เชียงใหม่ ตื่นตระหนกทั้งหมู่บ้านลำน้ำแม่สา เป็นสีเทาดำ พบต้นเหตุที่ดินดงกล้วยต้นน้ำถล่มลงน้ำ (คลิป)

ชาวบ้านพากันตื่นตระหนกทั้งหมู่บ้านลำน้ำแม่สา เป็นสีเทาดำ พบต้นเหตุที่ดินดงกล้วยต้นน้ำถล่มลงน้ำ

แตกตื่นกันแต่เช้า หมู่บ้านบนดอยแม่สา ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เมื่อลำธารแม่สา จากสายน้ำที่ใสงดงาม แต่เมื่อฝนตกหนักน้ำหลากเปลี่ยนเป็นน้ำป่าสีแดง มาหลายวัน แต่จู่ๆเมื่อเช้าวันที่ 12 ต.ค.น้ำทั้งสายเปลี่ยนเป็นสีเทาดำ สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านหลายหมู่บ้านที่ต้องใช้น้ำโดยเฉพาะปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่ใช้ต้องดื่มกินน้ำจำนวนมากในลำธารแม่สา ทางปางช้างต้องห้ามไม่ให้ช้างดื่มน้ำและให้อยู่ห่างเพราะไม่ทราบว่าในน้ำจะมีสารพิษใดๆเจือปนมา ชาวบ้านได้แจ้งให้หน่วยงานภาครัฐในพื้่นที่ให้มาดูแต่ยังไม่มีใครให้คำตอบได้จนสร้างความตื่นตระหนก เพราะน้ำในลำธารหลายชั่วโมงก็ยังคงเป็นสีออกเทาดำอยู่

ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบนางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่เพราะลำธารน้ำไหลผ่านปางช้างแม่สา ซึ่งมีช้างจำนวนถึง 68 เชือกต้องกินต้องใช้น้ำแห่งนี้ นางอัญชลี ได้เผยว่าตั้งแต่ตนอยู่มาร่วม 40 ปีแล้ว ไม่เคยเห็นปรากฎการณ์น้ำเป็นสีเทาดำอย่างนี้มาก่อน เพราะอย่างมากก็เห็นเพียงน้ำป่าที่หลากลงมาเป็นสีแดงขุ่นเท่านั้นสองสามวันก็หายไป แต่น้ำทั้งสายเป็นสีเทาดำไม่เคยเห็นจึงรีบสั่งห้ามควาญช้างห้ามนำช้างเข้าไปกินน้ำหรืออยู่ใกล้น้ำอย่างเด็ดขาด จนกว่าจะทราบสาเหตุที่แท้จริง

ผู้สื่อข่าวได้ถามไปยังชาวบ้านในหมู่บ้านก็บอกว่าไม่เคยเห็นน้ำเป็นสีเทาดำอย่างนี้มาก่อน แต่คงไม่ใช่น้ำป่าอย่างแน่นอน ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ไปติดตามที่ เทศบาลตำบลแม่แรม อ.แม่ริม ที่รับผิดชอบพื้นที่ แต่กลับไม่มีคำตอบใดๆเพียงแต่เจ้าหน้าที่ได้ไปสอบถามทางประปาหมู่บ้านเท่านั้นแต่ก็ยังไม่ได้ไปตรวจน้ำแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามทางชาวบ้านที่อยู่ต้นน้ำแม่สาบนดอยสูงได้ส่งภาพทางไลน์ลงมาให้ด้านล่างดูว่าสาเหตุทำให้ลำน้ำแม่สา เป็นสีดำ น่าจะเกิดจากดินในสวนกล้วยขนาดใหญ่ถูกน้ำเซาะหน้าดินพังลงน้ำ

ในเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายกริชสยาม คงสตรี ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ ได้เผยว่าทันทีที่ทราบข่าวตนได้ให้ทางหัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ ปุย ไปติดตามสาเหตุที่เกิดน้ำสีเทาดำ ก็ได้ทราบข้อเท็จจริงว่าเกิดจากดินสวนกล้วยขนาดใหญ่บนดอยสูงที่เป็นต้นน้ำเป็นดินดำมีอินทรีย์วัตถุจำนวนมากสไลด์ลงมาในน้ำเป็นดินดีไม่มีอันตรายใดๆและอีกวันสองวันก็คงหายไปแล้ว

เชียงใหม่ “ปางช้างแม่สา” ยังไร้เงินซ่อมแซม “อัญชลี” ขอสื่อช่วยประกาศหา ผู้จัดการร่วมมรดก ทนายอ้างติดต่อไม่ได้ 9 วัน พร้อมขอรับบริจาคยางรถยนต์เก่าจำนวนมาก เพื่อจะนำไปใช้เป็นแนวป้องกันดินสไลด์ (คลิป)

ปางช้างแม่สา ยังไร้เงินซ่อมแซม อัญชลี ขอสื่อช่วยประกาศหา ผู้จัดการร่วมมรดก ทนายอ้างติดต่อไม่ได้ 9 วัน ขณะเดียวกันนางอัญชลี ยังฝากสื่อช่วยประกาศอีกว่า ทางปางช้างแม่สา ขอรับบริจาคยางรถยนต์เก่าจำนวนมาก เพื่อจะนำไปใช้เป็นแนวป้องกันดินสไลด์ ท่านใดประสงค์จะบริจาคมอบยางรถยนต์เก่า ให้กับปางช้างแม่สาเพื่อช่วยเหลือปางช้าง สามารถให้ปางช้างแม่สาไปรับเอง หรือขนมามอบที่ปางช้างแม่สา อำเภอแม่ริม หรือติดต่อไปที่คุณรัตนา ศรีหมอกเพื่อบริจาคยางรถยนต์?เก่าที่เบอร์โทรศัพท์ 081 – 882-3738, 089-838-4242 ได้ทุกวันเวลา

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2565 นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ถึงความคืบหน้ากรณีดินสไลด์ตรงริมน้ำบริเวณใกล้ๆ กับสะพานที่เป็นสะพานแห่งเดียวที่เรายังเหลืออยู่ ในขณะนี้ซึ่งเราใช้ขนถ่ายหญ้า เพื่อนำไปเลี้ยงช้าง แต่ว่ารถยังข้ามไม่ได้นั้น ในตอนนี้ทำเสร็จแล้ว ที่ทำเสร็จแล้วนี่คือหมายความว่าตรงจุดนี้ เราก็แก้ไขปัญหาไปได้พอสมควร ก็คือได้นำวัสดุมาสร้างแนวกันดิน ไม่ให้มีการสไลด์หรือว่าการพังทลายของดินที่อยู่ริมน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งตรงจุดนี้เราก็ทำไปได้พอประมาณแล้ว เราก็จะต้องย้ายไปทำอีกฝั่งนึงของปางช้างแม่สา ก็คือด้านในฝั่งของบริเวณปางช้างแม่สา ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนเช่นกัน เพราะว่ามีดินสไลด์ถล่มลงมา แล้วก็มันเกี่ยวกับเรื่องของทางเดินของช้าง และเกี่ยวข้องกับสถานที่ช้างจะต้องอยู่ ตอนนี้ก็จะต้องทำเร่งด่วนและเรื่องของควาญก็คือเราต้องช่วยกัน พนักงานเราก็มีจำนวนน้อย

หลังจากที่ทำตรงนี้เสร็จแล้ว ผู้จัดการก็จะขอให้พนักงานได้มีเวลาพักผ่อนสัก 2 – 3 วัน เพื่อที่จะย้ายไปดูจุดอื่น ซึ่งจุดที่ตอนนี้เราพบแล้วก็เราคิดว่าตรงนี้ก็เสี่ยงกับอันตราย ก็คือจุดที่อยู่หน้าบริเวณด้านหน้าปางช้าง บริเวณร้านกาแฟและก็ร้านขายของที่ระลึก ส่วนชั้นล่างเนี่ยจะเป็นส่วนของห้องน้ำกับห้องเก็บของ น้ำก็ได้กัดเซาะเข้าไปแล้วก็ทำให้อาคารได้รับความเสียหาย เสี่ยงต่อการที่อาจจะทำให้อาคารไม่มีความมั่นคงแข็งแรงอีกต่อไป จุดนี้ก็เป็นจุดสำคัญที่จะต้องถูกแก้ไขโดยเร่งด่วนต่อเนื่องกันต่อไป

ส่วนในเรื่องของการสร้างสะพานข้ามน้ำแม่สา ของนักท่องเที่ยวตรงนี้เราได้คุยกับบริษัทรับเหมา ที่จะมาสร้างสะพานใหม่แล้ว ซึ่งจะต้องมีการคำนวณเรื่องของวัสดุและค่าใช้จ่าย ซึ่งตอนนี้บริษัทปางช้าแม่สา กำลังรอการยื่นเสนอแบบ แล้วก็ราคาของสะพานที่จะทำขึ้นมาใหม่ เพื่อที่จะรองรับนักท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นตอนนี้เราก็ยังไม่ได้เริ่มงาน เพราะฉะนั้นเราก็ยังกะเกณฑ์ไม่ได้ว่าค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในปางช้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสะพานหรือว่าโครงสร้างต่างๆ ที่เราจะต้องจะต้องแก้ไข แล้วก็จะต้องสร้างขึ้นมาใหม่ จะต้องใช้เงินจำนวนเท่าไหร่


แต่อย่างไรก็ตามเราก็จะพยายามในทุกๆวัน ที่จะติดตามเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ เพราะว่ามันมีผลกระทบเกี่ยวกับเรื่องของการท่องเที่ยว เพราะตอนนี้นักเที่ยวก็เริ่มเข้ามาที่จังหวัดเชียงใหม่ เราก็ได้รับการติดต่อเข้ามาว่าอยากจะเข้ามาชมช้างที่ปางช้างแม่สาทุกวันเลย จะต้องมีข้อความเข้ามาที่เพจปางช้างแม่สา แล้วก็จะถามว่าเปิดหรือยังแล้วก็จะเปิดเมื่อไหร่ ตอนนี้ก็เรียนให้ทราบว่าปัญหามีอยู่ 2 ข้อ ข้อที่ 1 ก็คือเรื่องของการเตรียมงาน ว่างานที่ทำนั้นน่ะเราจะทำอะไร ข้อที่ 2 ก็คือเรื่องของค่าใช้จ่ายเมื่อเราจะต้องมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่แล้วเรามีเงินพอที่จะนำมาใช้จ่ายหรือไม่อย่างไร

นางอัญชลี กล่าวต่อไปว่า สำหรับเงินที่จะนำมาเป็นเงินทุน ในการที่เราจะมาสร้างปางช้างแม่สา ในส่วนที่เสียหายเราก็จะไม่สร้างภาระให้กับหน่วยงานใดทั้งสิ้นเรามีมรดกของนายชูชาติ กัลพิจิตร ผู้บิดาซึ่งเป็นผู้ที่ก่อตั้งปางช้างแม่สา มาตั้งแต่ 2519 ซึ่งตอนนี้คดีได้สิ้นสุดลงแล้ว แล้วก็มีคำสั่งให้มีผู้จัดการมรดก 2 คนก็คือนางอัญชลี กัลมาพิจิตร และนางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร และให้จัดการทรัพย์สินตามพินัยกรรม ตอนนี้อย่างที่เรียนให้ทราบว่าจะมีอยู่ 1 บัญชี ซึ่งนายชูชาติ กัลมาพิจิตร ได้เขียนไว้ในพินัยกรรมให้ บริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด เป็นผู้รับมรดกหรือว่ารับเงินจากบัญชีนี้เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายของปางช้างแม่สา เป็นเงินทุนหมุนเวียนสามารถนำมาใช้ได้เลย ซึ่งตอนนี้เราเช็คแล้วมีเงินอยู่ประมาณ 15 ล้านบาท ซึ่งวันก่อนทนายของนางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตรก็ได้พูดว่าเขาคิดว่าเงินของ บริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด มีส่วนอยู่ในนั้นน่ะ 8 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเขาจะกันไว้เพราะว่าเขายังมีคดีความที่ขอแบ่งสินสมรสอยู่ ซึ่งตรงนี้ในเมื่อเราประสบอุทกภัย มีภัยพิบัติตามธรรมชาติและต้องใช้เงินเยอะขนาดนี้มันก็เป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าซึ่งทำให้เราได้ติดต่อเขาไปแล้วว่าเราจะขอรับเงินจำนวน 8 ล้านบาท

นี่ก่อนส่วนในเรื่องที่เขาอ้างว่ายังติดในเรื่องคดีของการแบ่งสินสมรสอยู่ก็ไม่เป็นไร ตรงนั้นก็ให้ดำเนินการต่อไปตามกระบวนการยุติธรรมอะไรก็ว่ากันไป ทีนี้วันนี้ตนเองจะให้ทางทนายได้คุยกันในเรื่องของการที่ผู้จัดการมรดก 2 คน จะสามารถไปเบิกเงินจำนวนนี้ออกมาใช้ก่อนได้ไหมแล้วก็จะไปกันได้ในวันที่เท่าไหร่ แต่จริงๆแล้วทางนาวฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตรได้มีเอกสารมานัดไปเบิกเงินที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัดสาขาแม่ริม ในวันที่ 18 ตุลาคมที่จะถึงนี้เขาได้มีหนังสือนัดมาอยู่แล้ว คือเขาต้องการที่จะให้เราเบิกเงินเป็นค่าใช้จ่ายให้กับทางนางฐิติรัตน์ จำนวน 60,000 บาท แต่ตอนนี้เรามีเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เราจะต้องใช้เงินจำนวนมากในการที่จะต้องฟื้นฟู “ปางช้างแม่สา” แล้วก็ขอเจรจาเขาว่าเราขอเบิกเงินจำนวน 8 ล้านบาท ส่วนเรื่องของเงิน 600,000 ทาง บริษัทปางช้างแม่สาไม่ติดใจอะไร ว่าเราจะต้องสอบถามไปในวันนี้อีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าเราต้องมีความจำเป็นที่เราจะต้องใช้เงินกันทุกวัน เพื่อมาสร้างปางช้างแม่สา ขึ้นมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เพื่อรองรับท่องเที่ยวใหม่ แล้วก็สามารถที่จะเปิดให้ได้ไวที่สุด เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาที่จังหวัดเชียงใหม่

ในเรื่องนี้ถ้ามีความคืบหน้าในด้านการเบิกเงินจากกองมรดกไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเบิกเพื่อมาใช้จ่ายในบริษัทบางครั้งแม่สา หรือว่าเบิกเป็นค่าใช้จ่ายของผู้จัดการมรดกอีกท่านหนึ่ง ก็จะนำมาเรียนให้กับทุกคนได้ทราบต่อไป แต่ว่าตอนนี้ที่แน่ๆ ก็คือวันที่ 18 ต.ค.นี้ ได้มีการนัดหมายเพื่อที่จะไปที่ธนาคารกรุงเทพฯ ในช่วงบ่ายอยู่แล้ว ส่วนวันที่ 19 ต.ค. ก็มีการนัดหมายที่ จะเข้าไปตรวจดูทรัพย์สินในบ้านล้านช้าง ของคุณพ่อชูชาติ กัลมาพิจิตรในช่วงเช้าและในช่วงบ่ายก็จะมีการนัดหมายที่สำนักงานที่ดินสาขาแม่ริม เพื่อที่จะโอนที่ดินในเขตอำเภอแม่ริม ให้กับบริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด ซึ่งในครั้งนี้เราก็พร้อมที่จะรับโฉนดแล้วก็รับที่ดินมาเพื่อที่นำเข้าสู่บริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด ต่อไป

นางอัญชลีเผยต่อว่า ซึ่งตอนเที่ยงที่ผ่านมา ทางด้านทนายวรพงษ์ได้ติดต่อไปยังทนายของนางฐิติรัตน์ กัลมามาพิจิตร ผู้จัดการมรดกร่วมอีกคนนึง เนื่องจากเราต้องการเบิกเงินจากบัญชีที่คุณพ่อชูชาติ กัลมาพิจิตร ที่ได้มอบให้ กับบริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด ตามพินัยกรรม ซึ่งทางเราจะขอเบิกเงินจำนวน 8 ล้านบาท ออกมาเป็นค่าใช้จ่ายซึ่งทนายของนางฐิติรัตน์ ได้อ้างว่าติดต่อนางฐิติรัตน์ ไม่ได้ติดต่อไม่ได้เลย ทนายของนางอัญชลี ก็ถามว่าติดต่อไม่ได้ตั้งแต่วันโน้นเลยหรอ ก็คือประมาณวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา เค้าบอกใช่ ก็ติดต่อลูกค้าก็ไม่ได้ ซึ่งตรงนี้เอง ทนายวรพงษ์ ได้โทรมารายงานให้ตนเอง ได้รับทราบแล้ว แล้วตนเองก็คุยกับทนายแล้วว่า ถ้าทนายของนางฐิติรัตน์ ไม่สามารถติดต่อได้จริงๆ ตนเองต้องประกาศตามหานางฐิติรัตน์ ผู้จัดการมรดกร่วม เพื่อที่จะต้องมาทำหน้าที่ในการจัดการทรัพย์สินของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร เพราะฉะนั้นก็ขอให้ทนายวรพงษ์ ได้โทรกลับไปเพื่อแจ้งให้ทนายของนางฐิติรัตน์ ได้ทราบว่าเขาควรจะหาทางหรือหาวิธีที่จะติดต่อกับนางฐิติรัตน์ ให้ได้ภายในวันพรุ่งนี้ก็คือวันที่ 12 ตุลาคม เพราะว่าเรามีค่าใช้จ่ายเร่งด่วนที่จะต้องใช้หลายรายการด้วยกันแล้วสิ่งเดียวที่เราจะจัดการเรื่องของปางช้างแม่สาได้ เราก็ต้องใช้เงินซึ่งเป็นมรดกของคุณพ่อ ก็คือคุณพ่อชูชาติ กัลมาพิจิตร ที่ได้มอบให้กับปางช้างแม่สา ชัดเจนอยู่ตามในที่พินัยกรรม ก็ขอแจ้งให้สื่อฯ ได้ทราบตามนี้ หากว่าถ้าไม่พบตัวนางฐิติรัตน์ อาจจะต้องประกาศตามหาตามสื่อฯ เพื่อให้รีบมาทำหน้าที่ของผู้จัดการมรดกร่วมต่อไป

นางอัญชลี ยังฝากสื่อช่วยประกาศอีกว่า ทางปางช้างแม่สา ขอรับบริจาคยางรถยนต์เก่าจำนวนมาก เพื่อจะนำไปใช้เป็นแนวป้องกันดินสไลด์ ท่านใดประสงค์จะบริจาคมอบยางรถยนต์เก่า ให้กับปางช้างแม่สาเพื่อช่วยเหลือปางช้าง สามารถให้ปางช้างแม่สาไปรับเอง หรือขนมามอบที่ปางช้างแม่สา อำเภอแม่ริม หรือติดต่อไปที่คุณรัตนา ศรีหมอกเพื่อบริจาคยางรถยนต์?เก่าที่เบอร์โทรศัพท์ 081 – 882-3738, 089-838-4242 ได้ทุกวันเวลา

เชียงใหม่ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยกรรมการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยให้กับชาวบ้านในพื้นที่ อ.สารภี (คลิป)

นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้ นางอัญชลี กัลมาพิจิตร รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยกรรมการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสถานีกาชาดที่ 3 จังหวัดเชียงใหม่ และกิ่งกาชาดอำเภอสารภีมอบชุดธารน้ำใจสภากาชาดไทยจากแอพพลิเคชั่นพ้นภัย ให้กับผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้(10 ตค. 65) เวลา 14.00 -16.00 น. นางกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้ นางอัญชลี กัลมาพิจิตร รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยกรรมการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสถานีกาชาดที่ 3 จังหวัดเชียงใหม่ และกิ่งกาชาดอำเภอสารภีมอบชุดธารน้ำใจสภากาชาดไทยจากแอพพลิเคชั่นพ้นภัย ให้กับผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 276 ชุด ณ ศาลาหมู่บ้านร้องยาว หมู่ที่ 1 ตำบลยางเนิ้ง/วัดหัวหนอง หมู่ที่ 1 ตำบลหนองผึ้ง/ศาลาหมู่บ้านป่างิ้ว หมู่ที่ 5 /ศาลาหมู่บ้านบ้านสันป่ากว๋าว หมู่ที่ 10 ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่

เชียงใหม่ ชาวไทยและชาวไตทำบุญตักบาตรเทโววันออกพรรษาที่วัดสันมะเกี๋ยง (คลิป)

ชาวไทยและชาวไตทำบุญตักบาตรเทโววันออกพรรษาที่วัดสันมะเกี๋ยง หลังจากทำบุญก็อดไม่ได้ที่จะขอพรไอ้ไข่ ได้เลขเด็ดงวดนี้หมดแผง จุดธูปขอเลข พบ 13 เลขวันสำคัญ งวดนี้มาแรง

เมื่อเช้าวันที่ 10 ต.ค.2565 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการทำบุญวันออกพรรษาที่วัดสันมะเกี๋ยง ต.สำราญราษฎร์ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ พระครูปลัดทวีวัฒน์ อินฺทวณฺโณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสะเก็ด พระอารามหลวง และที่ปรึกษาเจ้าอาวาสวัดสันมะเกี๋ยง นำชาวบ้านมีทั้งชาวไทย และชาวไทใหญ่หรือชาวไต ประกอบพิธีทำบุญใหญ่วันออกพรรษา จากนั้นชาวบ้านทั้งหมดได้ทำบุญตักบาตรเทโว หรือตักบาตรเทโวโรหณะ มีการให้พรทั้งภาษาไทย ภาษาบาลี และภาษาไทใหญ่

จากนั้นประชาชนชาวไทยและชาวไทใหญ่ที่มาทำบุญวันออกพรรษาแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะไปขอพรไอ้ไข่พ่อท่านเทิ่ม ที่อัญเชิญมาจากวัดสระสี่มุม จ.นครศรีธรรมราช มาให้ศรัทธาประชาชนชาวเชียงใหม่ได้มากราบไหว้ขอพรที่ลานหน้าวัดสันมะเกี๋ยง โดยวันนี้แม่ค้าขายลอตเตอรี่ที่ขายอยู่ลานวัด บอกเลขเด็ดงวดออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 ต.ค.2565 เลขที่หมดแผงไปแล้ว คือเลข 13 และ 89 และ 98 เป็นเลขวันสำคัญ และประชาชนจำนวนมากที่มาทำบุญก็จุดธูปเลขเด็ด ก็พบว่ามีเลข 139 ถือว่า 13 มาแรงในงวดนี้

ตลอดช่วงเช้าที่ลานจุดประทัด ชาวบ้านมาจุดประทัดแก้บนกันจำนวนมาก เช่นเดียวกันกับน้ำแดง, ดอกดาวเรือง, ชุดทหาร และของเล่น ที่มีการนำมาถวายแก้บนจนเต็มไปหมด นอกจากนี้หลายคนยังตั้งใจมาทำบุญกราบไหว้ขอพรจากท้าวเวสสุวรรณที่มีหน้าเทพและหน้ายักษ์ด้วย ซึ่งหลายคนมีโชคประสบความสำเร็จ เห็นได้จากผ้าแดงที่มีการนำมาผูกถวา

ทั้งนี้วัดสันมะเกี๋ยง เป็นวัดโบราณเก่าแก่ กำลังบูรณะ มีพระสงฆ์ 32 รูป ปลูกผักไว้ที่วัดเป็นภัตตาหารให้พระสงฆ์ และแจกฟรีแก่ชาวบ้านที่ยากจนเพื่อสู้ภัยโควิด-19 เป็นการปฏิบัติตามโครงการโคก หนอง นา โมเดล และโครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริในหลวง ร.9 อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ทางวัดยังมีภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ต้องรับผิดชอบดูแลอีกจำนวนมาก ทั้งค่าเล่าเรียนของพระสงฆ์ที่กำลังศึกษาเล่าเรียน และค่าน้ำค่าไฟ หากทางศรัทธาประชาชนต้องการร่วมทำบุญสามารถโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาบ่อสร้าง ชื่อบัญชี ค่าน้ำค่าไฟ วัดสันมะเกี๋ยง เลขบัญชี 553-0-40724-2 ทำบุญได้ตามกำลังศรัทธา.

เชียงใหม่ เปิดตัว “คลิกเดลิเวอรี่” แพลตฟอร์มคนไทยเพื่อคนท้องถิ่น หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ

เชียงใหม่ เปิดตัว “คลิกเดลิเวอรี่” แพลตฟอร์มคนไทยเพื่อคนท้องถิ่น หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ ร้านค้าได้รับเงินสดทันที ไม่ถูกหักค่าบริการ ลูกค้าได้รับความสะดวก “ครบ จบในคลิกเดียว”

วันที่ 10 ต.ค. 65 นางสาวพนิดา วานิชรัตน์ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดตัว “คลิกเดลิเวอรี่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ 1” โดยมี นางสาวจินตนา เตชะกัน ประธานก่อตั้ง บริษัท คลิกบิท จำกัด, นายกิตติทัศน์ กิตตินิยมศักดิ์ ผู้ร่วมพันธมิตรธุรกิจอำเภอเมืองเชียงใหม่ 1 พร้อมผู้เกี่ยวข้องได้ร่วมพิธีเปิดตัวในครั้งนี้ ณ โรงแรมวินทรี ซิตี้ รีสอร์ท เชียงใหม่

นางสาวพนิดา วานิชรัตน์ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สำนักงานพาณิชย์เชียงใหม่ เป็นตัวแทนของกระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่ดูแล กำกับ และสนับสนุนเกี่ยวกับการค้า ธุรกิจบริการ มีภารกิจทั้งในและต่างประเทศ ภารกิจในประเทศ ได้แก่ การดูแลราคาสินค้าเกษตร ดูแลผู้บริโภคภายใต้กรอบของกฎหมาย มีหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ ทั้งด้านการค้าและบริการ และคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

ในส่วนนของการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ สำนักงานพาณิชย์มีฝ่ายรับจดทะเบียนร้านค้า จดทะเบียนบริษัทจำกัด สมาคมการค้าต่างๆ ยังมีการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจให้กับผู้ประกอบการธุรกิจ เพื่อเสริมสมรรถนะให้ดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ในระดับที่สูงขึ้น ในวันนี้ดีใจที่ได้เห็นธุรกิจใหม่ๆ นั่นหมายถึง พื้นที่นั้นๆ มีศักยภาพและโอกาสในทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ และมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

ปัจจุบันต้องยอมรับว่าโทรศัพท์มือถือ เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นที่แทบจะขาดไม่ได้ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว เพราะทุกกิจกรรมต่างๆ บนโทรศัพท์มือถื อแทบจะทำได้ทุกเรื่องแล้ว ทั้งเรื่องธุรกรรมทางการเงิน จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ใช้เป็นกล้องถ่ายรูป ใช้สื่อสาร ส่งเอกสาร ส่งภาพ ส่งคลิปวีดีโอ ผ่านระบบออนไลน์ เฟสบุ๊ค สื่อโซเชียลต่างๆ ได้ทันที และทันสถานการณ์ และยังเป็นอีกหลายๆ อย่าง การที่บริษัท คลิกบิท ได้จัดทำแพลตฟอร์ม หรือแอปพลิเคชั่นให้บริการเชื่อมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายให้เจอกันบนโลกออนไลน์ และสามารถสั่งซื้ออาหารหรือสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือ จึงเป็นการตอบสนองวิถีชีวิตของคนในยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงไป เป็นการอำนวยความสะดวก ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางแก่ผู้บริโภค รวมถึงประหยัดเวลา และลดการจราจรที่แออัดในเมืองใหญ่อย่างเช่นเชียงใหม่อีกด้วย

นางสาวจินตนา เตชะกัน ประธานก่อตั้ง บริษัท คลิกบิท จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ แห่งนี้เป็นแอปพลิเคชั่น แพลตฟอร์มของคนไทย เพื่อคนท้องถิ่น ในจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 2 สาขา สาขาแรกอยู่ในอำเภอสันป่าตอง ในวันนี้เป็นการเปิดสาขาที่สอง ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ เป็นการเชื่อมโยงธุรกิจร้านค้า ร้านอาหาร และผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็ก วิสาหกิจชุมชน ในการเพิ่มช่องทางการตลาด ถึงมือผู้บริโภค โดยจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ให้เจอกันบนโลกออนไลน์ เป็นการเพิ่มโอกาสในการขายให้กับร้านค้าได้มากขึ้น ส่งผลต่อการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนคนท้องถิ่น และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการหมุนเวียนได้อีกทางหนึ่ง เป้าหมายของ “คลิกเดลิเวอรี่” มีนโยบายขยายสาขาโดยการหาพันธมิตร หรือแฟรนไซส์ประจำพื้นที่ ประจำอำเภอ หรือ 1 อำเภอ 1 แฟรนไซส์ เพื่อให้พื้นที่อำเภอนั้นๆ ได้ดูแล สนับสนุน ส่งเสริมธุรกิจให้แก่ร้านค้า ไรเดอร์ และผู้ใช้บริการในพื้นที่บ้านเกิดตัวเองได้อย่างใกล้ชิด และเกิดการหมุนเวียนทางด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ตนเอง

ปัจจุบันได้มีการขยายไปแล้ว 8 สาขา ภายใน 4 เดือน ได้แก่ สาขาอำเภอสันป่าตอง (เชียงใหม่) , สาขาอำเภอเมืองเชียงราย (ร่องขุ่น และบ้านดู่) , สาขาเวียงป่าเป้า (เชียงราย) , สาขาอำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ , สาขาอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย, สาขาอำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยถึงสิ้นปี 65 นี้ ก็คาดว่าน่าจะมีทั้งหมด 12 สาขา และในปี 66 ตั้งเป้าจะเปิดบริการอีก 36 สาขา

จุดเด่นของ “คลิกเดลิเวอรี่” คือ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการนอกจากจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ แล้ว ยังไม่หักค่าบริการ หรือไม่หัก GP จากร้านค้าอีกด้วย ร้านค้าได้เงินค่าอาหารในอัตราเดียวกับที่ขายหน้าร้าน และได้รับเงินสดทันที ไม่ต้องรอให้ถึงรอบการจ่ายเงิน เพราะเรามีความเข้าใจว่าทุกร้านต้องการเงินสดไปหมุนเวียนซื้อวัตถุดิบทุกวัน ส่วนของผู้ใช้บริการ หรือผู้บริโภค ก็จะได้รับความสะดวกที่จะมีอาหารมาส่งถึงหน้าบ้านและยังสามารถให้ผู้รับ-ส่งอาหาร หรือไรเดอร์ ไปจ่ายตลาดแทนได้อีกด้วย ถือได้ว่าสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา “ครบ จบในคลิกเดียว” เพียงแต่ท่านมีโทรศัพท์มือถือ แบบสมาร์ทโฟน (Smart Phone) และโหลดแอปพลิเคชั่น คลิกบิท หรือสแกน QR Code เพื่อโหลดแอปพลิเคชั่นได้ทั้งระบบแอนดรอยด์ และ iOS “ธุรกิจคนไทย เพื่อคนท้องถิ่น ดูแล ใส่ใจ ใกล้ชิด”

เชียงใหม่ “อัญชลี” เร่งฟื้นฟู “ปางช้างแม่สา” ภายหลังเจอภัยธรรมชาติ(คลิป)

“อัญชลี” เร่งฟื้นฟู “ปางช้างแม่สา” ภายหลังเจอภัยธรรมชาติ ประสานผู้จัดการมรดกร่วม นำทรัพย์มรดกมาแก้ปัญหาเพื่อไม่เป็นภาระใคร แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ

เมื่อวันที่ 10 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา ถึงเรื่องของการดำเนินการแก้ไข ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสะพานข้ามเข้าสู่ปางช้างแม่สาและการเปิดให้บริการปางช้างแม่สา ให้แก่นักท่องเที่ยว ว่าจะสามารถเปิดบริการได้เมื่อไหร่

นางอัญชลี กัลมาพิจิตร เผยว่าปัญหาของปางช้าง ในครั้งนี้ถือว่าสาหัสมากสาหัสกว่าครั้งที่เราต้องเผชิญเรื่องโควิด 19 เมื่อ 2-3 ที่ผ่านมา เนื่องจากว่าตอนนี้ภัยธรรมชาติอุทกภัย ได้สร้างความเสียหายให้กับปางช้างแม่สาคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วก็ประมาณ 30% ของ ของปางช้างแม่สาที่จะต้องฟื้นฟู แล้วต้องมีการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆโดยเฉพาะสะพานข้ามลำน้ำแม่สาสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินข้ามไปสู่ตัวปางช้างแม่สา ซึ่งหายไปกับน้ำป่าในช่วงที่ผ่านมา เมื่อประมาณวันที่ 1 ตุลาคม 65 ซึ่งขณะนี้เราก็ยังคงแก้ไขปัญหาไม่ได้เนื่องจากว่าเราจะต้องเขียนแบบขึ้นมาใหม่ แล้วก็มีการคำนวณค่าใช้จ่าย ที่จะต้องสร้างสะพานขึ้นมาใหม่ ซึ่งในตอนนี้เราต้องประสบกับสภาวะที่ต้อง “ปิดปางช้างแม่สา” ไม่มีรายได้เข้ามาประมาณกว่า 1 สัปดาห์แล้ว และก็ความยากลำบากต่างๆ ก็ยังมีเรื่องเกี่ยวกับการซ่อมบำรุงสถานที่ รวมไปถึงยังต้องหาสิ่งอุปโภค – บริโภค ให้กับช้าง รวมไปถึงพนักงานในปางช้างแม่สาสิ่งที่เราจะต้องมีให้กับช้างทุกวันก็คือเรื่องอาหารของช้าง ที่จะต้องนำเข้าสู่ปางช้างแม่สา วันหนึ่งประมาณ 9 -10 ตันและในตอนนี้ก็ยังมีปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับดินสไลด์ ปัญหาที่เราจะต้องแก้ไขโดยด่วน โดยเฉพาะบริเวนริมลำน้ำแม่สา ในวันนี้ต้องเจอกับปัญหาดินสไลด์อีก แล้วก็มีเรื่องของต้นไม้อีก ที่เราต้องตัดทิ้งในบางส่วน เพราะว่าต้นไม้เหล่านี้มีการหักโค่นล้มและจะทำอันตรายให้แก่ตัวช้างในปางช้างแม่สา และในส่วนเรื่องของน้ำ ซึ่งช้างก็ต้องใช้กินน้ำสะอาด ซึ่งก็ใช้ทั้งกินทั้งอาบ ร่วมไปถึงน้ำที่คนก็จะต้องใช้ด้วยในปางช้างแม่สา ซึ่งระบบเหล่านี้จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

นางอัญชลี กล่าวต่ออีกว่า เราก็ได้พยายามแก้ไขปัญหามาโดยตลอดและในตอนนี้สะพานทุกสะพาน ที่จะข้ามจากถนนเข้าสู่หมู่บ้าน หรือตัวปางช้างแม่สา ถึงว่าสะพานยังคงอยู่บางจุด แต่จะเป็นสะพานที่ไม่สามารถรับน้ำหนักของทั้งรถยนต์ที่จะข้ามผ่าน หรือแม้กระทั่งรถขนหญ้าที่จะข้ามผ่าน อันนี้ก็เป็นความลำบากของการจัดการปัญหาของปางช้างแม่สาซึ่งมีช้างเลี้ยงมากถึง 68 เชือกในขณะนี้ ในส่วนเรื่องของอาหารช้างนั้นทางปางช้างแม่สา ได้ขอความร่วมมือไปยังปศุสัตว์อำเภอ ซึ่งกำลังจะจัดหาหญ้าแห้ง “หญ้าแพงโกล่าแห้ง” มาให้กับช้างที่ปางช้างแม่สา ซึ่งก็ยังเดินทางมาไม่ถึง แล้วก็ในส่วนของหญ้าสด เราก็ต้องพยายามที่จะจัดการให้ได้ เพราะว่าช้างจะต้องกินอิ่ม แล้วก็ช้างก็จะต้องมีความปลอดภัยด้วย พนักงานทุกคนก็ทำงานหนักมาก เราไม่สามารถที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ เพราะเรายังไม่มีความพร้อมในเรื่องที่จะมาดูแลนักท่องเที่ยว ถึงว่าตอนนี้จะเปิดขึ้นมามันก็ยังไม่มีความปลอดภัย เพราะฉะนั้นเรายังกะระยะเวลาไม่ได้ว่าเราจะเปิดปางช้างแม่สา ขึ้นมาได้อีกเมื่อไหร่

ถือว่าเป็นเรื่องที่หนักกว่าในเรื่องของโควิดไนท์ทีนที่ผ่านมา เพราะว่าโควิด 19 เรายังสามารถที่จะบอกได้ว่าเราจะเปิดปางช้างแม่สาได้แต่ว่าช่วงนี้ เราก็ยังขาดทุนทรัพย์ในการที่จะมาจัดการซึ่งจะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก เพราะว่าปางช้างแม่สา เสียหายไปไม่ต่ำกว่า 30% ในการที่จะต้องหาทุนทรัพย์มาจัดการกับปางช้าง ให้สามารถเปิดขึ้นมาได้เหมือนเดิม ต้องใช้ทุนทรัพย์มาก “และทุนทรัพย์นี้ก็ควรจะมาจากการจัดการทรัพย์สินของคุณพ่อชูชาติ กัลมาพิจิตรเท่านั้น” จะได้ไม่เป็นภาระของใคร

นางอัญชลีเผยต่อว่า ในตอนนี้เรามีบัญชีที่นายชูชาติ กัลมาพิจิตร มอบให้ปางช้างแม่สาในการที่จะนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งตอนนี้เราได้เช็คบัญชีนี้แล้วว่ามีเงินอยู่ประมาณ 15 ล้านบาท ซึ่งทันทีที่เราได้ประสบเหตุการณ์สะพานขาด เราได้ให้ทนายทางฝั่งของเรานางอัญชลี กัลมาพิจิตร ติดต่อไปยังทนายของนางฐิรัตน์ กับมาพิจิตร ผู้จัดการมรดกร่วม เพื่อที่จะเบิกเงินจำนวน 8 ล้านบาท ซึ่งนางฐิติรัตน์ฯ อ้างมาโดยตลอดว่าเงิน 15 ล้านบาทนี้ จะต้องเป็นสินสมรสครึ่งหนึ่ง และคดียังอยู่ในศาลฟ้องร้องเรื่องการแบ่งสินสมรส ดังนั้นนางฐิติรัตน์ ก็ไม่ทำหน้าที่ผู้การมรดกในการโอนทรัพย์สินส่วนนี้ ให้เข้าสู่บริษัทปางช้างแม่สา แต่ด้วยเหตุที่ว่าเราประสบปัญหาในเรื่องของอุทกภัย และเราต้องใช้เงินในการฟื้นฟูค่อนข้างมาก เราก็ติดต่อไปเพื่อจะขอเบิกเงินจำนวน 8 ล้านบาท แล้วที่เหลือไว้ที่ธนาคาร ถ้านางฐิติรัตน์ ดำเนินการทางศาลแล้วศาลมีคำสั่งแบ่งให้ตามคำสั่งศาล ทางปางช้างแม่สาก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่าครึ่งนึงของเงินจำนวนนี้ต้องเป็นของปางช้างแม่สาอย่างแน่นอน

“จริงๆแล้วทั้งหมดทั้ง 15 ล้านเป็นของปางช้างแม่สาอย่างแน่นอน ทีนี้ทางนางฐิติรัตน์ ต้องการที่จะเบิกเงินด้วยจำนวน 600,000 บาทเพื่อจะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวของทางฝั่งนางฐิติรัตน์ ซึ่งทางปางช้างแม่สาเองโดยทนายเราได้ปรึกษากันแล้ว เราไม่มีปัญหาตรงนี้เลยเราต้องการที่จะเบิกเงิน 8 ล้านกับอีก 600,000 บาท เพื่อที่จะมอบให้กับทางฝั่งนึง ทางทนายของนางฐิติรัตน์ ได้บอกกับเราเมื่อประมาณวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมาว่าจะนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับนางฐิติรัตน์ แล้วได้ผลอย่างไรนี่ก็จะนำมาบอกเราซึ่งตอนนี้ก็ยังเงียบหายไป ยังไม่ได้ติดต่อกลับมาว่าจะสามารถเบิกเงินจำนวนนี้ออกมาได้ไหม เพราะว่าต้องใช้ผู้จัดการมรดกร่วมทั้ง 2 คนก็คือนางอัญชลี กัลมาพิจิตร กับนางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร ในการที่จะไปร่วมกันเบิกเงินออกมา”

“ปางช้างแม่สา ตอนนี้เรามีค่าใช้จ่ายทุกวัน แล้วก็ที่หนักสุดก็คือเราจะต้องสร้างสะพานใหม่ซึ่งจะต้องใช้เงินค่อนข้างมาก ตอนนี้เรามีค่าใช้จ่ายทุกวันแล้วไม่มีรายได้ ซึ่งตรงนี้เนี่ยเราก็จะต้องตามเอาทรัพย์สินของปางช้างแม่สาที่นายชูชาติ กัลมาพิจิตร ระบุที่จะมอบให้ปางช้างแม่สา ในพินัยกรรมมาให้กับปางช้างแม่สา ซึ่งตอนนี้เรามีโฉนดที่ดินอยู่ 3 แปลง ที่นายชูชาติสั่งให้ขายแล้วการขายที่ดินตอนนี้มันมีขั้นตอน มันไม่ได้ง่ายแล้วมันไม่ได้รวดเร็ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ไวที่สุดก็คือการเบิกเงินที่มีอยู่แล้วในบัญชีแล้วตกเป็นของปางช้างแม่สา ออกมาใช้ซึ่งตรงนี้จะขออธิบายให้ฟังว่าสถานการณ์เรื่องของการจัดการทรัพย์สินของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร ที่จริงมันไม่ได้ยากจนเกินไป แต่ว่าต้องขอความกรุณาผู้จัดการมรดกอีกท่านหนึ่งได้ทำหน้าที่ของผู้จัดการมรดกร่วมด้วย “ทุกวันนี้เรามีความลำบากมาก ลำบากกันทั้งช้างและพนักงาน” นางอัญชลีกล่าวตอนท้ายก่อนจบการให้สัมภาษณ์

เชียงใหม่ ครูช่างศิลปินวาดภาพ มอบภาพวาดสีน้ำมัน บูรพกษัตริย์ล้านนา 9 พระองค์ และภาพวาดพญาจ่าบ้านอีก 1 ภาพ (คลิป)

ครูช่างศิลปินวาดภาพ มอบภาพวาดสีน้ำมัน บูรพกษัตริย์ล้านนา 9 พระองค์ และภาพวาดพญาจ่าบ้านอีก 1 ภาพ นำไปมอบให้กับเจ้าอาวาสวัดพันเตา จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นสมบัติของเมืองเชียงใหม่


ครูช่างสงวน น้อยเงิน ศิลปินวาดภาพสีน้ำมัน ได้มอบภาพวาดสีน้ำมัน บูรพกษัตริย์ล้านนา เจ้าหลวงเชียงใหม่ 9 พระองค์ และภาพวาดสีน้ำมันพญาจ่าบ้านอีก 1 ภาพ รวมทั้งหมด 10 ภาพ ให้กับ พระครูบุณยากรวิโรจน์ เจ้าอาวาสวัดพันเตา นำไปประดิษฐานไว้ในพระวิหารหอคำหลวงสร้างจากไม้สักทองทั้งหลัง ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เพื่อรักษาเก็บไว้เป็นสมบัติของเมืองเชียงใหม่ โดยมีเจ้า ภาคีนัย ณ .เชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี และมีพิธีสวดมาติกาทักษิณา ทอดผ้าบังสุกุล ถวายเป็นพระราชกุศล และสวดเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีมอบภาพวาดให้กับเจ้าอาวาส ครูช่างสงวนบอกว่า ใช้เวลาในการวาดภาพนานถึง 2 ปี ขนาดภาพกว้าง 90 เซนติเมตรสูง 1 เมตร 30 เซนติเมตร พร้อมกรอบภาพ ซึ่งเก็บรักษาไว้มานานถึง 3 ปีแล้ว และได้มีการหารือกับทุกฝ่าย จึงนำมามอบให้กับทางวัด นำรักษาไว้ในพระวิหารหอคำหลวง ซึ่งเป็นสถานที่เหมาะสมที่สุ

สำหรับพระวิหารหอคำหลวง เดิมเป็นหอคำประดิษฐานพระพุทธรูป ในสมัยพระเจ้ามโหตรประเทศ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 5 และได้มีการรื้อมาสร้างใหม่ บริเวณวัดพันเตา ในปี 2390 จึงกลายเป็นพระวิหารหอคำหลวง กลางเมืองเชียงใหม่ ภายในพระวิหารหอคำหลวงประดิษฐานพระเจ้าปันเต้า หรือพันเตา สร้างขึ้นในสมัย พุทธศตวรรษที่ 19 หรือต้นปี พ.ศ 1934 พร้อมกับการสร้างวัด ในสมัยพระเจ้าแสนเมืองมา หรือวัดมีอายุมากถึง 631 ปี

เชียงใหม่ เทศบาลตำบลสันผีเสื้อ ร่วมกับตำรวจสอนพร้อมแนะนำวิธีเอาตัวรอด จากเหตุกราดยิง ให้กับศูนย์เด็กเล็ก (คลิป)

เทศบาลตำบลสันผีเสื้อ จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับตำรวจสอนแนะนำวิธีเอาตัวรอด จากเหตุกราดยิง ให้กับศูนย์เด็กเล็ก

นายภาวิต บุญชละ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสันผีเสื้อ จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ พ.ต.ท.คทาวุฒิ หงษ์หนึ่ง รอง ผกก.ป.สภ.แม่ปิง เชียงใหม่ ตรวจเยี่ยมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดร้องอ้อ เพื่อให้คำแนะนำ วิธีการปฎิบัติตัวและป้องกันตัว เมื่อเกิดเหตุการณ์ ที่คาดไม่ถึง วิธีการเอาชีวิตรอดในเหตุกราดยิง เมื่อสามารถหาเส้นทางหลบหนี ที่พาไปยังพื้นที่ปลอดภัยได้ เวลาไปสถานที่ต่าง ๆ ให้จดจำทาง เข้า-ออก และทางออกฉุกเฉินให้เป็นนิสัย เมื่อเกิดเหตุต้องตั้งสติให้ดี และมองหาเส้นทางในการหลบหนี ทิ้งของทุกอย่างที่ไม่จำเป็น ช่วยเหลือคนอื่นเท่าที่สามารถช่วยได้

หากไม่สามารถหลบหนีออกจากพื้นที่ได้ ให้หาสถานที่ปลอดภัยเพื่อซ่อนตัว เช่น ล็อคประตูและหาสิ่งที่ของมาใช้กีดขวางคนร้ายเพื่อไม่ให้มาถึงตัว ซ่อนให้พ้นสายตาโดยหลบหลังสิ่งของขนาดใหญ่และแข็งแรง ปิดไฟในห้อง และปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ อยู่ให้เงียบที่สุด ไม่พูดคุยหรือใช้เสียง และเป็นทางเลือกสุดท้าย เมื่อไม่สามารถหนีหรือซ่อนตัวจากคนร้ายได้ และคนร้ายกำลังจะเข้ามา ร่วมกันสู้สุดกำลัง เพื่อให้มีโอกาสรอดใช้การซุ่มโจมตีโดยไม่ให้คนร้ายรู้ตัว เพื่อหยุดยั้งคนร้าย ช้สิ่งของทุกอย่างที่หาได้มาเป็นอาวุธ ใช้ทุกวิธีการที่นึกได้ ในการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด โทร 191 เมื่อสามารถโทรได้โดย ปลอดภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ – Royal Thai Police

เชียงใหม่ รองผู้ว่าฯ มอบถุงยังชีพ ข้าวกล่อง น้ำดื่ม แก่ผู้อาศัยในชุมชนการเคหะหนองหอย(คลิป)

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมอบถุงยังชีพ ข้าวกล่อง น้ำดื่ม แก่ประชาชนผู้อยู่อาศัยในชุมชนการเคหะหนองหอยเชียงใหม่ จำนวนกว่า 400 ครัวเรือน ที่ประสบภัยน้ำท่วมไม่สามารถสัญจรออกมาได้

วันนี้ (4 ต.ค. 65) เวลา 17.00น. นายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานเคหะชุมชนเชียงใหม่ สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 รวมถึงภาคประชาสังคม ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบอุทกภัย และเยี่ยมเยียนให้กำลังใจพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพ ข้าวกล่อง น้ำดื่ม แก่ประชาชนผู้อยู่อาศัยในชุมชนการเคหะหนองหอยเชียงใหม่ จำนวนกว่า 400 ครัวเรือน ที่ประสบภัยน้ำท่วมไม่สามารถสัญจรออกมาได้

โดยนายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ตรวจเยี่ยมการจัดตั้งโรงครัวในชุมชนการเคหะหนองหอย พร้อมทั้งกล่าวให้กำลังใจแก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ด้วย

เชียงใหม่ รองผู้ว่า ฯ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลป่าแดด

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบอุทกภัย และเยี่ยมเยียนให้กำลังใจพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพ ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (4 ตค.65) เวลา 14.00 น. นายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบอุทกภัย และเยี่ยมเยียนให้กำลังใจพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพ ข้าวกล่อง น้ำดื่ม และอาหารแห้ง แก่ประชาชน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย รวมถึงชาวต่างชาติ แก่ประชาชนตำบลป่าแดด และผู้อยู่อาศัยในโรงพยาบาลผู้สูงอายุแมคเคน (สถาบันผู้สูงอายุแมคเคน) ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่