เชียงใหม่ โรงเรียนอนุบาลดรุณนิมิตเชียงใหม่ เปิดกาดหมั้วครัวละอ่อน ให้เด็กๆชั้นอนุบาล ได้เรียนรู้และวิธีคิด(คลิป)

โรงเรียนอนุบาลดรุณนิมิตเชียงใหม่ เปิดกาดหมั้วครัวละอ่อน ให้เด็กๆชั้นอนุบาล ได้เรียนรู้และวิธีคิด โดยให้ผู้ปกครองและครู มาเปิดร้านจำหน่าย บรรยากาศวุ่นวายแต่ก็น่ารัก

โรงเรียนอนุบาลดรุณนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดตลาดขายสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม และของเล่นให้กับนักเรียนชั้นอนุบาล หรือกาดหมั้ว ครัวละอ่อน โดยเริ่มตั้งแต่การใช้เงินแลกเป็นคูปองในการซื้ออาหาร เพื่อความสะอาด โดยให้ผู้ปกครองของน้องๆมีส่วนร่วมโดยการปรุงอาหารพื้นเมือง และอาหารที่รับประทานง่ายๆ เช่นไข่ปาม ระหว่างย่างไฟก็จะได้กลิ่นหอมของใบตอง และกลิ่นหอมของไข่ปิ้ง ชวนน่ารับประทาน นอกจากนั้นยังมีเกี้ยวทอดกรอบ ผลไม้เสียบไม้ ข้าวโพดคลุกมะพร้าวอ่อนโรยด้วยน้ำตาลทรายเพิ่มรดชาด ขนมปังปิ้งทาเนยโรยท็อปปิ้ง ขนมวุ้น และยากิโซบะ และน้ำดื่ม ขายราคาไม่แพง มีตั้งแต่ 2 – 5 บาท ส่วนของเล่นมีราคาตั้งแต่ 1 บาท ถึงราคา 20 บาท ซึ่งก็จะวุ่นวายพอสมควร สำหรับเด็กๆต้องมีครูพี่เลี้ยงคอยดูแล แต่ก็ถือว่าน่ารัก

นางพรรณี บุญประเสริฐ ผู้ได้รับใบอนุญาตโรงเรียนดรุณนิมิต บอกว่า ปกติโรงเรียนก็จะเน้นวัฒนธรรมประเพณีให้กับเด็กๆ การให้เด็กเรียนรู้เรื่องกาดหมั้วก็จะเป็นอีกประสบการณ์ การใช้เงินในชีวิตจริง ซึ่งก็จะนำผู้ปกครองบางส่วน มาเป็นผู้สนับสนุน ให้การช่วยเหลือนักเรียนในการใช้เงิน การทอนเงิน รู้ คุณค่าของเงิน รวมไปถึงการใช้คณิตศาสตร์ รวมไปถึงการวางแผนในการใช้เงินให้เพียงพอ โดยการจัดใช้เงินเป็นคูปองเพื่อความสะอาด เพราะเงินผ่านการใช้เยอะแยะมากมาย นำไปแลกเป็นคูปองและไปล้างมือให้สะอาด ถึงจะลงมือรับประทาน ส่วนสินค้าที่นำมาขาย ก็จะให้นักเรียนในห้องเลือกกันเอง ซึ่งนักเรียนก้เคยทำมาแล้ว

เชียงใหม่ “N.P.J. PROPERTY” เปิดตัวอสังหาริมทรัพย์เหนือ ภายใต้แบรนด์ ERA (ประเทศไทย)(คลิป)

“N.P.J. PROPERTY” เปิดตัวอสังหาริมทรัพย์เหนือ ภายใต้แบรนด์ ERA (ประเทศไทย) ยกมาตรฐานเครือข่ายสู่สากล ขอส่วนแบ่งตลาด 2 % ตั้งเป้าซื้อขาย 1,000 ล้าน ภายใน 3 ปี

วันที่ 31 สิงหาคม 2566 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติคุ้มภูคำ เชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่นางรณิดา พูลเอี่ยม ประธานฝ่ายปฏิบัติการบริษัทอีอาร์เอ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัดเป็นประธานแกรนด์โอเพนนิ่ง ERA ChiangMai ของบริษัท N.P.J. PROPERTY จำกัดซึ่งเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในภาคเหนือ มีนายจิรณัฐ ศิลปสุวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัท N.P.J. PROPERRY จำกัด นายภาณุภัท ภัทรปัญญดาพิณ สรรหาและพัฒนาบุคคลากร บริษัท อีอาร์เอ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมผู้บริหาร ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และผู้สนใจ เข้าร่วมกว่า 100 คน

นางรณิดา กล่าวว่า ERA (ประเทศไทย)เป็นแฟรนไซส์อสังหาริมทรัพย์รายแรกในประเทศ เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2536หรือ 30 ปีที่ผ่านมา เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มือ 2 และเป็นแห่งแรกที่นำโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาใช้ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ จึงโดดเด่นการใช้เทคโนโลยีมาใช้กับงานขาย ผ่านระบบ NewERA Platform เพื่อบริการสมาชิกผ่านทาง www.erathai.com ภายใต้รูปแบบ360, AI Design Module & Floor Planซึ่งเป็นบริษัทแห่งแรกในระบบแฟรนไซส์ของไทย เพื่อให้ผู้ซื้อ ผู้ฝากขาย นักลงทุนมาร่วมสร้างธุรกิจดังกล่าว สามารถส่งต่อรุ่นสู่รุ่นในอนาคตได้ เหตุเลือกเชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ภาคเหนือตอนบนเพราะเล็งเห็นถึงศักยภาพธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และกำลังซื้อของนักลงทุนต่างชาติ อาทิ จีน ยุโรป อเมริกา โดยร่วมกับบริษัท N.P.J. PROPERTY จำกัด ขยายธุรกิจดังกล่าวไปสู่ตลาดโลกเนื่องจากมีการลงทุนมากพอ พร้อมสร้างทางเลือกให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และสร้างเครือข่ายไปทั่วโลก ที่มีกำลังซื้อขาย รวมมูลค่า 10,000 ล้านบาท/ปี ทั้งนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประทศ มีมูลค่ากว่า 1.2 ล้านล้านบาทตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาดเพียง 1-2 %ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ส่วนภาคเหนือ ปีนี้ตั้งเป้าซื้อขาย 1,000 ล้านบาท ปีหน้าตั้งเป้าเพิ่ม 1 เท่าตัว”


นายจิรณัฐ กล่าวว่า ดำเนินธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ทั้งบ้านใหม่ บ้านมือ 2บ้านเช่า และฝากขาย ผ่านเครือข่ายกว่า3,000 รายทั่วประเทศ เพื่อยกระดับเครือข่ายสู่มาตรฐานสากล โดยให้คำปรึกษาแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอสังหาริมทรัพย์กว่า 30-40 ราย ภายใต้แบรนด ERA (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นที่รู้จักและยอมรับของนักลงทุน ปีนี้ตั้งเป้าซื้อขาย เพียง100 ล้านบาท ปีหน้าเพิ่มเป็น 300 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปีด้วย

เชียงใหม่ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดตัว ม่วนใจ๋พาส (Muanjai Pass) ซิตี้พาสเจาะกลุ่มไมซ์(คลิป)

หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดตัว ม่วนใจ๋พาส (Muanjai Pass) ซิตี้พาสเจาะกลุ่มไมซ์ในรูปแบบบัตรรวมสินค้าและบริการของจังหวัดเชียงใหม่ภายใต้แพลตฟอร์ม TAGTHAi (ทักทาย)

หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) และบริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เปิดตัวม่วนใจ๋พาส (Muanjai Pass) ซิตี้พาสสำหรับกลุ่มไมซ์ในรูปแบบบัตรรวมสินค้าและบริการของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักเดินทางไมซ์ที่เข้ามาทำกิจกรรมไมซ์ในจังหวัดเชียงใหม่โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น การประชุมองค์กร การประชุมนานาชาติ งานแสดงสินค้า หรืองานเมกะอีเว้นท์ ให้ได้รับประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบใหม่ โดยคัดเลือกบริการที่เหมาะสมและตอบโจทย์กลุ่มไมซ์ที่เสร็จจากการประชุมแล้วต้องการเพลิดเพลินหรือผ่อนคลายกับบริการต่าง ๆ ในเวลาจำกัด ด้วยบริการจากผู้ประกอบการร้านอาหาร เครื่องดื่ม บริการนวดและสปาจำนวนกว่า 50 แห่ง


ม่วนใจ๋พาส อยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัลหลักที่ชื่อ TAGTHAi (ทักทาย) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวรูปแบบดิจิทัลแห่งชาติ ที่รวบรวมบริการด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ แบบไร้ขีดจำกัด นำเสนอรูปแบบประสบการณ์การท่องเที่ยวในหลากหลายมิติ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ในยุคดิจิทัล โดยนอกเหนือจากม่วนใจ๋พาสแล้ว แพลตฟอร์มทักทายยังนำเสนอเชียงใหม่พาส ที่จะตอบโจทย์นักท่องเที่ยวในการเลือกรับประสบการณ์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง โดยรวบรวมและเชื่อมต่อบริการครบครันทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และสปา รวมถึงร้านค้าต่าง ๆ มากถึง 60 แห่ง เป็นอีกทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยวในการได้รับประสบการณ์รูปแบบใหม่อย่างเต็มที่ในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ ม่วนใจ๋พาส และเชียงใหม่พาสถือเป็นช่องทางจัดจำหน่ายใหม่ของผู้ประกอบการท้องถิ่น เป็นการขยายฐานลูกค้าไมซ์และนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมทั้งยังเพิ่มรายได้บนช่องทางดิจิทัลในขณะเดียวกัน เพราะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้กว้างและหลากหลายมากขึ้น


จากความสำเร็จของ TAGTHAi (ทักทาย) แพลตฟอร์มบริการด้านการท่องเที่ยว ที่เปิดตัว Bangkok pass, Golf pass, Chiang Mai Pass ฯลฯ โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นกว่า 500,000 ครั้ง ทำให้ TAGTHAi (ทักทาย) เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบจากสินค้าและบริการที่นำเสนอบนแอพพลิเคชั่น จึงเป็นที่มาของการเปิดตัว “ม่วนใจ๋พาส” ซิตี้พาสที่ถูกออกแบบคัดเลือกสินค้าและบริการโดยคนท้องถิ่น จึงมั่นใจได้ว่านักเดินทางจะได้รับบริการที่ดี สะดวกสบาย และคุ้มค่าจากพันธมิตรธุรกิจของหอการค้าทั่วจังหวัดเชียงใหม่กว่า 50 ราย ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหารชื่อดัง ร้านกาแฟยอดนิยม บริการนวดสปา แหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรมเวิร์กช็อป


ทั้งนี้ TAGTHAi (ทักทาย) เป็นแพลตฟอร์มที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวของไทยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2566 คาดว่า รายได้จากการท่องเที่ยวจะอยู่ที่ 2.4 ล้านล้านบาท ประกอบกับการแพร่ระบาดของโควิด -19 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ความสำคัญการเว้นระยะห่างและลดการสัมผัส ทำให้เชื่อว่า TAGTHAi (ทักทาย) จะเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นการจับจ่ายภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญในการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลวางแผนการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว
นักเดินทางไมซ์และนักท่องเที่ยวสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน TAGTHAi เพื่อซื้อม่วนใจ๋พาสและเชียงใหม่พาสได้ที่ App Store และ Play Store ในราคาเริ่มต้นเพียง 27.30 USD
รายชื่อสินค้าบริการใน “ม่วนใจ๋พาส”
1. Attraction
1.1 Chiang Mai Night Safari
1.2 Royal Park Rajapruek
2. Massage
2.1 Time to Massage 2.11 The Gentle Massage and Spa
2.2 The Home Massage Chiang Mai 2.12 Candice Facial Spa
2.3 Masumi Spa 2.13 Getthawa Thai Massage
2.4 Heart N Soul Massage
2.5 Ratilanna Spa
2.6 Suwanmalee Garden Home
2.7 Pimtha Massage
2.8 Lanna Come Spa
2.9 Baan Ping Kan Wellness Resort
2.10 U Spa
3. Food & Beverage
3.1 Aba Kitchen 3.18 Kuakai Nimman
3.2 Pate a Choux 3.19 Homglai
3.3 Krua Amin Suan Dok 3.20 Funky Grill
3.4 Akai8 3.21 Rote – Yiam Beef Noodles Original 1940
3.5 GRAPH Coffee 3.22 GREENSMOKED
3.6 Bay’s Café 3.23 TULOU Restaurant
3.7 Shewe Vegan & Vegetarian Café 3.24 Wella Da Cafe
3.8 I’m Your Vegan 3.25 Charinphan Farm
3.9 Euang Kam Sai Northern Thai Restaurant 3.26 Tenten Sukiyaki
3.10 Phil Café 3.27 Talay Tang Tak
3.11 Fahtara Coffee 3.28 Sapiens Restaurant Chiangmai
3.12 Rosyiam Bar 3.29 Sally’s
3.13 Khom Chocolatier House 3.30 The Forest Friends Chiangmai
3.14 The Brewing House by Rue Thai 3.31 WaanD
3.15 Barefoot Restaurant 3.32 Thai – Denmark Milk
3.16 POHSOP local – rice eatery 3.33 Kum Jan Café and Thai Dessert
3.17 Chiangmai Vanusnun 3.34 Nectar café and Bistro


4. Workshop
4.1 Lumos House 4.3 BooKoo Studio
4.2 2Wicks 4.4 The Warehouse Paint Club
5. Activities
5.1 Maeping River Cruise
5.2 Punspace
5.3 Baan farm thai cooking school

เชียงใหม่ ศอ.ปส.ชน เดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นการลักลอบขนส่ง ยาเสพติดผ่านทางระบบโลจิสติกส์ในรูปแบบพัสดุภัณฑ์ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น(คลิป)

ศอ.ปส.ชน เดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นการลักลอบขนส่ง ยาเสพติดผ่านทางระบบโลจิสติกส์ในรูปแบบพัสดุภัณฑ์ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากมีความเสี่ยงน้อย ต้นทุนต่ำ รวดเร็ว และสามารถส่งถึงผู้รับได้โดยตรง


พลโท สุริยะ เอี่ยมสุโร แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะประธานคณะกรรมการ ศูนย์อำนวยการปฎิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ หรือ ศอ.ปส.ชน. เป็นประธานในการประชุมร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาคเหนือ กองกำลังผาเมือง หน่วยทหารสังกัดกองทัพภาคที่ 3 ตำรวจภูธรภาค 5 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแนวทางในการป้องกันและสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบ 4 จังหวัดชายแดนภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย และพะเยา ซึ่งในปีงบประมาณที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 จนถึงปัจจุบัน ศอ.ปส.ชน. มีการร่วมตรวจยึดและจับกุมยาเสพติดไป 451 ครั้ง ได้ผู้ต้องหา 496 ราย ตรวจยึดยาบ้า 91,263,986 เม็ด, ไอซ์ 3,582.98 กิโลกรัม, เฮโรอีน 28.77 กิโลกรัม. ฝิ่นดิบ 270.87 กิโลกรัม, เคตามีน 363.25 กิโลกรัม

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญในการสกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไม่ให้เข้าสู่แหล่งผลิต ทั้งการใช้สารเคมีควบคุมในโรงงานอุตสาหกรรม, การส่งออกสารเคมีผ่านด่านพรมแดน และการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านระบบโลจิสติกส์ ด้วยตรวจการขนส่งทางบกในช่วงเทศกาลสำคัญ, ตรวจสถานประกอบการรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ตลอดจนเชิญผู้ประกอบธุรกิจสถานประกอบการขนส่งสินค้า ร่วมหารือ ขอความร่วมมือ และกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพราะในระยะหลังพบว่ามีการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านทางระบบโลจิสติกส์ในประเทศเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในรูปแบบพัสดุภัณฑ์ เนื่องจากมีความเสี่ยงน้อย ต้นทุนต่ำ รวดเร็ว และสามารถส่งถึงผู้รับได้โดยตรง จึงขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมผลักดันให้เป็นนโยบายร่วมกันที่จะเข้มงวดกวดขันตรวจสอบการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านทางระบบโลจิสติก อีกทั้งการเฝ้าระวังสารเสพติดรูปแบบใหม่ในกลุ่มนักเที่ยวสถานบันเทิง ซึ่งเป็นกลุ่ม Club Drugs ด้วย

เชียงใหม่ ชมความสวยงามมุมสูงของวัดพระธาตุดอยสะเก็ด อ.ดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ (คลิป)

พาชมความสวยงามมุมสูงของบริเวณรอบวัดพระธาตุดอยสะเก็ด อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันยังคงการก่อสร้างในบางส่วน คาดว่าในกลางปี 2567 จะเสร็จสมบูรณ์ โดยนักท่องเที่ยวและผู้ที่เดินทางไปกราบไหว้ สามารถเดินทางเข้าไปเที่ยวชมได้ทุกจุดภายในวัดฯ 

  พระพุทธมหาจักรพรรดิ 

เจดีย์ครอบรอบพระพุทบาทเมืองโยนก

พระพุทธบาทเมืองโยนก

พระธาตุอินทร์แขวนจำลอง

เชียงใหม่ สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทยเชียงใหม่จัดประกวดสืบสาน​ศิลปะขับขานปี่ซอ ครบรอบ76ปี(คลิป)

สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทยเชียงใหม่ครบรอบ 76 ปี จัดประกวดสืบสาน​ศิลปะขับขานปี่ซอพื้นเมืองล้านนา

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2566 เวลา ห้องประชุม โรงแรมสมายส์ล้านนา รีสอร์ท สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทย เชียงใหม่ ได้มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ในโอกาสที่สมาคมสงเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทยฯ ครบรอบ 76 ปี โดยมี เจ้าเจือจันทร์ ณ เชียงใหม่ประธานการประกวดซอพื้นเมืองล้านนาประจำปี 2566 โดยประธานในการจัดแถลงข่าวในครั้งนี้ นำโดยนางรุ่งอรุณ ชัยสวัสดิ์ อุปนายกสมาคมฯภริยาท่านรองผู้ว่าฯ และมีนางผ่องพันธ์ จงยศยิ่ง ผู้แทน (มาดามหยก)​ นางสาวกชพร เวโรจน์ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ การประกวดซอพื้นเมืองล้านนาประจำปี 2566 , พ่อครูอินตา เลาคำ นายกสมาคมสืบสานตำนานปี่ซอเชียงใหม่ พร้อมศิลปินซอ ครูแอ๊ด ภานุทัต อภิชนาธง และพร้อม สุวิศ เมืองฝาง และ ลำจวน ดอยเต่า และ นายถาวร ณ เชียงใหม่ นำผู้สนับสนุนการจัดงานมาแถลงข่าวพร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนเข้าร่วมในการแถลงข่าวในครั้งนี้

โดยได้มีการแถลงการจัดกิจกรรม คือทำบุญเลี้ยงพระเพื่อเป็นศิริมงคล, การจัดงานประกวดแข่งขันซอพื้นบ้านล้านนาไทย 2566 และการจัดกาล่าดินเน่อร์ฉลองครบรอบ 76 ปี ชมการแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทย โดยสตรีวีไอพีของเชียงใหม่ พร้อมงานบันเทิงต่างๆ การจัดทำหนังสือครบรอบ 76 ปี สมาคมเพื่อสดุดีอดีตนายกสมาคมฯและสมาชิก ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดประกวดซอพื้นบ้านล้านนาไทย ครบรอบ 76 ปี สมาคมฯ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง​เนื่องในโอกาสครบรอบ 76 ปี ในวันที่ 25 พฤศจิกายน พศ. 2566 ที่จะถึงนี้ โดยมีนางกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร ภริยา ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นนายกสมาคมฯ คนที่ 30 ทางสมาคมๆ จึงจัดกิจกรรมในโอกาสครบรอบการก่อตั้งสมาคมฯ 76 ปี ในหลายกิจกรรมด้วยกันเพื่อส่งเสริมงานวัฒนธรรมประเพณีของชาวล้านนา และเจริญรอยตามคณะผู้ก่อตั้งสมาคมฯเมื่อ 76 ปีก่อน ที่มีนโยบายส่งเสริมกิจกรรมของสตรีชาวล้านนา ให้มีบทบาทคู่กับสังคมเมืองเชียงใหม่ โครงการที่จัดขึ้นคือส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีล้านนา ประกอบด้วยงานทำบุญสำนักงาน, งานขันโตกกล่าดินเน่อร์ และการประกวดซอพื้นบ้านล้านนาไทยเชียงใหม่ ระดับเยาวชน ซึ่งเป็นความบันเทิงพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมจากชาวล้านนามาช้านาน แต่ในปัจจุบันนี้ คนรุ่นใหม่ขาดความสนใจ และแทบจะไม่มีคนสืบสานต่อทำให้ซอพื้นบ้านใกล้สูญหายไป

เจ้าเจือจันทร์ ณ เชียงใหม่ ประธานจัดการประกวดซอพื้นบ้านล้านนาไทย เผยว่า การจัดการแข่งขันประกวดซอพื้นบ้านล้านนาไทย 2566 โดยได้มีการบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่าย วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ สมาคมปี๋ ซอ จังหวัดเชียงใหม่กำหนดกติกาในการให้คะแนนผู้เข้าร่วมประกวด กลุ่มเยาวชนที่มีสิทธิในการเข้าประกวด อายุ 18 – 35 ปี โดยรับสมัครอย่างเปิดกว้าง โดยการส่งคลิปการประกวดส่งมาให้คณะกรรมการตามกำหนดวันเวลาที่ระบุ และตัดสินผู้เข้าชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน 2566 ณ เวทีลานอนุเสาวรีย์สามกษัตริย์ พร้อมบรรยากาศ ล้านนาไทย กาดหมั้วครัวฮอม โดยรางวัลที่ 1.รับถ้วยรางวัลจากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเงินรางวัล 15,000 บาท รองชนะเลิศที่ 2. รับถ้วยรางวัลรองชนะเลิศจาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท รองชนะเลิศที่ 3. รับถ้วยรางวัลจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่พร้อมเงินรางวัล 8,000 บาทสำหรับรางวัลชมเชยมีสองรางวัล รางวัลละ 5,000 บาท

ประวัติ​โดยย่อของ “สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทย เชียงใหม่” ใช้อักษรย่อว่า “ส.ว.ศ.” ได้จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 เดิมใช้ชื่อว่า “สมาคมสตรีศรีล้านนาไทย” ก่อตั้งโดย นางแช่มชื่น รามราชภักดี และภริยาข้าราชการในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเชิญชวนเจ้านายสตรีฝ่ายเหนือ และภริยาข้าราชการในจังหวัด เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน เข้าเป็นสาชิกและตั้งเป็นสมาคม ใช้สโมสรนวรัฐของข้าาราชการเป็นสำนักงานของสมาคมฯ และ ในปี พ.ศ.2498 ย้ายมาอยู่ที่สำนักงานของสมาคมฯ เลขที่ 1 ถนนเมืองสมุทร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ภายหลังจากการเสร็จสิ้นการแถลงข่าวได้มีการแสดง ซอพื้นเมืองล้านนา นำโดยครูแอ๊ด – ภานุทัต อภิชนาธง” ผู้ก่อตั้งชมรมดนตรีพื้นเมืองเชียงใหม่ พร้อมด้วยศิลปินช่างซ้อและคณะ บรรเลง ปี พร้อมดีดซอ แสดงให้แก่ผู้เข้าร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย

เยาวชนหรือกลุ่มศิลปินซอพื้นบ้านที่สนใจเข้าร่วมประกวด สอบพื้นเมืองล้านนาปี 2566 ครบรอบสมาคมฯ 76 ปี สามารถติดต่อสอบถาม เพิ่มเติม ได้ที่ โทร.085 325 1979, 088 261 6703, และ 092 452 8552 นางผ่องพันธ์ จงยศยิ่ง ผู้ประสานงานสมาคมฯ หรือติดต่อผ่านทาง เพจ Facebook ของทางสมาคมฯ https://www.facebook.com/profile.php?id=100062994231561&mibextid=ZbWKwL.

เชียงใหม่ พัฒนาการจังหวัดเชียงใหม่ อบรมเจ้าหน้าที่หมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินระดับอำเภอและระดับจังหวัด พร้อมทั้งนำวิทยากรจากปปส.ภาค 5 มาบรรยายความรู้ เกี่ยวกับชนิดและสถานการณ์ยาเสพติด(คลิป)

พัฒนาการจังหวัดเชียงใหม่ อบรมเจ้าหน้าที่หมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินระดับอำเภอและระดับจังหวัด พร้อมทั้งนำวิทยากรจากปปส.ภาค 5 มาบรรยายความรู้ เกี่ยวกับชนิดและสถานการณ์ยาเสพติด และระเบียบขั้นตอนการดำเนินงาน ของหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อยกระดับ ให้เป็นหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่น

ที่ห้องประชุมศาลาสหกิจ เทศบาลตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายประยุกต์ สุดธัญญารัตน์ พัฒนาการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการอมรม เจ้าหน้าที่กองทุนแม่ของแผ่นดินระดับอำเภอและระดับจังหวัด เพื่อพัฒนาเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน ระดับจังหวัดและอำเภอให้มีความเข้มแข็ง

โดยมีเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน รับผิดชอบงาน กองทุนแม่ของแผ่นดินระดับอำเภอ และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนที่รับผิดชอบ กองทุนแม่ของแผ่นดิน จากสำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่ สำนักงานเทศบาลเมืองต้นเปา อำเภอสันกำแพง สำนักงานเทศบาลเมืองแกนพัฒนา อำเภอแม่แตง และประธานคณะกรรมการเครือข่าย กองทุนแม่ของแผ่นดินระดับอำเภอ รวมทั้งหมด 60 คน เพื่อขับเคลื่อนงานตามแนวทาง 10 ขั้นตอน กองทุนแม่ของแผ่นดิน ในการบริหารจัดการ ให้มีความโดดเด่น เพื่อนำไปต่อยอดขยายผล ในหมู่บ้านหรือชุมชน รวมทั้งมี นางสาว ภัครพี วัฒนาฤดี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ จากสำนักงานปปส.ภาค 5 มาเป็นวิทยากร บรรยายให้ความรู้ เกี่ยวกับรูปแบบยาเสพติดและสถานการณ์ยาเสพติด รวมทั้งการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านและชุมชน

นาย พลภัทร ศรียะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศ การพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ มาให้ความรู้ บทบาทหน้าที่ความสำคัญของเครือข่าย ฯ และมีนายสว่าง ธาตุอินจันทร์ ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมหารือกับทางเครือข่าย กองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อเตรียมจัดงาน มอบเงินขวัญถุงแม่ของแผ่นดิน ให้กับหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่น ระดับจังหวัด ประจำปี 2566 คาดว่ากลางเดือนกันยายนนี้ หมู่บ้านที่ชนะเลิศคือ หมู่บ้านม่อนปิ่น อำเภอฝาง รองชนะเลิศอันดับ 1 หมู่บ้านห้วยน้ำเย็น อำเภอแม่อาย และรองชนะเลิศอันดับ 2 หมู่บ้านแพะขวาง อำเภอหางดง รวมทั้งรางวัลชมเชยอีก 2 รางวัล

 

เชียงใหม่ เกษตรกรในอำเภอสารภี ล้มต้นลำไย 5 ไร่ ปลูกอินทผลัมแทน พร้อมเปิดเป็นศููนย์เรียนรู้และท่องเที่ยวฟรี(คลิป)

เกษตรกรในอำเภอสารภี จังหวัดเชีงใหม่ ล้มต้นลำไย 5 ไร่ ปลูกอินทผลัมแทน พร้อมเปิดเป็นศููนย์เรียนรู้และท่องเที่ยวฟรี การเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ มาประมาณ 10 กิโล ฝั่งขาออก เลี้ยวซ้ายตรงแยกป่าแดด เขามาประมาณ 500 เมตรก็จะถึงสวนอินทผลัม สามารถโทรศัพท์ที่เบอร์ 081-9931784 หรือที่ เฟสบุก สวนอินทผลัมเชียงใหม่อำเภอสารภี

ผู้สื่อข่าวพาไปที่สวนอินทผลัม หมู่ที่ 1 ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ของนายบุญส่ง แสงเพ็ชร เกษตรกรเปิดเผยว่าที่ผ่านมาได้ปลูกลำไย แต่ราคาตกต่ำจึงได้ตัดต้นลำไยทิ้ง หันไปศึกษาการปลูกอินทผลัม จำนวน 5 ไร่ 120 ต้น และ ที่อำเภอฮอด เลยตัดสินใจตัดต้นลำไย หันมาทดลองปลูกอินทผลัมมีทั้งพันธุ์บาฮีผลสีแดง จีทูผลแดง บาฮีผลสีเหลือง ซื้อกล้าพันธุ์เนื้อเยื่อมาปลูกได้ 4 ปีให้ผลผลิตดี ตอนนี้ขายบาฮีเหลืองกิโลกรัมละ 250 บาท จีทูแดง 700 บาท บาฮีแดง 500 บาท ผลผลิตจะอยู่อีกประมาณกลางเดือนกันยายนก็จะหมดแล้ว

สำหรับเกษตรกร ประชาชน นักท่องเที่ยวสามารถมาศึกษา ชมสวน ได้พร้อมให้คำแนะนำในการปลูกอินทผลัมทุกขั้นตอน ที่สวนอินทผลัมเชียงใหม่ สารภี การเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ประมาณ 10 กิโล ฝั่งขาออก เลี้ยวซ้ายตรงแยกป่าแดด เขามาประมาณ 500 เมตรก็จะถึงสวนอินทผลัม สามารถโทรศัพท์ที่เบอร์ 081-9931784 หรือที่ เฟสบุก สวนอินทผลัมเชียงใหม่อำเภอสารภี

เชียงใหม่ พ่อครู ดิเรก สิทธิการ สล่าพื้นบ้าน สร้างอุโบสถเงินหลังแรกของโลก วัดศรีสุพรรณ ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ จากกระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ประจำปี 2565

พ่อครู ดิเรก สิทธิการ สล่าพื้นบ้าน ดุนลายเครื่องเงินและโลหะ สร้างอุโบสถเงินหลังแรกของโลก วัดศรีสุพรรณ เชียงใหม่ และยังดุนลายเครื่องเงิน ของที่ระลึกให้กับผู้นำเอเปกที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ จากกระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ประจำปี 2565


พ่อครูดิเรก สิทธิการ อายุ 69 ปี สล่าดุนลายเครื่องเงินและโลหะ ชาวบ้านชุมชนวัวลาย- ศรีสุพรรณ อำเภอเมือง จังหวัด เชียงใหม่ ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ จากกระทรวงวัฒนธรรม เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ดุนลายเครื่องเงินและโลหะ ประจำปี 2565 พ่อครู ดิเรก บอกว่ารู้สึกภาคภูมิใจอย่างเปี่ยมล้น เป็นอย่างมาก และยังเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลเป็นอย่างสูง ที่ผ่านมาได้สร้างผลงาน ร่วมกับลูกศิษย์กว่า 30 คน ในการดุนลายสร้างพระอุโบสถเงิน หลังแรกของโลก วัดศรีสุพรรณ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ใช้เวลานานถึง 12 ปี รวมทั้งตอกดุนลายแผ่นเงิน เป็นรูปพระบรมมหาราชวัง และเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นของที่ระลึก ให้กับผู้นำเอเปกที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ปี 2022 และยังมีเก้าอี้เงินแสนตอก และทุกวันนี้ยังสอนการดุนลาย ให้กับเด็กนักเรียน และประชาชนที่สนใจฟรี ถือเป็นอีก 1 ความภาคภูมิใจ เพื่อเป็นการต่อยอด เเละสืบสานไม่ให้สูญหาย ทำให้ชาวบ้าน ที่ทราบข่าวต่างทยอยพากันมาแสดงความยินดี กับพ่อครู


สำหรับพ่อครูดิเรก เป็นชาวบ้านชุมชนวัวลาย-ศรีสุพรรณ สืบสานการดุนลายเครื่องเงินและโลหะ มาจากบรรพบุรุษมานานกว่า 50 ปี และเปิดการเรียนการสอน ดุนลายโลหะให้กับเด็ก ๆ และประชาชนทั่วไป ได้ศึกษา จนมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย สร้างคุณประโยชน์ ให้กับแผ่นดิน จนได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากกระทรวงวัฒนธรรม เป็นศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2565 สาขาทัศนศิลป์ ซึ่งปี 2565 สาขาทัศนศิลป์ที่มีการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ เมื่อวานนี้ ( 23 ส.ค.66 ) โดยนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มีจำนวนทั้งหมด 12 ท่าน

เชียงใหม่ สาว ปวช.ปี3ถูกหลอกเปิดบัญชีม้าตกใจเงินเข้าบัญชีไม่รู้ตัววิ่งโร่แจ้งตำรวจ กลับไล่ให้ไปธนาคารและไม่รับแจ้งความ(ตลิป)

สาว ปวช.ปี 3 ถูกหลอกเปิดบัญชีม้าตกใจเงินเข้าบัญชีไม่รู้ตัววิ่งโร่แจ้งตำรวจ กลับไล่ให้ไปธนาคารและไม่รับแจ้งความ

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 21 ส.ค.66 ที่กองบังคับการสืบสวนภาค 5 นางสาว เอ นามสมมุติ อายุ 17 ปี นักศึกษา ชั้น ปวช.ชั้นปีที่ 3 เดิทางเข้าขอความช่วยเหลือกับ พ.ต.อ.ประเวศน์ พิโลนศธร ผกก.ฝ่ายงานคดีสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อช่วยเหลือ เนื่องจากครอบครัวได้รับความเดือดร้อนโดยได้ปรึกษากับนายญาณวุฒิ กันชนะ ทนายความเพื่อร้องเรียนขอความช่วยเหลือดังกล่าว

ฃน.ส.เอ นามสมมุติ ผู้เสียหาย เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนได้หางานทางโลกออนไลน์เพื่อจะหารายได้ช่วยครอบครัวแล้วเจอกับบริษัทหนึ่งแนะนำให้สมัคร ตนหลงเชื่อนำบัตรประชาชนและกรอกข้อมูลส่วนตัวและได้เปิดบัญชีเอาไว้ด้วย

ต่อมาได้มีเงินเข้าบัญชี อย่างแปลกประหลาดเป็นหลักหลายแสนบาท และเงินเข้าออก สุดท้ายตนได้ไปปรึกษากับอาจารย์ และเข้าแจ้งความที่ สภ.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ และเล่าเรื่องให้ตำรวจฟัง แต่เขาบอกให้ไปธนาคารเพื่อปิดบัญชีแต่ทางธนาคารแนะให้ถอนเงิน แต่ตนไม่ยอมเพราะหากถอนเท่ากับร่วมขบวนการหลอกลวงจึงไปแจ้งตำรวจอีกครั้ง แต่ สภ.แม่โจ้ก็ไม่ยอมรับแจ้งความเหมือนเดิมจึงปรึกษาทนายแล้วมาแจ้งที่ภาค 5 ดังกล่าว