เชียงใหม่ เตรียมคึกคัก! แถลงข่าวจัดยิ่งใหญ่ “มหกรรมลาบเมือง ครั้งที่ 49” สืบสานฮีตฮอยปี๋ใหม่เมือง 4 เม.ย.นี้ ที่ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่(คลิป)

เชียงใหม่ เตรียมต้อนรับเทศกาลสงกรานต์หรือ ประเพณีปี๋ใหม่เมือง อย่างคึกคัก เมื่อ ชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดเชียงใหม่ ผนึกกำลังร่วมกับ ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ แถลงข่าวเตรียมจัดงาน “มหกรรมลาบเมือง ครั้งที่ 49” อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่นล้านนาให้คงอยู่คู่เมืองเชียงใหม่ โดยงานจะมีขึ้นในวันที่ 4 เมษายน 2569 ณ ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ท่ามกลางแรงสนับสนุนจากหลายภาคส่วน รวมถึง “มาดามหยก” และ INDY TEAM ที่ร่วมส่งกำลังใจและสนับสนุนการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

การแถลงข่าวอย่างเป็นทางการจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ โดยมีคณะผู้จัดงานและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดย นายอัครวิทย์ ระบิน ประธานชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายจรัล ชัยวงศ์ เหรัญญิกชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดเชียงใหม่, ว่าที่ร้อยตรีหญิง กุลญาอร เรือนเงิน ประชาสัมพันธ์ชมรมฯ, นายวิชัย ทาเปรียว ประธานจัดการแข่งขันฯ รวมถึง คุณมนัสวัฑฒก์ ชุติมา กรรมการผู้จัดการศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ และ นายภัค อัครมั่งคั่ง ผู้จัดการ บริษัท สิงห์พัฒน์ 2018 จำกัด ที่มาร่วมสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้

บรรยากาศภายในงานแถลงข่าวเต็มไปด้วยสีสันและกลิ่นอายวัฒนธรรมล้านนา โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการสาธิต “ลาบโชว์” ที่ถ่ายทอดลีลาและเสน่ห์ของการปรุงลาบเมืองแบบต้นตำรับ เรียกความสนใจจากผู้ร่วมงานได้อย่างมาก อีกทั้งยังได้รับเกียรติจาก อาจารย์โย Mr. Johannes Janzen พร้อมจิตอาสาจาก โครงการ RICD Wheelchair Project สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงผู้ร่วมแสดงจากต่างประเทศ ทั้งชาวรัสเซียและชาวเวียดนาม มาร่วมโชว์ฝีมือและสร้างสีสันให้กับเวทีแถลงข่าวอย่างน่าประทับใจ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดง กลองสะบัดชัย จาก คณะบ้านฟ้อนเมือง เจ็ดยอด มาร่วมแสดงเพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างความคึกคักให้กับบรรยากาศ ก่อนปิดท้ายด้วยการสาธิตการทำลาบเมืองสูตรดั้งเดิม พร้อมเปิดให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมชิมฟรี สร้างความประทับใจและเรียกน้ำย่อยก่อนถึงวันงานจริง

สำหรับงาน “มหกรรมลาบเมือง ครั้งที่ 49” จะจัดขึ้นในวันที่ 4 เมษายน 2569 ณ ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ เริ่มตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป โดยกิจกรรมไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ การแข่งขันทำลาบเมือง ซึ่งจะรวบรวมสุดยอดฝีมือจากหลากหลายพื้นที่มาประชันทั้งรสชาติ เทคนิค และลีลาการปรุงอาหารพื้นเมืองล้านนาอย่างเข้มข้น เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และสืบทอดเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอาหารของชาวเหนือให้คงอยู่ต่อไป

คณะผู้จัดงานเชื่อมั่นว่า งานในปีนี้จะยังคงเต็มไปด้วยความสนุกสนาน อบอุ่น และเปี่ยมด้วยเสน่ห์แบบล้านนาไม่แพ้ทุกปีที่ผ่านมา พร้อมเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว ตลอดจนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์ของวิถีชีวิตคนเมือง และลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นในบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองปี๋ใหม่เมืองอย่างแท้จริง

ผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือต้องการสมัครเข้าร่วมการแข่งขันลาบเมือง สามารถติดต่อได้ที่สมาชิกชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดเชียงใหม่ทุกท่าน หรือประสานงานโดยตรงที่
ว่าที่ร้อยตรีหญิง กุลญาอร เรือนเงิน โทร. 081-4691935
นายจรัล ชัยวงศ์ โทร. 080-1217215
นายอัครวิทย์ ระบิน โทร. 081-3876677
นายวิชัย ทาเปรียว โทร. 081-8814418
หรือสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ทาง Inbox เพจ “คนล้านนา” ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่แถลงข่าวเปิดกิจกรรม “CIMAC 2026” ฉลอง 730 ปีเมืองเชียงใหม่(คลิป)

จังหวัดเชียงใหม่เปิดกิจกรรม “CIMAC 2026” ฉลอง 730 ปีเมืองเชียงใหม่ ตอกย้ำ City of Festival รวมดนตรี ศิลปะ และวัฒนธรรมนานาชาติ

วันนี้(24 มี.ค.69) ที่ฟ้าล้านนามิวเซียม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายอิทธิรัตน์ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าว จังหวัดเชียงใหม่ เตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญบนเวทีนานาชาติ ด้วยการจัดงาน **Chiang Mai International Music Art and Culture Festival 2026 (CIMAC 2026)** เทศกาลดนตรี ศิลปะ และวัฒนธรรมนานาชาติ เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 730 ปีแห่งการสถาปนาเมืองเชียงใหม่ พร้อมยกระดับสู่ “City of Festival” ภายใต้แนวคิด “Chiang Mai Harmony: 730 Years of Living Heritage” สะท้อนพลังวัฒนธรรมล้านนา ผสานความร่วมสมัยจากนานาประเทศผ่านดนตรี ศิลปะ และความคิดสร้างสรรค์

 

งาน CIMAC 2026 จัดขึ้น 2 ช่วงเวลาใหญ่ โดยครั้งแรกระหว่างวันที่ 28 – 29 มีนาคม 2569 ณ ลานกิจกรรมข่วงประตูท่าแพ ภายใต้แนวคิด “World Music Harmony: Global Beats, Lanna Soul” นำเสนอการแสดงดนตรีและศิลปวัฒนธรรมจากนานาชาติ อาทิ การแสดงกู่เจิงจากประเทศจีน โอเปร่าอิตาลี ดนตรีอินเดีย การแสดงจากญี่ปุ่น รวมถึงกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม บูธชา และผลิตภัณฑ์จากหลากหลายประเทศ พร้อมโซนสินค้าชุมชนกว่า 40 บูธ

ครั้งที่สอง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 19 เมษายน 2569 ณ ลานราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ ภายใต้แนวคิด “The Symphony of Nopphaburi” ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ การแสดง “ล้านนาออร์เคสตร้า” การแสดงกลองล้านนา “มหาเภรี สนั่นก้องล้านนา บูชาบูรพกษัตรา 730 ปี” และ Mini Light & Sound โดยวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ ที่จะร่วมสร้างบรรยากาศยิ่งใหญ่ใจกลางเมืองประวัติศาสตร์

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การแสดงดนตรีนานาชาติ เวิร์กช็อปศิลปะ กิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การแสดงศิลปินท้องถิ่นและต่างประเทศ รวมถึงพื้นที่ผู้ประกอบการด้านอาหาร งานศิลปะ และของที่ระลึก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวคุณภาพสูง


อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ การเปิดตัวบทเพลงพิเศษ “730 ปีเชียงใหม่” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของเมือง ผ่านการผสมผสานดนตรีพื้นเมืองล้านนากับดนตรีสากล สะท้อนอัตลักษณ์ของเชียงใหม่สู่สายตานานาชาติ

นายอิทธิรัตน์ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่

การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างรายได้สู่ชุมชน ยกระดับภาพลักษณ์จังหวัดเชียงใหม่สู่เวทีโลก และผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์และเทศกาลนานาชาติให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรีตลอดระยะเวลาการจัดกิจกรรม เชียงใหม่ พร้อมแล้วที่จะก้าวสู่เมืองเทศกาลระดับโลก ผ่านเสียงดนตรี ศิลปะ และวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกใน CIMAC 2026

#CIMAC2026 #ChiangMaiCityOfFestival #ChiangMai730Years #InternationalFestival
#ChiangMaiInternationalFestival

เชียงใหม่ เด็กนักเรียนในจังหวัดเชียงใหม่ ใช้เวลาว่างปิดเทอม ทำข้าวห่อข้าวเป็นเสบียงมอบให้พี่ๆ ฮีโร่ดับไฟป่าทั่วเชียงใหม่(คลิป)

เด็ก นร.ในจังหวัดเชียงใหม่ กว่าร้อยคน ใช้เวลาว่างปิดเทอม ห่อข้าวเหนียวหมูปิ้ง ไข่ต้ม น้ำพริกแดง เป็นเสบียง พร้อมเขียนข้อความส่งกำลังใจมอบให้พี่ๆ ฮีโร่ดับไฟป่าทั่วเชียงใหม่ สังคมชื่นชม เด็กจิตอาสา @ศาลาอเนกประสงค์วัดโลกโมฬี เชียงใหม่ 

วันนี้(15 มี.ค.69) เด็กนักเรียนจากหลายโรงเรียนในจังหวัดเชียงใหม่ กว่าร้อยคน ใช้เวลาว่างในช่วงปิดเทอมรวมตัวกันทำกิจกรรมจิตอาสา จัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มหลายร้อยชุด เพื่อส่งมอบกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

ที่ศาลาอเนกประสงค์ วัดโลกโมฬี โดยกลุ่มเยาวชนจิตอาสาได้ร่วมกันจัดทำข้าวห่อ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ไข่ต้ม น้ำพริกแดง และน้ำดื่ม บรรจุเป็นชุดอาหารจำนวนหลายร้อยชุด พร้อมทั้งเขียนข้อความให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่า ซึ่งกำลังทำหน้าที่อย่างหนักในการปกป้องผืนป่าและชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน ได้แก่ วัดโลกโมฬี ชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดเชียงใหม่ ชมรมประทุมคงคาเชียงใหม่ เครือข่ายพ่อแม่ผู้ปกครอง และหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่

ด้าน ดร. พระครูไพบูลเจติยานุรักษ์ (ประธานสงฆ์) และเจ้าอาวาสวัดโลกโมฬี ได้ร่วมสมทบอาหารแห้งเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง พร้อมทั้งร่วมอนุโมทนาบุญกับเยาวชนและผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมกันทำกิจกรรมในครั้งนี้

โอกาสนี้ นายสมนึก ท้าวพา ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เป็นผู้แทนของ นาย กริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) มารับมอบอาหารและเสบียงดังกล่าว เพื่อนำไปส่งต่อให้กับหน่วยเสือไฟที่ปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดเชียงใหม่

สำหรับกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านการช่วยเหลือสังคมให้กับเยาวชน ฝึกการทำงานจิตอาสาและการมีน้ำใจต่อส่วนรวม พร้อมทั้งถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์อีกด้วย

บรรยากาศเต็มไปด้วยความร่วมแรงร่วมใจของเด็กนักเรียน ผู้ปกครอง และภาคีเครือข่าย ที่ต่างมาร่วมกันทำความดีเล็ก ๆ เพื่อส่งต่อกำลังใจให้กับ “ฮีโร่ดับไฟป่า” ที่กำลังทำหน้าที่ปกป้องผืนป่าและชุมชนของจังหวัดเชียงใหม่อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย

เชียงใหม่ คณะสงฆ์อำเภอเมืองเชียงใหม่ ออกตรวจเยี่ยมวัดต้นแบบ โครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข วัด 5 ส. ตรวจประเมิน วัดร้องอ้อ ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี พ ศ 2566–70 (คลิป)

คณะสงฆ์อำเภอเมืองเชียงใหม่ ออกตรวจเยี่ยมวัดต้นแบบ โครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข วัด 5 ส. ตรวจประเมิน วัดร้องอ้อ ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี พ ศ 2566–70


พระครู วิทิตศาสนาทร ผศ.ดร.รองเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ ฝ่ายสาธารณูปการ พร้อมด้วย นาง อารีย์ พันธุ์จันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ และคณะกรรมการ ตรวจประเมินโครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข 5 ส. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประเมิน ที่วัดร้องอ้อ ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีพระอธิการ ชาญชัย กัตตฺวีโร เจ้าอาวาสวัดร้องอ้อ ให้การบรรยาย พร้อมวิดีทัศน์ เกี่ยวกับรายละเอียด และการพัฒนาวัด รวมทั้งปัญหาเกี่ยวกับนกพิราบ เพื่อขอคำแนะนำ จากคณะกรรมการในการปฎิบัติ โดยมีผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการวัด และมีพระสังฆาธิการในตำบลสันผีเสื้อ มาร่วมตรวจเยี่ยม

โดยคณะกรรมการ จะมีหลักเกณฑ์ การประเมิน 5 หัวข้อใหญ่ หมวด 1 ต้องมีประสิทธิภาพการดำเนินโครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข หมวด 2 การพัฒนาพื้นที่ 9 แห่ง ภายในวัด เช่น ป้ายชื่อวัด การจัดการจราจร การจัดระบบคลังวัสดุสงฆ์ ห้องน้ำแยกชาย-หญิง สะอาด สะดวก ปลอดภัย การจัดการขยะ ระบบไฟฟ้า การป้องกันอัคคีภัย โรงครัว การสุขาภิบาลอาคาร เสนาสนะต่างๆ หมวดที่ 3 การส่งเสริมสุขภาพและสิ่งแวดล้อมภายในวัดส่งเสริมกิจกรรมสุขภาพ เช่น ให้วัดปลอดจาก อบายมุข สุรา บุหรี่ กัญชา การพัฒนาฐานข้อมูลสุขภาพของพระสงฆ์ สามเณรและชุมชน เป็นต้น

หมวดที่ 4 การจัดการพุทธศิลปกรรมและทรัพยากรวัฒนธรรมภายในวัด เช่นการอนุรักษ์ บูรณปฎิสังขรพุทธศิลปกรรม ภายในวัด ที่เหมาะสม การส่งเสริมกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญา การพัฒนาฐานข้อมูล พุทธศิลปกรรมและมรดกวัฒนธรรม เช่น ปูชนียวัตถุ-สถานภายในวัด และหมวด 5 การส่งเสริมการเรียนรู้ด้านจิตใจและปัญญา เช่นการจัดให้พื้นที่ของวัดเช่นอุโบสถ วิหาร เป็นสถานที่ส่งเสริมการเรียนรู้วิถีพุทธ การจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เช่นการไหว้พระ สวดมนต์อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการเจริญวิปัสนากรรมฐานให้กับประชาชน เป็นต้น ซึ่งเกณฑ์ประเมินทั้งหมด มี 31 ข้อ เกณฑ์คะแนนสูงสุด 155 คะแนนเต็ม ระดับดีเยี่ยม 130 – 155 คะแนน ระดับดีเด่น 100 – 129 คะแนน ระดับดี 75-99 คะแนน ระดับมาตรฐาน 50 – 75 คะแนน สำหรับวัดร้องอ้อ เคยได้รับรางวัลวัดต้นแบบ ปี 2562


สำหรับวัดตามแผน การดำเนินการ ของคณะทำงานโครงการ ประจำหนเหนือ ประจำปี 2569 มีทั้งหมด 17 วัด ประกอบด้วย วัดร้องอ้อ วัดสันทรายต้นกอก วัดอุโมงค์สวนพุทธธรรม วัดตำหนัก วัดหม้อคำตวง วัดปราสาท วัดสำเภา วัดเชียงยืน วัดป่าพร้าวนอก วัดหนองคำ วัดเชตุพน วัดลอยเคราะห์ วัดเมืองสารทหลวง วัดเทพนิมิต วัดเมืองมาง วัดพวกเปีย วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ทั้งนี้คาดว่าน่าจะมีการตัดสินให้เดือนมิถุนายน 2569

เชียงใหม่ ประชาชนชาวเชียงใหม่ ผู้นำศาสนาและกงสุลอินเดีย ร่วมทำบุญปล่อยปลา นานาชนิด ในแม่น้ำปิง ถวายเป็นพุทธบูชา และองค์กรด้านศาสนาและวัฒนธรรม มอบเกียรติบัตร ให้กับนักเรียนนักศึกษา และองค์กร ที่ทำคุณประโยชน์(คลิป)

ประชาชนชาวเชียงใหม่ ผู้นำศาสนาและกงสุลอินเดีย ร่วมทำบุญปล่อยปลา นานาชนิด ในแม่น้ำปิง ถวายเป็นพุทธบูชา และองค์กรด้านศาสนาและวัฒนธรรม มอบเกียรติบัตร ให้กับนักเรียนนักศึกษา และองค์กร ที่ทำคุณประโยชน์ ด้านศาสนากว่า 300 คน

ชาวเชียงใหม่ สถานกงสุลอินเดีย ผู้นำ 5 ศาสนา นักเรียนนักศึกษา สถาบันการศึกษา และเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมกันทำบุญเจริญพระพุทธมนต์ และปะพรมน้ำพุทธมนต์ ปลานานาชนิด ทั้ง ปลาซ่อน ปลาไหล ปลาหมอ ปลาสวาย จำนวนนับหมื่นตัว จากนั้นเดินจากอาคารพุทธสถาน ข้ามแม่น้ำปิง บริเวณสะพานนวรัฐ ระยะทางประมาณ 200 เมตร เดินไปยังบริเวณริมตลิ่งแม่น้ำปิงฝั่งตะวันออก ในตัวเมืองเชียงใหม่ นำปลาไปปล่อยลงแม่น้ำปิง ถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันมาฆบูชา มีนาง อารีย์ พันธุ์จันทร์ ผู้อำนวยการพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธาน

ก่อนหน้านี้ทางยุวพุทธิกสมาคมเชียงใหม่ และสภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองเชียงใหม่ นิมนต์ พระเทพมังคลาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ มอบเกียรติบัตร ให้กับนักเรียน นักศึกษา องค์กรภาคเอกชน สถาบันการศึกษา จำนวนกว่า 300 คน ที่ทำความดี ทางด้านพระพุทธศาสนา ในด้านต่างๆ เพื่อเป็นกำลังใจในการทำความดี

ขณะที่บริเวณวัดอุคุต ในตัวเมืองเชียงใหม่ ในช่วงวันหยุดมาฆบูชา มีประชาชน และนักท่องเที่ยว จำนวนมาก พากันไปทำบุญ กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และพระพุทธรูปพระอุปคุต ในพระวิหาร และศาลาพระอุปคุต เพื่อเป็นการทำความดี ทำให้บรรยากาศ เป็นไปอย่างคึกคัก ส่วนทางวัดได้แจกข้าวทิพย์ นำไปรับประทานฟรีเพื่อความเป็นสิริมงคล

เชียงใหม่ เชียงใหม่จัดงาน “เสน่ห์วัฒนธรรมล้านนาสู่สากล” ฉลองครบรอบ 730 ปีเมืองเชียงใหม่

เชียงใหม่จัดงาน “เสน่ห์วัฒนธรรมล้านนาสู่สากล” ฉลองครบรอบ 730 ปีเมืองเชียงใหม่


วันนี้ (1 มี.ค. 69) นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน “เสน่ห์วัฒนธรรมล้านนาสู่สากล” ณ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจัดขึ้นโดยเครือข่ายอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาล้านนาสู่สากล ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร เพื่อเผยแพร่อัตลักษณ์ล้านนาผ่านแฟชั่นโชว์ชุดไทยพระราชนิยม และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน อันเป็นการยกระดับมรดกทางวัฒนธรรมไทยสู่ระดับสากล

การจัดงานครั้งนี้เนื่องในโอกาสครบรอบ 730 ปี การสถาปนาเมืองเชียงใหม่ และเพื่อสนองพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการส่งเสริมการสวมใส่ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ถูกต้องตามแบบแผน และสะท้อนความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ความเป็นไทย

ภายในงานมีไฮไลท์สำคัญมากมาย เช่น มหกรรมแฟชั่นโชว์จำนวน 6 ชุด ได้แก่ ชุดไทยพระราชนิยม ชุดตามรอย 730 ปีเมืองเชียงใหม่ ชุดอัตลักษณ์ประจำจังหวัดในล้านนา ชุดชาติพันธุ์แบบเบ้าดั้งเดิม และชุดชนเผ่าประยุกต์ พร้อมคำบรรยายประวัติความเป็นมาและคุณค่าทางวัฒนธรรมทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ และกงสุลจากหลายประเทศร่วมเดินแฟชั่นโชว์ สร้างสีสันและความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงาน

นอกจากนี้ ยังมีการจัดขันโตกอาหารเมืองแท้ เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารล้านนาให้เป็นที่รู้จัก ควบคู่กับการจัดกิจกรรมในช่วงถนนคนเดินหน้าพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา ได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก

การจัดงานครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และผลักดันอัตลักษณ์ล้านนาให้เป็นพลัง Soft Power ถ่ายทอดเสน่ห์พื้นบ้านสู่สายตาชาวโลกอย่างสง่างามและยั่งยืน พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและความภาคภูมิใจให้แก่คนในท้องถิ่นต่อไป

เชียงใหม่ โรงเรียนอนุบาลดรุณนิมิต ส่งดาวก้าวไกล ประสานใจครอบครัวสัมพันธ์ 68 ไปสู่อนาคตต่อ ในระดับชั้นประถมปีที่ 1 ท่ามกลางความรักความอบอุ่น จากคณะครูและผู้ปกครอง(คลิป)

โรงเรียนอนุบาลดรุณนิมิต ส่งดาวก้าวไกล ประสานใจครอบครัวสัมพันธ์ 68 ไปสู่อนาคตต่อ ในระดับชั้นประถมปีที่ 1 ท่ามกลางความรักความอบอุ่น จากคณะครูและผู้ปกครอง

บริเวณลานกิจกรรมโรงเรียนอนุบาลดรุณนิมิต ในตัวเมืองเชียงใหม่ อาจารย์พรรณี บุญประเสริฐ ผู้รับใบอนุญาต ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลดรุณนิมิต เป็นประธานมอบวุฒิบัตร แก่นักเนียน ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 3 ที่สำเร็จการศึกษาสูงสุด ในระดับชั้นอนุบาล ในงานประจำปี ดรุณนิมิตส่งดาวก้าวไกล ประสานใจครอบครัวสัมพันธ์ 68 ท่ามกลางความภาคภูมิใจของบรรดาผู้ปกครอง ที่มาให้กำลังใจเด็กน้อยอย่างอบอุ่น


โดยปีนี้ มีเด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 3 สำเร็จการศึกษา จำนวน 51 คนซึ่งกำลังจะก้าวเข้าสู่ระดับชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 1 ตามความตั้งใจของผู้ปกครอง


โอกาสนี้ อาจารย์พรรณี ได้กล่าวให้โอวาสแก่เด็กๆ ที่โรงเรียนได้ดำเนินการมานานกว่า 66 ปี ด้วยความมุ่งมั่น ที่จะสร้างอนาคตที่สดใสให้แก่เด็กๆ โดยมีนโยบายสำคัญคือ ปลูกฝั่งประสบการณ์ เสริมสร้างจริยธรรม ชี้นำปัญญา ร่วมพัฒนาสังคม ช่วงชั้นอนุบาลและบรรลุความสำเร็จในระดับนี้ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิต เพราะเป็นพื้นฐาน ให้เด็กเติบโตทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เพื่อนำไปสู่วิถีชีวิต แห่งการพลเมืองที่ดีมีคุณภาพในวันข้างหน้า และฝากผู้ปกครอง ดูแลบุตรหลานตนเองต่อ ท่ามกลางสังคมที่เปลี่ยนแปลง ไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ขณะเดียวกัน ได้มอบรางวัลให้กับบุคลากรที่ปฏิบัติงานมานาน 20 ปี รวม 2 ท่าน ประกอบด้วย นายประสงค์ บุญช่วย และนางอัจฉรา บุญช่วย


ปิดท้ายด้วยเด็กน้อยทั้ง 51 คน ที่จบการศึกษา ได้ขึ้นเวทีร่วมร้องเพลง พระคุณที่สาม และขอบคุณคุณครู และโรงเรียน สร้างความซาบซึ้งแก่บรรดาคุณครูและผู้ปกครองเป็นอย่างยิ่ง

เชียงใหม่ เปิดตัวการเริ่มโครงการ “VAANAA Longevity Chiang Mai” มิติใหม่แห่งศูนย์สุขภาพระดับ ไฮเอนต์ ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน(คลิป)

VAANAA Longevity Chiang Mai (วาณา ลองชีวิตี้เชียงใหม่) ศูนย์สุขภาพระดับไฮเอนด์ ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงลึกและการชะลอวัย ด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ล้ำสมัย ภายใต้ บริษัท วาณา ลองจีวิตี้ เชียงใหม่ จำกัด (Vaanaa Longevity Chiang Mai Co., Ltd.) สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการสุขภาพเมืองไทย ด้วยการจัดงานเปิดตัวการเริ่มโครงการสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับโปรเจกต์ “VAANAA Longevity Chiang Mai” (วานา ลองชีวิตี้เชียงใหม่) ศูนย์ดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ยืนยาว ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชวนเหล่าเซเลบริตี้และกูรูด้านสุขภาพและความงามแถวหน้าของเมืองไทย ร่วมสัมผัสมิติใหม่แห่งการมีชีวิตยืนยาวอย่างทรงคุณค่า

“VAANAA Longevity Chiang Mai” จุดบรรจบระหว่าง “บุคคลระดับตำนาน” ผู้สั่งสมประสบการณ์ชีวิตและคุณค่ามายาวนาน ผสานเข้ากับ “วิสัยทัศน์และมาตรฐาน” ของ MEDEZE (เมดีช) บริษัทมหาชนผู้เชี่ยวชาญและผู้นำด้าน Longevity & Advanced Healthcare โดยได้ต่อยอดความสำเร็จอย่างล้นหลามจาก วาณานางลิ้นจี่ (กรุงเทพฯ) วาณาบางแสน และวาณาภูเก็ต สู่ก้าวที่ยิ่งใหญ่ ด้วยการปักหมุดแลนด์มาร์กแห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 22 ไร่ ณ “เมืองแกน” อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นจุดศูนย์กลางของมงคลแดนทั้ง 8 ทิศ โอบล้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงามของขุนเขาและแหล่งน้ำขนาดใหญ่ของเขื่อนแม่งัด ภายใต้คอนเซปต์ “สถานที่คือพลัง” อุดมด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ที่พร้อมชาร์จพลังงานบริสุทธิ์ เพื่อการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง

ศูนย์กลางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เตรียมความพร้อมในการให้บริการด้าน Medical Longevity ที่มุ่งเน้นการดูแลและฟื้นฟูลึกถึงระดับเซลล์ด้วยมาตรฐานระดับมืออาชีพจาก MEDEZE โดดเด่นด้วยบริการวิเคราะห์ คัดแยกเพาะเลี้ยง และจัดเก็บสเต็มเซลล์ (Stem Cell Banking) บริการตรวจคัดกรองเซลล์ภูมิคุ้มกัน (NK Cells) รวมถึงโปรแกรมตรวจสุขภาพเฉพาะบุคคล และการดูแลสุขภาพแบบองค์ รวมที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ นอกจากนี้ ยังมอบประสบการณ์การพักผ่อนด้วยบริการระดับลักชูรี ท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมอย่างลงตัว

คุณวรรณี ลิทองกุล ประธานบริษัทผู้ก่อตั้งบริษัท วาณา ลองจีวิตี้ เชียงใหม่ จำกัด กล่าวว่า “VAANAA Longevity Chiang Mai ไม่ใช่เพียงการเปิดศูนย์ดูแลสุขภาพแห่งใหม่ แต่คือการสร้างหมุดหมายแห่งวิถีชีวิตที่เหนือระดับ เราเชื่อมั่นว่าเป้าหมายที่แท้จริงของการมีอายุยืนยาว คือการเพิ่มคุณภาพและคุณค่าให้กับทุกช่วงเวลาของชีวิต พร้อมส่งมอบสุขภาพที่ยั่งยืนให้กับผู้มาเยือน ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน โดยรอบให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างแท้จริง”

บรรยากาศภายในงานเปิดตัวการเริ่มโครงการ ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยได้รับเกียรติจากแขกคนสำคัญระดับแนวหน้า อาทิ คุณแอน ทองประสม, คุณต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร, คุณปอย ตรีชฎา หงษ์หยก, คุณมาร์ค-ธาวิน พี เซียวดง, ตลอดจนผู้มีชื่อเสียงในแวดวงไลฟ์สไตล์ที่มาร่วมพูดคุยแชร์ประสบการณ์ ทัศนคติ และเคล็ดลับการดูแลสุขภาพเชิงลึกเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนจากภายในสู่ภายนอก

เตรียมพบกับศูนย์สุขภาพระดับไฮเอนด์ในภาคเหนือ ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 400 ล้านบาท โดยโครงการมีกำหนดเริ่มก่อสร้างภายในปี 2569 และพร้อมเปิดประตูต้อนรับผู้รักสุขภาพในช่วง Soft Opening ในปี 2571

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VAANAA Longevity Chiang Mai ได้บน www.vaanaalongevity.com

เชียงใหม่ เทศบาลต้นเปาเปิดงาน “มหัศจรรย์ล้านนา เมืองกระดาษสาบ้านต้นเปา ครั้งที่ 20” สืบสานภูมิปัญญา สร้างสรรค์งานร่วมสมัย สู่ความยั่งยืนของชุมชน(คลิป)

เทศบาลต้นเปา เปิดงาน “มหัศจรรย์ล้านนา เมืองกระดาษสาบ้านต้นเปา ครั้งที่ 20” สืบสานภูมิปัญญา สร้างสรรค์งานร่วมสมัย สู่ความยั่งยืนของชุมชน

วันนี้(27 กพ.69) เวลา 17.00 น. ณ หมู่บ้านต้นเปา ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลเมืองต้นเปา ร่วมกับ อำเภอสันกำแพง จัดพิธีเปิดงาน “มหัศจรรย์ล้านนา เมืองกระดาษสาบ้านต้นเปา ครั้งที่ 20” ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “จากรากเหง้าภูมิปัญญากระดาษสา สู่งานร่วมสมัยบ้านต้นเปา” โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ณ หมู่บ้านต้นเปา เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์แหล่งผลิตกระดาษสาที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

บรรยากาศภายในพิธีเปิดเป็นไปอย่างคึกคักและอบอุ่น โดยได้รับเกียรติจาก นายคเณศ คำนนท์ นายอำเภอ สันกำแพง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุชาติ ไชยมงคล นายกเทศมนตรีเมืองต้นเปา คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสืบสานมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น

นายคเณศ คำนนท์ นายอำเภอสันกำแพง กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมอาชีพและอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทำกระดาษสา ซึ่งถ่ายทอดสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ให้คงอยู่คู่สังคมไทยท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์หมู่บ้านต้นเปาให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยอำเภอสันกำแพงนับเป็นแหล่งรวมศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีชื่อเสียง อาทิ ร่ม พัด ไม้แกะสลัก โคมล้านนา และผลิตภัณฑ์กระดาษสา ซึ่งล้วนสะท้อนเอกลักษณ์และคุณค่าทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น

ด้านนายสุชาติ ไชยมงคล นายกเทศมนตรีเมืองต้นเปา กล่าวว่า การจัดงานในปีนี้มุ่งเน้นให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้สนใจ ได้สัมผัสประสบการณ์เรียนรู้วิถีชุมชนอย่างใกล้ชิด ผ่านกิจกรรม “จากรากเหง้าภูมิปัญญากระดาษสา สู่งานร่วมสมัยบ้านต้นเปา 2569” ซึ่งจัดแสดงในรูปแบบฐานการเรียนรู้ 5 ฐาน ได้แก่ ต้นกำเนิดกระดาษสาบ้านต้นเปา, กระบวนการผลิตกระดาษสา, การสร้างลวดลายและสีสันบนกระดาษสา, การแปรรูปสู่ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย และการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจากกระดาษสา

ภายในงานยังมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การประกวดหนูน้อยกระดาษสา การจัด “กาดชุมชนคนรักษ์ต้นเปา” ที่นำกระดาษสามาประยุกต์เป็นบรรจุภัณฑ์สินค้า สร้างมูลค่าเพิ่มและตอกย้ำอัตลักษณ์ชุมชน ภายใต้แนวคิด “งานหัตถกรรมชุมชนรักษ์โลก เรียนรู้วิถีชุมชน สร้างคุณค่าจากธรรมชาติอย่างยั่งยืน”

จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความงดงามของภูมิปัญญาล้านนา ในงาน “มหัศจรรย์ล้านนา เมืองกระดาษสาบ้านต้นเปา ครั้งที่ 20” ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ณ หมู่บ้านต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

เชียงใหม่ กรมศิลปากรเสิร์ฟความรู้เครือข่ายอนุรักษ์เขตภาคเหนือตอนบน เสริมพลังร่วมดูแลมรดกศิลปวัฒนธรรม (คลิป)

กรมศิลปากร เปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายอนุรักษ์ดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม เขตภาคเหนือตอนบน


วันนี้(27 กพ.69)เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมโรงแรมเชียงใหม่ภูคำ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายอนุรักษ์ดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม เขตภาคเหนือตอนบน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.และเครือข่ายคัมภีร์ใบลาน) พระสังฆาธิการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดและอำเภอ และผู้แทนส่วนราชการในเขตพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงราย น่าน แพร่ และพะเยา เข้าร่วมกว่า 300 คน

อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวว่า เขตพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย เป็นแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติที่เก่าแก่และสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งไม่น้อยกว่าภูมิภาคใด ๆ มีวัดวาอาราม และโบราณสถานมากมาย โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเมืองโบราณมีความเจริญมากว่า 700 ปี เคยเป็นราชธานีศูนย์กลางของอาณาจักรล้านนา ปัจจุบันยังปรากฏหลักฐานเป็นประตูเมืองและคูเมือง กำแพงเมืองล้อมรอบพื้นที่เมืองเก่า กรมศิลปากรจึงจัดการอบรมให้ความรู้เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน องค์กรภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นเจ้าของมรดกวัฒนธรรมร่วมกันเข้ามาเป็นเครือข่ายและมีส่วนร่วมในการดำเนินงานดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้มีความยั่งยืน ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ทั้งในเชิงการศึกษาเรียนรู้และเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์

การอบรมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายอนุรักษ์ดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม เขตภาคเหนือตอนบน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีการบรรยายเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของเครือข่ายอนุรักษ์ ความรู้เกี่ยวกับแนวทางและมาตรฐานในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมด้านโบราณสถาน ศิลปกรรมในเขตโบราณสถาน และโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ตลอดจนมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอื่นๆ ส่งเสริมให้เล็งเห็นคุณค่าและความสำคัญของมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่มีต่อชาติและท้องถิ่น รวมถึงความรู้ด้านกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ภายใต้หน้าที่และความรับผิดชอบของกรมศิลปากร โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ นอกจากนี้ยังนำผู้เข้าร่วมอบรมศึกษาดูงานการบูรณะโบราณสถานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย