ข่าวทั่วไทย » เชียงใหม่ “ปางช้างแม่สา” ยังไร้เงินซ่อมแซม “อัญชลี” ขอสื่อช่วยประกาศหา ผู้จัดการร่วมมรดก ทนายอ้างติดต่อไม่ได้ 9 วัน พร้อมขอรับบริจาคยางรถยนต์เก่าจำนวนมาก เพื่อจะนำไปใช้เป็นแนวป้องกันดินสไลด์ (คลิป)

เชียงใหม่ “ปางช้างแม่สา” ยังไร้เงินซ่อมแซม “อัญชลี” ขอสื่อช่วยประกาศหา ผู้จัดการร่วมมรดก ทนายอ้างติดต่อไม่ได้ 9 วัน พร้อมขอรับบริจาคยางรถยนต์เก่าจำนวนมาก เพื่อจะนำไปใช้เป็นแนวป้องกันดินสไลด์ (คลิป)

11 ตุลาคม 2022
90   0

Spread the love

ปางช้างแม่สา ยังไร้เงินซ่อมแซม อัญชลี ขอสื่อช่วยประกาศหา ผู้จัดการร่วมมรดก ทนายอ้างติดต่อไม่ได้ 9 วัน ขณะเดียวกันนางอัญชลี ยังฝากสื่อช่วยประกาศอีกว่า ทางปางช้างแม่สา ขอรับบริจาคยางรถยนต์เก่าจำนวนมาก เพื่อจะนำไปใช้เป็นแนวป้องกันดินสไลด์ ท่านใดประสงค์จะบริจาคมอบยางรถยนต์เก่า ให้กับปางช้างแม่สาเพื่อช่วยเหลือปางช้าง สามารถให้ปางช้างแม่สาไปรับเอง หรือขนมามอบที่ปางช้างแม่สา อำเภอแม่ริม หรือติดต่อไปที่คุณรัตนา ศรีหมอกเพื่อบริจาคยางรถยนต์?เก่าที่เบอร์โทรศัพท์ 081 – 882-3738, 089-838-4242 ได้ทุกวันเวลา

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2565 นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ถึงความคืบหน้ากรณีดินสไลด์ตรงริมน้ำบริเวณใกล้ๆ กับสะพานที่เป็นสะพานแห่งเดียวที่เรายังเหลืออยู่ ในขณะนี้ซึ่งเราใช้ขนถ่ายหญ้า เพื่อนำไปเลี้ยงช้าง แต่ว่ารถยังข้ามไม่ได้นั้น ในตอนนี้ทำเสร็จแล้ว ที่ทำเสร็จแล้วนี่คือหมายความว่าตรงจุดนี้ เราก็แก้ไขปัญหาไปได้พอสมควร ก็คือได้นำวัสดุมาสร้างแนวกันดิน ไม่ให้มีการสไลด์หรือว่าการพังทลายของดินที่อยู่ริมน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งตรงจุดนี้เราก็ทำไปได้พอประมาณแล้ว เราก็จะต้องย้ายไปทำอีกฝั่งนึงของปางช้างแม่สา ก็คือด้านในฝั่งของบริเวณปางช้างแม่สา ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนเช่นกัน เพราะว่ามีดินสไลด์ถล่มลงมา แล้วก็มันเกี่ยวกับเรื่องของทางเดินของช้าง และเกี่ยวข้องกับสถานที่ช้างจะต้องอยู่ ตอนนี้ก็จะต้องทำเร่งด่วนและเรื่องของควาญก็คือเราต้องช่วยกัน พนักงานเราก็มีจำนวนน้อย

หลังจากที่ทำตรงนี้เสร็จแล้ว ผู้จัดการก็จะขอให้พนักงานได้มีเวลาพักผ่อนสัก 2 – 3 วัน เพื่อที่จะย้ายไปดูจุดอื่น ซึ่งจุดที่ตอนนี้เราพบแล้วก็เราคิดว่าตรงนี้ก็เสี่ยงกับอันตราย ก็คือจุดที่อยู่หน้าบริเวณด้านหน้าปางช้าง บริเวณร้านกาแฟและก็ร้านขายของที่ระลึก ส่วนชั้นล่างเนี่ยจะเป็นส่วนของห้องน้ำกับห้องเก็บของ น้ำก็ได้กัดเซาะเข้าไปแล้วก็ทำให้อาคารได้รับความเสียหาย เสี่ยงต่อการที่อาจจะทำให้อาคารไม่มีความมั่นคงแข็งแรงอีกต่อไป จุดนี้ก็เป็นจุดสำคัญที่จะต้องถูกแก้ไขโดยเร่งด่วนต่อเนื่องกันต่อไป

ส่วนในเรื่องของการสร้างสะพานข้ามน้ำแม่สา ของนักท่องเที่ยวตรงนี้เราได้คุยกับบริษัทรับเหมา ที่จะมาสร้างสะพานใหม่แล้ว ซึ่งจะต้องมีการคำนวณเรื่องของวัสดุและค่าใช้จ่าย ซึ่งตอนนี้บริษัทปางช้าแม่สา กำลังรอการยื่นเสนอแบบ แล้วก็ราคาของสะพานที่จะทำขึ้นมาใหม่ เพื่อที่จะรองรับนักท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นตอนนี้เราก็ยังไม่ได้เริ่มงาน เพราะฉะนั้นเราก็ยังกะเกณฑ์ไม่ได้ว่าค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในปางช้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสะพานหรือว่าโครงสร้างต่างๆ ที่เราจะต้องจะต้องแก้ไข แล้วก็จะต้องสร้างขึ้นมาใหม่ จะต้องใช้เงินจำนวนเท่าไหร่


แต่อย่างไรก็ตามเราก็จะพยายามในทุกๆวัน ที่จะติดตามเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ เพราะว่ามันมีผลกระทบเกี่ยวกับเรื่องของการท่องเที่ยว เพราะตอนนี้นักเที่ยวก็เริ่มเข้ามาที่จังหวัดเชียงใหม่ เราก็ได้รับการติดต่อเข้ามาว่าอยากจะเข้ามาชมช้างที่ปางช้างแม่สาทุกวันเลย จะต้องมีข้อความเข้ามาที่เพจปางช้างแม่สา แล้วก็จะถามว่าเปิดหรือยังแล้วก็จะเปิดเมื่อไหร่ ตอนนี้ก็เรียนให้ทราบว่าปัญหามีอยู่ 2 ข้อ ข้อที่ 1 ก็คือเรื่องของการเตรียมงาน ว่างานที่ทำนั้นน่ะเราจะทำอะไร ข้อที่ 2 ก็คือเรื่องของค่าใช้จ่ายเมื่อเราจะต้องมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่แล้วเรามีเงินพอที่จะนำมาใช้จ่ายหรือไม่อย่างไร

นางอัญชลี กล่าวต่อไปว่า สำหรับเงินที่จะนำมาเป็นเงินทุน ในการที่เราจะมาสร้างปางช้างแม่สา ในส่วนที่เสียหายเราก็จะไม่สร้างภาระให้กับหน่วยงานใดทั้งสิ้นเรามีมรดกของนายชูชาติ กัลพิจิตร ผู้บิดาซึ่งเป็นผู้ที่ก่อตั้งปางช้างแม่สา มาตั้งแต่ 2519 ซึ่งตอนนี้คดีได้สิ้นสุดลงแล้ว แล้วก็มีคำสั่งให้มีผู้จัดการมรดก 2 คนก็คือนางอัญชลี กัลมาพิจิตร และนางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร และให้จัดการทรัพย์สินตามพินัยกรรม ตอนนี้อย่างที่เรียนให้ทราบว่าจะมีอยู่ 1 บัญชี ซึ่งนายชูชาติ กัลมาพิจิตร ได้เขียนไว้ในพินัยกรรมให้ บริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด เป็นผู้รับมรดกหรือว่ารับเงินจากบัญชีนี้เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายของปางช้างแม่สา เป็นเงินทุนหมุนเวียนสามารถนำมาใช้ได้เลย ซึ่งตอนนี้เราเช็คแล้วมีเงินอยู่ประมาณ 15 ล้านบาท ซึ่งวันก่อนทนายของนางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตรก็ได้พูดว่าเขาคิดว่าเงินของ บริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด มีส่วนอยู่ในนั้นน่ะ 8 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเขาจะกันไว้เพราะว่าเขายังมีคดีความที่ขอแบ่งสินสมรสอยู่ ซึ่งตรงนี้ในเมื่อเราประสบอุทกภัย มีภัยพิบัติตามธรรมชาติและต้องใช้เงินเยอะขนาดนี้มันก็เป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าซึ่งทำให้เราได้ติดต่อเขาไปแล้วว่าเราจะขอรับเงินจำนวน 8 ล้านบาท

นี่ก่อนส่วนในเรื่องที่เขาอ้างว่ายังติดในเรื่องคดีของการแบ่งสินสมรสอยู่ก็ไม่เป็นไร ตรงนั้นก็ให้ดำเนินการต่อไปตามกระบวนการยุติธรรมอะไรก็ว่ากันไป ทีนี้วันนี้ตนเองจะให้ทางทนายได้คุยกันในเรื่องของการที่ผู้จัดการมรดก 2 คน จะสามารถไปเบิกเงินจำนวนนี้ออกมาใช้ก่อนได้ไหมแล้วก็จะไปกันได้ในวันที่เท่าไหร่ แต่จริงๆแล้วทางนาวฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตรได้มีเอกสารมานัดไปเบิกเงินที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัดสาขาแม่ริม ในวันที่ 18 ตุลาคมที่จะถึงนี้เขาได้มีหนังสือนัดมาอยู่แล้ว คือเขาต้องการที่จะให้เราเบิกเงินเป็นค่าใช้จ่ายให้กับทางนางฐิติรัตน์ จำนวน 60,000 บาท แต่ตอนนี้เรามีเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เราจะต้องใช้เงินจำนวนมากในการที่จะต้องฟื้นฟู “ปางช้างแม่สา” แล้วก็ขอเจรจาเขาว่าเราขอเบิกเงินจำนวน 8 ล้านบาท ส่วนเรื่องของเงิน 600,000 ทาง บริษัทปางช้างแม่สาไม่ติดใจอะไร ว่าเราจะต้องสอบถามไปในวันนี้อีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าเราต้องมีความจำเป็นที่เราจะต้องใช้เงินกันทุกวัน เพื่อมาสร้างปางช้างแม่สา ขึ้นมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เพื่อรองรับท่องเที่ยวใหม่ แล้วก็สามารถที่จะเปิดให้ได้ไวที่สุด เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาที่จังหวัดเชียงใหม่

ในเรื่องนี้ถ้ามีความคืบหน้าในด้านการเบิกเงินจากกองมรดกไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเบิกเพื่อมาใช้จ่ายในบริษัทบางครั้งแม่สา หรือว่าเบิกเป็นค่าใช้จ่ายของผู้จัดการมรดกอีกท่านหนึ่ง ก็จะนำมาเรียนให้กับทุกคนได้ทราบต่อไป แต่ว่าตอนนี้ที่แน่ๆ ก็คือวันที่ 18 ต.ค.นี้ ได้มีการนัดหมายเพื่อที่จะไปที่ธนาคารกรุงเทพฯ ในช่วงบ่ายอยู่แล้ว ส่วนวันที่ 19 ต.ค. ก็มีการนัดหมายที่ จะเข้าไปตรวจดูทรัพย์สินในบ้านล้านช้าง ของคุณพ่อชูชาติ กัลมาพิจิตรในช่วงเช้าและในช่วงบ่ายก็จะมีการนัดหมายที่สำนักงานที่ดินสาขาแม่ริม เพื่อที่จะโอนที่ดินในเขตอำเภอแม่ริม ให้กับบริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด ซึ่งในครั้งนี้เราก็พร้อมที่จะรับโฉนดแล้วก็รับที่ดินมาเพื่อที่นำเข้าสู่บริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด ต่อไป

นางอัญชลีเผยต่อว่า ซึ่งตอนเที่ยงที่ผ่านมา ทางด้านทนายวรพงษ์ได้ติดต่อไปยังทนายของนางฐิติรัตน์ กัลมามาพิจิตร ผู้จัดการมรดกร่วมอีกคนนึง เนื่องจากเราต้องการเบิกเงินจากบัญชีที่คุณพ่อชูชาติ กัลมาพิจิตร ที่ได้มอบให้ กับบริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด ตามพินัยกรรม ซึ่งทางเราจะขอเบิกเงินจำนวน 8 ล้านบาท ออกมาเป็นค่าใช้จ่ายซึ่งทนายของนางฐิติรัตน์ ได้อ้างว่าติดต่อนางฐิติรัตน์ ไม่ได้ติดต่อไม่ได้เลย ทนายของนางอัญชลี ก็ถามว่าติดต่อไม่ได้ตั้งแต่วันโน้นเลยหรอ ก็คือประมาณวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา เค้าบอกใช่ ก็ติดต่อลูกค้าก็ไม่ได้ ซึ่งตรงนี้เอง ทนายวรพงษ์ ได้โทรมารายงานให้ตนเอง ได้รับทราบแล้ว แล้วตนเองก็คุยกับทนายแล้วว่า ถ้าทนายของนางฐิติรัตน์ ไม่สามารถติดต่อได้จริงๆ ตนเองต้องประกาศตามหานางฐิติรัตน์ ผู้จัดการมรดกร่วม เพื่อที่จะต้องมาทำหน้าที่ในการจัดการทรัพย์สินของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร เพราะฉะนั้นก็ขอให้ทนายวรพงษ์ ได้โทรกลับไปเพื่อแจ้งให้ทนายของนางฐิติรัตน์ ได้ทราบว่าเขาควรจะหาทางหรือหาวิธีที่จะติดต่อกับนางฐิติรัตน์ ให้ได้ภายในวันพรุ่งนี้ก็คือวันที่ 12 ตุลาคม เพราะว่าเรามีค่าใช้จ่ายเร่งด่วนที่จะต้องใช้หลายรายการด้วยกันแล้วสิ่งเดียวที่เราจะจัดการเรื่องของปางช้างแม่สาได้ เราก็ต้องใช้เงินซึ่งเป็นมรดกของคุณพ่อ ก็คือคุณพ่อชูชาติ กัลมาพิจิตร ที่ได้มอบให้กับปางช้างแม่สา ชัดเจนอยู่ตามในที่พินัยกรรม ก็ขอแจ้งให้สื่อฯ ได้ทราบตามนี้ หากว่าถ้าไม่พบตัวนางฐิติรัตน์ อาจจะต้องประกาศตามหาตามสื่อฯ เพื่อให้รีบมาทำหน้าที่ของผู้จัดการมรดกร่วมต่อไป

นางอัญชลี ยังฝากสื่อช่วยประกาศอีกว่า ทางปางช้างแม่สา ขอรับบริจาคยางรถยนต์เก่าจำนวนมาก เพื่อจะนำไปใช้เป็นแนวป้องกันดินสไลด์ ท่านใดประสงค์จะบริจาคมอบยางรถยนต์เก่า ให้กับปางช้างแม่สาเพื่อช่วยเหลือปางช้าง สามารถให้ปางช้างแม่สาไปรับเอง หรือขนมามอบที่ปางช้างแม่สา อำเภอแม่ริม หรือติดต่อไปที่คุณรัตนา ศรีหมอกเพื่อบริจาคยางรถยนต์?เก่าที่เบอร์โทรศัพท์ 081 – 882-3738, 089-838-4242 ได้ทุกวันเวลา