เชียงใหม่ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เป็น ประธานฝ่ายสงฆ์ร่วมอวยพร พร้อมผูกข้อมือ ให้ศิลให้พร ครู บา โต พระ ครู พิพัฒน์ สุตสุนทร ดร. เนื่องในโอกาส ครบรอบ คล้ายวันเกิด 50 ปี และครบรอบ 30 พรรษา ในปีนี้(คลิป)

พระเทพมังคลาจารย์ (สมาน กิตฺติโสภโณ) เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เป็น ประธานฝ่ายสงฆ์ร่วมอวยพร พร้อมผูกข้อมือ ให้ศิลให้พร ครู บา โต พระ ครู พิพัฒน์ สุตสุนทร ดร. เนื่องในโอกาส ครบรอบ คล้ายวันเกิด 50 ปี และครบรอบ 30 พรรษา ในปีนี้

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นด้วยบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความศรัทธาและความเลื่อมใส โดยมีคณะศรัทธาประชาชนจากหลายพื้นที่ พร้อมใจกันเข้าร่วมพิธีมุทิตาจิต แสดงความกตัญญูกตเวที และร่วมอนุโมทนาบุญแด่ครูบาโตฯ อย่างพร้อมเพรียง

ภายในงานประกอบด้วยพิธีทางศาสนาตามแบบล้านนา อาทิ พิธีสืบชะตาหลวง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ครูบาโตฯ รวมถึงพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนที่เข้าร่วมงาน สร้างความปลาบปลื้มและความสามัคคีแก่ผู้มาร่วมพิธีเป็นอย่างยิ่ง

การจัดงานในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันแสดงออกถึงความเคารพศรัทธา และร่วมสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นล้านนาให้คงอยู่สืบไป

 

เชียงใหม่ วัดพระบาทปางแฟน อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมใจกันร่วมงาน ทำบุญไหว้ครูประจำปี และพิธีมุทิตาจิต เนื่องในโอกาสครบรอบคล้ายวันเกิด 50 ปี และครบรอบ 30 พรรษา แด่ ครูบาโต(คลิป)

วัดพระบาทปางแฟน ตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมใจกันร่วมงาน ทำบุญไหว้ครูประจำปี และพิธีมุทิตาจิต เนื่องในโอกาสครบรอบคล้ายวันเกิด 50 ปี และครบรอบ 30 พรรษา แด่ ครูบาโต พระครูพิพัฒน์สุตะสุนทร ดร. ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง และเจ้าอาวาสวัดพระบาทปางแฟน

เย็นวันนี้(24 มค.69) วัดพระบาทปางแฟน ตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ คณะศรัทธาประชาชนจากหลากหลายพื้นที่ ได้พร้อมใจกันร่วมงาน ทำบุญไหว้ครูประจำปี และพิธีมุทิตาจิต เนื่องในโอกาสครบรอบคล้ายวันเกิด 50 ปี และครบรอบ 30 พรรษา แด่ ครูบาโต พระครูพิพัฒน์สุตะสุนทร ดร. ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง และเจ้าอาวาสวัดพระบาทปางแฟน ภายในงาน มี พิธีทางศาสนาอันเป็นสิริมงคล อาทิ พิธีบวงสรวงเทพยดานพเคราะห์ พิธีอธิษฐานจิตมงคลวัตถุที่ระลึกงานไหว้ครู การสวดนพเคราะห์ พิธีทักษิณานุปทาน และพิธีจุดเทียนหลีกเคราะห์ โดยมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังจากหลายพื้นที่ร่วมประกอบพิธี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้เข้าร่วมงาน และเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที และมุทิตาจิตแด่ครูบาโต

หลังเสร็จสิ้นพิธีทางสงฆ์ ยังมีกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสังคม โดย ศิลปินและดารา จากสภาศิลปินสร้างสรรค์สังคม ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม ปันสุขคลายหนาว พร้อมมอบรางวัลโครงการ พูดรักดี เยาวชนรักดี รวมถึงกิจกรรมเดินแบบของเด็กที่มาร่วมงาน สร้างสีสัน รอยยิ้ม และความประทับใจให้กับประชาชนที่มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

งานในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญ ที่สะท้อนถึงพลังแห่งศรัทธา ความสามัคคี และการสืบสานพระพุทธศาสนา ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์สังคมอย่างยั่งยืน

แม่ฮ่องสอน “ครูโจ้” เพื่อไทย ลงพื้นที่ แม่สะเรียง เรียกคะแนนนิยมโค้งสุดท้าย! ชูสโลแกน “ไหว้ครูบาผาผ่า พักแม่สะเรียง 1 คืน อายุยืน 10 ปี”(คลิป)

“ครูโจ้” เพื่อไทย ลงพื้นที่ แม่สะเรียง เรียกคะแนนนิยมโค้งสุดท้าย! ชูสโลแกน “ไหว้ครูบาผาผ่า พักแม่สะเรียง 1 คืน อายุยืน 10 ปี” ดันสร้างแลนด์มาร์คดึงนักท่องเที่ยว-ขยายถนนสาย 108 ชูวิสัยทัศน์ ทั้งเกษตร – หวยเกษียณ

​บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนทวีความร้อนแรงถึงขีดสุดในช่วงโค้งสุดท้าย โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ อำเภอแม่สะเรียง อำเภอสบเมย และอำเภอแม่ลาน้อย ล่าสุดช่วงเช้าเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 นายสมภพ คงความซื่อ หรือ “ครูโจ้” ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เขต 2 เบอร์ 1 เดินหน้าลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ค้าและพี่น้องประชาชนอย่างเข้มข้น ซึ่งได้รับเสียงตอบรับ อย่างอบอุ่นในฐานะลูกหลานชาวกะเหรี่ยง และอดีตข้าราชการครู ที่เข้าใจปัญหาเชิงลึก โดย ‘ครูโจ้’ ประกาศชูธงนโยบาย “สร้างความเท่าเทียมให้ทุกกลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมมุ่งเป้าขจัดความยากจนเพื่อให้คนในพื้นที่ลืมตาอ้าปากได้อย่างมีศักดิ์ศรี โดยอาสาเป็นตัวแทนเข้าไปสะท้อนปัญหาที่ถูกละเลยมานานในสภาผู้แทนราษฎร”

​“จากการลงพื้นที่พบว่าเสียงสะท้อนส่วนใหญ่ของชาวบ้านมุ่งเน้นไปที่การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการเรียกร้องให้เร่งผลักดันการขยายถนนเส้นทาง 108 จากอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ มายังอำเภอแม่สะเรียง ให้เป็นถนน 4 เลน หรือเพิ่มช่องจราจรในจุดเสี่ยง เพื่อลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นซ้ำซากและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง เนื่องจากเส้นทางนี้เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมต่อ “ห้องครัวแม่สะเรียง” ในการส่งออกพืชผลทางการเกษตรสู่ตลาดภายนอก และยังเป็นประตูบานสำคัญที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชน ซึ่งประชาชนเชื่อมั่นว่าหากการคมนาคมสะดวกขึ้น จะเป็นกุญแจสำคัญในการยกเครื่องเศรษฐกิจตามเป้าหมายของพรรคเพื่อไทย”

​นอกจากประเด็นเรื่องเส้นทางคมนาคมแล้ว “ครูโจ้” ยังได้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ของพรรคเพื่อไทยที่จะเปลี่ยนความหวังของประชาชนให้เป็นความจริงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ผ่านการสนับสนุนภาคการเกษตรอย่างครบวงจร ทั้งการพัฒนาระบบชลประทาน การลดต้นทุนการผลิตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ และการใช้การทูตเชิงรุกขยายตลาดสินค้าเกษตรไทยไปทั่วโลก รวมถึงนโยบายเชิงนวัตกรรมอย่าง “หวยเกษียณ” ที่เปิดโอกาสให้คนไทยตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถออมเงินผ่านการซื้อสลาก โดยเงินทุกบาทจะถูกสะสมเป็นเงินก้อนให้ผู้ซื้อไว้ใช้ยามเกษียณ ไม่สูญหายไปไหน ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นคงในชีวิตให้แก่พี่น้องประชาชนควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน โดยครูโจ้ มีแผนผลักดันการสร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ด้วยการจัดสร้างอนุสาวรีย์ “ครูบาผาผ่า” หรือ พระครูปัญญาวรวัตร อดีตเจ้าอาวาสวัดผาผ่า อ.แม่สะเรียง พระเถราจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาบารมีและเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างสูงของชาวแม่ฮ่องสอน เพื่อดึงดูดนักแสวงบุญและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศให้หลั่งไหลเข้ามาสักการะ ภายใต้สโลแกนที่สร้างสรรค์ขึ้นว่า “มาสักการะครูบาผาผ่า แวะพักแม่สะเรียง 1 คืน อายุยืน 10 ปี” ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยเปลี่ยนแม่สะเรียงจากเมืองทางผ่านให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางหลัก ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ที่พัก ร้านอาหาร และร้านค้าในชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

เชียงใหม่ รองผู้ว่าฯ แพร่ เปิดงาน “แพร่พรรณผ้า สีสันภูมิปัญญาสู่สากล”ชวนชาวเชียงใหม่ ช้อปผ้าและของดีเมืองแพร่ ที่เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ถึง 26 ม.ค.69(คลิป)

จังหวัดแพร่ ยกขบวนเสน่ห์ผ้าแพร่ ผ้าหม้อห้อม และสินค้า OTOP มาให้ชาวเชียงใหม่ได้เลือกชมเลือกช้อปกันแบบจุใจ ในงาน “แพร่พรรณผ้า สีสันภูมิปัญญาสู่สากล” ระหว่างวันที่ 22 – 26 มกราคม 2569พร้อมเปิด Work shop ให้ได้เรียนรู้ลงมือทำจริงภายในงาน

วันนี้ (23 มกราคม 2569) เวลา 16.00 น. นายคุณากร คชหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานเปิดงาน “แพร่พรรณผ้า สีสันภูมิปัญญาสู่สากล” โดยมี นายวีรกานต์ บุญตัน พัฒนาการจังหวัดแพร่ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีเปิดอย่างพร้อมเพรียง ณ ลานกิจกรรม เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่

รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ผ้าพื้นเมืองแพร่ โดยเฉพาะผ้าหม้อห้อม เป็นอัตลักษณ์ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว สะท้อนถึงภูมิปัญญาและวิถีชีวิตที่ชาวแพร่ภาคภูมิใจ และตั้งใจพัฒนาคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่อง การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่คุณค่าและเสน่ห์ของผ้าแพร่ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง อีกทั้งการเลือกซื้อผ้าแพร่และสินค้า OTOP ไม่ใช่แค่การได้สินค้า แต่คือการได้สนับสนุนชุมชน ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานภูมิปัญญา และได้ครอบครองงานที่มีคุณค่าในระยะยาว

ด้าน พัฒนาการจังหวัดแพร่ กล่าวเพิ่มเติมว่า งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการยกระดับผ้าทอแพร่ครบวงจรสู่ระดับสากล ที่มุ่งเน้นการพัฒนาผ้าแพร่อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การอนุรักษ์ภูมิปัญญาดั้งเดิม การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการสร้างโอกาสทางการตลาด การนำผู้ประกอบการมาพบผู้บริโภคโดยตรง ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และการรับรู้ในวงกว้าง

โดยภายในงานได้รวบรวมผลิตภัณฑ์ผ้าและสินค้า OTOP จังหวัดแพร่ จากผู้ประกอบการในชุมชนกว่า 50 ร้านค้า ครอบคลุมทั้งผ้าหม้อห้อม ผ้าทอพื้นเมือง แฟชั่นผ้าไทยร่วมสมัย เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก สุราชุมชน และอาหารท้องถิ่น พร้อมกิจกรรมสร้างสีสันตลอดการจัดงาน อาทิ แฟชั่นโชว์ผ้าแพร่ร่วมสมัย กิจกรรม Workshop การแสดงศิลปวัฒนธรรม และมินิคอนเสิร์ท

ทั้งนี้ การจัดงาน “แพร่พรรณผ้า สีสันภูมิปัญญาสู่สากล” มีกำหนดจัดขึ้น 5 ครั้ง ทั่วประเทศ โดยครั้งต่อไป จะเป็นการจัดครั้งที่ 2  ณศูนย์การค้าเซ็นทรัล ชลบุรี ระหว่างวันที่ 5 – 9 กุมภาพันธ์ 2569

เชียงใหม่ ทกจ.เชียงใหม่ชวนเที่ยวงาน Chiang Mai International Airshow Festival 2026 งานใหญ่ที่สุดด้านการบินของภาคเหนือ เปิดให้เข้าฟรี(คลิป)

ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ชวนเที่ยวงาน Chiang Mai International Airshow Festival 2026 งานใหญ่ที่สุดด้านการบินของภาคเหนือ เปิดให้เข้าฟรี

นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า วันที่ 23 – 25 ม.ค.69 Chiang Mai International Airshow Festival 2026 ที่สนามบินแอร์สปอร์ตของที่จังหวัดเชียงใหม่ เราเตรียมการไว้พร้อม ทั้งเรื่องของการจราจร ความสะดวกในเรื่องของการบินทางอากาศยาน แล้วก็เรื่องของสินค้าอาหารต่างๆที่เตรียมความพร้อมไว้ วันนี้จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับสมาคมการบินภาคเหนือ จัดงานเชียงใหม่ อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์โชว์ 2026 มีความพร้อมและก็รอต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านที่สนใจ การท่องเที่ยวในเชิงกีฬาทางอากาศยาน

ก็เท่าที่ได้ยินกระแสมา ก็น่าจะมี ทั้งกลุ่มที่เป็นเด็กกลุ่มครอบครัว นักท่องเที่ยวทั่วไป และที่สำคัญปีนี้เรามีอากาศยานที่เป็นรุ่นเก่าด้วย รุ่นเก่ามาโชว์เลยแล้วก็คนขับก็เป็นนักบินเอฟ16 ก็มาโชว์ด้วย แล้วก็มีคุณหมอที่ทำเรื่องเกี่ยวกับการขนถ่ายอวัยวะช่วยเหลือผู้คนที่จะมาร่วมด้วย ก็น่าจะเป็นสิ่งที่สร้างกระแสให้ทุกเพศทุกวัย และน้องๆเยาวชน อยากเชิญชวนจริงๆเพราะงานนี้เข้าฟรีด้วย และก็จะได้ความรู้มากมาย เด็กๆน่าจะชอบกัน มีบางลำที่สามารถขึ้นมาถ่ายรูปร่วมได้ครับ

ด้านนายดำรงค์ องอาจ นายกสมาคมการบินภาคเหนือ เปิดเผยว่า สำหรับงานมหกรรม Chiang Mai International Airshow Festival 2026 ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่สุดด้านการบินของภาคเหนือ เปิดให้เข้าฟรี ชมฟรีตลอดทั้งงาน วันที่ 23 – 25 ม.ค.69 ที่สนามบินเล็กเชียงใหม่แอร์สปอร์ต ต.บวกค้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ภายในงานพบกับการแสดงบินผาดแผลงสุดตื่นตา การแสดงกีฬาการบิน บอลลูน และการจัดแสดงอากาศยานมากกว่า 30 ลำ จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมนิทรรศการด้านการบิน เทคโนโลยี และประวัติศาสตร์การบินของภาคเหนือ งานนี้จัดโดย สมาคมการบินภาคเหนือ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอากาศยาน (Aviation Tourism) ผลักดันเชียงใหม่สู่ศูนย์กลางการบินทั่วไป (General Aviation) และต่อยอดสู่ระดับชาติ–นานาชาติในอนาคต

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอีกมากมาย เช่นการแสดงเครื่องบินเล็ก เครื่องบินส่วนบุคคล กลุ่มร่มบินภาคเหนือ เครื่องบินเจ็ทบังคับบูธสถาบันการศึกษา สายการบิน และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง สินค้าชุมชน OTOP และงานแสดงสินค้า เวทีสัมมนาด้านอุตสาหกรรมการบินในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง งานเดียวครบ ทั้งความรู้ ความตื่นเต้น และแรงบันดาลใจสำหรับเยาวชนและผู้รักการบิน

เชียงใหม่ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรจัดงาน อ.ต.ก.แฟร์ 4 ภาค @ภาคเหนือ ภายใต้แนวคิด “สินค้าเกษตรทั่วไทย สู่หัวใจล้านนา” คลิป)

องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรจัดงาน “อ.ต.ก.แฟร์ 4 ภาค @ภาคเหนือ” ภายใต้แนวคิด “สินค้าเกษตรทั่วไทย สู่หัวใจล้านนา” ส่งเสริมสินค้าจากเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการจากทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 21-25 มค.69 ณ มีโชคพลาซ่า เชียงใหม่ 

วันนี้ (21 มกราคม 2569) เวลา 16.00 น. ณ มีโชคพลาซ่า อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายปณิธาน มีไชยโย ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “อ.ต.ก.แฟร์ 4 ภาค @ภาคเหนือ” ภายใต้แนวคิด “สินค้าเกษตรทั่วไทย สู่หัวใจล้านนา” ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 25 มกราคม 2569 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจำหน่ายสินค้าเกษตรคุณภาพจากเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการจากทั่วประเทศ ให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง โดยมี นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นเกียรติในงาน พร้อมทั้งหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนผู้สนใจ และสื่อมวลชน เข้าร่วมในพิธีเปิดงานด้วย

นายปณิธาน มีไชยโย ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มุ่งพัฒนาเกษตรกรรมไทยอย่างครบวงจร โดยใช้กลไกตลาดเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เสริมสร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความมั่นคงและยั่งยืน ภายในงานมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเกษตรกรทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ควบคู่กับกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและการเชื่อมโยงเครือข่ายทางการค้า เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคในสินค้าเกษตรไทย อาทิ สินค้าจากเครือข่าย Young Smart Farmer จังหวัดเชียงใหม่ วิสาหกิจชุมชนเอิรธ์เฮ้าส์ (สยาม ไวน์) จังหวัดกาญจนบุรี และวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปละมุด จังหวัดสุโขทัย

สำหรับประชาชนผู้สนใจ สามารถเลือกซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพและร่วมอุดหนุนเกษตรกรได้โดยตรง พร้อมร่วมกิจกรรมลุ้นรับของรางวัล มูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท และยังมีกิจกรรมการแสดงดนตรีตลอดระยะเวลาการจัดงานด้วย

เชียงใหม่ สวพส.พลิกเขาหัวโล้น อ.แม่จริม จ.น่าน เป็นต้นแบบของการแก้ไขปัญหาวิถีชีวิตของเกษตกร ให้มีคุณภาพที่ดี(คลิป)

สวพส.พลิกเขาหัวโล้น อ.แม่จริม จ.น่าน เป็นต้นแบบของการแก้ไขปัญหาวิถีชีวิตของเกษตกร ให้มีคุณภาพที่ดี เศรษฐกิจทีดีและการกลับคืนของบุตรหลานเพิ่มมากขึ้น ต่อยอดการเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ควบคู่ของการทำการเกษตร สู่ยุค AI

นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส.พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ซึ่งจากการเข้ามาแก้ไขปัญหาของ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ตั้งแต่ปี 2552 แล้วเริ่มดำเนินการ จัดตั้งศูนย์โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่จริม แต่เดิมเป็นพื้นที่การเกษตรเชิงเดียว ของการปลูกข้าวโพดแต่เพียงอย่างเดียว จนทำให้เป็นเขาหัวโล้นจากการขยายพื้นที่เพาะปลูก พื้นที่ป่าต้นน้ำก็หายไป กระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ โดยเฉพาะปัญหาการใช้สารเคมี ปัญหาหมอกควันฝุ่นPM 2.5 จากการเผา มีรายได้น้อย มีหนี้สินสะสม ส่งผลให้บุตร ลูกหลานต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่

หลังจากการเข้ามาแก้ไขปัญหาต่อเนื่อง ใช้การเกษตรแบบอินทรีย์ ลดพื้นที่การเพาะปลูก แต่ได้ผลผลิตและมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปลูกแต่ข้าวโพดในอดีต เพิ่มพื้นที่ป่าโดยปลูกพื้นยืนต้นควบคู่เพื่อให้เป็นป่าต้นน้ำกลับคืนมา ระยะเวลา 17 ปีของการพลิกฟื้นที่เขาหัวโล้นเริ่มเห็นผลความสำเร็จ เปลี่ยนวิถีเกษตรแบบเดิมสู่เกษตรรุ่นใหม่แบบผสมผสาน จนทำให้ขณะนี้ในพื้นที่มีเกษตรกรรุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่ที่เคยออกไปทำงานอกพื้นที่ เริ่มกลับคืนมาในพื้นที่เพิ่มขึ้น ไปดูจุดต้นแบบ บ้านหนองแดง ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแดงเข้าศึกษาดูงาน และเข้าร่วมหลักสูตร “นักพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน” ของ สวพส. ก่อนนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ จนเกิดแปลงรวมปลูกผักในโรงเรือน สร้างรายได้ให้เกษตรกร และปรับระบบการเกษตรให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผู้อำนวยการ สวพส. ยังกล่าวอีกว่า เมื่อฐานทรัพยากรดีขึ้น ชุมชนก็สามารถปรับเปลี่ยนอาชีพได้อย่างมั่นคง เกษตรกรหันมาทำเกษตรผสมผสานและพืชมูลค่าสูง ลดความเสี่ยง เพิ่มรายได้ และอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุล ปัจจุบัน เกษตรกรในพื้นที่ 198 ครัวเรือน ปรับเปลี่ยนสู่เกษตรผสมผสานและพืชมูลค่าสูง เกิดเกษตรกรต้นแบบ 31 ราย มีโรงเรือนปลูกผักกว่า 200 โรงเรือน สามารถผลิตผักใบได้เฉลี่ยเดือนละ 32 ตัน ส่งจำหน่ายห้างค้าปลีกชั้นนำทั่วประเทศ ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนเพิ่มจาก 83,000 บาท เป็นกว่า 180,000 บาทต่อปี ที่สำคัญ ความสำเร็จของแม่จริมไม่ได้หยุดอยู่เพียงในพื้นที่ แต่ยังถูกขยายองค์ความรู้ไปยังชุมชนอื่นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการถ่ายทอดแนวคิดและกระบวนการพัฒนาพื้นที่สูง โดยเฉพาะการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงจนทำให้เป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหาแบบองค์รวม พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้พัฒนาไปด้วยกันโดยเฉพาะยุคการเข้าสู่AI จะเห็นได้ว่ามีคนรุ่นใหม่เริ่มกลับคืนถิ่น หันมาเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ เพิ่มมากขึ้นในพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองแดง แห่งนี้

เชียงใหม่ เขต 4 เดือด! “โสภณ โกชุม” พรรคกล้าธรรม หมายเลข 8 อดีตนายกตำบลสันนาเม็ง จ.เชียงใหม่ เดินหน้าลุยหาเสียงพื้นที่สันทรายอย่างต่อเนื่อง(คลิป)

เชียงใหม่เขต 4 เดือด! “โสภณ โกชุม” พรรคกล้าธรรม หมายเลข 8 อดีตนายกตำบลสันนาเม็ง จ.เชียงใหม่ เดินหน้าลุยหาเสียงพื้นที่สันทรายอย่างต่อเนื่อง

บรรยากาศการเมืองในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ เขต 4 เริ่มทวีความเข้มข้น หลังจาก นายโสภณ โกชุม สมาชิกพรรคกล้าธรรม ผู้สมัคร สส.หมายเลข 8 อดีตนายกเทศมนตรีตำบลสันนาเม็ง อำเภอสันทราย จ.เชียงใหม่ อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินหน้าลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง สร้างกระแสความคึกคักในหลายชุมชน


โดยนายโสภณได้ใช้เวลาลงพื้นที่ในเขต อำเภอสันทราย จ.เชียงใหม่ พบปะผู้นำชุมชน กลุ่มอาชีพ และประชาชนอย่างใกล้ชิด รับฟังปัญหาปากท้อง ทั้งเรื่องค่าครองชีพ การเกษตร โครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ พร้อมนำประสบการณ์จากการบริหารงานท้องถิ่นมาสื่อสารถึงแนวทางการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม

ชาวบ้านในหลายหมู่บ้านสะท้อนว่า นายโสภณ เป็นบุคคลที่คุ้นเคยพื้นที่ รู้ปัญหาจริง และเข้าถึงประชาชนได้ง่าย จากบทบาทอดีตนายกตำบลสันนาเม็งที่ทำงานเชิงรุกมาโดยตลอด ทำให้การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น

แหล่งข่าวทางการเมืองในพื้นที่ประเมินว่า การเคลื่อนไหวของนายโสภณ ในนามพรรคกล้าธรรม อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การแข่งขันในเชียงใหม่ เขต 4 ดุเดือดขึ้น โดยเฉพาะในอำเภอสันทรายซึ่งถือเป็นฐานคะแนนหลัก

ทั้งนี้ นายโสภณย้ำว่า การลงพื้นที่ไม่ใช่เพียงเรื่องการเมือง แต่เป็นการกลับมารับฟังเสียงประชาชน เพื่อนำไปผลักดันการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน หากได้รับโอกาสจากประชาชนในอนาคต

เชียงใหม่ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ผู้ประกอบการ SME ภาคเหนือและ ผู้ประกอบการจาก สปป.ลาว จัดโครงการจับคู่ธุรกิจและเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 1 เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ-สปป.ลาว(คลิป)

สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้ประกอบการ SME ภาคเหนือ ผู้ประกอบการจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จัดโครงการจับคู่ธุรกิจและเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 1 เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ-สปป.ลาว ระหว่างวันที่ 14-16 มค.69

วันนี้(15 มค.69) ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติคุ้มคำ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่่ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้ประกอบการ SME ภาคเหนือ ผู้ประกอบการจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จัดโครงการจับคู่ธุรกิจแะเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือบนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ-สปป.ลาว ระหว่างวันที่ 14-16 มค.69 เป็นการนำสินค้าไทยสู่สากล : การจับคู่ธุรกิจและสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือ บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ – สปป.ลาว” โดยท่านศิวะภรณ์ ปิยะพรพันธ์ ผู้อำนวยการ TCEB ภาคเหนือ ท่านพุดทะสอน พรมวิไซ รองเลขาธิการ สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว Lao National Chamber of Commerce and Industry ท่านเวียงไซ อินทะวงศ์ ท่านรองประธานหอการค้าเวียงจันทน์ สปป.ลาว และรองประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย คุณอาคม ศุภางค์เผ่า เข้าร่วม

โครงการนำสินค้าไทยสู่สากล เป็นโครงการความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่าง สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว และ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กลุ่มภาคเหนือตอนบน โดยมีเป้าหมายหลักในการผลักดันผู้ประกอบการ SME ไทยให้สามารถขยายตลาดสู่ต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่าย ธุรกิจ การจับคู่ทางการค้า และการสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) โครงการมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาด สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และมีความเชื่อมโยงด้านการค้า การลงทุน และโลจิสติกส์กับประเทศไทยอย่างใกล้ชิด

ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ ครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทยสปป. ลาว สปป.ลาว เป็นคู่ค้าลำดับที่ 7 ของไทยในอาเซียน และอันดับ 18 ในโลก ในช่วง 10 เดือนของปี 2568 (มกราคม-ตุลาคม) มีมูลค่ารวม 8,183.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวขึ้น 18.65% ไทยส่งออกสินค้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป อัญมณีและเครื่องประดับ เคมีภัณฑ์ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำตาลทราย ขณะที่นำเข้าสินค้าจาก สปป.ลาว ได้แก่ พลังงานไฟฟ้า ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ

สำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการหลักของการจัดงานในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นเรื่องของการสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกันแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ไทยได้เข้าถึงตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดลาว เวียดนาม และจีน ผ่านการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ซื้อและพันธมิตรทางธุรกิจจากต่างประเทศ สิ่งที่ตามมาคือการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างภาคเอกชนไทย–ลาว–เวียดนาม โดยเฉพาะเวทีวันนี้จะเป็นเวทีถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางความสำเร็จในการนำสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ในอนาคต และวันนี้มีคณะผู้แทนการค้าจากสปป.ลาวทั้งสิ้น 34 ท่าน และ ในฝั่งประเทศไทยมีผู้ประกอบการสนใจร่วมจับคู่ธุรกิจ จำนวน 35 กิจการ ที่ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าแปรรูป สินค้าไลฟ์สไตล์ และสินค้า OTOP

การจัดงานในวันนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรได้แก่ ผู้แทน BIG C ลาว คุณพันรัตน์ จันเกียรติชัยสุข , ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการค้าเวียดนาม คุณนพดล ไพรวัลย์ , วิทยากรจากบริษัท เทิดวลัย อินเตอร์เทรด คุณวลัยลักษณ์ พงษ์จินดา คุณกิตติ์ พีพัชญานน จาก Moon Business Solution และคุณกฤตานน เผ่าดี จากดูดี อินดีด
คอร์ปอเรชั่น

เชียงใหม่ “เต้ ธนากร” เบอร์ 4 พรรคกล้าธรรม เขต 3 เชียงใหม่ ขึ้นเวทีปราศัยใหญ่ที่ ดอยสะเก็ดพลาซ่า ชูทางเลือกใหม่ “กล้าเปลี่ยน” เพื่อคนเชียงใหม่(คลิป)

“เต้ ธนากร” เบอร์ 4 พรรคกล้าธรรม เชต 3 เชียงใหม่ ขึ้นเวทีปราศัยใหญ่ที่ ดอยสะเก็ดพลาซ่า ชูทางเลือกใหม่ “กล้าเปลี่ยน” เพื่อคนเชียงใหม่


เย็นวันนี้(14 มค.69) ที่ดอยสะเก็ดพลาซ่า อำเภอดอยสะเก็ดจังหวัดเชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต 3 (ดอยสะเก็ด, สันกำแพง, แม่ออน) ทวีความคึกคักเป็นอย่างมาก เมื่อนายธนากร สุภาษา หรือ “เต้” ผู้สมัครหมายเลข 4 จากพรรคกล้าธรรม เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ พร้อมทีมงานพรรคกล้าธรรม นำโดย พล.ต.อ.วีรชน บุญทวี อดีตผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (นายตำรวจประสานงานสำนักงานนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย) ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 23 พร้อมด้วย นายปรีชา วรกุล ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 63 และ พ.ต.อ.ธงชัย กรรณิกา อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรดอยสะเก็ด ที่มาร่วมในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ท่ามกลางพี่น้องประชาชนที่เดินทางมารับฟังนโยบายอย่างคับคั่ง

การลงพื้นที่ครั้งนี้นอกจากจะเป็นการแนะนำตัวนายธนากร สุภาษา ลูกหลานชาวสันกำแพงโดยกำเนิด ดีกรีดอกเตอร์ด้านบริหารอุตสาหกรรมแล้ว ทีมงานพรรคกล้าธรรมยังได้ร่วมกันย้ำถึงอุดมการณ์ “ทำมากกว่าพูด” ภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยมีนโยบายหลักที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาปากท้องและสิทธิทำกิน โดยเฉพาะการเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนด การแก้หนี้ครัวเรือน และการยกระดับทักษะแรงงานสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งการได้ พ.ต.อ.ธงชัย กรรณิกา อดีตผู้กำกับฯ ในพื้นที่ดอยสะเก็ด มาร่วมเป็นกำลังสำคัญในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในด้านความเข้าใจปัญหาและความต้องการของคนในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง


นายธนากร สุภาษา กล่าวว่าตนเองเติบโตมาจากชุมชนตำบลสันต้นเปา เข้าใจปัญหาจากชีวิตจริงเพราะทำงานร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนมานานกว่า 10 ปี การอาสาเข้ามาในครั้งนี้เพื่อหวังพัฒนาทั้งด้านอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิต รวมถึงการผลักดันให้คนฐานรากมีเสียงในสภาฯ อย่างแท้จริง พร้อมกันนี้ได้เชิญชวนพี่น้องประชาชนเขต 3 ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยลงคะแนนให้ นายธนากร สุภาษา หมายเลข 4 และพรรคกล้าธรรม หมายเลข 42 เพื่อพิสูจน์ความมุ่งมั่นภายใต้สโลแกน “ผมกล้าทำ แล้วคุณกล้าเปลี่ยนหรือยัง” ซึ่งได้รับเสียงตอบรับและกำลังใจจากชาวดอยสะเก็ดอย่างล้นหลามตลอดการปราศรัย

 

ในด้านคุณวุฒิทางการศึกษา นายธนากร สุภาษา ถือเป็นผู้สมัครที่มีความเชี่ยวชาญสูง โดยจบการศึกษาปริญญาตรีด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยพายัพ ปริญญาโทบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และปริญญาเอกด้านบริหารอุตสาหกรรม จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จึงมีความพร้อมที่จะนำความรู้ความสามารถมาปรับใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น

นายธนากร สุภาษา หรือ “เต้” ผู้สมัครหมายเลข 4 กล่าวอีกว่า ขอเชิญชวนชาวเชียงใหม่ ไปร่วมรับฟังปราศรัยใหญ่ ของพรรคกล้าธรรม ที่สนามกีฬา 700 ปี ในวันที่ 25 มกราคมที่จะถึงนี้