เชียงใหม่ “ท๊อป” อ้อนขอคะแนนกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ ร่วมกินข้าวปุกโชว์ ฉลองปีใหม่ลาหู่ บ้านป่าตึงน้อย(คลิป)

นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม หรือ“ท๊อป” อ้อนขอคะแนนกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ ร่วมกินข้าวปุกโชว์ ฉลองปีใหม่ลาหู่ บ้านป่าตึงน้อย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ 

บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อวันที่ผ่านมา นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม หรือ “ท๊อป” ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ เขต 3 หมายเลข 8 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ณ บ้านป่าตึงน้อย ตำบลป่าป้อง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอคะแนนเสียงจากกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่

การลงพื้นที่ครั้งนี้ “ท๊อป” ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวบ้าน โดยแต่งกายด้วยชุดประจำชาติพันธุ์ลาหู่ ร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ลาหู่ สร้างความประทับใจแก่พี่น้องชนเผ่าอย่างใกล้ชิด จนกลายเป็นขวัญใจของชุมชนภายในงาน

นายจักรพลได้ร่วมเต้นรำตามวัฒนธรรมพื้นบ้านอย่างสนุกสนาน และร่วมตำ “ข้าวปุก” หรือ “ข้าวปุกโชว์” ซึ่งเป็นอาหารสัญลักษณ์สำคัญในเทศกาลขึ้นปีใหม่ของกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ สะท้อนถึงการให้ความสำคัญและเคารพในอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชนเผ่า

นอกจากนี้ ยังได้เปิดโอกาสรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ ทั้งด้านคุณภาพชีวิต การศึกษา ที่ดินทำกิน และการพัฒนาสาธารณูปโภค พร้อมยืนยันจะผลักดันเสียงของกลุ่มชาติพันธุ์ให้ได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร

บรรยากาศการพบปะเป็นไปด้วยความเป็นกันเอง เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ สะท้อนความผูกพันระหว่างผู้สมัครกับชุมชน และตอกย้ำถึงการเมืองที่เข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง

เชียงใหม่ ศูนย์ปฏิบัติธรรม ธรรมสถานม่อนพญานาคราช แม่ออน จัดสวดมนต์ข้ามปี จุดเทียนพญานาค เสริมบารมีรับศักราชใหม่(คลิป)

ศรัทธาล้นหลาม ศูนย์ประฏิบัติธรรม ธรรมสถานม่อนพญานาคราช อ.แม่ออน เชียงใหม่ จัดสวดมนต์ข้ามปี จุดเทียนพญานาค เสริมบารมีรับศักราชใหม่

วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรม ธรรมสถานม่อนพญานาคราช อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการจัดกิจกรรม “รวมพลังศรัทธา สวดมนต์ข้ามปี เสริมบารมีรับปีใหม่” เพื่อส่งท้ายปีเก่า พ.ศ.2568 และต้อนรับปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ท่ามกลางบรรยากาศแห่งศรัทธาและความเป็นสิริมงคล โดยมี ครูบาชัยประสิทธิ์ ภิกขุ ประธานมูลนิธิราวาวดีวัฒกานนท์ เป็นประธานในพิธี นำคณะสงฆ์ประกอบพิธีสวดมนต์ข้ามปี พร้อมแสดงธรรมเทศนาเนื่องในโอกาสเปลี่ยนพุทธศักราชใหม่ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยสติ ปัญญา และคุณธรรม

ภายในงานมีพุทธศาสนิกชนและประชาชนผู้มีจิตศรัทธาจากหลายพื้นที่เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ร่วมกันสวดมนต์ เจริญจิตภาวนา และประกอบพิธี จุดเทียนพญานาค เพื่อเสริมดวง เสริมบารมี และความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

เมื่อถึงช่วงเวลาเปลี่ยนพุทธศักราชใหม่ ได้มีการจุดพลุเฉลิมฉลองอย่างสวยงาม สร้างความประทับใจและแรงศรัทธาแก่ผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง ท่ามกลางเสียงสวดมนต์และบรรยากาศอันสงบงดงาม สะท้อนถึงการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยพลังแห่งความดีและศรัทธาในพระพุทธศาสนา

กิจกรรมดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งงานบุญสำคัญที่ช่วยสืบสานประเพณีการสวดมนต์ข้ามปี และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในการก้าวสู่ปีใหม่อย่างมีสติและเป็นมงคล

เชียงใหม่ วัดศรีสุพรรณจังหวัดเชียงใหม่ จัดงานเทศกาลเครื่องเงินเครื่องเขิน เชียงใหม่ ครั้งที่ 8 เพื่อสืบสานมรดกชุมชน สร้างมูลค่าและคุณค่าแก่งานศิลปกรรม(คลิป)

วัดศรีสุพรรณจังหวัดเชียงใหม่ จัดงานเทศกาลเครื่องเงินเครื่องเขิน เชียงใหม่ ครั้งที่ 8 เพื่อสืบสานมรดกชุมชน สร้างมูลค่าและคุณค่าแก่งานศิลปกรรม และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงใหม่ งานมีไปจนถึง 1 มกราคม 2569


ที่ลานชุมชนยลวิถี วัดศรีสุพรรณ ตำบลหายยา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นาย ศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมพระครู พิทักษ์สุทธิคุณ ประธานคณะกรรมการชุมชนยลวิถี วัดศรีสุพรรณ นาง กรวรรณ สุ่มมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งคณะกรรมการ 3 วัด 3 ชุมชนย่านวัวลาย ร่วมกันเปิดงานเทศกาล เครื่องเงินเครื่องเขิน ครั้งที่ 8 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2569 ชมการแสดงของนักเรียน โรงเรียนชุมชนวัดศรีสุพรรณ ที่สวยงามอ่อนช้อย

ภายในงานมีการออกร้านจำหน่าย เครื่องเงิน ที่เป็นเครื่องประดับ กระเป๋า กำไล สร้อยคอ เข็มขัดเงิน องค์พระพิฆเนศ ที่ทำจากโลหะเงิน ภาชนะที่ทำจากเครื่องเงิน การตอกเส้น คลายความเมื่อยล้า การดุลลายโลหะ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ให้ความสนใจ เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

พระครูพิทักษ์สุทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีสุพรรณ พร้อมนายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เข้ากราบสักการะ พระเจ้าเจ็ดตื้อ หรือพระพุทธปาฎิหาริย์ องค์พระประธาน ในพระวิหารอุโบสถเงิน หลังแรกของโลก และร่วมกิจกรรม มหัศจรรย์อุโบสถเงินยามค่ำคืน จุดผางประทีป เดินเวียนเทียนรอบอุโบสถเงิน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และนักท่องเที่ยว เข้าร่วมงานจำนวนมาก ทางพระครูพิทักษ์สุทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีสุพรรณ ยังผูกข้อมือให้พร กับหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน และนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน เพื่อความเป็นสิริมงคล ในช่วงเทศกาลปีใหม่

การจัดงาน เทศกาลเครื่องเงินเครื่องเขิน เพื่อประชาสัมพันธ์สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ชุมชน วัดศรีสุพรรณ สร้างการรับรู้ในวงกว้าง ภายในงาน ยังมีการสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม กาดหมั้ว ครัวเงิน ครัวเขิน กิจกรรม Work shop

เชียงใหม่ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นหมูตุ๋นหม้อไฟ ร้านรสเด็ดดี ย่านสี่แยกวัดป่าแพ่ง กลางเมืองเชียงใหม่ สูตรลับของคุณยาย มากว่า 70 (คลิป)

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นหมูตุ๋นหม้อไฟ ร้านรสเด็ดดี ย่านสี่แยกวัดป่าแพ่ง กลางเมืองเชียงใหม่ สูตรลับของคุณยาย มากว่า 70 ปี ตกทอดมาถึงทายาทรุ่นที่ 3 หรือรุ่นหลาน รสชาติยังหอมกลิ่นสมุนไพร และน้ำซุปกลมกล่อม


นาย สุกฤษฎิ์ เปรมภูติ อายุ 44 ปี จากพ่อค้าขายสินค้าออนไลน์ รับไม้ต่อ สูตรก๋วยเตี๋ยว เนื้อตุ๋น หมูตุ๋น หม้อไฟ สูตรลับของคุณยาย ส่งต่อคุณแม่ และรับไม้ต่อ เป็นทายาทรุ่นที่ 3 มาเปิดร้านขาย ชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดดี ย่านสี่แยกวัดป่าแพ่ง ถนนรัตนโกสินทร์ ในตัวเมืองเชียงใหม่ สูตรที่คุณยาย เคยเปิดขายเมื่อ 70 ปีที่ผ่านมา

เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวในตำนาน นำสูตรมาปรับนิดหน่อย ให้เข้ากับยุคสมัย ทำให้มีลูกค้าแวะเวียน มารับประทาน ทั้งซื้อใส่ถุงกลับบ้าน และนั่งรับประทานในร้าน เมนูเด็ด เนื้อตุ๋นหม้อไฟ สูตรลับสมุนไพร รับประทาน กับข้าวสวยร้อนๆ มาครั้งแรก ต้องกลับมาซื้อรับประทานอีกเป็นครั้งที่ 2 จะสั่งเป็นแบบหม้อไฟ และแยกเส้นก็ได้ มีทั้ง เส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นหมี่ขาว หมี่เหลือง หรือวุ้นเส้น หรือจะสั่งเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น หรือก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นก็ได้

ร้านเปิดขายทุกวัน ไม่มีวันหยุด เปิด 8 โมงเช้า จนถึง 4 ทุ่ม ซึ่งเจ้าตัวกลับมาเปิดขาย ได้ประมาณ 4 เดือน ราคาก็เหมือนก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นทั่วไป ชามธรรมดา 70 บาท พิเศษ 100 บาท ชามเดียวอิ่ม หรือจะสั่งเป็นเกาเหลาหมูตุ๋นหม้อไฟราคา 160 บาท ส่วนก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น ชามธรรมดาราคา 60 บาท พิเศษราคาชามละ 80 บาท หากเป็นเกาเหลาเนื้อตุ๋นหม้อไฟ ราคา 200 บาท ขายหมดทุกวัน ยิ่งเห็นกำลังตุ๋นเนื้อในหม้อ ดูแล้วยิ่งน่ารับประทาน นักท่องเที่ยว ที่มาจากต่างจังหวัด เชิญลองมาแวะชิม มาแล้วไม่ผิดหวังของความอร่อย

เชียงใหม่ วัดโลกโมฬี จัดพิธีหล่อองค์พระนางวิสุทธิเทวี กษัตริยาพระองค์สุดท้ายในราชวงศ์มังราย เพื่อความเป็นสิริมงคลของบ้านเมือง(คลิป)

วัดโลกโมฬี จัดพิธีหล่อองค์พระนางวิสุทธิเทวี กษัตริยาพระองค์สุดท้ายในราชวงศ์มังราย เพื่อความเป็นสิริมงคลของบ้านเมือง ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยองค์พระนางหล่อด้วยเงินยวง เป็นรูปยืน สูง 1.75 เมตร น้ำหนักกว่า 50 กิโลกรัม ก่อนนำไปประดิษฐานที่วัดบ้านแปะ จอมทอง ให้อนุชนรุ่นหลังได้รำลึก-ศึกษา และสักการะบูชาต่อไป

วันนี้ (28 ธ.ค.68) พระเดชพระคุณ พระธรรมเสนาบดี เจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ ราชวรวิหาร เป็นประธานในพิธีหล่อองค์พระรูปพระนางวิสุทธิเทวี กษัตริยาพระองค์สุดท้ายในราชวงศ์มังราย ณ ลานวัดโลกโมฬี อ.เมืองเชียงใหม่ โดยมีพระเถระเกจิอาจารย์ ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล โอกาสนี้ ดร.พระครูไพบูลเจติยานุรักษ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาดวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ และประธานสงฆ์วัดโลกโมฬี นำคณะสงฆ์ ศรัทธาประชาชน นักท่องเที่ยว ร่วมพิธีล้นหลาม

พระนางวิสุทธิเทวี คือขัตติยนารีแห่งล้านนา ผู้ครองนครเชียงใหม่ตั้งแต่ พ.ศ. 2107 ถึง 2121 เมื่อกษัตริย์แห่งเมืองตองอูพม่า เข้ามายึดนครเชียงใหม่ แต่ได้ตั้งพระองค์ปกครองนครเชียงใหม่ต่อไป จึงถือเป็นราชวงศ์มังรายองค์สุดท้าย ครั้งนั้นพม่ากวาดต้อนผู้คนไปยังเมืองตองอู พระนางวิสุทธิเทวี ได้ติดตามไปกับข้าราชบริพารถึงบ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ได้นิมนต์สมเด็จแห่งวัดโลกโมฬี สร้างวัดวิสุทธาราม หรือวัดบ้านแปะ ขึ้นแล้วจารึกคำสั่งใน “หลาบเงิน” ให้ข้าราชบริพารกลุ่มหนึ่งเป็นข้าวัดดูแลพระสงฆ์ โดยไม่ต้องอพยพไปพม่า ดังปรากฏหลักฐานหลาบเงิน ณ วัดบ้านแปะ มาถึงทุกวันนี้

ดร.พระครูไพบูลเจติยานุรักษ์ ประธานสงฆ์วัดโลกโมฬี จึงดำริในการหล่อพระรูปพระนางวิสุทธิเทวี เพื่อประดิษฐาน ณ วัดวิสุทธาราม หรือวัดบ้านแปะ ให้อนุชนรุ่นหลังได้รำลึก-ศึกษา และสักการะบูชา โดยมอบให้มัคนายกประกอบพิธีบวงสรวง และอาราธนาพระเดชพระคุณพระธรรมเสนาบดี เจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ ราชวรวิหาร เป็นประธานในพิธีหล่อฯ โดยองค์พระรูปพระนางวิสุทธิเทวี มีขนาดความสูง 1.75 เมตร หล่อด้วยเงินยวง และโลหะผสม น้ำหนักกว่า 50 กิโลกรัม โดยเมื่อผ่านพิธีการหล่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะนำไปประดิษฐานไว้ ณ วัดบ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ต่อไป

เชียงใหม่ เปิดรับสมัคร สส.เชียงใหม่วันแรก มีผู้มาสมัครแบบแบ่งเขตจำนวนมาก แต่ละพรรคต่างขนกองเชียร์มาร่วมให้กำลังใจ (คลิป)

เปิดรับสมัคร สส.เชียงใหม่วันแรก มีผู้มาสมัครแบบแบ่งเขตจำนวนมาก แต่ละพรรคต่างขนกองเชียร์มาร่วมให้กำลังใจ สุดเซอร์ไพรส์นายกฯ หน่อย หนุนรองนายกฯลงสมัครสส. เขต1 ในนามพรรคกล้าธรรม

เช้าวันนี้(27 ธค.68 ) ที่โรงยิมนีเซียม 2 ภายในสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปีจังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 10 เขตเรียกว่าคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่บรรดาผู้สมัครและผู้สนับสนุนกองเชียร์พากันเดินทางมาตั้งแต่ก่อนเวลา 07.00 นโดยเฉพาะผู้สมัครแต่ละพรรคก็มาลงรายชื่อก่อนในเวลา 08.30 น ได้ขยายลงชื่อและตรวจเอกสารเตรียมความพร้อมก่อนยื่นใบสมัครตามเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงใหม่กำหนดไว้ ซึ่งมีหลายพรรคการเมืองมีแกนนำคนสำคัญมาร่วมส่งผู้รับสมัครในวันนี้

นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กกตและผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากเวลา 08.30 น. คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ตกลงต่อผู้มายืนสมัครที่มาก่อนเวลา จะจับชื่อ 2 ครั้ง เรียกลำดับจับรายชื่อ และจับหมายเลขยืนสมัคร เป็นเลขผู้สมัคร โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 1 มีแชมป์เก่า และตัวแทนจากกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม ซึ่งเป็นการเมือง ปัจจุบันเป็นคณะผู้บริหารเทศบาลนครเชียงใหม่ นำโดยอัศนีย์ บูรณุปกรณ์ นายกเทศบาลนครเชียงใหม่ ส่งรองนายกฯ ลาออกมาลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ เป็นสมาชิกกล้าธรรม ที่ทำเอาหลายคนถึงกับอึ่ง ไปตามๆกัน หลังจากจับได้หมายเลขของผู้สมัครแต่ละเขต เสียงของบรรดากองเชียร์ โฮร้องเชียร์ ชูส่งเสียงเลขของผู้สมัครของตนเองบริการด้านหน้าสถานที่รับสมัคร พร้อมมอบและมอบพวงมาลัยโดยเฉพาะดอกดาวเรืองให้แก่ผู้สมัคร ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับไปหาเสียงในเขตของตนเองทันที

ด้านรองอ๋อง หรือนาย ภวฤทธิ์ กาญจนเกตุ อดีตรองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่าจากเป็นการตัดสินใจของกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรมที่ส่งตนเองลงสมัครในครั้งนี้ ในนามพรรคกล้าธรรม เพราะกล้าทำ ตามที่ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า  แคนดีเดทนายรัฐมนตรีองพรรคกล้าธรรม กล้าที่ทำ กล้าที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมเมืองเชียงใหม่ ปัญหาการจราจรต่างๆ ที่บางอย่างท้องถิ่นไม่สามารถแก้ไขได้ ต้องระดับรัฐบาล จึงทำให้ต้องมีคนเชื่อมหากตนได้รับเลือกตั้งปัญหาต่างๆ จะได้รับการเชื่อมร่วมกับรัฐบาลเสนอแก้ไขปัญหาร่วมไปกับท้องถิ่น เพราะบางอย่างท้องถิ่นทำได้ และทำไม่ได้ เพราะพรรคกล้าทำและทำจริงๆ จึงตัดสินเข้าร่วมกับพรรคกล้าธรรม มีความพร้อมมีความมั่นได้รับชัยชนะในครั้งนี้

พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข ผู้สนับสนุนการเลือกตั้งพรรคกล้าธรรม กล่าวว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นวาระสำคัญต่อประเทศชาติ สิทธิของเราในการใช้ครั้งนี้มีความหมาย อยากให้พี่น้องประชาชนได้ทบทวนว่าสิ่งที่ผ่านมาการใช้สิทธิเลือกตั้ง ท่านเลือกใคร คนๆนั้นรู้จักเราหรือไม่ ที่สำคัญเขาเคยช่วยเหลือเราในการพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาชุมชนของ่ทานหรือไม่ วันนี้เป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อยากจะฝากว่าขอให้พี่น้องให้โอกาสเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถพร้อมช่วยเหลือท่านได้ทันท่วงที เหมือนที่ทางพรรคได้ตั้งสโลแกนไว้ว่าเราทำมากกว่าพูดแน่นอน ดังนั้นผู้แทนของพรรคที่ลงสมัครในครั้งนี้โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ล้วนแล้วแต่เคยเป็นผู้นำในท้องถิ่น ได้รับความเชื่อถือจากประชาชนและเป็นคนที่ช่วยเหลือประชาชน

ลำพูน เปิดตัว “น้องแป้ง” พัชราภรณ์ เอื้องฟ้า นักธุรกิจนักเรียนนอกรุ่นใหม่บริหารธุรกิจโรงแรม ชิง ส.ส.เขต 1 ลำพูน(คลิป)

เปิดตัว “น้องแป้ง” พัชราภรณ์ เอื้องฟ้า นักธุรกิจนักเรียนนอกรุ่นใหม่บริหารธุรกิจโรงแรม ชิง ส.ส.เขต 1 ลำพูน พรรค ปชป. คู่แข่งสำคัญ พท.

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.68 ที่สำนักงานของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แป้ง นส.พัชราภรณ์ เอื้องฟ้า ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งอยู่สี่แยกเหมืองง่า หมู่ 1 อ.เมือง จ.ลำพูน เปิดแถลงข่าวเปิดตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 1 จ.ลำพูน รับสมัครวันที่ 27 ธ.ค.68 สถานที่รับสมัคร ที่สำนักงาน อบจ.ลำพูน

ประวัติ “แป้ง” พัชราภรณ์ เอื้องฟ้า ทำงานทางการเมือง เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 18 ส.ค.68 พ้นสภาพ (ลาออก) วันที่ 27 ต.ค.68 จากนั้นเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย และไม่สามารถทำตามข้อตกลงของพรรคที่เสนอเงื่อนไขให้ได้ จึงออกจากพรรคฯ แต่ยังได้ลงพื้นที่พบชาวบ้านตลอด 6 เดือน ระหว่างหาลงสมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จนกระทั้งผู้ใกล้ชิดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้มองเห็นว่ามีดีกรีความสามารถ จึงแจ้งให้หัวหน้าพรรคฯทราบ จนได้เข้าไปแนะนำตัวกับสาขาพรรค ปชป. จ.ลำพูน และเข้าพรรคในที่สุด พร้อมลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคประชาธิปัตย์ในศึกการเลือกตั้งในครั้งนี้

ประวัติการศึกษา พ.ศ.2552 จบปริญญาตรี บริหารธุรกิจบัญฑิต (สาขาการจัดการ) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ.2557 จบปริญญาโท บริหารธุรกิจระหว่างประเทศ สาขาการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว CESAR BITZ COLLEGES ประเทศสวิตเซอร์แลลด์ พ.ศ.2557 ปริญญาโท ศิลปศาสตร์มหาบัญฑิต สาขาการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ UNIVERSITY OF DERBY สหราชอาณาจักร ปัจจุบันกำลังศึกษาต่อปริญญาโท คณะรัฐศาสนตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ สาขาการเมืองการปกครอง มาวิทยาลัยเชียงใหม่

“แป้ง” พัชราภรณ์ ให้สัมภาษณ์ เปิดเผยว่า “แป้งคือแป้ง” แป้งไปพบชาวบ้านทุกคนทุกครั้ง จะบอกชาวบ้านย้ำว่า แป้งคือแป้ง นั้นคือ ถึงแป้งจะอยู่บ้านไหนพรรคไหน แป้งก็จะทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนตลอดไปอยู่แล้ว

“เท่าที่แป้งสนใจการเมือง และเข้ารวมทำงานกับพรรรคการเมืองพรรคใหญ่ๆในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมานั้น หลังจากเข้าพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่พบชาวบ้านแนะนำตัวมาตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จนเปลี่ยนผู้สมัครลงเลือกตั้งส.ส.ของพรรคเพื่อไทยไปแล้วนั้น ถึงจะออกจากพรรคเพื่อไทยช่วงไม่มีพรรคแล้ว แป้งยังลงพื้นที่ดูแลปัญหาของชาวบ้านต่อไป เพราะเท่าที่ลงพื้นที่ก็ทราบปัญหาของชาวบ้านในด้านต่างๆ เช่น ปัญหาที่ได้ปิดอาเขตลำพูน (สถานีขนส่งลำพูน) กระทบกับผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถสองแถวสีฟ้า หรือ ชาวบ้านเรียก รถฟ้า ขาดงานขาดรายได้ การที่แป้งเสนอตัวมาทำงานการเมือง จะดูแลชาวลำพูนโดยจะนำความรู้ความสามารถที่เก่งด้านภาษา แป้งพูดได้ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส จะส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว เชื่อมระบบขนส่งมวลชนที่ลำพูนกำลังพัฒนาด้านได้ดีขึ้นแล้ว เมื่อเชื่อมกับการท่องเที่ยว จะสร้างงานสร้างรายได้ให้ชาวลำพูนโดย หากนักท่องเที่ยวมาเที่ยวลำพูนมากๆ จะทำให้มีการจับจ่ายซื้อสินค้า มีแหล่งอาหาร มีการขนส่งสินค้าด้านการเกษตร เชื่อมระบบขนส่งมวลชนที่ดีก็จะเชื่อมโยงกันหมด จะเกิดโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ซึ่งแป้งจะช่วยเป็นผู้เชื่อมประสานงานกับทุกภาคส่วนให้พัฒนาทุกด้านดังกล่าวเพื่อชาวลำพูน“

แป้ง พัชราภรณ์ กล่าวอีกว่า ยืนยันตนจะลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคประชาธิปัตย์ แน่นอนแล้ว ตามนโยบายของพรรค ”ไทยหายจน ไทยไม่ทนทุนเทา“ และขอย้ำว่า แป้งจะอยู่จุดไหน หรือพรรคอะไร ก็คือแป้งที่จะทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนชาวลำพูนทุกคน และขอขอบคุณพ่อๆแม่ๆที่บอกมาว่า ”ลงสมัครเต๊อะ จะพรรคไหนก็ได้“ แป้งจึงมั่นใจ และขอเลือกแป้งให้เป็นส.ส1.ในครังนี้เพื่อจะได้มารับใช้ชาวลำพูนเจ้า” แป้ง พัชราภรณ์ เอื้องฟ้า ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าว.

เชียงใหม่ เทศบาลเมืองต้นเปา แถลงข่าว เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง 2569 ครั้งที่ 41(คลิป)

เทศบาลเมืองต้นเปา ชวนสัมผัสเสน่ห์ศิลปะพื้นบ้าน สืบสานภูมิปัญญาหัตถศิลป์ไทยกว่า 100 ปี ใน “เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง 2569” หัตถกรรมสร้างสรรค์ สีสันนานาชาติ ครั้งที่ 41 ในระหว่างวันที่ 16 – 18 มกราคม 2569 ณ หมู่บ้านบ่อสร้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่

วันนี้(25 ธค.68) ที่สวนองค์การบริหารจังหวัดเชียงใหม่ นายสุชาติ ไชยมงคล นายกเทศมนตรีเมืองต้นเปา พร้อมด้วย นางสาวสรุชา จำรัสวุฒิกุล สมาชิกสภา อบจ.ชม.เขต 1 สันกำแพง นางกรวรรณ สุ่มมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ และ น.ส.ฉัตรชนก ทองสัมฤทธิ์ รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวการเตรียมจัดงาน เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ครั้งที่ 41 (Bo-Sang Umbrella and San Kamphaeng Crafts Festival) ภายใต้แนวคิด “หัตถกรรมสร้างสรรค์ สีสันนานาชาติ” หนึ่งในเทศกาลหัตถกรรมระดับตำนานที่สะท้อนเสน่ห์วิถีชีวิตล้านนา และเป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ระหว่างวันที่ 16 – 18 มกราคม 2569 ณ หมู่บ้านบ่อสร้าง ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

นายสุชาติ ไชยมงคล นายกเทศมนตรีเมืองต้นเปา กล่าวว่า “เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ไม่ได้เป็นเพียงงานประเพณีของท้องถิ่น แต่เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชน เทศบาลเมืองต้นเปามุ่งยกระดับการจัดงานให้มีความเป็นนานาชาติ ควบคู่การสืบสานภูมิปัญญาร่มบ่อสร้าง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสเสน่ห์ของเชียงใหม่ อย่างใกล้ชิด และร่วมกันสร้างรายได้ สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน”

การจัดงานครั้งนี้สอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่กำหนดให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้นโยบาย IGNITE THAILAND’S TOURISM ที่มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค (Tourism Hub) โดยจังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นหัวใจของการท่องเที่ยวภาคเหนือ อุดมสมบูรณ์ด้วยมรดกทางศิลปวัฒนธรรม

งานหัตถกรรม และอาหารพื้นถิ่นที่มีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะ หมู่บ้านบ่อสร้าง แหล่งกำเนิดร่มบ่อสร้าง งานหัตถกรรมชื่อดังระดับโลก ซึ่งยังคงรักษาเสน่ห์ดั้งเดิมควบคู่กับการพัฒนาสู่ความร่วมสมัย และเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ครั้งที่ 41 จึงถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชน ในการยกระดับงานสู่ความเป็นสากล ควบคู่การส่งเสริมบทบาทของเชียงใหม่ในฐานะ เมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน พร้อมสร้างภาพลักษณ์จังหวัดเชียงใหม่ให้เป็น มหานครแห่งหัตถศิลป์สร้างสรรค์

ภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัส 4 ไฮไลต์กิจกรรมหลักที่ผสานศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว
ไว้อย่างครบครัน ตั้งแต่ กิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาและกิจกรรมเวิร์คชอป ด้านหัตถกรรม, ร่ม, กระดาษสากว่า 20 บูธ พร้อมเดินชม ตลาดวัฒนธรรม (กาดหมั้ว) ที่รวบรวมร้านค้าสินค้าวัฒนธรรมและอาหารพื้นถิ่นกว่า 30 ร้าน ท่ามกลางบรรยากาศล้านนาแท้ อีกทั้งขบวนพาเหรดนานาชาติสุดยิ่งใหญ่ ที่ตกแต่งด้วยร่มและหัตถกรรมชุมชน มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายเชื้อชาติกว่า 5 ประเทศ พร้อมขบวนเทิดพระเกียรติ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถึงการทรงงานหนักเพื่อประชาชน โดยเฉพาะด้านอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทย ถ่ายทอดผ่านความงดงามของขบวนช่างฟ้อนกว่า 500 คน ในชุดซิ่นพื้นเมืองและร่มดีไซน์พิเศษ สร้างสีสันและความประทับใจตลอดเส้นทาง

นอกจากนี้ ยังมีงานศิลปะแบบสามมิติ (Installation Art) และ จุดถ่ายภาพ ที่ออกแบบจากแรงบันดาลใจของร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมชุมชน ให้เป็นมุมเช็กอินสำหรับนักท่องเที่ยวและสายโซเชียล พร้อมพื้นที่นิทรรศการมีชีวิต ที่สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณด้านศิลปาชีพ ให้เก็บภาพความทรงจำตลอดการเดินทาง

“เทศบาลเมืองต้นเปา ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง อันเปี่ยมด้วยเรื่องราว ภูมิปัญญา และความสร้างสรรค์ของชุมชน ในงานเทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง เปิดประสบการณ์เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมสนับสนุนผลงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน” นายสุชาติ กล่าวปิดท้าย

มาร่วมกันเที่ยวอย่างมีคุณค่า สนับสนุนงานหัตถกรรมไทย และสร้างความภาคภูมิใจให้กับท้องถิ่นไปด้วยกันใน
“เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง” หัตถกรรมสร้างสรรค์ สีสันนานาชาติ ครั้งที่ 41 ระหว่างวันที่ 16 – 18 มกราคม 2569 ณ หมู่บ้านบ่อสร้าง ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก งานร่มบ่อสร้าง https://www.facebook.com/share/14TTp6A9JQK/?mibextid=wwXIfr

เชียงใหม่ เปิดตัว “ปิงปุระ ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา” สถาปัตยกรรมโคโลเนียลสุดหรูแห่งใหม่ริมแม่น้ํา ปิงใจกลางเชียงใหม่(ตลิป)

เชียงใหม่เปิดตัว “ปิงปุระ ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา” สถาปัตยกรรมโคโลเนียลสุดหรูแห่งใหม่ริมแม่น้ํา ปิงใจกลางเชียงใหม่

(19 ธค.68) คุณปริญญ์ จิตรุ่งเรีองชัย กรรมการผู้จัดการ ปิงปุระ ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา พร้อมด้วย คุณวรธร สองนัทกุล ผู้จัดการทั่วไป ร่วมแถลงข่าวและเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ปิงปุระ ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Ping Pura Riverside Resort & Spa) ในฐานะที่พักระดับลักชูรีแห่งใหม่ รูปแบบสถาปัตยกรรมโคโลเนียลสุดหรูแห่งใหม่ริมแม่น้ําปิง ใจกลางเชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 555 หมู่ 5 ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยนําเสนอเอกลักษณ์การออกแบบสไตล์โคโลเนียลที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัวตัวรีสอร์ทตั้งอยู่บนทํา เลศักยภาพริมฝั่งแม่น้ํา ปิงอันเงียบสงบ ห่างจากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่เพียง 15 นาที มอบประสบการณ์พักผ่อนที่เป็นส่วนตัวแต่ยังคงความสะดวกสบายในการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสํา คัญ เช่น ย่านเมืองเก่า ไนท์บาร์ซาร์ และดอยสุเทพ

ไฮไลต์สําคัญของปิงปุระ: ห้องพักสุดเอ็กซ์คลูซีฟ: ให้บริการห้องชุด (Suites) เพียง 24 ห้อง ตั้งแต่ห้อง Deluxe Suite (65 ตร.ม.) ไปจนถึง Presidential Suite (220ตร.ม.) ที่เป็นที่สุดแห่งความหรูหราสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อน: ครบครันด้วยสระว่ายน้ํา ระบบน้ํา เกลือ , ปิงปุระ สปา (Pura Spa) ระดับโลกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอินเดีย ,
และฟิตเนสที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง

ประสบการณ์รสเลิศ: ดื่มด่ํา กับอาหารท้องถิ่นและนานาชาติจากร้านอาหารซิกเนเจอร์ 2 แห่ง พร้อมชมวิวแม่น้ํา ปิงแบบพาโนรามาที่บาร์สุดเก๋ทั้ง3 แห่งของรีสอร์ท

ปิงปุระ พร้อมแล้วที่จะเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่สํา หรับนักเดินทางที่แสวงหาความผ่อนคลายและการบริการที่เหนือระดับในภาคเหนือของประเทศไทย

ค้นพบเสน่ห์แห่งการพักผ่อนเหนือระดับที่ “ปิงปุระ ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา” เชียงใหม่ หนีความวุ่นวายมาสัมผัสความหรูหราสไตล์โคโลเนียลริมแม่น้ํา ปิง ที่ผสมผสานดีไซน์คลาสสิกและความทันสมัยไว้อย่างลงตัว พร้อมต้อนรับคุณด้วยห้องพักแบบ Suite ที่กว้างขวางและเป็นส่วนตัวที่สุด

ทําไมต้องมาที่ปิงปุระ?
✅ Location: เงียบสงบติดริมน้ํา ปิง แต่เดินทางสะดวกมาก! เพียง 15 นาทีจากสนามบินเชียงใหม่
✅ Rooms: ห้องพักขนาดใหญ่ เริ่มต้นที่ 65 ตร.ม. ไปจนถึง 220 ตร.ม. ตกแต่งอย่างประณีตทุกรายละเอียด
✅ Wellness: ผ่อนคลายไปกับสระว่ายน้ํา ระบบเกลือ และ ‘Pura Spa’ สปาระดับโลก
✅ Dining: อิ่มอร่อยกับร้านอาหารซิกเนเจอร์ และบาร์วิวแม่น้ํา ที่สวยที่สุดในเชียงใหม่

ไม่ว่าจะมาพักผ่อนในวันหยุด จัดงานอีเวนต์ส่วนตัว หรือการประชุมสัมมนา ทีมงานของเราพร้อมดูแลคุณด้วยบริการระดับพรีเมียมตลอด 24 ชั่วโมง

สํารองห้องพักหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: 📞 โทร: 053 270555 📧 อีเมล: info@pingpurahotel.com 🌐 เว็บไซต์: www.pingpura.com

#PingPura #ปิงปุระ #ChiangMaiResort #LuxuryHotelChiangMai #RiversideResort #ChiangmaiTravel #รีวิวเชียงใหม่ #ที่พักเชียงใหม่ริมน้ํา

เชียงใหม่ ผู้สมัคร ส.ส.10 คน 10 เขต ของพรรคเพื่อไทย เปิดตัวครบแล้ว ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมกับชาวบ้านหาเสียงทันที(คลิป)

ผู้สมัคร ส.ส.10 คน 10 เขต ของพรรคเพื่อไทย เปิดตัวครบแล้ว ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมกับชาวบ้านหาเสียงทันที

วันนี้(14 ธค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวความคืบหน้า กรณีข่าวการเมืองของผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ 10 เขต เลือกตั้งในเชียงใหม่ จากที่พรรคเพื่อไทยเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ครบ 10 เขตไปแล้ว เช้าวันนี้ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 คือ อดีต ส.ส.ท็อป นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ชุดที่ 25 จังหวัดเชียงใหม่ เขต 3 (อ.สันกำแพง อ.แม่ออน และ อ.ดอยสะเก็ด) ได้เข้าร่วมเยี่ยมชมโครงการซ้อมแผนอุบัติเหตุหมู่เตรียมความพร้อมรับมือช่วงเทศกาลปีใหม่ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 ที่มูลนิธิสว่างสำเร็จเชียงใหม่ ร่วมกับภาคีกู้ชีพกู้ภัยในจังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้น โดยมีนายอนุรักษ์ เปี้ยกวารี หัวฝ่ายช่างกล สำนักงานชลประทานเชียงใหม่ นายเสฎธวัจน์ เสทธะยะ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมด้วย

โครงการซ้อมแผนอุบัติเหตุหมู่เตรียมความพร้อมรับมือช่วงเทศกาลปีใหม่ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 จัดขึ้นเพื่อเตรียมแผนรับมืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นจุดหมายปลายทางหลักและเป็นจุดผ่านของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก

ในการนี้ ได้เยี่ยมชมเขื่อนแม่กวงอุดมธารา เพื่อติดตามระบบชลประทานและการปรับปรุงคลองส่งน้ำสาขา รวมถึงการส่งเสริมให้เขื่อนแม่กวงอุดมธาราเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอดอยสะเก็ด และอำเภอสันทราย เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนโดยรอบต่อไป

จากที่เมื่อวานนี้ (13 ธ.ค.68) นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะหัวหน้าทีมพรรคเพื่อไทยจังหวัดเชียงใหม่ นำเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ทั้ง 10 เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วย นายแพทย์ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล หรือ “หมอโจ้” อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ,นายแพทย์เพทาย เตโชฬาร หรือ “หมอตง” อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2,นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม อดีต ส.ส.เชียงใหม่ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3,นายภานุ เจริญสุข ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 ,นางสาวอัจฉรารัตน์ นันทะเสน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5,นายบัณจงศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคเพื่อไทยและหัวหน้าพรรคคนแรก ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 6,นายนิธิกร วุฒินันชัย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 7,นายณัฏฐ์พัฒน์ รัฐผไท ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 8,นายยงยุทธ์ ยาวิชัย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 9 และนางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 10