เชียงใหม่ แถลงข่าว งานท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน ณ เวียงกุมกาม “แอ่วกุมกามยามแลง ในดวงใจนิรันดร์ Love and Forever”(คลิป)

กระทรวงวัฒนธรรม โดย กรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ แถลงข่าว งานท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน ณ เวียงกุมกาม “แอ่วกุมกามยามแลง ในดวงใจนิรันดร์ Love and Forever” ณ ลานประตูท่าแพ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 กพ.-1 มี.ค.69 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. – 21.00 น. ณ ลานกิจกรรม วัดอีก้าง – วัดหนานช้าง เวียงกุมกาม ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้(19 กพ.69) ที่ลานประตูท่าแพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายชินณวุฒิ วิลยาลัย ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ,นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ นายสุรพล เกียรติไชยากร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าว งานท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน ณ เวียงกุมกาม “แอ่วกุมกามยามแลง ในดวงใจนิรันดร์ Love and Forever”

กิจกรรมภายในงานในปีนี้อยู่ในห้วงบรรยากาศของการไว้อาลัยแด่สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเดือนแห่งความรัก สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ จึงกำหนดธีมงานให้มีบรรยากาศแห่งความรักที่มีต่อแม่ของแผ่นดิน ภายในงานมีกิจกรรม ดังนี้- เยี่ยมชมโบราณสถานสำคัญ อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนาสมัยพญามังราย อายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ในบรรยากาศยามค่ำคืนที่ประดับตกแต่งด้วยไฟและผางประทีป ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ได้แก่ ละครเสภาขุนช้าง ขุนแผน ตอนพระไวยแตกทัพ การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุด อานุภาพรามราชจักรี และชุด กษิรชลมณโฑ จากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ชม “กาดกุมกาม@Love” อาหารและสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง ชมนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ และนิทรรศการ “เวียงกุมกาม” ชมบูธกิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น สาธิตการทำดอกกุหลาบควีนสิริกิติ์ ดอกแคทรียาควีนสิริกิติ์ การทำตาแหลว การเพ้นท์ร่ม ชมผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม มากกว่า 120 ร้านค้า

อย่างไรก็ดีขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวงาน “แอ่วกุมกามยามแลง ในดวงใจนิรันดร์ Love and Forever”/การแต่งกายประชาชนที่สนใจเข้าร่วมงาน “แอ่วกุมกามยามแลง ในดวงใจนิรันดร์ Love and Forever” สามารถเข้าร่วมงานได้ในวันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. – 21.00 น. ณ ลานกิจกรรม วัดอีก้าง – วัดหนานช้าง เวียงกุมกาม ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และขอเชิญชวนผู้เข้าร่วมงานแต่งกายชุดพื้นเมือง ชุดผ้าไทย หรือชุดผ้าถิ่น สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ โทร 053 222 262

 

เชียงใหม่ เทศบาลสันป่าเปา อ.สันทราย เชียงใหม่ เปิดตลาดชุมชน กาดกำงโต้งโฮงเรือ ให้ชาวบ้านได้นำสินค้า ผลผลิตทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ OTOP มาจำหน่าย(คลิป)

เทศบาลสันป่าเปา อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เปิดตลาดชุมชน กาดกำงโต้ง(ตลาดกลางทุ่งนา) โฮงเรือ(โรงจอดเรือ) ให้ชาวบ้านได้นำสินค้า ผลผลิตทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ OTOP มาจำหน่าย เพื่อศักยภาพสร้างการเรียนรู้ สร้างรายได้ และประสบการณ์ในการค้าขายให้แก่ผู้ผลิต รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งใหมในอำเภอสันทราย

บรรยากาศที่อู่ต่อเรือ บ้านหมู่ 4 ตำบลสันป่าเปา อ.สันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเทศบาลตำบลสันป่าเปา ได้เปิด”กาดก้างโต้ง โฮงเรือ” เป็นตลาดชุมชนเพื่อให้ชาวบ้านได้นำสินค้า ผลผลิตทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ OTOP มาจำหน่าย เพื่อศักยภาพสร้างการเรียนรู้ สร้างรายได้ และประสบการณ์ในการค้าขายให้แก่ผู้ผลิต รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งใหมในอำเภอสันทราย โดยใช้ชื่อว่า “กาดก้างโต้ง โฮงเรือ” โดยจะเปิดจำหน่ายในวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น.ไปจนถึงเวลา 18.00 น.

นายสุนัน ศรีวิชัย นายกเทศมนตรีตำบลสันป่าเปา เปิดเผยว่า อยากให้พื้นที่นี้ได้เป็นจุดศูนย์กลางของการตลาดในตำบลสันป่าเปา ซึ่งเรามีอู่ต่อเรือเป็นจุดขาย ทางชาวบ้านก็จะมีรายได้ จะได้นำพาเศรษฐกิจชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งชาวบ้านก็ไม่คอยมีอาชีพอะไร ส่วนใหญ่ก็ทำมาค้าขายทำสวนทำไร่จึงอยากให้ชาวบ้านหันมาค้าขาย วัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้าที่ผลิตโดยคนในชุมชน ผลผลิตทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ OTOP จากสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในตำบลสันป่าเปา แต่ขาดช่องทางการจำหน่าย ,เพื่อสร้างการเรียนรู้ สร้างรายได้ และประสบการณ์ในการค้าขายให้แก่ผู้ผลิตสินค้าในชุมชน , เพื่อส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวในตำบลสันป่าเปาตลาดชุมชน กาดกำงโต้งโฮงเรือ ประกอบด้วย การจำหน่ายสินค้าจากผู้ผลิต ,ผู้ประกอบการ สมาชิกวิสาหกิจชุมชน จำนวน 27 ราย ,มีทั้งอาหารการกิน และกิจกรรมการทำ Work shop ขนมไทย การถักทอเส้นด้านเป็นของที่ระลึก การเป๋า และการผ่อนคลายด้วยการระบายสีภาพวาดและปูนปั้น

ตลาดชุมชน กาดก๋างโต้งโฮงเรือ ตำบลสันบำเปา อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เกิดจากความตั้งใจของคนในชุมชนบ้านขัวโก หมู่ที่ 4 ซึ่งเป็นที่ตั้งของกลุ่มวิสาหกิจหัตกรรมและแปรรูปตำบลสันป่าเปา ผนวกกับความตั้งใจของเจ้าของอู่ต่อเรือ คุณปรีดา นาฎงามขำ ผู้ที่มาเป็นเขยคนสันป่าเปา เจ้าของอู่ต่อเรือรายใหญ่ ระดับประเทศ ที่ต้องการสร้างแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลสันป้าเปา ต้องการช่วยเหลือคนในชุมชนให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ในตำบล จึงเกิดแนวคิดการประสานขอรับการสนับสนุนจากเทศบาลตำบลสันป่าเปาในการจัดตั้งกาดกำงโต้งโฮงเรือขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญในการสร้างแลนด์มาร์กท่องเที่ยวในตำบลสันป่าเปา ก่อเกิดเป็นการรวมกลุ่มของผู้ผลิตสินค้าในชุมชนที่มารวมตัวกันเปิดจำหน่ายสินค้า

คุณปริชาติ นาฏนางขำ บุตรสาวกล่าวว่า พร้อมแล้วสำหรับการต้อนรับผู้คนมาเยือน ตลาดน้ำแห่งใหม่ในอำเภอสันทราย กาดก๋างโต้งโฮงเรือ ผู้ที่เดินทางมาเที่ยวสามารถแวะกิน ชิม ช็อป ได้ พร้อมบันทึกภาพถ่ายประทับใจ เรือไม้โบราณ ทิวทัศน์สวยงามท่ามกลางบรรยากาศบ้านไม้ริมน้ำ สามารถนั่งชิลๆได้ทั้งวัน


สนใจเที่ยวชมตลาดชุมชน กาดก๋างโต้งโฮงเรือ สอบถามได้ที่หมายเลข 086-944646

เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่เชียงใหม่เตรียมจัดงานใหญ่ “เสน่ห์วัฒนธรรมล้านนาสู่สากล” ฉลองสถาปนาเมือง 730 ปี(คลิป)

เชียงใหม่เตรียมจัดงานใหญ่ “เสน่ห์วัฒนธรรมล้านนาสู่สากล” ฉลองสถาปนาเมือง 730 ปี ชูไฮไลต์แฟชั่นโชว์ชุดไทยพระราชนิยม-กงสุลใหญ่สหรัฐฯ ร่วมเดินรันเวย์หนุน Soft Power สู่สายตาชาวโลก

วันนี้(14 กพ.69) ที่ห้องประชุม โรงแรมสมายล์ ล้านนา อำเภอเมือง จังหัดเชียงใหม่ เครือข่ายอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาล้านนาสู่สากลจัดแถลงข่าวงาน “เสน่ห์วัฒนธรรมล้านนาสู่สากล” โดยมีเจ้าเจือจันทร์ ณ เชียงใหม่ ประธานเครือข่ายอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาล้านนาสู่สากลและนายพิชิตชัย เกลอดู นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ตลอดจนแม่ครูพ่อครูเข้าร่วม

งานดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญที่เมืองเชียงใหม่สถาปนาครบ 730 ปี พร้อมผลักดันอัตลักษณ์พื้นถิ่นและมรดกทางวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ

เจ้าเจือจันทร์ ณ เชียงใหม่ ประธานเครือข่ายอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาล้านนาสู่สากล เปิดเผยว่า การจัดโครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อสนองพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณารี นารีรัตนราชกัญญา ในการส่งเสริมการสวมใส่ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ให้แพร่หลายและถูกต้องตามอัตลักษณ์อันภาคภูมิใจ โดยมุ่งหวังให้งานนี้เป็นเวทีเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่เข้ากับรากเหง้าของตนเอง ผ่านกิจกรรมที่ร่วมสมัยทั้งในด้านการแต่งกาย อาหาร และการแสดง เพื่อสร้างความตระหนักในคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมล้านนาทั้งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้อย่างยั่งยืน

ไฮไลต์ที่น่าสนใจภายในงานประกอบด้วย มหกรรมแฟชั่นโชว์ล้านนา 6 กลุ่มที่รวบรวมความงดงามของชุดไทยพระราชนิยม ชุดตามรอย 9 เจ้าหลวงเชียงใหม่ ชุดอัตลักษณ์ประจำจังหวัดในล้านนา และชุดชนเผ่าประยุกต์ ซึ่งจะมีการบรรยายประวัติความเป็นมาทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยได้รับเกียรติพิเศษจากกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ ที่ให้ความสนใจและตอบรับเข้าร่วมเดินแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ด้วยตนเองเนื่องจากมีความชื่นชมในวัฒนธรรมล้านนาเป็นทุนเดิม นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า อาทิ การขับซอพื้นเมืองที่สะท้อนประวัติศาสตร์อันยาวนานของอาณาจักรล้านนา พร้อมดื่มด่ำกับวัฒนธรรมอาหารผ่านการจัดขันโตกอาหารเมืองแบบแท้ๆ

สำหรับ​งาน “เสน่ห์วัฒนธรรมล้านนาสู่สากล” จะจัดขึ้นอย่างอลังการ ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ และถนนคนเดินหน้าพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกว่า 1,000 คน ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ให้กลับมาคึกคักและสง่างามในระดับสากลสืบไป

เชียงใหม่ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดประมูลทะเบียนสวยหมวด “งร” เชียงใหม่ ยอด “งร 9999” พุ่งแตะ 1.2 ล้าน(คลิป)

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดประมูลทะเบียนสวยหมวด “งร” เชียงใหม่ ยอด “งร 9999” พุ่งแตะ 1.2 ล้าน ลุ้นทุบสถิติปีก่อน

วันนี้(14 กพ.69) ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส โรงแรมดิเอ็มเพรสจังหวัดเชียงใหม่ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย หมวดอักษร “งร” (เงินมั่งคั่ง รักมั่นคง) ครั้งที่ 37 ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้เกียรติกล่าวต้อนรับคณะประธานและผู้เข้าร่วมงาน จากนั้น นายมานพ พุทธวงค์ ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อระดมทุนเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) สำหรับใช้ในกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุและจัดซื้ออุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ

บรรยากาศการประมูลในวันวาเลนไทน์และช่วงเทศกาลตรุษจีนเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและนักลงทุนให้ความสนใจเข้าร่วมประมูลทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบออนไลน์อย่างท่วมท้น ทันทีที่เริ่มเปิดสนาม หมายเลขแรก “งร 8899” ถูกประมูลไปในราคา 172,000 บาท

ไฮไลท์สำคัญของการประมูลในช่วงสายวันนี้อยู่ที่หมายเลขยอดนิยม “งร 9999” ซึ่งมีการแข่งขันราคาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดยอดเสนอราคาพุ่งสูงไปถึง 1,255,000 บาท สร้างความฮือฮาให้กับผู้เข้าร่วมงานและนักสะสมทะเบียนสวยเป็นอย่างมาก

การประมูลครั้งนี้ถูกจับตามองว่าจะสามารถทำลายสถิติเดิมของปีที่ผ่านมาได้หรือไม่ โดยมีข้อมูลย้อนหลังที่สำคัญดังนี้ สถิติสูงสุดปี 68 หมายเลข “งย 9999” ปิดประมูลที่ราคา 1,415,000 บาท ซึ่งเป็นการทำลายสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี ของจังหวัดเชียงใหม่ หมายเลขยอดนิยมอื่น หมายเลข “งย 8888” ปิดที่ราคา 888,888 บาท โดยรายได้รวม การประมูลครั้งที่ 36 (หมวด งย) สามารถสร้างรายได้เข้ากองทุน กปถ. รวมกว่า 28 ล้านบาท

สำหรับหมายเลข 9999 ในการประมูลในครั้งนี้ผู้ที่ประมูลได้ไปคือ คุณทวีเดช อ้อมอารี โดยสามารถประมูลไปได้ในราคา 1.255,000 บาท นอกจากนี้ยังประมูลได้หมายเลข 55555 ไปอีกหนึ่งป้าย ส่วนหมายเลข 8888 ผู้ประมูลไปได้คือคุณวัชร ตันตรานนท์

อย่างไรก็ดีการประมูลหมวด “งร” ในวันนี้ จะดำเนินการต่อเนื่องรวมทั้งสิ้น 301 หมายเลข ผู้ที่สนใจยังสามารถร่วมเสนอราคาผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ที่ www.tabienrod.com จนกว่าจะจบการประมูลในเย็นวันนี้

เชียงใหม่ กระทรวงพาณิชย์ ผนึกกำลังผู้ประกอบการ เหนือ-อีสาน ขนสินค้ารักษ์โลกระดับพรีเมียมมาจำหน่ายในงาน Local SDGs Plus Expo 2026(คลิป)

กระทรวงพาณิชย์ ผนึกกำลังผู้ประกอบการ เหนือ-อีสาน ขนสินค้ารักษ์โลกระดับพรีเมียมมาจำหน่ายในงาน Local SDGs Plus Expo 2026 ที่ เซ็นทรัลเชียงใหม่ 11-15 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

วันนี้ (12 ก.พ. 69) ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน Local SDGs Plus Expo 2026 : Northern & Northeastern Trade สุดยอดงานแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้ารักษ์โลก จากผู้ประกอบการภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้นำมาจัดแสดงและจำหน่ายที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 11-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานกิจกรรม หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ (เซ็นทรัลเฟสติวัล) โดยมี นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คณะผู้บริหารและหน่วยงานจากกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงาน

งาน Local SDGs Plus Expo 2026 : Northern & Northeastern Trade เกิดขึ้นจากความร่วมมือของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ 17 จังหวัด และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและเชื่อมโยงเครือข่ายทางการค้าข้ามภูมิภาค ภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ต่อยอดสินค้าอัตลักษณ์ และนวัตกรรมในท้องถิ่นให้สามารถแข่งขันได้ในระดับประเทศและระดับสากล

สำหรับการจัดงานครั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ได้รวบรวมเอาสุดยอดสินค้ารักษ์โลกเพื่อความยั่งยืน ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวจากจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาจัดแสดงและจำหน่ายในงานกว่า 200 บูธ ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย สมุนไพร เฟอร์นิเจอร์ สิ่งของเครื่องใช้ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ผ้าทอจากเส้นใยธรรมชาติ อัญมณีจากช่างฝีมือ สินค้านวัตกรรมเกษตร และสินค้าอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโอกาส โดยนำพาผู้ประกอบการท้องถิ่นจากทั้งสองภูมิภาคมาร่วมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า SDGs ทั้งในและต่างประเทศ นำไปสู่ระบบการค้ายุคใหม่ที่จะช่วยให้สินค้ารักษ์โลกของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก้าวไปสู่เวทีการค้าระดับประเทศและระดับสากล โดยคาดว่าจะเกิดมูลค่าทางการค้าในงานครั้งนี้กว่า 200 ล้านบาท

ขอเชิญชวนประชาชนและผู้สนใจ เข้าร่วมงานได้ระหว่างวันที่ 11-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานกิจกรรม หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ (เซ็นทรัลเฟสติวัล) ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ หรือ www.facebook.com/oca.chiangmai

.

ลำปาง พานาโซนิค เดินหน้ามอบโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ ให้เด็กๆ ที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านแม่พร้าว ลป.8 จังหวัดลำปาง

กลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย ร่วมกับพานาโซนิค โฮลดิ้งส์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ผนึกกำลังพันธมิตร ‘นิยมพานิชลำปาง’ และ ‘เล่าจิ้นกวง’ เร่งเครื่องเติมแสงสว่างให้ชุมชมห่างไกลในกิจกรรม “LIGHT UP THE FUTURE” ปี 2026 ลงพื้นที่ส่งมอบโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Lanterns) ให้แก่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านแม่พร้าว ลป.8 จังหวัดลำปาง เพื่อช่วยเหลือให้เยาวชนมีแสงสว่างใช้ทำกิจกรรมยามค่ำคืนได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

มร.ฮิเดคาสึ อิโตะ ซีอีโอ กลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย กล่าวว่า “พานาโซนิคยังคงมุ่งมั่นยกระดับสุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืน ตามแนวทางของพานาโซนิค โฮลดิ้ง คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ที่ขับเคลื่อนโครงการ “LIGHT UP THE FUTURE” อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ชุมชนที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้กว่า 700 ล้านคน ในหลายประเทศทั่วโลกได้เข้าถึงแสงสว่างที่ปลอดภัย ซึ่งในประเทศไทย พานาโซนิค ได้สานต่อโครงการดังกล่าวด้วยการส่งมอบโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ ไปแล้ว มากกว่า 500 ชุด ให้แก่ชุมชนในหลายพื้นที่ ได้แก่ อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย, อำเภอยะหา-อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา, อำเภออมก๋อย อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย พร้อมทั้งได้ติดตามผลพบว่าโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์สามารถช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ชีวิตประจำวันยามค่ำคืนอย่างปลอดภัย และช่วยให้เยาวชนได้อ่านหนังสือ ทำการบ้าน และทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น

ล่าสุด พานาโซนิคในประเทศไทย ได้เดินหน้าโครงการ “LIGHT UP THE FUTURE” ร่วมกับพันธมิตรคู่ค้าคนสำคัญ ได้แก่ บริษัท นิยมพานิชลำปาง จำกัด และ บริษัท เล่าจิ้นกวง จำกัด ลงพื้นที่มอบ “โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์” (Solar Lanterns) ที่มีแผงโซล่าเซลล์เก็บพลังงานแสงอาทิตย์ มีความปลอดภัยสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จำนวน 57 ชุด ให้กับ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านแม่พร้าว ลป.8 จังหวัดลำปาง ที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองกว่า 70 กิโลเมตร ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญและประสบกับปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้า ซึ่งมีครูผู้สอนจำนวน 2 คน ดูแลนักเรียนจำนวน 25 คน ตั้งแต่ระดับศูนย์เด็กเล็กไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อให้คุณครูและน้อง ๆ นักเรียน ได้มีแสงสว่างไว้ใช้ยามค่ำคืน ทั้งการอ่านหนังสือ ทำการบ้าน และทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ ได้ร่วมมือจัดทำอาหารกลางวันมื้อพิเศษและมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น

ด้าน นายสกล สุพรรณบรรจง กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิยมพานิชลำปาง จำกัด กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกิจกรรม CSR ‘Light up the Future’ กับพานาโซนิคในครั้งนี้ เพราะเราเชื่อมั่นว่าหัวใจของการเติบโตที่ยั่งยืน คือการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นิยมพานิชลำปางเองก็ได้มีการดำเนินกิจกรรมเพื่อชุมชนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การรับบริจาคโลหิตร่วมกับเหล่ากาชาด จังหวัดลำปาง การส่งเสริมทักษะไอทีร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง โครงการตรวจสภาพรถจักรยานยนต์ฟรีเพื่อความปลอดภัยรวมถึงการมุ่งเน้นจำหน่ายสินค้าคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม การร่วมมือในวันนี้คือก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงพลังธุรกิจที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างโอกาส และคุณภาพชีวิตที่ดี ขอบคุณพานาโซนิคที่ให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการ ‘ส่งมอบแสงแห่งอนาคต’ ให้กับพี่น้องชาวลำปางในครั้งนี้”

สำหรับโครงการ “LIGHT UP THE FUTURE” ดำเนินการโดย พานาโซนิค โฮลดิ้งส์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และได้มีการประสานความร่วมมือกับโครงการ “พานาโซนิค แคร์ (Panasonic Cares)” ซึ่งเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมของกลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทยที่ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 ภายใต้กรอบการทำงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในหลากหลายมิติ ทั้งด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี คุณภาพการศึกษา ระบบนิเวศบนบกที่ยั่งยืน การขจัดความยากจน การบริโภคและการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ การขจัดความหิวโหย และความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ยังสอดรับกับแนวคิด Panasonic Green Impact ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาวระดับโลกที่มุ่งสร้างความเป็นอยู่ที่ดี และลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านกิจกรรมที่ดำเนินการไปแล้วอย่างแพร่หลาย อาทิ การมอบผลิตภัณฑ์ให้โรงพยาบาลและโรงเรียน การปลูกต้นไม้ร่วมกับชุมชน และการสนับสนุนสุขภาวะของพนักงาน โดยล่าสุดได้ดำเนินกิจกรรมมอบชุดถังขยะแยกประเภทให้แก่ชุมชนทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้การจัดการขยะอย่างถูกวิธี อันจะเป็นจุดเริ่มต้นในการลดปัญหาขยะล้นเมืองและรักษาสภาพแวดล้อมในชุมชนให้น่าอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

ลำปาง ตำรวจแม่ทะ ลำปาง จับคนดัง เสี่ยบิ๊ก อ้างจบวิศวะ ตระเวนลักทรัพย์พื้นที่แม่ทะ สุดท้ายไม่รอดต้องกลับเข้าเรือนจำ(คลิป)

ตำรวจแม่ทะ ลำปาง จับคนดัง เสี่ยบิ๊ก อ้างจบวิศวะ ตระเวนลักทรัพย์ พื้นที่แม่ทะ สุดท้ายไม่รอด ต้องกลับเข้าเรือนจำ

วันที่ 11 ก.พ.2569 เวลาประมาณ 10.40 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผกก.สภ.แม่ทะ , พ.ต.ท.อนันต์ คำมี รอง ผกก.สส.สภ.แม่ทะ จังหวัดลำปาง นำโดยพ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจสืบสวน สภ.แม่ทะ ได้ทำการจับกุมนายบิ๊ก พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ม.4 ต.น้ำโจ้ อ.แม่ทะ จว.ลำปาง พร้อมด้วยของกลาง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อวีโว่ จำนวน 1 เครื่อง และเคียว มีด้ามยาวประมาณ 2 ฟุตรวมทั้งเสื้อผ้า รองเท้า ชุดที่ใส่ไปทำการ ก่อเหตุลักทรัพย์ จำนวน 1 ชุด และยังมี.ยาบ้าอีกจำนวน 2 เม็ด โดยกล่าวหาว่า “ บุกรุกเคหสถาน ลักทรัพย์โดยมีอาวุธ (เคียวด้ามยาวประมาณ 2 ฟุต) “ นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พฤติการณ์ก่อนการจับกุม เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2569 ผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวนว่า ไม่ทราบว่าผู้ใดได้บุกรุกเข้ามาทำการลักทรัพย์ โทรศัพท์มือถือและเงินสดของผู้เสียหายไป เหตุเกิดที่โรงเรือนเพาะเห็ด ในพื้นที่ หมู่ หมู่ 6 ต.ป่าตัน อ.แม่ทะ จว.ลำปาง กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพขณะค้นร้ายก่อเหตุ ได้อย่างชัดเจน จึงรายงานให้ พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ผกก.สภ.แม่ทะ ทราบ

จากนั้น พ.ต.อ.พินิจ เนตรปัญญา ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวน งานป้องกันปราบปราม เร่งด่วน กำชับให้เร่งสืบสวนเอาตัวผู้ก่อเหตุรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้ โดยเร็ว โดยให้ออกสืบสวนติดตามคนร้ายรายนี้ทุกมิติที่ทำได้ เจ้าหน้าที่สืบสวนจึงได้แบ่งกำลังออกสืบสวนหาข่าว จากสถานที่เกิดเหตุโดยเร่งด่วนเรื่อยมา โดยกำลังบางส่วนออกสืบสวนตรวจเชคสืบค้นข้อมูลหาตัวผู้มีพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อยในพื้นที่ ผู้พ้นโทษจากเรือนจำ ที่พักอาศัยอยู่ในรัศมี ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุทุกราย กำลังบางส่วนนำภาพของคนร้ายขณะก่อเหตุ ออกเร่ตระเวนตามตลาดร้านค้า ชุมชน สอบถามผู้นำ ชุมชนที่อาจเป็นลูกบ้าน ของผู้นำสักแห่ง ในพื้นที่ใกล้เคียง จนกระทั่งวันนี้ จากการสืบค้นข้อมูลผู้มีพฤติกรรมลักทรัพย์ ที่พึ่งพ้นโทษออกมา พบว่ามีบิ๊ก ขอสงวนชื่อสกุลจริง ซึ่งมีพฤติกรรมลักทรัพย์ เคยมีคดีลักทรัพย์ปี 2563 จำนวน 1 คดี ปี2568 จำนวน 2 คดี พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ อีกทั้งลักษณะรูปร่างท่าทางของคนร้าย ก็ใกล้เคียงกับนายบิ๊ก

ในวันนี้ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ ยอดเรือน สว.สส. สภ.แม่ทะ จึงได้นำกำลังไปตรวจสอบ ที่บ้านพักของนายบิ๊กพบนายบิ๊ก นั่งอยู่หน้าบ้าน จึงได้แสดงพร้อมทั้งแจ้งข้อมูลเบื้องต้นเรื่อง คนร้ายลักทรัพย์ของผู้เสียหายที่โรงเพาะเห็ด กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายได้อย่างชัดเจน เมื่อนายบิ๊ก ทราบดังนั้นจึงได้รับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองคือคนร้ายที่เข้าไปลักทรัพย์ ของผู้เสียหายในคดีนี้ จริง จากนั้นนำเอาอุปกรณ์ พร้อม เสื้อผ้ารองเท้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ ออกมาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้สมัครใจนำพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปนำชี้ทำแผนที่เกิดเหตุ โดยได้รับกับผู้เสียหายว่าเป็นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ และขอให้ผู้เสียอย่าได้เอาเรื่องกับตน แต่เนื่องจากเป็นคดีอาญาแผ่นดิน และขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าแสดงตัวตรวจค้น พบยาบ้าในตัวของนายบิ๊ก อีกจำนวน 2 เม็ด จึงได้จับกุมนายบิ๊ก พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และยังสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัย ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

เชียงใหม่ สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่จัดประมูลป้ายทะเบียนรถเลขสวย หมวดอักษร งร ประมูลทางวาจาและ ทางอินทอร์เน็ตในวันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569(คลิป)

สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่จัดประมูลป้ายทะเบียนรถเลขสวย หมวดอักษร งร ประมูลทางวาจาและทางอินทอร์เน็ตในวันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่

(10 กพ.69)ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ นายมานพ พุทธวงค์ ขนส่งจังหัดเชียงใหม่ แถลงข่าวการจัดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวย ของจังหวัดเชียงใหม่ ในส่วนของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน(รถเก๋ง) ครั้งที่ 37 หมวกอักษร งร “เงินมั่งมี รักมั่นคง”จำนวน 301 หมายเลข โดยการประมูลทางวาจา (เคาะไม้) และทางอินเทอร์เน็ต ที่เว็บไซต์ www.tabienrod.com. โดยสามารถลงทะเบียนเลือกเลขและเสนอราคาได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นต้นไปจนถึงวันปิดการประมูล ในวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

แผ่นป้ายทะเบียนรถที่จะนำออกประมูลเป็นแผ่นป้ายภาพกราฟฟิก มีสีสันสวยงามมีเอกลักษณ์และความหมายบ่งบอกความเป็นจังหวัดเชียงใหม่ ตามคำขวัญจังหวัดเชียงใหม่ “คอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิงค์” ซึ่งจะสื่อความหมายของจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นวัดเจริญรุ่งเรือง สงบ ร่มเย็น ประชาชนมีความสุขโดยถ้วนหน้า อันจะส่งผลให้ผู้ที่ครอบครองป้ายดังกล่าว จะมีแต่ความเจริญ เป็นสิริมงคล รถที่ใช้อยู่จะนำพาให้มีทรัพย์สินเพิ่มพูน เงินทองมั่งคั่ง และรักที่ทั่นคง

ขนส่งจังหวัดเชียใหม่ กล่าวอีกว่า การประมูลในครั้งนี้เป็นการประมูลทางวาจาและทางอินเทอร์เน็ต ที่เว็บไซต์ www.tabienrod.com. เปิดโอกาสให้ทุกคนมีสิทธิเข้าร่วมการประมูลอย่างเสมอภาค เท่าเทียมกัน ด้วยความโปร่งใส โดยรายได้ทั้งหมดจะนำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน รวมถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถือเป็นการทำบุญสร้างกุศลอีกทางหนึ่งด้วย จึงอยากเชิญชวนชาวจังหวัดเชียงใหม่และผู้สนใจทั่วไปให้เข้าร่วมประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และปิดการประมูลในวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น เป็นต้นไป ซึ่งผู้ขนะการประมูลนอกจากจะได้เลขทะเบียนเป็นกรรเสิทธิ์เจ้าถือเป็นการได้ทำบุญสร้างกุศลอีกด้วย ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายทะเบียนรถ 061 268 2266 หรือ Call Center 1584

เชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความงดงามของธรรมชาติ ในงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 49 วันที่ 13 – 15กพ. นี้(คลิป)

เทศบาลนครเชียงใหม่ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความงดงามของธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมล้านนา ในงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 49 วันที่ 13 – 15กพ. นี้

 

ที่สวนสาธารณะหนองบวกหาด อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เป็นประธานแถงข่าว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลนครเชียงใหม่ เตรียมจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 49 ประจำปี 2569 The 49thChiang Mai Flower Festival 2026 ระหว่างวันที่ 13 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่และคนงานเร่งตกแต่งเนรมิตรพื้นที่ นำดอกไม้นับหลายแสนต้นมาตกแต่ง เป็นโซนเริ่มสวยงาม ที่คงเอกลักษณ์ของสะพานขาวเดินข้ามสระน้ำ และมีน้ำพุที่สวยงาม ที่เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่มีมานานต้นหมาก ซึ่งในปัจจุบันจะหาชมไม่ค่อยได้ง่ายหนักโดยเฉพาะในตัวเมืองเชียงใหม่นอกจากการนำมตกแต่งอยู่ภายในสวนสาธารณะ

โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “บุปผาราชินี ก้องเกริกฟ้า ล้ำเลอค่านครพิงค์”
เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการส่งเสริมไม้ดอกไม้ประดับของไทยตลอดพระชนม์ชีพ

นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า“มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลท่องเที่ยวประจำปีแต่คือเวทีสะท้อนอัตลักษณ์เมือง ความร่วมมือของทุกภาคส่วน และความผูกพันระหว่างผู้คนกับธรรมชาติ โดยในปีนี้เราออกแบบพื้นที่จัดแสดงเพื่อถวายความรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ความงดงามของดอกไม้และพลังสร้างสรรค์ของนครเชียงใหม่ควบคู่กัน”ไฮไลท์โซนสำคัญ 3 โซน ปีนี้ ภายในงานจัดแสดงดอกไม้กว่า 170,000 ต้น จาก 52 สายพันธุ์พร้อม 3 โซนไฮไลต์พรีเมียม 2 โซน Pavilion หลักถ่ายทอดเรื่องราวดอกไม้ผ่านงานศิลป์และภูมิทัศน์แรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจด้านธรรมชาติKids & Family Garden พื้นที่แห่งความสุขสำหรับครอบครัว เต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใสไดโนเสาร์ และโคมไฟ 12 นักษัตร Lily & Lotus Light Garden แลนด์มาร์กกลางสวนโดดเด่นด้วยลิลลี่และโคมไฟดอกบัว เป็นจุดพักสายตาและถ่ายภาพสำคัญPremium Flower Garden รวมดอกไม้พรีเมียม อุโมงค์ดอกไม้ สวนทิวลิป ไฮเดรนเยียและซุ้มโคมไฟ 12 นักษัตร สวยงามยามค่ำคืน

ทั้งนี้งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 49 จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวช่วงต้นปี เสริมรายได้ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่และตอกย้ำภาพลักษณ์เชียงใหม่ในฐานะเมืองแห่งดอกไม้ เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรม
และเมืองสร้างสรรค์ของประเทศไทย


ติดตามความเคลื่อนไหวและข้อมูลต่าง ๆ ของการจัดงานได้ทาง Facebook / Tiktok /Instagram / Youtube เทศบาลนครเชียงใหม่ หรือ โทร. 053-259000


ดอกไม้ทั้งหมดในงาน Chiang Mai Flower Festival 2026 170,000 ต้น | 52 สายพันธุ์ | 3 โซนดอกไม้พรีเมียม ภายในสวนจัดแสดงดอกไม้กว่า 170,000 ต้น จาก 52 สายพันธุ์ พร้อมโซนไฮไลต์ดอกไม้ราคาแพง หาชมยากให้สัมผัสใกล้ชิดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในโซนที่ 1 : บุปผาราชินี (Queen’s Blossoms Pavilion)โซนหลักของงาน เพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดแสดงกล้วยไม้พันธุ์หวาย โทนม่วง – เขียวผสานภาพพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ ต้นน้ำ และการพัฒนาชุมชนกลุ่มน้อยสะท้อนพระเมตตาที่เบ่งบานผ่านพรรณไม้ทั่วผืนแผ่นดิน

ส่วนโซนที่ 2 : Kids & Family Garden (ฝั่งซ้าย)สวนสำหรับครอบครัวและเด็ก ๆ เต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใส จุดถ่ายภาพหุ่นไดโนเสาร์ และประติมากรรม 12 นักษัตรแบบโคมไฟ ถ่ายรูปได้ใกล้ชิด สนุกได้ทุกวัยโซนกลางสวน : Lily & Lotus Light Garden ดื่มด่ำกับความงามของ ดอกลิลลี่พร้อประติมากรรมโคมไฟดอกบัวกลางสวนเป็นจุดพักสายตาและแลนด์มาร์กถ่ายภาพสำคัญของงาน

และโซนที่ 3 : Premium Flower Garden (ฝั่งขวา) รวมไฮไลต์ดอกไม้พรีเมียมไว้ครบในโซนเดียว กล้วยไม้นานาพันธุ์ แรงบันดาลใจจาก “กล้วยไม้ของพระราชินี”ไฮเดรนเยียโทนม่วง–ฟ้า , อุโมงค์ดอกไม้
, ซุ้มฟักทองไม้ไผ่ ,สวนทิวลิป ถ่ายภาพระยะใกล้และปิดท้ายด้วยซุ้ม 12 นักษัตรโคมไฟ สวยงามยามค่ำคืน

เชียงใหม่ ร้อยเอกธรรมนัส หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ลุยหาเสียงช่วย สจ.อุ้ม เบอร์ 5 เขต 7 จังหวัดเชียงใหม่ ผลักดันเป็น สส.ในสภาฯ ชูผลผลิตการเกษตร ราคาดี ออกโฉนดให้ชาวบ้าน(คลิป)

ร้อยเอกธรรมนัส หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ลุยหาเสียงช่วย สจ.อุ้ม เบอร์ 5 เขต 7 จังหวัดเชียงใหม่ ผลักดันเป็น สส.ในสภาฯ พร้อมชูผลผลิตการเกษตร ราคาดี ออกโฉนดให้ชาวบ้าน

( 5 กพ.69) ผู้สื่อข่าวรายงานที่สนามกีฬากลาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หน.พรรคกล้าธรรม พรรคหมายเลข 42 ได้ลงพื้นที่ อ.ฝาง นำคณะผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ และผู้สมัคร สส. คือนายการุณย์ คูเจริญชัยกุล หรือ สจ.อุ้ม พื้นที่ อ.ฝาง อ.แม่อาย อ.ไชยปราการ เปิดเวทีปราศรัย มีชาวบ้านมาฟังปราศรัย จำนวนมาก ประมาณ 25,000 คน

ผู้กองธรรมนัส มาถึงนำ สจ.อุ้ม ผู้สมัคร สส.เขต 7 เบอร์ 5 เดินทักทายชาวบ้าน จากนั้นขึ้นเวทีปราศรัย กล่าวว่า ขอฝาก สจ.อุ้ม เป็นลูกหลายชาว อ.ฝาง ไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะทำงานอยู่กับชาวบ้านมาโดยตลอดในภาคท้องถิ่นคือรากเหง้า ดูผลงาน และวันนี้ขอ สจ.อุ้มไปทำงานในสภาฯระดับสูงขึ้น ระดับประเทศ เป็นตัวแทน จะขยับไปเป็น สส.แล้ว ขอให้ชาว อ.ฝาง อ.แม่อาย และ อ.ไชยปราการ เลือกเบอร์ 5 เข้าไปทำงานเป็นตัวแทนของตน ทำงานในสภาฯแทนตนด้วย“

ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวถึง ผลการทำงานอีกว่า ตนลงพื้นที่พบชาวบ้านตลอด ไ่ม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วมที่ อ.ฝาง ตนมาพร้อมกับ “กันต์ จอมพลัง” ก็ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านทันที ยังทำงานช่วยเกษตรกรที่ผลผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ำ เช่น ข้าว ข้าวโพด ลำไย และส้มที่ราคาตกต่ำ

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวอีกว่า บางคนมาขอคะแนนเสียง กราบได้กราบ ไหว้ได้แม้กระทั่งเสาไฟฟ้า แต่พอได้เป็น สส.ไหว้แบบขอไปที และที่สำคัญ “หายแซบหายสอย” แต่ตนเมื่อเข้าไปทำงาน ที่ดิน สปก.ที่คณะ คสช.ยึดไปจำนวนมาก ไม่ทำประโยชน์อะไรเลย ตนได้นำที่ดินดังกล่าว นำมาออกโฉนดจัดสรรให้ชาวบ้านไปแล้ว จากที่ทำกิน ครุฑสีเขียว เป็นครุฑแดง ออกโฉนดได้ด้วยทำให้ประชาชนไปแล้ว

ส่วนเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี ร้องเอกธรรมนัส บอกว่า ต้องการสานต่อขนบธรรมเนียมประเพณีการเข้าพรรษา ออกพรรษา บางคนบอกว่า ต้องมีการปฏิรูปประเทศไทย คุณถามหรือยังว่า ชาวไทยต้องการปฏิรูปหรือยัง แผ่นดินสยาม แผ่นดินนี้เขาปกครองอย่างไร ต้องเข้าใจ ไม่ใช่ว่ารับวัฒนธรรมตะวันตกมาแล้วปฎิรูปประเทศเรานั้น ไม่ได้ ”

“กรณีที่บอกว่า มีทหารไว้ทำมัย (เอาไมค์ออก) มีไว้หา พ…) และกล่าวต่อว่า อย่าให้นัส พูดมาก เดี๋ยวนัส ก็โดนน้องคนนั้นจะถล่มนัส อีก“ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวในบางช่วงการปราศรัย

ด้าน สจ.อุ้ม กล่าวหลังจากเลิกเวทีปราศรัย ว่า วันนี้มั่นใจที่ ร้อยเอกธรรมนัส เดินทางมาช่วยหาเสียง มั่นใจที่เกษตรกรชาวบ้าน 3 อำเภอ ที่ต้องการความช่วยเหลือจาก ร้อยเอกธรรมนัสต้องเหมารถไปที่ จ.พะเยา เพื่อช่วยเกษตรกร แต่วันนี้ มีตัวแทนที่ อ.ฝาง อ.แม่อาย อ.ไชยปราการแล้ว ก็มั่นใจมากที่จะได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้านในการทำหน้าที่ สส.ในพื้นที่นี้ และชาวบ้านส่วนใหญ่ก็มีปัญหาด้านเกษตกร ผมช่วยเหลือ” นายการุณย์ คูเจริญชัยกุล สจ.อุ้ม กล่าว