เชียงใหม่ สภาวัฒนธรรมเชียงใหม่ ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยที่อำเภอแม่แจ่ม (คลิป)

สภาวัฒนธรรมเชียงใหม่ ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยที่อำเภอแม่แจ่ม หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ในพื้นที่สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อบ้านเรือนและประชาชน

นายสุรพล เกียรติไชยากร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายถาวร เกียรติไชยากร อดีต ส.ว. เชียงใหม่ และภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ได้ร่วมกันลงพื้นที่เพื่อมอบถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำป่าไหลหลากฉับพลันในพื้นที่ตำบลช่างเคิ่ง และเทศบาลตำบลแม่แจ่ม อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

องค์การบริหารส่วนตำบลช่างเคิ่ง คณะผู้บริจาคได้มอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนใน 7 หมู่บ้าน รวมกว่า 200 ราย ได้แก่ บ้านต่อเรทอ, บ้านต้นตาล, บ้านพร้าวหนุ่ม, บ้านป่าเท้อ, บ้านท้องฝาย, บ้านพุทธเอ้น และบ้านแพม โดยมีนางพัชรินทร์ บุญตาบวน นายกกิ่งกาชาดอำเภอแม่แจ่ม และผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลช่างเคิ่งร่วมรับมอบ

นอกจากนี้ ยังมีการมอบสิ่งของอีก 200 ชุดให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่เทศบาลตำบลแม่แจ่ม โดยมีชาวบ้านจาก 4 ชุมชนเดินทางมารับมอบด้วยตนเอง


นายอัฐ สมยศ นายกเทศมนตรีตำบลแม่แจ่ม ได้กล่าวขอบคุณสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และทุกภาคส่วนที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เชียงใหม่ มช. จับมือ “วิโนน่า อินเตอร์เนชั่นแนล” ต่อยอดผลงานวิจัยสารสกัดถั่วเหลืองช่วยผู้หญิงวัย 45+ขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพสู่สังคมในการพัฒนาประเทศด้วยนวัตกรรม พร้อมสนับสนุนการทำงานของบุคลากรตั้งแต่งานวิจัยขั้นพื้นฐานจนกระทั่งพร้อมส่งต่อไปยังภาคเอกชน (คลิป)

มช. จับมือ วิโนน่า อินเตอร์เนชั่นแนล ต่อยอดผลงานวิจัยสารสกัดถั่วเหลืองช่วยผู้หญิงวัย 45+ ขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพสู่สังคมในการพัฒนาประเทศด้วยนวัตกรรม พร้อมสนับสนุนการทำงานของบุคลากรตั้งแต่งานวิจัยขั้นพื้นฐานจนกระทั่งพร้อมส่งต่อไปยังภาคเอกชน เพื่อรับไม้ต่อการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโจทย์วิจัยที่มาจากภาคเอกชน

ที่อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Step) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดี มช. เปิดงานมลงพร้อมลงนามความร่วมมือกับ นายอิทธิพล ศรีอิทยาจิต กรรมการบริษัท วิโนน่า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พร้อมแถลงข่าวการอนุญาตให้ใช้สิทธิเทคโนโลยี (Lensing) ผลิตภัณฑ์สารสกัดถั่วเหลืองในรูปแบบชนิดเม็ดแคปซูล อาหารเสริม และรูปแบบทาภายนอก ซึ่งเป็นนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตผู้หญิง 45+ แก่บริษัท อินเตอร์เนชันแนล จำกัด พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัท โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในภาคอุตสาหกรรมและสังคม

ทั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยในอนาคตโดยเฉพาะในกลุ่มประชากรสตรีวัยทอง หรือ 45 + และผู้สูงอายุ รวมถึงการสร้างโอกาสให้กับบุคลากรของมหาวิทยาลัยสามารถพัฒนาทักษะและต่อยอดองค์ความรู้ ผ่านการทำงานร่วมกับภาคเอกชน พร้อมส่งเสริมนักศึกษาผ่านกิจกรรมสหกิจศึกษาเน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพให้ความสำคัญกับบทบาทการเป็นฟันเฟืองในการพัฒนาประเทศด้วยนวัตกรรม พร้อมสนับสนุนการทำงานของบุคลากรตั้งแต่งานวิจัยขั้นพื้นฐานจนกระทั่งพร้อมส่งต่อไปยังภาคเอกชน เพื่อรับไม้ต่อการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ต่อไป

เชียงใหม่ โครงการคนดีศรีเชียงใหม่ มอบใบประกาศเกียรติคุณต้นแบบ คนดีศรีแผ่นดิน และคนดีศรีเชียงใหม่ ประจำปี 2568 (คลิป)

โครงการคนดีศรีเชียงใหม่ มอบใบประกาศเกียรติคุณต้นแบบ คนดีศรีแผ่นดิน และคนดีศรีเชียงใหม่ ประจำปี 2568 มีพระสงฆ์และประชาชน นักศึกษา และนักเรียน ที่ทำคุณงามความดี ปี พ.ศ.2568 รวมทั้งหมดกว่า 1,300 คน

วันนี้(30 สค.68) ที่ห้องประชุมมหาลัยฟาอีสเทิร์น อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พระเทพปริยัติ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอดพระอารามหลวง จ.เชียงใหม่ เป็นประธานมอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับผู้ที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติคนดีศรีเชียงใหม่ และคนดีศรีแผ่นดิน โดยมีพระอาจารย์เพชร จนฺทวณฺโณ ผู้อำนวยการโครงการคนดีศรีเชียงใหม่ เข้าร่วม

ในงานมีพระครูสังฆรักษ์วีรวัฒน์ วีรวฑฺฒโน (พระครูอ๊อด วัดเจดีย์หลวง) พร้อมนายมงคล ชัยวุฒิ นายกเทศมนตรีตำบลเชิงดอย ได้รับใบประกาศเกียรติคุณในครั้งนี้ด้วย พร้อมกับพระสงฆ์และประชาชน นักศึกษา และนักเรียน ที่ทำคุณงามความดี ปี พ.ศ.2568 รวมทั้งหมดกว่า 1,300 คน

สำหรับทางด้านชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดเชียงใหม่ได้เสนอผู้ที่ทำคุณงามความดี ได้รับใบประกาศเกียรติคุณ “คนดีศรีเชียงใหม่” ประกอบด้วย นายวิชณุวัฒน์ กันธวัง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลสันผีเสื้อ และ นางพรพิมล ยามงคล, นายอัษฎา แปงสาย, นายธวัชชัย มาตันบุญ, นางสาวอัจฉราภรณ์ ปัญญาฟู, นางศิรินวล แก้วทอง และเด็กหญิงณัฐธิดา เรือนเงิน

เชียงใหม่ สนามไดร์ฟกอล์ฟยาวที่สุดในประเทศไทย M Sport เชียงใหม่ สนับสนุน 7 นักกอล์ฟเยาวชนภาคเหนือ ตามโครงการ Drive to the Dream 2025-2026 (คลิป)

สนามไดร์ฟกอล์ฟยาวที่สุดในประเทศไทย M Sport เชียงใหม่ สนับสนุน 7 นักกอล์ฟเยาวชนภาคเหนือ ตามโครงการ Drive to the Dream 2025-2026


ที่สนามไดร์ฟกอล์ฟ M sport สี่แยกหลุยส์ ตำบลสันกลาง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ นายทวีวัฒน์ เดชโพธิยานนท์ เจ้าของ M Sport Complex ได้เปิดตัวนักกอล์ฟเยาวชน 7 คน บวก 1 ที่ผ่านการคัดเลือกในโครงการ Drive to the Dream ปี 2025-2026 โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพนักกีฬาจากจังหวัดเชียงใหม่ให้ก้าวสู่ระดับประเทศและระดับสากล

เจ้าของ M Sport Complex กล่าวว่า ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันความฝันของนักกอล์ฟเยาวชนเหล่านี้ ด้วยการสนับสนุนลูกกอล์ฟสำหรับการฝึกซ้อมฟรีตลอดทั้งปี โดยมีมูลค่าเกือบ 100,000 บาทต่อคน รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 700,000 บาท โดยโครงการ Drive to the Dream ถูกสร้างขึ้นเพื่อมอบโอกาสให้เยาวชนกอล์ฟได้พัฒนาฝีมืออย่างเต็มที่ ตั้งแต่ก้าวแรกของการเป็นนักกีฬาระดับเยาวชน ไปจนถึงการก้าวสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติ และการได้รับทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ซึ่งในโครงการนี้มีโปรกอล์ฟมืออาชีพคอยให้คำแนะนำและฝึกสอนอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม สนามไดร์ฟกอล์ฟ M Sport เชื่อมั่นว่า ทุกความฝัน จุดเริ่มต้นจากโอกาสและพร้อมที่จะเป็นพลังสำคัญในการผลักดันเยาวชนทุกคนในภาคเหนือ ให้ก้าวไปสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จในวงการกอล์ฟระดัประเทสและสู่เวทีนานาชาติต่อไป

เชียงใหม่ อบจ.เชียงใหม่ เปิดงาน โครงการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่

รองนายก อบจ.เชียงใหม่ เปิดงาน โครงการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 28 – 29 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่

เย็นวันนี้ (28 สค.68) นายธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล รองนายก อบจ.เชียงใหม่ ประธานในพิธีกล่าวเปิดงานฯ โครงการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 28-29 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ นอกจากนั้นมี,นางวิทยาลักษณ์ สามใจ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และพันจ่าเอกวิทยา ลีละศาสตร์ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ร่วมกันเปิดงาน 

จังหวัดเชียงใหม่ เป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และอุดมไป ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทรงคุณค่า ภูมิปัญญาเหล่านี้ไม่เพียงเป็นรากฐาน ของวัฒนธรรม หากยังเป็นทุนทางสังคมและเศรษฐกิจที่สามารถพัฒนา และต่อยอดได้ในปัจจุบัน การจัดโครงการครั้งนี้ จึงนับเป็นโอกาสอันดี ที่จะได้สืบสาน และเผยแพร่ให้ประชาชน เยาวชนรุ่นใหม่ให้เกิดความรู้สึก ภาคภูมิใจ ตลอดจนเป็นอัตลักษณ์ที่สร้างแรงดึงดูดให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ด้านพันจ่าเอก วิทยา ลีละศาสตร์ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้ตระหนักถึงความสำคัญ ของการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นรากฐาน ทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า และเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งด้านศิลปะหัตถกรรม ศิลปะการแสดง วิถีชีวิต และภูมิปัญญาพื้นบ้าน ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

ด้วยเหตุนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้จัดทำโครงการ สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ขึ้น ระหว่างวันที่ 28 – 29 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่ คู่สังคมไทย เปิดโอกาสให้ประชาชน เยาวชน และนักท่องเที่ยว ได้เรียนรู้ และมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางวัฒนธรรม สนับสนุนให้ภูมิปัญญาท้องถิ่น สามารถต่อยอดสู่เชิงสร้างสรรค์ และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ของจังหวัดเชียงใหม่

ภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การจัดแสดง นิทรรศการ การสาธิตงานหัตถกรรมและงานศิลป์ การแสดง ทางวัฒนธรรม การสัมมนาเชิงวิชาการ ตลอดจนกิจกรรมสาธิต ภูมิปัญญาเพื่อให้เยาวชนและผู้สนใจได้เรียนรู้และสัมผัส ประสบการณ์จริง

เชียงใหม่ ส.กทอ. ชูโมเดล BCG ผลงานเด่นด้านอนุรักษ์พลังงานผ่านต้นแบบเมืองอัจฉริยะ มช.พร้อมกระตุ้นหน่วยงานในภูมิภาคยื่นขอจัดสรรทุนปี 2568 (คลิป)

สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ชูต้นแบบ BCG Model ผ่านโครงการต้นแบบเมืองอัจฉริยะพลังงานสะอาด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และโครงการที่เป็น Success Case ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนฯ โดยมีผลลัพธ์ด้านการอนุรักษ์พลังงานที่เป็นรูปธรรม พร้อมเชิญชวนหน่วยงานยื่นข้อเสนอเพื่อรับจัดสรรเงินกองทุนฯ ปีงบ 2568 ที่ยังยื่นได้ถึง 17 ก.ย. เวลา 16:30 น.

นายรัฐฉัตร ศิริพานิช ผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) เปิดเผยว่า กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเป็นทุนหมุนเวียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ หรืออุดหนุนการดำเนินงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน และการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการอนุรักษ์พลังงาน ภายใต้การจัดตั้งตาม พ.ร.บ.การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งที่ผ่านมากองทุนได้จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนโครงการด้านการอนุรักษ์พลังงาน และการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการอนุรักษ์พลังงาน ให้แก่ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา องค์กรเอกชนไม่แสวงหาผลกำไร ผู้ประกอบกิจการโรงงานและอาคาร กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และประชาชนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร และเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในการลดการใช้พลังงานได้มากกว่า 3,573 ktoe คิดเป็นมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท/ปี ในช่วงปี 2557 ถึงปัจจุบัน

ในการเดินทางมาศึกษาดูงานที่ศูนย์บริหารจัดการเมืองเพื่อความยั่งยืน และศูนย์บริหารจัดการชีวมวลแบบครบวงจร รวมถึงตัวอย่างโครงการศึกษาของสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครั้งนี้ ถือว่าเป็นต้นแบบโครงการ BCG Model หรือการพัฒนาเศรษฐกิจ 3 มิติ ไปพร้อมกัน ประกอบด้วย เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญเป็นโมเดลเศรษฐกิจใหม่สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

สำหรับโครงการต้นแบบเมืองอัจฉริยะพลังงานสะอาด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMU Smart City-Clean Energy) เป็นหนึ่งใน 6 ต้นแบบที่กองทุนฯ ได้จัดสรรงบประมาณ 115,005,500 บาท เพื่อริเริ่ม “โครงการสนับสนุนการออกแบบเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities-Clean Energy)” ในปี 2559 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงกำไร สถาบันการศึกษาเพื่อออกแบบพัฒนาเมืองของตนเองไปสู่เมืองอัจฉริยะ

โครงการมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 32,370 ตันคาร์บอนไดออกไซด์/ปี ใน 20 ปี หรือคิดเป็นร้อยละ 55.5 ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2558 นอกจากนั้นยังมุ่งเน้นเป็นต้นแบบการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมครบวงจรให้กับเมืองข้างเคียงได้พัฒนาสู่สังคมสีเขียวแบบอัจฉริยะ ส่งผลต่อชุมชนรอบข้างให้สามารถใช้ประโยชน์พื้นที่สีเขียวในเมืองมหาวิทยาลัย มีความสะดวกสบายในการสัญจรเพิ่มขึ้น และสามารถเรียนรู้ระบบบริหารจัดการในเมืองมหาวิทยาลัยเพื่อใช้เป็นต้นแบบในการปรับใช้กับชุมชนได้อีกด้วย

ทั้งนี้ โครงการมีผลประหยัดพลังงานที่เกิดขึ้นจริงได้ 28.62% หรือ 34,220,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง/ปี ลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 51.08% หรือ 32,370.68 ตัน/ปี สามารถผลิตพลังงานจากโซลาร์บนหลังคาได้ 19 เมกะวัตต์ ผลิตไบโอแก๊สจากขยะ 0.3 เมกะวัตต์ และมีโรงไบโอแก๊ส (ไขมันจากโรงอาหาร) 0.5 เมกะวัตต์ รวมผลิตพลังงานได้ 19.8 เมกะวัตต์ หรือเทียบเท่ากับ 51.14%ของพลังงานที่ใช้ทั้งหมด รวมทั้งมีระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) และโซลาร์น้้าร้อน 20,000 ลิตร/วัน

“ผลลัพธ์ที่กองทุนฯ คาดหวังคือ เมืองไทยจะมีแผนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โดยเฉพาะในบริบทของการลดสภาวะโลกร้อนที่คำนึงถึงการใช้พลังงานสะอาด ช่วยลดพลังงาน ลดคาร์บอน และสร้างเมืองที่น่าอยู่และยั่งยืนสำหรับอนาคตต่อไป มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็เป็นพันธมิตรที่ดีของกองทุนฯ และเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการที่ผ่านมา ที่ได้มีการพัฒนาและยกระดับการดำเนินการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างต่อเนื่องจนได้รับรางวัลและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล มีการนำเทคโนโลยีด้านพลังงานต่าง ๆ ที่เคยได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนฯ เช่น ระบบก๊าซชีวภาพ การแปรรูปขยะเป็นพลังงาน การดัดแปลงรถยนต์เป็นรถไฟฟ้าและงานวิจัยอื่นๆ มาประยุกต์ใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยฯ” ผู้จัดการ ส.กทอ.กล่าว

นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมศูนย์บริหารจัดการชีวมวลแบบครบวงจรของมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์เมืองอัจฉริยะของมหาวิทยาลัยฯ มุ่งเน้นกำจัดขยะอย่างยั่งยืน โดยนำขยะจากหอพักและโรงอาหารมาผลิตเป็นไบโอแก๊ส เพื่อนำมาผลิตเป็นเชื้อเพลิง CBG (Compressed Biomethane Gas) หรือก๊าซไบโอมีเทนอัด คือเชื้อเพลิงที่ได้จากการนำก๊าซชีวภาพ (Biogas) มาปรับปรุงคุณภาพ มีคุณสมบัติเทียบเท่าก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV)

การบริหารจัดการชีวมวลแบบครบวงจรสามารถลดปริมาณขยะที่ต้องฝังกลบและเผาได้ประมรณ 4,500 ตัน/ปี ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 10,900 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยขยะอินทรืย์ 1 ตัน สามารถสร้างประโยชน์รวมได้มากถึง 1,500 – 2,000 บาท ซึ่งมาจากการผลิตก๊าซ การลดคาร์บอน และการประหยัดค่าขนส่ง ซึ่งโครงการนี้ก็ถือเป็นต้นแบบน่าสนใจในการนำเทคโนโลยีมาใช้แก้ปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อม พร้อมกับสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

“ทั้งนี้ ยังมีตัวอย่างโครงการภายใต้การสนับสนุนของกองทุนฯ ประสบผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะจากสถาบันวิจัยพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงเล็งเห็นว่าหน่วยงานหรือองค์กรที่มีสิทธิ์ยื่นขอรับจัดสรรเงินกองทุนฯ ปีงบประมาณ 2568 ควรให้ความสำคัญกับกลไกนี้ของกองทุนฯ เพื่อเป็นการช่วยผลักดันหน่วยงานให้มีความพร้อมก้าวไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยล่าสุดทางคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ได้ขยายระยะเวลาการเปิดรับข้อเสนอโครงการด้านการอนุรักษ์พลังงาน และการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการอนุรักษ์พลังงาน ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 17 กันยายน 2568 จึงอยากเชิญชวนหน่วยงานเข้าร่วมยื่นข้อเสนอเพื่อรับทุนสนับสนุน ซึ่งในภาพรวมจะเกิดผลประหยัดพลังงานในวงกว้าง รวมทั้งเพิ่มการใช้พลังงานทดแทนในประเทศมากขึ้นด้วย” ผู้จัดการ ส.กทอ.กล่าวในท้ายที่สุด

เชียงใหม่ “เลขา ป.ป.ส.” ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจชุดปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ หลังเกิดเหตุปะทะอย่างต่อเนื่องกว่า 13 ครั้ง กลุ่มขบวนการเสียชีวิต 21 ศพ ยึดยาบ้ารวมกว่า 23 ล้านเม็ด(คลิป)

“เลขา ป.ป.ส. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจชุดปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ หลังเกิดเหตุปะทะอย่างต่อเนื่องกว่า 13 ครั้ง กลุ่มขบวนการเสียชีวิต 21 ศพ ยึดยาบ้ารวมกว่า 23 ล้านเม็ด ย้ำขวัญกำลังใจเป็นกำลังรบที่ไม่ที่ตัวตนแต่ทรงอนุภาพ”

(19 สค.68) กองบังคับการควบคุมผาดำฯ ฐานปฏิบัติการบ้านร้องธาร ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วยพลโทกิตติพงศ์ ชื่นใจชน ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พลโทกาจน์ กอรี รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ นายธันวา ผุดผ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 5 พันเอก มีชัย นิลศาสตร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง นางสาวสุกันยา ใหญ่วงศ์ รักษาการในตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 5 และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ หลังเกิดเหตุปะทะอย่างต่อเนื่องกับกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติดตั้งแต่ห้วงเดือนพฤษภาคม 2568 ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย จำนวน 13 ครั้ง เป็นเหตุการณ์สำคัญ 10 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิตรวม 21 ศพ ยึดยาบ้ารวม 23,544,000 เม็ดไอซ์ 58 กิโลกรัม ฝิ่นดิบ 20.8 กิโลกรัม และยาเสพติดอื่นอีกจำนวนหนึ่ง


เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นจำแนกตามหน่วยรับผิดชอบพื้นที่ ดังนี้
หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ จำนวน 5 ครั้ง
1) วันที่ 5 มิถุนายน 2568 กองร้อยทหารม้าที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการพิเศษที่ 501 ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ และได้ปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ บริเวณช่องทางผาบ่อง บ้านป่ากล้วย ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ผลการปะทะกลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 1 ศพ และยึดยาบ้าได้จำนวน 200,000 เม็ด ฝิ่นดิบ 20.8 กิโลกรัม และอาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรฝาง ดำเนินการตามกฎหมาย

2) วันที่ 13 มิถุนายน 2568 กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษที่ 501 ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ และ ได้ปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ ประมาณ 6 – 8 คน บริเวณช่องทางเขาหัวนก บ้านขอบด้ง หมู่ที่ 14 ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ผลการปะทะกลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 4 ศพ และยึดยาบ้าได้จำนวน 400,000 เม็ด เฮโรอีน 360 กรัม ยาอี 27 เม็ด และฝิ่นดิบ 12 กรัม นอกจากนี้ยังมีอาวุธปืนลูกซองยาวไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน และอาวุธปืนพก 1 กระบอก นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรฝาง ดำเนินการตามกฎหมาย

3) วันที่ 20 มิถุนายน 2568 กองร้อยทหารม้าที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษที่ 501 ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ และได้ปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ ประมาณ 6 – 8 คน บริเวณบ้านหนองเต่า ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ผลการปะทะกลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 2 ศพ และยึดยาบ้าได้ 400,000 เม็ด และอาวุธปืนลูกซองยาวไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรฝาง ดำเนินการตามกฎหมาย

4) วันที่ 2 สิงหาคม 2568 กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ และได้ปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ ประมาณ 6 – 8 คน บริเวณเส้นทางแยกบ้านหลวง หมู่ที่ 5 ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ผลการปะทะกลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิตจำนวน 5 ศพ และยึดยาบ้าได้จำนวน 1,354,000 เม็ดอาวุธปืนลูกซองยาวไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์จำนวน 1 กระบอก และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรฝาง ดำเนินการตามกฎหมาย

5) วันที่ 15 สิงหาคม 2568 กองร้อยทหารม้าที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ร่วมกับกองร้อยทหารพรานที่ 3207 กองบังคับการควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจและได้ปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ ประมาณ 30 – 40 คน บริเวณเส้นทางสันผักหวาน บ้านหนองเต่า ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ผลการปะทะกลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิตจำนวน 1 ศพ และยึดยาบ้าได้จำนวน 4,200,000 เม็ด อาวุธปืนยาว จำนวน 1 กระบอก นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรฝาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก จำนวน 3 ครั้ง
1) วันที่ 6 มิถุนายน 2568 กองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ร่วมกับชุดปฏิบัติการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ และได้ปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ ประมาณ 15 – 20 คน บริเวณบ้านปางหนุนพัฒนา ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ผลการปะทะกลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 1 ศพ และยึดยาบ้าได้จำนวน 4,200,000 เม็ด นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่ฟ้าหลวง ดำเนินการตามกฎหมาย

2) วันที่ 20 มิถุนายน 2568 กองร้อยทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษที่ 504 ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ และได้ปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ ประมาณ 15 – 20 คน บริเวณช่องทางบ้านม้งเก้าหลัง 5 บ้านปางมะหัน หมู่ที่ 8 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ผลการปะทะกลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 2 ศพ และยึดยาบ้าได้จำนวน 4,000,000 เม็ด นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีสถานีตำรวจภูธรแม่ฟ้าหลวง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

3) วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 กองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษที่ 504 และชุดปฏิบัติการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ และได้ปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ ประมาณ 25 – 30 คน บริเวณบ้านป่าซางนาเงิน ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ผลการปะทะกลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิตจำนวน 2 ศพ และยึดยาบ้าได้จำนวน 7,790,000 เม็ด ไอซ์จำนวน 58 กิโลกรัม ลูกระเบิดขว้างจำนวน 1 ลูก ปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก โทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง วิทยุสื่อสาร (ICOM) จำนวน 3 เครื่อง และรถกระบะจำนวน 1 คัน นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่ฟ้าหลวง ดำเนินการตามกฎหมาย

กองบังคับการควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 จำนวน 2 ครั้ง
1) วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 กองร้อยทหารพรานที่ 3207 กองบังคับการควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษที่ 501 ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ และได้เกิดการปะทะกับกลุ่มขบวนการฯประมาณ 5 – 8 คน บริเวณบ้านดอยแหลม หมู่ที่ 13 ตำบลแม่อาย อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ หลังเหตุการณ์สงบ ตรวจพบกลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 2 ศพ และกระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง จำนวน 5 ใบ ภายในบรรจุยาบ้ารวมจำนวน 500,000 เม็ด พร้อมด้วยอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก จึงได้ทำการตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่อาย ดำเนินการตามกฎหมาย

2) วันที่ 28 มิถุนายน 2568 กองร้อยทหารพรานที่ 3209 กองบังคับการควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษที่ 503 ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ และได้ปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ ประมาณ 4 – 6 คน บริเวณบ้านนามะอื้น หมู่ที่ 14 ตำบลแม่อาย อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ผลการปะทะกลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต จำนวน 1 ศพ และยึดยาบ้าได้จำนวน 500,000 เม็ด นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่อาย ดำเนินการตามกฎหมาย

จากเหตุปะทะข้างต้นไม่มีรายงานเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ เลขาธิการ ป.ป.ส. และคณะ จึงได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพล รับฟังรายงานสรุปเหตุการณ์ปะทะ และสถานการณ์ลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ โดยเลขาธิการ ป.ป.ส. ยังคงเน้นย้ำว่า ขวัญกำลังใจเป็นกำลังรบที่ไม่ที่ตัวตนแต่ทรงอนุภาพ จึงได้เดินทางมาให้กำลังใจและมอบของบำรุงขวัญด้วยตนเอง และยังย้ำว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จึงได้สนับสนุนเครื่องมือพิเศษ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการสกัดกั้นยาเสพติดให้ดียิ่งขึ้น

เชียงใหม่ ผู้บริหารเทศบาลตำบลเชิงดอย จับมือ ส.ส.ณัฐพล ร่วมหาทางแก้ไขปัญหาถนนและน้ำประปา (คลิป)

ปัญหาชาวบ้านต้องมาก่อน ผู้บริหารเทศบาลตำบลเชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ จับมือ ส.ส.ณัฐพล ร่วมหาทางแก้ไขปัญหาถนนและน้ำประปา

บ่ายวันนี้ (18 สิงหาคม 2568) ที่เทศบาลตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ นายมงคล ชัยวุฒิ นายกเทศมนตรีตำบลเชิงดอย มอบหมายให้นายอภิพงษ์ คงสัมพันธิ์ รองนายกเทศมนตรี พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาลเขต 2 และผู้อำนวยการกองช่าง เข้าร่วมหารือกับนายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 (อำเภอดอยสะเก็ด แม่ออน และสันกำแพง) เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่

โดยเฉพาะปัญหาของชาวบ้านหมู่ 2 บ้านดงป่าก่อ ซึ่งกำลังประสบความเดือดร้อนจากถนนชำรุดเสียหาย ใช้งานไม่ได้สะดวก และปัญหาน้ำประปาหมู่บ้านที่ไม่สามารถใช้งานได้ แม้ก่อนหน้านี้ชาวบ้านจะเคยร้องเรียนไปยังการประปาส่วนภูมิภาคแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข มีเพียงหนังสือให้คำแนะนำกลับมาเท่านั้น ทำให้ชาวบ้านเกิดความน้อยใจ เนื่องจากเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่คอยดูแลรักษาแหล่งน้ำให้คนเชียงใหม่ใช้บริโภคและอุปโภค แต่ตนเองกลับประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาด

ในการหารือครั้งนี้ ผู้บริหารเทศบาลตำบลเชิงดอย และ ส.ส.ณัฐพล ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวทางเพื่อหาทางออก ทั้งในเรื่องการซ่อมแซมถนนที่ชำรุด และการเร่งแก้ไขปัญหาน้ำประปาเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถใช้น้ำได้อย่างเพียงพอและยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวยังมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ป่าไม้ที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ผู้บริหารท้องถิ่นและผู้แทนราษฎรต่างยืนยันว่า จะเร่งผลักดันเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวบ้านตำบลเชิงดอยต่อไป

เชียงใหม่ เทศบาลตำบลแม่คือ จัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม ถวายพระพรชัยมงคล พร้อมตรวจวัดสายตาและมอบแว่นแก่คุณแม่ผู้สูงอายุกว่า 200 คน(คลิป)

เทศบาลตำบลแม่คือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ จัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2568 ถวายพระพรชัยมงคล พร้อมตรวจวัดสายตาและมอบแว่นแก่คุณแม่ผู้สูงอายุกว่า 200 คน

วันนี้ (12 สิงหาคม 2568) ณ เทศบาลตำบลแม่คือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ นายวิศิษฐ์ ตุ่นศิริ นายกเทศมนตรีตำบลแม่คือ เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมทั้งจัดกิจกรรมเนื่องในวันแม่แห่งชาติ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ภายในงาน มีข้าราชการ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลแม่คือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่ม อสม. เด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนในพื้นที่ตำบลแม่คือ และใกล้เคียง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยกิจกรรมเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าด้วยพิธีทำบุญตักบาตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

นอกจากนี้ เทศบาลตำบลแม่คือ ยังได้จัดบริการตรวจวัดสายตา และมอบแว่นสายตาให้กับคุณแม่ผู้สูงอายุในพื้นที่ กว่า 200 คน เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีและดูแลสุขภาพสายตาของผู้สูงวัย


และในงานยังมี การแสดง ของ เด็กเยาวชน และผู้สูงอายุ สลับสับเปลี่ยน ขึ้นแสดง บนเวที อย่างสวยงามสร้างสีสันภายในงาน และในงานยังมีการมอบรางวัล แม่ดีเด่น แม่ต้นแบบ ตำบลแม่คือ โดยได้รับเกียรติจาก นางณัฐกฤตา แสงสุวรรณ นายกกิ่งกาชาดอำเภอดอยสะเก็ด มามอบรางวัลในครั้งนี้อีกด้วย

บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม สะท้อนถึงความรัก ความกตัญญู และความสามัคคีของคนในชุมชน

เชียงใหม่ เปิดตัวสมาคม “ภาพยนตร์และสื่อดิจิทัลภาคเหนือ “ อย่างเป็นทางการ พร้อมเตรียมจัด งานยิ่งใหญ่แห่งปี ครั้งแรกของเชียงใหม่(คลิป)

เปิดตัวสมาคม “ภาพยนตร์และสื่อดิจิทัลภาคเหนือ “ อย่างเป็นทางการ พร้อมเตรียมจัด งานยิ่งใหญ่แห่งปี ครั้งแรกของเชียงใหม่กับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเชียงใหม่ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 Chiang Mai International Film Festival 2025 พร้อมขับเคลื่อนเชียงใหม่เป็น ศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับโลก

วันนี้(11 สค.68) ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่(เซ็นเฟส) สมาคมภาพยนตร์และสื่อดิจิกัลภาคเหนือ NORTHERM FILM& DIGITAL MECIAASSOCIATION แถลงข่าวเปิดตัวสมาคมภาพยนตร์และสื่อดิจิทัลภาคเหนือ Northern Thailand Film & Digital Media Association 2025 (NTFD) และการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเชียงใหม่ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568CHIANG MAI INTERNATIONAL FILM FESTIVAL 2025

ดร.อดิศร สุดดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็มจีวาย เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด กล่าวว่าได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมภาพยนตร์และสื่อดิจิทัลภาคเหนือ Northern Film & Digital Media Association (NTFD) จากจุดเล็ก ๆ ที่แตกต่าง สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ กับการรวมตัวของเครือข่ายนักเล่า เรื่อง ผู้สร้างสรรค์ และผู้ผลักดันอุตสาหกรรมสื่อให้เติบโตไปด้วยกัน จากผู้ประกอบการผู้ผลิต รวมถึงศิลปิน นักแสดง ผู้กำกับ นักเขียน ทั้งบุคลากรทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ได้รวมพลังกันในนามองค์กรภายใต้ สมาคมฯ เพื่อเชื่อมโยงศักยภาพในภูมิภาค สานต่อพันธกิจขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบันเทิงในหลากหลายมิติเปิดประตูสู่ “โอกาส” ก้าวสู่ในระดับประเทศ และนานาชาติ

ด้วยจังหวัดเชียงใหม่มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและแสดงสินค้า ระดับนานาชาติ (Mice city) และเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก (tourism hub) อีกทั้งมีความพร้อมทางด้าน โครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม และโลจิสติกส์ รวมทั้งมีโรงแรมและศูนย์ประชุมที่มีมาตรฐานระดับนานาชาติ มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย และ ประวัติศาสตร์อันยาวนาน โบราณสถานที่ทรงคุณค่า ศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติที่สวยงาม โดยได้ถูกถ่ายทอด เรื่องราวในหลากหลายมิติผ่านภาพยนตร์ทั้งในและต่างประเทศมาแล้วมากมาย ทางสมาคมภาพยนตร์และสื่อ ดิจิทัลภาคเหนือ จึงได้มีแนวคิดจัด “เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเชียงใหม่ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 Chiang Mai Internation film Festival 2025 ” ขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคโดยได้บูรณาการความร่วมมือ องค์กรภาครัฐและ เอกชน เพื่อเป็นการพัฒนาวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรม ผลักดัน Soft Power ไทยในหลากหลายมิติ และนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของการท่องเที่ยวในระยะยาว ส่งผลต่อการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้เมือง และประเทศ สู่สายตานานาชาติได้อย่าง ภาคภูมิ

โดยได้รับเกียรติร่วมการแถลงข่าวการจัดงานในครั้งนี้ ประกอบด้วย นายแพทย์ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึง การขับเคลื่อนเมืองแห่งนวัตกรรมสร้างสรรค์ สู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลก ,นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึง การเตรียมความพร้อมและผลักดันเมืองเชียงใหม่สู่ Film Friendly City ,นางกรวรรณ สุ่มมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่กล่าวถึง การส่งเสริมและสนับสนุนการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์ ร่วมผลักดัน Soft power ผ่านสื่อ ภาพยนตร์สู่นานาชาติ, ดร.อดิศร สุดดี นายกสมาคมภาพยนตร์และสื่อดิจิทัลภาคเหนือกล่าวถึง ภาพรวมการจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเชียงใหม่ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 ,ผศ.นันทสิทธิ์ กิตติวรากูล หัวหน้าศูนย์นวัตกรรมการสื่อสาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึง การมีส่วนร่วมสนับสนุนการจัดเทศกาลและภาพยนตร์ระดับนานาชาติ ,นายพรเทพ อรรถกิจไพศาล ผู้อำนวยการกลุ่มงานปฏิบัติสาขาเขตภาคเหนือ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง ผู้สนับสนุนสถานที่การจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเชียงใหม่ และนางสาวกาญจนา จันต๊ะเจริญ Area Manager บริษัท เมเจอร์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึง ผู้สนับสนุนการฉายภาพยนตร์การจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเชียงใหม่

ทั้งนี้ ได้กำหนดการจัดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 28 – 30 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต,โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์กรุ๊ป และพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยภายในงานได้จัดการประกวด หนังสั้น CIFF Short Film Contest 2025 ชิงเงินสนับสนุนและรางวัลกว่า 600,000 บาท,การฉายภาพยนตร์ที่ผ่าน เข้ารอบสุดท้าย และภาพยนตร์นานาชาติ กว่า 10 ประเทศ, การเสวนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ CIFF Talk, เดิน พรมแดงแฟชั่นโชว์ Red Carpet & Fashion Show จากศิลปิน นักแสดง ผู้จัด, การแลกเปลี่ยนความรู้และสร้าง เครือข่าย CIFF Exhibition & Show Case, เปิดโอกาสการเจรจาธุกิจ CIFF Business Networking, การมอบ รางวัล CIFF Awards & CFF Star Awards ให้กับผลงานด้านภาพยนตร์สั้น และนักแสดงที่มีผลงานโดดเด่นทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ สำหรับการจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ซึ่งถือเป็นการจัดงานเต็มรูปแบบที่เกิดขึ้นครั้ง แรกในจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย