เชียงใหม่ สมาคมชาวอีสานที่อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ทำพิธีแห่บุญผะเหวดหรือแห่พระเวสสันดร ก่อนช่วงลอยกระทง(คลิป)

สมาคมชาวอีสานที่อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับโรงเรียนธรรมราช วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ,มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และพุทธศาสนิกชน ทำพิธีแห่บุญผะเหวดหรือแห่พระเวสสันดร ก่อนช่วงลอยกระทง โดยในวันพรุ่งมีจะมีการเทศน์เรื่องพระเวสสันดร ที่วัดพระสิงห์วรวิหาร

วันนี้(25 พย.) ที่บริเวณภายในสวนสาธารณะหนองบวกหาด อำเภอเมือง เชียงใหม่ สมาคมชาวอีสานที่อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ,โรงเรียนธรรมราช วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ,มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และพุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันทำพิธีแห่บุญผะเหวดหรือพระเวสสันดร อันเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นการขอขมาพระแม่ภายในสระน้ำ ผู้ที่มาร่วมงานจำนวนมากร่วมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินเที่ยวอยู่ภายในสวนสาธารณะหนองบวกหาด ต่างมาร่วมชมพิธี ดูการแสดงและชมช้างพลายแดนสยาม ซึ่งก็โชว์ลีลาเต้นท่ามการสายต่อของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จนต้องหยิบกล้อมมือถือขึ้นมาถ่ายความน่ารักเก็บเอาไว้

อ.โอม อารยศาสตร์ ซินแสเทียนเป่า บอกว่า หลังจากออกพรรษา และทำบุญกฐิน และก่อนจะถึงช่วงประเพณีลอยกระทง ทางสมาคมชาวอีสานที่อยุ่ในจังหวัดเชียงใหม่และทางภาคเหนือ จึงได้ร่วมกับโรงเรียนธรรมราชศึกษาซึ่งอยู่ในวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และพุทธศาสนิกชน จึงได้ร่วมกันทำพิธีแห่บุญผะเหวดหรือพระเวสสันดร ได้อันเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นการขอขมาพระแม่คงคาในเวลาเดียวกัน โดยอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์คือพญานาคเจ้าแม่คงคาขึ้นมาฟังธรรม มารับบุญ ขึ้นมาร่วมประเพณี เรียกกันว่าแห่าผ้าผัาเหวดหรือแห่เทศมหาชาติทางภาคเหนือ วันนี้จึงได้ทำพิธีเพื่ออัญเชิญขึ้นมาจากน้ำ ด้วยความเชื่อศรัทธาของชาวพุทธ อันเชิญองค์พระอุปคุตและพระแม่คงคาพญานาคซึ่งอยู่ในเมืองบาดาลอยู่แล้ว พร้อมขบวนช้าง ขบวนนางรำต่างๆ ก็จะเชิญจากเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบนให้ท่านได้มาโมทนาสาธุการพี่น้องพุทธศาสนิกชนเป็นการแสดงถึงอารยประเพณีของชาวเชียงใหม่ชาวล้านนาหรือชาวอีสานที่มารวมกันอยู่ที่แห่งนี้ เป็นการสร้างสรรสิ่งที่ดีงามร่วมกัน โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการเทศน์เรื่องพระเวสสันดรที่วัดพระสิงห์วรวิหาร

สำหรับพิธีแห่บุญผะเหวด เป็นสําเนียงชาวอีสานที่มาจากคําว่า “บุญพระเวส”หรือพระเวสสันดร เป็นประเพณีตามคติความเชื่อของชาวอีสานที่ว่า หากผู้ใดได้ฟัง เทศน์เรื่องพระเวสสันดรทั้ง 13 กัณฑ์จบภายในวันเดียว จะได้เกิดร่วมชาติภพกับพระศรีอริยเมตไตย

เชียงใหม่ เทศบาลตำบลเชิงดอยพร้อมจัดงาน “เทศกาลโคมล้านนาปู่จาผางประทีป ปี​ 66” ระหว่างวันที่ 27-30 พย.66 นี้(คลิป)

สีสันและความสวยงามใน “เทศกาลโคมล้านนาปู่จาผางประทีป ปี​ 66” ซึ่งเทศบาลตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นที่ “หนองบัวพระเจ้าหลวง” ระหว่างวันที่ 27-30 พย.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศลอยกระทงที่เทศบาลตำบลเชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ กำหนดจัดงาน “เทศกาลโคมล้านนาปู่จาผางประทีป ปี​ 66” ประเพณียี่เป็งหนองบัวพระเจ้าหลวง โดยได้จัดสถานที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวมาสัมผัสเทศกาลยี่เป็ง ระหว่างวันที่ 27-30 พ.ย.2566 นี้ เริ่มทดลองเปิดไฟทดสอบแสงสีเสียง พบว่า ชาวบ้านได้เดินทางมาลอยกระทงกันจำนวนมากแล้ววันนี้ และได้ถ่ายภาพกับดวงจันทร์จำลอง และอุโมงค์โคมที่ตกแต่งไว้ในหนองบัวพระเจ้าหลวงกันจำนวนมาก

นายมงคล ชัยวุฒิ นายกเทศ มนตรีตำบลเชิงดอย เปิดเผย ถึงความพร้อมการจัดงานเทศกาลยี่เป็ง โคมล้านนา ปู่จาผางประทีปหนองบัวพระเจ้าหลวง ในวันที่ 27 ถึง 30 พ.ย.2566 ซื่งเทศบาลได้จัดเตรียมสถานที่ เวทีประกวดเทพีจำแลง เทพบุตรยี่เป็ง และลานจอดรถ ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวมาสัมผัสเทศกาลโคมไฟล้านนาแบบดั้งเดิม มาชมศิลปะการแสดงในรูปแบบวัฒนธรรมท้องถิ่น การตีกลองล้านนา การประกวดฟ้อนเล็บ ประกวดกระทงเล็ก เเละสุดอลังการคือการประกวดเทพีจำเเลง เทพบุตรยี่เป็ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก นางสาวพิมพ์ลภัส ขัติวงษ์ นายกก่อตั้งสโมสร ไลออนส์ เพชร เพชรบูรณ์ ผู้สนับสนุนหลัก


นอกจากนี้ยังกิจกรรมการปล่อยโคมไฟลอยฟ้านับหมื่นดวง ชึ่งทาง ทต.เชิงดอยได้รับอนุญาตจากที่ว่าการอำเภอดอยสะเก็ดให้นักท่องเที่ยวร่วมปล่อยโคมไฟลอยฟ้าได้ ในช่วงเวลา 1 ทุ่มถึง 6 ทุ่ม วันที่ 27-30 พ.ย.2566

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสัมผัสงานเทศกาลยี่เป็งโคมล้านนา ปู่จาผางประทีปหนองบัวพระเจ้าหลวง สามารถร่วมกิจกรรมฟรี โดยไม่ต้องซื้อตั๋ว นอกจากนี้ยังได้จัดเตรียมพื้นที่จอดรถไว้รอบสถานที่จัดงาน และยังมีรถบริการรถรับ-ส่ง นักท่องเที่ยวฟรีอีกด้วย.

น่าน กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดโครงการเสวนาการส่งเสริมการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ 5 ภูมิภาค สัญจรครั้งที่ 2 ภาคเหนือ

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดโครงการเสวนาการส่งเสริมการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ 5 ภูมิภาค สัญจรครั้งที่ 2 ภาคเหนือ

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จัดโครงการเสวนาการส่งเสริมการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ 5 ภูมิภาค สัญจรครั้งที่ 2 ณ ห้องดอกเสี้ยว ชั้น 1 โรงแรมน่านตรึงใจ จ.น่าน เพื่อเปิดพื้นที่ให้มีการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการส่งเสริมการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ใน 5 ภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อขยายเครือข่ายการดำเนินการส่งเสริมการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ สร้างการตระหนักรู้ และถอดบทเรียนการดำเนินการส่งเสริมการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อของภาคีเครือข่าย นอกจากนี้ยังถือเป็นการลงพื้นที่ศึกษาการดำเนินงานของผู้ดำเนินการด้านการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ในแต่ละภูมิภาค ล่าสุดสัญจรขึ้นภาคเหนือ โดยมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกองทุนสื่อ ได้แก่ ดร. สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาในคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และ ประธานอนุกรรมการเกี่ยวกับการเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์, นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปวัฒนธรรม และ รองประธานอนุกรรมการเกี่ยวกับการเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ ,นางสุนทรี ทับทิมไทย ชัยสัมฤทธิ์โชค ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการคุ้มครองผู้บริโภค และ อนุกรรมการเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์, ดร.ตรี บุญเจือ อนุกรรมการเกี่ยวกับการเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ และภาคีเครือข่ายภาคเหนือเข้าร่วมงาน

ดร. สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาในคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประธานอนุกรรมการเกี่ยวกับการเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ เผยว่ากองทุนพัฒนาสื่อ ทำงานเชิงรุกในพื้นที่กับเครือข่าย ที่ผ่านมามีผู้ขอทุนราว 1,000 ราย งบประมาณ 5,000 ล้านบาทขณะที่กองทุนสื่อ มีงบประมาณ 300 ล้านบาท จึงต้องพิจารณาโครงการฯ อย่างเข้มข้น ซึ่งสถานะโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เด็กรุ่นต่อไปก็เป็น Digital native เพราะความแรงและความเร็วของโลกเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องมาก ต่างกันคนในยุคก่อน ซึ่งอยู่ในสังคมเดียวกัน เราโตมากับสื่อที่มันเป็นสื่อ Manual สื่อเก่า ซึ่งทุกวันนี้ใช้สื่อใหม่ โดยการสื่อสารที่รวดเร็ว มีทั้งผลกระทบด้านดีและด้านร้าย ด้านดีเราสามารถที่จะเชื่อมโยงเข้าหากัน ส่วนด้านร้าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประทุษวาจา ที่กำลังยกระดับไม่ใช่เพียงแค่การเป็นภาษาที่ร้าย ๆ อย่างเดียวแต่ว่าสามารถนำไปสู่การทำร้ายจากความเกลียดชังและยกระดับไปถึงการจะต้องทำให้อีกฝ่ายหนึ่งแตกจากกันไปเลย และเรื่องการหลอกลวง หลอกให้รัก เพื่อหวังผลอย่างอื่น กองทุนพัฒนาสื่อฯ พยายามทำเรื่องเหล่านี้ และพยายามมากที่จะเชื่อมเครือข่ายสื่อดีเข้าด้วยกัน งานในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ดี ที่ได้มาพบกับเครือข่ายผู้ผลิตสื่อภาคเหนือ ทุกท่านที่มาร่วมงาน ล้วนมีศักยภาพในการผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

งานเสวนาการส่งเสริมการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ 5 ภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “รู้จัก รู้ใช้ รู้ทันสื่อ เพื่อการขับเคลื่อนสังคม” จะจัดจำนวนทั้งสิ้น 5 ครั้ง ครั้งต่อไปครั้งที่ 3: วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ภาคตะวันตกและภาคกลาง ณ รอยัล ริเวอร์แคว รีสอร์ทแอนด์สปา จ.กาญจนบุรี, ครั้งที่ 4: วันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม 2566 ภาคตะวันออก ณ มณีจันทร์รีสอร์ท จ.จันทบุรี, ครั้งที่ 5: วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2566 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ โรงแรมเซ็นทารา อุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี

เชียงใหม่ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดกิจกรรมต้อนรับลมหนาว Grand Opening Musical Fountain น้ำพุดนตรีที่สูงที่สุดในเอเชีย(คลิป)

วันนี้( 23 พย.66) สำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โดยสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) จัดกิจกรรมต้อนรับลมหนาว Grand Opening Musical Fountain น้ำพุดนตรีที่สูงที่สุดในเอเชีย และได้รับเกียรติจาก นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดพิธี และ นายกฤษดา ลาพิมล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร และผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร กล่าวรายงาน พร้อมด้วย พลเอกโกศล ประทุมชาติ กรรมการบริหาร ทำหน้าที่ประธานกรรมการบริหารการพัฒนาพิงคนคร และคณะกรรมการบริหารการพัฒนาพิงคนคร ให้การต้อนรับ พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ และแขกผู้มีเกียรติ ณ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

นายกฤษดา ลาพิมล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร และผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร เปิดเผยว่า กิจกรรม Musical Fountain นี้ จัดขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้ กระตุ้นการท่องเที่ยว และเป็นการสื่อสารองค์กรเชิงรุก ซึ่งเป็นกิจกรรมที่พัฒนาจากกิจกรรมเดิมที่เรามีอยู่แล้ว โดยพัฒนาปรับปรุงขึ้นมาใหม่ทั้งระบบแสง สี เสียง และนำแนวคิดสมัยใหม่มาผสมผสานกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อเป็นของขวัญให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือนจังหวัดเชียงใหม่ และนับเป็นน้ำพุดนตรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยมีความสูงถึง 30 เมตร สูงที่สุดในเป็นการแสดงน้ำพุดนตรี มีการฉายภาพบนม่านน้ำที่ตื่นตาตื่นใจ และกำลังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวในขณะนี้ อีกทั้งยังเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของนักท่องเที่ยวเมื่อมาเยือนจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งสร้างสีสัน สร้างความสนุกสนานให้กับนักท่องเที่ยว และสร้างเศรษฐกิจที่ดีให้กับจังหวัดเชียงใหม่ในช่วง High season อีกด้วย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าชมกิจกรรมน้ำพุดนตรี สามารถเข้าชมได้ที่ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โดยเปิดบริการทุกวัน ในรอบเวลา 16.15 น, 19.15 น. และ 20.45 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โทร. 053 – 999000, Line : @nightsafari, Facebook : เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี Chiang Mai Night Safari

เชียงใหม่ ชาวบ้านชุมชนเทียมพรและชุมชนบ้านท่อ จัดงานแห่โคมไฟยี่เป็งยักษ์(คลิป)

ชาวบ้านชุมชนเทียมพรและชุมชนบ้านท่อ ในเขตเทศบาลเชียงใหม่ จัดงานแห่โคมไฟยี่เป็งยักษ์ อย่างยิ่งใหญ่สวยงาม นำไปประดับตกแต่ง บริเวณวัดบ้านท่อ ท่ามกลางนักท่องเที่ยว ที่มาชมความสวยงามคึกคัก เพื่อร่วมสบสานประเพณียี่เป็ง


ชาวบ้านชุมชนบ้านท่อ และชาวบ้านชุมชนเทียมพร ตำบลป่าตัน ในตัวเมืองเชียงใหม่ แต่งกายด้วยชุดพื้นเมือง และชุดช่างฟ้อน ร่วมขบวนแห่ถือโคมหูกระต่าย หรือโคมยี่เป็งยักษ์ 12 ราษี เดินจากบริเวณ เพชรพลอยบิสสิเนสพาร์ค เดินไปยังวัดบ้านท่อป่าตัน ระยะทางประมาณ 500 เมตร ตลอดระยะทางเดิน มีชาวบ้าน มารอชมความสวยงาม จำนวนมาก เพื่อนำโคมประจำ 12 ราศีเกิด ทั้งหมด นำไปตกแต่งประดับ บริเวณกำแพงหน้าวัด และบริเวณลาน หน้าพระวิหารของวัด แล้วเปิดไฟส่องสว่าง ทำให้มีสีสัน ตามสีของโคม อย่างสวยงาม ในยามค่ำคืน ทั้งสีม่วง สีฟ้า สีเขียว สีส้ม สีเหลือง จนสว่างไหวไปทั่วบริเวณวัด รวมทั้งในบริเวณวัดยังมีการประดับโคมไฟยี่เป็ง หลากหลายสีสัน และเปิดไฟประดับ ทำให้ยามค่ำคืน มีสีสวยงาม ทำให้มีประชาชนและนักท่องเที่ยว มาเที่ยวชมความสวยงาม และถ่ายภาพกันอย่างคึกคัก

นอกจากนั้นทางวัดยังมีกิจกรรม ให้ชาวบ้านได้ร่วมทำบุญ โดยการหยอดขี้ผึ้ง ในถ้วยผางประทีปตามราศีเกิดทั้ง 12 ราศี ใครเกิดราศีไหน ก็นำขี้ผึ้งไปหยอดในถ้วย เป็นการทำบุญถวายเป็นพุทธบูชา และเป็นการร่วมสืบสานประเพณียี่เป็ง ซึ่งปีนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่ กว่าทุกปี และยังมีการแสดงฟ้อนเล็บ ของชาวบ้านในชุมชน ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างสวยงาม และในคืนวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ทางวัดบ้านท่อป่าตัน ยังมีการจัดงานประเพณี ลอยสะเปา หรือเรือสำเภา ในแม่น้ำปิงบริเวณหน้าวัด เพื่อเป็นการสะเดาเคราะห์ โดยการตัดเล็บหรือนำเส้นผม ใส่ในเรือ พร้อมทั้งจุดผางประทีป นำเรือไปลอยตามสายน้ำ หรือนำสิ่งไม่ดีให้ลอยไปกับสายน้ำ เป็นการสะเดาะเคราะห์ ตามความเชื่อ ของชาวล้านนาในอดีต

เชียงใหม่ “GO Wholesale” ปักหมุดสาขาสอง “เชียงใหม่” มั่นใจกำลังซื้อคึกคัก ชูศูนย์ค้าส่งเพื่อผู้ประกอบการ ปลุกซอฟต์พาวเวอร์อาหาร กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงไฮซีซั่น(คลิป)

“GO Wholesale” ปักหมุดสาขาสอง “เชียงใหม่” มั่นใจกำลังซื้อคึกคัก ชูศูนย์ค้าส่งเพื่อผู้ประกอบการ ปลุกซอฟต์พาวเวอร์อาหาร กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงไฮซีซั่น

วันนี้(22 พย.66) GO Wholesale (โก โฮลเซลล์) ศูนย์ค้าส่งอาหารเพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ลุยเปิดสาขาเชียงใหม่ตามแผน ตอกย้ำการเป็นทางเลือกใหม่ แตกต่างด้วยพื้นที่ขาย 8,000 ตารางเมตร และกองทัพสินค้ากว่า 20,000 รายการ สนับสนุนผู้ประกอบการต่อยอดไอเดียธุรกิจ จุดพลังขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์อาหาร รับฤดูท่องเที่ยวไฮซีซั่น กำลังซื้อขาขึ้น โดยได้รับเกียรติจาก นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี

นางสุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจในประเทศไทยและต่างประเทศ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า หลังจากสร้างปรากฏการณ์การเปิดตัว GO Wholesale สาขาศรีนครินทร์ไปเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจาก ผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร ร้านโชห่วย ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของเรา อีกทั้งยังได้แรงสนับสนุนที่ดี จากซัพพลายเออร์ พันธมิตรทางธุรกิจ ที่นำสินค้าและบริการมาร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า จนมียอดสมาชิกเติบโตอย่างรวดเร็วกว่า 30,000 ราย ในเวลาอันสั้น ล่าสุด GO Wholesale ได้เปิดสาขาแห่งที่ 2 ในจังหวัดเชียงใหม่ ตามเป้าหมายที่วางไว้ และเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายนเป็นต้นไป

สำหรับเชียงใหม่ เป็นทำเลศักยภาพที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง รวมถึงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ คาดว่าจะสร้างรายได้รวมตลอดทั้งปีสูงถึง 80,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่เป็นไฮซีซั่น ซึ่งจะส่งผลดีกับภาคธุรกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะ ธุรกิจอาหาร ร้านค้าปลีกรายย่อย ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก

“เราอยากนำเสนอทางเลือกใหม่ให้กับผู้ประกอบการในเชียงใหม่และโซนภาคเหนือ ได้มีแหล่งเลือกซื้อสินค้าและวัตถุดิบที่หลากหลาย เพื่อจุดประกายไอเดียในการต่อยอดธุรกิจให้มีรายได้และการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะธุรกิจอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหรรมที่ได้รับการผลักดัน และอยู่ในกระแสซอฟต์พาวเวอร์ ที่จะช่วยสร้างแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการได้อย่างมหาศาล”

ไม่เพียงเท่านั้น GO Wholesale ยังเป็นศูนย์ค้าส่งอาหารที่สร้างทางเลือกใหม่ และสร้างโอกาสให้กับผู้ผลิตสินค้าในท้องถิ่น อาทิ จาร์ทิซานน์ (Jartisann) แบรนด์ชีสชื่อดังที่กำลังได้รับการกล่าวถึงในวงการชีส ผลิตโดยคนไทย ในพื้นที่เชียงใหม่ ซึ่งมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์, “ปลานิลแดง” หรือปลาทับทิม ผลผลิตในห้องเรียนสมาร์ทฟาร์ม ของนักศึกษาคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่ GO Wholesale รับซื้อมาจำหน่ายที่สาขา ต่อยอดการเรียนรู้และกระบวนการทำธุรกิจประมงอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ GO Wholesale ยังเป็นแหล่งรวมประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ประกอบการ ที่โดดเด่น ด้วยองค์ประกอบต่างๆ เช่น

แหล่งรวมอาหารสดขนาดใหญ่ เสมือนยกทะเล และสวนผักสวนผลไม้มาไว้ที่นี่
• บริการตัดแต่งสินค้าตามความต้องการใช้งานที่แผนกเนื้อ อาหารทะเล (ปลา) โดยมีระบบคิวคอยแจ้งเตือน เมื่อดำเนินการเรียบร้อย
• บริการบ่มเนื้อ Dry Age เสริมรสชาติให้เนื้อมีความเข้มข้น สามารถซื้อแล้วฝากบ่มไว้ตามระยะเวลาที่ต้องการได้
• เบเกอรี่ อบ สด ใหม่ จากเตาทุกวัน
• แหล่งรวมอาหารแช่แข็งที่ครบครันที่สุดแห่งหนึ่งของไทย
• ศูนย์รวมของวัตถุดิบที่เป็นสินค้าเอสเอ็มอีชื่อดังจากทุกพื้นที่ทั่วไทย อาทิ เครื่องแกงจาก 4 ภาค, ซอสพริกโกศล จังหวัดชลบุรี, ซีอิ้วขาวตรากวางดาวทอง จังหวัดสุพรรณบุรี หรือ ซอสหอยนางรม ตราช้อนทอง นกทะเล และนกกระเรียนทองคู่ ซึ่งเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารตามสั่ง
• ‘Beverage Solution’ มุมให้คำปรึกษากับผู้ที่ต้องการเริ่มต้น ต่อยอด หรือพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่ม พร้อมไอเดียและแรงบันดาลใจ ด้วยบริการจากบาริสต้าที่ออกแบบ นำเสนอ เมนูเครื่องดื่มรูปแบบใหม่
• สินค้าที่เกี่ยวกับธุรกิจเดลิเวอรี่ ธุรกิจออนไลน์ มัดรวมไว้แบบ ‘ครบจบในที่เดียว’ อาทิบรรจุภัณฑ์อาหารรักษ์โลก กล่องลูกฟูกหลากหลายขนาด เทปกาว สติกเกอร์สำหรับติดกล่อง
• ศูนย์ให้คำปรึกษาทางธุรกิจ (Business Center) เสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจเติบโตด้วยแนวคิด ‘เช่า เสริม เพิ่ม สบาย’ ได้แก่ เช่าอุปกรณ์ในครัว ลดปัญหาเรื่องเงินลงทุนและเพิ่มเงินหมุนเวียน เสริมบริการทำความสะอาด รวมถึงบริการติดตั้งและซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เพิ่มบริการออกแบบโลโก้ลงบนบรรจุภัณฑ์ สบาย ด้วยการสั่งซื้อสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ครัวขนาดใหญ่
• “ห้องเวิร์คช็อป” แหล่งรวมความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนมาถ่ายทอดให้แก่ผู้ประกอบการได้พัฒนาทักษะอาชีพ

“GO Wholesale มีเป้าหมายในการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและเข้าไปอยู่ในใจผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายและลูกค้าทุกกลุ่ม ซึ่งเรามีความมุ่งมั่นที่จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจอาหาร โชห่วยมีโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในทุกพื้นที่ โดยยังคงดำเนินงานตานแผนการขยายสาขาให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2571” นางสุชาดา กล่าว

GO Wholesale สาขาเชียงใหม่ ตั้งอยู่หลัง เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต มีพื้นที่กว่า 8,000 ตร.ม. ครบครันด้วยสินค้ากว่า 20,000 รายการ เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายนเป็นตันไป โดยเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. ซึ่งผู้สมัครสมาชิกใหม่ จะได้รับคูปองส่วนลดมูลค่า 2,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด) พร้อมโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์อีกมากมาย

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ www.centralfoodwholesale.co.th หรือช่องทางโซเชียลมีเดียที่ เฟซบุ๊ก GO Wholesale แอปพลิเคชันไลน์ @gowholesale หรือสแกน QR Code เพื่อรับข่าวสารและสิทธิประโยชน์ก่อนใคร

เชียงใหม่ ยุติปัญหาเรื่องการแบ่งมรดกของ “ปางช้างแม่สา” ลงได้ในระดับหนึ่ง 6 ธ.ค.ทำบุญวันคล้ายวันเกิดคุณพ่อชูชาติ​ พร้อมฟื้นฟู​ปางช้างเร็วๆนี้

เป็นอย่างไรหลังจากยุติปัญหาเรื่องการแบ่งมรดกของ “ปางช้างแม่สา” ลงได้ในระดับหนึ่ง 6 ธ.ค.ทำบุญวันคล้ายวันเกิดคุณพ่อชูชาติ​ พร้อมฟื้นฟู​ปางช้างเร็วๆนี้

นางอัญชลี ได้เผยว่าในเรื่องการบริหารจัดการปางช้างแม่สา โดยทรัพย์สินตามพินัยกรรมไม่ว่าอสังหาริมทรัพย์ เช่นที่ดินแปลงต่างๆ และช้างในปางช้างแม่สา ได้ทยอยโอนจากชื่อของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร เข้าเป็นชื่อของ บริษัทปางช้างแม่สาแล้ว เพื่อบริการจัดการต่อไป ในส่วนของปางช้างแม่สา ที่มีทั้งคนกว่า 100 คนและช้าง 68 เชือก ซึ่งภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นในช่วง 5 ปีจากสถานการณ์โควิด19 และต้องปิดปางช้างไม่มีการโชว์ช้างและไร้นักท่องเที่ยว ทำให้มีภาระหนี้สินจำนวนมากเกิดขึ้น จึงต้องมีแผนฟื้นฟูปางช้างแม่สา ให้สามารถก่อเกิดรายได้เพื่อนำมาเลี้ยงช้าง ก็อาจจะมีการนำบริษัทที่มีจะเข้ามาทำแผนฟื้นฟูมาดำเนินการจัดการเพื่อจัดการปางช้างแม่สา ให้ก่อเกิดรายได้เพื่อเลี้ยงตัวเองทั้งคนและช้างและสามารถใช้คืนหนี้สินได้ซึ่งการบริหารจัดการก็จะเริ่มดำเนินการในเร็ววันนี้

นางอัญชลี ได้เผยว่าในวันที่ 6 ธ.ค.นี้ ทางปางช้างแม่สา ก็จะมีพิธีทำบุญวันคล้ายวันเกิดคุณพ่อชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา เพื่อรำลึกถึงพระคุณของท่านโดยมีจะนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 5 รูปทำพิธีเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้คุณพ่อชูชาติ กัลมาพิจิตร และญาติที่ล่วงลับพร้อมควาญช้าง รวมถึงพนักงานที่ล่วงลับไปแล้ว เทวดา นางฟ้า พระภูมิเจ้าที่ พระแม่ธรณี เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายภายในปางช้างแม่สา เพื่อความเป็นสิริมงคลและปกป้องปางช้างแม่สาให้อยู่รอดอย่างมั่นคงต่อไป.

เชียงใหม่ “สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรี ศรีล้านนาไทยเชียงใหม่”แข่งขันขับ”ซอพื้นบ้านล้านนา”รอบชิงชนะเลิศเพื่อส่งเสริมเยาวชน สืบสานและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น(คลิป)

สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรี ศรีล้านนาไทยเชียงใหม่แข่งขันขับซอพื้นบ้านล้านนา รอบชิงชนะเลิศ เพื่อส่งเสริมเยาวชน สืบสานและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ทีมชนะเลิศ คณะดาวล้านนา ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล พร้อมชมการขับซอล่องน่าน ด้วยลีลาน้ำเสียงที่ไพเราะและการฟ้อนที่อ่อนช้อยของศิลปินพื้นบ้าน


ที่หน้าพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา เชียงใหม่ ได้มีการจัดแข่งขันขับซอพื้นบ้านล้านนา รอบชิงชนะเลิศ มีเยาวชนเข้ารอบสุดท้าย จำนวน 5 คณะ ที่ทางสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทย จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนในภาคเหนือ ร่วมสืบสานอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ให้สูญหาย ท่ามกลางนักท่องเที่ยวที่เข้ารับชม โดยมีคณะกรรมการตัดสิน เป็นผู้เชี่ยวชาญและพ่อครูแม่ครู ที่ทรงคุณวุฒิ ให้คะแนนความสามารถ ทั้งเนื้อหา น้ำเสียงลีลา ความกลมกลืนถูกต้องของทำนอง การแต่งกาย มารยาทความงดงาม ทางวัฒนธรรม ความพร้อมเพียง และตรงต่อเวลา

สำหรับทีมที่ชนะเลิศ ตามหลักวิชาการที่ถูกต้อง ได้แก่คณะ ดาวล้านนา ได้รับเงินรางวัลจำนวน 15,000 บาทพร้อมถ้วยรางวัล โดยมีนายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการมอบรางวัล ส่วนชนะเลิศรองอันดับ 1 คณะ สองสะหรี ได้รับเงินรางวัล 12,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คณะ สุวิทย์ – ลำจวน ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และรางวัลชมเชยอีก 2 รางวัล คณะเสียงซอป่าซาง และคณะเก็ดถวา ได้รับเงินรางวัลคณะละ 8,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และปิดท้าย การแสดง การขับซอ ล่องน่าน โดยสองศิลปินช่างซอ ที่มีการขับขาน ด้วยถ่วงทำนองที่ไพเราะ และการแสดงฟ้อนด้วยลีลาที่อ่อนช้อย งดงาม ของวัฒนธรรม

การขับซอ จะเป็นการเล่าเรื่อง เป็นบทกลอนหรือร้อยเรียงทำนอง ที่ใช้ถ้อยคำให้สอดคล้อง ถ่ายทอดออกมา เป็นถ่วงทำนอง ได้อย่างไพเราะ โดยที่ไม่มีบทหรือเนื้อร้อง เหมือนกับการขับร้องเพลง ที่มีเนื้อร้อง แต่การขับซอมีแต่เพียง กำหนดหัวข้อว่า จะขับซอเล่าเรื่อง เกี่ยวกับ เรื่องอะไร ศิลปินก็จะเล่า ออกมาเป็นถ่วงทำนอง

เชียงใหม่ ศอ.ปส.ชน. ร่วมประชุมขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน ของหน่วยขึ้นตรงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3

ศอ.ปส.ชน. ร่วมประชุมขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน ของหน่วยขึ้นตรงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ด้านไฟป่า ภัยแล้ง และยาเสพติดเพื่อเตรียมความพร้อมให้การปฏิบัติงานเป็นรูปธรรมและทันต่อสถานการณ์


วันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 พ.อ.นิรันดร์ชัย ทิพย์กาจนกุล รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ ( รอง ศอ.ปส.ชน. ) เปิดเผยว่า พล.ท.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ แม่ทัพน้อยที่ 3 / ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือมอบหมายให้เข้าร่วมประชุมเตรียมการขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน ของหน่วยขึ้นตรงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ด้านไฟป่า ภัยแล้ง และยาเสพติด ที่จังหวัดพิษณุโลก โดยมี แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 เป็นประธาน เมื่อวานนี้ซึ่งที่ประชุมได้หารือร่วมกันเพื่อให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องรับทราบแนวทางการดำเนินการ และเตรียมความพร้อมให้การปฏิบัติงานเป็นรูปธรรมมากขึ้น ที่สำคัญต้องทันต่อสถานการณ์ และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยจะมีการประเมินผลงานทุก 3 เดือน


สำหรับในปีงบประมาณ 2567 ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือได้กำหนดแนวทางการสกัดกั้นในพื้นที่ภาคเหนือ 4 ส่วน เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะพื้นที่นอกประเทศ ที่ต้องอาศัยชุดปฏิบัติการข่าว และความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนพื้นที่ชายแดน ยังคงอาศัยกลไกของกองกำลังป้องกันชายแดนขับเคลื่อน โดย ศอ.ปส.ชน. จะทำหน้าที่ อำนวยการ ประสานงานและบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านการข่าวและ การสกัดกั้นให้กับ กองกำลังป้องกันชายแดน นอกจากนี้ยังเป็นหน่วยหลัก ในการวางแผน และวางกำลังเป็นจุดต้านทานสกัดกั้น ในพื้นที่ลึกเข้ามาของอำเภอชายแดน และอำเภอที่ต่อเนื่อง ควบคู่กับการสร้างชุมชนเข้มแข็งต่อต้านยาเสพติดในพื้นที่เพ่งเล็ง 3 จังหวัด 11 อำเภอ

เชียงใหม่ พระธรรมเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ สนับสนุนการเสนอชื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกผ่านทางมูลนิธิอาจารย์วารินทร์ ฯ มูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา

พระธรรมเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ จังหวัดเชียงใหม่สนับสนุนการเสนอชื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกผ่านทางมูลนิธิอาจารย์วารินทร์ ฯ มูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา และคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ (ตอนบน)


ดร.ปรีชา บัววิรัตน์เลิศ สมาชิกวุฒิสภา พร้อม นำพระNarandawamsa หรือ พระหน่อคำ วัดสุวรรณาราม พร้อมบุคลากรจากมหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นคณะถ่ายทำการบูชาพระรัตนตรัยตามวิถีพุทธ และพระคาถาบารมี 30 ทัศ เข้ากราบนมัสการพระธรรมเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพวรมหาวิหาร จังหวัดเชียงใหม่เพื่อจัดทำคลิปการบูชาพระรัตนตรัยตามวิถีพุทธภาษาไทย เตรียมมอบให้คณะธรรมทูตในวันที่ 16 ธันวาคม 2566 ที่ข่วงพระเจ้า ล้านนา ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิอาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ มูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา และคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ (ตอนบน) ในการนำชุดเผยแพร่ ประกาศเกียรติคุณครูบาเจ้าศรีวิชัย ไปมอบให้กับวัดในประเทศต่างๆ ตามขั้นตอนของการเสนอขอตามเงื่อนไข ทั้งนี้ภายในเดือนตุลาคม 2569 จะต้องยกร่างฉบับสมบูรณ์ยื่นเสนอต่อองค์การยูเนสโก เพื่อให้พิจารณาประกาศยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก และจะได้ร่วมจัดพิธีการเฉลิมฉลองในวาระ ครบรอบ 150 ปี ชาตกาล ครูบาเจ้าศรีวิชัยในปี พ.ศ. 2571


ในการนี้พระธรรมเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพวรมหาวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ได้มอบปัจจัย จำนวน 50,000 บาท สนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อเป็นส่วนประกอบหนุนการเสนอชื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกผ่านทางมูลนิธิอาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ มูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา และคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ (ตอนบน) เพื่อใช้ในการดำเนินงานดังกล่าว รวมทั้งเป็นองค์ถ่ายทอดบทสวดการบูชาคุณพระรัตนตรัย และคาถาบารมี 30 ทัศ เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของครูบาเจ้าศรีวิชัยที่ท่าน เป็นผู้มีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนา ในพื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย