เชียงใหม่ ทกจ.เชียงใหม่ชวนเที่ยวงาน Chiang Mai International Airshow Festival 2026 งานใหญ่ที่สุดด้านการบินของภาคเหนือ เปิดให้เข้าฟรี(คลิป)

ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ชวนเที่ยวงาน Chiang Mai International Airshow Festival 2026 งานใหญ่ที่สุดด้านการบินของภาคเหนือ เปิดให้เข้าฟรี

นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า วันที่ 23 – 25 ม.ค.69 Chiang Mai International Airshow Festival 2026 ที่สนามบินแอร์สปอร์ตของที่จังหวัดเชียงใหม่ เราเตรียมการไว้พร้อม ทั้งเรื่องของการจราจร ความสะดวกในเรื่องของการบินทางอากาศยาน แล้วก็เรื่องของสินค้าอาหารต่างๆที่เตรียมความพร้อมไว้ วันนี้จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับสมาคมการบินภาคเหนือ จัดงานเชียงใหม่ อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์โชว์ 2026 มีความพร้อมและก็รอต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านที่สนใจ การท่องเที่ยวในเชิงกีฬาทางอากาศยาน

ก็เท่าที่ได้ยินกระแสมา ก็น่าจะมี ทั้งกลุ่มที่เป็นเด็กกลุ่มครอบครัว นักท่องเที่ยวทั่วไป และที่สำคัญปีนี้เรามีอากาศยานที่เป็นรุ่นเก่าด้วย รุ่นเก่ามาโชว์เลยแล้วก็คนขับก็เป็นนักบินเอฟ16 ก็มาโชว์ด้วย แล้วก็มีคุณหมอที่ทำเรื่องเกี่ยวกับการขนถ่ายอวัยวะช่วยเหลือผู้คนที่จะมาร่วมด้วย ก็น่าจะเป็นสิ่งที่สร้างกระแสให้ทุกเพศทุกวัย และน้องๆเยาวชน อยากเชิญชวนจริงๆเพราะงานนี้เข้าฟรีด้วย และก็จะได้ความรู้มากมาย เด็กๆน่าจะชอบกัน มีบางลำที่สามารถขึ้นมาถ่ายรูปร่วมได้ครับ

ด้านนายดำรงค์ องอาจ นายกสมาคมการบินภาคเหนือ เปิดเผยว่า สำหรับงานมหกรรม Chiang Mai International Airshow Festival 2026 ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่สุดด้านการบินของภาคเหนือ เปิดให้เข้าฟรี ชมฟรีตลอดทั้งงาน วันที่ 23 – 25 ม.ค.69 ที่สนามบินเล็กเชียงใหม่แอร์สปอร์ต ต.บวกค้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ภายในงานพบกับการแสดงบินผาดแผลงสุดตื่นตา การแสดงกีฬาการบิน บอลลูน และการจัดแสดงอากาศยานมากกว่า 30 ลำ จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมนิทรรศการด้านการบิน เทคโนโลยี และประวัติศาสตร์การบินของภาคเหนือ งานนี้จัดโดย สมาคมการบินภาคเหนือ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอากาศยาน (Aviation Tourism) ผลักดันเชียงใหม่สู่ศูนย์กลางการบินทั่วไป (General Aviation) และต่อยอดสู่ระดับชาติ–นานาชาติในอนาคต

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอีกมากมาย เช่นการแสดงเครื่องบินเล็ก เครื่องบินส่วนบุคคล กลุ่มร่มบินภาคเหนือ เครื่องบินเจ็ทบังคับบูธสถาบันการศึกษา สายการบิน และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง สินค้าชุมชน OTOP และงานแสดงสินค้า เวทีสัมมนาด้านอุตสาหกรรมการบินในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง งานเดียวครบ ทั้งความรู้ ความตื่นเต้น และแรงบันดาลใจสำหรับเยาวชนและผู้รักการบิน

เชียงใหม่ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรจัดงาน อ.ต.ก.แฟร์ 4 ภาค @ภาคเหนือ ภายใต้แนวคิด “สินค้าเกษตรทั่วไทย สู่หัวใจล้านนา” คลิป)

องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรจัดงาน “อ.ต.ก.แฟร์ 4 ภาค @ภาคเหนือ” ภายใต้แนวคิด “สินค้าเกษตรทั่วไทย สู่หัวใจล้านนา” ส่งเสริมสินค้าจากเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการจากทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 21-25 มค.69 ณ มีโชคพลาซ่า เชียงใหม่ 

วันนี้ (21 มกราคม 2569) เวลา 16.00 น. ณ มีโชคพลาซ่า อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายปณิธาน มีไชยโย ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “อ.ต.ก.แฟร์ 4 ภาค @ภาคเหนือ” ภายใต้แนวคิด “สินค้าเกษตรทั่วไทย สู่หัวใจล้านนา” ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 25 มกราคม 2569 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจำหน่ายสินค้าเกษตรคุณภาพจากเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการจากทั่วประเทศ ให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง โดยมี นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นเกียรติในงาน พร้อมทั้งหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนผู้สนใจ และสื่อมวลชน เข้าร่วมในพิธีเปิดงานด้วย

นายปณิธาน มีไชยโย ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มุ่งพัฒนาเกษตรกรรมไทยอย่างครบวงจร โดยใช้กลไกตลาดเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เสริมสร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความมั่นคงและยั่งยืน ภายในงานมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเกษตรกรทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ควบคู่กับกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและการเชื่อมโยงเครือข่ายทางการค้า เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคในสินค้าเกษตรไทย อาทิ สินค้าจากเครือข่าย Young Smart Farmer จังหวัดเชียงใหม่ วิสาหกิจชุมชนเอิรธ์เฮ้าส์ (สยาม ไวน์) จังหวัดกาญจนบุรี และวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปละมุด จังหวัดสุโขทัย

สำหรับประชาชนผู้สนใจ สามารถเลือกซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพและร่วมอุดหนุนเกษตรกรได้โดยตรง พร้อมร่วมกิจกรรมลุ้นรับของรางวัล มูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท และยังมีกิจกรรมการแสดงดนตรีตลอดระยะเวลาการจัดงานด้วย

เชียงใหม่ สวพส.พลิกเขาหัวโล้น อ.แม่จริม จ.น่าน เป็นต้นแบบของการแก้ไขปัญหาวิถีชีวิตของเกษตกร ให้มีคุณภาพที่ดี(คลิป)

สวพส.พลิกเขาหัวโล้น อ.แม่จริม จ.น่าน เป็นต้นแบบของการแก้ไขปัญหาวิถีชีวิตของเกษตกร ให้มีคุณภาพที่ดี เศรษฐกิจทีดีและการกลับคืนของบุตรหลานเพิ่มมากขึ้น ต่อยอดการเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ควบคู่ของการทำการเกษตร สู่ยุค AI

นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส.พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ซึ่งจากการเข้ามาแก้ไขปัญหาของ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ตั้งแต่ปี 2552 แล้วเริ่มดำเนินการ จัดตั้งศูนย์โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่จริม แต่เดิมเป็นพื้นที่การเกษตรเชิงเดียว ของการปลูกข้าวโพดแต่เพียงอย่างเดียว จนทำให้เป็นเขาหัวโล้นจากการขยายพื้นที่เพาะปลูก พื้นที่ป่าต้นน้ำก็หายไป กระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ โดยเฉพาะปัญหาการใช้สารเคมี ปัญหาหมอกควันฝุ่นPM 2.5 จากการเผา มีรายได้น้อย มีหนี้สินสะสม ส่งผลให้บุตร ลูกหลานต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่

หลังจากการเข้ามาแก้ไขปัญหาต่อเนื่อง ใช้การเกษตรแบบอินทรีย์ ลดพื้นที่การเพาะปลูก แต่ได้ผลผลิตและมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปลูกแต่ข้าวโพดในอดีต เพิ่มพื้นที่ป่าโดยปลูกพื้นยืนต้นควบคู่เพื่อให้เป็นป่าต้นน้ำกลับคืนมา ระยะเวลา 17 ปีของการพลิกฟื้นที่เขาหัวโล้นเริ่มเห็นผลความสำเร็จ เปลี่ยนวิถีเกษตรแบบเดิมสู่เกษตรรุ่นใหม่แบบผสมผสาน จนทำให้ขณะนี้ในพื้นที่มีเกษตรกรรุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่ที่เคยออกไปทำงานอกพื้นที่ เริ่มกลับคืนมาในพื้นที่เพิ่มขึ้น ไปดูจุดต้นแบบ บ้านหนองแดง ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแดงเข้าศึกษาดูงาน และเข้าร่วมหลักสูตร “นักพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน” ของ สวพส. ก่อนนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ จนเกิดแปลงรวมปลูกผักในโรงเรือน สร้างรายได้ให้เกษตรกร และปรับระบบการเกษตรให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผู้อำนวยการ สวพส. ยังกล่าวอีกว่า เมื่อฐานทรัพยากรดีขึ้น ชุมชนก็สามารถปรับเปลี่ยนอาชีพได้อย่างมั่นคง เกษตรกรหันมาทำเกษตรผสมผสานและพืชมูลค่าสูง ลดความเสี่ยง เพิ่มรายได้ และอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุล ปัจจุบัน เกษตรกรในพื้นที่ 198 ครัวเรือน ปรับเปลี่ยนสู่เกษตรผสมผสานและพืชมูลค่าสูง เกิดเกษตรกรต้นแบบ 31 ราย มีโรงเรือนปลูกผักกว่า 200 โรงเรือน สามารถผลิตผักใบได้เฉลี่ยเดือนละ 32 ตัน ส่งจำหน่ายห้างค้าปลีกชั้นนำทั่วประเทศ ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนเพิ่มจาก 83,000 บาท เป็นกว่า 180,000 บาทต่อปี ที่สำคัญ ความสำเร็จของแม่จริมไม่ได้หยุดอยู่เพียงในพื้นที่ แต่ยังถูกขยายองค์ความรู้ไปยังชุมชนอื่นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการถ่ายทอดแนวคิดและกระบวนการพัฒนาพื้นที่สูง โดยเฉพาะการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงจนทำให้เป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหาแบบองค์รวม พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้พัฒนาไปด้วยกันโดยเฉพาะยุคการเข้าสู่AI จะเห็นได้ว่ามีคนรุ่นใหม่เริ่มกลับคืนถิ่น หันมาเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ เพิ่มมากขึ้นในพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองแดง แห่งนี้

เชียงใหม่ เขต 4 เดือด! “โสภณ โกชุม” พรรคกล้าธรรม หมายเลข 8 อดีตนายกตำบลสันนาเม็ง จ.เชียงใหม่ เดินหน้าลุยหาเสียงพื้นที่สันทรายอย่างต่อเนื่อง(คลิป)

เชียงใหม่เขต 4 เดือด! “โสภณ โกชุม” พรรคกล้าธรรม หมายเลข 8 อดีตนายกตำบลสันนาเม็ง จ.เชียงใหม่ เดินหน้าลุยหาเสียงพื้นที่สันทรายอย่างต่อเนื่อง

บรรยากาศการเมืองในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ เขต 4 เริ่มทวีความเข้มข้น หลังจาก นายโสภณ โกชุม สมาชิกพรรคกล้าธรรม ผู้สมัคร สส.หมายเลข 8 อดีตนายกเทศมนตรีตำบลสันนาเม็ง อำเภอสันทราย จ.เชียงใหม่ อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินหน้าลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง สร้างกระแสความคึกคักในหลายชุมชน


โดยนายโสภณได้ใช้เวลาลงพื้นที่ในเขต อำเภอสันทราย จ.เชียงใหม่ พบปะผู้นำชุมชน กลุ่มอาชีพ และประชาชนอย่างใกล้ชิด รับฟังปัญหาปากท้อง ทั้งเรื่องค่าครองชีพ การเกษตร โครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ พร้อมนำประสบการณ์จากการบริหารงานท้องถิ่นมาสื่อสารถึงแนวทางการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม

ชาวบ้านในหลายหมู่บ้านสะท้อนว่า นายโสภณ เป็นบุคคลที่คุ้นเคยพื้นที่ รู้ปัญหาจริง และเข้าถึงประชาชนได้ง่าย จากบทบาทอดีตนายกตำบลสันนาเม็งที่ทำงานเชิงรุกมาโดยตลอด ทำให้การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น

แหล่งข่าวทางการเมืองในพื้นที่ประเมินว่า การเคลื่อนไหวของนายโสภณ ในนามพรรคกล้าธรรม อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การแข่งขันในเชียงใหม่ เขต 4 ดุเดือดขึ้น โดยเฉพาะในอำเภอสันทรายซึ่งถือเป็นฐานคะแนนหลัก

ทั้งนี้ นายโสภณย้ำว่า การลงพื้นที่ไม่ใช่เพียงเรื่องการเมือง แต่เป็นการกลับมารับฟังเสียงประชาชน เพื่อนำไปผลักดันการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน หากได้รับโอกาสจากประชาชนในอนาคต

เชียงใหม่ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ผู้ประกอบการ SME ภาคเหนือและ ผู้ประกอบการจาก สปป.ลาว จัดโครงการจับคู่ธุรกิจและเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 1 เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ-สปป.ลาว(คลิป)

สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้ประกอบการ SME ภาคเหนือ ผู้ประกอบการจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จัดโครงการจับคู่ธุรกิจและเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 1 เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ-สปป.ลาว ระหว่างวันที่ 14-16 มค.69

วันนี้(15 มค.69) ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติคุ้มคำ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่่ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้ประกอบการ SME ภาคเหนือ ผู้ประกอบการจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จัดโครงการจับคู่ธุรกิจแะเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือบนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ-สปป.ลาว ระหว่างวันที่ 14-16 มค.69 เป็นการนำสินค้าไทยสู่สากล : การจับคู่ธุรกิจและสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือ บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ – สปป.ลาว” โดยท่านศิวะภรณ์ ปิยะพรพันธ์ ผู้อำนวยการ TCEB ภาคเหนือ ท่านพุดทะสอน พรมวิไซ รองเลขาธิการ สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว Lao National Chamber of Commerce and Industry ท่านเวียงไซ อินทะวงศ์ ท่านรองประธานหอการค้าเวียงจันทน์ สปป.ลาว และรองประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย คุณอาคม ศุภางค์เผ่า เข้าร่วม

โครงการนำสินค้าไทยสู่สากล เป็นโครงการความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่าง สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว และ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กลุ่มภาคเหนือตอนบน โดยมีเป้าหมายหลักในการผลักดันผู้ประกอบการ SME ไทยให้สามารถขยายตลาดสู่ต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่าย ธุรกิจ การจับคู่ทางการค้า และการสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) โครงการมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาด สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และมีความเชื่อมโยงด้านการค้า การลงทุน และโลจิสติกส์กับประเทศไทยอย่างใกล้ชิด

ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ ครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทยสปป. ลาว สปป.ลาว เป็นคู่ค้าลำดับที่ 7 ของไทยในอาเซียน และอันดับ 18 ในโลก ในช่วง 10 เดือนของปี 2568 (มกราคม-ตุลาคม) มีมูลค่ารวม 8,183.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวขึ้น 18.65% ไทยส่งออกสินค้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป อัญมณีและเครื่องประดับ เคมีภัณฑ์ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำตาลทราย ขณะที่นำเข้าสินค้าจาก สปป.ลาว ได้แก่ พลังงานไฟฟ้า ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ

สำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการหลักของการจัดงานในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นเรื่องของการสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกันแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ไทยได้เข้าถึงตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดลาว เวียดนาม และจีน ผ่านการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ซื้อและพันธมิตรทางธุรกิจจากต่างประเทศ สิ่งที่ตามมาคือการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างภาคเอกชนไทย–ลาว–เวียดนาม โดยเฉพาะเวทีวันนี้จะเป็นเวทีถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางความสำเร็จในการนำสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ในอนาคต และวันนี้มีคณะผู้แทนการค้าจากสปป.ลาวทั้งสิ้น 34 ท่าน และ ในฝั่งประเทศไทยมีผู้ประกอบการสนใจร่วมจับคู่ธุรกิจ จำนวน 35 กิจการ ที่ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าแปรรูป สินค้าไลฟ์สไตล์ และสินค้า OTOP

การจัดงานในวันนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรได้แก่ ผู้แทน BIG C ลาว คุณพันรัตน์ จันเกียรติชัยสุข , ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการค้าเวียดนาม คุณนพดล ไพรวัลย์ , วิทยากรจากบริษัท เทิดวลัย อินเตอร์เทรด คุณวลัยลักษณ์ พงษ์จินดา คุณกิตติ์ พีพัชญานน จาก Moon Business Solution และคุณกฤตานน เผ่าดี จากดูดี อินดีด
คอร์ปอเรชั่น

เชียงใหม่ “เต้ ธนากร” เบอร์ 4 พรรคกล้าธรรม เขต 3 เชียงใหม่ ขึ้นเวทีปราศัยใหญ่ที่ ดอยสะเก็ดพลาซ่า ชูทางเลือกใหม่ “กล้าเปลี่ยน” เพื่อคนเชียงใหม่(คลิป)

“เต้ ธนากร” เบอร์ 4 พรรคกล้าธรรม เชต 3 เชียงใหม่ ขึ้นเวทีปราศัยใหญ่ที่ ดอยสะเก็ดพลาซ่า ชูทางเลือกใหม่ “กล้าเปลี่ยน” เพื่อคนเชียงใหม่


เย็นวันนี้(14 มค.69) ที่ดอยสะเก็ดพลาซ่า อำเภอดอยสะเก็ดจังหวัดเชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต 3 (ดอยสะเก็ด, สันกำแพง, แม่ออน) ทวีความคึกคักเป็นอย่างมาก เมื่อนายธนากร สุภาษา หรือ “เต้” ผู้สมัครหมายเลข 4 จากพรรคกล้าธรรม เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ พร้อมทีมงานพรรคกล้าธรรม นำโดย พล.ต.อ.วีรชน บุญทวี อดีตผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (นายตำรวจประสานงานสำนักงานนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย) ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 23 พร้อมด้วย นายปรีชา วรกุล ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 63 และ พ.ต.อ.ธงชัย กรรณิกา อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรดอยสะเก็ด ที่มาร่วมในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ท่ามกลางพี่น้องประชาชนที่เดินทางมารับฟังนโยบายอย่างคับคั่ง

การลงพื้นที่ครั้งนี้นอกจากจะเป็นการแนะนำตัวนายธนากร สุภาษา ลูกหลานชาวสันกำแพงโดยกำเนิด ดีกรีดอกเตอร์ด้านบริหารอุตสาหกรรมแล้ว ทีมงานพรรคกล้าธรรมยังได้ร่วมกันย้ำถึงอุดมการณ์ “ทำมากกว่าพูด” ภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยมีนโยบายหลักที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาปากท้องและสิทธิทำกิน โดยเฉพาะการเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนด การแก้หนี้ครัวเรือน และการยกระดับทักษะแรงงานสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งการได้ พ.ต.อ.ธงชัย กรรณิกา อดีตผู้กำกับฯ ในพื้นที่ดอยสะเก็ด มาร่วมเป็นกำลังสำคัญในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในด้านความเข้าใจปัญหาและความต้องการของคนในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง


นายธนากร สุภาษา กล่าวว่าตนเองเติบโตมาจากชุมชนตำบลสันต้นเปา เข้าใจปัญหาจากชีวิตจริงเพราะทำงานร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนมานานกว่า 10 ปี การอาสาเข้ามาในครั้งนี้เพื่อหวังพัฒนาทั้งด้านอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิต รวมถึงการผลักดันให้คนฐานรากมีเสียงในสภาฯ อย่างแท้จริง พร้อมกันนี้ได้เชิญชวนพี่น้องประชาชนเขต 3 ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยลงคะแนนให้ นายธนากร สุภาษา หมายเลข 4 และพรรคกล้าธรรม หมายเลข 42 เพื่อพิสูจน์ความมุ่งมั่นภายใต้สโลแกน “ผมกล้าทำ แล้วคุณกล้าเปลี่ยนหรือยัง” ซึ่งได้รับเสียงตอบรับและกำลังใจจากชาวดอยสะเก็ดอย่างล้นหลามตลอดการปราศรัย

 

ในด้านคุณวุฒิทางการศึกษา นายธนากร สุภาษา ถือเป็นผู้สมัครที่มีความเชี่ยวชาญสูง โดยจบการศึกษาปริญญาตรีด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยพายัพ ปริญญาโทบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และปริญญาเอกด้านบริหารอุตสาหกรรม จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จึงมีความพร้อมที่จะนำความรู้ความสามารถมาปรับใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น

นายธนากร สุภาษา หรือ “เต้” ผู้สมัครหมายเลข 4 กล่าวอีกว่า ขอเชิญชวนชาวเชียงใหม่ ไปร่วมรับฟังปราศรัยใหญ่ ของพรรคกล้าธรรม ที่สนามกีฬา 700 ปี ในวันที่ 25 มกราคมที่จะถึงนี้

เชียงใหม่ ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับ พล.ร.7 ส่งต่อความห่วงใย จัดกิจกรรม “ฝากของเยี่ยมเพื่อนชายแดน” บำรุงขวัญทหารกล้าแนวหน้า ไทย-กัมพูชา(คลิป)

ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับ พล.ร.7 ส่งต่อความห่วงใย จัดกิจกรรม “ฝากของเยี่ยมเพื่อนชายแดน” บำรุงขวัญทหารกล้าแนวหน้า ไทย-กัมพูชา

วันนี้(14 มค.69) เวลา 11.00 น. บริเวณหน้าอาคารที่ทำการตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการจัดพิธีส่งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคตามโครงการ “ฝากของเยี่ยมเพื่อนชายแดน” ซึ่งเป็นการผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานตำรวจและทหาร เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของรั้วของชาติ

พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.ภ.5) มอบหมายให้ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นตัวแทนส่งมอบวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องใช้จำเป็น ให้แก่กองพลทหารราบที่ 7 เพื่อนำไปส่งต่อให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศในพื้นที่ห่างไกล

ส่งตรงถึงแนวหน้า ไทย – กัมพูชา กิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญและให้กำลังใจแก่ทหารแนวหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งบริเวณแนวชายแดน ไทย – กัมพูชา โดยมี พ.อ.ธัชตะ ท้าวคำลือ เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 7 เป็นผู้แทนรับมอบ ในนามของ พลตรี สุจินต์ ทรัพย์สิน ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 (ผบ.พล.ร.7)

“กิจกรรมนี้ไม่ใช่เพียงการมอบสิ่งของ แต่คือการแสดงออกถึงความสมัครสมานสามัคคีระหว่างหน่วยงานความมั่นคง และเป็นการยืนยันว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่เสียสละอยู่แนวหน้า จะไม่ถูกทอดทิ้งและมีกำลังใจจากแนวหลังส่งไปถึงเสมอ”.

เชียงใหม่ ร้านลาบต้นยางเชียงใหม่ ประกวดธิดาลาบ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ให้พนักงานทุกแผนกแต่งตัวธีมนางงาม (คลิป)

ร้านลาบต้นยางเชียงใหม่ ประกวดธิดาลาบ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ให้พนักงานทุกแผนกแต่งตัวธีมนางงาม เด็กเสิร์ฟสาว กุ๊ก และแม่ครัว มอบรางวัลเงินสดอุปกรณ์ไฟฟ้า แขกมารับประทานอาหารร่วมมอบเงินให้ธิดาลาบ และพนักงานในร้านด้วย

นางศรินทร สุ่นทอง (พี่เล็ก) พร้อมบุตรสาว คือ นางสาวยศธร (น้องนิ่ม) สุ่นทอง เจ้าของร้านลาบ ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ (สาขาถนนวงแหวน ทางไปศาลากลางเชียงใหม่) จัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เลี้ยงขอบคุณพนักงานในร้านให้แต่งตัวธีมนางงาม พนักงานเด็กเสิร์ฟที่เป็นสาวสวย ได้แต่งชุดราตรีทุกคนได้เข้าประกวดมิสลาบต้นยางด้วย กิจกรรมเลี้ยงปีใหม่ครั้งนี้ได้รวมพนักงานทุกแผนก พนักงานในครัว หัวหน้ากุ๊ก แม่ครัว แม่บ้าน พนักงานล้านจาน

บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน เพราะทุกคนได้นั่งโต๊ะรวมกัน เพื่อรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม สลับกับการจับฉลากรางวัลที่ทุกคนซื้อมาในราคาเริ่มต้นที่ 200 บาท มีเครื่องใช้ไฟฟ้าและเงินสดเป็นรางวัลก็มีมามอบให้กันในงาน

หลังจากจับฉลากรางวัลเสร็จสิ้นลง ก็จะมีการประกวดธิดาลาบต้นยาง แต่ละคนโชว์ลีลาเดินแบบ และเรียกคะแนนเสียงกันอย่างสนุกสนาน โดยให้ทุกคนในร้านรวมทั้งแขกที่มารับประทานอาหารในร้านลาบต้นยางมีส่วนร่วมในการให้คะแนน ให้เขียนชื่อเล่น ลำดับ 1 ถึงที่ 3 เพื่อให้ได้รางวัล มี 2 ประเภท คือ ประเภทธิาลาบต้นยาง และอีกประเภทหนึ่ง คือ พนักงานดีเด่น รางวัล 1 ถึงที่ 3 เช่นกัน ซึ่งก็ได้รับรางวัลกันแบบครบทุกคน สร้างความสุขสนุกสนานกันไปทั่วหน้า

เชียงใหม่ ประชาชนชาวเชียงใหม่ น้อมสดุดีส่งดวงวิญญาณ วีรชนทหารกล้า 42 นาย ที่สละชีพเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย (คลิป)

ประชาชนชาวเชียงใหม่ นักเรียนนักศึกษา ผู้นำศาสนา ทำบุญอุทิศส่วนกุศล ร่วมร้องเพลงชาติไทย ยืนสงบนิ่ง จุดเทียน ผางประทีป เพื่อน้อมสดุดี ส่งดวงวิญญาณ วีรชนทหารกล้า 42 นาย ที่สละชีพเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย


ช่วงเย็นที่ผ่านมา(12 มค.69)  บริเวณริมถนนท่าแพ หน้าอาคารพุทธสถาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นาย มานิตย์ ขันธสีมา ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองเชียงใหม่ พร้อมประชาชน นักเรียนนักศึกษา ผู้นำศาสนาทั้ง 5 ศาสนา รวมตัวกัน ร่วมกันประดับ ธงชาติไทย ผืนใหญ่ และโบกสะบัด วางดอกไม้สีขาว หน้าแท่นพิธี ใต้รูปไวนิลขนาดใหญ่ ของวีรชนทหารทั้ง 42 นาย พร้อมกล่าวสดุดี วีรชนทหารกล้า ผู้เสียสละ ในการปกป้องพื้นแผ่นดินไทย สละชีพเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ ร่วมกันร้องเพลงชาติไทย ดังกึกก้องไปทั้งถนนท่าแพ

โดยมีรูปภาพวีรชน ทหารกล้า ทั้ง 42 นาย ติดประดับไว้บนแผ่นไวนิลขนาดใหญ่ พร้อมยืนสงบนิ่ง เพื่อขอน้อมส่งดวงวิญญาณ ทหารผู้กล้า และประกอบพิธีทางศาสนา นิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป สวดบังสุกุล อุทิศส่วนกุศล ร่วมร้องเพลงสยามมานุสติ และจุดเทียน ผางประทีป นำไปวางไว้ใต้ภาพ เพื่อเป็นการน้อมคาราวะ ต่อดวงวิญญาณ ทหารกล้า ที่ปกป้องรักษาอธิปไตย จนต้องสละชีพ คนไทยและชาวเชียงใหม่ จึงรวมตัวกัน เพื่อแสดงพลัง แสดงความกตัญญู น้อมคารวะ ในคุณงามความดี ถึงความเสียสละ ต่อดวงวิญญาณ พี่น้องของทหารกล้าทุกนาย ซึ่งจะอยู่ในใจ ของคนไทย ทั้งชาติตลอดไป

เชียงใหม่ เริ่มแล้ว การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 กีฬาคนเจนซี ใส่ใจความยั่งยืน “อินทนิลเกมส์ 2026” พร้อมชิงชัย 520 เหรียญ(คลิป)

เริ่มแล้ว การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 กีฬาคนเจนซี ใส่ใจความยั่งยืน “อินทนิลเกมส์ 2026” พร้อมชิงชัย 520 เหรียญ

( 9 มค.69) มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 “อินทนิลเกมส์ 2026” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน และ รองศาสตราจารย์ ดร.ชูสิทธิ์ ประดับเพชร ประธานคณะกรรมการกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (กกมท.) กล่าวรายงาน โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวต้อนรับ คณะนักกีฬาและผู้ร่วมงานกว่า 100 สถาบันที่เข้าร่วมงาน ณ ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเป็นครั้งที่สองต่อจากมหาวิทยาลัยรังสิตที่จัดพิธีเปิดการแข่งขันในร่ม และได้รับความร่วมมือจากสมาคมกีฬากีฬาต่างๆ ทั้ง 40 ชนิดกีฬา

ภายในพิธีเปิดการแข่งขันเจ้าภาพมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้เตรียมการแสดงไว้หลายชุดเพื่อแสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของความเป็นแม่โจ้ และได้รับความร่วมมือจากวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ในการแสดงครั้งนี้ด้วย กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศ ครั้งที่ 51 รอบมหกรรม ใช้ชื่อ “อินทนิลเกมส์ 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 19 มกราคม 2569 โดยมี “น้องอินทนิล” ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยแม่โจ้เป็นมาสคอตประจำการแข่งขัน

มหาวิทยาลัยแม่โจ้เคยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 23 เมื่อปี 2539 ในชื่อ “แม่โจ้เกมส์” และครั้งนี้เป็นครั้งที่สองหลังจากผ่านไปสามทศวรรษ ซึ่งปัจจุบันมหาวิทยาลัยแม่โจ้ยังคงอัตลักษณ์ด้านการเกษตรที่มีความเป็นสหวิทยาการมากยิ่งขึ้น มีคณะที่มีการเรียนการสอนเพิ่มขึ้น 18 คณะ 2 วิทยาลัย และคณะเปิดใหม่ด้านสัตวแพทย์ และการพยาบาล โดยเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาวะที่ยั่งยืน

แนวคิดการจัดงาน Spirit | Smart | Sport | Sustainability เล่นด้วยสปิริต คิดอย่างสร้างสรรค์ ปลุกฝันคนรุ่นใหม่ ใส่ใจความยั่งยืน “อินทนิลเกมส์ 2026” ได้ตั้งเป้าหมายให้เป็นการจัดแข่งขันกีฬาระดับชาติครั้งนี้แบบ Low Carbon Model กีฬาคน Gen Z ที่ใส่ใจความยั่งยืน รวมถึงกิจกรรมในวันนี้เราก็มุ่งลดการเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด มีระบบบริหารจัดการขยะ เสื้อคณะกรรมการผลิตจากวัสดุรีไซเคิล มีกิจกรรมให้ผู้ร่วมงานปลูกต้นกล้าอินทนิล ซึ่งจะช่วยดูดซับคาร์บอน ลดโลกร้อน และมีแนวทางการรองรับการจัดการพลังงานโดยเฉพาะอาคารทศมินทรบพิตร สามารถรองรับการแข่งขันกีฬาได้หลายชนิด นอกจากนั้น ยังจัดทำสูจิบัตรการแข่งขันแบบ E-book ที่ให้ทุกคนสามารถรับทราบรายละเอียดการแข่งขันได้อย่างทั่วถึง

ไฮไลต์สำคัญของ อินทนิลเกมส์ 2026 ในครั้งนี้ ได้สร้างอัตลักษณ์ใหม่ให้รูปแบบของเหรียญกีฬาสำหรับการแข่งขันเป็นแบบ สตริงไทด์ มีสามสี สีทอง สีเงิน และทองแดง นอกจากความภาคภูมิใจในการเข้าร่วมแข่งขันกีฬาระดับประเทศในครั้งนี้แล้ว ยังสามารถนำไปใช้สวมเป็นเครื่องแต่งกายแทนเนคไทเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของความเป็นคาวบอยแม่โจ้ ที่มีความแข็งแกร่ง อดทน สู้งาน ถือเป็นที่ระลึกจาก อินทนิลเกมส์ 2026 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ The Home of Cowboys

และอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญของนักศึกษาที่ทุกสถาบันได้เข้าร่วมใน “อินทนิลเกมส์ 2026” กับเวทีพิเศษ การประกวดคาวบอย คาวเกิร์ล และมิสควีนของเวที “The Cowboys of Inthanin Games 2026” ผู้เข้าร่วมประกวดตัวแทนแต่ละสถาบัน ได้แสดงภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติพร้อมทั้งบุคลิกหน้าตา ความสามารถ และทัศนคติที่ดีแบบคนรุ่นใหม่ชิงตำแหน่งสำคัญของเวที “The Cowboys of Inthanin Games 2026”

“อินทนิลเกมส์ 2026” มีทัพนักกีฬาจากสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา 109 สถาบันทั่วประเทศเข้าร่วม การแข่งขันทั้งกีฬาบังคับ กีฬาเลือกสากล กีฬาเลือกทั่วไป กีฬาไทย และกีฬาสาธิตรวมกว่า 40 ชนิดกีฬา ซึ่งจะมีการชิงชัย 520 เหรียญ โดยจะใช้สนามแข่งขันทั้งในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ , สนามหลักของจังหวัดเชียงใหม่ และสนามของสถาบันเครือข่าย 12 สถาบันในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้


สนามมหาวิทยาลัยแม่โจ้มี 22 ชนิดกีฬา, สนามมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม และศูนย์เวียงบัว จะมีการแข่งขัน 10 ชนิดกีฬา, สนามมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเชียงใหม่ มีการแข่งขัน 3 ชนิดกีฬา, สนามมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา สนามมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ และสนามมหาวิทยาลัยพายัพ นอกจากนั้น ยังมีสนามต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ สนามสมโภชนเชียงใหม่ 700 ปี สนามเทศบาลเชียงใหม่ มีการแข่งขัน ฟุตบอล , สนามเทศบาลสุเทพ , สนามกอล์ฟลานนา เชียงใหม่ , อ่างเก็บน้ำ สวน อบจ.เชียงใหม่ รวมถึงโรงเรียนในเครือข่ายมหาวิทยาลัยแม่โจ้ คือโรงเรียนสันทรายวิทยาคม โรงเรียนบ้านห้วยเกี๋ยงและโรงเรียนบ้านโปง ก็ได้มีส่วนร่วมในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้

“อินทนิลเกมส์ 2026” จึงเป็นมหกรรมกีฬาที่เปิดกว้างทั้งด้านการกีฬา เปิดเวทีด้านกิจกรรม สร้างภาพลักษณ์องค์กร สร้างความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการศึกษา สร้างเครือข่าย สร้างต้นแบบการแข่งขันกีฬาแบบ Low Carbon Model เป็นการสร้างมิติในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย กีฬาปัญญาชน คน Gen Z ได้อย่างชัดเจน

ขอเชิญร่วมชม และเชียร์การแข่งขัน ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดการแข่งขัน และรายงานผลการแข่งขันอย่างต่อเนื่องทางเฟสบุ๊คเพจการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 อินทนิลเกมส์ 2026 https://www.facebook.com/InthaninGames2026 และเว็บไซต์ https://inthaningames2026.mju.ac.th/ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 5387 3099, 0 5387 3333