เชียงใหม่ ศูนย์ปฏิบัติธรรมธรรมสถานม่อนพญานาคราช จัดงานวันแม่พร้อมมอบไม้เท้า ช่วยพยุงให้คุณแม่ 35 อัน(คลิป)

ศูนย์ปฏิบัติธรรม ธรรมสถานม่อนพญานาคราช อ.แม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรมวันแม่พาคุณแม่มาร่วมปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมมอบไม้เท้า ช่วยพยุง ให้คุณแม่ ที่มาปฏิบัติธรรมจำนวน 35 อัน พร้อมเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับผู้ที่มาร่วมงานต่างอิ่มอกอิ่มใจในรสแห่งธรรมและยังได้ไม้เท้าช่วยพยุงนำไปใช้ที่บ้านอีกด้วย

เช้าวันนี้ (10 สิงหาคม 2568) ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมธรรมสถานม่อนพญานาคราช อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ครูบาชัยประสิทธิ์ ภิกขุ เป็นประธานนำพุทธศาสนิกชนและประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมสวดมนต์ ปฏิบัติธรรม และฟังพระธรรมเทศนาแบบพื้นเมือง เนื่องในวันแม่แห่งชาติ และเฉลิมพระชนมพรรษาพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

การแสดงธรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากพระมหากังขา สิริวฑุฒโน แสดงธรรมบรรยายในหัวข้อธรรมะวันแม่ เพื่อปลูกฝังคุณธรรมและกตัญญูกตเวทีต่อมารดา กิจกรรมครั้งนี้ยัง มีการแจกไม้เท้าช่วยพยุงให้กับคุณแม่ ที่มาปฏิบัติธรรม จำนวน 35 อัน ซึ่งผู้สูงอายุส่วนใหญ่มาปัญหาข้อขาเสื่อมเดินไม่สะดวกก็จะได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันแม่แห่งชาติอีกด้วย

สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้”โครงการปฏิบัติธรรมไตรมาส 3 เดือน”เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กิจกรรมครั้งนี้ มีประชาชนเข้าร่วม กิจกรรมจำนวนมาก ซึ่งทางศูนย์ปฏิบัติธรรม ธรรมสถานม่อนพญานาคจะจัดกิจกรรมทุกปีตลอดระยะเวลา วันเข้าพรรษา เป็นระยะเวลา 3 เดือน

หลังจัดกิจกรรมวันแม่ในช่วงเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางศูนย์ปฏิบัติธรรมม่อนพญานาคราช ก็ได้เลี้ยงอาหารเที่ยงให้กับคุณแม่และผู้ที่มาร่วมงานต่างอิ่มอกอิ่มใจในรสแห่งธรรมและยังได้ไม้เท้าช่วยพยุงกลับไปใช้ที่บ้านอีกด้วย

เชียงใหม่ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ จัดมหกรรมท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่ประตูท่าแพ ตั้งแต่ 8-12 สิงหาคม นี้ (คลิป)

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ เขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา 6 จังหวัดภาคเหนือ จัดงานมหกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ยกของดีในชุมชนจาก 6 จังหวัดภาคเหนือ มาจำหน่ายสินค้าและเผยแพร่ให้นักท่องเที่ยว ตั้งแต่ 8-12 สิงหาคม 2568 ที่บริเวณประตูท่าแพ

วันนี้ (9ส.ค. 68) นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงานมหกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนของเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา ที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา 6 จังหวัดภาคเหนือ ได้ร่วมกันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-12 สิงหาคม 2568 ที่บริเวณประตูท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ภายในงานมีการจัดบูธแสดงและจำหน่ายสินค้าและบริการของชุมชนท่องเที่ยวทั้ง 6 จังหวัด ที่มีความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น วิถีชีวิต รวมถึงอัตลักษณ์ที่โดดเด่น นิทรรศการแบบมีชีวิต โดยการจำลองวิถี การปั่นฝ้ายและทอผ้า พร้อมสาธิตการทำตาแหล๋วจากชุมชนไทยลื้อบ้านธิ จังหวัดลำพูน การสาธิตและให้นักท่องเที่ยวได้ workshop ทำผลิตภัณฑ์ของชุมชน อาทิการทำกระดาษสา จากชุมชนท่องเที่ยวต้นเปา จังหวัดเชียงใหม่ การสาธิตชงชาและการทำพวงกุญแจลาหู่ จากชุมชนบ้านจะบูสี จังหวัดเชียงราย การแสดงแฟชั่นโชว์จากเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน CBT Lanna Pass รวมถึงการแสดงแสง สี เสียง การจำหน่ายอาหาร และสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน อีกมากมาย

ทั้งนี้ นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า รัฐบาลได้ส่งเสริมซอฟพาวเวอร์ สินค้าโอท๊อป ที่จะพัฒนาและยกระดับขึ้นมาให้เป็นสินค้าของชุมชนที่เข้าสู่ระบบตลาด ทำให้เพิ่มการมองเห็นมากยิ่งขึ้น รวมถึงเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ไปแต่ละจุดทั่วทุกมุมของประเทศ ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจและขยายตลาดให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาสมาพบปะพูดคุย หารือแนวทางถึงการขยายตลาดให้กว้างขึ้น อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับฐานราก โดยในระยะต่อไปมีการเตรียมที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพิ่ม รวมถึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในทุกมิติ เพื่อทำให้จังหวัดเชียงใหม่กลับมาเป็น World Class Destination ของนักท่องเที่ยวอีกครั้ง

เชียงใหม่ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ส่งเสริม ชุมชนบ้านห้วยเป้า อ.เชียงดาว เปลี่ยนทางรอดสู่ทางเลือกบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน(คลิป)

สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ส่งเสริม ชุมชนบ้านห้วยเป้า อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เปลี่ยนทางรอดสู่ทางเลือกบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวพาไปดูตัวอย่างความสำเร็จของชุมชนบ้านห้วยเป้า ตำบลทุ่งข้าวพวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่สามารถ “เปลี่ยนทางรอด” ให้กลายเป็น “ทางเลือก” ได้อย่างน่าทึ่ง จากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวที่พึ่งพาสารเคมี มาเป็นการทำเกษตรปลอดภัยที่หลากหลายและยั่งยืน


ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือกับ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ซึ่งเข้ามาสนับสนุนองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม ภายใต้แนวทางโครงการหลวง เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนบนพื้นที่สูงอย่างต่อเนื่อง และวันนี้ความสำเร็จของบ้านห้วยเป้ากำลังสร้างแรงบันดาลใจให้กับชุมชนอื่น ๆ


นายภาณุพงศ์ คำลือ นักส่งเสริมและพัฒนาปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าโครงการพัฒนาฟื้นฟูพื้นที่สูงห้วยเป้า เปิดเผยว่าในอดีต ชาวบ้านห้วยเป้าส่วนใหญ่ทำไร่ข้าวโพดเชิงเดี่ยว ซึ่งต้องใช้สารเคมีจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และรายได้ที่ไม่แน่นอน แต่เมื่อ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง เข้ามาส่งเสริมความรู้ตามแนวทางโครงการหลวง ชาวบ้านก็ได้เรียนรู้การทำเกษตรแบบปราณีต ที่เน้นคุณภาพ ความปลอดภัย และเป็นมิตรกับธรรมชาติ

และที่บ้านห้วยเป้า หมู่ 1 ต.ทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เป็นชุมชนที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ดอนซึ่งขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร ต้องพึ่งพาน้ำฝนเพียงอย่างเดียว และทำให้ชาวบ้านต้องปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นหลัก ส่งผลให้ดินเสื่อมโทรม ผลผลิตไม่มีคุณภาพ และมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต

แต่ด้วยความร่วมมือกับ โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงห้วยเป้า จาก สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) และการตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำของคนในชุมชน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กและติดตั้งระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวอยู่ภายใต้หลักการทำงานที่ยึดชุมชนเป็นศูนย์กลาง โดยแก้ไขปัญหาจากฐานข้อมูล ผสมผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่นตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเน้นการปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวแบบดั้งเดิมไปเป็นการทำเกษตรแบบประณีตที่ใช้น้ำน้อย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้ต้นทุนต่ำ

นายภาณุพงศ์ คำลือ กล่าวต่อไปว่า ผลจากความพยายามนี้ทำให้เกษตรกรมีน้ำเพียงพอสำหรับการเพาะปลูกตลอดทั้งปี ส่งผลให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น ที่สำคัญยังช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย และชุมชนยังเกิดความหวงแหนและหันมาดูแลทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน โดยจัดกิจกรรมอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมเป็นประจำทุกปี เช่น การทำฝาย ปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำ และการทำแนวกันไฟ เพื่อให้ชุมชนสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน
-ความสำเร็จของบ้านห้วยเป้าจึงเป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า การแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดและเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ พร้อมกับการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน คือกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง


ปัจจุบัน บ้านห้วยเป้าได้กลายเป็น ชุมชนต้นแบบของการทำเกษตรอินทรีย์บนพื้นที่สูง โดยมีการปลูกพืชหลากหลายชนิดในโรงเรือน เช่น ผักสลัด เมล่อน แตงญี่ปุ่น สมุนไพรพื้นบ้าน และไม้ผลเมืองหนาว ด้วยเทคนิคการควบคุมสภาพแวดล้อม ทำให้ลดการใช้สารเคมีลงได้มาก หรือบางครั้งก็ไม่ใช้เลย ซึ่งช่วยให้ผลผลิตปลอดภัยและได้ราคาดีขึ้น

นี่ไม่ได้เป็นเพียงต้นแบบด้านการผลิตเท่านั้น แต่ยังเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกลไกของคนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้าน หรือเยาวชนต้นกล้าเกษตรอินทรีย์ รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างทั่วถึงตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ถูกนำมาปรับใช้จริง จากระบบเกษตรที่เคยพึ่งพาสารเคมี สู่เกษตรปลอดภัยที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ จากรายได้ที่ไม่มั่นคง สู่ความพอเพียงที่ยั่งยืน และจากปัญหาเชิงโครงสร้าง สู่ความคิดใหม่ที่ตั้งอยู่บนความเข้าใจ


บ้านห้วยเป้าจึงไม่ได้เป็นเพียงหมู่บ้านต้นแบบ แต่คือหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า “การพัฒนาพื้นที่สูงตามแนวทางโครงการหลวง” สามารถสร้างความยั่งยืนได้จริงในทุกมิติ ทั้งชีวิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ถ้าเราทุกคนร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และเดินไปด้วยกันอย่างเป็นระบบ นายภาณุพงศ์ คำลือกล่าว

เชียงใหม่ โรงเรียนอนุบาลดรุณนิมิต เชียงใหม่ ร่วมกับผู้ปกครอง และเด็กนักเรียน ร่วมกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2568 (คลิป)

รงเรียนอนุบาลดรุณนิมิต เชียงใหม่ ร่วมกับผู้ปกครอง และเด็กนักเรียน ร่วมกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2568 เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่มีต่อปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า



บริเวณลานกิจกรรม โรงเรียนอนุบาลดรุณนิมิต จังหวัดเชียงใหม่ นางพรรณี บุญประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนดรุณนิมิต พร้อมผู้บริหาร นักเรียน คณะครู ผู้ปกครอง ได้วางพานพุ่ม เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 เพื่อแสดงความจงรักภักดี


โอกาสนี้ นางพรรณี บุญประเสริฐ ผู้อำนวยการ โรงเรียนอนุบาลดรุณนิมิต ได้เปิดกรวยดอกไม้ ถวายพระพร พร้อมกล่าวคำอาเศียรวาท และนำทุกคนร่วมร้องเพลง สรรเสริญพระบารมี อย่างพร้อมเพียงกัน รวมถึงการแสดงของเด็กนักเรียน ได้รำถวายพระพร และการแสดงชุด สายใยของแผ่นดิน และยังร่วมกัน ขับร้องเพลงประสานเสียง ในบทเพลงค่าน้ำนม


โดยกิจกรรมจัดขึ้นเพื่อ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ปกเกล้าปกกระหม่อม ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย มาโดยตลอด ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้อุทิศพระวรกาย พระปัญญา และพระราชทรัพย์ ปฏิบัติบำเพ็ญ พระราชกรณียกิจ นานัปการ เพื่ออำนวยประโยชน์ แก่อาณาประชาราษฏร์ โดยได้พระราชทานความช่วยเหลือพสกนิกรผู้ยากไร้ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงยั่งยืน


ขณะเดียวกัน โรงเรียนยังได้จัดกิจกรรม ให้เด็กๆ และผู้ปกครอง ได้ร่วมทำกิจกรรมด้วยกันถึงการเรียนรู้ โดยคุณแม่พาหนูๆเรียนรู้ เรื่องอาหารที่ดีมีประโยชน์ ที่กาดหมั้วดรุณนิมิต สื่อถึงความรักที่ลูกมีต่อแม่อีกด้วย

เชียงใหม่ บ้านปางแดงใน อ.เชียงดาว จังหวีดเชียงใหม่ จากเกษตรบนพื้นที่สูงติดลบหนี้สิน สู่หัตถกรรมโกอินเตอร์ ควบคู่ไปกับวิถีเกษตรปลอดสารพิษ (คลิป)

บ้านปางแดงใน อ.เชียงดาว จากเกษตรบนพื้นที่สูงติดลบหนี้สิน สู่หัตถกรรมโกอินเตอร์ ควบคู่ไปกับวิถีเกษตรปลอดสารพิษ

ชุมชนบ้านปางแดงใน หมู่ที่ 9 ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ อีกหนึ่งในพื้นที่ โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงปางแดงได้เข้ามาพลิกชีวิตของชาวบ้าน ซึ่งเป็นเผ่าดาราอั้ง จำนวน 350 กว่าครัวเรือน จากการทำเกษตรเชิงเดียว สู่เกษตรผสมผสาน ปลอดสารพิษ มาสู่ภูมิปัญญาท้องถิ่น รังสรรค์งานหัตถกรรมที่ไม่เพียงแต่สะท้อนอัตลักษณ์ของชนเผ่า แต่ยังเป็นแหล่งสร้างรายได้ใหม่ให้กับชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนและผู้สูงอายุ ผ่านการสนับสนุนของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง หรือ สวพส. งานฝีมือดั้งเดิม สู่สินค้าที่ผสมผสานทั้งดีไซน์และความหมาย ภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทำให้ชุมชนเล็กๆ แห่งนี้ ยังคงสืบสานภูมิปัญญาการทอผ้า และการย้อมสีธรรมชาติแบบดั้งเดิมของชนเผ่า ด้วยความตั้งใจที่จะไม่ให้มรดกทางวัฒนธรรมสูญหาย

นางสาวลักขณา เหียง นักส่งเสริมและพัฒนา โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงปางแดงใน เป็นเยาวชนตัวอย่างของชุมชน เผยว่า“เมื่อก่อนเราทอใช้กันเอง ไม่ได้คิดว่าจะขายได้ แต่พอทาง สวพส. เข้ามาช่วยอบรมเรื่องการย้อม การออกแบบ แล้วก็การขายออนไลน์ ตอนนี้เราก็มีรายได้เลี้ยงครอบครัว ลูกหลานที่เรียนจบก็กลับมาช่วยงานที่บ้านค่ะ มันเป็นความภูมิใจ”

 

หลังจากการสนับสนุนของ สวพส. ทำให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ร่วมกับภูมิปัญญาเก่า เกิดผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ตรงตามความต้องการของตลาด ทั้งเสื้อผ้า ผ้าพันคอ กระเป๋า ไปจนถึงของใช้ในบ้าน และยังเชื่อมโยงกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สีที่เราใช้มาจากเปลือกไม้ ใบไม้ที่อยู่รอบบ้านอาทิต้นแห้ว เพกา ประดู่ หมามุ่ย ต้นกล้วยและต้นฮ่อม เป็นต้น มี 20 แม่สี จำนวน 36 เชดสี ชาาวบ้านได้ช่วยกันปลูกและดูแลป่าไปโดยรอบ เพราะวัตถุดิบช่วยกันรักษา ร่วมกันไว้จากการเกษตรเชิงเดียว มีการเผ่าพื้นที่ ขายพื้นที่ป่า แต่ตอนนี้เราได้ร่วมกันดูแลอนุรักษ์ปกป้องพื้นที่ป่าให้กลับมา

จากรายได้ที่ติดลบค่อยทำให้เรา พอมีพอกินพอใช้ สู่รายได้เสริมเป็นได้หลักของชุมชนบ้านปางแดง จากพึ่งพาการเกษตรแต่เพียงอย่างเดียว เพราะสินค้าเราอินเตอร์ไปสู่หลายประเทศ จากรายได้เสริมงานหัตถกรรมในปีที่ผ่านมา มีมูลค่ากว่า 19 ล้านบาท ขยายโอกาสให้ผู้หญิง ผู้สูงอายุ และเยาวชนได้มีบทบาททางเศรษฐกิจโดยไม่ต้องละทิ้งถิ่นฐานของตน งานหัตถกรรมชนเผ่าที่ขับเคลื่อนด้วยพลังจากวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือสร้างรายได้เท่านั้น แต่ยังเป็นสะพานที่เชื่อมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของชุมชนบนพื้นที่สูง ให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน

เชียงใหม่ เชิญชวน….อยากจะบอกคนทั้งโลกว่า“ เชียงใหม่ ”พร้อมเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และคอนเทนต์ระดับโลก “

อยากจะบอกคนทั้งโลก ว่า “ เชียงใหม่ ” พร้อมเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และคอนเทนต์ระดับโลก “

ด้วยจังหวัดเชียงใหม่มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและแสดงสินค้าระดับนานาชาติ (Mice city) และเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก (tourism hub) อีกทั้งมีความพร้อมทางด้าน โครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม และโลจิสติกส์ รวมทั้งมีโรงแรมและศูนย์ประชุมที่มีมาตรฐานระดับนานาชาติ มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย และประวัติศาสตร์อันยาวนาน โบราณสถานที่ทรงคุณค่า ศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติที่สวยงาม โดยได้ถูกถ่ายทอดเรื่องราวในหลากหลายมิติผ่านภาพยนตร์ทั้งในและต่างประเทศมาแล้วมากมาย


ทางสมาคมภาพยนตร์และสื่อดิจิทัลภาคเหนือ จึงได้มีแนวคิดจัด “ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเชียงใหม่ ประจำปี 2568 Chiang Mai Internation film Festival 2025 ” ขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคโดยได้บูรณาการความร่วมมือ องค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อเป็นการพัฒนาวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรม ผลักดัน Soft Power ไทยในหลากหลายมิติ และนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของการท่องเที่ยวในระยะยาว ส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเมือง และประเทศไทยสู่สายตานานาชาติได้อย่างภาคภูมิ

ดร.อดิศร สุดดี
ประธานบริหาร บริษัท เอ็มจีวายเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
นายกสมาคมภาพยนตร์ และสื่อดิจิทัลภาคเหนือ (NTFD)

เชียงใหม่ วัดห้วยบง อำเภอกัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ จัดต้อนรับคณะกรรมการโครงการ “วัดประชารัฐ 5 ส.”

วัดห้วยบง อำเภอกัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ จัดต้อนรับคณะกรรมการโครงการ “วัดประชารัฐ 5 ส.”

(29 ก.ค. 68) ที่ผ่านมา ณ วัดห้วยบง ตำบลแม่เจะคี อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ คณะสงฆ์และหน่วยงานราชการในพื้นที่ร่วมกันถวายการต้อนรับคณะกรรมการโครงการ “วัดประชารัฐ 5 ส.” อย่างอบอุ่น

ในการนี้ พระประชานาถมุนี เจ้าคณะอำเภอกัลยาณิวัฒนา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและผู้นำท้องถิ่นเข้าร่วมให้การต้อนรับ ขณะที่พระครูพิศิษฏ์พัฒนสาร เจ้าอาวาสวัดห้วยบง ได้กล่าวรายงานถึงการดำเนินกิจกรรมและความก้าวหน้าของวัดในการพัฒนาตามแนวทาง 5 ส. เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่สะอาด เป็นระเบียบ และเอื้อต่อการเรียนรู้ด้านพระพุทธศาสนา

โครงการ “วัดประชารัฐ 5 ส.” มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับวัดให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาวัดและสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการปฏิบัติธรรมและการทำกิจกรรมทางศาสนาอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ คณะสงฆ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันอนุโมทนาและแสดงความยินดีกับวัดห้วยบงที่ได้ดำเนินการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นแบบอย่างของวัดเพื่อสังคมตามแนวทางประชารัฐอย่างแท้จริง

เชียงใหม่ “นิ่มลีสซิ่ง” ทุ่ม 2 ล้านบาท! ขอบคุณลูกค้า จ่ายดีมีโชค ซีซั่น 3 มอบโชคใหญ่แทนคำขอบคุณ (คลิป)

ครบรอบ 4 ทศวรรษ! นิ่มลีสซิ่งมอบโชคอย่างต่อเนื่อง ชูวินัยการเงินคู่สิ่งแวดล้อมและสังคม กับแคมเปญ “จ่ายดีมีโชคมอบโชคใหญ่แทนคำขอบคุณ ซีซั่น 3” ทุ่ม 2 ล้านบาท! ขอบคุณลูกค้า พร้อมหนุน “เกษตรกรยิ้มได้” และขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน


วันเสาร์ที่ 26 กรกฏาคม 2568 บริษัท นิ่มลีสซิ่ง จำกัด ได้ทำการจับรางวัล แคมเปญ “จ่ายดีมีโชค มอบโชคใหญ่แทนคำขอบคุณ”ซีซั่น 3 ครั้งที่ 1 ให้แก่ลูกค้าที่เข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568 โดยมีคุณชวลิต สุวิทย์ศักดานนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นประธานในการจับรางวัล ที่โครงการนิ่มซิตี้เดลี่ ห้อง Convention Hall

นิ่มลีสซิ่ง จำกัด บริษัทชั้นนำด้านการเงิน เดินหน้ามอบความสุขและขอบคุณลูกค้าผู้มีอุปการะคุณอย่างต่อเนื่องกับแคมเปญ “จ่ายดีมีโชค มอบโชคใหญ่แทนคำขอบคุณ ซีซั่น 3” ทุ่มงบประมาณกว่า 2 ล้านบาท เพื่อแจกโชคใหญ่แก่ผู้โชคดี แคมเปญนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงความขอบคุณจากใจจริงแก่ลูกค้าที่ให้การสนับสนุนนิ่มลีสซิ่งมาตลอด 40 ปี พร้อมทั้งส่งเสริมวินัยในการชำระเงินให้แก่ลูกค้าให้สอดคล้องกับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่สำคัญ นิ่มลีสซิ่งยังมุ่งมั่นที่จะ ส่งเสริมอาชีพให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร เพื่อให้ “เกษตรกรยิ้มได้” และดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงการเติบโตของผลกำไรควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตโดยไม่มุ่งหวังแค่ผลกำไรเพียงอย่างเดียว

รางวัลที่ 1​จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ รถจักรยานยนต์ HONDA WAVE 110 มูลค่ารางวัลละ 52,500 บาท รางวัลละ 1 คัน รวมมูลค่าเป็นเงิน 157,500 บาท
รางวัลที่ 2 ​จำนวน 5 รางวัล ได้แก่ สร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง มูลค่ารางวัลละ 13,600 บาท รางวัลละ 1 เส้น รวมมูลค่าเป็นเงิน 68,000 บาท
รางวัลที่ 3​จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ เครื่องสูบน้ำ HONDA มูลค่ารางวัลละ 9,500 บาท รางวัลละ 1 เครื่อง รวมมูลค่าเป็นเงิน 19,000 บาท
รางวัลที่ 4 ​จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ เครื่องตัดหญ้า HONDA มูลค่ารางวัลละ 9,300 บาท รางวัลละ 1 เครื่อง รวมมูลค่าเป็นเงิน 18,600 บาท
รางวัลที่ 5 ​จำนวน 20 รางวัล ได้แก่ บัตรของขวัญโลตัส มูลค่ารางวัลละ 1,000 บาท มูลค่ารางวัลละ 1 บัตร รวมมูลค่าเป็นเงิน 20,000 บาท (บัตรดังกล่าวสามารถชำระค่าสินค้าได้ทุกสาขายกเว้นสินค้าประเภทสุรา บุหรี่ และยาสูบ)
รวมของรางวัลครั้งที่ 1 มีจำนวน 32 รางวัล มูลค่าเป็นเงิน 283,100 บาท
(สองแสนแปดหมื่นสามพันหนึ่งร้อยบาทถ้วน)

เกณฑ์การตัดสิน
1. ให้สิทธิลูกค้าที่ชำระค่างวด เพื่อจับรางวัลประจำไตรมาส โดยนำคูปองแต่ละไตรมาส นำมาลุ้นจับรับ​รางวัลใหญ่ ทั้งนี้ลูกค้าที่มีสิทธิลุ้นรับรางวัลใหญ่ประจำปีนั้นจะต้องเป็นลูกค้าปัจจุบันและไม่ติดค้างค่า​งวดเป็นลูกค้าปกติ
2. ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลมูลค่า จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่ารางวัลตามคำสั่งกรมสรรพกร
3. ผู้ที่โชคดีได้รับของรางวัลจะประกาศผลภายใน 2-5 วัน ทำการหลังวันสิ้นสุดกิจกรรมทางช่องทางดังนี้
• Facebook : https://web.facebook.com/nimleasing
• LINE@Nimleasing
• www.nimleasing.com
4. ผู้ที่ได้รับรางวัลต้องเข้ามารับรางวัลด้วยตัวเองที่บริษัท ภายใน 30 วัน หากไม่มารับรางวัลภายในเวลาที่​กำหนด ถือว่าสละสิทธิ์
5. ผู้ที่ได้รับรางวัลต้องแสดงหลักฐานสำเนาบัตรประชาชน(พร้อมรับรองสำเนา) จำนวน 1 ฉบับ ในการรับ​รางวัล
6. บริษัทขอสงวนสิทธิผู้ที่ได้รับรางวัลสูงสุด เพียง 1 รางวัลเท่านั้น ต่อรอบการจับรางวัลในแต่ละครั้ง
7. ของรางวัลไม่สามารถโอนสิทธิ์ แลก หรือเปลี่ยนรางวัลอื่นหรือเงินสดได้
8. พนักงานบริษัทฯ ไม่สามารถร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ได้
9. เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนดและหากมีการเปลี่ยนแปลงทางบริษัทฯ ไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบ​ล่วงหน้า


ลูกค้าสามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2568 ถึง วันที่ 31 มีนาคม 2569
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทุกสาขาและติดตามข่าวสารกิจกรรมพร้อมทั้งรายชื่อผู้โชคดีได้ทาง
• Facebook : https://web.facebook.com/nimleasing
• LINE @ Nimleasing
• www.nimleasing.com
• หมายเลข Call center 0973458888

เชียงใหม่ โรงเรียนอนุบาลดรุณนิมิต เชียงใหม่ จัดกิจกรรมวางพานพุ่ม ถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา (คลิป)

โรงเรียนอนุบาลดรุณนิมิต เชียงใหม่ จัดกิจกรรมวางพานพุ่ม ถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฏาคม 2568


บริเวณลานกิจกรรม โรงเรียนอนุบาลดรุณนิมิต จังหวัดเชียงใหม่ นายธวัช บุญประเสริฐ ผู้จัดการโรงเรียน พร้อมด้วยนางพรรณี บุญประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนดรุณนิมิต นำนักเรียน คณะครู ผู้ปกครอง วางพานพุ่ม เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา 28 กรกฏาคม 2568

โอกาสนี้ นายธวัช บุญประเสริฐ ผู้จัดการโรงเรียนดรุรนิมิต ได้กล่าวอาเศียรวาท และนำทุกคน ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี อย่างพร้อมเพียงกัน รวมถึงเด็กนักเรียน รำถวายพระพร ในชุด สดุดีองค์ราชันต์ ทั้งนี้ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ท่าน ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์ ของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ให้มีความร่มเย็นเป็นสุขมาโดยตลอด

ขณะเดียวกัน โรงเรียนยังได้ให้เด็กๆ ได้ร่วมกิจกรรมการออกกำลังกาย ขยับวันละนิด ชีวิตสุขภาพ ด้วยการรำคีตมวยไทย ด้วยท่าทางออกกำลังแขน กำลังขา กำลังเข่า เต้นไปตามจังหวะเสียงเพลง สร้างความสนุกสนานให้เด็กๆ ด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข และยังมีพี่ๆ ตำรวจกลุ่มงานจราจร ตำรวจภูธร จังหวัดเชียงใหม่ ยังมาให้ความรู้น้องๆ หนูๆ ในการใช้ถนนที่ปลอดภัย ในพื้นฐานเบื้องต้น เพื่อให้เด็กๆ ใช้ถนนอย่างระมัดระวัง สร้างความปลอดภัยให้กับตนเอง รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ สำนักงานสาธารณสุขเชียงใหม่ มาให้ความรู้ในการป้องกัน เกี่ยวกับโรคติดต่อ

เชียงราย ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ บุกจับกุม 2 ชาวเมียนมา เช่าบ้านหลังเล็ก ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นฐานเว๊ปการพนันออนไลน์ หลอกคนไทยเข้าไปเล่น(คลิป)

ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ บุกจับกุม 2 ชาวเมียนมา เช่าบ้านหลังเล็ก ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นฐานเว๊ปการพนันออนไลน์ หลอกคนไทยเข้าไปเล่น แต่ละวันมีเงินหมุนเวียนวันละนับ 100,000 บาท


ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และ พล.ต.ต.เอกภพ อินทวิวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน กก.2 บก.ทท.2 เร่งกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน รวมถึงส่งผลกระทบต่อเศรษกิจและความมั่นคงของชาติ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.2 บก.ทท.2 นำโดย พ.ต.ท.อวิรุทธ์ สุขแย้ม สว.กก.2 บก.ทท.2 , ร.ต.ท.สายันต์ ชัยแก้ว รอง สว.ฯ ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดเชียงราย เข้าตรวจค้นบ้านเช่าหลังหนึ่งในพื้นที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย หลังได้รับแจ้งเบาะแส จากสายลับว่ามีการลักลอบจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์จากสถานที่ดังกล่าว จากการตรวจค้น พบ นายเอ อายุ 32 ปี สัญชาติไทย (ผู้ต้องหาที่ 1) และ นายบี อายุ 23 ปี สัญชาติเมียนมา (ผู้ต้องหาที่ 2) ทำหน้าที่เป็นแอดมิน ของเว็บไซต์พนันออนไลน์ คอยตอบลูกค้าชาวไทย และแก้ปัญหา รวมถึงแนะนำโปรโมชั่นต่าง ๆ ให้กับลูกค้า โดยมีเงินหมุนเวียน เฉลี่ยหลักแสนบาทต่อวัน โดยได้รับค่าจ้างเดือนละประมาณ 17,000 บาท ได้ทำการตรวจยึด คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ , โทรศัพท์มือถือ , เลาเตอร์อินเตอร์เน็ต และสมุดบัญชีธนาคาร

ทั้งนี้ จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้กระทำผิดมักใช้วิธีกระจายกัน เช่าบ้านพักขนาดเล็กในชุมชน เพื่อหลีกเลี่ยงความสนใจจากชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ โดยจะไม่ออกไปไหน และทำงานอยู่ภายในบ้านตลอดทั้งวัน พร้อมทั้งมีการเปลี่ยนที่พักทุก 2-3 เดือน เพื่อป้องกันการถูกติดตามและตรวจสอบ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบหนังสือเดินทางของ นายบี แอดมินชาวเมียนมา พบว่ามีการอยู่เกินกำหนดอนุญาต (overstay) เป็นเวลากว่า 202 วัน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาทั้งสอง “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนัน ช่วยประกาศ โฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรง หรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่น หรือด้วยวิธีประการใดๆ ให้ผู้อื่นเข้าถึงการเล่นพนันผ่านทาง สื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาต“ และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับ นายบี “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay)” เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสอง พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดย เจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์อื่น ๆ ที่คาดว่าอาจมีฐานปฏิบัติการแฝงตัวอยู่ในพื้นที่ เพื่อดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง