เชียงใหม่ นิ่มลีสซิ่ง ส่งต่อความสุข “จ่ายดีมีโชค มอบโชคใหญ่แทนคำขอบคุณ Season 4” แจกโชครวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท แทนคำขอบคุณลูกค้าคนกันเอง(คลิป)

นิ่มลีสซิ่งเดินหน้าส่งต่อความสุขให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง กับแคมเปญ “จ่ายดีมีโชค มอบโชคใหญ่แทนคำขอบคุณ Season 4”จัดกิจกรรมจับรางวัลครั้งที่ 1 ลุ้นรับรางวัลรวมกว่า 5 แสนบาท ตอกย้ำการส่งเสริมวินัยทางการเงิน พร้อมขอบคุณลูกค้าที่ชำระค่างวดตรงตามกำหนด

วันนี้(24 ตค.69) ที่ห้อง Convention Hall โครงการนิ่มซิตี้เดลี่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ “นิ่มลีสซิ่ง” จัดกิจกรรม ส่งต่อความสุข “จ่ายดีมีโชค มอบโชคใหญ่แทนคำขอบคุณ Season 4” แจกโชครวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท แทนคำขอบคุณลูกค้าคนกันเอง พร้อมมอบรางวัลแทนคำขอบคุณแก่ลูกค้าที่มีวินัยทางการเงินและชำระค่างวดตรงตามเงื่อนไขของแคมเปญ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขกาดหมั้วคัวล้านนาและความสนุกสนาน โดยมีคุณชวลิต สุวิทย์ศักดานนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นประธานในการจับรางวัล

รางวัลที่ 1 รถจักรยานยนต์ HONDA WAVE 110i 2026 จำนวน 5 คัน รางวัลละ 53,000 บาท รวมมูลค่า 265,000 บาท รางวัลที่ 2 สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 สลึง จำนวน 5 เส้น รางวัลละ 17,500 บาท รวมมูลค่า 87,500 บาท รางวัลที่ 3 รถไฟฟ้า รุ่น NK Nova จำนวน 5 คัน รางวัลละ 17,900 บาท รวมมูลค่า 89,500 บาท รางวัลที่ 4 เครื่องสูบน้ำ จำนวน 2 เครื่อง รางวัลละ 9,500 บาท รวมมูลค่า 19,000 บาท รางวัลที่ 5 เครื่องตัดหญ้า จำนวน 2 เครื่อง รางวัลละ 9,300 บาท รวมมูลค่า 18,600 บาท รางวัลที่ 6 บัตรของขวัญเทสโก้ โลตัส มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 20 รางวัล รางวัลละ 1,000 บาท รวมมูลค่า 20,000 บาท รวมของรางวัลมูลค่ากว่า  5 แสนบาท


สำหรับกติกาและเงื่อนไขการเข้าร่วมแคมเปญ
1. ลูกค้าต้องชำระค่างวดตรงตามกำหนดและไม่ผิดนัดชำระ ภายในระยะเวลา 1 เมษายน 2569 – 30 กันยายน 2569
2. ลูกค้าต้อง Add LINE Official Account (@Line OA) เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม
3. เมื่อลูกค้าชำระค่างวดตรงตามกำหนดตามเงื่อนไขของแคมเปญ  จะได้รับ E-Coupon ตามสิทธิ์ที่กำหนด
4. เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาของแต่ละรอบ บริษัทจะรวบรวม E-Coupon ของลูกค้าที่มีสิทธิ์ และนำเข้าสู่กระบวนการจับรางวัลตามกติกาและเงื่อนไขของแคมเปญ
5. ลูกค้าที่มีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน จะมีสิทธิ์ลุ้นรับทั้ง รางวัลประจำรอบและรางวัลใหญ่ประจำปี
6. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการมอบรางวัลให้แก่ลูกค้าที่ปฏิบัติตามกติกาและเงื่อนไขของแคมเปญครบถ้วนเท่านั้น                                             
7. ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลมูลค่า จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่ารางวัลตามคำสั่งกรมสรรพกร
 8. ผู้ที่โชคดีได้รับของรางวัลจะประกาศผลภายใน 2-5 วันทำการ หลังวันสิ้นสุดกิจกรรมทางช่องทางดังนี้
• Facebook : https://web.facebook.com/nimleasing
• LINE@Nimleasing
• www.nimleasing.com
9. ผู้ที่ได้รับรางวัลต้องเข้ามารับรางวัลด้วยตัวเองที่บริษัท ภายใน 30 วัน หากไม่มารับรางวัลภายในเวลาที่ กำหนด ถือว่า สละสิทธิ์
10.ผู้ที่ได้รับรางวัลต้องแสดงหลักฐานสำเนาบัตรประชาชน(พร้อมรับรองสำเนา) จำนวน 1 ฉบับ ในการรับ รางวัล
11.บริษัทขอสงวนสิทธิผู้ที่ได้รับรางวัลสูงสุด เพียง 1 รางวัลเท่านั้น ต่อรอบการจับรางวัลในแต่ละครั้ง
         12.ของรางวัลไม่สามารถโอนสิทธิ์ แลก หรือเปลี่ยนรางวัลอื่นหรือเงินสดได้
         13.พนักงานบริษัทฯ ไม่สามารถร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ได้
         14. เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนดและหากมีการเปลี่ยนแปลงทางบริษัทฯ ไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ลูกค้าสามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 ถึง วันที่ 31 มีนาคม 2570
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทุกสาขาและติดตามข่าวสารกิจกรรมพร้อมทั้งรายชื่อผู้โชคดีได้ทาง
• Facebook : https://web.facebook.com/nimleasing
• LINE @ Nimleasing
• www.nimleasing.com
• หมายเลข Call center 0973458888

เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่จัดงาน Product Showcase นำเสนอสินค้าและผลิตภัณฑ์ฮาลาล ยกระดับการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม(คลิป)

จังหวัดเชียงใหม่จัดงาน Product Showcase นำเสนอสินค้าและผลิตภัณฑ์ฮาลาล ยกระดับการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ระหว่างวันที่ 23-24 ตค.69

วันนี้(23 ตค.69) โรงแรมไอคอน ปาร์ค เชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีและนายจักรพงษ์ สิทธิหล่อ ผู้ช่วยท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ (กล่าวรายงาน) โดยมีผู้แทนหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับความต้องการและหลักปฏิบัติของนักท่องเที่ยวมุสลิม ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาสินค้าและบริการฮาลาลให้มีคุณภาพและสามารถแข่งขันในตลาดได้

ภายในงานจัดให้มีพื้นที่ Product Showcase และจำหน่ายสินค้าอาหารฮาลาล เครื่องดื่มฮาลาล และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม จัดกิจกรรมเต็ม 2 วัน วันที่ 23-24 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 14.00–21.00 น. เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้เยี่ยมชมสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับวิถีการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวมุสลิม อาทิ อาหารฮาลาล เครื่องดื่มฮาลาล และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม พร้อมกิจกรรมประชาสัมพันธ์สินค้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการ เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการฮาลาล ตลอดจนเพิ่มช่องทางการตลาดและโอกาสในการขยายฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศและจัดกิจกรรมการประกวดเมนูสร้างสรรค์อาหารฮาลาลเพื่อการท่องเที่ยว (Muslim-Friendly Tourism)

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 โดยมุ่งเน้นการพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความเชื่อ ควบคู่กับการส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่นให้สามารถพัฒนาสินค้าและบริการที่มีอัตลักษณ์ มีคุณภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด Muslim-Friendly Tourism ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน และสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาค ร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการและเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิมอย่างยั่งยืน

#MuslimFriendlyTourism #ProductShowcase #HalalTourism #ท่องเที่ยวเชียงใหม่ #ท่องเที่ยวภาคเหนือตอนบน1 #การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ #สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่

เชียงใหม่ เปิด “ศูนย์ธรรมนาวา ‘วัง’ นครพิงค์” จากบทเรียนกรงขัง “เปรี้ยว หั่นศพ” สู่พิธีใหญ่เมืองเชียงใหม่(คลิป)

เปิด “ศูนย์ธรรมนาวา ‘วัง’ นครพิงค์” จากบทเรียนกรงขัง “เปรี้ยว หั่นศพ” สู่พิธีใหญ่เมืองเชียงใหม่ ตั้ง “ศูนย์ธรรมนาวา ‘วัง’ นครพิงค์” แห่งแรกของประเทศไทย เพื่อเยียวยาจิตใจคืนคนดีสู่สังคม ทำบุญเปิดอาคารใหม่ รับปรึกษาปัญหาชีวิตกับประชาชนทุกเพศ ทุกชาติ ทุกศาสนา

​วันนี้(23 ตค.69) พระธรรมเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร และเจ้าคณะภาค 7 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อม นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ร่วมกับ นายสุรพล เกียรติไชยากร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ข้าราชการ และประชาชนที่มาร่วมพิธีทำบุญเปิดอาคารศูนย์เผยแผ่หลัก “ธรรมนาวา ‘วัง’ นครพิงค์” เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ได้เปิดอาคารอย่างเป็นทางการ ณ ข่วงวัฒนธรรมหอคำพญามังราย เขตเมืองเก่า อำเภอเมืองเชียงใหม่ พร้อมทำบุญงานไหว้สาพญามังราย ประสูติครบรอบ 787 ปีชาตกาล การเปิดอาคารศูนย์ธรรมนาวา “วัง” ดังกล่าว เพื่อขยายโอกาสให้พุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไปทุกเพศ ทุกศาสนา ได้เข้ามาปรึกษาปัญหาชีวิตได้ฟรีทุกวัน ณ ศูนย์ฯ ดังกล่าว

​ในโอกาสนี้ พระวชิรสิทธิญาณ (ครูบาฟรุ๊ค) เจ้าอาวาสวัดยางกวง ในฐานะประธานศูนย์ฯ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ ซึ่งเกิดจากพระราชหฤทัยห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานหลักธรรม “ธรรมนาวา ‘วัง'” เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมสัมมาทิฏฐิและความเข้าใจในอริยสัจ 4

​บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความเป็นสิริมงคล โดยมีการเผยแผ่ธรรมะเปรียบเสมือนโอสถทางใจ 2 ประการ ได้แก่ ยาเม็ดที่หนึ่ง ระลึกพระรัตนตรัย มุ่งให้ยึดมั่นในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นเสาหลักใจที่ไม่คลอนแคลนต่ออุปสรรค ยาเม็ดที่สอง ทักอารมณ์ สอนให้เจริญสติรู้เท่าทันสภาวะจิตของตนเอง อดทนอดกลั้น ไม่กระทำตอบต่ออารมณ์ชั่ววูบ จนกระทั่งเห็นอารมณ์เหล่านั้นดับไปเองตามธรรมชาติ
​

การเปิดศูนย์เผยแผ่ฯ ในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ในการน้อมนำธรรมะพระราชทานมาพัฒนาจิตใจของผู้คน ไม่เพียงแต่สร้างชีวิตใหม่ให้แก่ผู้ที่เคยกระทำผิดในเรือนจำเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างสัมมาทิฏฐิและนำพาความสงบร่มเย็นมาสู่ครอบครัวและสังคมอย่างยั่งยืนสืบไป

 

ย้อนรอยคดีสะเทือนขวัญระดับประเทศ เมื่อปี 2560 กรณีการฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ “น้องแอ๋ม” ผู้ลงมือก่อเหตุนำศพไปฝังอำพรางที่ อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น นำไปสู่การจับกุม น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ “เปรี้ยว” พร้อมพวกรวม 5 คน
​

ในส่วนของความคืบหน้าทางคดี ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุกตลอดชีวิตจำเลยสำคัญ ได้แก่ เปรี้ยว, เอิร์น และแจ้ แต่เนื่องจากผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงได้รับการลดโทษ 1 ใน 3 คงเหลือโทษจำคุก ดังนี้ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย (เปรี้ยว) และ เอิร์น คงเหลือโทษจำคุก 34 ปี 6 เดือน ​แจ้ คงเหลือโทษจำคุก 33 ปี 9 เดือน
​

ต่อมา เปรี้ยว ได้ยื่นเรื่องขอย้ายมาคุมขังต่อที่ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ซึ่ง ณ ที่แห่งนี้เอง ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต เมื่อทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ได้น้อมนำหลักธรรมะพระราชทาน “ธรรมนาวา ‘วัง’” มาปรับใช้ในการอบรมบ่มเพาะและขัดเกลาจิตใจผู้ต้องขัง จนทำให้เปรี้ยวมีจิตใจที่สงบมาก ทุกวันนี้เปรี้ยวทำงานทอผ้าและปักผ้าในเรือนจำด้วยจิตใจที่สงบ

นางสาววิพรพักตร์ ค่ายบุญศรี ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ทางทัณฑสถานฯ มุ่งเน้นการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังผ่านกระบวนการทางจิตใจ เพื่อให้สามารถปรับตัว ขัดเกลาตนเอง และพร้อมกลับคืนสู่สังคมเป็นคนดีหลังพ้นโทษ โดย น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว ได้รับการปลูกฝังธรรมะจาก พระวชิรสิทธิญาณ (ครูบาฟรุ๊ค) เจ้าอาวาสวัดยางกวง ผ่านหลักธรรมะพระราชทาน โดยเฉพาะ “ยาเม็ดที่หนึ่ง ระลึกพระรัตนตรัย” ​”พุทโธ เม นาโถ (พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า) ธัมโม เม นาโถ (พระธรรมเป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า) สังโฆ เม นาโถ (พระสงฆ์เป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า)”

​การยึดมั่นในพระรัตนตรัยนี้ ได้กลายเป็นเสาหลักและที่ยึดเหนี่ยวจิตใจสำคัญ ให้เธอใช้ชีวิตที่เหลือภายในเรือนจำด้วยความสงบและสำนึกผิด ขยายผลสู่สังคมเชียงใหม่จัดพิธีใหญ่เปิด “ศูนย์เผยแผ่หลักธรรมนาวา ‘วัง’ นครพิงค์” ซึ่งผลลัพธ์ของการนำธรรมะมาขัดเกลาชีวิตผู้ต้องขัง เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการส่งเสริมธรรมะพระราชทานในพื้นที่. ตค.

เชียงใหม่ บ.ยนต์ผลดี เปิดสาขาเชียงใหม่ ณ อุทยานวิทย์ มช. ต่อยอดนวัตกรรมโรงงานต้นแบบ เชื่อมงานวิจัยสู่อุตสาหกรรมเกษตรไทย(คลิป)

บริษัทยนต์ผลดี เปิดสาขาเชียงใหม่ ณ อุทยานวิทย์ มช. ต่อยอดนวัตกรรมโรงงานต้นแบบ เชื่อมงานวิจัยสู่อุตสาหกรรมเกษตรไทย

วันนี้( 22ตค.69) ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ บริษัท ยนต์ผลดี จำกัด เปิดสำนักงานสาขาเชียงใหม่ อย่างเป็นทางการ  เพื่อขยายการให้บริการแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในภาคเหนือ พร้อมต่อยอดความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม โดยนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม ภายในงานได้รับเกียรติจากดร.กานต์ จิตสุทธิภากร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยนต์ผลดี จำกัด กล่าวถึงที่มา แนวคิด และวัตถุประสงค์ของการเปิดสำนักงานสาขาเชียงใหม่ โดยมี รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดี พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ณ Exhibition Hall อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่

จากนั้น คณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติได้ร่วมพิธีเปิดสำนักงานสาขาเชียงใหม่ ณ The Brick X อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ โดยได้รับเกียรติจากดร.วิสูตร จิตสุทธิภากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยนต์ผลดี เป็นผู้กล่าวเปิดงานและตัดริบบิ้นอย่างเป็นทางการ ก่อนเยี่ยมชมสำนักงานโรงงานฯ พร้อมรับฟังการแนะนำพื้นที่ บทบาท และแนวทางการดำเนินงาน ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับผู้บริหารและหน่วยงานพันธมิตร


บริษัท ยนต์ผลดี จำกัด ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 76 ปี โดยมุ่งพัฒนาเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง การเปิดสาขาเชียงใหม่ในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างฐานการดำเนินงานในภาคเหนือ และเพิ่มความใกล้ชิดในการให้บริการลูกค้า ทั้งด้านการให้คำปรึกษา การบริการ และการดูแลหลังการขาย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของเกษตรกรและผู้ประกอบการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ คือการต่อยอดความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมร่วมกับอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว และศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองความต้องการของภาคการผลิตและภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม



ความร่วมมือดังกล่าวดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 โดยหนึ่งในผลงานสำคัญคือ BiO-Q นวัตกรรมเครื่องกำจัดมอดในข้าวด้วยคลื่นวิทยุ ซึ่งพัฒนาจากการผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเครื่องจักรของบริษัท ยนต์ผลดี จำกัด เทคโนโลยีดังกล่าวได้รับการพัฒนาเพื่อกำจัดมอดในข้าวตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่ระยะไข่ ตัวอ่อน ดักแด้ จนถึงตัวเต็มวัย และปัจจุบันมีผู้ใช้งานอยู่ทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการนำผลงานวิจัยไปประยุกต์ใช้ประโยชน์จริงในภาคอุตสาหกรรม

การเปิดสาขาเชียงใหม่จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการกระชับความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและมหาวิทยาลัย พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนักวิจัยระหว่างภาควิชาการกับภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนต่อยอดการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว (โรงเรียนโรงสี) ของยนต์ผลดี เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดความสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว เพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร และยกระดับคุณภาพอาหารและบรรจุภัณฑ์ของภาคเหนือให้สามารถแข่งขันในตลาดที่กว้างขึ้น

ทั้งนี้ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาควิชาการและภาคเอกชน เพื่อผลักดันองค์ความรู้และงานวิจัยสู่การพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยความร่วมมือกับบริษัท ยนต์ผลดี จำกัด นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการต่อยอดเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร ลดความสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว และเสริมศักยภาพการแข่งขันให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ อันจะนำไปสู่การยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

เชียงใหม่ ต้อนรับนักวอลเลย์บอลชายหาด สาวชาวเชียงใหม่ทีมชาติไทย กลับบ้านเกิดมาพักผ่อน(คลิป)

ต้อนรับนักวอลเลย์บอลชายหาด สาวชาวเชียงใหม่ทีมชาติไทย กลับบ้านเกิดมาพักผ่อน หลังคว้าเหรียญทอง 4 รายการ เอเชียนบีชเกมส์, Beach Pro Tour Futures Hangzhou,เอเชี่ยนเกมส์ 2026และสดๆร้อนๆ รายการ AVC Beach tour Doha open เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อลุ้นตั๋วไปโอลิมปิก

เช้าวันนี้( 20 ตค.69) ที่สนามบินเชียงใหม่ คึกคักมีบรรดาญาติๆ เพื่อนๆ ผู้ใหญ่จากหลายวงการของจังหวัดเชียงใหม่ มาให้การต้อนรับนางสาวธาราวดี นาราพรลภัส (ไบร์ท) ดีกรีทีมชายไทย นี้บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นนำช่อดอกไม้ ถ่ายภาพร่วมกันเพื่อแสดงความยินดีหลังจากคว้าแชมป์ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ โดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD 8435 ถึงสนามบินเชียงใหม่ เวลา09.20 น.

ผลงานคว้าเหรียญทอง 4 รายการในปีนี้รายการแรกเหรียญทองรายการเอเชียนบีชเกมส์ เมืองซานย่า ประเทศจีน รายการที่2. เหรียญทอง รายการ Beach Pro Tour Futures Hangzhou ประเทศจีน ,รายการที่ 3.เหรียญทอง รายการ เอเชี่ยนเกมส์ เมืองอิชิ นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น และล่าสุด4.เหรียญทอง รายการ AVC Beach tour Doha open เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ เดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อมาพักผ่อน เพื่อเตรียมตัวเข้าแข่งขันตามรายการต่างๆ เพื่อเก็บคะแนน ลุ้นตั๋วไปโอลิมปิก

เชียงใหม่ กลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร่วมฟังธรรมในพิธีสำคัญ “ธรรมนาวา วัง” ณ วัดสันมะเกี๋ยง(คลิป)

กลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวมฟังธรรมในพิธีสำคัญ “ธรรมนาวา วัง” น้อมนำหลักธรรมสืบสานพระราชปณิธาน ณ วัดสันมะเกี๋ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวีดเชียงใหม่

​( 19 ตค.69) เวลา 19.00 น. ที่วัดสันมะเกี๋ยง ต.สำราญราษฎร์ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ได้มีการจัดกิจกรรมโครงการโคกหนองนาพุทธอารยะเกษตรธรรมนาวา “วัง” เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ จำนวนกว่า 300 คน ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้อาศัยผืนแผ่นดินไทยในการประกอบสัมมาชีพและปฏิบัติธรรมอย่างสงบร่มเย็น

​การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ พร้อมทั้งมุ่งเน้นการน้อมนำหลักธรรมะพระราชทาน “ธรรมนาวา วัง” มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน สร้างการตื่นรู้และประกาศตนเป็นสัมมาทิฏฐิชนอย่างแท้จริง โดยได้รับเมตตาจาก พระครูอดุลอินทวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสะเก็ด พระอารามหลวง ในฐานะประธานขับเคลื่อนโคกหนองนาพุทธอารยะเกษตร ธรรมนาวา “วัง” วัดสันมะเกี๋ยง จัดพิธีมงคลสำคัญในครั้งนี้ พร้อมด้วย นายนุกูล ขันทะเปียง ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลสำราญราษฎร์, รองประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอดอยสะเก็ด และสมาชิกสภาเทศบาลตำบลสำราญราษฎร์ ร่วมเป็นประธานฝ่ายฆราวาส

​ภายในงานมีการประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยพระครูบาหลี ได้นำผู้เข้าร่วมพิธีร่วมประกาศบทรัตนปริตรภาคภาษาไทใหญ่ จากนั้น พระวชิรสิทธิญาณ (ครูบาฟรุ๊ค หรือ พระครูปลัดธีร์นวัช ญาณสิทฺธิวาที) เจ้าอาวาสวัดยางกวง ได้เมตตานำสมาทานเบญจศีล พร้อมแสดงพระธรรมเทศนาให้โอวาทธรรม ชี้แนะแนวทางการนำหลัก “ธรรมนาวา วัง” มาเป็นแนวทางแห่งการเรียนรู้และตื่นรู้ในธรรม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำหลักธรรมไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน.

เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ จัดงาน “วันวาน ยังหวานอยู่” มหกรรมท่องเที่ยวโดยชุมชน ถ่ายทอดเสน่ห์วิถีชีวิตและอัตลักษณ์ท้องถิ่น(คลิป)

จังหวัดเชียงใหม่ จัดงาน “วันวาน ยังหวานอยู่” มหกรรมท่องเที่ยวโดยชุมชน ถ่ายทอดเสน่ห์วิถีชีวิตและอัตลักษณ์ท้องถิ่น

วันนี้ (8 ต.ค. 69) เวลา 18.00 น. ที่บริเวณช่วงประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานมหกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิด “วันวาน ยังหวานอยู่” (A fading scent of memories : กลิ่นอายความทรงจำที่กำลังจางหายไป) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–9 ตุลาคม 2569 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน สร้างการรับรู้และยกระดับศักยภาพชุมชนท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน สื่อมวลชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน

การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเผยแพร่เรื่องราว อัตลักษณ์ วิถีชีวิต ภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรม อาหารพื้นถิ่น งานหัตถกรรม และความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่ ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างใกล้ชิด 


จังหวัดเชียงใหม่นับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวอย่างโดดเด่น ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนให้มีความเข้มแข็ง สามารถนำเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่มาต่อยอดเป็นกิจกรรมและประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าและรายได้แก่ชุมชน

ภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การสาธิตและกิจกรรม Workshop จากชุมชน การแสดงศิลปวัฒนธรรม กาดหมั้วชุมชน กิจกรรมพาแอ่วชุมชน และกิจกรรม “ม่วนมันส์ขันโตก CBT วิถีชาติพันธุ์” ที่นำเสนออาหารพื้นถิ่นและเรื่องราวทางวัฒนธรรมของชุมชนผ่านการแสดงและการเล่าเรื่อง (Story Telling) เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงาน

นอกจากนี้ ในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ยังมีกิจกรรม CBT Business Matching : Local to Global เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและชุมชนท่องเที่ยวได้เชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจ ต่อยอดศักยภาพสู่ตลาดในระดับที่กว้างขึ้น และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

การจัดงานมหกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน “วันวาน ยังหวานอยู่” ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดยชุมชนของจังหวัดเชียงใหม่ สร้างแรงจูงใจในการเดินทางท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก พร้อมทั้งอนุรักษ์ สืบสาน และถ่ายทอดภูมิปัญญา วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของชุมชนให้คงอยู่คู่สังคมไทยต่อไป

เชียงใหม่ ผนึกกำลังเตรียมจัด “ราตรีแห่งศรัทธา – Royal Charity Gala 2026” ชูแฟชั่นโชว์และประมูล “ของรักของหวง” สมทบทุนการศึกษาของเยาวชนและร่วมพัฒนาโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพเชียงใหม่(คลิป)

มูลนิธิสมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ สมาคมศิษย์เก่าวัฒโนทัยพายัพ และสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เชียงใหม่จัดงาน “ราตรีแห่งศรัทธา – Royal Charity Gala 2026” ชูแฟชั่นโชว์และประมูล “ของรักของหวง”


วันนี้ ​(03/10/69) ที่ห้องประชุมดอกปีบ โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มูลนิธิสมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ ร่วมกับสมาคมศิษย์เก่าวัฒโนทัยพายัพ และสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เชียงใหม่ การรวมพลังเตรียมจัดงานกาลาดินเนอร์การกุศล “ราตรีแห่งศรัทธา – Royal Charity Gala 2026” ในวันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 17.00–23.00 น. ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติคุ้มคำ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อระดมทุนสนับสนุนการศึกษาและการพัฒนานักเรียนภายใต้แนวคิด “3 องค์กร 1 เป้าหมาย” โดยงานครั้งนี้เป็นการรวมพลังของศิษย์เก่า ผู้ปกครอง ครู บุคลากร และผู้มีจิตศรัทธา ในวาระแห่งความภาคภูมิใจ ทั้ง 120 ปี โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ, 40 ปี มูลนิธิสมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ และ 74 ปี สมาคมศิษย์เก่าวัฒโนทัยพายัพ เพื่อเปลี่ยนความรักและความผูกพันที่มีต่อสถาบันให้เป็นพลังแห่งการให้ และส่งต่อโอกาสทางการศึกษาแก่คนรุ่นใหม่ โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวประกอบด้วย แพทย์หญิงวรรณจันทร์ พิมพ์พิไล อดีตประธานมูลนิธิสมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ และเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิ, นางทัศนีย์ศิริ ขวัญสุวรรณ ประธานมูลนิธิสมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ, นางสาวพชรชล ศรีหมื่น นายกสมาคมศิษย์เก่าวัฒโนทัยพายัพ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิกราน หอมดวง นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เชียงใหม่ และดำเนินรายการโดย คุณนัททัย ทวีฤทธิ์กุล นายกสมาคมผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียง เขต 9 เชียงใหม่ ซึ่งเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ
​
พญ.วรรณจันทร์ พิมพ์พิไล อดีตประธานมูลนิธิ และเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิ สมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ และประธานกรรมการจัดงาน “ราตรีแห่งศรัทธา” กล่าวว่าแนวคิดสำคัญของงานเกิดจากความเชื่อว่า ศรัทธาที่มีคุณค่าควรเปลี่ยนเป็นพลังแห่งการให้และนำไปสู่ประโยชน์ที่ยั่งยืนแก่การศึกษาและเยาวชน ตลอดระยะเวลา 40 ปี มูลนิธิฯ ได้มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพและโรงเรียนอื่นอีก 34 แห่ง ในจังหวัดเชียงใหม่ รวม 1,179 ทุน เป็นเงิน 3,007,100 บาท

การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นอีกโอกาสในการร่วมสืบสานภารกิจและขยายโอกาสให้แก่นักเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือ ด้าน นางทัศนีย์ศิริ ขวัญสุวรรณ ประธานมูลนิธิสมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ เปิดเผยว่างานกาลาดินเนอร์ได้รับการออกแบบให้เป็นค่ำคืนแห่งความสง่างามและความอบอุ่น โดยทุกกิจกรรมเชื่อมโยงกับแนวคิดของการให้ เริ่มจากพิธีถวายสักการะสมเด็จพระศรีสวรินทิรา ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจรวมศรัทธาของชาววัฒโนทัยทั้งปวง พร้อมขบวนฟ้อนเล็บจากศิษย์เก่าจำนวน 40 คน ตามด้วยการแสดงชุดพิเศษในพิธีเปิดซึ่งเป็นการแสดงจากโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ ต่อด้วยแฟชั่นโชว์การกุศลชุดไทยและชุดราตรีจากผู้แสดงแบบกิตติมศักดิ์ และบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีจิตศรัทธา และการขับร้องบทเพลงเพื่อการกุศล รวมทั้งการประมูล “ของรักของหวง” รายได้จากการจัดงานจะนำไปสนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนที่ขาดแคลน สนับสนุนภารกิจของโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ ผ่านการดำเนินงานของทั้งสามองค์กร รวมถึงกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและการพัฒนานักเรียน

ขณะที่ นางสาวพชรชล ศรีหมื่น นายกสมาคมศิษย์เก่าวัฒโนทัยพายัพ กล่าวว่าศิษย์เก่าหลายรุ่นพร้อมใจกลับมามีส่วนร่วมในการจัดงาน ทั้งการจัดกิจกรรม การแสดงแฟชั่นโชว์ และการขับร้องเพลงเพื่อการกุศล สะท้อนถึงสายสัมพันธ์ระหว่างศิษย์เก่ากับสถาบันที่ยังคงเข้มแข็ง พร้อมนำประสบการณ์ ความสามารถ และเครือข่ายมาร่วมสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ด้วย
​


ทางด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิกราน หอมดวง นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ กล่าวว่ากิจกรรมประมูล “ของรักของหวง” มีความหมายมากกว่าการประมูลสิ่งของ เพราะแต่ละชิ้นมีเรื่องราวและความผูกพันกับเจ้าของ การนำสิ่งของเหล่านี้มาร่วมการกุศลจึงเป็นการส่งต่อคุณค่าทางใจให้กลายเป็นโอกาสทางการศึกษาของเยาวชนต่อไป โดยสิ่งของสำคัญที่มีผู้นำมามอบให้สำหรับประมูลมีจำนวนทั้งหมดประมาณ 30 ชิ้นที่นำมาแสดงในวันนี้ ได้แก่ พระบรมรูปหล่อทองเหลืองเต็มองค์สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า มอบโดย พญ.วรรณจันทร์ พิมพ์พิไล, พระบรมรูปหล่อสัมฤทธิ์ครึ่งองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มอบโดย คุณสมภพ มงคลพิทักษ์สุข, จี้เสมาทองคำลงยาประดับเพชรตราประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 มอบโดย คุณทัศนีย์ศิริ ขวัญสุวรรณ

ล่าสุดอาจารย์ปริชัย คุ้มสุข อดีตนายกสมาคมศิษย์เก่าวัฒโนทัยพายัพและเป็นที่ปรึกษามูลนิธิสมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ ได้มอบ พระกริ่งทองคำชัยวัฒน์ไพรีพินาศ ปี 2534 เพื่อให้นำมาจัดประมูลด้วย นอกจากนี้ยังมีสิ่งของที่เป็นของรักของหวงของศิษย์เก่าวัฒโนทัยพายัพ อีกจำนวนประมาณ 30 ชิ้นที่จะนำเสนอเพื่อให้ประมูลในวันจัดงานกาลาดินเนอร์ด้วย ซึ่งการประมูลของรักของหวงนี้ ผู้ที่ประมูลได้สามารถนำใบเสร็จจากการบริจาคไปลดหย่อนภาษีได้ด้วยเช่นกัน


​สำหรับบัตรเข้าร่วมงาน กาลาดินเนอร์แห่งศรัทธา มี 3 ประเภท ได้แก่ บัตรศรัทธาร่วมใจ ราคา 10,000 บาท ต่อโต๊ะ สำหรับ 10 ท่าน, บัตรเกียรติยศแห่งศรัทธา ราคา 10,000 บาทต่อท่าน และ บัตรอัครเกียรติแห่งศรัทธา ราคา 50,000 บาท สำหรับ 2 ท่าน จึงขอเชิญศิษย์เก่าทุกรุ่น ผู้ปกครอง และผู้มีเกียรติทุกท่าน ร่วมสัมผัสค่ำคืนแห่งความงดงามและการแบ่งปัน ในงาน “ราตรีแห่งศรัทธา – Royal Charity Gala 2026” ในวันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 17.00–23.00 น. ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติคุ้มคำ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมสานต่อความผูกพัน และส่งมอบโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติต่อไป ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อประสานงานข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณทัศนีย์ศิริ ขวัญสุวรรณ ประธานมูลนิธิสมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ เบอร์โทร 098-259-9116, คุณพชรชล ศรีหมื่น นายกสมาคมศิษย์เก่าวัฒโนทัยพายัพ เบอร์โทร 096-698-1363 และ ผศ.ดร.นิกราน หอมดวง นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เชียงใหม่ เบอร์โทร 084-177-3632

เชียงใหม่ IQS มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ สมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) ยกระดับโกโก้ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน(คลิป)

IQS มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ สมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) ยกระดับโกโก้ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน: มอบประกาศนียบัตรผู้ประกอบการโกโก้รุ่นใหม่

(27/09/69) โกโก้ไทยเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ตั้งแต่การผลิตเมล็ดโกโก้คุณภาพ การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์โกโก้และช็อกโกแลต ไปจนถึงการพัฒนาธุรกิจสู่ตลาดสากล การส่งเสริมองค์ความรู้และทักษะให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการจึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมโกโก้ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ด้วยเหตุนี้ โครงการบัณฑิตพันธ์ใหม่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมม (อว.) ได้อนุมัติให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ หรือ IQS ให้ดำเนินการจัดหลักสูตรระยะสั้น NON-Degree “ผู้ประกอบการโกโก้สร้างสรรค์และเทคโนโลยีการแปรรูปมูลค่าสูงสู่ตลาดสากล” เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการโกโก้แบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ผ่านการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งได้ดำเนินการเป็นระยะเวลา 4 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน–กันยายน 2569 ครอบคลุม 9 โมดูล รวม 285 ชั่วโมง เทียบเท่า 9 หน่วยกิต โดยมุ่งเสริมสร้างความรู้และทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่า และต่อยอดธุรกิจโกโก้

หลักสูตรนี้ มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและบุคลากรในห่วงโซ่ธุรกิจโกโก้ ตั้งแต่การจัดการต้นน้ำ การผลิตและแปรรูปเมล็ดโกโก้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการวางแผนธุรกิจและการตลาดดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์โกโก้ไทย และต่อยอดองค์ความรู้สู่การประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยมีทีมวิทยากรหลักจากสมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) และคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ได้แก่ คุณบดินทร์ เจริญพงศ์ชัย .คุณนายปฐม มีแก้ว. เชฟกันต์ อรุณประพันธ์. คุณจิรานุช ภูมิรัตน์ รองศาสตราจารย์ ดร.จำเนียร  บุญมาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ .ดร.ตะวัน ฉัตรสูงเนิน. อาจารย์ ดร.อุกฤษณ์ มารังค์อาจารย์ .ดร.พนมพร เฉลิมวรรณ์ และอาจารย์ ดร.ประภาพร กิจดำรงธรรมเป็นต้น โดยถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิตและแปรรูปโกโก้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการตลาดและการบริหารธุรกิจโกโก้

ซึ่งในวันที่ 26 กันยายน 2569 ณ ห้องสายน้ำผึ้ง สำนักงานหอสมุด มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผู้เข้าร่วมหลักสูตรได้เรียนรู้หลักการนำเสนอแผนธุรกิจอย่างมืออาชีพและการสื่อสารคุณค่าของธุรกิจ (Business Pitch) พร้อมนำเสนอแผนธุรกิจ (Business Plan Pitching) ต่อคณะกรรมการ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและนำไปปรับปรุงแผนธุรกิจให้มีความเหมาะสมและสามารถนำไปใช้ได้จริง  โดยได้รับเกียรติคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดเป็นผู้ร่วมประเมิน

(สัมภาษณ์ รองศาสตราจารย์ ดร.จำเนียร บุญมาก /คุณปฐม มีแก้ว อุปนายกสมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) /ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ตะวัน ฉัตรสูงเนิน ผู้อำนวยการสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้)

สำหรับวันที่ 27 กันยายน 2569 ณ ห้องข้าวสาลี สถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้จัดกิจกรรมสรุปองค์ความรู้ตลอดหลักสูตร ครอบคลุมการจัดการแปลงปลูกและการผลิตเมล็ดโกโก้คุณภาพ การแปรรูปและการประเมินคุณภาพเมล็ดโกโก้ ตลอดจนการบริหารจัดการธุรกิจและการต่อยอดเชิงพาณิชย์ โดยมีวิทยากรจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และสมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์

นอกจากนั้น ภายในกิจกรรมนี้ มีการประกาศผลการประเมิน มอบประกาศนียบัตร และใบประกาศผลการรับรองสมรรถนะของผู้เข้าร่วมหลักสูตร พร้อมพิธีปิดหลักสูตร โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยยศ สัมฤทธิ์สกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานในพิธีปิดหลักสูตร การดำเนินงานนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนากำลังคนและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมโกโก้ไทย โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการผลิต เทคโนโลยีการแปรรูป และการบริหารธุรกิจ เพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ สร้างโอกาสทางการตลาด และส่งเสริมเครือข่ายผู้ประกอบการโกโก้ให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

(สัมภาษณ์ คุณบดินทร์ เจริญพงศ์ชัย นายกสมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) /นางสาวอัจฉราพรรณ จันต๊ะบุญ (ต้นน้ำ) / นายปวันพจน์ ชัยกองเกียรติ (ปลายน้ำ) /นางสาวพรรณเพ็ญ ใจสุข (กลางน้ำ แปรรูป)

#ม.แม่โจ้

#โกโก้

 

เชียงใหม่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ ร่วมกับสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน จัดกิจกรรม “Chiang Mai Travel Mart 2026” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดการท่องเที่ยวอาเซียน(คลิป)

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ ร่วมกับสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน จัดกิจกรรม“Chiang Mai Travel Mart 2026”เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดการท่องเที่ยวอาเซียน จากนั้นมีการลงนามความร่วมมือ (MOU) ภายในประเทศระหว่าง สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, สมาคมท่องเที่ยวลำพูน, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเมืองเขลางค์นคร ร่วมกับสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน และการลงนามความร่วมมือ (MOU) ต่างประเทศ ระหว่าง สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, สมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน ร่วมกับ สมาพันธ์สมาคมการท่องเที่ยวประเทศอินโดนีเซีย (AITTA – Alliance of the Indonesian Tour & Travel Agency )


วันนี้(24 กย.69) ที่ห้องศิริโพธิ์ โรงแรมศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา เชียงใหม่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ นำโดยคุณศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ สมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน จัดกิจกรรม “Chiang Mai Travel Mart 2026”** เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดการท่องเที่ยวอาเซียน โดยเชื่อมโยงผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย พร้อมนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยในด้าน Muslim-Friendly Tourism หรือการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม

กิจกรรมครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย รวมถึงผู้ประกอบการจากพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ได้พบปะ แลกเปลี่ยนข้อมูล และสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง ผ่านกิจกรรม Business Matching และการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจ เพื่อพัฒนาเส้นทาง สินค้า และบริการด้านการท่องเที่ยวที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดอาเซียน

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการนำคณะผู้ประกอบการเดินทางสำรวจและสัมผัสประสบการณ์จริงใน จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวด้านธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตชุมชน อาหาร และบริการด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้ผู้ประกอบการจากต่างประเทศสามารถนำข้อมูลและประสบการณ์ที่ได้รับไปต่อยอดเป็นเส้นทางและแพ็กเกจการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย และตลาดมุสลิมในอนาคต

การจัดงานยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริม “Muslim-Friendly Tourism” โดยมุ่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความต้องการของนักท่องเที่ยวมุสลิม ทั้งด้านอาหารฮาลาล สถานที่ประกอบศาสนกิจ สิ่งอำนวยความสะดวก และการบริการที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรม แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เปิดกว้างและรองรับความหลากหลายของนักเดินทาง

นอกจากนี้ การเข้าร่วมของผู้ประกอบการจากภาคใต้ยังช่วยสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยวระหว่าง ภาคใต้และภาคเหนือของประเทศไทย โดยนำประสบการณ์ด้านตลาดมุสลิมและศักยภาพของแต่ละภูมิภาคมาแลกเปลี่ยนและต่อยอดสู่การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงหลายจังหวัด

นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัด Chiang Mai Travel Mart 2026 มุ่งสร้างความเชื่อมั่นผ่านการพบปะและแลกเปลี่ยนโดยตรงระหว่างผู้ประกอบการ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการต่างประเทศได้สัมผัสประเทศไทยด้วยตนเอง ทั้งแหล่งท่องเที่ยว ผู้คน วัฒนธรรม และศักยภาพด้านการบริการ ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้าใจและต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจในระยะยาว

Chiang Mai Travel Mart 2026 จึงเป็นมากกว่าเวทีส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่สำหรับการสร้าง ความเชื่อมั่น ความสัมพันธ์ และโอกาสทางธุรกิจ เชื่อมโยงประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนา เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีคุณภาพ และเปิดโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในตลาดอาเซียน พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณความร่วมมือจาก คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่, ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) สำนักงานเชียงใหม่, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่, บริษัท แสตนดาร์ดทัวร์ จำกัด, บริษัท ซีเอ็ม พาราไดซ์ ทัวร์ จำกัด, พันธมิตรทางการท่องเที่ยวจากจังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดลำพูน และจังหวัดลำปาง

จากนั้นมีการลงนามความร่วมมือ (MOU) ภายในประเทศระหว่าง สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, สมาคมท่องเที่ยวลำพูน, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเมืองเขลางค์นคร ร่วมกับสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน และการลงนามความร่วมมือ (MOU) ต่างประเทศ ระหว่าง สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, สมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน ร่วมกับ สมาพันธ์สมาคมการท่องเที่ยวประเทศอินโดนีเซีย (AITTA – Alliance of the Indonesian Tour & Travel Agency )

### ORGANIZED BY
**Chiang Mai Tourism Business Association**
นำโดย **คุณศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์**
### IN COLLABORATION WITH
**Thai–ASEAN Halal Tourism Trade Association**