เชียงใหม่ กระทรวงพาณิชย์ ผนึกกำลังผู้ประกอบการ เหนือ-อีสาน ขนสินค้ารักษ์โลกระดับพรีเมียมมาจำหน่ายในงาน Local SDGs Plus Expo 2026(คลิป)

กระทรวงพาณิชย์ ผนึกกำลังผู้ประกอบการ เหนือ-อีสาน ขนสินค้ารักษ์โลกระดับพรีเมียมมาจำหน่ายในงาน Local SDGs Plus Expo 2026 ที่ เซ็นทรัลเชียงใหม่ 11-15 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

วันนี้ (12 ก.พ. 69) ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน Local SDGs Plus Expo 2026 : Northern & Northeastern Trade สุดยอดงานแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้ารักษ์โลก จากผู้ประกอบการภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้นำมาจัดแสดงและจำหน่ายที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 11-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานกิจกรรม หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ (เซ็นทรัลเฟสติวัล) โดยมี นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คณะผู้บริหารและหน่วยงานจากกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงาน

งาน Local SDGs Plus Expo 2026 : Northern & Northeastern Trade เกิดขึ้นจากความร่วมมือของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ 17 จังหวัด และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและเชื่อมโยงเครือข่ายทางการค้าข้ามภูมิภาค ภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ต่อยอดสินค้าอัตลักษณ์ และนวัตกรรมในท้องถิ่นให้สามารถแข่งขันได้ในระดับประเทศและระดับสากล

สำหรับการจัดงานครั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ได้รวบรวมเอาสุดยอดสินค้ารักษ์โลกเพื่อความยั่งยืน ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวจากจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาจัดแสดงและจำหน่ายในงานกว่า 200 บูธ ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย สมุนไพร เฟอร์นิเจอร์ สิ่งของเครื่องใช้ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ผ้าทอจากเส้นใยธรรมชาติ อัญมณีจากช่างฝีมือ สินค้านวัตกรรมเกษตร และสินค้าอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโอกาส โดยนำพาผู้ประกอบการท้องถิ่นจากทั้งสองภูมิภาคมาร่วมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า SDGs ทั้งในและต่างประเทศ นำไปสู่ระบบการค้ายุคใหม่ที่จะช่วยให้สินค้ารักษ์โลกของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก้าวไปสู่เวทีการค้าระดับประเทศและระดับสากล โดยคาดว่าจะเกิดมูลค่าทางการค้าในงานครั้งนี้กว่า 200 ล้านบาท

ขอเชิญชวนประชาชนและผู้สนใจ เข้าร่วมงานได้ระหว่างวันที่ 11-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานกิจกรรม หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ (เซ็นทรัลเฟสติวัล) ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ หรือ www.facebook.com/oca.chiangmai

.

ลำปาง พานาโซนิค เดินหน้ามอบโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ ให้เด็กๆ ที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านแม่พร้าว ลป.8 จังหวัดลำปาง

กลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย ร่วมกับพานาโซนิค โฮลดิ้งส์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ผนึกกำลังพันธมิตร ‘นิยมพานิชลำปาง’ และ ‘เล่าจิ้นกวง’ เร่งเครื่องเติมแสงสว่างให้ชุมชมห่างไกลในกิจกรรม “LIGHT UP THE FUTURE” ปี 2026 ลงพื้นที่ส่งมอบโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Lanterns) ให้แก่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านแม่พร้าว ลป.8 จังหวัดลำปาง เพื่อช่วยเหลือให้เยาวชนมีแสงสว่างใช้ทำกิจกรรมยามค่ำคืนได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

มร.ฮิเดคาสึ อิโตะ ซีอีโอ กลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย กล่าวว่า “พานาโซนิคยังคงมุ่งมั่นยกระดับสุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืน ตามแนวทางของพานาโซนิค โฮลดิ้ง คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ที่ขับเคลื่อนโครงการ “LIGHT UP THE FUTURE” อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ชุมชนที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้กว่า 700 ล้านคน ในหลายประเทศทั่วโลกได้เข้าถึงแสงสว่างที่ปลอดภัย ซึ่งในประเทศไทย พานาโซนิค ได้สานต่อโครงการดังกล่าวด้วยการส่งมอบโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ ไปแล้ว มากกว่า 500 ชุด ให้แก่ชุมชนในหลายพื้นที่ ได้แก่ อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย, อำเภอยะหา-อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา, อำเภออมก๋อย อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย พร้อมทั้งได้ติดตามผลพบว่าโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์สามารถช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ชีวิตประจำวันยามค่ำคืนอย่างปลอดภัย และช่วยให้เยาวชนได้อ่านหนังสือ ทำการบ้าน และทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น

ล่าสุด พานาโซนิคในประเทศไทย ได้เดินหน้าโครงการ “LIGHT UP THE FUTURE” ร่วมกับพันธมิตรคู่ค้าคนสำคัญ ได้แก่ บริษัท นิยมพานิชลำปาง จำกัด และ บริษัท เล่าจิ้นกวง จำกัด ลงพื้นที่มอบ “โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์” (Solar Lanterns) ที่มีแผงโซล่าเซลล์เก็บพลังงานแสงอาทิตย์ มีความปลอดภัยสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จำนวน 57 ชุด ให้กับ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านแม่พร้าว ลป.8 จังหวัดลำปาง ที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองกว่า 70 กิโลเมตร ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญและประสบกับปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้า ซึ่งมีครูผู้สอนจำนวน 2 คน ดูแลนักเรียนจำนวน 25 คน ตั้งแต่ระดับศูนย์เด็กเล็กไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อให้คุณครูและน้อง ๆ นักเรียน ได้มีแสงสว่างไว้ใช้ยามค่ำคืน ทั้งการอ่านหนังสือ ทำการบ้าน และทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ ได้ร่วมมือจัดทำอาหารกลางวันมื้อพิเศษและมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น

ด้าน นายสกล สุพรรณบรรจง กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิยมพานิชลำปาง จำกัด กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกิจกรรม CSR ‘Light up the Future’ กับพานาโซนิคในครั้งนี้ เพราะเราเชื่อมั่นว่าหัวใจของการเติบโตที่ยั่งยืน คือการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นิยมพานิชลำปางเองก็ได้มีการดำเนินกิจกรรมเพื่อชุมชนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การรับบริจาคโลหิตร่วมกับเหล่ากาชาด จังหวัดลำปาง การส่งเสริมทักษะไอทีร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง โครงการตรวจสภาพรถจักรยานยนต์ฟรีเพื่อความปลอดภัยรวมถึงการมุ่งเน้นจำหน่ายสินค้าคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม การร่วมมือในวันนี้คือก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงพลังธุรกิจที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างโอกาส และคุณภาพชีวิตที่ดี ขอบคุณพานาโซนิคที่ให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการ ‘ส่งมอบแสงแห่งอนาคต’ ให้กับพี่น้องชาวลำปางในครั้งนี้”

สำหรับโครงการ “LIGHT UP THE FUTURE” ดำเนินการโดย พานาโซนิค โฮลดิ้งส์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และได้มีการประสานความร่วมมือกับโครงการ “พานาโซนิค แคร์ (Panasonic Cares)” ซึ่งเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมของกลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทยที่ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 ภายใต้กรอบการทำงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในหลากหลายมิติ ทั้งด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี คุณภาพการศึกษา ระบบนิเวศบนบกที่ยั่งยืน การขจัดความยากจน การบริโภคและการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ การขจัดความหิวโหย และความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ยังสอดรับกับแนวคิด Panasonic Green Impact ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาวระดับโลกที่มุ่งสร้างความเป็นอยู่ที่ดี และลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านกิจกรรมที่ดำเนินการไปแล้วอย่างแพร่หลาย อาทิ การมอบผลิตภัณฑ์ให้โรงพยาบาลและโรงเรียน การปลูกต้นไม้ร่วมกับชุมชน และการสนับสนุนสุขภาวะของพนักงาน โดยล่าสุดได้ดำเนินกิจกรรมมอบชุดถังขยะแยกประเภทให้แก่ชุมชนทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้การจัดการขยะอย่างถูกวิธี อันจะเป็นจุดเริ่มต้นในการลดปัญหาขยะล้นเมืองและรักษาสภาพแวดล้อมในชุมชนให้น่าอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

ลำปาง ตำรวจแม่ทะ ลำปาง จับคนดัง เสี่ยบิ๊ก อ้างจบวิศวะ ตระเวนลักทรัพย์พื้นที่แม่ทะ สุดท้ายไม่รอดต้องกลับเข้าเรือนจำ(คลิป)

ตำรวจแม่ทะ ลำปาง จับคนดัง เสี่ยบิ๊ก อ้างจบวิศวะ ตระเวนลักทรัพย์ พื้นที่แม่ทะ สุดท้ายไม่รอด ต้องกลับเข้าเรือนจำ

วันที่ 11 ก.พ.2569 เวลาประมาณ 10.40 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผกก.สภ.แม่ทะ , พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รอง ผกก.สส.สภ.แม่ทะ จังหวัดลำปาง นำโดยพ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจสืบสวน สภ.แม่ทะ ได้ทำการจับกุมนายบิ๊ก พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ม.4 ต.น้ำโจ้ อ.แม่ทะ จว.ลำปาง พร้อมด้วยของกลาง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อวีโว่ จำนวน 1 เครื่อง และเคียว มีด้ามยาวประมาณ 2 ฟุตรวมทั้งเสื้อผ้า รองเท้า ชุดที่ใส่ไปทำการ ก่อเหตุลักทรัพย์ จำนวน 1 ชุด และยังมี.ยาบ้าอีกจำนวน 2 เม็ด โดยกล่าวหาว่า “ บุกรุกเคหสถาน ลักทรัพย์โดยมีอาวุธ (เคียวด้ามยาวประมาณ 2 ฟุต) “ นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พฤติการณ์ก่อนการจับกุม เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2569 ผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวนว่า ไม่ทราบว่าผู้ใดได้บุกรุกเข้ามาทำการลักทรัพย์ โทรศัพท์มือถือและเงินสดของผู้เสียหายไป เหตุเกิดที่โรงเรือนเพาะเห็ด ในพื้นที่ หมู่ หมู่ 6 ต.ป่าตัน อ.แม่ทะ จว.ลำปาง กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพขณะค้นร้ายก่อเหตุ ได้อย่างชัดเจน จึงรายงานให้ พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผกก.สภ.แม่ทะ ทราบ

จากนั้น พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวน งานป้องกันปราบปราม เร่งด่วน กำชับให้เร่งสืบสวนเอาตัวผู้ก่อเหตุรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้ โดยเร็ว โดยให้ออกสืบสวนติดตามคนร้ายรายนี้ทุกมิติที่ทำได้ เจ้าหน้าที่สืบสวนจึงได้แบ่งกำลังออกสืบสวนหาข่าว จากสถานที่เกิดเหตุโดยเร่งด่วนเรื่อยมา โดยกำลังบางส่วนออกสืบสวนตรวจเชคสืบค้นข้อมูลหาตัวผู้มีพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อยในพื้นที่ ผู้พ้นโทษจากเรือนจำ ที่พักอาศัยอยู่ในรัศมี ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุทุกราย กำลังบางส่วนนำภาพของคนร้ายขณะก่อเหตุ ออกเร่ตระเวนตามตลาดร้านค้า ชุมชน สอบถามผู้นำ ชุมชนที่อาจเป็นลูกบ้าน ของผู้นำสักแห่ง ในพื้นที่ใกล้เคียง จนกระทั่งวันนี้ จากการสืบค้นข้อมูลผู้มีพฤติกรรมลักทรัพย์ ที่พึ่งพ้นโทษออกมา พบว่ามีบิ๊ก ขอสงวนชื่อสกุลจริง ซึ่งมีพฤติกรรมลักทรัพย์ เคยมีคดีลักทรัพย์ปี 2563 จำนวน 1 คดี ปี2568 จำนวน 2 คดี พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ อีกทั้งลักษณะรูปร่างท่าทางของคนร้าย ก็ใกล้เคียงกับนายบิ๊ก

ในวันนี้ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน สว.สส. สภ.แม่ทะ จึงได้นำกำลังไปตรวจสอบ ที่บ้านพักของนายบิ๊กพบนายบิ๊ก นั่งอยู่หน้าบ้าน จึงได้แสดงพร้อมทั้งแจ้งข้อมูลเบื้องต้นเรื่อง คนร้ายลักทรัพย์ของผู้เสียหายที่โรงเพาะเห็ด กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายได้อย่างชัดเจน เมื่อนายบิ๊ก ทราบดังนั้นจึงได้รับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองคือคนร้ายที่เข้าไปลักทรัพย์ ของผู้เสียหายในคดีนี้ จริง จากนั้นนำเอาอุปกรณ์ พร้อม เสื้อผ้ารองเท้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ ออกมาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้สมัครใจนำพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปนำชี้ทำแผนที่เกิดเหตุ โดยได้รับกับผู้เสียหายว่าเป็นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ และขอให้ผู้เสียอย่าได้เอาเรื่องกับตน แต่เนื่องจากเป็นคดีอาญาแผ่นดิน และขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าแสดงตัวตรวจค้น พบยาบ้าในตัวของนายบิ๊ก อีกจำนวน 2 เม็ด จึงได้จับกุมนายบิ๊ก พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และยังสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัย ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

เชียงใหม่ สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่จัดประมูลป้ายทะเบียนรถเลขสวย หมวดอักษร งร ประมูลทางวาจาและ ทางอินทอร์เน็ตในวันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569(คลิป)

สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่จัดประมูลป้ายทะเบียนรถเลขสวย หมวดอักษร งร ประมูลทางวาจาและทางอินทอร์เน็ตในวันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่

(10 กพ.69)ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ นายมานพ พุทธวงค์ ขนส่งจังหัดเชียงใหม่ แถลงข่าวการจัดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวย ของจังหวัดเชียงใหม่ ในส่วนของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน(รถเก๋ง) ครั้งที่ 37 หมวกอักษร งร “เงินมั่งมี รักมั่นคง”จำนวน 301 หมายเลข โดยการประมูลทางวาจา (เคาะไม้) และทางอินเทอร์เน็ต ที่เว็บไซต์ www.tabienrod.com. โดยสามารถลงทะเบียนเลือกเลขและเสนอราคาได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นต้นไปจนถึงวันปิดการประมูล ในวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

แผ่นป้ายทะเบียนรถที่จะนำออกประมูลเป็นแผ่นป้ายภาพกราฟฟิก มีสีสันสวยงามมีเอกลักษณ์และความหมายบ่งบอกความเป็นจังหวัดเชียงใหม่ ตามคำขวัญจังหวัดเชียงใหม่ “คอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิงค์” ซึ่งจะสื่อความหมายของจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นวัดเจริญรุ่งเรือง สงบ ร่มเย็น ประชาชนมีความสุขโดยถ้วนหน้า อันจะส่งผลให้ผู้ที่ครอบครองป้ายดังกล่าว จะมีแต่ความเจริญ เป็นสิริมงคล รถที่ใช้อยู่จะนำพาให้มีทรัพย์สินเพิ่มพูน เงินทองมั่งคั่ง และรักที่ทั่นคง

ขนส่งจังหวัดเชียใหม่ กล่าวอีกว่า การประมูลในครั้งนี้เป็นการประมูลทางวาจาและทางอินเทอร์เน็ต ที่เว็บไซต์ www.tabienrod.com. เปิดโอกาสให้ทุกคนมีสิทธิเข้าร่วมการประมูลอย่างเสมอภาค เท่าเทียมกัน ด้วยความโปร่งใส โดยรายได้ทั้งหมดจะนำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน รวมถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถือเป็นการทำบุญสร้างกุศลอีกทางหนึ่งด้วย จึงอยากเชิญชวนชาวจังหวัดเชียงใหม่และผู้สนใจทั่วไปให้เข้าร่วมประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และปิดการประมูลในวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น เป็นต้นไป ซึ่งผู้ขนะการประมูลนอกจากจะได้เลขทะเบียนเป็นกรรเสิทธิ์เจ้าถือเป็นการได้ทำบุญสร้างกุศลอีกด้วย ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายทะเบียนรถ 061 268 2266 หรือ Call Center 1584

เชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความงดงามของธรรมชาติ ในงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 49 วันที่ 13 – 15กพ. นี้(คลิป)

เทศบาลนครเชียงใหม่ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความงดงามของธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมล้านนา ในงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 49 วันที่ 13 – 15กพ. นี้

 

ที่สวนสาธารณะหนองบวกหาด อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เป็นประธานแถงข่าว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลนครเชียงใหม่ เตรียมจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 49 ประจำปี 2569 The 49thChiang Mai Flower Festival 2026 ระหว่างวันที่ 13 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่และคนงานเร่งตกแต่งเนรมิตรพื้นที่ นำดอกไม้นับหลายแสนต้นมาตกแต่ง เป็นโซนเริ่มสวยงาม ที่คงเอกลักษณ์ของสะพานขาวเดินข้ามสระน้ำ และมีน้ำพุที่สวยงาม ที่เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่มีมานานต้นหมาก ซึ่งในปัจจุบันจะหาชมไม่ค่อยได้ง่ายหนักโดยเฉพาะในตัวเมืองเชียงใหม่นอกจากการนำมตกแต่งอยู่ภายในสวนสาธารณะ

โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “บุปผาราชินี ก้องเกริกฟ้า ล้ำเลอค่านครพิงค์”
เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการส่งเสริมไม้ดอกไม้ประดับของไทยตลอดพระชนม์ชีพ

นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า“มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลท่องเที่ยวประจำปีแต่คือเวทีสะท้อนอัตลักษณ์เมือง ความร่วมมือของทุกภาคส่วน และความผูกพันระหว่างผู้คนกับธรรมชาติ โดยในปีนี้เราออกแบบพื้นที่จัดแสดงเพื่อถวายความรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ความงดงามของดอกไม้และพลังสร้างสรรค์ของนครเชียงใหม่ควบคู่กัน”ไฮไลท์โซนสำคัญ 3 โซน ปีนี้ ภายในงานจัดแสดงดอกไม้กว่า 170,000 ต้น จาก 52 สายพันธุ์พร้อม 3 โซนไฮไลต์พรีเมียม 2 โซน Pavilion หลักถ่ายทอดเรื่องราวดอกไม้ผ่านงานศิลป์และภูมิทัศน์แรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจด้านธรรมชาติKids & Family Garden พื้นที่แห่งความสุขสำหรับครอบครัว เต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใสไดโนเสาร์ และโคมไฟ 12 นักษัตร Lily & Lotus Light Garden แลนด์มาร์กกลางสวนโดดเด่นด้วยลิลลี่และโคมไฟดอกบัว เป็นจุดพักสายตาและถ่ายภาพสำคัญPremium Flower Garden รวมดอกไม้พรีเมียม อุโมงค์ดอกไม้ สวนทิวลิป ไฮเดรนเยียและซุ้มโคมไฟ 12 นักษัตร สวยงามยามค่ำคืน

ทั้งนี้งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 49 จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวช่วงต้นปี เสริมรายได้ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่และตอกย้ำภาพลักษณ์เชียงใหม่ในฐานะเมืองแห่งดอกไม้ เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรม
และเมืองสร้างสรรค์ของประเทศไทย


ติดตามความเคลื่อนไหวและข้อมูลต่าง ๆ ของการจัดงานได้ทาง Facebook / Tiktok /Instagram / Youtube เทศบาลนครเชียงใหม่ หรือ โทร. 053-259000


ดอกไม้ทั้งหมดในงาน Chiang Mai Flower Festival 2026 170,000 ต้น | 52 สายพันธุ์ | 3 โซนดอกไม้พรีเมียม ภายในสวนจัดแสดงดอกไม้กว่า 170,000 ต้น จาก 52 สายพันธุ์ พร้อมโซนไฮไลต์ดอกไม้ราคาแพง หาชมยากให้สัมผัสใกล้ชิดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในโซนที่ 1 : บุปผาราชินี (Queen’s Blossoms Pavilion)โซนหลักของงาน เพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดแสดงกล้วยไม้พันธุ์หวาย โทนม่วง – เขียวผสานภาพพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ ต้นน้ำ และการพัฒนาชุมชนกลุ่มน้อยสะท้อนพระเมตตาที่เบ่งบานผ่านพรรณไม้ทั่วผืนแผ่นดิน

ส่วนโซนที่ 2 : Kids & Family Garden (ฝั่งซ้าย)สวนสำหรับครอบครัวและเด็ก ๆ เต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใส จุดถ่ายภาพหุ่นไดโนเสาร์ และประติมากรรม 12 นักษัตรแบบโคมไฟ ถ่ายรูปได้ใกล้ชิด สนุกได้ทุกวัยโซนกลางสวน : Lily & Lotus Light Garden ดื่มด่ำกับความงามของ ดอกลิลลี่พร้อประติมากรรมโคมไฟดอกบัวกลางสวนเป็นจุดพักสายตาและแลนด์มาร์กถ่ายภาพสำคัญของงาน

และโซนที่ 3 : Premium Flower Garden (ฝั่งขวา) รวมไฮไลต์ดอกไม้พรีเมียมไว้ครบในโซนเดียว กล้วยไม้นานาพันธุ์ แรงบันดาลใจจาก “กล้วยไม้ของพระราชินี”ไฮเดรนเยียโทนม่วง–ฟ้า , อุโมงค์ดอกไม้
, ซุ้มฟักทองไม้ไผ่ ,สวนทิวลิป ถ่ายภาพระยะใกล้และปิดท้ายด้วยซุ้ม 12 นักษัตรโคมไฟ สวยงามยามค่ำคืน

เชียงใหม่ ร้อยเอกธรรมนัส หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ลุยหาเสียงช่วย สจ.อุ้ม เบอร์ 5 เขต 7 จังหวัดเชียงใหม่ ผลักดันเป็น สส.ในสภาฯ ชูผลผลิตการเกษตร ราคาดี ออกโฉนดให้ชาวบ้าน(คลิป)

ร้อยเอกธรรมนัส หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ลุยหาเสียงช่วย สจ.อุ้ม เบอร์ 5 เขต 7 จังหวัดเชียงใหม่ ผลักดันเป็น สส.ในสภาฯ พร้อมชูผลผลิตการเกษตร ราคาดี ออกโฉนดให้ชาวบ้าน

( 5 กพ.69) ผู้สื่อข่าวรายงานที่สนามกีฬากลาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หน.พรรคกล้าธรรม พรรคหมายเลข 42 ได้ลงพื้นที่ อ.ฝาง นำคณะผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ และผู้สมัคร สส. คือนายการุณย์ คูเจริญชัยกุล หรือ สจ.อุ้ม พื้นที่ อ.ฝาง อ.แม่อาย อ.ไชยปราการ เปิดเวทีปราศรัย มีชาวบ้านมาฟังปราศรัย จำนวนมาก ประมาณ 25,000 คน

ผู้กองธรรมนัส มาถึงนำ สจ.อุ้ม ผู้สมัคร สส.เขต 7 เบอร์ 5 เดินทักทายชาวบ้าน จากนั้นขึ้นเวทีปราศรัย กล่าวว่า ขอฝาก สจ.อุ้ม เป็นลูกหลายชาว อ.ฝาง ไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะทำงานอยู่กับชาวบ้านมาโดยตลอดในภาคท้องถิ่นคือรากเหง้า ดูผลงาน และวันนี้ขอ สจ.อุ้มไปทำงานในสภาฯระดับสูงขึ้น ระดับประเทศ เป็นตัวแทน จะขยับไปเป็น สส.แล้ว ขอให้ชาว อ.ฝาง อ.แม่อาย และ อ.ไชยปราการ เลือกเบอร์ 5 เข้าไปทำงานเป็นตัวแทนของตน ทำงานในสภาฯแทนตนด้วย“

ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวถึง ผลการทำงานอีกว่า ตนลงพื้นที่พบชาวบ้านตลอด ไ่ม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วมที่ อ.ฝาง ตนมาพร้อมกับ “กันต์ จอมพลัง” ก็ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านทันที ยังทำงานช่วยเกษตรกรที่ผลผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ำ เช่น ข้าว ข้าวโพด ลำไย และส้มที่ราคาตกต่ำ

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวอีกว่า บางคนมาขอคะแนนเสียง กราบได้กราบ ไหว้ได้แม้กระทั่งเสาไฟฟ้า แต่พอได้เป็น สส.ไหว้แบบขอไปที และที่สำคัญ “หายแซบหายสอย” แต่ตนเมื่อเข้าไปทำงาน ที่ดิน สปก.ที่คณะ คสช.ยึดไปจำนวนมาก ไม่ทำประโยชน์อะไรเลย ตนได้นำที่ดินดังกล่าว นำมาออกโฉนดจัดสรรให้ชาวบ้านไปแล้ว จากที่ทำกิน ครุฑสีเขียว เป็นครุฑแดง ออกโฉนดได้ด้วยทำให้ประชาชนไปแล้ว

ส่วนเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี ร้องเอกธรรมนัส บอกว่า ต้องการสานต่อขนบธรรมเนียมประเพณีการเข้าพรรษา ออกพรรษา บางคนบอกว่า ต้องมีการปฏิรูปประเทศไทย คุณถามหรือยังว่า ชาวไทยต้องการปฏิรูปหรือยัง แผ่นดินสยาม แผ่นดินนี้เขาปกครองอย่างไร ต้องเข้าใจ ไม่ใช่ว่ารับวัฒนธรรมตะวันตกมาแล้วปฎิรูปประเทศเรานั้น ไม่ได้ ”

“กรณีที่บอกว่า มีทหารไว้ทำมัย (เอาไมค์ออก) มีไว้หา พ…) และกล่าวต่อว่า อย่าให้นัส พูดมาก เดี๋ยวนัส ก็โดนน้องคนนั้นจะถล่มนัส อีก“ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวในบางช่วงการปราศรัย

ด้าน สจ.อุ้ม กล่าวหลังจากเลิกเวทีปราศรัย ว่า วันนี้มั่นใจที่ ร้อยเอกธรรมนัส เดินทางมาช่วยหาเสียง มั่นใจที่เกษตรกรชาวบ้าน 3 อำเภอ ที่ต้องการความช่วยเหลือจาก ร้อยเอกธรรมนัสต้องเหมารถไปที่ จ.พะเยา เพื่อช่วยเกษตรกร แต่วันนี้ มีตัวแทนที่ อ.ฝาง อ.แม่อาย อ.ไชยปราการแล้ว ก็มั่นใจมากที่จะได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้านในการทำหน้าที่ สส.ในพื้นที่นี้ และชาวบ้านส่วนใหญ่ก็มีปัญหาด้านเกษตกร ผมช่วยเหลือ” นายการุณย์ คูเจริญชัยกุล สจ.อุ้ม กล่าว

เชียงใหม่ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ชี้แจง ยืนยันการทำงานร่วมพรรคเพื่อไทยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง (คลิป)

นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ “หน่อย” นายอัศนี บูรณุปกรณ์ ชี้แจงกรณีกระแสข่าวที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีการพาดพิงถึงตนเองและนายประพันธ์ บูรณุปกรณ์ บิดา ในประเด็นการสนับสนุนผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

นายอัศนี เปิดเผยว่า ตนเอง ยังคงดำรงสถานะและทำงานภายใต้พรรคเพื่อไทยอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่และสมาชิกสภาเทศบาล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารพรรคมาโดยตลอด และจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงจุดยืนแต่อย่างใด

สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้ส่งผู้สมัครครบทั้ง 10 เขตในจังหวัดเชียงใหม่ โดยในเขตพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่และอำเภอเมืองเชียงใหม่ อาทิ เขต 1 นพ.ธีรพัฒน์ (หมอโจ้ หมายเลข 6) และเขต 2 นพ.เพทาย (หมายเลข 1) ยังคงได้รับการสนับสนุนตามปกติ ซึ่งไม่เป็นไปตามกระแสข่าวที่ปรากฏ

นอกจากนี้ ยังมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับนายพิชัย เลิศพงษ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ในนามพรรคเพื่อไทย เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่และเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ควบคู่กันไป อาทิ การเตรียมจัดงานไม้ดอกไม้ประดับ รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง

นายอัศนี ระบุว่า ไม่ทราบถึงที่มาของการนำเสนอข่าวในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ทั้งที่การทำงานร่วมกันภายในพรรคยังเป็นไปด้วยดีมาโดยตลอด พร้อมย้ำว่าการทำงานที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องยืนยันถึงความร่วมมือและความตั้งใจในการพัฒนาพื้นที่ เพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวเชียงใหม่เป็นสำคัญ

เชียงใหม่ เสรีพิศุทธิ์ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เดินสายหาเสียงโค้งสุดท้ายตลาดวโรรส (คลิป)

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เดินสายหาเสียงโค้งสุดท้ายให้ผู้สมัคร สส.ที่ตลาดวโรรส และผู้สมัคร สส.ในจังหวัดลำพูน ซึ่งก็ได้รับความใจจากเหล่าพ่อค้าแม่ค้า ที่ชื่นชอบการทำงานตรงไปตรงมาของพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธิ์ ออกมาขอถ่ายภาพเป็นไว้เป็นที่ระลึก บางคนก็นำพวงมาลัย- ดอกไม้มามอบให้เพื่อเป็นกำลังใจ

ช่วงเช้าวันนี้(31 มค.69) พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นำผู้สมัครว่าที่ร้อยตรีจอห์นนพดล วศินสุนทร เขต 1 จังหวัดเชียงใหม่เบอร์ 12 เดินสายหาเสียงกันที่ย่านตลาดวโรรส กลางเมืองเชียงใหม่ ซึ่งก็ได้รับความใจจากเหล่าพ่อค้าแม่ค้า ที่ชื่นชอบการทำงานตรงไปตรงมาของพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธิ์ ออกมาขอถ่ายภาพเป็นไว้เป็นที่ระลึก บางคนก็นำพวงมาลัย- ดอกไม้มามอบให้เพื่อเป็นกำลังใจ

อย่างไรด็ดีหลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจในช่วงเช้าแล้ว พลตำรวตเอกเสรีพิศุทธิ์ ก็จะเดินทางไปหาเสียงให้กับนายสุริยา บุญนาครค้า ผู้สมัคร สส.เขต 1 จังหวัดลำพูน เบอร์ 9 และช่วงเย็นก็จะเดินทางกลับเข้ามาหาเสียงที่ตลาดประตูก้อม และถนนคนเดินวัวลายในตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่กันต่อไป

เชียงใหม่ จาก “หิ้ง” สู่ “ห้าง”: เมื่ออุทยานวิทยาศาสตร์ฯ ม.แม่โจ้ พลิกโฉมงานวิจัยให้กินได้และขายจริง ในงาน MJU Innovation Day 2025(คลิป)

จาก “หิ้ง” สู่ “ห้าง”: เมื่ออุทยานวิทยาศาสตร์ฯ ม.แม่โจ้ พลิกโฉมงานวิจัยให้กินได้และขายจริง ในงาน MJU Innovation Day 2025


วันนี้(29 มค.69) ที่ห้องประชุมอาคม กาญจนประโชติ อาคารอำนวย ยศสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อุทยานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเกษตรและอาหาร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้จัดงานกิจกรรม MJU Innovation Day 2025 ภายใต้แนวคิด “Transforming Knowledge into Sustainable Innovation” เพื่อมุ่งเน้นการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยด้วยนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ชัยยศ สัมฤทธิ์สกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานเปิดงานและกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน

ภายในงาน MJU Innovation Day 2025 มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ประกอบด้วยพิธีลงนามอนุญาตให้ใช้สิทธิในผลงานวิจัย (Licensing Agreement) ระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคเอกชน โดยในปีงบประมาณ 2568 อุทยานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเกษตรและอาหาร ได้ถ่ายทอดผลงานวิจัยและเทคโนโลยีสู่การผลิตจริง จำนวนทั้งหมด 5 โครงการ ทั้งนี้ได้มีพิธีลงนามร่วมกับภาคเอกชนภายในงาน จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ นวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ : การลงนามร่วมกับ บริษัท เซนทอล จำกัด ในผลงาน “อาหารกึ่งสำเร็จรูปที่มีโปรตีนสูงและเนื้อสัมผัสสำหรับผู้ที่มีภาวะกลืนลำบาก” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร อมรเลิศพิศาล คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ นวัตกรรมปศุสัตว์ : การลงนามร่วมกับ บริษัท อนิ โปรดัก จำกัด ในผลงาน “ผลิตภัณฑ์ฟิล์มเคลือบเต้านมสัตว์และสารสกัดสมุนไพรในรูปแบบไมโครเอนแคปซูเลชัน” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.พชรพร ตาดี คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี

นอกจากนี้ยังมีการจัดเวทีเสวนาวิชาการในหัวข้อ “งานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคม และกลไกสู่ความยั่งยืน” โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเสวนา ได้แก่ คุณสมิต ทวีเลิศนิธิ กรรมการบริษัท นิธิฟู้ดส์ จำกัด, รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยยศ สัมฤทธิ์สกุล และ รองศาสตราจารย์ ดร.จักรพงษ์ กางโสภา โดยมี อาจารย์ ดร.กัลย์ กัลยาณมิตร ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเกษตรและอาหาร เป็นผู้ดำเนินรายการ

ในช่วงบ่าย จะเป็นกิจกรรมการนำเสนอผลงาน (Pitching) ของผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม ภายใต้กิจกรรมการเร่งการเติบโต (Acceleration) จำนวน 10 ทีม อาทิ ทีม Jellycol Type2, ทีม Colon-Dee, และทีม Next Cider พร้อมทั้งการจัดแสดงบูธผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ได้รับทุนสนับสนุนในเขตภาคเหนือ รวมถึงพิธีมอบรางวัลด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP Awards) และเกียรติบัตรแก่บุคลากรและหน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่นด้านการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์

การจัดงานครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอผลงานวิชาการ แต่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ “เปลี่ยนความรู้สู่นวัตกรรมที่ยั่งยืน” (Transforming Knowledge into Sustainable Innovation) โดยมุ่งเน้นการผลักดันมหาวิทยาลัยไปสู่เป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การขับเคลื่อนงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์ สนับสนุนให้นำทรัพย์สินทางปัญญาและผลงานวิจัยของคณาจารย์ไปใช้ประโยชน์ได้จริงในภาคอุตสาหกรรม ผ่านการอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) และความร่วมมือกับภาคเอกชน การปั้นผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม โดยบ่มเพาะและเร่งการเติบโต (Acceleration) ให้กับสตาร์ทอัพและทีมธุรกิจเทคโนโลยี ภายใต้โครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University) ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดจริง และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม โดยมุ่งเน้นให้นวัตกรรมของมหาวิทยาลัยมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ทั้งในรูปแบบผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์และนวัตกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างยั่งยืน

เชียงใหม่ 𝐅𝐈𝐋𝐌 𝐕𝐈𝐋𝐋𝐀𝐆𝐄 𝟐𝟎𝟐𝟔 เปิดตัวโครงการ ประกวดภาพยนตร์ โฆษณาสั้น ภายใต้แนวคิด การพัฒนาสื่อสร้างสรรค์ เพื่อสังคมและเมืองสร้างสรรค์(คลิป)

𝐅𝐈𝐋𝐌 𝐕𝐈𝐋𝐋𝐀𝐆𝐄 𝟐𝟎𝟐𝟔 เปิดตัวโครงการ ประกวดภาพยนตร์ โฆษณาสั้น ภายใต้แนวคิด การพัฒนาสื่อสร้างสรรค์ เพื่อสังคมและเมืองสร้างสรรค์ เพื่อนำไปสู่การยกระดับ ย่านดิจิตอลคราฟท์ ในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้เชียงใหม่ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ในมิติของวัฒนธรรม วิถีชีวิต ศิลปะ ผู้คน ธรรมชาติ และความร่วมสมัย มีเงินรางวัลกว่า 100,000 บาท


ที่ FAM ฟ้าล้านนาอาร์ตมิวเซียม ย่านถนนเวียงแก้ว ในตัวเมืองเชียงใหม่ นายเสกสันต์ สุทธะ นักธุรกิจ ผู้ก่อตั้ง แฟม ฟ้าล้านนาอาร์มมิวเซียม และรองศาสตราจารย์ ดร. ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการ ฝ่ายแผนงานและยุทธศาสตร์ องค์กร หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ หรือ บพท. และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จุฑาทิพย์ เฉลิมผล ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหัวหน้าคณะประสานโปรแกรมบ่มเพาะ และเร่งรัดกระบวนการ เพื่อมุ่งสู่เมืองน่าอยู่ ที่ชาญฉลาด (ภาคเหนือ) และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมเปิดตัว โครงการ FILM VILLAGE 2026

โดยมีนักสร้างสรรค์ นักเรียน นักศึกษา ผู้กำกับ นักเขียนบท นักโฆษณา และผู้สนใจ เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ของการเปิดตัว FILM VILLAGE 2026 โครงการสร้างสรรค์ ระดับพื้นที่ เพื่อที่มุ่งพัฒนา “คน” ควบคู่กับ “เมือง” ผ่านพลังของสื่อภาพยนตร์ และการเล่าเรื่อง 𝐅𝐈𝐋𝐌 𝐕𝐈𝐋𝐋𝐀𝐆𝐄 𝟐𝟎𝟐𝟔 ไม่ใช่แค่เวทีประกวด แต่คือ “พื้นที่บ่มเพาะทักษะสร้างสรรค์” (Creative Ecosystem) และ “ย่านดิจิตอลคราฟท์” แห่งใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนาศักยภาพ

ผู้เข้าร่วมโครงการ ในระยะยาว ผ่านแคมเปญย่อยหลากหลายรูปแบบ เช่น Workshop การผลิตสื่อ / ภาพยนตร์ / โฆษณา เวทีเสวนาผู้กำกับ นักเขียนบท นักสร้างสรรค์ โครงการประกวดสร้างสื่อเพื่อการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์เมือง ภายใต้หัวข้อหลัก ของโครงการปีนี้ เชียงใหม่เมืองน่าอยู่ เพื่อสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ เชิงสร้างสรรค์ เชิญชวนผู้คน ให้มาสัมผัสเชียงใหม่ ในมิติของวัฒนธรรม | วิถีชีวิต | ศิลปะ | ผู้คน | ธรรมชาติ | ความร่วมสมัย หากคุณคือคนที่รักการเล่าเรื่อง หากคุณอยากใช้ภาพยนตร์ เป็นพลังในการพัฒนาเมือง หากคุณอยากพัฒนาทักษะด้านสื่อสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ หากคุณเชื่อว่า สื่อสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง ทางสังคมได้ 𝐅𝐈𝐋𝐌 𝐕𝐈𝐋𝐋𝐀𝐆𝐄 𝟐𝟎𝟐𝟔 คือพื้นที่ของคุณสนใจสมัครร่วมโครงการได้ฯ มีเงินรางวัลกว่า 100,000 บาท