เชียงใหม่ กู้ภัยตำรวจทางหลวงเชียงใหม่ ร่วมกับหลายหน่วยงาน ซ้อมแผนอุบัติเหตุ บนถนนสายเชียงใหม่ – เชียงราย(คลิป)

กู้ภัยตำรวจทางหลวงเชียงใหม่ ร่วมกับหลายหน่วยงาน ซ้อมแผนอุบัติเหตุ บนถนนสายเชียงใหม่ – เชียงราย พื้นที่บ้านโป่งดิน อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งสมมุติเหตุการณ์รถยนต์เก๋ง ชนสะพาน มีผู้บาดเจ็บติดในรถ 3 ราย และกระเด็นตกลงในลำคลองอีก 1 ราย เจ้าหน้าที่ต้องใช้ อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง งัดซากรถจริงๆ ช่วยผู้บาดเจ็บออกมา และผู้ที่แสดง ก็แสดงได้สมบทบาท


เจ้าหน้าที่กู้ภัยตำรวจทางหลวงเชียงใหม่ และกู้ภัยสว่างสำเร็จ รวมทั้งหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ซ้อมแผน การเกิดอุบัติเหตุ เพื่อรับมือกับเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ซึ่งจะมีการดื่มฉลองกัน และยังเปิดสถานบันเทิงจนถึงตี 4 เพื่อเตรียมความพร้อม และรับมือกับอุบัติเหตุ ทั้งนี้ได้มีการสมมุติ เกิดอุบัติเหตุ มีรถยนต์เก๋ง ประสบอุบัติเหตุชนสะพาน หน้าสถานีอนามัยบ้านโป่งดิน ตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ดขาออก ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ติดในรถ 3 ราย ไม่สามารถออกจากรถได้ คนขับถูกพวงมาลัยรถหนีบขาไว้ มีอาการเจ็บขา ปวดหลัง เจ็บหน้าอก ไม่สามารถขยับตัวได้ ร้องด้วยความเจ็บปวด และมีหญิงท้องแก่ ที่นั่งโดยสารมาด้านหลังบาดเจ็บ ศรีษะแตก แขนขวา ผิดรูป และชายที่นั่งหลังมาด้วย ขาผิดรูป และติดในรถ และยังมีผู้โดยสารอีกคนเป็นชาย กระเด็นตกลงไปในคลองด้านล่าง


หลังเกิดเหตุประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ ได้แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย ตำรวจ รถพยาบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มายังจุดเกิดเหตุ เพื่อทำการช่วยเหลือ โดยต้องใช้อุปกรณ์เครื่องมือตัดถ่าง งัดประตูรถ เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ซึ่งการซ้อมแผนครั้งนี้ ลงทุนใช้เครื่องตัดถ่าง ตัดประตูรถ ตัดพวงมาลัยจริงๆ เพื่อช่วยเหลือคนในรถ นำออกจากซากรถ จนประชาชนที่ผ่านไปมา คิดว่าเป็นอุบัติเหตุจริง ส่วนเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่เป็นคนเจ็บก็แสดงได้เหมือนและส่งเสียงร้องเหมือนว่าเป็นเหตุจริงๆ ซึ่งใช้เวลาซักซ้อมประมาณ 1 ชั่วโมง

เชียงใหม่ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประกอบพิธีพุทธาภิเษกและพิธีเถราภิเษกเพื่อหนุนเสริมการเผยแพร่และประกาศเกียรติคุณองค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย

พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประกอบพิธีพุทธาภิเษกและพิธีเถราภิเษกเพื่อหนุนเสริมการเผยแพร่และประกาศเกียรติคุณองค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติขององค์การยูเนสโก

วันที่ 16 ธันวาคม 2566 เวลา 14.00 น. ที่ ข่วงพระเจ้าล้านนา ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริมจังหวัดเชียงใหม่ (ปากทางเข้าห้วยตึงเฒ่า) พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประกอบพิธีพุทธาภิเษกและพิธีเถราภิเษกเพื่อหนุนเสริมการเผยแพร่และประกาศเกียรติคุณองค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก (ยูเนสโก) โดยมีเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ประกอบพิธี
จุดเทียนชัยพิธีพุทธาภิเษกองค์ พระพุทธรูปปางรำพึง ขนาดความสูง 170 เซนติเมตร จำนวน 4 องค์ /เถราภิเษกองค์รูปเหมือนครูบาเจ้าศรีวิชัย ขนาดหน้าตัก 30 นิ้ว จำนวน 6 องค์ และขนาด 9 นิ้ว จำนวน 50 องค์ พร้อมชุดประกาศเกียรติคุณเพื่อเตรียมเสนอให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ด้านการศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ ขององค์การยูเนสโกในวาระครบ 150 ปีชาตกาล ครูบาเจ้าศรีวิชัย (2571) โดยมี พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้ที่เกี่ยวข้องในการเผยแพร่ประกาศเกียรติคุณครูบาเจ้าศรีวิชัยเข้าร่วม


จากนั้นพลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประกอบพิธีมอบองค์รูปหล่อครูบาเจ้าศรีวิชัย พร้อมชุดประกอบการเผยแพร่ประกาศเกียรติคุณพร้อมโล่ แก่ กรรมการฝ่ายฆราวาสจำนวน 18 ราย เพื่อประสานงานในการเผยแพร่ประกาศเกียรติคุณครูบาเจ้าศรีวิชัยฯทั้งในและต่างประเทศ



สำหรับพิธีพุทธาภิเษกและพิธีเถราภิเษกเพื่อหนุนเสริมการเผยแพร่และประกาศเกียรติคุณองค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกขององค์การยูเนสโกในครั้งนี้เกิดขึ้นจากมูลนิธิอาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ มูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา ได้ดำเนินกิจกรรมหนุนเสริม ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานเตรียมเสนอชื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ทางด้านการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมและสันติภาพต่อองค์การยูเนสโก ในสาขาวัฒนธรรมที่สร้างความ
สงบสุขอันนำไปสู่สันติภาพร่วมกับ โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนภาคเหนือ (ตอนบน)โดยมุ่งหวังที่จักสืบสานพระพุทธศาสนา รักษาแผ่นดินที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุและเป็นหลักชัยของแผ่นดิน

ทั้งนี้แบบเสนอคำขอเพื่อเสนอชื่อครูบาเจ้าศรีวิชัย ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก (ANNEX II )จะต้องมีการเผยแพร่จริยวัตร ปฏิปทา ดังนั้นมูลนิธิอาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ มูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา ดำเนินการหล่อองค์ครูบาเจ้าศรีวิชัยขนาดหน้าตัก 30 นิ้ว 9 นิ้ว 5 นิ้วและเหรียญบูชา พร้อมประกอบพิธีเถราภิเษกและปลุกเสกครั้งแรก ในวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา รวมถึงให้มีการประสานงานจัดคัดลอก ขั้นตอนบูชาพระรัตนตรัยตามวิถีพุทธ และพระคาถาบารมี 30ทัศ พร้อมคำบรรยายใต้ภาพโดยทำการแปลเป็นภาษาล้านนา ภาษาเมียนมาร์( ปะโอ )ภาษาไทใหญ่( ไต )ภาษากะเหรี่ยง ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และให้จัดทำเป็นบันทึกภาพและเสียงการสวดเป็นตัวอย่างการบูชาคุณพระรัตนตรัย และคาถาบารมี 30 ทัศ ให้เป็นภาษาต่างๆ โดย พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระธรรมเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร รองเจ้าคณะภาค 7 เป็นองค์สวดด้วยภาษาบาลีแปลด้วยภาษาจีน พร้อมคำบรรยายใต้ภาพด้วยภาษาไทย ภาษาจีนและภาษาอังกฤษ

พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระเทพรัตนนายก เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร เจ้าคณะจังหวัดลำพูน เป็นองค์สวดด้วยภาษาบาลี สาธยายพระคาถาด้วยภาษาไทยพร้อมคำบรรยายใต้ภาพด้วยภาษาล้านนาและสวดหมู่ด้วยภาษาบาลีพร้อมคำบรรยายใต้ภาพด้วยภาษาอังกฤษพระครูประภัศร์ธรรมรังษี (ครูบาจันทรังษี) เจ้าอาวาสวัดกู่เต้า อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นองค์สวดด้วยภาษาบาลี พร้อมคำบรรยายใต้ภาพด้วยภาษาไทใหญ่ (ไต)
พระครูปลัดวินัย อภินนฺโท เจ้าอาวาสวัดบ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เป็นองค์สวดด้วยภาษาบาลี พร้อมคำบรรยายใต้ภาพด้วยภาษากะเหรี่ยง พระสมุห์อานนท์ (ปู่อ้าย) เจ้าอาวาสวัดหนองคำ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นองค์สวดด้วย ภาษาบาลี พร้อมคำบรรยายใต้ภาพด้วยภาษาเมียนมาร์ (ปะโอ) โดยมี พระ Narandawamsa หรือ พระหน่อคำ วัดสุวรรณาราม อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เป็นผู้ร่วมดำเนินการถ่ายทำร่วมกับ ดร.กิตติพัฒน์ สุวรรณชิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดเชียงใหม่ได้จัดบันทึกคำบรรยายใต้ภาพด้วยภาษาต่างๆ( ที่แปล )เพื่อนำไปเผยแพร่และประดิษฐานในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงการประสานงานกับมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ จัดทำกรอบแนวทางการนำไปประดิษฐานเพื่อการติดตามและเก็บข้อมูลทั้ง 10 จังหวัด ( ภาคเหนือ) ระดับประเทศ และการเผยแพร่เกียรติคุณไปยังต่างประเทศอันจะเป็นองค์ประกอบหนึ่งให้คณะทำงานฝ่ายวิชาการได้นำไป ประกอบการยกร่างข้อเสนอด้วยกระบวนการวิจัยที่สอดคล้องกับแบบเสนอ (ANNEX II) ที่องค์การยูเนสโกกำหนดต่อไป

เชียงใหม่ นบ.ยส.35 ขับเคลื่อนงานตามแผนปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนชายแดนเหนือ

นบ.ยส.35 ขับเคลื่อนงานตามแผนปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนชายแดนเหนือ พ.ศ. 2567

เมื่อ​วันที่ 15 ธันวาคม 2566 ณ ห้องประชุม สำนักงาน ปปส. ภาค 5 พล.ท.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ แม่ทัพน้อยภาคที่ 3 /ผอ.ศอ.ปส.ชน. ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ พร้อมด้วย นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ ผอ. ปปส. ภาค 5 พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ตร.ภ 5 พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส. ร่วมประชุมนี้แจงการนับเคลื่อนงานตามแผนปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนชายแดนเหนือ พ.ศ. 2567 และประชุมมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติของส่วนสกัดกั้น นบ.ยส.35

ตามประกาศของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 (10) แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด ได้กำหนดให้พื้นที่ภาคเหนือ 2 จังหวัด 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่อาย ฝาง เชียงดาว เวียงแหง และไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่จัน แม่ฟ้าหลวง แม่สาย เชียงแสน เชียงของ และเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และจัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35 โดยมีแม่ทัพน้อยที่ 3 เป็นผู้บัญชาการ นบ.ยส.35 และ ผอ.ปปส.ภ.5 เป็นเลขานุการการดำเนินการ เพื่อให้การขับเคลื่อนงานของ นบ.ยส.35 เกิดการบูรณาการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพรวมทั้งการกำกับ ติตตาม รายงานผล เพื่อให้เป็นไปตามตัวชี้วัด

ทั้งนี้ พล.ท.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ได้มอบแนวทางให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ร่วมดำเนินการ ว่าสำหรับสถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบันพบว่า จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกลุ่มพันธมิตรภาคเหนือ กับทหารเมียนมาในพื้นที่รัฐฉานเหนือ ทำให้ด่านการค้าหลักพรมแดนระหว่าง เมียนมา – จีน ปิดอย่างไม่มีกำหนด และ การขนส่งจากพื้นที่ต่างๆ ในเมียนมา ไปยังรัฐฉานเหนือไม่สามารถเข้าไปได้ ส่งผลกระทบต่อการลักลอบลำเลียงเคมีภัณฑ์เข้าไปยังพื้นที่แหล่งผลิต จึงมีการเร่งระบายยาเสพติดจากพื้นที่รัฐฉานเหนือเข้ามาในพื้นรัฐฉานใต้ ทำให้มีปริมาณยาเสพติดเข้ามาพักคอยตามแนวชายแดนไทยเพิ่มขึ้น ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มมาตรการสกัดกั้นในพื้นที่

อย่างไรก็ตามในปีงบประมาณ 2567 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 66 จนถึงปัจจุบัน หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) มีผลการจับกุมรายสำคัญ มากถึง 22 ครั้ง ตรวจยึดยาบ้า 30 ล้านเม็ด และ ไอซ์ 761 กิโลกรัม

 

เชียงใหม่ หอการค้า​เชียงใหม่​ แถลงข่าวการตั้ง CCA-Academy พร้อมลงนาม MOU ม.นอร์ท​-เชียงใหม่​ เปิดรับสมัครอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารระดับกลางรุ่นที่ 1 (คลิป)

หอการค้า​เชียงใหม่​ แถลงข่าวการตั้ง CCA-Academy พร้อมลงนาม MOU ม.นอร์ท​-เชียงใหม่​ เปิดรับสมัครอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารระดับกลาง รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 27 มกราคม 2567 – 16 มีนาคม 2567


เมื่อ​วันที่ 1​3 ธ.ค.66 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานหอการค้า​เชียงใหม่ ​นายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์​ ประธานหอการค้า​จังหวัด​เชียงใหม่​พร้อมด้วย อ.ชุติมา ชวสินธุ์ รองอธิการบดี​มหาวิทยาลัย​นอร์ท-เชียงใหม่​ ร่วแถลงข่าว​ การตั้ง CCA ACADEMY และพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ โดยมีดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์ และคณะกรรมการหอการค้า ผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ เข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้

นายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ ประธานกรรมการ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า การจัดตั้ง CCA ACADEMY หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ตระหนักและเห็นความสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้จากผู้ประกอบการ ที่มากด้วยประสบการณ์ จึงต้องการที่จะสกัดกลั่นความรู้จากกลุ่มบุคคลเหล่านี้ เพื่อเผยแพร่ และช่วยในการพัฒนาบุคลากรในด้านต่างๆ เพื่อตอบสนองต่อยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงใหม่,การจัดตั้งระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ (NEC) แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ รวมทั้ง Global Trend ด้านธุรกิจอีกด้วย ดังนั้นการจัดตั้ง Chiang Mai Chamber of Commerce Academy หรือ CCA Academy จะเป็นอีกหนึ่งพันธกิจหลักของหอการค้าเชียงใหม่

โดยมีวัตถุประสงค์หลักดังนี้ เพื่อเป็นศูนย์ความร่วมมือด้านวิชาการ พัฒนาความรู้และความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่างๆทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเราได้มีการลงนามความร่วมมือ (MOU) แล้ว เช่น คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, วิทยาลัยศิลปะสื่อและเทคโนโลยี (CAMT) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นต้น, เพื่อจัดให้มีหลักสูตรหรือกิจกรรมอบรม สัมมนา และสร้างเครือข่าย ทางด้านธุรกิจ เช่น
o การจัดหลักสูตรพัฒนานักธุรกิจรุ่นใหม่ Young Entrepreneur Chiang Mai Chamber of Commerce (YEC) ทุกปี
o การพัฒนาผู้บริหารระดับสูง Ex-Cham (Executive Chamber of Commerce)
o การพัฒนาหลักสูตรอบรม ผู้บริหารระดับกลาง (Middle Management Development) เป็นต้น และความร่วมมือกับทาง CAMT ในการนำเทคโนโลยี มาช่วยในการถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ต่างๆ ผ่าน Platform Line@ และ สามารถชมผ่าน Online ได้ผ่าน Website: www.mooc-edu.com และความร่วมมือกับบริษัทเอกชนต่างๆในพื้นที่ ที่ให้บริการฝึกอบรมอยู่แล้ว มาเป็นอีกหน่วยร่วมสำคัญ ที่จะร่วมกับสร้างพลังแห่งความรู้ (โดยมี คุณสร้อยทับทิม มัณฑยานนท์ เป็นประธานประสานงานหน่วยร่วมภาคเอกชน)

ทางด้านอาจารย์ชุติมา ชวสินธุ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ เปิดเผยว่า โครงการ Middle management development “หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารระดับกลาง รุ่นที่ 1 (CPMM1)” (Competency Development Program for Middle Management) ด้วยหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ กำหนดจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารระดับกลาง (Competency Development Program for Middle Management) รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 27 มกราคม 2567 – 16 มีนาคม 2567 ณ ห้องรัฐมนตรี มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ เพื่อพัฒนาความพร้อมของบุคลากรสู่การเป็นผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถ มีทัศนคติและแนวคิดในการบริหารองค์กรเสมือนเป็นเจ้าของธุรกิจ เพื่อเชื่อมโยงวิสัยทัศน์และความคาดหวังขององค์กรไปสู่การวางแผน ถ่ายทอด และนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รับจำนวนจำกัด 20 คน เท่านั้น

รายละเอียดคุณสมบัติผู้เข้าอบรม เป็นผู้บริหารระดับกลาง สามารถใช้คอมพิวเตอร์และโปรแกรมขั้นพื้นฐานได้ระยะเวลาอบรม เปิดอบรมวันเสาร์ วันละ 6 ชั่วโมง จำนวน 8 วัน (รวม 48 ชั่วโมง), ศึกษาดูงาน จำนวน 12 ชั่วโมง (ตามวัน เวลา ที่กำหนด) เริ่มอบรมวันเสาร์ที่ 27 มกราคม 2567 ค่าลงทะเบียนอบรมสมัครพร้อมจ่ายเงินมัดจำ 5,000.- บาท, สมัครก่อนวันที่ 25 ธันวาคม 2567 ราคา 22,000.- บาท, สมัครหลังวันที่ 25 ธันวาคม 2567 ราคา 25,000.- บาท,สำหรับสถานประกอบการ สามารถนำค่าอบรมไปหักภาษีได้ 200% โดยสามารถลงทะเบียนผ่าน https://forms.gle/UJ1X9BWxERfDde8L9 หรือ ตาม QR Code ที่แนบมาพร้อมนี้ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณชมพู 080 4918080 หรือ ID Line: @northcm.

เชียงใหม่ รมว.อว.ลงพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ ชูอัตลักษณ์พื้นถิ่นเชื่อมโยงนโยบาย Soft Power ของรัฐบาล(คลิป)

“ศุภมาส” ลงพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ ชูอัตลักษณ์พื้นถิ่นเชื่อมโยงนโยบาย Soft Power ของรัฐบาล หนุนนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมในพื้นที่เพื่อพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษใน 4 ภูมิภาค มอบอุทยานวิทย์เป็นหัวหอกจัดทำแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจในภูมิภาคอื่นๆ เพื่อกระจายความเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยในทุกพื้นที่

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 66 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) พร้อม น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.อว. รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ประธานคณะที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ รมว.กระทรวง อว. โดยมี ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ผู้บริหาร มช. และ ผอ.อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทั่วประเทศให้การต้อนรับ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีการนำเสนอนิทรรศการผลงานความสำเร็จภายใต้การดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคและพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (Economic Corridor) นวัตกรรมเพื่อการเรียนการสอนหุ่นยนต์และการเขียนโปรแกรมของอีซี่คิดส์หรือชุดหุ่นยนต์ 3 in 1 Easykids Robot kids ขึ้น ซึ่งเป็นชุดหุ่นยนต์ฝึกทักษะการเขียนโปรแกรม 3 ภาษาคอมพิวเตอร์ 3 ระดับ ในหุ่นยนต์ชุดเดียว Block-Based Programming – Python – C/C++ สำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย เป็นต้น

ทั้งนี้ รศ.ดร.วีระพงษ์ นำเสนอภาพรวมกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการอุดมศึกษา วิทยาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมและการดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ว่า การดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคในช่วงปี 2556-2566 ภายใต้การดูแลรับผิดชอบของกองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวง อว.ส่งผลให้เกิดการกระจายการเข้าถึงเพื่อนำงานวิจัยและเทคโนโลยีไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจ มีการจัดกิจกรรมด้าน ววน.ไปแล้วกว่า 35,000 กิจกรรม มีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 530,000 คน ส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบเทคโนโลยีรายใหม่มากกว่า 1,000 ธุรกิจ เกิดการจ้างงานกว่า 50,000 อัตรา สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศมากกว่า 56,000 ล้านบาท สามารถผลิตผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ จำนวน 1,355 ผลงาน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ในทุกปี โดยมีผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ถึง 14 เท่า กล่าวคือเงินลงทุนในอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค 1 บาท สร้างผลตอบแทนคืนให้กับเศรษฐกิจไทย 14 บาท

จากนั้น น.ส.ศุภมาส ให้นโยบายว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ช่วยส่งเสริมการกระจายโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีให้กับประชาชน ในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมให้เกิดมูลค่าเพิ่มในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ ถือเป็นการกระจายโครงสร้างพื้นฐานด้าน ววน. สู่ภูมิภาค ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมและสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับพื้นที่ภูมิภาคอย่างมหาศาล เกิดการจ้างงาน เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยนวัตกรรม เกิดการพัฒนาของธุรกิจทุกขนาดในพื้นที่ด้วยระบบนิเวศนวัตกรรมที่เติมเต็มอยู่อย่างต่อเนื่อง

“ที่สำคัญ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค มีจุดเด่นในการการเชื่อมโยงอัตลักษณ์พื้นถิ่นซึ่งสามารถที่จะเชื่อมโยงกับนโยบาย Soft Power ของรัฐบาลได้อย่างดี และมีการส่งเสริมนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมในพื้นที่ เพื่อพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (Economic Corridor) ใน 4 ภูมิภาค ซึ่งจะเป็นการเปิดประตูเศรษฐกิจภูมิภาคที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งและการค้าของประเทศ ซึ่งอุทยานวิทยาศาสตร์จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่บนฐานนวัตกรรม” น.ส.ศุภมาส กล่าวและว่า

กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคและพร้อมจะผลักดันอย่างเต็มที่เพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการไทย ให้อุทยานวิทยาศาสตร์มีบทบาทนำในการจัดทำแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจในภูมิภาคอื่นๆ เพื่อกระจายความเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยในทุกพื้นที่ เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกบริการที่สำคัญในภูมิภาคอาเชียนและระดับโลกด้วยการ “ใช้นวัตกรรมนำประเทศ” อย่างเป็นรูปธรรม

เชียงใหม่ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ร่วมกับชาวบ้าน พากันมาเป็นจิตอาสา ช่วยกันนำพืชผัก ใส่บรรจุถุง ร่วมกับสามเณร วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ แจกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว(คลิป)

รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ร่วมกับชาวบ้าน พากันมาเป็นจิตอาสา ช่วยกันนำพืชผัก ใส่บรรจุถุง ร่วมกับสามเณร วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ แจกให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยว ที่มาทำบุญ หรือชมความสวยงามของวัด ซึ่งวันนี้ นำแตงกวา มะละ และมะเขือเทศ มากกว่า 2,500 กิโลกรัม มาแจกฟรี


นางสาวรัชนี ชมชื่น รองนายกเทศมนตรี นครเชียงใหม่ ใจบุญและยังมีจิตอาสา ร่วมกันคัดแยกแตงกวา นำบรรจุใส่ถุง ขนาดประมาณ 1 กิโลกรัมหลายคนอาจไม่รู้จัก ว่าเป็นรองนายกเทศมนตรี นครเชียงใหม่ เป็นหญิงแกร่งหนึ่งเดียว คนทั่วไปที่เห็นก็จะคิดว่า เป็นชาวบ้าน ที่มาช่วยงานของทางวัด

นอกจากนั้นสามเณร ยังช่วยกันคัดแยกผลมะละ และมะเขือเทศ ที่ทางพระครูอ๊อด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง ช่วยรับซื้อผลิตผล ทางการเกษตร จากชาวบ้านบนดอย ในอำเภออมก๋อย และแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นการช่วยเหลือ ชาวบ้านที่เป็นเกษตรกร เพื่อนำมาแจก ให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยว ที่มาทำบุญที่วัด หรือประชาชนทั่วไป ที่จะมารับพืชผัก ไปปรุงอาหาร ก็ให้ทั้งหมด เมื่อบรรจุใส่ถุง ก็จะขนมาวางไว้บนโต๊ะบริเวณหน้ากุฎิ พิเชฎฐ์ บริเวณด้านทิศใต้ ของพระธาตุเจดีย์หลวง เป็นสถานที่คัดแยกใส่ถุง ให้ประชาชนหยิบ ไปได้ฟรีๆ ซึ่งวันนี้ มีพืชผัก 3 ชนิด จำนวนกว่า 2,500 กิโลกรัม เพื่อให้ประชาชนหยิบ ไปปรุงอาหาร จะรับกี่ถุงก็ได้ และยังเป็นพืชผักที่ปลอดสารเคมี

โดยชาวบ้าน ที่มารับพืชผักบอกว่า เป็นสิ่งที่ดี และปลื้มใจมาก ที่ทางพระครูอีอด นำมาแจกฟรี และเราก็จะส่งบุญต่อๆไป ที่ผ่านมา มีการแจกพืชผักให้กับชาวบ้าน มาอย่างต่อเนื่อง

เชียงใหม่ อบจ.เชียงใหม่ แถลงข่าวงาน “มนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม”(CHARMING Chiang Mai Flower Festival)(คลิป)

อบจ.เชียงใหม่ แถลงข่าวงาน มนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม”(CHARMING Chiang Mai Flower Festival) ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2566 ถึง วันที่ 1 มกราคม 2567 ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ค่ำวันนี้ (10 ธค.) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และ พ.ต.อ.ไพศาล นันตา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “มนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม” (CHARMING Chiang Mai Flower Festival) ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2566 ถึง วันที่ 1 มกราคม 2567 ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และบริเวณทิศตะวันออกของหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (ด้านหลังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่)


ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ให้พัฒนาและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2. เพื่อให้มีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลากหลายเหมาะสมกับแต่ละเทศกาล และสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว ยกระดับจังหวัดเชียงใหม่สู่เมือง Festival City


-ในปีนี้ งานมนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม (CHARMING Chiang Mai Flower Festival) มีกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้ 1.ชมนิทรรศการสวนไม้ดอกไม้ประดับ ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2566 – 1 มกราคม 2567 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 22.00 น. อาทิ ทุ่งดอกทิวลิป ทุ่งดอกบลูซันเวีย ทุ่งดอกมากาเร็ต ฯ
2. กิจกรรมดนตรีในสวน ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2566 – 1 มกราคม 2567 ตั้งแต่เวลา 17.00 – 22.00 น. (ทุกวัน) ศิลปินล้านนาและศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ 3..สีสันแห่งน้ำพุดนตรี จุดเด่น การแสดงน้ำพุดนตรีประกอบแสง สี เสียง ที่สวยที่สุดในประเทศ (วันละ 3 รอบ ในเวลา 19.00 น., 19.45 น. และ 20.30 น.) 4. ทุ่งไฟประดับที่หลากสีสัน The Land of Festination ตั้งแต่เวลา 17.00 – 22.00 น.
5. การแสดง Light of Glory (วันละ 2 รอบ ในเวลา 19.30 น. และ 21.30 น.) เวลาอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม 6. นิทรรศการกล้วยไม้ การจัดแสดงกล้วยไม้ไทยที่หาชมได้ยาก อาทิ แวนด้า ฟาร์แลน ฯ


นอกจากนี้ยังพบกับกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้การจัดงานมนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม อีกมากมาย อาทิ
1. งานมนต์เสน่ห์สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2566 – 1 มกราคม 2567 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น.
2. งานมนต์เสน่ห์ควายไทย ระหว่างวันที่ 23 – 24 ธันวาคม 2566
3. งานมนต์เสน่ห์เชียงใหม่ ไนท์ รัน และ Countdown ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ วันที่ 31 ธันวาคม 2566
4. งานมนต์เสน่ห์อาหารเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2566 – 1 มกราคม 2567
5..งานนิทรรศการ หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เช่น สินค้ากรมราชทัณฑ์ ฯ
6. รถ Food Truck และการจำหน่วยสินค้าเกษตรอินทรีย์


องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ขอเชิญทุกท่านเที่ยวงานมนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม (CHARMING Chiang Mai Flower Festival ) ภายใต้แนวคิด“Wonder Flora Land” ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2566 – 1 มกราคม 2567 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และบริเวณทิศตะวันออกของหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (ด้านหลังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่) สอบถามข้อมูลการจัดงานฯ ได้ที่ ฝ่ายส่งเสริมการท่องเที่ยว สำนักปลัดฯ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ 0 5399 8333 ต่อ 213 – 214 หรือ facebook.com/charmingchiangmaiflowerfestival

เชียงใหม่ สมาคมการบินภาคเหนือจัดงาน Chiangmai Airshow Festival ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ (คลิป)

สมาคมการบินภาคเหนือจัดงาน เชียงใหม่ Chiangmai Airshow Festival ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ ครั้งที่ 4 ปี2023

วันนี้ (10 ธ.ค.66) สนามบินแอร์สปอร์ต ต.บวกค้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ดร.สันติ ป่าหวาย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิด “เชียงใหม่อินเตอร์เนชั่นแนลแอร์โชว์ เฟสติวัล 2023” ( CHIANGMAI AIRSHOW FESTIVAL 2023) ครั้งที่ 4 โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย ดร.มิ่งขวัญ แดงสุวรรณ นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายดำรงค์ องอาจ นายกสมาคมการบินภาคเหนือ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมพิธี

สำหรับงานเชียงใหม่อินเตอร์เนชั่นแนลแอร์โชว์ เฟสติวัล 2023 ในครั้งนี้ เป็นงานแอร์โชว์ที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ ซึ่งเป็นการแสดงเครื่องบินขนาดเล็กกว่า 30 ลำบิน ที่มาท่องเที่ยวและร่วมสัมมนาพร้อมสร้างเครือข่ายนักบินและสนามบินขนาดเล็กในลุ่มแม่น้ำโขง-อาเซียน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว อีกทั้งเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน

ทั้งนี้ กิจกรรมภายในงานมีมากมาย อาทิ การแสดงรถซุปเปอร์คาร์จำนวนกว่า 10 คัน การโดดร่มโชว์ของกองทัพบกและอากาศ การแข่งขันเครื่องบินบังคับวิทยุอาร์ซี ครั้งที่ 4 และการบินโชว์จากแชมป์ระดับโลก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมชมนิทรรศการการซ่อมบำรุงท่าอากาศยานการบินจากสถาบันการบินชั้นแนวหน้า การขึ้นบอลลูนล่ามช่วงพระอาทิตย์ตกดินเพื่อชมความสวยงามของน่านฟ้าเชียงใหม่ และเมื่อเสร็จงานเครื่องบินต่างๆจะทำการบินออกจากสนาม (fly out)

เชียงใหม่ รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ มอบรางวัลให้กับเด็กนักเรียน ที่ชนะเลิศการประกวด วาดภาพ-ระบายสี โคกหนองนาโมเดล วัดสันมะเกี๋ยง พร้อมร่วมเกี่ยวข้าว ปลูกวันแม่เกี่ยววันพ่อ

รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ มอบรางวัลให้กับเด็กนักเรียน ที่ชนะเลิศการประกวด วาดภาพ-ระบายสี โคกหนองนาโมเดล วัดสันมะเกี๋ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมร่วมกันเกี่ยวข้าว ปลูกวันแม่เกี่ยววันพ่อ และทางวัดยังได้นำพืชผักสวนครัว มาแจกให้กับประชาชนฟรี รวมทั้งสาธิตการทำน้ำยาล้างจาน การสาธิตประดิษฐ์ดอกไม้พันดวง จากไม้ไผ่

(8 ธค.66) ที่วัดสันมะเกี๋ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ พระครูปลัดทวีวัฒน์ อินทวัณโณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสะเก็ด พระอารามหลวง ในฐานะที่ปรึกษาเจ้าอาวาสวัดสันมะเกี๋ยง พร้อมพระสงฆ์ต้อนรับ นาย ทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ที่เดินทางมาเป็นประธานมอบรางวัลให้กับนักเรียน ที่ชนะเลิศในการประกวด วาดภาพ-ระบายสี โคกหนองนาโมเดล ของวัดสันมะเกี๋ยง จำนวน 5 รางวัล

ประกอบด้วย ที่ 1 เด็กหญิง ภาวดี เงินงามจรัสพงศ์ 2 เด็กหญิง หมวยเงิน ลุงป้าง 3 เด็กชาย หลู่ ลุงกอน 4 เด็กหญิง ภาขวัญ แสงสุข และ 5 เด็กหญิง ศรัญธร สุกันธา เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเด็กๆ


จากนั้น นายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำจิตอาสา และเด็กนักเรียน ร่วมกันเกี่ยวข้าว ที่พระภิกษุสามเณรวัดสันมะเกี๋ยง ร่วมกันปลูก ในที่นาหลังวัด ในวันแม่ และเกี่ยววันพ่อ เพื่อนำไปช่วยเหลือ เด็กนักเรียนยากจน และเป็นอาหารให้กับพระภิกษุสามเณร ที่ทางวัดต้องอุปการะดูแล ส่งเสียให้เรียนหนังสือ มากกว่า 30 รูป ส่วนใหญ่เป็นชาติพันธุ์ รวมทั้งได้นำพืชผักสวนครัว โครงการโคกหนองนาแห่งศรัทธา สวนพอเพียงที่เพียงพอ ที่ทางพระภิกษุสามเณร ร่วมกันปลูก นำมาแจกจ่าย ให้กับประชาชนฟรี รวมทั้งสาธิตการทำ น้ำยาล้างจาน การสาธิตประดิษฐ์ ดอกไม้พันดวง จากไม้ไผ่ ซึ่งเป็นภูมิปัญยาท้องถิ่น เพื่อให้เด็กๆได้นำไปต่อยอด

เชียงใหม่ เจ้าของสนามบินเล็ก ในอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ จัดแสดงโชว์เครื่องบินเล็ก จากหลายประเทศ มากเกือบ 40 ลำ หวังดึงดูดนักท่องเที่ยว มีทั้งเครื่องบินจากไทย มาเลเซีย สิงคโปร์(คลิป)

เจ้าของสนามบินเล็ก ในอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ จัดแสดงโชว์เครื่องบินเล็ก จากหลายประเทศ มากเกือบ 40 ลำ หวังดึงดูดนักท่องเที่ยว มีทั้งเครื่องบินจากไทย มาเลเซีย สิงคโปร์


สนามบินเล็กเชียงใหม่แอร์สปอร์ต บ้านบวกค้าง ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ จัดแสดงเครื่องบินเล็ก 2 ที่นั่งและ 4 ที่นั่ง ทั้งจากมาเลเซีย สิงคโปร์และของไทย มากเกือบ 40 ลำ มีทั้งเจ้าของเป็นชาวต่างชาติ และของคนไทย ที่ชื่นชอบการบิน และใช้เครื่องบินเล็ก ในการเดินทาง นำเครื่องบินมาจอดโชว์ ให้นักท่องเที่ยวได้ชม ซึ่งได้รับความสนใจ จากนักท่องเที่ยวคนไทย และจากต่างประเทศ เป็นอย่างมาก ต่างพากันขึ้นไปนั่งบนเครื่อง หรือยืนข้างๆเพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และรอชมการแสดง การขึ้นบินโชว์ และการบินต่ำ เรียบตามทางรันเวย์ ซึ่งระยะทางวิ่งยาวกว่า 700 เมตร และการบินท่ายากในอากาศ

ดร.มิ่งขวัญ แดงสุวรรณ เจ้าของสนามบินเล็กเชียงใหม่แอร์สปอร์ต และยังเป็นอุปนายก สมาคมการบินภาคเหนือ บอกว่า การจัดแสดงเครื่องบิน หรืองาน เชียงใหม่อินเตอร์เนชั่นแนลแอร์โชว์ 2023 จะมีเครื่องบิน จากสมาคมการบิน และสนามบินอื่นๆทั่วประเทศ และเจ้าของอากาศยานส่วนตัว ที่นำมาโชว์ในครั้งนี้ รวมแล้วเกือบ 40 ลำ ซึ่งนักท่องเที่ยว ก็จะเห็นการขึ้นลงของเครื่อง และการสื่อสารระหว่างสนามกับ เครื่องบิน เข้าสู่สนามบิน โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมการบิน ซึ่งจะต้องประสาน กับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ประสานศูนย์ควบคุมการบินจังหวัดเชียงใหม่ ให้มีความปลอดภัย เป็นกฎระเบียบการบินของนานาชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้คนเชียงใหม่นักท่องเที่ยว และจังหวัดใกล้เคียง ได้มาสัมผัสอากาศยานเล็ก ซึ่งเป็นเรื่องยากแบบใกล้ชิด และได้บันทึกภาพ กับเครื่องบินเล็ก และรู้เรื่องกฎการบินว่าเป็นอย่างไรบ้าง และเป็นการเชื่อมโยง การท่องเที่ยว แบบอากาศยานและยังเปิดโอกาส ให้นักธุรกิจ ได้เดินทางในระยะสั้น ทั้งไปกรุงเทพ หรือภูเก็ต หรือจังหวัดแม่ฮ่องสอน ด้วยเครื่องบินเล็ก และยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับเด็กๆที่อยากจะเป็นนักบิน และเป็นการส่งเสริม การท่องเที่ยว แบบอากาศยาน นักท่องเที่ยว ที่เข้ามาในพื้นที่ ก็จะสร้างรายได้ ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว ของจังหวัดเชียงใหม่ ด้วย และจะมีการเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ ( 10 ธ.ค.66 )