0000
ผู้เขียน: admin01 gebtoktourthai
เชียงใหม่ 000000
222222
เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ จัดงาน “วันวาน ยังหวานอยู่” มหกรรมท่องเที่ยวโดยชุมชน ถ่ายทอดเสน่ห์วิถีชีวิตและอัตลักษณ์ท้องถิ่น(คลิป)
จังหวัดเชียงใหม่ จัดงาน “วันวาน ยังหวานอยู่” มหกรรมท่องเที่ยวโดยชุมชน ถ่ายทอดเสน่ห์วิถีชีวิตและอัตลักษณ์ท้องถิ่น


วันนี้ (8 ต.ค. 69) เวลา 18.00 น. ที่บริเวณช่วงประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานมหกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิด “วันวาน ยังหวานอยู่” (A fading scent of memories : กลิ่นอายความทรงจำที่กำลังจางหายไป) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–9 ตุลาคม 2569 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน สร้างการรับรู้และยกระดับศักยภาพชุมชนท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน สื่อมวลชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน


การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเผยแพร่เรื่องราว อัตลักษณ์ วิถีชีวิต ภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรม อาหารพื้นถิ่น งานหัตถกรรม และความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่ ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างใกล้ชิด


จังหวัดเชียงใหม่นับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวอย่างโดดเด่น ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนให้มีความเข้มแข็ง สามารถนำเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่มาต่อยอดเป็นกิจกรรมและประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าและรายได้แก่ชุมชน


ภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การสาธิตและกิจกรรม Workshop จากชุมชน การแสดงศิลปวัฒนธรรม กาดหมั้วชุมชน กิจกรรมพาแอ่วชุมชน และกิจกรรม “ม่วนมันส์ขันโตก CBT วิถีชาติพันธุ์” ที่นำเสนออาหารพื้นถิ่นและเรื่องราวทางวัฒนธรรมของชุมชนผ่านการแสดงและการเล่าเรื่อง (Story Telling) เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงาน


นอกจากนี้ ในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ยังมีกิจกรรม CBT Business Matching : Local to Global เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและชุมชนท่องเที่ยวได้เชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจ ต่อยอดศักยภาพสู่ตลาดในระดับที่กว้างขึ้น และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

การจัดงานมหกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน “วันวาน ยังหวานอยู่” ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดยชุมชนของจังหวัดเชียงใหม่ สร้างแรงจูงใจในการเดินทางท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก พร้อมทั้งอนุรักษ์ สืบสาน และถ่ายทอดภูมิปัญญา วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของชุมชนให้คงอยู่คู่สังคมไทยต่อไป
เชียงใหม่ ผนึกกำลังเตรียมจัด “ราตรีแห่งศรัทธา – Royal Charity Gala 2026” ชูแฟชั่นโชว์และประมูล “ของรักของหวง” สมทบทุนการศึกษาของเยาวชนและร่วมพัฒนาโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพเชียงใหม่(คลิป)
มูลนิธิสมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ สมาคมศิษย์เก่าวัฒโนทัยพายัพ และสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เชียงใหม่จัดงาน “ราตรีแห่งศรัทธา – Royal Charity Gala 2026” ชูแฟชั่นโชว์และประมูล “ของรักของหวง”


วันนี้ (03/10/69) ที่ห้องประชุมดอกปีบ โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มูลนิธิสมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ ร่วมกับสมาคมศิษย์เก่าวัฒโนทัยพายัพ และสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เชียงใหม่ การรวมพลังเตรียมจัดงานกาลาดินเนอร์การกุศล “ราตรีแห่งศรัทธา – Royal Charity Gala 2026” ในวันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 17.00–23.00 น. ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติคุ้มคำ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อระดมทุนสนับสนุนการศึกษาและการพัฒนานักเรียนภายใต้แนวคิด “3 องค์กร 1 เป้าหมาย” โดยงานครั้งนี้เป็นการรวมพลังของศิษย์เก่า ผู้ปกครอง ครู บุคลากร และผู้มีจิตศรัทธา ในวาระแห่งความภาคภูมิใจ ทั้ง 120 ปี โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ, 40 ปี มูลนิธิสมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ และ 74 ปี สมาคมศิษย์เก่าวัฒโนทัยพายัพ เพื่อเปลี่ยนความรักและความผูกพันที่มีต่อสถาบันให้เป็นพลังแห่งการให้ และส่งต่อโอกาสทางการศึกษาแก่คนรุ่นใหม่ โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวประกอบด้วย แพทย์หญิงวรรณจันทร์ พิมพ์พิไล อดีตประธานมูลนิธิสมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ และเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิ, นางทัศนีย์ศิริ ขวัญสุวรรณ ประธานมูลนิธิสมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ, นางสาวพชรชล ศรีหมื่น นายกสมาคมศิษย์เก่าวัฒโนทัยพายัพ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิกราน หอมดวง นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เชียงใหม่ และดำเนินรายการโดย คุณนัททัย ทวีฤทธิ์กุล นายกสมาคมผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียง เขต 9 เชียงใหม่ ซึ่งเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ

พญ.วรรณจันทร์ พิมพ์พิไล อดีตประธานมูลนิธิ และเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิ สมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ และประธานกรรมการจัดงาน “ราตรีแห่งศรัทธา” กล่าวว่าแนวคิดสำคัญของงานเกิดจากความเชื่อว่า ศรัทธาที่มีคุณค่าควรเปลี่ยนเป็นพลังแห่งการให้และนำไปสู่ประโยชน์ที่ยั่งยืนแก่การศึกษาและเยาวชน ตลอดระยะเวลา 40 ปี มูลนิธิฯ ได้มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพและโรงเรียนอื่นอีก 34 แห่ง ในจังหวัดเชียงใหม่ รวม 1,179 ทุน เป็นเงิน 3,007,100 บาท

การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นอีกโอกาสในการร่วมสืบสานภารกิจและขยายโอกาสให้แก่นักเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือ ด้าน นางทัศนีย์ศิริ ขวัญสุวรรณ ประธานมูลนิธิสมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ เปิดเผยว่างานกาลาดินเนอร์ได้รับการออกแบบให้เป็นค่ำคืนแห่งความสง่างามและความอบอุ่น โดยทุกกิจกรรมเชื่อมโยงกับแนวคิดของการให้ เริ่มจากพิธีถวายสักการะสมเด็จพระศรีสวรินทิรา ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจรวมศรัทธาของชาววัฒโนทัยทั้งปวง พร้อมขบวนฟ้อนเล็บจากศิษย์เก่าจำนวน 40 คน ตามด้วยการแสดงชุดพิเศษในพิธีเปิดซึ่งเป็นการแสดงจากโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ ต่อด้วยแฟชั่นโชว์การกุศลชุดไทยและชุดราตรีจากผู้แสดงแบบกิตติมศักดิ์ และบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีจิตศรัทธา และการขับร้องบทเพลงเพื่อการกุศล รวมทั้งการประมูล “ของรักของหวง” รายได้จากการจัดงานจะนำไปสนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนที่ขาดแคลน สนับสนุนภารกิจของโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ ผ่านการดำเนินงานของทั้งสามองค์กร รวมถึงกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและการพัฒนานักเรียน

ขณะที่ นางสาวพชรชล ศรีหมื่น นายกสมาคมศิษย์เก่าวัฒโนทัยพายัพ กล่าวว่าศิษย์เก่าหลายรุ่นพร้อมใจกลับมามีส่วนร่วมในการจัดงาน ทั้งการจัดกิจกรรม การแสดงแฟชั่นโชว์ และการขับร้องเพลงเพื่อการกุศล สะท้อนถึงสายสัมพันธ์ระหว่างศิษย์เก่ากับสถาบันที่ยังคงเข้มแข็ง พร้อมนำประสบการณ์ ความสามารถ และเครือข่ายมาร่วมสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ด้วย



ทางด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิกราน หอมดวง นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ กล่าวว่ากิจกรรมประมูล “ของรักของหวง” มีความหมายมากกว่าการประมูลสิ่งของ เพราะแต่ละชิ้นมีเรื่องราวและความผูกพันกับเจ้าของ การนำสิ่งของเหล่านี้มาร่วมการกุศลจึงเป็นการส่งต่อคุณค่าทางใจให้กลายเป็นโอกาสทางการศึกษาของเยาวชนต่อไป โดยสิ่งของสำคัญที่มีผู้นำมามอบให้สำหรับประมูลมีจำนวนทั้งหมดประมาณ 30 ชิ้นที่นำมาแสดงในวันนี้ ได้แก่ พระบรมรูปหล่อทองเหลืองเต็มองค์สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า มอบโดย พญ.วรรณจันทร์ พิมพ์พิไล, พระบรมรูปหล่อสัมฤทธิ์ครึ่งองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มอบโดย คุณสมภพ มงคลพิทักษ์สุข, จี้เสมาทองคำลงยาประดับเพชรตราประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 มอบโดย คุณทัศนีย์ศิริ ขวัญสุวรรณ

ล่าสุดอาจารย์ปริชัย คุ้มสุข อดีตนายกสมาคมศิษย์เก่าวัฒโนทัยพายัพและเป็นที่ปรึกษามูลนิธิสมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ ได้มอบ พระกริ่งทองคำชัยวัฒน์ไพรีพินาศ ปี 2534 เพื่อให้นำมาจัดประมูลด้วย นอกจากนี้ยังมีสิ่งของที่เป็นของรักของหวงของศิษย์เก่าวัฒโนทัยพายัพ อีกจำนวนประมาณ 30 ชิ้นที่จะนำเสนอเพื่อให้ประมูลในวันจัดงานกาลาดินเนอร์ด้วย ซึ่งการประมูลของรักของหวงนี้ ผู้ที่ประมูลได้สามารถนำใบเสร็จจากการบริจาคไปลดหย่อนภาษีได้ด้วยเช่นกัน

สำหรับบัตรเข้าร่วมงาน กาลาดินเนอร์แห่งศรัทธา มี 3 ประเภท ได้แก่ บัตรศรัทธาร่วมใจ ราคา 10,000 บาท ต่อโต๊ะ สำหรับ 10 ท่าน, บัตรเกียรติยศแห่งศรัทธา ราคา 10,000 บาทต่อท่าน และ บัตรอัครเกียรติแห่งศรัทธา ราคา 50,000 บาท สำหรับ 2 ท่าน จึงขอเชิญศิษย์เก่าทุกรุ่น ผู้ปกครอง และผู้มีเกียรติทุกท่าน ร่วมสัมผัสค่ำคืนแห่งความงดงามและการแบ่งปัน ในงาน “ราตรีแห่งศรัทธา – Royal Charity Gala 2026” ในวันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 17.00–23.00 น. ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติคุ้มคำ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมสานต่อความผูกพัน และส่งมอบโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติต่อไป ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อประสานงานข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณทัศนีย์ศิริ ขวัญสุวรรณ ประธานมูลนิธิสมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ เบอร์โทร 098-259-9116, คุณพชรชล ศรีหมื่น นายกสมาคมศิษย์เก่าวัฒโนทัยพายัพ เบอร์โทร 096-698-1363 และ ผศ.ดร.นิกราน หอมดวง นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เชียงใหม่ เบอร์โทร 084-177-3632
เชียงใหม่ IQS มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ สมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) ยกระดับโกโก้ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน(คลิป)
IQS มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ สมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) ยกระดับโกโก้ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน: มอบประกาศนียบัตรผู้ประกอบการโกโก้รุ่นใหม่


(27/09/69) โกโก้ไทยเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ตั้งแต่การผลิตเมล็ดโกโก้คุณภาพ การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์โกโก้และช็อกโกแลต ไปจนถึงการพัฒนาธุรกิจสู่ตลาดสากล การส่งเสริมองค์ความรู้และทักษะให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการจึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมโกโก้ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน


ด้วยเหตุนี้ โครงการบัณฑิตพันธ์ใหม่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมม (อว.) ได้อนุมัติให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ หรือ IQS ให้ดำเนินการจัดหลักสูตรระยะสั้น NON-Degree “ผู้ประกอบการโกโก้สร้างสรรค์และเทคโนโลยีการแปรรูปมูลค่าสูงสู่ตลาดสากล” เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการโกโก้แบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ผ่านการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งได้ดำเนินการเป็นระยะเวลา 4 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน–กันยายน 2569 ครอบคลุม 9 โมดูล รวม 285 ชั่วโมง เทียบเท่า 9 หน่วยกิต โดยมุ่งเสริมสร้างความรู้และทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่า และต่อยอดธุรกิจโกโก้


หลักสูตรนี้ มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและบุคลากรในห่วงโซ่ธุรกิจโกโก้ ตั้งแต่การจัดการต้นน้ำ การผลิตและแปรรูปเมล็ดโกโก้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการวางแผนธุรกิจและการตลาดดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์โกโก้ไทย และต่อยอดองค์ความรู้สู่การประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยมีทีมวิทยากรหลักจากสมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) และคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ได้แก่ คุณบดินทร์ เจริญพงศ์ชัย .คุณนายปฐม มีแก้ว. เชฟกันต์ อรุณประพันธ์. คุณจิรานุช ภูมิรัตน์ รองศาสตราจารย์ ดร.จำเนียร บุญมาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ .ดร.ตะวัน ฉัตรสูงเนิน. อาจารย์ ดร.อุกฤษณ์ มารังค์อาจารย์ .ดร.พนมพร เฉลิมวรรณ์ และอาจารย์ ดร.ประภาพร กิจดำรงธรรมเป็นต้น โดยถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิตและแปรรูปโกโก้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการตลาดและการบริหารธุรกิจโกโก้
ซึ่งในวันที่ 26 กันยายน 2569 ณ ห้องสายน้ำผึ้ง สำนักงานหอสมุด มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผู้เข้าร่วมหลักสูตรได้เรียนรู้หลักการนำเสนอแผนธุรกิจอย่างมืออาชีพและการสื่อสารคุณค่าของธุรกิจ (Business Pitch) พร้อมนำเสนอแผนธุรกิจ (Business Plan Pitching) ต่อคณะกรรมการ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและนำไปปรับปรุงแผนธุรกิจให้มีความเหมาะสมและสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยได้รับเกียรติคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดเป็นผู้ร่วมประเมิน
(สัมภาษณ์ รองศาสตราจารย์ ดร.จำเนียร บุญมาก /คุณปฐม มีแก้ว อุปนายกสมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) /ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ตะวัน ฉัตรสูงเนิน ผู้อำนวยการสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้)

สำหรับวันที่ 27 กันยายน 2569 ณ ห้องข้าวสาลี สถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้จัดกิจกรรมสรุปองค์ความรู้ตลอดหลักสูตร ครอบคลุมการจัดการแปลงปลูกและการผลิตเมล็ดโกโก้คุณภาพ การแปรรูปและการประเมินคุณภาพเมล็ดโกโก้ ตลอดจนการบริหารจัดการธุรกิจและการต่อยอดเชิงพาณิชย์ โดยมีวิทยากรจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และสมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์



นอกจากนั้น ภายในกิจกรรมนี้ มีการประกาศผลการประเมิน มอบประกาศนียบัตร และใบประกาศผลการรับรองสมรรถนะของผู้เข้าร่วมหลักสูตร พร้อมพิธีปิดหลักสูตร โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยยศ สัมฤทธิ์สกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานในพิธีปิดหลักสูตร การดำเนินงานนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนากำลังคนและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมโกโก้ไทย โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการผลิต เทคโนโลยีการแปรรูป และการบริหารธุรกิจ เพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ สร้างโอกาสทางการตลาด และส่งเสริมเครือข่ายผู้ประกอบการโกโก้ให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
(สัมภาษณ์ คุณบดินทร์ เจริญพงศ์ชัย นายกสมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) /นางสาวอัจฉราพรรณ จันต๊ะบุญ (ต้นน้ำ) / นายปวันพจน์ ชัยกองเกียรติ (ปลายน้ำ) /นางสาวพรรณเพ็ญ ใจสุข (กลางน้ำ แปรรูป)
#ม.แม่โจ้
#โกโก้
เชียงใหม่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ ร่วมกับสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน จัดกิจกรรม “Chiang Mai Travel Mart 2026” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดการท่องเที่ยวอาเซียน(คลิป)
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ ร่วมกับสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน จัดกิจกรรม“Chiang Mai Travel Mart 2026”เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดการท่องเที่ยวอาเซียน จากนั้นมีการลงนามความร่วมมือ (MOU) ภายในประเทศระหว่าง สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, สมาคมท่องเที่ยวลำพูน, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเมืองเขลางค์นคร ร่วมกับสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน และการลงนามความร่วมมือ (MOU) ต่างประเทศ ระหว่าง สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, สมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน ร่วมกับ สมาพันธ์สมาคมการท่องเที่ยวประเทศอินโดนีเซีย (AITTA – Alliance of the Indonesian Tour & Travel Agency )


วันนี้(24 กย.69) ที่ห้องศิริโพธิ์ โรงแรมศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา เชียงใหม่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ นำโดยคุณศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ สมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน จัดกิจกรรม “Chiang Mai Travel Mart 2026”** เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดการท่องเที่ยวอาเซียน โดยเชื่อมโยงผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย พร้อมนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยในด้าน Muslim-Friendly Tourism หรือการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม


กิจกรรมครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย รวมถึงผู้ประกอบการจากพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ได้พบปะ แลกเปลี่ยนข้อมูล และสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง ผ่านกิจกรรม Business Matching และการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจ เพื่อพัฒนาเส้นทาง สินค้า และบริการด้านการท่องเที่ยวที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดอาเซียน


หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการนำคณะผู้ประกอบการเดินทางสำรวจและสัมผัสประสบการณ์จริงใน จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวด้านธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตชุมชน อาหาร และบริการด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้ผู้ประกอบการจากต่างประเทศสามารถนำข้อมูลและประสบการณ์ที่ได้รับไปต่อยอดเป็นเส้นทางและแพ็กเกจการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย และตลาดมุสลิมในอนาคต


การจัดงานยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริม “Muslim-Friendly Tourism” โดยมุ่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความต้องการของนักท่องเที่ยวมุสลิม ทั้งด้านอาหารฮาลาล สถานที่ประกอบศาสนกิจ สิ่งอำนวยความสะดวก และการบริการที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรม แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เปิดกว้างและรองรับความหลากหลายของนักเดินทาง


นอกจากนี้ การเข้าร่วมของผู้ประกอบการจากภาคใต้ยังช่วยสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยวระหว่าง ภาคใต้และภาคเหนือของประเทศไทย โดยนำประสบการณ์ด้านตลาดมุสลิมและศักยภาพของแต่ละภูมิภาคมาแลกเปลี่ยนและต่อยอดสู่การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงหลายจังหวัด


นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัด Chiang Mai Travel Mart 2026 มุ่งสร้างความเชื่อมั่นผ่านการพบปะและแลกเปลี่ยนโดยตรงระหว่างผู้ประกอบการ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการต่างประเทศได้สัมผัสประเทศไทยด้วยตนเอง ทั้งแหล่งท่องเที่ยว ผู้คน วัฒนธรรม และศักยภาพด้านการบริการ ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้าใจและต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจในระยะยาว

Chiang Mai Travel Mart 2026 จึงเป็นมากกว่าเวทีส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่สำหรับการสร้าง ความเชื่อมั่น ความสัมพันธ์ และโอกาสทางธุรกิจ เชื่อมโยงประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนา เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีคุณภาพ และเปิดโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในตลาดอาเซียน พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณความร่วมมือจาก คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่, ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) สำนักงานเชียงใหม่, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่, บริษัท แสตนดาร์ดทัวร์ จำกัด, บริษัท ซีเอ็ม พาราไดซ์ ทัวร์ จำกัด, พันธมิตรทางการท่องเที่ยวจากจังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดลำพูน และจังหวัดลำปาง

จากนั้นมีการลงนามความร่วมมือ (MOU) ภายในประเทศระหว่าง สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, สมาคมท่องเที่ยวลำพูน, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเมืองเขลางค์นคร ร่วมกับสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน และการลงนามความร่วมมือ (MOU) ต่างประเทศ ระหว่าง สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, สมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน ร่วมกับ สมาพันธ์สมาคมการท่องเที่ยวประเทศอินโดนีเซีย (AITTA – Alliance of the Indonesian Tour & Travel Agency )
### ORGANIZED BY
**Chiang Mai Tourism Business Association**
นำโดย **คุณศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์**
### IN COLLABORATION WITH
**Thai–ASEAN Halal Tourism Trade Association**
เชียงใหม่ MIdS CMU ก้าวสู่มาตรฐานสากล รับใบรับรอง ISO21001:2025 แห่งแรกของไทย(คลิป)
MIdS CMU ก้าวสู่มาตรฐานสากล รับใบรับรอง ISO21001:2025 แห่งแรกของไทย


วันนี้(23 กย.69) วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดพิธีรับมอบใบรับรองระบบบริหารจัดการสำหรับองค์กรทางการศึกษา (ISO 21001:2025) ณ ห้อง 2-202 อาคาร 2 วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง อุษณีย์ คำประกอบ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และประธานคณะกรรมการอำนวยการวิทยาลัยพหุวิทยาการฯ กล่าวแสดงความยินดีพร้อมรับมอบใบรับรอง


ศาสตราจารย์ ดร.อภิชาต โสภาแดง คณบดีวิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ กล่าวถึงผลการดำเนินการโครงการพัฒนาระบบบริหารคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐาน ISO 21001:2025 และมี ดร.ชวาธิป จินดาวิจักษณ์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายธุรกิจ Conformity Assessment Bodies ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายรับรองระบบ และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายหน่วยตรวจสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เป็นผู้มอบใบรับรองระบบบริหารจัดการสำหรับองค์กรทางการศึกษา (ISO 21001:2025)



โดยวิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหน่วยงานวิชาการแห่งแรกของประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานนี้ ซึ่งได้ผ่านการตรวจประเมินการขอรับรองมาตรฐานระบบการจัดการสำหรับองค์กรด้านการศึกษา (Educational Organizations Management System: EOMS) เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (Management System Certification Institute :MASCI)


การได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 21001:2025 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของวิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการพัฒนาระบบบริหารจัดการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการบริหารและพัฒนาการศึกษาพหุวิทยาการและสหวิทยาการให้มีคุณภาพ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และตอบสนองต่อการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน


ทั้งนี้ วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กำหนดนโยบายองค์กรการศึกษา “องค์กรที่มุ่งมั่น พัฒนาและบริหารการศึกษาพหุวิทยาการและสหวิทยาการที่มีคุณภาพ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสังคมที่ยั่งยืน” ซึ่งสะท้อนแนวทางการดำเนินงานของวิทยาลัยในการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
#MIdSCMU #MIdSCoCreateYourJourney
#ISO210012025 #EOMS #มาตรฐานการศึกษา
#CMU #ChiangMaiUniversity
เชียงใหม่ จัดกิจกรรม Pitching นำเสนอไอเดียเพื่อการพัฒนาย่านต้นแบบ Digital Nomad สันป่าข่อย–วัดเกตุ(คลิป)
จัดกิจกรรม Pitching นำเสนอไอเดียเพื่อการพัฒนาย่านต้นแบบ Digital Nomad สันป่าข่อย–วัดเกตุ พร้อมประกาศผลการแข่งขัน “Pitching IDEA Chiang Mai” คนรุ่นใหม่ร่วมเสนอไอเดีย พัฒนาสันป่าข่อย–วัดเกตุ สู่ย่านต้นแบบ Digital Nomad


วันนี้(19 กย.69) ที่อาคารอนุสาร ตำบลวัดเกตุ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการจัด กิจกรรม Pitching นำเสนอไอเดีย เพื่อการพัฒนาย่านต้นแบบ Digital Nomad สันป่าข่อย–วัดเกตุ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ร่วมเสนอแนวคิดสร้างสรรค์ เพื่อค้นหาแนวทางในการพัฒนาย่านให้สามารถรองรับกลุ่ม Digital Nomad ควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชน ผู้ประกอบการ และพื้นที่ โดยมีนายพจนา ศรีศิลปนันท์ ผู้แทนนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิด


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพรพันธ์ ธนเลิศโศภิต หัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า กิจกรรมครั้งนี้มีนักศึกษาจาก 5 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น และมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเชียงใหม่ เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 8 ทีม โดยแต่ละทีมได้นำเสนอแนวคิดและมุมมองของคนรุ่นใหม่ในการพัฒนาสันป่าข่อย–วัดเกตุให้เป็นย่านที่เอื้อต่อการทำงาน การใช้ชีวิต การเรียนรู้ และการเชื่อมโยงกับชุมชนของกลุ่ม Digital Nomad

ผลการประกวด Pitching
🥇 รางวัลชนะเลิศ
ทีม Local Link
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

🥈 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1
ทีม BA ม.ฟาร์
มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น

🥉 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2
ทีม Linker
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

🏅 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3
ทีม Sanpakoi Creative-Senses
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

รางวัลชมเชย จำนวน 4 รางวัล ได้แก่ ทีมอุตสาหกรรมศิลป์ ราชภัฏเชียงใหม่ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, ทีม SCI STUDENT CONNECT จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, ทีม Nomad X จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และ ทีม The Local Link จากมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเชียงใหม่


กิจกรรม Pitching ครั้งนี้มิได้มุ่งเน้นเพียงการแข่งขันเพื่อค้นหาทีมที่ได้รับรางวัลเท่านั้น แต่ยังเป็นกระบวนการสร้าง พื้นที่แห่งการเรียนรู้ (Learning Space) ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากพื้นที่จริง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญ และนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยมาประยุกต์ใช้ในการเสนอแนวทางพัฒนาเมือง
แนวคิดจากทั้ง 8 ทีมสะท้อนมุมมองของคนรุ่นใหม่ต่อการพัฒนาย่านสันป่าข่อย–วัดเกตุ ทั้งในมิติของ People – Place – Learning – Opportunities โดยให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการทำงานและการใช้ชีวิตของ Digital Nomad พร้อมกับการรักษาอัตลักษณ์และเสน่ห์ของย่าน การเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการและคนในชุมชน และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจจากศักยภาพของพื้นที่

ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้ยังสะท้อนพลังความร่วมมือระหว่าง สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคีเครือข่าย ผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์ที่ปรึกษา และเยาวชนคนรุ่นใหม่ ในการร่วมกันค้นหาแนวทางการพัฒนาเมืองเชียงใหม่จากฐานของพื้นที่และอัตลักษณ์ของชุมชน

ผลจากกิจกรรม Pitching จะเป็นอีกหนึ่งฐานความคิดสำคัญสำหรับการต่อยอดแนวทางการพัฒนา สันป่าข่อย–วัดเกตุ สู่ย่านต้นแบบ Digital Nomad และพื้นที่แห่งการเรียนรู้ระดับย่าน เพื่อสร้างเชียงใหม่ให้เป็นเมืองที่สามารถเชื่อมโยง “คน–พื้นที่–การเรียนรู้–โอกาส” และเติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

ขอแสดงความยินดีกับทุกทีมที่ได้รับรางวัล และขอชื่นชมนักศึกษาทั้ง 8 ทีม ที่ร่วมกันนำพลังของคนรุ่นใหม่มาสร้างสรรค์ไอเดียเพื่ออนาคตของเมืองเชียงใหม่
#PitchingIDEAChiangMai #DigitalNomad #NomadFriendlyDistrict #Sanpakoi #WatKet #สันป่าข่อย #วัดเกตุ #เชียงใหม่ #เมืองแห่งการเรียนรู้ #LearningCity #RMUTL
เชียงใหม่ เพจ “คนเหนือช่วยแก้หนี้” จัดสัมมนาใหญ่ Season 2 ดึง “แพรรี่ ไพรวัลย์” ร่วมฮีลใจ ชูแนวคิดจิตอาสาช่วยปรึกษาปลดหนี้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย(คลิป)
เพจ “คนเหนือช่วยแก้หนี้” จัดสัมมนาใหญ่ Season 2 ดึง “แพรรี่ ไพรวัลย์” ร่วมฮีลใจ ชูแนวคิดจิตอาสาช่วยปรึกษาปลดหนี้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย


วันนี้(19 กย.69) ที่โรงแรมเมอร์เคียว อำเภอเมือง จังหวัดเเชียงใหม่ เพจ “คนเหนือช่วยแก้หนี้” นำโดย นายณิรุท แก้วคำฟู และนายชานน เลิศพงศ์พิรุฬห์ สองผู้ก่อตั้งโครงการ ได้จัดงานสัมมนาใหญ่ “คนเหนือช่วยแก้หนี้ Season 2” ภายใต้ธีม “ฉลาดคิด พิชิตหนี้” เพื่อส่งต่อความรู้ แนวทางแก้ไขปัญหาทางการเงิน และเปิดโอกาสให้ประชาชนปรึกษาปัญหาหนี้สินโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตอกย้ำเจตนารมณ์ตามสโลแกน “มีหนี้…ก็ไหว มีเฮาอยู่ข้างๆ พาไปจนเห็นผล ไม่ทิ้งกัน” การตระหนักรู้ถึงสภาวะทางการเงินและเครดิตของตนเอง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการขอสินเชื่อได้ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก


บรรยากาศภายในงานนอกจากจะมีการถ่ายทอดเคล็ดลับการวางแผนปลดหนี้จากผู้มีประสบการณ์จริงแล้ว ยังได้รับเกียรติจาก “แพรรี่ ไพรวัลย์” มาร่วมเป็นวิทยากรพิเศษในหัวข้อ “บริหารหนี้ บริหารใจ” โดยแพรรี่ได้ร่วมเปิดมุมมองและสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ร่วมงาน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีกัลยาณมิตรคอยรับฟังและฮีลใจในยามวิกฤต ซึ่งการจัดงานครั้งนี้เปรียบเสมือนการสร้างจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ช่วยเปลี่ยนความมืดมนให้กลายเป็นแสงสว่าง ให้ผู้เผชิญปัญหาหนี้สินเห็นทางออกและตระหนักว่าทุกปัญหามีทางแก้เสมอ


ด้านผู้จัดงานได้ระบุถึงแนวคิดการทำงานว่า ปัญหาหนี้สินของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นหนี้ในระบบหรือนอกระบบ และไม่ว่าจะมูลค่า 4,000 บาท หรือ 60 ล้านบาท สิ่งที่ทุกคนแบกรับเหมือนกันคือความ “หนักใจ” การตรวจเช็กสถานะการเงินจึงเปรียบเสมือนการตรวจสุขภาพที่ต้องรู้เท่าทันระยะของปัญหาเพื่อวางแผนรับมือได้ทัน งานสัมมนานี้จึงมุ่งเน้นการขจัดความกลัว ให้สติ และให้แนวทางปล่อยวาง โดยยืนยันว่าการดำเนินงานของโครงการเป็นรูปแบบธุรกิจจิตอาสาที่ไม่มีการขายคอร์สหรือเรียกเก็บค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น
สำหรับก้าวต่อไปของโครงการ มีแผนจะขยายผลในรูปแบบ “แก้หนี้สัญจร” เดินสายจัดกิจกรรมตามจังหวัดต่าง ๆ ร่วมกับกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ทั้งนี้ ผู้ที่กำลังประสบปัญหาทางการเงินและต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อขอคิวและเตรียมเอกสารเพื่อพูดคุยผ่านแชทเพจ “คนเหนือช่วยแก้หนี้” ได้ทั้งทาง Facebook และ TikTok โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนแบรนด์สินค้าหรือหน่วยงานที่ต้องการติดต่องานกับทางโครงการ สามารถประสานงานอย่างเป็นทางการได้ทางอีเมล Contact.northhelp@gmail.com โดยขอความร่วมมือไม่ส่งเรื่องปรึกษาหนี้ผ่านทางอีเมล
เชียงใหม่ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดปฐมนิเทศหลักสูตรบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ประเภทประกาศนียบัตร Non-Degree (คลิป)
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดปฐมนิเทศหลักสูตรบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ประเภทประกาศนียบัตร Non-Degree หลักสูตร “การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ดิจิทัลข้ามพรมแดน สู่ตลาดนานาชาติ”


(ดร.ศรัณย์ จันทร์ทะเล คณบดี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของหลักสูตร)
วันนี้(5 กย.69) ที่ห้องประชุม 105 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ คณะศิลปศาสตร์ รศ.ดร.ชัยยศ สัมฤทธิ์สกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานเปิดการปฐมนิเทศหลักสูตรบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ประเภทประกาศนียบัตร Non-Degree หลักสูตร “การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ดิจิทัลข้ามพรมแดน สู่ตลาดนานาชาติ” ภายใต้ โครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่และกำลังคนที่มีสมรรถนะเพื่อตอบโจทย์ภาคการผลิต ตามนโยบายการปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยหลักสูตรจะดำเนินการต่อเนื่องจนถึงวันที่ 10 มกราคม 2570 โดยมี ดร. ศรัณย์ จันทร์ทะเล คณบดี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของหลักสูตรพร้อมด้วย ผศ.ดร. ปวีณา ฉัตรสูงเนิน หัวหน้าโครงการฯ


(รศ.ดร. ชัยยศ สัมฤทธิ์สกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประธานเปิดโครงการ)

สำหรับ หลักสูตรดังกล่าวเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตร Non-Degree ประเภท Non-Credit Bearing มุ่งพัฒนากำลังคนและผู้ประกอบการให้มีสมรรถนะด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ดิจิทัลข้ามพรมแดน สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูล และ AI มาประยุกต์ใช้ในการบริหารร้านค้าออนไลน์ การสร้างคอนเทนต์ การวิเคราะห์ตลาด การสื่อสารกับลูกค้าต่างประเทศ ตลอดจนการวางแผนและขยายธุรกิจสู่ตลาดนานาชาติ โดยเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงตลอดหลักสูตร


กิจกรรมปฐมนิเทศในวันแรก ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์ ได้แก่ ดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ บรรยายในหัวข้อ “บทบาทของการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ดิจิทัลข้ามพรมแดนต่อการพัฒนาเศรษฐกิจภาคเหนือ” พร้อมด้วย รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กร หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ในหัวข้อ “ระบบนิเวศของ บพท. ในการส่งเสริมการค้าข้ามพรมแดน” และ ดร.คุณานันท์ ทยายุทธ ในหัวข้อ “FROM LOCAL TO GLOBAL: กลยุทธ์การตลาด การขาย และโลจิสติกส์เพื่อพาสินค้าไทยสู่ตลาดต่างประเทศ”


ตลอดระยะเวลาของโครงการ ผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาผ่านหลักสูตร 8 โมดูล รวม 285 ชั่วโมง ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐาน Cross-Border E-Commerce ภาษาอังกฤษและภาษาจีนเพื่อธุรกิจออนไลน์ การจัดการร้านค้าออนไลน์และ Smart Listing การสร้างคอนเทนต์ดิจิทัลด้วย AI, Live Commerce และ AI Customer Service, Data Analytics, การวางแผนธุรกิจและโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน ตลอดจนการจัดทำ Capstone Project และ Final Pitch

(ดร.ศรัณย์ จันทร์ทะเล คณบดี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผศ.ดร.ปวีณา ฉัตรสูงเนิน หัวหน้าโครงการ ให้สัมภาษณ์)
การดำเนินงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และ China Electronics Chamber of Commerce (CECC) เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคการศึกษาเข้ากับโจทย์จริงของภาคธุรกิจและตลาดระหว่างประเทศ มุ่งสร้างกำลังคนที่มีทักษะพร้อมปฏิบัติงาน และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในการเพิ่มมูลค่าและขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดโลก “ต่อยอดความรู้ สร้างโอกาส สู่ตลาดโลก” คือแนวคิดสำคัญของหลักสูตร ที่มุ่งให้ผู้เรียนไม่ได้เพียง “เรียนรู้” แต่สามารถ “ลงมือทำ” และต่อยอดความรู้สู่การประกอบอาชีพและธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม