เชียงใหม่ NREL CAMT มช. ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และการีนา ดึง Lanna Soft Power สู่ Free Fire Craftland หนุนเชียงใหม่มุ่งสู่มรดกโลก UNESCO (คลิป)

NREL CAMT มช. ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และการีนา ดึง Lanna Soft Power สู่ Free Fire Craftland หนุนเชียงใหม่มุ่งสู่มรดกโลก UNESCO

วันนี้ ( 9 สค.69) ที่ศูนย์การเรียนรู้อีสปอร์ตภาคเหนือ (NREL) วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์ ดร.กลวัชร คล้ายนาค รองคณบดี (งานพัฒนาคุณภาพนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์) เป็นประธานเปิดงาน NREL CAMT มช. ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และการีนา ดึง Lanna Soft Power สู่ Free Fire Craftland หนุนเชียงใหม่มุ่งสู่มรดกโลก UNESCO


ศูนย์การเรียนรู้อีสปอร์ตภาคเหนือ (NREL) วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับ บริษัท การีนา (ประเทศไทย) จำกัด ขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ผ่านการแข่งขันออกแบบแผนที่เมืองเชียงใหม่บนเกม Free Fire Craftland ในโครงการ “Chiang Mai’s Digital Map Design Competition 2026” ระหว่างวันที่ 7 – 9 สิงหาคม 2569 โดยมีเยาวชนระดับมัธยมศึกษาในภาคเหนือเข้าร่วมสร้างสรรค์ผลงานมากกว่า 26 ทีม

ช่วงบ่าย คณบดีวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เสวนาพิเศษหัวข้อ “Game On, Culture Up: ดีไซน์อัตลักษณ์ล้านนา สู่ซอฟต์พาวเวอร์ในโลกดิจิทัล” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภคินี อริยะ หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้อีสปอร์ตภาคเหนือ ,ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มณิษวาส จินตพิทักษ์ ,ดร.กรวรรณ สังขกรรักษาการแทน ผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและล้านนาสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

การแข่งขันครั้งนี้ นำทุนวัฒนธรรมล้านนา ทั้งสถาปัตยกรรมวัดสำคัญ 7 แห่ง ประตูเมือง และกำแพงเมือง มาถ่ายทอดเป็นฉาก ยุทธศาสตร์ และภารกิจในโลกดิจิทัล เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนจังหวัดเชียงใหม่ สู่การเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมของ UNESCO โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยคัดกรองเนื้อหาผ่านกระบวนการ Cultural Review Gate เพื่อรักษาความถูกต้องและเคารพคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างลงตัว

นอกจากจะเปลี่ยนเรื่องราวท้องถิ่นให้กลายเป็นประสบการณ์เกมสุดล้ำแล้ว ยังช่วยอัปสกิลเยาวชนในการสร้างผลงานต้นแบบ (Prototype) เพื่อพัฒนาสู่นักออกแบบเกมและครีเอเตอร์รุ่นใหม่ในอนาคต

ผู้สนใจสามารถร่วมเปิดประสบการณ์และเข้าชมผลงานแผนที่ดิจิทัลได้ที่ https://cmcraftmap.camt.cmu.ac.th/

 

เชียงใหม่ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจจัดกิจกรรม “CAMT Digital Contest 2026”(คลิป)

( 8 สค.69) วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจและขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้ จัดกิจกรรม “CAMT Digital Contest 2026” มุ่งเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และเปิดรับพลังความคิดสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์องค์กรภายใต้วิสัยทัศน์ “CAMT CREATIVE DIGITAL INNOVATION” ที่ยึดเอา ความคิดสร้างสรรค์ เป็นตัวนำทาง และใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล เป็นเครื่องมือขับเคลื่อน เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ที่ไม่เพียงแค่ทันสมัย แต่ต้องสร้างมูลค่าและตอบโจทย์โลกอนาคตได้อย่างแท้จริง

การแข่งขันในครั้งนี้เน้นย้ำการสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่ให้เยาวชนได้ปลดล็อกศักยภาพ ผ่านการแข่งขันและกิจกรรม Workshop ดังนี้

ไฮไลท์กิจกรรมเด่นภายในงาน CAMT Digital Contest 2026:
1.การประกวดแข่งขัน (Competition) : เปิดพื้นที่ให้นักคิด นักสร้าง และสายครีเอทีฟรุ่นใหม่ มาประลองสกิล ไอเดีย และความสามารถแห่งอนาคตกับ 7 การแข่งขัน ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 70,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

1.Software Design Contest
คิดให้ลึก เข้าใจผู้ใช้ และเปลี่ยนไอเดียซอฟต์แวร์ให้กลายเป็น Prototype ที่ตอบโจทย์จริง

2.AI Creator Contest
ปล่อยพลังครีเอทีฟด้วย AI สร้างภาพ วิดีโอ เสียง และคอนเทนต์ให้โดดเด่นและใช้ประโยชน์ได้จริง

3.Game Design Contest
รับโจทย์ คิดระบบ และสร้างเกมให้เล่นได้จริงภายในเวลาจำกัด พร้อมโชว์สกิลนักพัฒนาเกมแบบเต็มแม็กซ์

4.Invention & Innovation Contest
ประชันไอเดียนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ เปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นผลงานที่ต่อยอดสู่อนาคต

5.Board Game Challenge
การแข่งขันบอร์ดเกมเชิงกลยุทธ์จาก Basecamp: The Startup Journey ที่วัดทักษะการคิดวิเคราะห์ การบริหารทรัพยากร การวางแผน และการตัดสินใจภายใต้สถานการณ์สุดท้าทาย โดยตัดสินจากการวางกลยุทธ์ที่เฉียบคมเพื่อค้นหาสุดยอดนักวางแผน

6.Music & Visual Contest
ระเบิดพลังการแสดงสด ผสานเสียงดนตรีกับ Visual Arts ให้กลายเป็นโชว์ที่สะกดทุกสายตา

7.Cosplay Contest
ปลุกคาแรกเตอร์ให้มีชีวิต ถ่ายทอดทุกดีเทลผ่านชุด อุปกรณ์ และการแสดงบนเวทีอย่างเต็มพลัง

2.กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ (AI Revolution Workshops) : เปิดให้น้อง ๆ ระดับมัธยมศึกษาทุกระดับชั้น มาอัปสกิล AI ผ่านการลงมือทำจริง พร้อมเรียนรู้เทคโนโลยีแห่งอนาคตกับ 6 หัวข้อ Workshops สำหรับน้องๆ มัธยมทุกระดับชั้น

1.AI for Game
เรียนรู้การใช้ AI ช่วยออกแบบตัวละคร ฉาก ไอเทม และสร้างโลกของเกมจากไอเดียให้กลายเป็นผลงาน

2.AI for Art
ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ด้วย AI ตั้งแต่การสร้างภาพ ควบคุมสไตล์ ไปจนถึงการพัฒนาผลงานศิลปะและวิดีโอ

3.AI for Marketing
เรียนรู้การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย สร้างภาพโฆษณา เขียนคอนเทนต์ และออกแบบสื่อการตลาดด้วย AI

4.AI Agent
ทำความรู้จักและสร้างผู้ช่วยอัจฉริยะที่สามารถวิเคราะห์ ตัดสินใจ ค้นหา สรุปข้อมูล และทำงานอัตโนมัติได้

5.AI for Application
เปลี่ยนไอเดียให้เป็นแอปพลิเคชัน ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการ ออกแบบ UX/UI เขียนโค้ด ไปจนถึงสร้างต้นแบบพร้อมใช้งาน

ความสำเร็จของการเปิดพื้นที่พัฒนาทักษะในครั้งนี้ ถือเป็นผลสัมฤทธิ์อันเด่นชัดในการยืนยันถึงคุณภาพการจัดการเรียนการสอนด้านเทคโนโลยีและสื่อสร้างสรรค์ของ CAMT มช. ที่พร้อมก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก และมุ่งสู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน โดยผลงานและประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการบ่มเพาะ “กำลังคนดิจิทัล (Digital Talent)” ที่มีคุณภาพสูง พร้อมออกไปสร้าง Impact และขับเคลื่อนสังคมดิจิทัลต่อไป

ทางวิทยาลัยฯ หวังว่ากิจกรรม CAMT Digital Contest 2026 จะสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ CAMT มช. ในการเป็นศูนย์กลางบ่มเพาะนวัตกรและผู้สร้างสรรค์ยุคใหม่ ที่พร้อมก้าวสู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน และนำพาเทคโนโลยีไทยไปสร้างคุณค่าบนเวทีระดับสากล

เชียงใหม่ ไทยเป็นเจ้าภาพ AAHRS 2026 ชู AI และนวัตกรรมการแพทย์ ผลักดัน Medical Hub และศูนย์กลางปลูกผมแห่งเอเชีย(คลิป)

ไทยเป็นเจ้าภาพ AAHRS 2026 ชู AI และนวัตกรรมการแพทย์ ผลักดัน Medical Hub และศูนย์กลางปลูกผมแห่งเอเชีย

จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ The 10th AAHRS Scientific Meeting 2026 ระหว่างวันที่ 7–9 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรม InterContinental Chiang Mai The Mae Ping ภายใต้แนวคิด “Mega Trend in Hair Restoration Surgery” โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และบุคลากรทางการแพทย์จากทั่วโลก ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านศัลยกรรมปลูกผมและเวชศาสตร์ฟื้นฟูเส้นผม พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีล่าสุด อาทิ AI, Precision Medicine, Regenerative Medicine, Stem Cell, Exosome, PRP รวมถึงเทคนิค FUE และ DHI ตลอดจนการสาธิตผ่าตัดจริง (Live Surgery) และเวิร์กช็อป เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ

ศ.นพ.ดำเกิง ปฐมวาณิชย์ นายกสมาคมแพทย์ปลูกผมแห่งเอเชีย (AAHRS) กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนานาชาติในศักยภาพของแพทย์ไทยและมาตรฐานการรักษาระดับสากล พร้อมเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ถ่ายทอดนวัตกรรม และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Medical Hub และศูนย์กลางด้านศัลยกรรมปลูกผมของภูมิภาคเอเชีย

ด้าน รศ.ดร.พญ.รัชต์ธร ปัญจประทีป ประธานฝ่ายวิชาการ (Chairman, Scientific Program) กล่าวว่า แนวโน้มสำคัญของวงการในอนาคตคือการนำ AI มาใช้วางแผนการรักษา ควบคู่กับเทคโนโลยีการเก็บและย้ายรากผมที่มีความแม่นยำมากขึ้น รวมถึงการประยุกต์ใช้ Regenerative Medicine, Stem Cell, Exosome และ PRP เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ในการรักษาผู้ป่วย

พญ.กนกวรรณ จันทอุปฬี ประธานฝ่ายจัดการประชุม (Chairman, Program of Events) กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพจัดประชุมในครั้งนี้ไม่เพียงสร้างเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับนานาชาติ แต่ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะ Medical Hub และเสริมศักยภาพสู่การเป็นศูนย์กลางด้านศัลยกรรมปลูกผมและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของภูมิภาคเอเชีย

ขณะที่ พญ.กุลกาญจน์ อมรพัฒนา, MD, FISHRS ประธานการสาธิตการผ่าตัด (Chairman, Live Surgery) กล่าวว่า การสาธิต Live Surgery ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของการประชุม เพราะเปิดโอกาสให้แพทย์ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จากการผ่าตัดจริง เห็นเทคนิคใหม่ มาตรฐานความปลอดภัย และสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การประชุม The 10th AAHRS Scientific Meeting 2026 จึงเป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก มากกว่า 200 คน พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยและจังหวัดเชียงใหม่ในการก้าวสู่ศูนย์กลางด้านการแพทย์ การวิจัย และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในระดับนานาชาติ.

เชียงใหม่ FLE เดินสายโรดโชว์ 4 จังหวัด พบนักลงทุนทั่วประเทศ ตอกย้ำศักยภาพผู้นำธุรกิจระบบน้ำครบวงจร(คลิป)

FLE เดินสายโรดโชว์ 4 จังหวัด พบนักลงทุนทั่วประเทศ ตอกย้ำศักยภาพผู้นำธุรกิจระบบน้ำครบวงจร ก่อนเสนอขาย IPO 100 ล้านหุ้นเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai


(3 สค.69) ที่ห้องประชุมชั้น 2 โรงแรมดิเอ็มเพรสจังหวัดเชียงใหม่ บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE ผนึกกำลังบริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เตรียมเดินสายโรดโชว์พบนักลงทุนก่อนเสนอขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 100 ล้านหุ้น เปิดฉากเรียกความเชื่อมั่นในหัวเมืองใหญ่ 4 จังหวัด ได้แก่เชียงใหม่ หาดใหญ่ ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 3 – 5 สิงหาคม และปิดท้ายที่กรุงเทพฯ วันที่ 10 สิงหาคม ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจและวิสัยทัศน์การเติบโต ด้าน “นายภาณุ โชคอภิรัตน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ระบุนำเงินจากการระดมทุนขยายธุรกิจ ผลักดันการเติบโตอย่างมีศักยภาพ พร้อมโชว์จุดแข็ง เป็นผู้ให้บริการด้านระบบสูบน้ำและระบายน้ำแบบครบวงจร (One Stop Solution Provider) ชูประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจกว่า 20 ปี

นายเสกสรรค์ ธโนปจัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด (“บริษัทฯ”) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE กล่าวว่า บริษัทฯ มีแผนนำ FLE เดินสายนำเสนอข้อมูลรายละเอียดธุรกิจแก่นักลงทุน (โรดโชว์) จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่, อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา, จังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ 3 – 5 สิงหาคม 2569 และปิดท้ายที่จังหวัดกรุงเทพฯ ในวันที่ 10 สิงหาคม 2569

FLE มีแผนเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 100 ล้านหุ้น คิดเป็น 33.33% ของจํานวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชําระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้และมีแผนเข้าจดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เริ่มนับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนของ FLE เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


การโรดโชว์ครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอข้อมูลของ FLE ให้แก่นักลงทุนได้รับทราบอย่างรอบด้าน ทั้งในส่วนของลักษณะการดำเนินธุรกิจ จุดแข็ง ศักยภาพการแข่งขัน แนวทางการขยายธุรกิจ และโอกาสการเติบโตในอนาคต ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รับความสนใจเป็นอย่างดี สะท้อนถึงความสนใจของนักลงทุนต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบจัดการน้ำ และศักยภาพในการเติบโตของ FLE ในระยะยาว

​สำหรับวัตถุประสงค์การระดมทุนของ FLE ประกอบด้วย เพื่อใช้เงินลงทุนในเครื่องมือและเครื่องจักรสำหรับธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ และธุรกิจบริการด้านน้ำ , ขยายกำลังการผลิตของโรงงาน ชำระเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

โดย FLE มีจุดแข็งจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจระบบจัดการน้ำที่ดำเนินงานมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี พร้อมความโดดเด่นในการเป็นผู้จัดหาและจัดจำหน่ายเครื่องสูบน้ำ วาล์ว ท่อ สะพานเบลีย์ เรือขุด และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก รวมถึงมีความสามารถในการให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การออกแบบ การจัดหาและติดตั้ง ไปจนถึงงานทดสอบ ซ่อมบำรุง และบริการหลังการขาย ด้วยทีมงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เฉพาะด้าน สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ และโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลาย

นอกจากนี้ ธุรกิจของ FLE ยังเกี่ยวข้องกับระบบบริหารจัดการน้ำและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาประเทศและมีโอกาสเติบโตตามความต้องการใช้น้ำและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต ประกอบกับการมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย การให้บริการที่ครอบคลุม และความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ทำให้ FLE มีศักยภาพในการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและขยายฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง จึงเชื่อมั่นว่า FLE มีพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง มีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว ทำให้มั่นใจว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างดี

​นายภาณุ โชคอภิรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE กล่าวว่า การเดินสายโรดโชว์ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่บริษัทฯ จะได้นำเสนอข้อมูลและศักยภาพของ FLE ให้แก่นักลงทุนในแต่ละภูมิภาคได้รู้จักบริษัทมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในธุรกิจระบบน้ำ ตลอดจนแนวทางการดำเนินงาน โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งมั่นยกระดับการให้บริการที่ครบวงจร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงรองรับโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมในอนาคต

​“แผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) นับเป็นก้าวสำคัญของ FLE ในการต่อยอดและขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว” นายภาณุ กล่าว


สำหรับบริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE FLE ดำเนินธุรกิจจัดหาและจำหน่ายเครื่องสูบน้ำ วาล์ว ท่อ สะพานเบลีย์ เรือขุด และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องและให้บริการให้เช่าเครื่องสูบน้ำรวมถึงงานเหมาระบบไฟฟ้าและเครื่องกลของงานชลประทาน งานระบบส่งน้ำและงานระบบโซลาร์เซลล์ ตลอดจนการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทจำหน่าย ได้แก่ บริการติดตั้ง บริการทดสอบ และบริการซ่อมบำรุง ในช่วงแรกของการดำเนินธุรกิจบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายและนำเข้าเครื่องสูบน้ำภายใต้ตราสินค้าของเจ้าของผลิตภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ได้รับรองตามมาตรฐานสากลและได้รับความไว้วางจากเจ้าของตราผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้ขยายขอบเขตของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นโดยจัดหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารจัดการน้ำ ไม่ว่าจะเป็น ท่อ สะพานเบลีย์ เรือขุด และอุปกรณ์ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้ใช้น้ำในทุกมิติ

นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าภายใต้ตราผลิตภัณฑ์ที่เป็นของบริษัทเอง ที่มีคุณภาพและราคาที่เหมาะสม เพื่อให้มีสินค้าที่หลากหลายมากขึ้นและบริษัทมีการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารจัดการน้ำ ได้แก่ งานติดตั้ง งานทดสอบ และงานซ่อมบำรุง พร้อมทั้งมีโรงงานประกอบและศูนย์ทดสอบเครื่องสูบน้ำ เพื่อควบคุมคุณภาพและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ก่อนส่งมอบลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ จริงใจ และมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการจัดหาและจำหน่ายเครื่องสูบน้ำ ท่อ สะพานเบลีย์ เรือขุด และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งให้บริการที่ทันสมัยครอบคลุมทุกขั้นตอนอย่างครบวงจร (One Stop Service) ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ จัดหา ติดตั้ง ทดสอบ จนถึงการบำรุงรักษาและบริการหลังการขายเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และสร้างความพึงพอใจอย่างยั่งยืนในทุกโครงการที่บริษัทมีส่วนร่วม

การดำเนินธุรกิจของบริษัทสามารถแบ่งได้ 5 กลุ่มประเภทธุรกิจ ดังนี้
1. ธุรกิจจัดหาและจำหน่ายเครื่องสูบน้ำ วาล์ว ท่อ สะพานเบลีย์ เรือขุดและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
2. ธุรกิจจัดหาและจำหน่ายพร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ วาล์ว ท่อ สะพานเบลีย์ เรือขุด และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
3. ธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ
4. ธุรกิจรับเหมาระบบไฟฟ้าและเครื่องกลของงานชลประทาน งานระบบส่งน้ำ และงานระบบโซล่าร์เซลล์
5. ธุรกิจให้บริการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ จำหน่าย

เชียงใหม่ North IVF เปิดตัวศูนย์เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์แห่งใหม่ ยกระดับเชียงใหม่สู่ ศูนย์กลางการรักษาผู้มีบุตรยากของภูมิภาค(คลิป)

North IVF เปิดตัวศูนย์เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์แห่งใหม่ ยกระดับเชียงใหม่สู่ ศูนย์กลางการรักษาผู้มีบุตรยากของภูมิภาค ผสานประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยกว่า 30 ปี พร้อมเทคโนโลยีมาตรฐานสากล รองรับทั้งชาวไทยและต่างชาติ

วันนี้(25 กค.69) ที่ North IVF สหคลินิก ตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ศ.นพ.ธีรพร วุฒยวนิช ประธานกรรมการ North IVF สหคลินิก  ทำพิธีเปิดงาน Grand Opening อย่างเป็นทางการซึ่งตรงกับ World IVF Day วันแห่งการกำเนิดเด็กหลอดแก้วคนแรกของโลก นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาบริการเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ในจังหวัดเชียงใหม่ และภาคเหนือของประเทศไทย โดยมีผู้บริหารหน่วยงานด้านสาธารณสุข ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน นักลงทุน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และพันธมิตรทางการแพทย์จากทั่วประเทศ ร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากแห่งใหม่

North IVF เกิดจากการรวมพลังของทีมแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ซึ่งมีประสบการณ์สั่งสมมายาวนานในการดูแลผู้ป่วยมากกว่า 30 ปี พร้อมความร่วมมือของเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญจากหลายภูมิภาค เพื่อร่วมกันยกระดับการรักษาผู้มีบุตรยากของประเทศไทย

ศูนย์แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้เป็น Comprehensive Fertility Center ที่ให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนครอบครัว การรักษาภาวะมีบุตรยาก การปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF/ICSI) การตรวจพันธุกรรมตัวอ่อน (PGT) ไปจนถึงการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Fertility Care) ภายใต้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย และมาตรฐานคุณภาพระดับสากล

การเปิดให้บริการของ North IVF ยังสอดคล้องกับนโยบายการผลักดันจังหวัดเชียงใหม่สู่ Medical & Wellness Hub ของภาคเหนือ โดยมีเป้าหมายรองรับทั้งผู้รับบริการชาวไทยและผู้ป่วยจากต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพด้านเศรษฐกิจสุขภาพ (Health Economy) และการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) ของจังหวัดในระยะยาว

ภายในงานยังจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ “The Journey of Hope” ถ่ายทอดวิวัฒนาการของเทคโนโลยีเด็กหลอดแก้วของโลก ตั้งแต่การกำเนิดเด็กหลอดแก้วคนแรกเมื่อปี ค.ศ. 1978 สู่พัฒนาการของการรักษาผู้มีบุตรยากในประเทศไทย และการเดินทางของทีมแพทย์ผู้บุกเบิกที่นำมาสู่การก่อตั้ง North IVF ในวันนี้

“ภายใต้แนวคิด “Every Journey Begins with Hope” North IVF มุ่งมั่นเป็นมากกว่าศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก แต่เป็นสถานที่ที่พร้อมเดินเคียงข้างทุกครอบครัวในทุกขั้นตอนของการเดินทางสู่การมีบุตร ด้วยมาตรฐานการรักษา ความปลอดภัย จริยธรรม และการดูแลด้วยหัวใจ”

เชียงใหม่ ชีวิตจริงที่ไม่ใช่ละคร…2 แม่ลูกพิการถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการฯ วอนรัฐทบทวนเกณฑ์ช่วยคนจน(คลิป)

เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฉากในละคร แต่เป็นชีวิตจริงของสองแม่ลูก นางพันธ์ หนุนเเปง อายุ 78 ปี ผู้เป็นแม่ และลูก นายศักดา หนุนเเปง อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9809 หมู่ 6 ต.เเม่คือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เป็นผู้พิการในพื้นที่ตำบลแม่คือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ที่ต้องเผชิญความยากลำบาก หลังถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ทั้งที่เป็นผู้พิการ ช่วยเหลือตัวเองแทบไม่ได้ และต้องพึ่งพาหลานชายเพียงคนเดียวในการดูแลชีวิตประจำวัน

นายอุดม อิ่นคำ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลแม่คือ ได้นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เยี่ยมบ้านของสองแม่ลูก เพื่อสะท้อนสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งทบทวนหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้มีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการแห่งรัฐ หลังพบว่าผู้ที่ยากไร้และเดือดร้อนจริงกลับถูกตัดสิทธิ์

ภายในบ้านพักที่เรียบง่าย สองแม่ลูกผู้พิการใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก ไม่สามารถประกอบอาชีพหรือช่วยเหลือตัวเองได้เหมือนคนทั่วไป รายได้แทบไม่มี ขณะที่ภาระการดูแลตกอยู่กับหลานชาย ซึ่งต้องรับผิดชอบทั้งการดูแลผู้ป่วยและการหาเลี้ยงครอบครัว

หลังจากรัฐบาลประกาศใช้หลักเกณฑ์ใหม่ในการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งสองคนกลับถูกตัดสิทธิ์ ทำให้สูญเสียความช่วยเหลือที่เคยใช้ประคับประคองชีวิต ส่งผลให้ภาระในการดูแลตกอยู่กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) รวมถึงเทศบาลตำบลแม่คือ ที่ต้องเข้ามาให้ความช่วยเหลือด้านอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค และการดูแลในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง

นายอุดม อิ่นคำ กล่าวว่า รู้สึกไม่สบายใจกับกรณีที่เกิดขึ้น และตั้งคำถามถึงกระบวนการพิจารณาสิทธิ์ของภาครัฐ “อยากฝากถึงรัฐบาลว่า ใช้อะไรเป็นหลักเกณฑ์ในการให้สิทธิ์ช่วยเหลือประชาชนที่ยากจนจริง ๆ ทั้งที่ข้อมูลจากเทศบาล อสม. และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนในพื้นที่ มีการสำรวจข้อเท็จจริงทุกหลังคาเรือน คนที่ลำบากจริงกลับไม่ได้รับการช่วยเหลือ จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์และระบบการคัดกรองใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง”

กรณีของสองแม่ลูกผู้พิการในตำบลแม่คือ สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างของระบบสวัสดิการที่อาจยังไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ แม้หน่วยงานท้องถิ่นจะมีข้อมูลและเห็นสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างใกล้ชิด แต่ผู้ที่ควรได้รับความช่วยเหลือกลับหลุดออกจากระบบ


วันนี้ ความหวังของสองแม่ลูกไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขหรือหลักเกณฑ์ในเอกสาร แต่อยู่ที่การทบทวนระบบสวัสดิการของรัฐ เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงผู้ที่เปราะบางและยากไร้จริง เพราะสำหรับคนที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ การสูญเสียสิทธิ์เพียงใบเดียว อาจหมายถึงการสูญเสียที่พึ่งสุดท้ายของชีวิต

เชียงใหม่ เปิดฉากยิ่งใหญ่! งานส่งเสริมการท่องเที่ยวประเพณีท้องถิ่นวิถีชาติพันธุ์ล้านนา(คลิป)

เชียงใหม่เปิดฉากยิ่งใหญ่! งาน “ส่งเสริมการท่องเที่ยวประเพณีท้องถิ่นวิถีชาติพันธุ์ล้านนา” ชูอัตลักษณ์ 4 จังหวัดเหนือตอนบน กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนสู่ความยั่งยืน ณ วันนิมมาน

วันนี้ 10 กค.69 จังหวัดเชียงใหม่ ที่ One Square วันนิมมาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวประเพณีท้องถิ่นวิถีชาติพันธุ์ล้านนา” ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชาติพันธุ์สีสันแห่งล้านนา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 12 กรกฎาคม 2569 One Square วันมินมาน โดยมี นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ท่องเที่ยวและกีฬาจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน) ผู้บริหารภาคเอกชน และผู้แทนเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์เข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง

นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เป็นดินแดนที่มีความหลากหลายและรุ่มรวยไปด้วยทุนทางวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะวิถีชีวิตอันมีเสน่ห์ที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ล้านนา การจัดงานในครั้งนี้นับเป็นมิติใหม่ในการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมเหล่านี้มาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจผ่านกระบวนการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ สอดรับกับแนวคิด “พลังความหลากหลายสู่สังคมแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมและกระจายรายได้กลับคืนสู่ชุมชนฐานรากและพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์อย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วิถีชีวิต และประเพณีท้องถิ่นอันงดงามของกลุ่มชาติพันธุ์ในล้านนาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ภายในงานมีการบูรณาการร่วมกันของเครือข่ายท่องเที่ยวและกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ 4 จังหวัดเหนือตอนบน มาร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมที่น่าสนใจตลอด 3 วันเต็ม ประกอบด้วย การจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอาหารท้องถิ่น ,การออกบูธแสดงและจำหน่ายสินค้าหัตถกรรม งานฝีมือ และอาหารพื้นถิ่นดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์และชุมชนท่องเที่ยว

กิจกรรมสาธิตภูมิปัญญา (Workshop): ชวนสัมผัสประสบการณ์จริงวันละ 9 กิจกรรม อาทิ การตอกดุลลายเครื่องเงิน, การทำเชือกจากต้นปอ, การทอผ้ากี่เอว และการปรุงอาหารพื้นถิ่นหายาก เช่น ไข่ป่าม ลาบรากชู และข้าวกั้นจิ้น การแสดงศิลปวัฒนธรรมและดนตรี: ตระการตากับการแสดงศิลปวัฒนธรรมชาติพันธุ์อันงดงาม อาทิ การแสดงอูดู่ถ่องมา (เผ่าอาข่า), ฟ้อนนกยูง, ฟ้อนเก็บใบชา, การแสดงจากกะเหรี่ยงคอยาว, ฟ้อนไต พร้อมเพลิดเพลินกับดนตรีชนเผ่าปกาเกอะญอ, วงโฟล์คซองเมืองลื้อ, วงเดอะเพอะ และวงไม้เฮือน 60

กิจกรรมเดินแบบและการตลาด: ไฮไลต์การเดินแบบชุด “ชาติพันธุ์สีสันแห่งล้านนา” ทุกวัน, กิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) เพื่อขยายช่องทางการตลาดให้ชุมชน และการเสวนาวิชาการในหัวข้อ “พลังความหลากหลายสู่สังคมแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน”

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาร่วมสัมผัสความงดงามและเสน่ห์แห่งชาติพันธุ์ล้านนาในงานดังกล่าว ระหว่างวันที่ 10 – 12 กรกฎาคม 2569 ณ One Square วันนิมมาน จังหวัดเชียงใหม่ โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมชมงานและร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปได้ฟรีตลอดทั้งงาน

#ชาติพันธุ์สีสันแห่งล้านนา
#ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่

เชียงใหม่ “พรรคพร้อม”มีมติเอกฉันท์เปลี่ยนชื่อเป็น“พรรคศรัทธา”ดึง“มาร์ค พิตบูล”นำทัพกรรมการบริหารชุดใหม่(คลิป)

“พรรคพร้อม” มีมติเอกฉันท์เปลี่ยนชื่อเป็น “พรรคศรัทธา” ดึง “มาร์ค พิตบูล” นำทัพกรรมการบริหารชุดใหม่ ปฏิรูประบบอุปถัมภ์ ปลูกศรัทธาสร้างอนาคต

​วันนี้( 4 กค.69) ที่อัลไฟน์กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ พรรคพร้อมได้มีการจัดการประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ในพื้นที่ของ (ตำบลห้วยยาบ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน) โดยมีวาระสำคัญในการพิจารณาปรับโครงสร้างและการดำเนินงานขององค์กรเพื่อขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก ซึ่งในเวทีการประชุมครั้งนี้ มีตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าร่วมสังเกตการณ์และร่วมในที่ประชุมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กระบวนการทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมายอย่างโปร่งใส

ไฮไลต์สำคัญของการประชุมเริ่มต้นขึ้นเมื่อหัวหน้าพรรคพร้อมคนเดิมได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งกลางที่ประชุม เพื่อเปิดโอกาสให้มีการจัดตั้งและเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เข้ามาบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบ จากนั้นทางที่ประชุมได้มีการเสนอวาระสำคัญในการเปลี่ยนชื่อพรรคจากเดิม “พรรคพร้อม” ไปเป็น “พรรคศรัทธา” (Satdha Party) ซึ่งผลการลงคะแนนปรากฏว่า สมาชิกผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนทั้งหมด 290 คน มีมติเห็นชอบรับรองการเปลี่ยนชื่อพรรคและการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่อย่างเป็นเอกฉันท์

​ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการลงคะแนน ที่ประชุมได้มีมติเลือก นายณัชพล สุพัฒนะ หรือที่รู้จักกันดีในนาม “มาร์ค พิตบูล” ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคศรัทธาคนใหม่ ร่วมด้วย ดร.พิมไหมทอง ศักดิพัตโภคิน ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค นายพิสิษฐ์ ทองเพ็ง และนายธนารัชต์ สมคเณ ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารอีกหลายท่านที่จะร่วมกันขับเคลื่อนพรรคภายใต้แนวคิดหลัก “ปลูกศรัทธา สร้างอนาคต” และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

​นายณัชพล สุพัฒนะ หัวหน้าพรรคศรัทธา ได้ขึ้นแถลงคำปฏิญญาพร้อมแสดงวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ โดยระบุว่า ประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนทรัพยากร ไม่ได้ขาดคนเก่ง และไม่ได้ขาดโอกาส แต่สิ่งที่กำลังวิกฤตและขาดหายไปอย่างรุนแรงคือความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบการบริหารราชการแผ่นดิน พรรคศรัทธาที่ถือกำเนิดใหม่ในวันนี้จึงตั้งขึ้นเพื่อฟื้นฟูความศรัทธาในความถูกต้อง ความซื่อสัตย์ และประสิทธิภาพในการบริหารบ้านเมืองให้กลับคืนมา โดยพรรคได้ประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจังและเด็ดขาด ปฏิรูประบบราชการลดความซ้ำซ้อน นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
นอกจากนี้ พรรคศรัทธายังมุ่งเน้นนโยบายการสร้างงานสร้างอาชีพแห่งอนาคต สนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลและการแข่งขันที่เสรีเป็นธรรมเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย ควบคู่ไปกับการปฏิรูประบบการศึกษาที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ การสร้างความเป็นธรรมในสังคมด้วยการแก้ไขและทลายระบบอุปถัมภ์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนการยกระดับคุณภาพชีวิตด้านสาธารณสุข และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการพื้นที่ของตนเองอย่างแท้จริง โดยหลังจากนี้ พรรคศรัทธาเตรียมดำเนินแผนปฏิบัติการ 100 วันแรกทันที เพื่อวางรากฐานองค์กร สร้างเครือข่ายภาคประชาชน และพัฒนาโยบายสาธารณะที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง มุ่งสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศไทยตามที่ให้คำมั่นสัญญาไว้

เชียงใหม่ BEDO – มูลนิธิรักษ์ไทย ผนึกกำลังภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชน เปิดเวที “Nature Positive” เสริมพลังชุมชนผู้พิทักษ์ป่าต้นน้ำ ผ่านกลไก PES ฟื้นฟูป่า สร้างฝาย และสร้างอนาคตที่ยั่งยืน(คลิป)

BEDO – มูลนิธิรักษ์ไทย ผนึกกำลังภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชน เปิดเวที “Nature Positive” เสริมพลังชุมชนผู้พิทักษ์ป่าต้นน้ำ ผ่านกลไก PES ฟื้นฟูป่า สร้างฝาย และสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

วันนี้(30 มิ.ย.69) สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ร่วมกับ มูลนิธิรักษ์ไทย และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และชุมชน จัดกิจกรรม “PES เสริมพลังชุมชนต้นน้ำ ปลูกป่า สร้างฝาย ฟื้นป่าต้นน้ำแม่แตง” ภายใต้แนวคิด “Nature Positive : ฟื้นฟูธรรมชาติ เพื่อความยั่งยืนของคนและระบบนิเวศ”ณ บ้านหัวเลา ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสร้างต้นแบบความร่วมมือในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและขับเคลื่อนการตอบแทนคุณระบบนิเวศ (Payment for Ecosystem Services : PES)

กิจกรรมได้รับเกียรติจาก นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และเครือข่ายชุมชน จำนวน 221 คน เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการร่วมฟื้นฟูป่าต้นน้ำและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“Voices for Nature : เสียงจากภาคีเพื่อธรรมชาติ” ถูกถ่ายทอดมุมมองจากผู้แทนของแต่ละภาคส่วน ได้แก่ คุณสิทธิชัย เสรีส่งแสง ที่ปรึกษา คุณพักตร์พิมล โชคดีปรีชากุล ผู้อำนวยการสำนักเผยแพร่และส่งเสริมการมีส่วนร่วม สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) คุณอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการใหญ่และผู้บริหารส่วนงานเทคโนโลยี บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด และคุณพร้อมบุญ พานิชภักดิ์ เลขาธิการมูลนิธิรักษ์ไทย ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการขับเคลื่อนกลไก PES การลงทุนเพื่อธรรมชาติ (Nature Investment) บทบาทของภาคธุรกิจในการสร้างความยั่งยืน และการเสริมพลังชุมชนในฐานะ “Forest Guardians” หรือชุมชนผู้พิทักษ์ป่าต้นน้ำ

หัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือ การยกระดับบทบาทของชุมชนท้องถิ่นจาก “ผู้ได้รับผลกระทบ” ให้เป็น “ผู้ดูแลและฟื้นฟูระบบนิเวศ” ผ่านการสนับสนุนองค์ความรู้ ทรัพยากร และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ชุมชนสามารถดูแลป่า แหล่งน้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ผ่านแนวทาง Regenerative Agriculture และการจัดตั้งกลไกสนับสนุนการอนุรักษ์ในระดับชุมชน

กิจกรรมภาคสนามประกอบด้วยการปลูกไม้ป่าท้องถิ่นที่เป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าและชุมชน อาทิ ขนุนป่า มะขามป้อม และมะไฟป่า 1,000 กล้า รวมทั้งการร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำในรูปแบบฝายภูมิปัญญาท้องถิ่น และฝายกึ่งถาวรร่วมจำนวน 15 ฝาย เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ฟื้นฟูลำห้วยที่เสื่อมโทรม ลดความเสี่ยงไฟป่า ชะลอการพังทลายของดิน และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ต้นน้ำแม่แตง ต้นน้ำประปาของคนเชียงใหม่

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน คือ การ “ส่งต่อพลังจากภาคีสู่ชุมชน” ซึ่งภาคธุรกิจและองค์กรภาคประชาสังคมร่วมแสดงเจตนารมณ์สนับสนุนการดำเนินงานตามหลักการ PES พร้อมรับมอบประกาศเกียรติคุณในฐานะองค์กรผู้หนุนเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ บริษัท IBM ประเทศไทย โรงแรมอะแมนเนอร์ เชียงใหม่ โรงแรมสบาย สบาย เชียงใหม่ บริษัทบุญถาวร บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หน่วยบริการและพัฒนาสังคม สภาคริสตจักรในประเทศไทย มูลนิธิ Y.M.C.A เพื่อการพัฒนาภาคเหนือ และบริษัทกรุงไทย-แอกซ่า

โครงการนี้สะท้อนแนวคิดว่า “การอนุรักษ์ธรรมชาติ ไม่ใช่หน้าที่ของชุมชนเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน” โดยกลไก PES จะเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงผู้ได้รับประโยชน์จากบริการของระบบนิเวศ กับผู้ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ให้เกิดการแบ่งปันความรับผิดชอบและการลงทุนเพื่อธรรมชาติอย่างเป็นธรรม นำไปสู่การฟื้นฟูระบบนิเวศ การสร้างความมั่นคงด้านน้ำ อาหาร และคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว และกิจกรรมครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นของความร่วมมือและการแสวงหาภาคีในการ “”ส่งต่อพลังจากภาคีสู่ชุมชนผู้พิทักษ์ป่า” ผู้เป็นด่านหน้าในการปกป้องรักษาผืนป่าและความหลากหลายทางชีวภาพของพวกเราทุกคน

ทกจ.เชียงใหม่ จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารชาติพันธุ์ล้านนา เชื่องโยงเส้นทางการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน) ตอน 2 (คลิป)

ทกจ.เชียงใหม่ จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารชาติพันธุ์ล้านนา เชื่องโยงเส้นทางการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน) ตอน 2 

ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารชาติพันธุ์ล้านนา เชื่องโยงเส้นทางการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน) พาชมบรรยากาศยามเช้า ที่ถนนคนดริป ลานใต้ต้นไพธิ์ตรงข้ามวัดจองคำ ริมหนองจองคำ เปิดทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 06.00 น. – 09.00 น.นักท่องเที่ยว และคอกาแฟมานั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อม ชมความสวยงามของวัดจองคำหรือพระอารามหลวงวัดจองคำ เป็นวัดที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2340 เป็นวัดแรกของเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นวัดเก่าแก่สร้างตามแบบอย่างศิลปไทยใหญ่ สิ่งที่โดดเด่นหลังคาทรงประสาท 9 ชั้น

เมื่อมาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็ต้องไม่พลาดที่จะขึ้นไปไหว้สักการะขอพระที่วัดพระธาตุดอยกองมูตั้งอยู่ ทางทิศตะวันตกของอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ถือเป็นวัดและพระธาตุประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่ง พระธาตุดอยกองมู เป็นปูชนียสถาน ประกอบด้วย พระธาตุเจดีย์ ศิลปะไทใหญ่-พม่า จำนวน 2 องค์ นักท่องเที่ยวสามารถมองจากมุมสูงเพื่อดูวิวทิวทัศน์ของเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจน

ก่อนจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนนักท่องเที่ยวสามารถแวะซื้อของฝากแนะนำที่ร้าน“เฮ็ดก้อเหลียว” เป็นศูนย์รวมของฝากและผลิตภัณฑ์ชุมชนจากทั้ง 7 อำเภอของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งรวบรวมสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป และของที่ระลึกพื้นถิ่นไว้ในที่เดียว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนจังหวัดแม่ฮ่องสอน

มื้อเที่ยงเราพามาชิมก๋วยเตี๋ยวห้อยขาที่บ้านจ่าโป่ อำเภอปางมะผ้า ท่ามกลางบรรยากาศสวยงามของยอดดอยและขุนเขา “บ้านจ่าโป่” เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของชาวลาหู่ (มูเซอ) ซึ่งวันนี้เข้ามาเยื่ยมชุมชนบ้านจ่าโป่ และร่วมดูการสาธิตการทำอาหารพื้นบ้านน้ำพริกรากชู ทำขนมพื้นถิ่นข้าวต้มมัดกันอีกด้วย

เดินทางเข้าสุ่อำเภอปาย มื้อค่ำไปกันที่ร้านอาหารชุมชนจีนยูนานบ้านสันติชล และประทานอาหารเย็นแบบจีนมณทลยูนาน อีกสำรับอาหารไม่ว่าจะเป็น ขาหมูยูนาน หมั่นโถวทอดนึ่ง ,หมูพันปี, ยอดผักแม้ว, เห็ดหอมอบซีอิ๋ว ,ปลาทับทิมนึ่งมะนาวเป็นต้น

ก่อนจบทริปพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน พามาที่”บ้านแพมบก” เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเกษตรกรรมไทใหญ่ ตั้งอยู่ในตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดดเด่นด้วยวิถีชีวิตอันเรียบง่ายท่ามกลางหุบเขา ชุมชนแห่งนี้มีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากมาย

“บ้านแพมบก” เป็นชุมชนชาวไทใหญ่ที่อพยพมาจากจังหวัดเชียงรายและรัฐฉาน ประเทศเมียนมาการเดินทาง รูปแบบการท่องเที่ยว โดดเด่นด้วยการท่องเที่ยวเชิงเกษตรคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมการจัดการ: ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชนยลวิถี พร้อมชมวิวทุ่งนาบนสะพานบุญไม้ไผ่ “โขกู้โส่”

วันนี้ชาวบ้านแพมบกได้ร่วมกันสาธิตการทำน้ำพริกคั่วทราย “น้ำพริกคั่วทราย” เป็นหนึ่งในน้ำพริกพื้นบ้านล้านนาและไทใหญ่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คำว่า “คั่วทราย” หมายถึงลักษณะเนื้อสัมผัสของน้ำพริกที่แห้ง ร่วน และมีความกรุบเคี้ยวเพลินคล้ายเม็ดทราย นิยมนำมารับประทานกับข้าวเหนียวร้อน ๆ หรือทานคู่กับผักต้ม