NREL CAMT มช. ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และการีนา ดึง Lanna Soft Power สู่ Free Fire Craftland หนุนเชียงใหม่มุ่งสู่มรดกโลก UNESCO


วันนี้ ( 9 สค.69) ที่ศูนย์การเรียนรู้อีสปอร์ตภาคเหนือ (NREL) วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์ ดร.กลวัชร คล้ายนาค รองคณบดี (งานพัฒนาคุณภาพนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์) เป็นประธานเปิดงาน NREL CAMT มช. ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และการีนา ดึง Lanna Soft Power สู่ Free Fire Craftland หนุนเชียงใหม่มุ่งสู่มรดกโลก UNESCO


ศูนย์การเรียนรู้อีสปอร์ตภาคเหนือ (NREL) วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับ บริษัท การีนา (ประเทศไทย) จำกัด ขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ผ่านการแข่งขันออกแบบแผนที่เมืองเชียงใหม่บนเกม Free Fire Craftland ในโครงการ “Chiang Mai’s Digital Map Design Competition 2026” ระหว่างวันที่ 7 – 9 สิงหาคม 2569 โดยมีเยาวชนระดับมัธยมศึกษาในภาคเหนือเข้าร่วมสร้างสรรค์ผลงานมากกว่า 26 ทีม


ช่วงบ่าย คณบดีวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เสวนาพิเศษหัวข้อ “Game On, Culture Up: ดีไซน์อัตลักษณ์ล้านนา สู่ซอฟต์พาวเวอร์ในโลกดิจิทัล” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภคินี อริยะ หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้อีสปอร์ตภาคเหนือ ,ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มณิษวาส จินตพิทักษ์ ,ดร.กรวรรณ สังขกรรักษาการแทน ผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและล้านนาสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


การแข่งขันครั้งนี้ นำทุนวัฒนธรรมล้านนา ทั้งสถาปัตยกรรมวัดสำคัญ 7 แห่ง ประตูเมือง และกำแพงเมือง มาถ่ายทอดเป็นฉาก ยุทธศาสตร์ และภารกิจในโลกดิจิทัล เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนจังหวัดเชียงใหม่ สู่การเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมของ UNESCO โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยคัดกรองเนื้อหาผ่านกระบวนการ Cultural Review Gate เพื่อรักษาความถูกต้องและเคารพคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างลงตัว


นอกจากจะเปลี่ยนเรื่องราวท้องถิ่นให้กลายเป็นประสบการณ์เกมสุดล้ำแล้ว ยังช่วยอัปสกิลเยาวชนในการสร้างผลงานต้นแบบ (Prototype) เพื่อพัฒนาสู่นักออกแบบเกมและครีเอเตอร์รุ่นใหม่ในอนาคต
ผู้สนใจสามารถร่วมเปิดประสบการณ์และเข้าชมผลงานแผนที่ดิจิทัลได้ที่ https://cmcraftmap.camt.cmu.ac.th/









































































นอกจากนี้ พรรคศรัทธายังมุ่งเน้นนโยบายการสร้างงานสร้างอาชีพแห่งอนาคต สนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลและการแข่งขันที่เสรีเป็นธรรมเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย ควบคู่ไปกับการปฏิรูประบบการศึกษาที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ การสร้างความเป็นธรรมในสังคมด้วยการแก้ไขและทลายระบบอุปถัมภ์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนการยกระดับคุณภาพชีวิตด้านสาธารณสุข และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการพื้นที่ของตนเองอย่างแท้จริง โดยหลังจากนี้ พรรคศรัทธาเตรียมดำเนินแผนปฏิบัติการ 100 วันแรกทันที เพื่อวางรากฐานองค์กร สร้างเครือข่ายภาคประชาชน และพัฒนาโยบายสาธารณะที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง มุ่งสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศไทยตามที่ให้คำมั่นสัญญาไว้


































