ตนเองในฐานะบุตรสาวรู้สึกแปลกใจว่าทำไมเขาถึงกล้าเอาบัตรเครดิตของคนตายมาใช้ ซึ่งมันไม่ถูกต้อง ส่วนเวลาที่เขานำบัตรไปใช้ ก็ประมาณบ่ายสี่โมงเย็นก่อนหน้าการทำพิธีศพในคืนแรก

ส่วนการชดใช้ให้บ.บัตรเครดิต ศาลให้ทายาทจ่ายเงินภายใน 30 วัน เราก็อยากชำระเงินให้เรียบร้อย ส่วนเงินที่บริษัทเขาเรียกเก็บไม่ได้ ก็แล้วแต่ว่าจะจัดการต่ออย่างไร เป็นเรื่องของ บ.บัตรเครดิต แต่เรื่องของเราคือเรื่องคุณสมบัติของผู้จัดการมรดกร่วม เราต้องส่งเรื่องนี้ให้ศาลรับทราบเพื่อเพิกถอนเขาอย่างแน่นอน นางอัญชลีกล่าวปิดท้ายการให้สัมภาษณ์