ข่าวทั่วไทย » เชียงใหม่ บก.คฟป.ทภ.3 สน. รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ

เชียงใหม่ บก.คฟป.ทภ.3 สน. รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ

16 มกราคม 2021
94   0

Spread the love

กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า(บก.คฟป.ทภ.3 สน.) รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ พบว่ามีค่า PM ๒.๕ ระหว่าง 40 – 83 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, ค่า PM ๑๐ ระหว่าง 48 – 123 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรและค่าAQIระหว่าง 41 – 182 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรซึ่งคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง ถึง เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคเหนือตอนล่างได้แก่ จังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี สำหรับภาคเหนือตอนบนจังหวัดที่มีค่าคุณภาพอากาศสูง ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง พะเยาและจังหวัดตาก

ในส่วนของกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้าที่ผ่านมา พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะรองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ขอให้ กอ.รมน.จว. และ ชุดรณรงค์สร้างจิตสำนึก เร่งตรวจสอบและรายงาน ให้ บก.คฟป.ทภ.3 สน. ทราบ เนื่องจากค่า PM 2.5 ในแต่ละจังหวัดค่าเฉลี่ยอยู่ในสีส้ม ซึ่งมีผลต่อสุขภาพของประชาชน

ทางด้านกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) แจ้งว่า สืบเนื่องจากแนวโน้มการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละออง และจุดความร้อน ประกอบกับการคาดการณ์สภาพอุตุนิยมวิทยา ที่เอื้อต่อการสะสมตัวของฝุ่นละออง ในวันที่ 16 ม.ค. 64 ทั้งนี้ขอให้ 17 จังหวัดภาคเหนือ เร่งรัดการควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองทุกประเภท โดยเฉพาะไฟป่าและการเผาในที่โล่ง และอาจพิจารณาชะลอการบริหารจัดการเชื้อเพลิงโดยการชิงเผา พร้อมทั้ง ขอให้ดำเนินมาตรการในการเฝ้าระวังและบรรเทาผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน

ทั้งนี้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) : GISTDA รายงานผลการเกิดจุดความร้อนจากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS บันทึกข้อมูลเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2564 พบจุดความร้อนประเทศไทย รวม 700 จุด พบมากที่สุด จังหวัด ลำปาง 74 จุด เชียงใหม่ 59 จุด และเพชรบูรณ์ 50 จุด


ในส่วนของจังหวัดสุโขทัย ค่าคุณภาพอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM ๒.๕ ณ สถานีตรวจวัดเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี อ.เมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย มีค่าเกินมาตรฐาน เท่ากับ 64 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คาดว่าสาเหตุน่าจะเกิด จาก การสะสมตัวของค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก จากการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและการเผาในที่โล่งจากจังหวัดข้างเคียง เนื่องจากจังหวัดสุโขทัย ในห้วงวันที่ 14 – 16 ม.ค. 64 มีจุด Hotspot ตรวจจับด้วย ดาวเทียม suomi viirs พบเกิดจุด Hotspot ขึ้น รวมแล้วจำนวนเพียง รวม 10 จุด โดยตรวจสอบทิศทางลม เป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านจังหวัดสุโขทัย พัดขึ้นเหนือ โดยเช้าวันนี้ ลมสงบ ประกอบกับความกดอากาศสูง ช่วงเช้าอากาศยกตัวได้น้อย ซึ่งจังหวัดสุโขทัย ตอนเหนือสภาพภูมิประเทศ เป็นที่ราบสูงมีภูเขาเป็นพืดยาวมาทางทิศตะวันตก ลักษณะคล้ายเกือกม้าทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ ดังนั้นประชาชน ควรงดกิจกรรมการเผาในที่โล่ง และกิจกรรมใด ๆ ที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในพื้นที่


ขณะที่ กอ.รมน.จังหวัด อุตรดิตถ์ รายงานสาเหตุค่าฝุ่นละอองในพื้นที่ ตรวจพบจุดความร้อนจำนวน 5 จุด และได้ตรวจพบจุดความร้อนทางภาคกลาง และประเทศเพื่อนบ้าน (ประเทศกับพูชา)และจังหวัดใกล้เคียงในหลายพื้นที่ ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดจากใต้ขึ้นเหนือซึ่งได้พัดพาฝุ่นละอองจากพื้นที่ดังกล่าวมายังพื้นที่ จว.อุตรดิตถ์ประกอบการระบายฝุ่นควันของอากาศ ในวันที่ 16-19 ม.ค.64 อยู่ในระดับปานกลางทำให้การระบายอากาศได้ไม่ดี จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละอองในพื้นที่ จว.อุตรดิตถ์และเกิดการเพิ่มขึ้นของฝุ่นละออง ทั้งนี้ได้ส่งหน่วยงานในพื้นที่ที่เกิดจุดความร้อนเข้าดำเนินการดับไฟ และได้แนะนำขาวบ้านที่ทำการเผาในพื้นที่เกษตรให้ควบคุมการเผา หากไม่จำเป็นไม่งดเว้นการเผาไปก่อน และได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใส่หน้ากากกันฝุ่นละอองและรักษาสุขภาพให้แข็ง

ในส่วนของ อ.เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ นายชัชวาลย์ พุทธโธ นายอำเภอเชียงดาว ได้ตรวจสอบพื้นที่ภายหลังสภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ พบว่า จุด hotspot ที่เกิดขึ้นไม่อยู่ในแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงของอำเภอ โดยไฟดังกล่าวพบมากที่สุดอยู่ในพื้นที่ของตำบลปิงโค้ง อยู่ในป่าลึก และบางส่วนได้ลามไปถึงสันเขาทำให้ยากแก่การเข้าไปดับไฟ ขณะนี้นายอำเภอเชียงดาวในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯอำเภอเชียงดาว ได้สั่งการให้หน่วยงานป่าไม้และความมั่นคงเพิ่มความถี่ในการออกลาดตระเวนในพื้นที่จุดเสี่ยงเพื่อเฝ้าระวังและจับกุมตัวผู้กระทำความผิดเพื่อลดการเกิด จุด hotspot โดยให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป