เชียงใหม่ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดปฐมนิเทศหลักสูตรบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ประเภทประกาศนียบัตร Non-Degree (คลิป)

คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดปฐมนิเทศหลักสูตรบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ประเภทประกาศนียบัตร Non-Degree หลักสูตร “การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ดิจิทัลข้ามพรมแดน สู่ตลาดนานาชาติ”

(ดร.ศรัณย์ จันทร์ทะเล คณบดี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของหลักสูตร)

วันนี้(5 กย.69) ที่ห้องประชุม 105 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ คณะศิลปศาสตร์ รศ.ดร.ชัยยศ สัมฤทธิ์สกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานเปิดการปฐมนิเทศหลักสูตรบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ประเภทประกาศนียบัตร Non-Degree หลักสูตร “การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ดิจิทัลข้ามพรมแดน สู่ตลาดนานาชาติ” ภายใต้ โครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่และกำลังคนที่มีสมรรถนะเพื่อตอบโจทย์ภาคการผลิต ตามนโยบายการปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยหลักสูตรจะดำเนินการต่อเนื่องจนถึงวันที่ 10 มกราคม 2570 โดยมี ดร. ศรัณย์ จันทร์ทะเล คณบดี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของหลักสูตรพร้อมด้วย ผศ.ดร. ปวีณา ฉัตรสูงเนิน หัวหน้าโครงการฯ

(รศ.ดร. ชัยยศ สัมฤทธิ์สกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประธานเปิดโครงการ)

สำหรับ หลักสูตรดังกล่าวเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตร Non-Degree ประเภท Non-Credit Bearing มุ่งพัฒนากำลังคนและผู้ประกอบการให้มีสมรรถนะด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ดิจิทัลข้ามพรมแดน สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูล และ AI มาประยุกต์ใช้ในการบริหารร้านค้าออนไลน์ การสร้างคอนเทนต์ การวิเคราะห์ตลาด การสื่อสารกับลูกค้าต่างประเทศ ตลอดจนการวางแผนและขยายธุรกิจสู่ตลาดนานาชาติ โดยเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงตลอดหลักสูตร

กิจกรรมปฐมนิเทศในวันแรก ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์ ได้แก่ ดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ บรรยายในหัวข้อ “บทบาทของการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ดิจิทัลข้ามพรมแดนต่อการพัฒนาเศรษฐกิจภาคเหนือ” พร้อมด้วย รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กร หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ในหัวข้อ “ระบบนิเวศของ บพท. ในการส่งเสริมการค้าข้ามพรมแดน” และ ดร.คุณานันท์ ทยายุทธ ในหัวข้อ “FROM LOCAL TO GLOBAL: กลยุทธ์การตลาด การขาย และโลจิสติกส์เพื่อพาสินค้าไทยสู่ตลาดต่างประเทศ”

ตลอดระยะเวลาของโครงการ ผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาผ่านหลักสูตร 8 โมดูล รวม 285 ชั่วโมง ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐาน Cross-Border E-Commerce ภาษาอังกฤษและภาษาจีนเพื่อธุรกิจออนไลน์ การจัดการร้านค้าออนไลน์และ Smart Listing การสร้างคอนเทนต์ดิจิทัลด้วย AI, Live Commerce และ AI Customer Service, Data Analytics, การวางแผนธุรกิจและโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน ตลอดจนการจัดทำ Capstone Project และ Final Pitch

(ดร.ศรัณย์ จันทร์ทะเล คณบดี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผศ.ดร.ปวีณา ฉัตรสูงเนิน หัวหน้าโครงการ ให้สัมภาษณ์)

การดำเนินงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และ China Electronics Chamber of Commerce (CECC) เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคการศึกษาเข้ากับโจทย์จริงของภาคธุรกิจและตลาดระหว่างประเทศ มุ่งสร้างกำลังคนที่มีทักษะพร้อมปฏิบัติงาน และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในการเพิ่มมูลค่าและขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดโลก “ต่อยอดความรู้ สร้างโอกาส สู่ตลาดโลก” คือแนวคิดสำคัญของหลักสูตร ที่มุ่งให้ผู้เรียนไม่ได้เพียง “เรียนรู้” แต่สามารถ “ลงมือทำ” และต่อยอดความรู้สู่การประกอบอาชีพและธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่เตรียมขับเคลื่อนหมุดหมายใหม่ระดับโลก! เปิดตัวโครงการ “Cosmo Local CNX 2026″(คลิป)

จังหวัดเชียงใหม่เตรียมขับเคลื่อนหมุดหมายใหม่ระดับโลก! เปิดตัวโครงการ “Cosmo Local CNX 2026” และโมเดลต้นแบบ “Nomad Friendly District” ชวนคนท้องถิ่นและ Global Community ร่วมสร้างคุณค่าให้เมืองยั่งยืน

วันนี้(1 กย.69) ที่ Event Area ชั้น 1 Pantip Lifestyle Hub Chiang Mai ถนนช้างคลาน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดแถลงข่าว จังหวัดเชียงใหม่เตรียมเดินหน้ายกระดับสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้และสร้างสรรค์ระดับ สากล ผ่านการขับเคลื่อนโครงการ “Cosmo Local CNX 2026″ โครงการ Pop-up Village ระยะเวลา 1 เดือนเต็มตลอดเดือนกันยายน 2569 ซึ่งผสานความร่วมมือระหว่างภาคประชาสังคม ภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายนานาชาติ เพื่อสำรวจและทดลองแนวคิดการพัฒนาเมืองที่เปิดพื้นที่ให้คน ท้องถิ่นและผู้คน Nomad จากทั่วโลกได้มาใช้ชีวิต เรียนรู้ แลกเปลี่ยน และร่วมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ร่วมกันอย่างมีความหมาย โดยมีคุณพิสันต์ สุวรรณธาดา กรรมการผู้จัดการ,พันทิพน์ไลฟ์สไตล์ ฮับ เชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ คุณอริษา นิมมานเหมินท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท อนุสาร จำกัด คณะทำงานชับเคลื่อนโครงการ Nomad Friendly District(NFD) และคุณจอห์น โฮ ผู้รับผิกชอบโครงการ Cosmo Local CNX ร่วมแถลงข่าว

(คุณพิสันต์ สุวรรณธาดา กรรมการผู้จัดการ,พันทิพน์ไลฟ์สไตล์ ฮับ เชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ)

โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของคณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ สร้างสรรค์ที่เป็นมิตรต่อผู้ทำงานทางไกลและชาวต่างชาติ (Nomad Friendly District – NFD) คณะทำงานระดับจังหวัด ได้คัดเลือกย่าน“สันป่าข่อย-วัดเกต” เป็นพื้นที่ทดลองเชิงยุทธศาสตร์ (Sandbox) เพื่อศึกษาการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐาน กิจกรรมทางวัฒนธรรม มรดกภูมิปัญญางาน สร้างสรรค์ และการพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เติบโตไปพร้อมกับกระแส Global Talent จาก “Nomad Destination” สู่ “Nomad Friendly District” (NFD)

(คุณอริษา นิมมานเหมินท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท อนุสาร จำกัด คณะทำงานชับเคลื่อนโครงการ Nomad Friendly District(NFD)

โครงการ Cosmo Local CNX และ NFD ไม่ได้มองเชียงใหม่เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของ การท่องเที่ยวพักผ่อน แต่ตั้งคำถามสำคัญว่า “เราจะเปลี่ยนจากเมืองที่คนมาอยู่ ให้กลายเป็นเมืองที่ คนอยากมีส่วนร่วมและสร้างสิ่งดี ๆ ร่วมกันได้อย่างไร” โดยมีกรอบการขับเคลื่อนที่สำคัญผ่านการบูรณาการ 4 คณะทำงานหลัก ได้แก่ ด้าน กฎระเบียบและตรวจคนเข้าเมือง (ขับเคลื่อนโดยตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่), ด้านโครงสร้าง พื้นฐานและการเตรียมความพร้อมของพื้นที่ (ร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่), ด้านกิจกรรมและ วัฒนธรรม (สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่) และด้านการประชาสัมพันธ์ (การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่) ซึ่งที่ผ่านมาคณะทำงานฯ ได้ส่งเสริมการจัดกิจกรรมที่ให้ nomad ในเชียงใหม่ได้เข้าร่วม เช่น การมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลในตลาดนัดเพื่อชุมชนสันป่าข่อย สตรีทมาร์เก็ตเป็นประจำทุกเดือน ตลอดจนการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่าง ๆ ระหว่าง nomad ชาวต่างชาติ และชุมชนสันป่าข่อย-วัดเกต เช่น ร่วมจัดงาน Mid Summer Festival 2026 แบบสไตล์บอลติก กิจกรรมเรียนนาฏศิลป์รำไทยกับเยาวชนในย่าน การร่วม กิจกรรมขบวนแห่สรงน้ำพระในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นต้น

(คุณจอห์น โฮ ผู้รับผิกชอบโครงการ Cosmo Local CNX)

รองผู้ว่าฯขึ้นกล่าว

Cosmo Local CNX จะเป็นจุดหมายปลายทางของ nomad ทั่วโลกที่จะปักหมุดเดินทางมายังเชียงใหม่ในเดือนกันยายนของทุกปี กิจกรรมประมาณ 300 คน จากทั่วโลกและตัวแทนหน่วยงานจากต่างประเทศมาร่วมงานในช่วง โดยคาดการณ์ว่าปีนี้ซึ่งจะจัดงานเป็นครั้งแรกจะมีผู้ร่วม Main Week อีกด้วย เช่น ญี่ปุ่น มาเลเซีย เกาหลี เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เป็นต้น

4 กิจกรรมหลักขับเคลื่อนอนาคตเชียงใหม่ ตลอดเดือนกันยายน 2569 โครงการจะขับเคลื่อนผ่าน 4 กิจกรรมหลักที่สะท้อนมิติการพัฒนา เมืองรอบด้าน ได้แก่ :
1. AI for Chiang Mai
พื้นที่นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาทดลองแก้ปัญหาและสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ บริบทเมือง ท้องถิ่น และธุรกิจ
2. Food That Nourishes Us
การสำรวจวัฒนธรรมอาหาร ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน และภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านเครือข่ายเกษตรกร เชฟ และผู้ขับเคลื่อนระบบอาหารในเชียงใหม่
3. Solopreneur
พื้นที่สำหรับผู้ประกอบการอิสระและครีเอเตอร์ในการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนผ่านการแบ่งปัน ประสบการณ์ และการสร้างเครือข่ายร่วมกัน
4. Nomad Future’s Lab
โครงการวิจัยและทดลองเชิงนโยบายเพื่อออกแบบ Nomad Friendly District Blueprint ที่จะ นำไปใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาเมืองร่วมกับนักวิชาการไทยและนานาชาติ ภาครัฐ และชุมชน

กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในช่วง Main Week ระหว่างวันที่ 23-28 กันยายน 2569 โดยมีกิจกรรม ไฮไลต์ที่น่าสนใจ ได้แก่ :23 กันยายน 2569: พิธีเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ และงานเลี้ยงต้อนรับ ณ อาคาร อนุสาร สันป่าข่อย (สนับสนุนโดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่)

Nomad Future’s Lab Exhibition: นิทรรศการแสดงผลงานวิจัย Prototype และแนวคิดการ พัฒนาเมือง ตลอดจนการเชื่อมโยงกับมรดกด้านวัฒนธรรมงานฝีมือสร้างสรรค์ (สนับสนุนโดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ : บพท.)
AI Hackathon: กิจกรรมการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรม AI แก้โจทย์จริงของชุมชนเชียงใหม่ (สนับสนุนโดย Claude AI)
Solopreneur Show & Tell & Pitch Day : พื้นที่แบ่งปันบทเรียนความสำเร็จและการต่อยอดธุรกิจ ณ คาเฟ่ Cult Caffeine ถนนเจริญเมือง (สนับสนุนโดย สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุม และนิทรรศการ : สสปน.)
Cosmo Local Pot Luck: กิจกรรมสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนท้องถิ่นและประชาคม นานาชาติ ผ่านอาหารและบทสนทนา

อย่างไรก็ดีในวันที่ 28 กันยายน 2569 : พิธีปิดและการส่งมอบภารกิจสู่นานาชาติ ณ อาคารอนุสาร สันป่าข่อย ก่อนเตรียมการเชื่อมโยงไปสู่งาน Colive Fukuoka ประเทศญี่ปุ่น (สนับสนุนโดย เทศบาลเมืองฟุกุ โอกะ ประเทศญี่ปุ่น)

เชียงใหม่ ลำพูนจัดใหญ่ “มหกรรมเสน่ห์สีสันชาติพันธุ์” ขนทัพวัฒนธรรมช้อป-ชม-ชิม ปักหมุดข่วงประตูท่าแพ 28 ส.ค. – 1 ก.ย. นี้(คลิป)

ลำพูนจัดใหญ่ “มหกรรมเสน่ห์สีสันชาติพันธุ์” ขนทัพวัฒนธรรมช้อป-ชม-ชิม ปักหมุดข่วงประตูท่าแพ 28 ส.ค. – 1 ก.ย. นี้

เย็นวันนี้(28 สค.69) ​ที่ข่วงประตูท่าแพ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 โดย จังหวัดลำพูน ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน จัดพิธีเปิดงาน “มหกรรมเสน่ห์สีสันชาติพันธุ์ลำพูน” อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “ร้อยอัตลักษณ์ สร้างคุณค่าจากทุนวัฒนธรรม” ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชาติพันธุ์สีสันแห่งล้านนา โดยมี นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน

บรรยากาศภายในพิธีเปิดเป็นไปอย่างคึกคัก โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง และแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายธนกร สารบรรณ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่, นายภาณุพงค์ วีรตันตยาภรณ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ ประชาชน และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ ข่วงประตูท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ของจังหวัดลำพูน มุ่งเผยแพร่อัตลักษณ์ วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนมาต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าเป็นสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม อันเป็นการสร้างรายได้ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและเครือข่ายทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม – 1 กันยายน (เวลา 10.00 – 22.00 น.) ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสกับเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของ 5 กลุ่มชาติพันธุ์สำคัญในจังหวัดลำพูน ได้แก่ ไทลื้อ, ไทยวน, ไทยอง, กะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ) และมอญ (รามัญ) ผ่านกิจกรรมหลากหลาย เช่น ตลาดวัฒนธรรมจำหน่ายสินค้าและอาหารชุมชน นิทรรศการองค์ความรู้ การสาธิตภูมิปัญญา การแสดงศิลปวัฒนธรรมดนตรีพื้นบ้าน และการเดินแบบแฟชั่นผ้าชาติพันธุ์ เพื่อเปิดพื้นที่ให้เครือข่ายทางวัฒนธรรมได้นำเสนอศักยภาพและสร้างรายได้กลับสู่ชุมชนอย่างแท้จริง.


จังหวัดลำพูนจึงขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจ ร่วมเรียนรู้ สืบสาน และสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากชุมชนในงาน “มหกรรมเสน่ห์สีสันชาติพันธุ์ลำพูน” เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้และกระตุ้นการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน ณ ข่วงประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ ตามวันและเวลาดังกล่าว

 

เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เปิดตัว “CMRU Hop for Hope by เจ-เจตริน” ผสานเสียงเพลง ศิลปะ และพลังแห่งการให้(คลิป)

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เปิดตัว “CMRU Hop for Hope by เจ-เจตริน” ผสานเสียงเพลง ศิลปะ และพลังแห่งการให้ เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่

วันนี้(24 สค.69) ที่ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย ชั้น 2 อาคาร ราชภัฏเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พื้นที่เวียงบัว รองศาสตราจารย์ ดร.ชาตรี มณีโกศล อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ นายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และ นางอัญชลี ลิ้มเล็งเลิศ ประธานการจัดงาน CMRU Hop for Hope by เจ-เจตริน ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “CMRU Hop for Hope by เจ-เจตริน” คอนเสิร์ตการกุศล เพื่อระดมการสนับสนุนทุนการศึกษา พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้นำความรู้ ทักษะ และความคิดสร้างสรรค์มาใช้ผ่านประสบการณ์จริง

นางอัญชลี ลิ้มเล็งเลิศ ประธานการจัดงาน CMRU Hop for Hope by เจ-เจตริน กล่าวว่า หัวใจของโครงการนี้คือแนวคิดที่ว่า การสนับสนุนการศึกษาไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการมอบทุน แต่ควรรวมถึงการสร้าง โอกาส ประสบการณ์ และพื้นที่ให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนี้ต่อยอดมาจากกิจกรรม Dinner Talk และ Coffee Talk ใน 3 ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากผู้ร่วมงานจะได้รับสาระและมุมมองที่เป็นประโยชน์แล้ว ยังได้ร่วมสนับสนุนและ ประมูลผลงานศิลปะของนักศึกษา การได้รับการตอบรับจากผู้ร่วมงานนั้นช่วยสร้างความภาคภูมิใจ ความเชื่อมั่น และแรง บันดาลใจให้นักศึกษาพัฒนาศักยภาพของตนเองต่อไป

 

CMRU Hop for Hope by เจ-เจตริน จึงขยายพื้นที่แห่งโอกาสดังกล่าว โดยนักศึกษาไม่ได้เป็นเพียงผู้รับการ สนับสนุน แต่เป็นผู้สร้างสรรค์และผู้แสดงศักยภาพ โดยภายในงานจะมีการจัดแสดงและจำหน่ายผลงานศิลปะ การประมูล ผลงานของนักศึกษา ตลอดจนอาหารว่าง พร้อมด้วยเครื่องดื่ม Cocktails & Mocktails ที่รังสรรค์โดยนักศึกษา ภายใต้ แนวคิด Back to the 90s

กิจกรรม CMRU Hop for Hope by เจ-เจตริน จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องสุเทพฮอลล์ ชั้น 4 โรงแรมเชียงใหม่ แมริออท โฮเทล จังหวัดเชียงใหม่ พบกับ เจ-เจตริน วรรธนะสิน พร้อมค่ำคืนแห่งเสียงเพลงและความทรงจำ สำหรับบัตรร่วมงานแบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่
 โซน A ราคา 50,000 บาทต่อโต๊ะ สำหรับ 6 ท่าน
 โซน B ราคา 30,000 บาทต่อโต๊ะ สำหรับ 8 ท่าน และ
 โซน C ปกติ 3,880 บาทต่อท่าน ราคาพิเศษในช่วง Early Bird รับส่วนลดเหลือเพียง 1,999 บาท

โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากการจัดงานจะนำไปเป็นทุนการศึกษาและสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองบัตรได้ที่ คุณเบิร์ด 086 728 7899 หรือ คุณปุ๊ก 085 910 3830

ติดตามข่าวสารการจัดงานที่เฟสบุ๊ก CMRU Hop for Hope by เจ-เจตริน CMRU Hop for Hope by เจ-เจตริน จึงไม่ใช่เพียงค่ำคืนแห่งเสียงเพลง แต่เป็นพื้นที่ที่ความสุขของผู้ร่วมงาน สามารถส่งต่อเป็นโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ ลงมือทำ และเติบโตจากความสามารถของตนเอง

เชียงใหม่ รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “SKY OF WISHES 2026″ ชวนสัมผัสค่ำคืนโคมลอย เสน่ห์ยี่เป็งและวัฒนธรรมล้านนา เชื่อมวาระ 730 ปีเมืองเชียงใหม่ (คลิป)

รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “SKY OF WISHES 2026″ ชวนสัมผัสค่ำคืนโคมลอย เสน่ห์ยี่เป็งและวัฒนธรรมล้านนา เชื่อมวาระ 730 ปีเมืองเชียงใหม่ระหว่างวันที่ 24-25 พ.ย.นี้ ที่มุ่งมานะฟาร์ม อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่


(23 สค.69) นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าว “SKY OF WISHES 2026” ณ ศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิง เซ็นเตอร์ ก่อนเปิดประสบการณ์งานใหญ่วันที่ 24-25 พฤศจิกายน 2569 ณ มุ่งมานะฟาร์ม อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เชื่อมวาระ 730 ปีเมืองเชียงใหม่กับประเพณียี่เป็ง ช่วงเวลาแห่งโคมลอย และกิจกรรมวัฒนธรรมที่เข้าถึงได้ ค่ำคืนแห่งโคมลอย และประสบการณ์ล้านนา Hero Experience ของงานคือช่วงเวลาแห่งโคมลอยภายใต้ท้องฟ้าเชียงใหม่ เชื่อมกับแนวคิด ONE SKY. ONE MOMENT. ONE WISH. พร้อมกิจกรรมทางวัฒนธรรม งานหัตถกรรม อาหาร และการแสดง

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลลอยกระทงหรือประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ปีนี้ มีการจัดกิจกรรมกระจายในหลายพื้นที่ โดยกิจกรรมที่แถลงข่าวครั้งนี้ SKY OF WISHES 2026 จัดขึ้นที่อำเภอสันป่าตอง ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่และผู้ประกอบการเตรียมพร้อมสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ โดยเฉพาะการดูแลอำนวยความสะดวก ด้านการขนส่ง การสัญจรของพี่น้องประชาชน การดูด้านความปลอดภัยซึ่งทางจังหวัดพร้อมที่จะประสานและสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกและดูแลพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว


“ในปีนี้คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเข้ามาในช่วงเทศกาลลอยกระทงน่าจะแตะหลักแสนคน เพราะจังหวัดอนุญาตให้อำเภอที่อยู่นอกเขตปลอดภัยการบินจัดงานปล่อยโคมลอยได้ ซึ่งงานนี้เองก็คาดว่าไม่น่าจะต่ำกว่า 1 หมื่นคน และถ้ารวมทุกพื้นที่ในเชียงใหม่ก็น่าจะถึง 1 แสนคนและน่าจะทำให้มีเงินหมุนเวียนในภาคเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท”นายบุญลือกล่าว

ด้านนายอนุชา สายอุ่นเรือน ผู้บริหารโครงการ SKY OF WISHES 2026 กล่าวว่า “ในวาระครบรอบ 730 ปีแห่งการสถาปนานพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ในปี 2569 และในช่วงเวลาสำคัญที่เชียงใหม่กำลังก้าวไปบนเส้นทางสู่การเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เราอยากให้ SKY OF WISHES เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในการสืบสานและถ่ายทอดอัตลักษณ์ล้านนา ให้ผู้คนได้สัมผัสมากกว่าความงดงามของประเพณี แต่ได้เข้าใจถึงคุณค่า ความเชื่อ ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตที่ได้รับการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

“เราต้องการส่งต่อคุณค่าของล้านนาไปสู่คนรุ่นใหม่ พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้สู่สายตาผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก และเชื่อมโยงวัฒนธรรมเข้ากับการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ สังคม และชุมชน เพื่อให้การสืบสานวัฒนรรรมสามารถเดินไปพร้อมกับการพัฒนาเชียงใหม่ และนำไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน”

สำหรับกิจกรรมวัฒนธรรมในงานแถลงข่าวครั้งนี้
ผู้ร่วมงานได้สัมผัส 4 จุดกิจกรรม ได้แก่ ไทยเขิน-สานตาแหลวและทํากระทง, ตอกดุนเงินโบราณ, คุ้มสล่าพุทธศิลป์และเพนท์ร่ม และสานโคมไม้ไผ่-โคมแขวน ศิลปินและแขกรับเชิญ

ภายในงานมีช่วงพูดคุยกับคุณจีน ฤชาทร กิตติพรพานิช, คุณราชา ราชัน รุ่งไพรพนา, คุณบอย พิษณุ จุฑานิ่มสกุล และคุณอิม เพี้ยวฟ้าว สุดสวิงริงโก้ พร้อม Opening Performance และ Mini Concert จากคุณพืช The Voice

วัฒนธรรมที่มีเรื่องราวอยู่เบื้องหลัง
เจ้าเจือจันทร์ ณ เชียงใหม่และตัวแทนเยาวชนร่วมพูดถึงการส่งต่อยี่เป็งสู่คนรุ่นใหม่ ขณะที่คุณไพศาล สุขเจริญ คุณอิทธิรัฐ สินารักษ์ และป้อสล่าแดง พิทํา ร่วมฉายภาพการยกระดับวัฒนธรรมล้านนาสู่สากล

SKY OF WISHES 2026 งานใหญ่จัดวันที่ 24-25 พฤศจิกายน 2569 ณ มุ่งมานะฟาร์ม อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดประตูตั้งแต่เวลา 15.00 น. บัตรแบ่งเป็น Standard/VIP/Premium / Elite และจําหน่ายอย่างเป็นทางการผ่าน Ticketmelon

ลิงค์เว็บไซต์ https://skyofwishes.com
เว็บไซต์ช่องทางซื้อบัตรผ่าน ticketmelon)
https://www.ticketmelon.com/ThantaraLanna/SkyOfWishes

เชียงใหม่ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 จัดการอบรมให้ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพของภาคท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม (Muslim-Friendly Tourism) (คลิป)

จัดการอบรมให้ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพของภาคท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม (Muslim-Friendly Tourism) ในการบริการต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569ในระหว่างวันที่ 22 – 23 สิงหาคม 2569

วันนี้(21 สค.69) ที่ห้องประชุมสุวรรณนภา 1 โรงแรมเดอะแกรนด์ชัยพฤกษ์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จัดการอบรมให้ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพของภาคท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม (Muslim-Friendly Tourism) ในการบริการต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม โดยมีนายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวรายงาน

นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การฝึกอบรมให้ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพของภาคท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม (Muslim-Friendly Tourism) ในการบริการต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 และมอบหมายให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ให้ดำเนินกิจกรรมดังกล่าว
โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
1. เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดบริการที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม (Muslim Friendly Hospitality Services)
2. เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งพัฒนาศักยภาพบุคลากรในพื้นที่เพื่อการบริหารจัดการและการให้บริการ
3. เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและสิ่งอำนวยความสะดวกในการรองรับกิจกรรมท่องเที่ยวมุสลิมโดยการฝึกอบรมให้ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพของภาคท่องเที่ยวในการให้บริการต่อนักท่องเที่ยวมุสลิมนี้ เป็นการสร้างบุคลากรในพื้นที่ให้มีความเข้าใจในกระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วม พัฒนาความรู้ด้านการท่องเที่ยว การสร้างเสริมประสบการณ์เพื่อให้เป็นผู้ให้บริการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับตลาดนักท่องเที่ยวมุสลิม และสร้างรายได้จากตลาดนักท่องเที่ยวมุสลิมจังหวัดเชียงใหม่และในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอน 1 



โดยกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม (Muslim-Friendly Tourism) ประกอบด้วยการอบรมให้ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพของภาคท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม (Muslim-Friendly Tourism) ในการบริการต่อนักท่องเที่ยวมุสลิมซึ่งคือการอบรมนี้กิจกรรมการประกวดเมนูสร้างสรรรค์อาหารฮาลาลเพื่อการท่องเที่ยว โดยมีการแข่งขันประกวดเมนูอาหารฮาลาลอาหารเหนือ และการประกวดเมนูอาหารฮาลาลล้านนาฟิวชั่น และกิจกรรมการจัดแสดงสินค้า (Product Showcase) เป็นการแสดงสินค้า อาหาร เครื่องดื่มฮาลาล และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม ซึ่งจะดำเนินการจัดในวันที่ 4 – 5 กันยายน 2569

นอกจากนี้ยังประกอบด้วยกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวและธุรกิจสืบเนื่องในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 และจัดทำเส้นทางเชื่อมโยงกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ซึ่งจะจัดขึ้น 2 เส้นทาง เส้นทางที่ 1 เส้นทางจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง จัดขึ้นในวันที่ 10 – 12 กันยายน 2569 เส้นทางที่ 2 เส้นทางจังหวัดเชียงใหม่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอปาย จะจัดขึ้นในวันที่ 21 – 23 กันยายน 2569 และการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์แผ่นพับแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ Youtube ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างการรับรู้การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิมให้กับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในวงกว้าง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายตลาดเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมที่เดินทางมาท่องเที่ยวได้อย่างเหมาะสม และสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว

สำหรับการอบรมครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย ผู้ประกอบการและบุคลากรด้านการท่องเที่ยว หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการด้านที่พัก ร้านอาหาร สถานประกอบการด้านสุขภาพแหล่งท่องเที่ยว และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการนักท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ได้แก่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน จำนวน 100 คน โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ มาถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับ Muslim-Friendly Tourism การให้บริการนักท่องเที่ยวมุสลิม การเข้าใจหลักปฏิบัติและวัฒนธรรมของนักท่องเที่ยวมุสลิม ตลอดจนแนวทางการพัฒนาการบริการด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการรับรองนักท่องเที่ยวได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ คาดว่าผู้เข้าร่วมการอบรมจะสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการให้บริการ ตลอดจนยกระดับการบริการด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ให้มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิมจากทั่วโลกได้

เชียงใหม่ ม่อนพญานาคราช เตรียมจัดใหญ่ “มหัศจรรย์ยี่เป็งล้านนา” ชูศรัทธา วัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมของชุมชน (คลิป)

แม่ออนเตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวในเทศกาลยี่เป็ง 23-25 พฤศจิกายน 2569 จัดเต็มแสง สี เสียง ศิลปวัฒนธรรม และการปล่อยโคมลอย ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธา พร้อมวางแผนจราจรและความปลอดภัยอย่างรอบด้าน


วันนี้(21 สค.69) ที่ ม่อนพญานาคราช อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ คณะกรรมการธรรมสถานม่อนพญานาคราช ร่วมกับผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดประชุมหารือและวางแผนเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดงาน “มหัศจรรย์ยี่เป็งล้านนา ปาฏิหาริย์แสงประทีปนาคาแห่งความศรัทธา” ระหว่างวันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2569 โดยตั้งเป้ายกระดับงานประเพณียี่เป็งให้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมล้านนาและบรรยากาศแห่งความศรัทธา

การประชุมครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมในหลายด้าน ทั้งการบริหารจัดการจราจร การจัดพื้นที่จอดรถและระบบรับ-ส่งนักท่องเที่ยว การอำนวยความสะดวกแก่แขก VIP ตลอดจนมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเป็นระเบียบและความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ภายในงานเตรียมพบกับบรรยากาศ “ค่ำคืนแห่งศรัทธา” พร้อมกิจกรรมปล่อยโคมลอยสุดตระการตา ท่ามกลางมนต์เสน่ห์ของเมืองล้านนา การแสดงศิลปะและวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น รวมถึงการประดับตกแต่งด้วยแสงสีที่สวยงาม และการแสดงพลุและดอกไม้ไฟ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน

นอกจากความยิ่งใหญ่ของกิจกรรมแล้ว ผู้จัดงานยังให้ความสำคัญกับ “ชุมชน” โดยเปิดพื้นที่ให้คนในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม นำสินค้า อาหาร ผลิตภัณฑ์ และของดีประจำชุมชนมาจัดแสดงและจำหน่ายภายในงาน เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน


ขณะเดียวกัน คณะผู้จัดงานและผู้นำชุมชนยังร่วมกันพิจารณาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนในพื้นที่ ทั้งด้านการจราจร ความปลอดภัย ความเป็นระเบียบ และการใช้พื้นที่สาธารณะ เพื่อให้การจัดงานเป็นไปอย่างเหมาะสมและสร้างประโยชน์ร่วมกันระหว่างนักท่องเที่ยว ชุมชน และผู้ประกอบการในพื้นที่

สำหรับงาน “มหัศจรรย์ยี่เป็งล้านนา ปาฏิหาริย์แสงประทีปนาคาแห่งความศรัทธา” ระหว่างวันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2569 จึงนับเป็นอีกหนึ่งงานที่น่าจับตามองของอำเภอแม่ออน ซึ่งจะนำความงดงามของประเพณีล้านนา ความศรัทธา และพลังของชุมชน มาร้อยเรียงเป็นเทศกาลแห่งแสงประทีป พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสบรรยากาศยี่เป็งในมุมที่งดงามและน่าประทับใจ

แม่ออนพร้อมแล้วที่จะเปิดม่าน “มหัศจรรย์ยี่เป็งล้านนา” สู่สายตานักท่องเที่ยว ให้แสงแห่งศรัทธาส่องประกายไปพร้อมกับรอยยิ้มของคนในชุมชนและมนต์เสน่ห์แห่งล้านน

เชียงใหม่ สปาร์กพลังสร้างสรรค์เหนือข้อจำกัด! CEA ประกาศจัดงานเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2569 (Chiang Mai Design Week 2026)(คลิป)

สปาร์กพลังสร้างสรรค์เหนือข้อจำกัด! CEA ประกาศจัดงานเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2569 (Chiang Mai Design Week 2026) ภายใต้แนวคิด “Local Thunders, Global Transformation” ปักหมุดขับเคลื่อนธุรกิจ นวัตกรรมกลิ่น และความยั่งยืนสู่เวทีโลก

(21 สค.69) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) สำนักภาคเหนือ เตรียมจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีกับเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2569 (Chiang Mai Design Week 2026) ระหว่างวันที่ 5 – 13 ธันวาคม 2569 ภายใต้แนวคิดหลัก “Local Thunders, Global Transformation” เพื่อปลุกพลังสร้างสรรค์จากความร่วมมือนักสร้างสรรค์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปลดล็อกพลัง “คน” และภูมิปัญญาลึกซึ้งของท้องถิ่น เพื่อเตรียมความพร้อมในการปรับตัว (Shift) รับมือความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ไม่แน่นอน โดยใช้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นเครื่องยนต์ใหม่ผลักดันธุรกิจและนักสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีนานาชาติ ผ่าน 3 แกนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเมือง

การสร้างโอกาสใหม่ (New Opportunities) กิจกรรม Business Matching, Studio Visit, Pop Market, Cross-Industry Project (งานคราฟต์ x ดีไซน์ x อาหาร) และ International Residency
การรวมกลุ่ม Homecoming Creator ทั้ง Homecoming Club Speed Dating เชื่อมโยงนักสร้างสรรค์คืนถิ่นร่วมกับคนในพื้นที่

การลงทุนเพื่ออนาคต (Local Sustainable Living) ที่เชื่อมช่องว่างระหว่างวัย (Bridge Generation) นำความคิดสร้างสรรค์มาแก้ปัญหาสังคมสูงวัย และสิ่งแวดล้อม (Design for Better Living)

ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความคิดสร้างสรรค์ เปิดพื้นที่การเสวนาแลกเปลี่ยน โดย คุณอิ่มหทัย กันจินะ ผู้อำนวยการสำนักภาคเหนือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ร่วมกับพันธมิตร กลุ่มนักสร้างสรรค์ เครือข่ายความร่วมมือภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ คุณกานต์ชนก ประกาศวุฒิสาร

รองนายกเทศมนตรี เทศบาลนครเชียงใหม่, ดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ​ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่, คุณชวนัสถ์ สินธุเขียว ​ประธานสมาพันธ์สมาคมสปาแอนด์เวลเนสไทย, คุณธัญญพร จิตราภิรมย์ ​ตัวแทนนักสร้างสรรค์ กลุ่ม PATTERN.ERS นอกจากนี้ มีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “กฎหมายและสิทธิคุ้มครองระหว่างประเทศ” โดย คุณกิตติเทพ จริงจิตร ผู้อำนวยการ บริษัท เอเค ไอพี เวนเจอร์ จำกัด

โดยตลอด 9 วันของการจัดงาน ประกอบด้วยโปรแกรมจากเครือข่ายนักสร้างสรรค์ทั่วภาคเหนือ ผ่านเรื่องราวของอาหาร งานหัตถกรรม ดนตรี และงานออกแบบ ในส่วนของกิจกรรมไฮไลต์ เทศกาลฯ นำผู้ชมย้อนสำรวจต้นทุนธรรมชาติและวัฒนธรรมของภาคเหนือ ขานรับนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อน Wellness Economy Scents Asia 2026: โครงการยุทธศาสตร์เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมกลิ่นตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์และเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ประกอบด้วยไฮไลต์หลัก ได้แก่ ‘Asia Scent Showcase’ พื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์กลิ่นจากกว่า 50 แบรนด์ท้องถิ่น, ‘Balance in Balance Exhibitions’

นิทรรศการนวัตกรรมกลิ่นรูปแบบ Immersive ถ่ายทอดศักยภาพวัตถุดิบท้องถิ่น และ ‘Scents Asia Awards’ การประกวด Make Scents Award เชิดชูเกียรตินักปรุงกลิ่นที่ผสานวัตถุดิบท้องถิ่นกับนวัตกรรม ภายใต้ความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศฝรั่งเศสเพื่อยกระดับสู่สากล 


นิทรรศการที่นำเสนอศักยภาพวัตถุดิบท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าใหม่แก่อุตสาหกรรมด้านสุขภาพ (Wellness Economy) โดยขับเคลื่อนเรื่อง ‘กลิ่น’ เชื่อมโยงข้ามอุตสาหกรรมอื่น ๆ

เทศกาลดนตรี LABBfest. ที่เชื่อมศิลปินภาคเหนือกับเวทีทั้งในประเทศและต่างประเทศ Pop Market ตลาดสร้างสรรค์ ที่นำเสนอสินค้าและบริการจากกระบวนการที่คำนึงถึงความยั่งยืน ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายไปจนถึงการจัดงาน Trade & Business Matching เวทีเจรจาธุรกิจแบบ B2B ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ไทยเข้ากับผู้เชี่ยวชาญ ผู้ซื้อ และเครือข่ายอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั้งในและต่างประเทศเพื่อเปิดประตูสู่ตลาดโลก รวมถึงเวิร์กช็อปและการแสดงศิลปะร่วมสมัยอีกมากมาย ซึ่งได้รับการออกแบบมารองรับผู้คนทุกกลุ่ม ตั้งแต่ครอบครัว วัยรุ่นเจน Z ไปจนถึงผู้สูงวัย

เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ (Chiang Mai Design Week) ถือเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่พิสูจน์ความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง ผลักดันมาตรฐานของเทศกาลให้เป็น International Festival ที่เป็นที่ประจักษ์ในฐานะสมาชิกของ World Design Weeks มากว่า 11 ปี โดยในปีก่อนหน้า (CMDW2025) เทศกาลสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานได้สูงถึง 170,517 คน และสร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจสูงถึง 1,554 ล้านบาท (Direct Impact 823.98 ล้านบาท) รวมถึงกระตุ้นให้เกิดอัตราการจ้างงานในพื้นที่กว่า 3,134 อัตรา ในปีนี้ คาดว่าจะสร้างปรากฏการณ์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับที่เติบโตขึ้นพร้อมส่งออกนักสร้างสรรค์และธุรกิจสร้างสรรค์สู่เวทีระดับนานาชาติ

ร่วมเฉลิมฉลอง แบ่งปัน และสานพลังสร้างสรรค์ให้ภาคเหนือเราได้เฉิดฉาย พร้อมสร้างแรงบันดาลใจขับเคลื่อนโลก ในเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2569 (Chiang Mai Design Week 2026) ภายใต้แนวคิด “Local Thunders, Global Transformation” ระหว่างวันที่ 5 -13 ธันวาคม 2569 นี้ ที่เชียงใหม่!

#ChiangMaiDesignWeek
#CMDW2026
#LocalThundersGlobalTransformation
#CEA
#TCDCChiangMai

เชียงใหม่ สํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต นําทัพเปิด Thai Street Gold Star Roadshow 3 จังหวัดต้นแบบ พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน Thai Street Gold Star ครั้งแรกของประเทศไทย(คลิป)

สํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต นําทัพเปิด Thai Street Gold Star Roadshow 3 จังหวัดต้นแบบ พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน Thai Street Gold Star ครั้งแรกของประเทศไทย ดันสตรีทฟู้ดไทยสู่ Gastronomy Wellness Destination สู่ระดับโลก ปักหมุด 3 สนามใหญ่ กรุงเทพฯ – พัทยา – เชียงใหม่ พิสูจน์ผลสําเร็จการยกระดับผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดสู่มาตรฐานสากล


( 21 สค.69) สํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิต และภาคีเครือข่าย เดินหน้าขับเคลื่อน “โครงการยกระดับผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสู่มาตรฐานสากล” (Thailand Food Therapy Festival & Thai Street Gold Star Project) มุ่งขั้นตอนสําคัญที่สุดของโครงการ ด้วยการจัดกิจกรรม Roadshow Therapy Festival & Thai Street Gold Star ใน 3 พื้นที่ต้นแบบพร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน “Thai Street Gold Star” อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจาก ผู็ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมพ์มาดา วิชาศิลป์ คณบดีโรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เป็นประธานเปิดงาน ณ ลานกิจกรรมหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ (เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่) ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายของทัวร์ Roadshow ระดับประเทศครั้งนี้


ผู็ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมพ์มาดา วิชาศิลป์ กล่าวว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ประกอบการ SME ในฐานะกลไกหลักของเศรษฐกิจฐานราก โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน GDP ของ SME ให้ถึงร้อยละ 40 ภายใน 5 ปีข้างหน้า กิจกรรม Roadshow ในวันนี้คือการนำผลสำเร็จของการพัฒนาผู้ประกอบการตลอดโครงการา ออกมาสู่สายตาประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมเป็นครั้งแรก พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน Thai Street Gold Star ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการที่ผ่านมาตรฐานมีพื้นที่ทางการตลาดที่ยั่งยืน สามารถลงสนามทดลองตลาดจริงและสร้างรายได้ได้ทันที ซึ่งเชื่อมั่นว่ากิจกรรมในวันนี้จะเป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ของวงการสตรีทฟู้ดไทย ที่จะยกระดับอาหารริมทางของประเทศไทยให้กลายเป็น Gastronomy Wellness Destinatioin สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน”


โครงการดังกล่าวดำเนินการนำร่องใน 3 จังหวัดต้นแบบ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี (พัทยา) และเชียงใหม่ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คณะผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้ลงพื้นที่ตรวจประเมินและยกระดับมาตรฐานร้านค้า พร้อมจัดอบรมเข้มข้นด้านการาวางแผนธุรกิจ การตลาดดิจิทัล กรประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI และมาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหารให้แก่ผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ก่อนคัดเลือกร้านต้นแบบที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน “Thai Street Gold Star” ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ Safety (ความปลอดภัย) Signature (อัตลักษณ์เมนู) และ Service (การบริการ) เข้าร่วมออกร้านจริงในกิจกรรม Roadshow ครั้งนี้


กำหนดการจัดกิจกรรม Roadshow ทั้ง 3 พื้นที่ มีดังนี้ กรุงเทพมหานคร 24-26 กรกฎาคม 2569 ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี 7-9 สิงหาคม 2569 ณ ลานหน้าหาดพัทยากลาง และจังหวัดเชียงใหม่ 21-23 สิงหาคม 2569 ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติเวล เชียงใหม่

ภายในงานวันนี้ นอกจากจะได้พบกับมะตูม เตชินท์ นักแสดง พิธีกร และอินฟลูเอนเซอร์สายชิมที่มาคอนเฟิร์มความอร่อยของร้านต่าง ๆ ในงานแล้ว ผู้ร่วมงานก็จะได้พบกับการออกร้านของผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดและธุรกิจเวลเนสที่ผ่านการยกระดับมาตรฐานจากโครงการ ที่นำเสนอนวัตกรรมด้านสุขภาพ พร้อมกิจกรรม Workshop สาธิตเมนู Food Therapy การแสดงศิลปวัฒนธรรม และพิธีมอบป้ายมาตรฐาน “Thai Street Gold Star” ให้แก่ผู้ประกอบการต้นแบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน Roadshow ครั้งนี้ คือการเปิดตัวแอปพลิเคชัน “ไทย สตรีท โกลด์ สตาร์” (Thai Street Gold Star) อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการ ร้านอาหาร นักท่องเที่ยว และผู้บริโภคเข้าไว้ด้วยกัน ช่วยให้ร้านค้าที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน พื้นที่ทางการตลาดที่ยั่งยืน ค้นหาและเข้าถึงได้สะดวก รวดเร็ว ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะ พร้อมขยายผลต่อยอดไปยังทุกภูมิภาคทั่วประเทศในระยะต่อไป


การจัดกิจกรรม Roadshow ทั้ง 3 พื้นที่ในครั้งนี้ ถือเป็นสนามทดสอบตลาดจริง (Market Validation)
ที่สำคัญของโครงการ สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Global Street Food & Wellness Destination พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน

ขอเชิญประชาชน นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และผู้สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ครั้งสำคัญนี้ได้ทั้ง 3 พื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม – 23 สิงหาคม 2569 โดยสามารถติดตามรายละเอียดโครงการา “Thai Street Gold Star” และกำหนดการ Roadshow เพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก : Thailand Food Therapy Festival

เชียงใหม่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 จัดการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานโครงการ กลไกการขับเคลื่อนระบบนิเวศทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล(คลิป)

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 เป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานโครงการ กลไกการขับเคลื่อนระบบนิเวศทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้สู่การยกระดับความฉลาดรู้ด้านการอ่าน การคิดอย่างมีวิจารณญาณและสมรรถนะสูงของเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ ระยะที่ 2


วันนี้( 21 สค.69) ที่ห้องประชุมออคิดบอลรูม โรงแรมเชียงใหม่ออคิด จังหวัดเชียงใหม่ ดร.อุดมพร กันทะใจ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 เป็นประธานประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานโครงการ กลไกการขับเคลื่อนระบบนิเวศทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้สู่การยกระดับความฉลาดรู้ด้านการอ่าน การคิดอย่างมีวิจารณญาณและสมรรถนะสูงของเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ ระยะที่ 2 โดยมีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ทรงคุณวุฒิ ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอนกว่า 300 คนจากหลากหลายสังกัดในพื้นที่เข้าร่วม

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.สุบัน พรเวียง ผู้ทรงคุณวุฒิ ศึกษานิเทศก์ หัวหน้าศูนย์วิจัยลดความเหลื่อมล้ำเพื่อสร้างโฮกาสทางสังคม กล่าวว่า จากผลการดำเนินงานโครงการกลไกการขับเคลื่อนระบบนิเวศทางการศึกษาด้วย เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ สู่การยกระดับความฉลาดรู้ด้านการอ่าน การคิดอย่างมีวิจารณญาณและ สมรรถนะสูงของเด็กและเยาวชน จังหวัดเชียงใหม่” ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับทักษะด้านการอ่านเพื่อความเข้าใจ (reading literacy) การคิดเชิงวิพากษ์ (critical thinking) และพัฒนากรอบความคิดแบบเติบโต (growth mindset) ของเด็กและ เยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 (ปีการศึกษา 2568) และระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในปีการศึกษา 2569 โดยใช้ระบบนิเวศทางการศึกษาที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้มาใช้อย่างเป็นระบบ


ในระยะ 9 เดือนที่ได้ดำเนินงานโครงการที่ผ่านมาทำให้จังหวัดเชียงใหม่มีฐานทุนสำคัญ ได้แก่ เครือข่ายความร่วมมือ หลักสูตรพัฒนาบุคลากร แพลตฟอร์มดิจิทัล เครื่องมือประเมิน ระบบนิเทศติดตาม และฐานข้อมูลผลลัพธ์ผู้เรียน อย่างไรก็ตาม ยังพบข้อจำกัดด้านความแตกต่างของบริบทโรงเรียน ความพร้อมของอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ต ความต่อเนื่องในการใช้แพลตฟอร์ม และการนำข้อมูลไปใช้ปรับการเรียนรู้รายบุคคล

ผลลัพธ์ผู้เรียนจากผลการประเมินระยะที่ 1 พบว่าด้าน Reading Literacy เริ่มมีพัฒนาการชัดเจนกว่า Critical Thinking โดยมีผู้เรียนที่พัฒนาขึ้นคิดเป็นร้อยละ 57.69 และด้าน Critical Thinking มีผู้เรียนที่พัฒนาขึ้น ร้อยละ 27.12 จึงสะท้อนว่า Critical Thinking ยังเป็น Pain Point สำคัญที่ต้องได้รับการพัฒนาเชิงลึกต่อเนื่อง และเฉพาะเจาะจงมากขึ้น

และเมื่อสังเคราะห์ผลการดำเนินงานระยะ 9 เดือนร่วมกับข้อสังเกตจากการนิเทศ หนุนเสริม การประชุมสะท้อนผล และข้อมูลผลลัพธ์ผู้เรียน สามารถจำแนกช่องว่างสำคัญที่ต้องนำไปออกแบบการดำเนินงานระยะที่ 2 ได้ 4 ระดับ ได้แก่ ระดับจังหวัด ระดับทีมหนุนเสริมและสถานศึกษา ระดับห้องเรียน และระดับผลลัพธ์ผู้เรียน

ดังนั้น การดำเนินงานระยะที่ 2 จึงจะต่อยอดจากฐานเดิม โดยเน้นการ บูรณาการ AI กับกระบวนการเรียนการสอนและเนื้อหารายวิชาตามกรอบ AIPACK การใช้ AI Feedback Loop ในห้องเรียน การพัฒนาทีมหนุนเสริมผ่าน Coaching, Mentoring และ PLC/SLC ตลอดจนการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อยกระดับความฉลาดรู้ด้านการอ่านและการคิดอย่างมีวิจารณญาณของผู้เรียนให้เกิดผลชัดเจนและยั่งยืนในระดับพื้นที่โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้


1.เพื่อสรุปผลการดำเนินงานโครงการ กลไกการขับเคลื่อนระบบนิเวศทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้สู่การยกระดับความฉลาดรู้ด้านการอ่าน การคิดอย่างมีวิจารณญาณและสมรรถนะสูงของเด็กและเยาวชน จังหวัดเชียงใหม่ ระยะที่ 1และชี้แจงแนวทางการดำเนินงานโครงการในระยะที่ 2
2.เพื่อชี้แจงการใช้งานแพลตฟอร์มศูนย์การเรียนรู้ทักษะแห่งอนาคตทางการศึกษา(Future Skills Education Learning Cennter(FSE-CMU))
3.เพื่อทบทวนการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ ที่สร้างการมีส่วนร่วมของนักเรียน (Student Engagement) ผ่านแพลตฟอร์ม “คาปิบ้าเรียน”
4.เพื่อส่งเสริมการจัดทำคลิปและการนำคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการนิเทศหนุนเสริม การนิเทศภายในและกระบวนการจัดการเรียนรู้เผยแพร่บนอพลตฟอร์ม YouTube

ดร.อุดมพร กันทะใจ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 ให้สัมภาษณ์