เชียงใหม่ IQS มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ สมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) ยกระดับโกโก้ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน(คลิป)

IQS มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ สมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) ยกระดับโกโก้ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน: มอบประกาศนียบัตรผู้ประกอบการโกโก้รุ่นใหม่

(27/09/69) โกโก้ไทยเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ตั้งแต่การผลิตเมล็ดโกโก้คุณภาพ การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์โกโก้และช็อกโกแลต ไปจนถึงการพัฒนาธุรกิจสู่ตลาดสากล การส่งเสริมองค์ความรู้และทักษะให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการจึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมโกโก้ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ด้วยเหตุนี้ โครงการบัณฑิตพันธ์ใหม่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมม (อว.) ได้อนุมัติให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ หรือ IQS ให้ดำเนินการจัดหลักสูตรระยะสั้น NON-Degree “ผู้ประกอบการโกโก้สร้างสรรค์และเทคโนโลยีการแปรรูปมูลค่าสูงสู่ตลาดสากล” เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการโกโก้แบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ผ่านการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งได้ดำเนินการเป็นระยะเวลา 4 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน–กันยายน 2569 ครอบคลุม 9 โมดูล รวม 285 ชั่วโมง เทียบเท่า 9 หน่วยกิต โดยมุ่งเสริมสร้างความรู้และทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่า และต่อยอดธุรกิจโกโก้

หลักสูตรนี้ มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและบุคลากรในห่วงโซ่ธุรกิจโกโก้ ตั้งแต่การจัดการต้นน้ำ การผลิตและแปรรูปเมล็ดโกโก้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการวางแผนธุรกิจและการตลาดดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์โกโก้ไทย และต่อยอดองค์ความรู้สู่การประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยมีทีมวิทยากรหลักจากสมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) และคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ได้แก่ คุณบดินทร์ เจริญพงศ์ชัย .คุณนายปฐม มีแก้ว. เชฟกันต์ อรุณประพันธ์. คุณจิรานุช ภูมิรัตน์ รองศาสตราจารย์ ดร.จำเนียร  บุญมาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ .ดร.ตะวัน ฉัตรสูงเนิน. อาจารย์ ดร.อุกฤษณ์ มารังค์อาจารย์ .ดร.พนมพร เฉลิมวรรณ์ และอาจารย์ ดร.ประภาพร กิจดำรงธรรมเป็นต้น โดยถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิตและแปรรูปโกโก้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการตลาดและการบริหารธุรกิจโกโก้

ซึ่งในวันที่ 26 กันยายน 2569 ณ ห้องสายน้ำผึ้ง สำนักงานหอสมุด มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผู้เข้าร่วมหลักสูตรได้เรียนรู้หลักการนำเสนอแผนธุรกิจอย่างมืออาชีพและการสื่อสารคุณค่าของธุรกิจ (Business Pitch) พร้อมนำเสนอแผนธุรกิจ (Business Plan Pitching) ต่อคณะกรรมการ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและนำไปปรับปรุงแผนธุรกิจให้มีความเหมาะสมและสามารถนำไปใช้ได้จริง  โดยได้รับเกียรติคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดเป็นผู้ร่วมประเมิน

(สัมภาษณ์ รองศาสตราจารย์ ดร.จำเนียร บุญมาก /คุณปฐม มีแก้ว อุปนายกสมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) /ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ตะวัน ฉัตรสูงเนิน ผู้อำนวยการสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้)

สำหรับวันที่ 27 กันยายน 2569 ณ ห้องข้าวสาลี สถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้จัดกิจกรรมสรุปองค์ความรู้ตลอดหลักสูตร ครอบคลุมการจัดการแปลงปลูกและการผลิตเมล็ดโกโก้คุณภาพ การแปรรูปและการประเมินคุณภาพเมล็ดโกโก้ ตลอดจนการบริหารจัดการธุรกิจและการต่อยอดเชิงพาณิชย์ โดยมีวิทยากรจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และสมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์

นอกจากนั้น ภายในกิจกรรมนี้ มีการประกาศผลการประเมิน มอบประกาศนียบัตร และใบประกาศผลการรับรองสมรรถนะของผู้เข้าร่วมหลักสูตร พร้อมพิธีปิดหลักสูตร โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยยศ สัมฤทธิ์สกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานในพิธีปิดหลักสูตร การดำเนินงานนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนากำลังคนและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมโกโก้ไทย โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการผลิต เทคโนโลยีการแปรรูป และการบริหารธุรกิจ เพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ สร้างโอกาสทางการตลาด และส่งเสริมเครือข่ายผู้ประกอบการโกโก้ให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

(สัมภาษณ์ คุณบดินทร์ เจริญพงศ์ชัย นายกสมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) /นางสาวอัจฉราพรรณ จันต๊ะบุญ (ต้นน้ำ) / นายปวันพจน์ ชัยกองเกียรติ (ปลายน้ำ) /นางสาวพรรณเพ็ญ ใจสุข (กลางน้ำ แปรรูป)

#ม.แม่โจ้

#โกโก้

 

เชียงใหม่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ ร่วมกับสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน จัดกิจกรรม “Chiang Mai Travel Mart 2026” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดการท่องเที่ยวอาเซียน(คลิป)

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ ร่วมกับสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน จัดกิจกรรม“Chiang Mai Travel Mart 2026”เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดการท่องเที่ยวอาเซียน จากนั้นมีการลงนามความร่วมมือ (MOU) ภายในประเทศระหว่าง สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, สมาคมท่องเที่ยวลำพูน, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเมืองเขลางค์นคร ร่วมกับสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน และการลงนามความร่วมมือ (MOU) ต่างประเทศ ระหว่าง สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, สมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน ร่วมกับ สมาพันธ์สมาคมการท่องเที่ยวประเทศอินโดนีเซีย (AITTA – Alliance of the Indonesian Tour & Travel Agency )


วันนี้(24 กย.69) ที่ห้องศิริโพธิ์ โรงแรมศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา เชียงใหม่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ นำโดยคุณศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ สมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน จัดกิจกรรม “Chiang Mai Travel Mart 2026”** เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดการท่องเที่ยวอาเซียน โดยเชื่อมโยงผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย พร้อมนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยในด้าน Muslim-Friendly Tourism หรือการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม

กิจกรรมครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย รวมถึงผู้ประกอบการจากพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ได้พบปะ แลกเปลี่ยนข้อมูล และสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง ผ่านกิจกรรม Business Matching และการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจ เพื่อพัฒนาเส้นทาง สินค้า และบริการด้านการท่องเที่ยวที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดอาเซียน

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการนำคณะผู้ประกอบการเดินทางสำรวจและสัมผัสประสบการณ์จริงใน จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวด้านธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตชุมชน อาหาร และบริการด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้ผู้ประกอบการจากต่างประเทศสามารถนำข้อมูลและประสบการณ์ที่ได้รับไปต่อยอดเป็นเส้นทางและแพ็กเกจการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย และตลาดมุสลิมในอนาคต

การจัดงานยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริม “Muslim-Friendly Tourism” โดยมุ่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความต้องการของนักท่องเที่ยวมุสลิม ทั้งด้านอาหารฮาลาล สถานที่ประกอบศาสนกิจ สิ่งอำนวยความสะดวก และการบริการที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรม แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เปิดกว้างและรองรับความหลากหลายของนักเดินทาง

นอกจากนี้ การเข้าร่วมของผู้ประกอบการจากภาคใต้ยังช่วยสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยวระหว่าง ภาคใต้และภาคเหนือของประเทศไทย โดยนำประสบการณ์ด้านตลาดมุสลิมและศักยภาพของแต่ละภูมิภาคมาแลกเปลี่ยนและต่อยอดสู่การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงหลายจังหวัด

นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัด Chiang Mai Travel Mart 2026 มุ่งสร้างความเชื่อมั่นผ่านการพบปะและแลกเปลี่ยนโดยตรงระหว่างผู้ประกอบการ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการต่างประเทศได้สัมผัสประเทศไทยด้วยตนเอง ทั้งแหล่งท่องเที่ยว ผู้คน วัฒนธรรม และศักยภาพด้านการบริการ ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้าใจและต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจในระยะยาว

Chiang Mai Travel Mart 2026 จึงเป็นมากกว่าเวทีส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่สำหรับการสร้าง ความเชื่อมั่น ความสัมพันธ์ และโอกาสทางธุรกิจ เชื่อมโยงประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนา เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีคุณภาพ และเปิดโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในตลาดอาเซียน พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณความร่วมมือจาก คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่, ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) สำนักงานเชียงใหม่, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่, บริษัท แสตนดาร์ดทัวร์ จำกัด, บริษัท ซีเอ็ม พาราไดซ์ ทัวร์ จำกัด, พันธมิตรทางการท่องเที่ยวจากจังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดลำพูน และจังหวัดลำปาง

จากนั้นมีการลงนามความร่วมมือ (MOU) ภายในประเทศระหว่าง สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, สมาคมท่องเที่ยวลำพูน, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเมืองเขลางค์นคร ร่วมกับสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน และการลงนามความร่วมมือ (MOU) ต่างประเทศ ระหว่าง สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, สมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน ร่วมกับ สมาพันธ์สมาคมการท่องเที่ยวประเทศอินโดนีเซีย (AITTA – Alliance of the Indonesian Tour & Travel Agency )

### ORGANIZED BY
**Chiang Mai Tourism Business Association**
นำโดย **คุณศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์**
### IN COLLABORATION WITH
**Thai–ASEAN Halal Tourism Trade Association**

เชียงใหม่ MIdS CMU ก้าวสู่มาตรฐานสากล รับใบรับรอง ISO21001:2025 แห่งแรกของไทย(คลิป)

MIdS CMU ก้าวสู่มาตรฐานสากล รับใบรับรอง ISO21001:2025 แห่งแรกของไทย

วันนี้(23 กย.69) วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดพิธีรับมอบใบรับรองระบบบริหารจัดการสำหรับองค์กรทางการศึกษา (ISO 21001:2025) ณ ห้อง 2-202 อาคาร 2 วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง อุษณีย์ คำประกอบ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และประธานคณะกรรมการอำนวยการวิทยาลัยพหุวิทยาการฯ กล่าวแสดงความยินดีพร้อมรับมอบใบรับรอง

ศาสตราจารย์ ดร.อภิชาต โสภาแดง คณบดีวิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ กล่าวถึงผลการดำเนินการโครงการพัฒนาระบบบริหารคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐาน ISO 21001:2025 และมี ดร.ชวาธิป จินดาวิจักษณ์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายธุรกิจ Conformity Assessment Bodies ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายรับรองระบบ และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายหน่วยตรวจสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เป็นผู้มอบใบรับรองระบบบริหารจัดการสำหรับองค์กรทางการศึกษา (ISO 21001:2025)

โดยวิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหน่วยงานวิชาการแห่งแรกของประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานนี้ ซึ่งได้ผ่านการตรวจประเมินการขอรับรองมาตรฐานระบบการจัดการสำหรับองค์กรด้านการศึกษา (Educational Organizations Management System: EOMS) เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (Management System Certification Institute :MASCI)

การได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 21001:2025 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของวิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการพัฒนาระบบบริหารจัดการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการบริหารและพัฒนาการศึกษาพหุวิทยาการและสหวิทยาการให้มีคุณภาพ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และตอบสนองต่อการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กำหนดนโยบายองค์กรการศึกษา “องค์กรที่มุ่งมั่น พัฒนาและบริหารการศึกษาพหุวิทยาการและสหวิทยาการที่มีคุณภาพ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสังคมที่ยั่งยืน” ซึ่งสะท้อนแนวทางการดำเนินงานของวิทยาลัยในการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

#MIdSCMU #MIdSCoCreateYourJourney
#ISO210012025 #EOMS #มาตรฐานการศึกษา
#CMU #ChiangMaiUniversity

เชียงใหม่ จัดกิจกรรม Pitching นำเสนอไอเดียเพื่อการพัฒนาย่านต้นแบบ Digital Nomad สันป่าข่อย–วัดเกตุ(คลิป)

จัดกิจกรรม Pitching นำเสนอไอเดียเพื่อการพัฒนาย่านต้นแบบ Digital Nomad สันป่าข่อย–วัดเกตุ พร้อมประกาศผลการแข่งขัน “Pitching IDEA Chiang Mai” คนรุ่นใหม่ร่วมเสนอไอเดีย พัฒนาสันป่าข่อย–วัดเกตุ สู่ย่านต้นแบบ Digital Nomad

วันนี้(19 กย.69) ที่อาคารอนุสาร ตำบลวัดเกตุ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการจัด กิจกรรม Pitching นำเสนอไอเดีย เพื่อการพัฒนาย่านต้นแบบ Digital Nomad สันป่าข่อย–วัดเกตุ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ร่วมเสนอแนวคิดสร้างสรรค์ เพื่อค้นหาแนวทางในการพัฒนาย่านให้สามารถรองรับกลุ่ม Digital Nomad ควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชน ผู้ประกอบการ และพื้นที่ โดยมีนายพจนา ศรีศิลปนันท์ ผู้แทนนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพรพันธ์ ธนเลิศโศภิต หัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า กิจกรรมครั้งนี้มีนักศึกษาจาก 5 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น และมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเชียงใหม่ เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 8 ทีม โดยแต่ละทีมได้นำเสนอแนวคิดและมุมมองของคนรุ่นใหม่ในการพัฒนาสันป่าข่อย–วัดเกตุให้เป็นย่านที่เอื้อต่อการทำงาน การใช้ชีวิต การเรียนรู้ และการเชื่อมโยงกับชุมชนของกลุ่ม Digital Nomad

ผลการประกวด Pitching
🥇 รางวัลชนะเลิศ
ทีม Local Link
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

🥈 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1
ทีม BA ม.ฟาร์
มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น

🥉 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2
ทีม Linker
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

🏅 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3
ทีม Sanpakoi Creative-Senses
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

รางวัลชมเชย จำนวน 4 รางวัล ได้แก่ ทีมอุตสาหกรรมศิลป์ ราชภัฏเชียงใหม่ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, ทีม SCI STUDENT CONNECT จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, ทีม Nomad X จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และ ทีม The Local Link จากมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเชียงใหม่

กิจกรรม Pitching ครั้งนี้มิได้มุ่งเน้นเพียงการแข่งขันเพื่อค้นหาทีมที่ได้รับรางวัลเท่านั้น แต่ยังเป็นกระบวนการสร้าง พื้นที่แห่งการเรียนรู้ (Learning Space) ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากพื้นที่จริง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญ และนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยมาประยุกต์ใช้ในการเสนอแนวทางพัฒนาเมือง
แนวคิดจากทั้ง 8 ทีมสะท้อนมุมมองของคนรุ่นใหม่ต่อการพัฒนาย่านสันป่าข่อย–วัดเกตุ ทั้งในมิติของ People – Place – Learning – Opportunities โดยให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการทำงานและการใช้ชีวิตของ Digital Nomad พร้อมกับการรักษาอัตลักษณ์และเสน่ห์ของย่าน การเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการและคนในชุมชน และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจจากศักยภาพของพื้นที่

ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้ยังสะท้อนพลังความร่วมมือระหว่าง สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคีเครือข่าย ผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์ที่ปรึกษา และเยาวชนคนรุ่นใหม่ ในการร่วมกันค้นหาแนวทางการพัฒนาเมืองเชียงใหม่จากฐานของพื้นที่และอัตลักษณ์ของชุมชน

ผลจากกิจกรรม Pitching จะเป็นอีกหนึ่งฐานความคิดสำคัญสำหรับการต่อยอดแนวทางการพัฒนา สันป่าข่อย–วัดเกตุ สู่ย่านต้นแบบ Digital Nomad และพื้นที่แห่งการเรียนรู้ระดับย่าน เพื่อสร้างเชียงใหม่ให้เป็นเมืองที่สามารถเชื่อมโยง “คน–พื้นที่–การเรียนรู้–โอกาส” และเติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

ขอแสดงความยินดีกับทุกทีมที่ได้รับรางวัล และขอชื่นชมนักศึกษาทั้ง 8 ทีม ที่ร่วมกันนำพลังของคนรุ่นใหม่มาสร้างสรรค์ไอเดียเพื่ออนาคตของเมืองเชียงใหม่

#PitchingIDEAChiangMai #DigitalNomad #NomadFriendlyDistrict #Sanpakoi #WatKet #สันป่าข่อย #วัดเกตุ #เชียงใหม่ #เมืองแห่งการเรียนรู้ #LearningCity #RMUTL

เชียงใหม่ เพจ “คนเหนือช่วยแก้หนี้” จัดสัมมนาใหญ่ Season 2 ดึง “แพรรี่ ไพรวัลย์” ร่วมฮีลใจ ชูแนวคิดจิตอาสาช่วยปรึกษาปลดหนี้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย(คลิป)

เพจ “คนเหนือช่วยแก้หนี้” จัดสัมมนาใหญ่ Season 2 ดึง “แพรรี่ ไพรวัลย์” ร่วมฮีลใจ ชูแนวคิดจิตอาสาช่วยปรึกษาปลดหนี้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

วันนี้(19 กย.69) ที่โรงแรมเมอร์เคียว อำเภอเมือง จังหวัดเเชียงใหม่ เพจ “คนเหนือช่วยแก้หนี้” นำโดย นายณิรุท แก้วคำฟู และนายชานน เลิศพงศ์พิรุฬห์ สองผู้ก่อตั้งโครงการ ได้จัดงานสัมมนาใหญ่ “คนเหนือช่วยแก้หนี้ Season 2” ภายใต้ธีม “ฉลาดคิด พิชิตหนี้”  เพื่อส่งต่อความรู้ แนวทางแก้ไขปัญหาทางการเงิน และเปิดโอกาสให้ประชาชนปรึกษาปัญหาหนี้สินโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตอกย้ำเจตนารมณ์ตามสโลแกน “มีหนี้…ก็ไหว มีเฮาอยู่ข้างๆ พาไปจนเห็นผล ไม่ทิ้งกัน” การตระหนักรู้ถึงสภาวะทางการเงินและเครดิตของตนเอง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการขอสินเชื่อได้ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก

บรรยากาศภายในงานนอกจากจะมีการถ่ายทอดเคล็ดลับการวางแผนปลดหนี้จากผู้มีประสบการณ์จริงแล้ว ยังได้รับเกียรติจาก “แพรรี่ ไพรวัลย์” มาร่วมเป็นวิทยากรพิเศษในหัวข้อ “บริหารหนี้ บริหารใจ” โดยแพรรี่ได้ร่วมเปิดมุมมองและสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ร่วมงาน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีกัลยาณมิตรคอยรับฟังและฮีลใจในยามวิกฤต ซึ่งการจัดงานครั้งนี้เปรียบเสมือนการสร้างจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ช่วยเปลี่ยนความมืดมนให้กลายเป็นแสงสว่าง ให้ผู้เผชิญปัญหาหนี้สินเห็นทางออกและตระหนักว่าทุกปัญหามีทางแก้เสมอ

ด้านผู้จัดงานได้ระบุถึงแนวคิดการทำงานว่า ปัญหาหนี้สินของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นหนี้ในระบบหรือนอกระบบ และไม่ว่าจะมูลค่า 4,000 บาท หรือ 60 ล้านบาท สิ่งที่ทุกคนแบกรับเหมือนกันคือความ “หนักใจ” การตรวจเช็กสถานะการเงินจึงเปรียบเสมือนการตรวจสุขภาพที่ต้องรู้เท่าทันระยะของปัญหาเพื่อวางแผนรับมือได้ทัน งานสัมมนานี้จึงมุ่งเน้นการขจัดความกลัว ให้สติ และให้แนวทางปล่อยวาง โดยยืนยันว่าการดำเนินงานของโครงการเป็นรูปแบบธุรกิจจิตอาสาที่ไม่มีการขายคอร์สหรือเรียกเก็บค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น

สำหรับก้าวต่อไปของโครงการ มีแผนจะขยายผลในรูปแบบ “แก้หนี้สัญจร” เดินสายจัดกิจกรรมตามจังหวัดต่าง ๆ ร่วมกับกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ทั้งนี้ ผู้ที่กำลังประสบปัญหาทางการเงินและต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อขอคิวและเตรียมเอกสารเพื่อพูดคุยผ่านแชทเพจ “คนเหนือช่วยแก้หนี้” ได้ทั้งทาง Facebook และ TikTok โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนแบรนด์สินค้าหรือหน่วยงานที่ต้องการติดต่องานกับทางโครงการ สามารถประสานงานอย่างเป็นทางการได้ทางอีเมล Contact.northhelp@gmail.com โดยขอความร่วมมือไม่ส่งเรื่องปรึกษาหนี้ผ่านทางอีเมล

เชียงใหม่ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดปฐมนิเทศหลักสูตรบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ประเภทประกาศนียบัตร Non-Degree (คลิป)

คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดปฐมนิเทศหลักสูตรบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ประเภทประกาศนียบัตร Non-Degree หลักสูตร “การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ดิจิทัลข้ามพรมแดน สู่ตลาดนานาชาติ”

(ดร.ศรัณย์ จันทร์ทะเล คณบดี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของหลักสูตร)

วันนี้(5 กย.69) ที่ห้องประชุม 105 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ คณะศิลปศาสตร์ รศ.ดร.ชัยยศ สัมฤทธิ์สกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานเปิดการปฐมนิเทศหลักสูตรบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ประเภทประกาศนียบัตร Non-Degree หลักสูตร “การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ดิจิทัลข้ามพรมแดน สู่ตลาดนานาชาติ” ภายใต้ โครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่และกำลังคนที่มีสมรรถนะเพื่อตอบโจทย์ภาคการผลิต ตามนโยบายการปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยหลักสูตรจะดำเนินการต่อเนื่องจนถึงวันที่ 10 มกราคม 2570 โดยมี ดร. ศรัณย์ จันทร์ทะเล คณบดี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของหลักสูตรพร้อมด้วย ผศ.ดร. ปวีณา ฉัตรสูงเนิน หัวหน้าโครงการฯ

(รศ.ดร. ชัยยศ สัมฤทธิ์สกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประธานเปิดโครงการ)

สำหรับ หลักสูตรดังกล่าวเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตร Non-Degree ประเภท Non-Credit Bearing มุ่งพัฒนากำลังคนและผู้ประกอบการให้มีสมรรถนะด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ดิจิทัลข้ามพรมแดน สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูล และ AI มาประยุกต์ใช้ในการบริหารร้านค้าออนไลน์ การสร้างคอนเทนต์ การวิเคราะห์ตลาด การสื่อสารกับลูกค้าต่างประเทศ ตลอดจนการวางแผนและขยายธุรกิจสู่ตลาดนานาชาติ โดยเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงตลอดหลักสูตร

กิจกรรมปฐมนิเทศในวันแรก ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์ ได้แก่ ดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ บรรยายในหัวข้อ “บทบาทของการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ดิจิทัลข้ามพรมแดนต่อการพัฒนาเศรษฐกิจภาคเหนือ” พร้อมด้วย รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กร หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ในหัวข้อ “ระบบนิเวศของ บพท. ในการส่งเสริมการค้าข้ามพรมแดน” และ ดร.คุณานันท์ ทยายุทธ ในหัวข้อ “FROM LOCAL TO GLOBAL: กลยุทธ์การตลาด การขาย และโลจิสติกส์เพื่อพาสินค้าไทยสู่ตลาดต่างประเทศ”

ตลอดระยะเวลาของโครงการ ผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาผ่านหลักสูตร 8 โมดูล รวม 285 ชั่วโมง ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐาน Cross-Border E-Commerce ภาษาอังกฤษและภาษาจีนเพื่อธุรกิจออนไลน์ การจัดการร้านค้าออนไลน์และ Smart Listing การสร้างคอนเทนต์ดิจิทัลด้วย AI, Live Commerce และ AI Customer Service, Data Analytics, การวางแผนธุรกิจและโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน ตลอดจนการจัดทำ Capstone Project และ Final Pitch

(ดร.ศรัณย์ จันทร์ทะเล คณบดี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผศ.ดร.ปวีณา ฉัตรสูงเนิน หัวหน้าโครงการ ให้สัมภาษณ์)

การดำเนินงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และ China Electronics Chamber of Commerce (CECC) เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคการศึกษาเข้ากับโจทย์จริงของภาคธุรกิจและตลาดระหว่างประเทศ มุ่งสร้างกำลังคนที่มีทักษะพร้อมปฏิบัติงาน และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในการเพิ่มมูลค่าและขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดโลก “ต่อยอดความรู้ สร้างโอกาส สู่ตลาดโลก” คือแนวคิดสำคัญของหลักสูตร ที่มุ่งให้ผู้เรียนไม่ได้เพียง “เรียนรู้” แต่สามารถ “ลงมือทำ” และต่อยอดความรู้สู่การประกอบอาชีพและธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่เตรียมขับเคลื่อนหมุดหมายใหม่ระดับโลก! เปิดตัวโครงการ “Cosmo Local CNX 2026″(คลิป)

จังหวัดเชียงใหม่เตรียมขับเคลื่อนหมุดหมายใหม่ระดับโลก! เปิดตัวโครงการ “Cosmo Local CNX 2026” และโมเดลต้นแบบ “Nomad Friendly District” ชวนคนท้องถิ่นและ Global Community ร่วมสร้างคุณค่าให้เมืองยั่งยืน

วันนี้(1 กย.69) ที่ Event Area ชั้น 1 Pantip Lifestyle Hub Chiang Mai ถนนช้างคลาน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดแถลงข่าว จังหวัดเชียงใหม่เตรียมเดินหน้ายกระดับสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้และสร้างสรรค์ระดับ สากล ผ่านการขับเคลื่อนโครงการ “Cosmo Local CNX 2026″ โครงการ Pop-up Village ระยะเวลา 1 เดือนเต็มตลอดเดือนกันยายน 2569 ซึ่งผสานความร่วมมือระหว่างภาคประชาสังคม ภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายนานาชาติ เพื่อสำรวจและทดลองแนวคิดการพัฒนาเมืองที่เปิดพื้นที่ให้คน ท้องถิ่นและผู้คน Nomad จากทั่วโลกได้มาใช้ชีวิต เรียนรู้ แลกเปลี่ยน และร่วมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ร่วมกันอย่างมีความหมาย โดยมีคุณพิสันต์ สุวรรณธาดา กรรมการผู้จัดการ,พันทิพน์ไลฟ์สไตล์ ฮับ เชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ คุณอริษา นิมมานเหมินท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท อนุสาร จำกัด คณะทำงานชับเคลื่อนโครงการ Nomad Friendly District(NFD) และคุณจอห์น โฮ ผู้รับผิกชอบโครงการ Cosmo Local CNX ร่วมแถลงข่าว

(คุณพิสันต์ สุวรรณธาดา กรรมการผู้จัดการ,พันทิพน์ไลฟ์สไตล์ ฮับ เชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ)

โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของคณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ สร้างสรรค์ที่เป็นมิตรต่อผู้ทำงานทางไกลและชาวต่างชาติ (Nomad Friendly District – NFD) คณะทำงานระดับจังหวัด ได้คัดเลือกย่าน“สันป่าข่อย-วัดเกต” เป็นพื้นที่ทดลองเชิงยุทธศาสตร์ (Sandbox) เพื่อศึกษาการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐาน กิจกรรมทางวัฒนธรรม มรดกภูมิปัญญางาน สร้างสรรค์ และการพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เติบโตไปพร้อมกับกระแส Global Talent จาก “Nomad Destination” สู่ “Nomad Friendly District” (NFD)

(คุณอริษา นิมมานเหมินท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท อนุสาร จำกัด คณะทำงานชับเคลื่อนโครงการ Nomad Friendly District(NFD)

โครงการ Cosmo Local CNX และ NFD ไม่ได้มองเชียงใหม่เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของ การท่องเที่ยวพักผ่อน แต่ตั้งคำถามสำคัญว่า “เราจะเปลี่ยนจากเมืองที่คนมาอยู่ ให้กลายเป็นเมืองที่ คนอยากมีส่วนร่วมและสร้างสิ่งดี ๆ ร่วมกันได้อย่างไร” โดยมีกรอบการขับเคลื่อนที่สำคัญผ่านการบูรณาการ 4 คณะทำงานหลัก ได้แก่ ด้าน กฎระเบียบและตรวจคนเข้าเมือง (ขับเคลื่อนโดยตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่), ด้านโครงสร้าง พื้นฐานและการเตรียมความพร้อมของพื้นที่ (ร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่), ด้านกิจกรรมและ วัฒนธรรม (สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่) และด้านการประชาสัมพันธ์ (การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่) ซึ่งที่ผ่านมาคณะทำงานฯ ได้ส่งเสริมการจัดกิจกรรมที่ให้ nomad ในเชียงใหม่ได้เข้าร่วม เช่น การมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลในตลาดนัดเพื่อชุมชนสันป่าข่อย สตรีทมาร์เก็ตเป็นประจำทุกเดือน ตลอดจนการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่าง ๆ ระหว่าง nomad ชาวต่างชาติ และชุมชนสันป่าข่อย-วัดเกต เช่น ร่วมจัดงาน Mid Summer Festival 2026 แบบสไตล์บอลติก กิจกรรมเรียนนาฏศิลป์รำไทยกับเยาวชนในย่าน การร่วม กิจกรรมขบวนแห่สรงน้ำพระในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นต้น

(คุณจอห์น โฮ ผู้รับผิกชอบโครงการ Cosmo Local CNX)

รองผู้ว่าฯขึ้นกล่าว

Cosmo Local CNX จะเป็นจุดหมายปลายทางของ nomad ทั่วโลกที่จะปักหมุดเดินทางมายังเชียงใหม่ในเดือนกันยายนของทุกปี กิจกรรมประมาณ 300 คน จากทั่วโลกและตัวแทนหน่วยงานจากต่างประเทศมาร่วมงานในช่วง โดยคาดการณ์ว่าปีนี้ซึ่งจะจัดงานเป็นครั้งแรกจะมีผู้ร่วม Main Week อีกด้วย เช่น ญี่ปุ่น มาเลเซีย เกาหลี เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เป็นต้น

4 กิจกรรมหลักขับเคลื่อนอนาคตเชียงใหม่ ตลอดเดือนกันยายน 2569 โครงการจะขับเคลื่อนผ่าน 4 กิจกรรมหลักที่สะท้อนมิติการพัฒนา เมืองรอบด้าน ได้แก่ :
1. AI for Chiang Mai
พื้นที่นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาทดลองแก้ปัญหาและสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ บริบทเมือง ท้องถิ่น และธุรกิจ
2. Food That Nourishes Us
การสำรวจวัฒนธรรมอาหาร ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน และภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านเครือข่ายเกษตรกร เชฟ และผู้ขับเคลื่อนระบบอาหารในเชียงใหม่
3. Solopreneur
พื้นที่สำหรับผู้ประกอบการอิสระและครีเอเตอร์ในการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนผ่านการแบ่งปัน ประสบการณ์ และการสร้างเครือข่ายร่วมกัน
4. Nomad Future’s Lab
โครงการวิจัยและทดลองเชิงนโยบายเพื่อออกแบบ Nomad Friendly District Blueprint ที่จะ นำไปใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาเมืองร่วมกับนักวิชาการไทยและนานาชาติ ภาครัฐ และชุมชน

กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในช่วง Main Week ระหว่างวันที่ 23-28 กันยายน 2569 โดยมีกิจกรรม ไฮไลต์ที่น่าสนใจ ได้แก่ :23 กันยายน 2569: พิธีเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ และงานเลี้ยงต้อนรับ ณ อาคาร อนุสาร สันป่าข่อย (สนับสนุนโดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่)

Nomad Future’s Lab Exhibition: นิทรรศการแสดงผลงานวิจัย Prototype และแนวคิดการ พัฒนาเมือง ตลอดจนการเชื่อมโยงกับมรดกด้านวัฒนธรรมงานฝีมือสร้างสรรค์ (สนับสนุนโดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ : บพท.)
AI Hackathon: กิจกรรมการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรม AI แก้โจทย์จริงของชุมชนเชียงใหม่ (สนับสนุนโดย Claude AI)
Solopreneur Show & Tell & Pitch Day : พื้นที่แบ่งปันบทเรียนความสำเร็จและการต่อยอดธุรกิจ ณ คาเฟ่ Cult Caffeine ถนนเจริญเมือง (สนับสนุนโดย สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุม และนิทรรศการ : สสปน.)
Cosmo Local Pot Luck: กิจกรรมสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนท้องถิ่นและประชาคม นานาชาติ ผ่านอาหารและบทสนทนา

อย่างไรก็ดีในวันที่ 28 กันยายน 2569 : พิธีปิดและการส่งมอบภารกิจสู่นานาชาติ ณ อาคารอนุสาร สันป่าข่อย ก่อนเตรียมการเชื่อมโยงไปสู่งาน Colive Fukuoka ประเทศญี่ปุ่น (สนับสนุนโดย เทศบาลเมืองฟุกุ โอกะ ประเทศญี่ปุ่น)

เชียงใหม่ ลำพูนจัดใหญ่ “มหกรรมเสน่ห์สีสันชาติพันธุ์” ขนทัพวัฒนธรรมช้อป-ชม-ชิม ปักหมุดข่วงประตูท่าแพ 28 ส.ค. – 1 ก.ย. นี้(คลิป)

ลำพูนจัดใหญ่ “มหกรรมเสน่ห์สีสันชาติพันธุ์” ขนทัพวัฒนธรรมช้อป-ชม-ชิม ปักหมุดข่วงประตูท่าแพ 28 ส.ค. – 1 ก.ย. นี้

เย็นวันนี้(28 สค.69) ​ที่ข่วงประตูท่าแพ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 โดย จังหวัดลำพูน ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน จัดพิธีเปิดงาน “มหกรรมเสน่ห์สีสันชาติพันธุ์ลำพูน” อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “ร้อยอัตลักษณ์ สร้างคุณค่าจากทุนวัฒนธรรม” ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชาติพันธุ์สีสันแห่งล้านนา โดยมี นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน

บรรยากาศภายในพิธีเปิดเป็นไปอย่างคึกคัก โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง และแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายธนกร สารบรรณ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่, นายภาณุพงค์ วีรตันตยาภรณ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ ประชาชน และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ข่วงประตูท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ของจังหวัดลำพูน มุ่งเผยแพร่อัตลักษณ์ วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนมาต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าเป็นสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม อันเป็นการสร้างรายได้ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและเครือข่ายทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม – 1 กันยายน (เวลา 10.00 – 22.00 น.) ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสกับเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของ 5 กลุ่มชาติพันธุ์สำคัญในจังหวัดลำพูน ได้แก่ ไทลื้อ, ไทยวน, ไทยอง, กะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ) และมอญ (รามัญ) ผ่านกิจกรรมหลากหลาย เช่น ตลาดวัฒนธรรมจำหน่ายสินค้าและอาหารชุมชน นิทรรศการองค์ความรู้ การสาธิตภูมิปัญญา การแสดงศิลปวัฒนธรรมดนตรีพื้นบ้าน และการเดินแบบแฟชั่นผ้าชาติพันธุ์ เพื่อเปิดพื้นที่ให้เครือข่ายทางวัฒนธรรมได้นำเสนอศักยภาพและสร้างรายได้กลับสู่ชุมชนอย่างแท้จริง.


จังหวัดลำพูนจึงขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจ ร่วมเรียนรู้ สืบสาน และสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากชุมชนในงาน “มหกรรมเสน่ห์สีสันชาติพันธุ์ลำพูน” เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้และกระตุ้นการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน ณ ข่วงประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ ตามวันและเวลาดังกล่าว

 

เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เปิดตัว “CMRU Hop for Hope by เจ-เจตริน” ผสานเสียงเพลง ศิลปะ และพลังแห่งการให้(คลิป)

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เปิดตัว “CMRU Hop for Hope by เจ-เจตริน” ผสานเสียงเพลง ศิลปะ และพลังแห่งการให้ เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่

วันนี้(24 สค.69) ที่ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย ชั้น 2 อาคาร ราชภัฏเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พื้นที่เวียงบัว รองศาสตราจารย์ ดร.ชาตรี มณีโกศล อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ นายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และ นางอัญชลี ลิ้มเล็งเลิศ ประธานการจัดงาน CMRU Hop for Hope by เจ-เจตริน ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “CMRU Hop for Hope by เจ-เจตริน” คอนเสิร์ตการกุศล เพื่อระดมการสนับสนุนทุนการศึกษา พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้นำความรู้ ทักษะ และความคิดสร้างสรรค์มาใช้ผ่านประสบการณ์จริง

นางอัญชลี ลิ้มเล็งเลิศ ประธานการจัดงาน CMRU Hop for Hope by เจ-เจตริน กล่าวว่า หัวใจของโครงการนี้คือแนวคิดที่ว่า การสนับสนุนการศึกษาไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการมอบทุน แต่ควรรวมถึงการสร้าง โอกาส ประสบการณ์ และพื้นที่ให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนี้ต่อยอดมาจากกิจกรรม Dinner Talk และ Coffee Talk ใน 3 ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากผู้ร่วมงานจะได้รับสาระและมุมมองที่เป็นประโยชน์แล้ว ยังได้ร่วมสนับสนุนและ ประมูลผลงานศิลปะของนักศึกษา การได้รับการตอบรับจากผู้ร่วมงานนั้นช่วยสร้างความภาคภูมิใจ ความเชื่อมั่น และแรง บันดาลใจให้นักศึกษาพัฒนาศักยภาพของตนเองต่อไป

 

CMRU Hop for Hope by เจ-เจตริน จึงขยายพื้นที่แห่งโอกาสดังกล่าว โดยนักศึกษาไม่ได้เป็นเพียงผู้รับการ สนับสนุน แต่เป็นผู้สร้างสรรค์และผู้แสดงศักยภาพ โดยภายในงานจะมีการจัดแสดงและจำหน่ายผลงานศิลปะ การประมูล ผลงานของนักศึกษา ตลอดจนอาหารว่าง พร้อมด้วยเครื่องดื่ม Cocktails & Mocktails ที่รังสรรค์โดยนักศึกษา ภายใต้ แนวคิด Back to the 90s

กิจกรรม CMRU Hop for Hope by เจ-เจตริน จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องสุเทพฮอลล์ ชั้น 4 โรงแรมเชียงใหม่ แมริออท โฮเทล จังหวัดเชียงใหม่ พบกับ เจ-เจตริน วรรธนะสิน พร้อมค่ำคืนแห่งเสียงเพลงและความทรงจำ สำหรับบัตรร่วมงานแบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่
 โซน A ราคา 50,000 บาทต่อโต๊ะ สำหรับ 6 ท่าน
 โซน B ราคา 30,000 บาทต่อโต๊ะ สำหรับ 8 ท่าน และ
 โซน C ปกติ 3,880 บาทต่อท่าน ราคาพิเศษในช่วง Early Bird รับส่วนลดเหลือเพียง 1,999 บาท

โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการจัดงานจะนำไปเป็นทุนการศึกษาและสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองบัตรได้ที่ คุณเบิร์ด 086 728 7899 หรือ คุณปุ๊ก 085 910 3830

ติดตามข่าวสารการจัดงานที่เฟสบุ๊ก CMRU Hop for Hope by เจ-เจตริน CMRU Hop for Hope by เจ-เจตริน จึงไม่ใช่เพียงค่ำคืนแห่งเสียงเพลง แต่เป็นพื้นที่ที่ความสุขของผู้ร่วมงาน สามารถส่งต่อเป็นโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ ลงมือทำ และเติบโตจากความสามารถของตนเอง

เชียงใหม่ รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “SKY OF WISHES 2026″ ชวนสัมผัสค่ำคืนโคมลอย เสน่ห์ยี่เป็งและวัฒนธรรมล้านนา เชื่อมวาระ 730 ปีเมืองเชียงใหม่ (คลิป)

รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “SKY OF WISHES 2026″ ชวนสัมผัสค่ำคืนโคมลอย เสน่ห์ยี่เป็งและวัฒนธรรมล้านนา เชื่อมวาระ 730 ปีเมืองเชียงใหม่ระหว่างวันที่ 24-25 พ.ย.นี้ ที่มุ่งมานะฟาร์ม อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่


(23 สค.69) นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าว “SKY OF WISHES 2026” ณ ศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิง เซ็นเตอร์ ก่อนเปิดประสบการณ์งานใหญ่วันที่ 24-25 พฤศจิกายน 2569 ณ มุ่งมานะฟาร์ม อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เชื่อมวาระ 730 ปีเมืองเชียงใหม่กับประเพณียี่เป็ง ช่วงเวลาแห่งโคมลอย และกิจกรรมวัฒนธรรมที่เข้าถึงได้ ค่ำคืนแห่งโคมลอย และประสบการณ์ล้านนา Hero Experience ของงานคือช่วงเวลาแห่งโคมลอยภายใต้ท้องฟ้าเชียงใหม่ เชื่อมกับแนวคิด ONE SKY. ONE MOMENT. ONE WISH. พร้อมกิจกรรมทางวัฒนธรรม งานหัตถกรรม อาหาร และการแสดง

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลลอยกระทงหรือประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ปีนี้ มีการจัดกิจกรรมกระจายในหลายพื้นที่ โดยกิจกรรมที่แถลงข่าวครั้งนี้ SKY OF WISHES 2026 จัดขึ้นที่อำเภอสันป่าตอง ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่และผู้ประกอบการเตรียมพร้อมสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ โดยเฉพาะการดูแลอำนวยความสะดวก ด้านการขนส่ง การสัญจรของพี่น้องประชาชน การดูด้านความปลอดภัยซึ่งทางจังหวัดพร้อมที่จะประสานและสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกและดูแลพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว


“ในปีนี้คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเข้ามาในช่วงเทศกาลลอยกระทงน่าจะแตะหลักแสนคน เพราะจังหวัดอนุญาตให้อำเภอที่อยู่นอกเขตปลอดภัยการบินจัดงานปล่อยโคมลอยได้ ซึ่งงานนี้เองก็คาดว่าไม่น่าจะต่ำกว่า 1 หมื่นคน และถ้ารวมทุกพื้นที่ในเชียงใหม่ก็น่าจะถึง 1 แสนคนและน่าจะทำให้มีเงินหมุนเวียนในภาคเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท”นายบุญลือกล่าว

ด้านนายอนุชา สายอุ่นเรือน ผู้บริหารโครงการ SKY OF WISHES 2026 กล่าวว่า “ในวาระครบรอบ 730 ปีแห่งการสถาปนานพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ในปี 2569 และในช่วงเวลาสำคัญที่เชียงใหม่กำลังก้าวไปบนเส้นทางสู่การเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เราอยากให้ SKY OF WISHES เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในการสืบสานและถ่ายทอดอัตลักษณ์ล้านนา ให้ผู้คนได้สัมผัสมากกว่าความงดงามของประเพณี แต่ได้เข้าใจถึงคุณค่า ความเชื่อ ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตที่ได้รับการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

“เราต้องการส่งต่อคุณค่าของล้านนาไปสู่คนรุ่นใหม่ พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้สู่สายตาผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก และเชื่อมโยงวัฒนธรรมเข้ากับการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ สังคม และชุมชน เพื่อให้การสืบสานวัฒนรรรมสามารถเดินไปพร้อมกับการพัฒนาเชียงใหม่ และนำไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน”

สำหรับกิจกรรมวัฒนธรรมในงานแถลงข่าวครั้งนี้
ผู้ร่วมงานได้สัมผัส 4 จุดกิจกรรม ได้แก่ ไทยเขิน-สานตาแหลวและทํากระทง, ตอกดุนเงินโบราณ, คุ้มสล่าพุทธศิลป์และเพนท์ร่ม และสานโคมไม้ไผ่-โคมแขวน ศิลปินและแขกรับเชิญ

ภายในงานมีช่วงพูดคุยกับคุณจีน ฤชาทร กิตติพรพานิช, คุณราชา ราชัน รุ่งไพรพนา, คุณบอย พิษณุ จุฑานิ่มสกุล และคุณอิม เพี้ยวฟ้าว สุดสวิงริงโก้ พร้อม Opening Performance และ Mini Concert จากคุณพืช The Voice

วัฒนธรรมที่มีเรื่องราวอยู่เบื้องหลัง
เจ้าเจือจันทร์ ณ เชียงใหม่และตัวแทนเยาวชนร่วมพูดถึงการส่งต่อยี่เป็งสู่คนรุ่นใหม่ ขณะที่คุณไพศาล สุขเจริญ คุณอิทธิรัฐ สินารักษ์ และป้อสล่าแดง พิทํา ร่วมฉายภาพการยกระดับวัฒนธรรมล้านนาสู่สากล

SKY OF WISHES 2026 งานใหญ่จัดวันที่ 24-25 พฤศจิกายน 2569 ณ มุ่งมานะฟาร์ม อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดประตูตั้งแต่เวลา 15.00 น. บัตรแบ่งเป็น Standard/VIP/Premium / Elite และจําหน่ายอย่างเป็นทางการผ่าน Ticketmelon

ลิงค์เว็บไซต์ https://skyofwishes.com
เว็บไซต์ช่องทางซื้อบัตรผ่าน ticketmelon)
https://www.ticketmelon.com/ThantaraLanna/SkyOfWishes