ข่าวทั่วไทย » เชียงใหม่ รองแม่ทัพภาคที่ 3 แนะกอ.รมน.ดตรวจสอบพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานเนื่อง

เชียงใหม่ รองแม่ทัพภาคที่ 3 แนะกอ.รมน.ดตรวจสอบพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานเนื่อง

6 มกราคม 2021
112   0

Spread the love

รองแม่ทัพภาคที่ 3 แนะกอ.รมน.จังหวัดตรวจสอบพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานเนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อประชาชน

จากการเฝ้าตรวจสอบสภาพอากาศและจุดความร้อนสะสมในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือของกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า พบว่า มี 2 พื้นที่ ได้แก่ อ.เมือง จว.พิษณุโลก และ อ.แม่แจ่ม จว.เชียงใหม่ ที่เริ่มมีค่า pm 2.5 pm 10 และ AQI เกินค่ามาตรฐานติดต่อกันหลายวันในช่วงนี้


พลตรี ถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะรองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ได้ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเข้าตรวจสอบสาเหตุของสภาพอากาศในแต่ละจังหวัด พร้อมแนวทางการแก้ไขในแต่ละจุดเพื่อควบคุมไม่ให้สภาพอากาศส่งผลกระทบกับการดำเนินชีวิตของประชาชน


ทั้งนี้จากการบินสำรวจของกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่พบว่า บางพื้นที่ทางโซนเหนือ ด้าน อ.เวียงแหง อ.ฝาง อ.ไชยปราการ มีการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ที่มีการควบคุมเป็นระยะ เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อปริมาณฝุ่นละออง เนื่องจากข่วงนี้สภาพอากาศนิ่ง ความกดอากาศสูง จึงต้องควบคุมเป็นพิเศษ


ทางด้าน พ.อ.วัชรพงศ์ แก้วแจ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด พ.ล.(ท.) ได้รับรายงานจาก นายธีรัชสิทธิ์ วงศ์วาน ผอ.สง.ทสจ.พ.ล./หน.ฝ่ายประสานการปฏิบัติฯ กอ.รมน.จังหวัด พ.ล. มอบหมายเจ้าหน้าที่ตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ ต.ในเมือง อ.เมือง, จ.พิษณุโลก


ผลการตรวจวัด สภาพอากาศช่วงเช้า พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) มีค่า 52 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (?g/m3) อยู่ในเกณฑ์ เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งสาเหตุเกิดจากเกิดจุดความร้อนเกิดขึ้นในพื้นที่การเกษตรของ อ.วัดโบสถ์ อ.บางกระทุ่ม อ.บางระกำ และ อ.พรหมพิราม โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าสงวน ป่าอนุรักษ์ อ.วัดโบสถ์ ป่าสงวน อ.ชาติตระการ ประกอบกับช่วงนี้อากาศหนาวเย็นลง ความกดอากาศสูง ส่งผลให้ค่าปริมาณฝุ่นละอองสูงขึ้น โดยในขณะนี้ กอ.รมน.จว.พ.ล. ได้จัดเจ้าหน้าที่ของจังหวัด และ อำเภอ ลงพื้นที่ให้คำแนะนำกับ ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ และ ประชาชน ห้ามเผาป่า พื้นที่การเกษตร และให้ช่วยกันดูแลป่า เพื่อสุขภาพของตนเองและผู้อื่น