เชียงใหม่ แม่ทัพภาค 3 ตรวจเยี่ยมพื้นที่ชายแดนไทยพม่าอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่(คลิป)

แม่ทัพภาค 3  ตรวจเยี่ยมกำลังพลพื้นที่ชายแดนไทยพม่าอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการที่ตั้งอยู่ใกล้กับแนวชายแดน ไทย – พม่า ประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นฐานปฏิบัติการสกัดกั้นขบวนการลักลอบนำยาเสพติด และแรงงานเถื่อน เข้าประเทศไทย

พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมคณะ และ พลตรี ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมืองพร้อมคณะ ร่วมในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลทหาร ของชุดกองบังคับการควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค3 กองกำลังผาเมือง ที่ฐานปฏิบัติการกิ่วฮุง (ดอยกิ่วฮุง) บ้านกิ่วฮุง ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการที่ตั้งอยู่ใกล้กับแนวชายแดน ไทย – พม่า ประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นฐานปฏิบัติการสกัดกั้นขบวนการลักลอบนำยาเสพติด และแรงงานเถื่อน เข้าประเทศไทย และทางเจ้าหน้าที่ทั้งทหารพราน หน่วยเคลื่อนที่เร็วกองกำลังผาเมือง ตำรวจตระเวนชายแดน 334 ฝ่ายปกครองอำเภอแม่อาย ได้ทำการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติด และจับตลอดจนวิสามัญผู้กระทำผิดที่ทำการต่อสู้เจ้าหน้าที่ได้หลายครั้ง และได้ยาเสพติดประเภทยาบ้า ยาไอช์ ผงขาว

แต่ในปัจจุบันก็ยังมีการลักลอบนำสิ่งที่ผิดกฎหมายเข้ามาอยู่เรื่อยๆ โดยการเปลี่ยนเส้นทางอยู่ตลอดเวลา ในวันนี้ทาง พันเอก ไพรัช ศรีชัยวาล ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค3 กองกำลังผาเมือง ได้นำทหารพราน ต้อนรับและรายงานให้ทราบถึงปัญหาในพื้นที่ และการปฏิบัติการของกองกำลังฝ่ายทหารพรานที่ทำการในพื้นที่แนวชายแดน ซึ่งมีความเรียบร้อยดี มีการปฏิบัติงานเดินลาดตระเวนและหาข่าวอยู่ตลอดเวลา เป็นการตรวจเยี่ยมวันนี้ได้มอบสิ่งของเครื่องกันหนาวและให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติการในพื้นที่แนวชายแดน

เชียงใหม่ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ รับฟังข้อเสนอแนะจากภาคประชาชน ในการผ่อนผันให้เปิดสถานบริการจนถึงตี 4 (คลิป)

นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ รับฟังข้อเสนอแนะจากภาคประชาชน ในการผ่อนผันให้เปิดสถานบริการจนถึงตี 4 ซึ่งเชียงใหม่ เป็น 1 ใน 4 จังหวัดนำร่อง อำเภอเมืองมีจำนวน 23 แห่ง และต่างอำเภออีก 3 แห่ง

(12 พย.66)ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมือง เชียงใหม่ นาย สิทธิศักดิ์ อภิกุลชัยสุทธิ์ นายอำเภอเมือง เชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดรับฟังข้อเสนอแนะ และความคิดเห็น ที่ทางรัฐบาล จะให้สถานบริการ เปิดจนถึงเวลาตี 4 เริ่มวันที่ 15 ธันวาคมนี้ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ เป็น 1 ใน 4 จังหวัด นำร่องของประเทศ โดยมีตัวแทนสถานประกอบการ ลูกจ้างพนักงาน เจ้าหน้าที่เทศบาล ประธานชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และชาวบ้าน มาร่วมข้อเสนอแนะ ซึ่งส่วนใหญ่ ก็จะเห็นด้วย เพื่อสร้างรายได้ และเงินหมุนเวียนในจังหวัด ซึ่งสถานบริการ ในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ มีจำนวน 23 แห่ง มีทั้งร้านคาราโอเกะ สถานบันเทิง อาบอบนวด และคาเฟ่ ที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นสถานที่ปิด ไม่มีเสียงรบกวนออกมาภายนอก และสถานที่จอดรถกว้างขวาง และยังมีสถานประกอบการอีก 3 แห่งในต่างอำเภอ ทั้งอำเภอฝาง ,สันทราย และอำเภอเชียงดาว ส่วนใหญ่ก็จะเห็นด้วย ในกลุ่มของผู้ประกอบการ จะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งมีเงินหมุนเวียน ทั้งระบบ เช่นพ่อค้าแม่ค้า ในตลาด ที่ทางสถานประกอบการไปซื้อ พนักงานสถานประกอบการ ก็มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งสถานประกอบการ ก็จะมีรายได้เพิ่มตามไปด้วย ส่วนข้อเสียก็อาจจะมีบ้าง

นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ เผยว่า จากการรับฟัง ส่วนใหญ่มีความกังวลสถานประกอบการ ที่คล้ายสถานประกอบการ ซึ่งไม่มีใบอนุญาติ และมีมากไม่ต่ำกว่า 500 แห่ง บางแห่งก็ลักลอบปิดเกินเวลา ปัญหามีทั้งมาจากเสียงดัง และกลิ่นควันบุหรี่ ก็ต้องให้ทางหน่วยงาน ที่รับผิดชอบไปเข้มงวดกวดขัน และเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ มีสถานบริการ ที่เข้าข่าย จะสามารถเปิดได้ถึงตี 4 มีจำนวน 23 แห่ง แยกเป็นผับบาร์จำนวน 9 แห่ง ร้านคาราโอเกะ 3 แห่ง ที่เหลือเป็นอาบอบนวด รวมทั้งคาเฟ่ที่อยู่ในโรงแรม นอกจากนั้นยังทำแบบสำรวจ ส่งไปให้หน่วยงานราชการ และประชาชนจำนวน 900 ชุด ในการแสดงความติดเห็น และข้อเสนอแนะ ซึ่งก็จะรวบรวมข้อมูล ทั้งหมดส่ง ให้กับทางจังหวัดพิจารณาต่อไป ในวันพรุ่งนี้

เชียงใหม่ พี่น้องชาวอำเภอแม่แจ่ม ร่วมกันปั่นฝ้าย ทอผ้าจากต้นฝ้าย นำมาตัดเย็บผ้าไตรจีวร ให้กับพระสงฆ์(คลิป)

พี่น้องชาวอำเภอแม่แจ่ม ร่วมกันปั่นฝ้าย ทอผ้าจากต้นฝ้าย นำมาตัดเย็บผ้าไตรจีวร ให้กับพระสงฆ์ วัดปันเสา เชียงใหม่ ซึ่งต้องให้เสร็จภายใน 24 ชั่วโมง ตามประเพณีโบราณ แต่เก็บฝ้าย นำมาปั่นฝ้าย ทักทอ ย้อมผ้า ตัดเย็บ แต่ต้นฝ้ายที่ทางวัด ปลูกไม่เพียงพอในการทอผ้า จึงนำฝ้ายจากญาติโยม ที่มาร่วมบุญ นำวางพาดไว้บนต้นฝ้าย ในกระถาง เป็นการจำลอง ซึ่งไม่ผิดจารีตประเพณี ของงานจุลกฐินยุคใหม่ ที่เปลี่ยนไป ซึ่งวิธีชีวิตของชาวแม่แจ่มต้องมีผ้า 4 ผืน ทั้งทักทอให้ตนเองสวมใส่จนถึงห่อร่างไปป่าช้า ผืนที่ 2 ทักทอไว้ขาย ผืนที่3 ถักทอเป็นมรดกให้ลูกหลานสืบสานและผืนที่ 4 ทักทอเป็นผ้าไตรจีวร ถวายไว้ในบวรพุทธศาสนา คือจุลกฐิน


ที่วัดปันเสา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จัดงานจุลกฐินตามประเพณีล้านนา โดยมีศรัทธาญาติโยม จากอำเภอแม่แจ่ม ที่มีความชำนาญในการทอผ้า ตั้งแต่ขั้นตอนปลูกฝ้าย ไปจนถึงการปั่นฝ้าย ให้เป็นเส้น และนำมาทอเป็นผืน และย้อมทำเป็นผ้าไตรจีวร และต้องให้เสร็จภายใน 24 ชั่วโมง แต่ด้วยการเวลา ได้มีการจำลอง ต้นฝ้ายที่ปลูกในกระถาง นำฝ้ายที่ชาวบ้านนำมาจากบ้าน นำไปวางพาดไว้บนต้นฝ้าย เหมือนว่ากำลังแก่จัด เป็นใยฝ้ายสีขาว แล้วเก็นนำมาปั่น เป็นเส้นด้าย เพื่อนำมาทอผ้า เนื่องจากต้นฝ้าย ที่ทางวัดปลูกมีไม่เพียงพอ ที่จะนำมาทำเป็นเครื่องกฐิน หรือผ้าไตรจีวร ทำให้ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป แต่ยังคงจารีตประเพณีเดิมทุกอย่าง

พระมหาสง่า หรือ พระครูธีรสุตพจน์ เจ้าอาวาสวัดผาลาด ที่ปรึกษาเจ้าอาวาสวัดปันเสาเจริญพรว่า งานจุลกฐิน คนที่เตรียมงานก็จะเริ่มปลูกฝ้าย ก่อนเข้าพรรษา ก็จะเป็นช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ซึ่งในวัดก็มีที่ปลูกฝ้ายและให้ศรัทธาไปเก็บฝ้ายมา และฝ้ายที่ปลูกไม่พอ จึงใช้ฝ้ายของญาติโยมที่มาทำบุญ ไปพาดไว้กับต้นฝ้ายในกระถาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการมีส่วนร่วม เนื่องจากวิถีชีวิตที่ได้มาของฝ้าย ในอดีตทุกบ้าน จะปลูกฝ้ายกันหมด ทุกคนจะทอผ้าใช้เอง ซึ่งการปลูกฝ้าย เพื่อทอผ้าเปลี่ยนไปหมดแล้ว เนื่องจากความเจริญ มีผ้าที่ทันสมัย และวิถีที่กำลังทำ เป็นการรักษาจิตวิญญาณของผ้า ฉะนั้นการสืบสาน ของการทอผ้าจุลกฐิน ซึ่งถือว่าเป็นงานใหญ่ ที่จะต้องมีคนที่มีความรู้ ของการทอผ้า และจุลก็คือเริ่มต้น จากงานเล็กๆ ที่ทุกคนต้องมาหลอมรวมกัน ที่มีวิชาความรู้เรื่องฝ้าย การถักทอที่จะได้มา ซึ่งตัวปุยฝ้ายเส้นฝ้ายจนไปสู่การย้อม การทอไปจนถึงการตัดเย็บและการถักลวดลาย ซึ่งในวิถีชีวิตของพุทธศาสนา เป็นเรื่องของบุญกุศล ก่อนจะเกิดงานบุญกุศล เป็นการสืบต่อของเรื่องจิตวิญญาณ ทำให้เรารู้ว่า ผ้าที่งดงามที่สุดในชีวิต ของชาวแม่แจ่มจะมี 3 ผืน ก็คือ ผืนที่ 1 ทอใช้ในชีวิตประจำวัน จนถึงห่อร่างตัวเองไปถึงป่าช้า ผ้าผืนที่ 2 ต้องการขายก็ขายได้ และผ้าผืนที่ 3 ทอไว้ เพื่อเป็นมรดกตกทอดให้กับลูกหลานได้สืบทอด ซึ่งผ้าไม่ใช่เฉพาะเป็นผ้า และลายผ้าไม่ใช่แค่ลวดลายแต่มันคือจิตวิญญาณ และสติปัญญาภูมิปัญญา ความรู้ที่คนรุ่นเก่าใส่ในผ้าทุกผืนด้ายทุกเส้น เพื่อส่งต่อมรดกทรัพย์สินทางปัญญา ให้ลูกหลาน เพื่อนำไปสานต่อ จนถึงปัจจุบัน

งานจุลกฐินเป็นการสืบสาน เพื่อส่งต่อให้รุ่นต่อไป ที่คนโบราณมอบไว้ให้ ภายใต้ร่มเงาของพุทธศาสนา และนอกจากจาก 3 ผืนไปแล้ว และยังมีผืนที่ 4 คือผ้าไตรจีวร ผ้าผืนนี้ทักทอ เพื่อน้อมถวายในงานจุลกฐิน และถวายไว้ในบวรพุทธศาสนา เพื่อการสร้างบุญสร้างกุศล ให้กับชีวิตและต้องเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง จึงทำให้ทุกคนต้องช่วยกันแบ่งหน้าที่กันทำ เป็นงานจุลกฐิน

เชียงใหม่ สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทย เชียงใหม่ ส่งเสริม “ซอ” เป็นซอฟต์พาวเวอร์ (คลิป)

สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทย เชียงใหม่ ส่งเสริม “ซอ” เป็นซอฟต์พาวเวอร์ “กุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร” นายกคนที่ 30 เปิดงานขันโตกกล่าดินเน่อร์ โชว์แสดงซอ เจ้าเจือจันทร์ ณ เชียงใหม่ พร้อม “มาดามหยก” ย้ำชัดส่งเสริมสนุนอยู่เบื้องหลังให้เยาวชนคนรุ่นใหม่สืบสานซอพื้นบ้าน เป็นซอฟต์พาวเวอร์


เมื่อค่ำวานนี้(10 พย.) ที่ห้องคุ้มคำหลวง ศูนย์ประชุมนานาชาติ เชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นางกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร นายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทย เชียงใหม่ คนที่ 30 เป็นประธานเปิดงานขันโตกกล่าดินเน่อร์แบบล้านนา โดยนางเพ็ญพรรณ วังวิวัฒน์ เป็นประธานจัดงาน งานเริ่มเวลา 18.00 น.- 22.00 น. ในงานมีแสดงซอพื้นบ้านล้านนาไทย มีการแสดงดนตรีวงแซมเบอร์ การแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทย เพื่อหารายได้นำไปซ่อมแซมอาคารสมาคมฯ

นางสาวกชพร เวโรจน์ หรือมาดามหยก ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ การจัดประกวดซอพื้นบ้านล้านนาไทย กล่าวว่า “ตนเป็นเด็กเหนืออยู่แล้ว ชอบดนตรีทุกประเภท รวมทั้งซอพื้นเมือง มีเสน่ห์มาก และเป็นวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ ที่ควรจะต้องศึกษาและรักษาไว้ กิจกรรมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมล้านนาต่างๆในเชียงใหม่ จะเป็นผู้ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังตลอด ไม่ว่าจะเป็นการบูรณะปฏิสังขรณ์วัด ก็ให้การสนับสนุนเช่นกัน เพราะต้องการให้ศิลปวัฒนธรรมล้านนาไทยได้อยู่คู่ชาวเชียงใหม่สืบต่อไป”

ทางด้าน เจ้าเจือจันทร์ ณ เชียงใหม่ ประธานจัดการแข่งขันซอพื้นบ้านล้านนาไทย กล่าวว่า “ซอ” ส่วนตัวชื่นชอบมาตั้งแต่เด็กๆ และต้องการอนุรักษ์รักษาไว้เพราะในอดีต” ผู้เฒ่าผู้แก่พูดจาจีบกัน ก็จะซอ” เป็นกาพย์กลอน พอมาถึงปัจจุบันก็เป็นห่วงว่าจะถูกลืมเลือน ก็เลยต้องการให้เยาวชนได้สืบสานต่อยอด “ซอพื้นบ้าน” จึงได้ร่วมกับสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทย เชียงใหม่ จัดประกวดซอขึ้นมา และได้รับการสนับสนุนจากมาดามหยก พร้อมด้วยภาครัฐและเอกชนอื่นๆจำนวนมาก โดยได้คัดเลือกจาก 14 คณะ เหลือ 7 คณะ ถือว่าประสบความสำเร็จเกินร้อย และหวังว่าจะให้ซอพื้นบ้าน เป็นซอฟต์พาวเวอร์ด้วย เจ้าเจือจันทร์ ณ เชียงใหม่ กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนจะมาเป็นสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทย เชียงใหม่ ย้อนไปเมื่อ 76 ปีก่อน ได้มีกลุ่มสตรีระดับผู้นำในจังหวัดเชียงใหม่ นำโดยนางชื่นแช่ม รามราชภักดี ในฐานะภริยาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ กระทรวงมหาดไทย คือพระยารามราชภักดี (สวัสดิ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา) ข้าราชการมหาดไทย ว่าราชการในหลายจังหวัด ได้ก่อตั้งสมาคมสตรีศรีล้านนาไทย และเป็นนายกสมาคมฯคนแรก เพื่อเป็นสมาคมเพื่อพัฒนาสตรี เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2490 ภายหลังเปลี่ยนชื่อสมาคม เป็นสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทย เชียงใหม่ จากวันนั้นถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 จะมีอายุครบ 76 ปี

คณะกรรมการบริหารชุดปัจจุบัน มีนางกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร เป็นนายกสมาคมฯ คนที่ 30 ได้มีมติให้จัดงาน 4 กิจกรรม เพื่อฉลองครบรอบ 76 ปี ของการก่อตั้ง/// 1.งานขันโตกกล่าดินเน่อร์แบบล้านนา ที่จัดในวันที่ 10 พ.ย.2566// 2.การจัดประกวดแข่งขันซอพื้นบ้านล้านนาไทย ระดับเยาวชน โดยมอบให้ เจ้าเจือจันทร์ ณ เชียงใหม่ เป็นประธานจัดงาน และมีนางสาวกชพร เวโรจน์ หรือมาดามหยก ที่ปรึกษากิติมศักดิ์ การจัดประกวดซอพื้นบ้านล้านนาไทย นางผ่องพรรณ จงยศยิ่ง รองประธานดำเนินงาน เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมมรดกวัฒนธรรมซอพื้นบ้านให้อยู่คู่กับชาวล้านนาตลอดไป ซึ่งการตัดสินการประกวดซอ จัดในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2566 ณ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ งานเริ่มเวลา 15.00 น.ถึงเวลา 21.00 น./// 3.กิจกรรมทำบุญเพื่อเป็นมงคลและอุทิศส่วนกุศล ถึงอดีตนายกสมาคมที่ล่วงลับไปแล้วหลายสิบราย ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ณ ที่ทำการสมาคมฯ เลขที่ 1 ถนนเมืองสมุทร อ.เมือง เชียงใหม่ เริ่มเวลา 09.00 น.เป็นต้นไป โดยมีวัฒนธรรมจังหวัดเป็นประธาน และ/// 4.จัดทำหนังสือที่ระลึกครบ 76 ปี สมาคมฯ เพื่อสดุดีอดีตนายกสมาคมฯ ที่มีถึง 30 คน รวมทั้งนายกคนปัจจุบัน โดยมี นางพรรักษ์ สุคันธกุล เป็นประธาน

ซึ่งการประกวดซอพื้นบ้านล้านนาไทย จะมีการประกวดในรอบตัดสิน ขึ้นในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2566 ณ หน้าหอศิลป์ถิ่นล้านนา ตรงข้ามอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ งานเริ่มเวลา 15.00 น. โดยจะมีการจัดกิจกรรมกาดมั่วครัวฮอม พร้อมรับฟังศิลปินมืออาชีพ “อย่างซอล่องน่าน แม่จำปา” ชมฟรี.

เชียงใหม่ สสว. “น้องมะเฟือง ชวนช้อปของดี SME ทั่วไทย”ภายใต้โครงการสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการเศรษฐกิจฐานราก วิสาหกิจชุมชนและรายย่อย

สสว. “น้องมะเฟือง ชวนช้อปของดี SME ทั่วไทย”ภายใต้โครงการสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการเศรษฐกิจฐานราก วิสาหกิจชุมชนและรายย่อย เพื่อการเข้าถึงโอกาสทางการตลาดและช่องทางการตลาด ปีงบประมาณ 2566 กิจกรรมส่งเสริมทางการตลาด ผ่านงานแสดงสินค้า Physical Market ระหว่างวันที่ 10 – 12 พฤศจิกายน 2566 ณ ลานกิจกรรมมีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่โดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับ สมาคมสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก มีผู้ประกอบการ เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 ราย จากผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชนและรายย่อยในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียง ตั้งเป้าสร้างรายได้ ให้ไมโคร เอสเอ็มอี ไม่น้อยกว่า 4 ล้านบาท

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. ในฐานะหน่วยงานหลัก ในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ MSME ได้ดำเนินโครงการสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการเศรษฐกิจฐานราก วิสาหกิจชุมชนและรายย่อย เพื่อการเข้าถึงโอกาสทางการตลาดและช่องทางการตลาด ปีงบประมาณ 2566 กิจกรรมส่งเสริมทางการตลาด ผ่านงานแสดงสินค้า Physical Market เพื่อสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนและรายย่อย หรือกลุ่มไมโครเอสเอ็มอี ภายใต้สโลแกน “น้องมะเฟือง ชวนช้อปของดี SME ทั่วไทย”


สสว. ร่วมกับสมาคมสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เดินหน้าจัดงานแสดงสินค้า SME ONE FESTIVAL 2023 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ให้แก่ผู้ประกอบการกลุ่มไมโครเอสเอ็มอี ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบอาชีพ เลี้ยงชีพ จำหน่ายสินค้า หรือให้บริการในตลาดชุมชนและท้องถิ่น ไม่สามารถจำหน่ายหรือให้บริการสินค้า และบริการในกลุ่มเป้าหมายใหม่ หรือสถานที่ใหม่ได้ ขาดโอกาส ในการพัฒนาอาชีพให้เติบโต ทั้งนี้มีปัจจัย มาจากปัญหาด้านการเงิน การลงทุน ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ การเข้าถึงโอกาสจากภาครัฐ ขาดความรู้ ความเข้าใจด้านการบริหารจัดการ และขาดความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการตลาด ซึ่งมีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 85.56 ของผู้ประกอบการ MSME ทั่วทั้งประเทศ ตั้งเป้าเพิ่มช่องทางตลาด สร้างโอกาสทางการขายให้แก่ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และรายย่อยกว่า 3,300 ราย และคาดว่าจะเกิดยอดขายรวมแล้ว ไม่น้อยกว่า 40 ล้านบาท ซึ่งการจัดงานแสดงสินค้าดังกล่าว จะมีการจัดงานหมุนเวียนทุกภาค จำนวน 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ทั่วประเทศ อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้า และบริการ รวมถึงสร้างประสบการณ์ด้านการตลาดและเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอี ให้สามารถอยู่รอด มีรายได้ต่อเนื่อง สู่การทำธุรกิจแบบมืออาชีพ มีแนวคิดและวิธีการทำงาน สามารถพัฒนาต่อยอดอาชีพเพิ่มมูลค่าได้


สำหรับการจัดงานแสดงสินค้า SME ONE FESTIVAL 2023 ครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 12 พฤศจิกายน 2566 ณ ลานกิจกรรมมีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานจัดแสดงสินค้า กว่า 200 ร้านค้า มีสินค้าหลากหลายมากมาย อาทิ สินค้าชุมชน สินค้าผลผลิตทางการเกษตร พืช ผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร อาหารสด อาหารทะเล อาหารแปรรูปสินค้าหัตกรรมพื้นบ้าน ของใช้ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายฝีมือชาวบ้าน สินค้าของฝากของดีของเด่นของจังหวัดเชียงใหม่ และไมโครเอสเอ็มอีจากทั่วไทย


การจัดงานดังกล่าวมีพิธีเปิดงานในวันที่10 พฤศจิกายน 2566 เวลา 18.00 น. กล่าวรายงาน การดำเนินโครงการ SME ONE FEST 2023 โดยนายรักติ ญวนกระโทก อุปนายกสมาคมสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และหัวหน้าโครงการฯ คุณพัชนีกานต์ นาคบัว รองผู้อำนวยการฝ่ายประสานเครือข่ายผู้ให้บริการ SME และส่งเสริมนโยบายภาครัฐ กล่าวถึงความร่วมมือในการดำเนินงานโครงการ และมีคุณวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิด

เชียงใหม่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ เปิดเส้นทางท่องเที่ยวอำเภอแม่ออน และกิจกรรมงาน”อลังการโคมรักษ์ เมืองแม่ออน” พร้อมเปิดเส้นทางตามรอย 4 พระอริยเจ้า อำเภอพร้าว (คลิป)

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ เปิดเส้นทางท่องเที่ยวอำเภอแม่ออน และกิจกรรมงาน”อลังการโคมรักษ์ เมืองแม่ออน” พร้อมเปิดเส้นทางตามรอย 4 พระอริยเจ้า อำเภอพร้าว และกิจกรรมผลิตสื่อวิดีโอสั้นในแอพพลิเคชั่น Tiktok”หนาวนี้ที่เชียงใหม่”

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ จัดการแถลงข่าว เปิดเส้นทางท่องเที่ยวอำเภอแม่ออน และกิจกรรมงาน”อลังการโคมรักษ์ เมืองแม่ออน” พร้อมเปิดเส้นทางตามรอย 4 พระอริยเจ้า อำเภอพร้าว และกิจกรรมผลิตสื่อวิดีโอสั้นในแอพพลิเคชั่น Tiktok”หนาวนี้ที่เชียงใหม่” ณ โรงแรมศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา เชียงใหม่ โดยนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการแถลงข่าว พร้อมด้วยนายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ , นายชลิต ทิพย์คำ นายอำเภอแม่ออน , ว่าที่ร้อยเอก สันติพงศ์ บุลยเลิศ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดเชียงใหม่ และนางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงศ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่


นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การเปิดเส้นทางท่องเที่ยวอำเภอแม่ออน และเปิดเส้นทางตามรอย 4 พระอริยเจ้า อำเภอพร้าว, กิจกรรมงาน “อลังการโคมรักษ์ เมืองแม่ออน” และกิจกรรมผลิตสื่อวิดีโอสั้นในแอพพลิเคชั่น Tiktok “หนาวนี้ที่เชียงใหม่” ในครั้งนี้นั้นทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ได้เล็งเห็นว่าสถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอแม่ออน มีเสน่ห์และความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ จึงได้สำรวจเส้นทางและจัดรวบรวมทำแผนที่ปักหมุด “เส้นทางท่องเที่ยวอำเภอแม่ออน” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวหรือประชาชนที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวในอำเภอแม่ออน โดยมี 16 จุดเช็คอินที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้

ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 1. ถ้ำเมืองออน (สัญลักษณ์ประจำอำเภอ)2. ม่อนพญานากราช (ไหว้พระขอพรองค์พญานาค)3. ม่อนกุเวร (สำหรับสายมู ท้าวเวทย์)4. วัดแม่ลาย (หินแม่น้ำตกแต่งวิหาร) ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ 1. น้ำพุร้อนสันกำแพง 2. ดอยนางเมาะ ท่องเที่ยวร้านอาหารและร้านกาแฟ1.ร้านอาหารธารทองลอดจ์ (ธารทอง) 2. ร้านอาหารบ้านสวนมะยงชิด (สวนมะยงชิด) 3. ร้านไส้อั่ว แม่ออน (อาหารพื้นบ้าน) 4. ร้านลาบขม แม่ออน (อาหารพื้นบ้าน) 5. ร้านกาแฟ The Cave (ถ้ำเมืองออน) 6. ร้านกาแฟ Skugga (สายช็อกโกแลต) ท่องเที่ยวมิวเซียม และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ 1. Chiangmai Art Museum 2. ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.แม่ออน 3. On Horse Farm (สอนขี่ม้า) 4. วินด์มิลล์ ฟาร์ม เชียงใหม่ (ฟาร์มโคนม)


ในส่วนของ “เปิดเส้นทางตามรอย 4 พระอริยเจ้า อำเภอพร้าว” เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว พร้อมทั้งการส่งเสริมพระพุทธศาสนา สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เสริมสิริมงคล ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความสวยงามและเสน่ห์ความเป็นล้านนา โดยมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ดังนี้
1.อนุสรณ์สถานบรรลุธรรมหลวงปู่ขาว อนาลโย ตำบลโหล่งขอด มีรูปปั้นองค์หลวงปู่ขาวขนาดใหญ่ ให้กราบไหว้สักการะขอพร 2.วัดดอยแม่ปั๋ง ตำบลแม่ปั๊ง แดนธรรมหลวงปู่แหวน เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองพร้าว หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ได้เริ่มจำพรรษาที่วัดนี้ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2505 – 2582 3.วัดพระธาตุกลางใจเมือง (สะดือเมือง) ตำบลสันทราย ศูนย์รวมจิตใจชาวเมืองพร้าว ประดิษฐานบรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทย ได้เดินทางมาบูรณะเมื่อ พ.ศ.2472 และต่อมาคณะศรัทธาประชาชนชาวเวียงพร้าวได้อัญเชิญเอาอัฐิธาตุแขนข้างขวาของครูบาเจ้าศรีวิชัยนำมาบรรจุไว้ใต้ฐานที่นั่งรูปเหมือนของครูบาเจ้าศรีวิชัย เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานที่ท่านมาบูรณปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้ 4.วัดป่าอาจารย์มั่น (ภูริทัตโต) ตำบลเวียง เป็นวัดที่พระอาจารย์มั่น ภูริทัตฺโต มาจำพรรษาและปฏิบัติกรรมฐานหลายพรรษา มีทางเดินจงกรมเป็นอนุสรณ์ และคณะศรัทธาได้สร้างมณฑปประดิษฐานรูปเหมือนพระอาจารย์ฝ่ายวิปัสสนาไว้


และอีกกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นคือ กิจกรรมงาน “อลังการโคมรักษ์ เมืองแม่ออน” ในวันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2566 ณ แม่ออนแคมป์ปิ้ง อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นการสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีล้านนา และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดเชียงใหม่ ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยยึดแนวรักษ์โลก โดยใช้โคมลอยที่มีใบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ และความพิเศษ โคมทุกใบได้ผ่านการทำพิธีเสริมสิริมงคลจากวัดป่าแดด โดยกลุ่มเป้าหมายจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ

ในงานวันที่ 27 พฤศจิกายน จะได้รับชมการแสดงล้านนา, การแสดงจากชาติพันธุ์ไทลื้อ, การแสดงของชุมชนแม่ออน, การแสดงจากโรงเรียนนาฏศิลป์ และร่วมกันปล่อยโคม จากนั้นเพลิดเพลินไปกับการแสดงสดจากวงดนตรีชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่ในงานวันที่ 28 พฤศจิกายน จะมีการจัดกิจกรรมประกวดหนูน้อยนพมาศ, การแสดงดนตรีสดจากคุณฮาร์ต สุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล และร่วมกันปล่อยโคม ปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตปู่จ๋านลองไมค์ และเคนน้อย ร้อยลีลา โดยงานทั้ง 2 วัน จะเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 ถึง 23.00 น. เริ่มจำหน่ายบัตรแล้ว ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2566 ราคา 289 บาท พร้อมรับ 1 โคม (เด็กความสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร เข้าฟรี) สามารถดูรายละเอียดและซื้อบัตรผ่านช่องทางออนไลน์ เพจสมาคม และ Google Form หรือช่องทางออฟไลน์ได้ที่สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ และบูธขายบัตร บริเวณอควาเรียม ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต และในวันงานทางสมาคมฯ ได้มีการจัดเตรียมรถขนส่งสาธารณะ (ค่าบริการไป-กลับ 200 บาท) ไว้ให้บริการกับผู้เข้าร่วมงาน โดยมีจุดรับ-ส่ง ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต รถส่งเริ่มเวลา 16.30 น. และรถรับกลับเริ่มเวลา 21.00 น.


นอกจากนั้นยังมีการจัดกิจกรรมผลิตสื่อวิดีโอสั้นในแอพพลิเคชั่น Tiktok ภายใต้แนวคิด เที่ยวเชียงใหม่ มิติใหม่ 25 อำเภอ (Unseen Chiangmai) ในช่วงเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จ ได้ผลการตอบรับที่ดีมาก มีผู้สนใจเข้าร่วมส่งคลิปเข้าประกวดมากถึง 900 กว่าคลิป ทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่จึงมีกำหนดการจัดกิจกรรมผลิตสื่อวิดีโอสั้นในแอพพลิเคชั่น Tiktok Season 2 ขึ้นภายใต้แนวคิด “หนาวนี้ที่เชียงใหม่” เพื่อช่วยเผยแพร่ และส่งเสริมการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวทั้งที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว และสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่


โดยสามารถทำคลิปวิดีโอสั้น ความยาว 30-90 วินาที ส่งเข้าร่วมกิจกรรมทางแอพพลิเคชั่น Tiktok กำหนดระยะการเข้าร่วมกิจกรรม : เข้าร่วม วันที่ 1 ธันวาคม 2566 – 31 มกราคม 2567 เวลา 12:00 น. ประเภทของรางวัล ยอด like มากที่สุด ลำดับ 1-5, ยอด share มากที่สุด ลำดับ 1-5, รายละเอียดติดตามได้ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2566


ด้านนายชลิต ทิพย์คำ นายอำเภอแม่ออน เห็นว่าการจัดทำ “เส้นทางท่องเที่ยวอำเภอแม่ออน” ของสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ สามารถช่วยประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของอำเภอแม่ออนให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวหรือประชาชนเกิดความสนใจ เนื่องจากมีการรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ทั้งเป็นที่รู้จักอยู่แล้วและสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ในอำเภอแม่ออน มากถึง 16 จุดเช็คอิน และจัดทำแผนที่ปักหมุด อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น

“งานดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะอำเภอแม่ออน อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการแสดงศิลปพื้นบ้าน เพื่อจะได้แสดงให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักของดีเมืองแม่ออนมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิเช่น การร่วมกันปล่อยโคมลอยเพื่อความเป็นสิริมงคล, การแสดงของโรงเรียนและชุมชนอำเภอแม่ออน การประกวดหนูน้อยนพมาศทั้งชายและหญิง, การแสดงดนตรีสดจากศิลปินชื่อดังคุณฮาร์ต, คอนเสิร์ตปู่จ๋านลองไมค์ และเคนน้อย ร้อยลีลา ซึ่งทางอำเภอพร้อมในการสนับสนุนอย่างเต็มที่

ขณะที่ว่าที่ร้อยเอก สันติพงศ์ บุลยเลิศ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดเชียงใหม่ เห็นว่าการเปิดเส้นทางตามรอย 4 พระอริยเจ้า อำเภอพร้าว ซึ่งประกอบไปด้วยอนุสรณ์สถานบรรลุธรรม หลวงปู่ขาว อนาลโย, วัดดอยแม่ปั๊ง หลวงปู่แหวน สุจิณุโณ, วัดพระธาตุกลางใจเมืองครูบาศรีวิชัย และวัดป่าอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นการช่วยประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอพร้าวให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น ในปัจจุบันนอกจากนักท่องเที่ยวชาวไทยที่นิยมท่องเที่ยวเชิงศรัทธา หรืออาจจะเรียกว่าการท่องเที่ยวสายมู นักท่องเที่ยวต่างชาติก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นเช่นกัน จากเว็บไซต์ลงทุนแมน มีการประเมินว่าตลาดการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาทั่วโลก ปัจจุบันมีมูลค่ามากถึง 530,000 ล้านบาท และยังถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตถึงปีละ 10% และเนื่องด้วยทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดทำแผนที่ปักหมุด ให้ออกมาในเชิงรูปธรรมจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ หรือผู้ที่สนใจเดินทางท่องเที่ยวอำเภอพร้าวเป็นอย่างมาก


ด้านนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเปิดงานแถลงข่าวว่า การเปิดเส้นทางท่องเที่ยวอำเภอแม่ออน และเปิดเส้นทางตามรอย 4 พระอริยเจ้า อำเภอพร้าว, กิจกรรมงาน “อลังการโคมรักษ์ เมืองแม่ออน” และกิจกรรมผลิตสื่อวิดีโอสั้นในแอพพลิเคชั่น TikTok “หนาวนี้ที่เชียงใหม่” ในวันนี้จะช่วยกระตุ่้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่น นอกจากนั้นจะช่วยส่งเสริมเผยแพร่พระพุทธศาสนา สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เสริมสิริมงคลได้เป็นอย่างดี โดยถือว่าเป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้จ่ายในจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มมากขึ้น

เชียงใหม่ อบจ.เชียงใหม่ เตรียมจัดการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลชายหาดระหว่างวันที่ 16-19 พย.นี้(คลิป)

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จัดการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลชายหาด บริเวณสนามแข่งขัน องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่าง 16 – 19 พฤศจิกายนนี้ มีนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันมากถึง 33 ประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว


นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ และนายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าวการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด “BEACH PRO TOUR CHALLENGE CHAINGMAI” ซึ่งสมาคมวอลเลย์บอล แห่งประเทศไทย ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ โดยจัดขึ้น ที่บริเวณสนามวอลเลย์บอลชายหาด สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา จังหวัดเชียงใหม่ ด้านหลังศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 19 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งมีความพร้อมทุกด้าน พร้อมทั้งลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของสนามด้วย

นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เชื่อมั่นว่า การจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด ในครั้งนี้ จะได้รับความสนใจ ไม่แพ้ การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง SEA V League ที่ผ่านมา การแข่งขันรายการนี้ มี 33 ประเทศจากทั่วโลก เข้าร่วมแข่งขัน ประกอบด้วย เช็ก, โปแลนด์, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรีย, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, สเปน, ออสเตรเลีย, ฝรั่งเศส, โปรตุเกส, จีน, ลิทัวเนีย, อิตาลี, แคนาดา, เอสโตเนีย, อังกฤษ, เยอรมนี, โอมาน, สวิตเซอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, คอสตาริกา, ลัตเวีย, ฟิลิปปินส์, อิสราเอล, ตุรกี, ญี่ปุ่น, บราซิล, ฟินแลนด์, สโลวีเนีย, วานูอาตู, ยูเครน, สโลวาเกีย และไทย เจ้าภาพ และยังเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย

เชียงใหม่ “เอ็กโก กรุ๊ป” และ”มูลนิธิไทยรักษ์ป่า” ส่งมอบ “เส้นทางศึกษาธรรมชาติผาดอกเสี้ยว” ยกระดับแม่กลางหลวง ต้นแบบแหล่งท่องเที่ยว “นิเวศวัฒนธรรม” (คลิป)

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป โดยมูลนิธิไทยรักษ์ป่า ปรับปรุง “เส้นทางศึกษาธรรมชาติผาดอกเสี้ยว” ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ พร้อมพัฒนาป้ายสื่อความหมายธรรมชาติในเส้นทางฯ ระบบสื่อความหมายออนไลน์ และวีดิโอเยี่ยมชมเสมือนจริง 360 องศา ส่งมอบแก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมขับเคลื่อนงาน 6 มิติ เพื่อยกระดับบ้านแม่กลางหลวงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรม สะท้อนการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างระบบนิเวศป่าต้นน้ำและวัฒนธรรมของชุมชนปกาเกอะญอ ตลอดจนปลูกจิตสำนึกให้นักท่องเที่ยวตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของการ ร่วมอนุรักษ์ดูแลธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยพิธีส่งมอบเส้นทางฯ ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 โดยมี นายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป และประธานกรรมการมูลนิธิไทยรักษ์ป่า เปิดเผยว่า เอ็กโก กรุ๊ป ดำเนินธุรกิจบนเส้นทางความยั่งยืน ด้วยการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมและใส่ใจต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยได้ก่อตั้งและสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิไทยรักษ์ป่า องค์กรสาธารณกุศลเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าต้นน้ำที่สำคัญของประเทศมากว่า 20 ปี ซึ่งการพัฒนาและปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้แข็งแรง ปลอดภัย กลมกลืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็น “ห้องเรียนธรรมชาติ” เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของมูลนิธิฯ ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา เพื่อให้เยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยว ได้สัมผัสคุณค่าและความสำคัญของป่าต้นน้ำและทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนช่วยกันรักษาไว้เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป

สำหรับเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาดอกเสี้ยวเป็นเส้นทางฯ ลำดับที่ 4 ที่มูลนิธิฯ ได้ปรับปรุงในพื้นที่ป่าต้นน้ำอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ แนวเส้นทางฯ ผ่านป่าดิบเขาระดับล่างที่อุดมสมบูรณ์ พื้นที่เกษตรกรรม และปลายทางเป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนปกาเกอะญอบ้านแม่กลางหลวง จึงมีความโดดเด่นในฐานะแหล่งเรียนรู้ “นิเวศวัฒนธรรม” ที่ผสมผสานองค์ประกอบระหว่างธรรมชาติที่สวยงาม คุณค่าของระบบนิเวศป่าต้นน้ำ และวัฒนธรรมที่มีอัตลักษณ์ของชุมชนชาวปกาเกอะญอบ้านแม่กลางหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ “คนอยู่กับป่า” ได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

“มูลนิธิไทยรักษ์ป่าได้ปรับปรุงเส้นทางฯ โดยยึดหลักการออกแบบที่มีผลกระทบกับธรรมชาติน้อยที่สุด การรับฟังความคิดเห็นและมีส่วนร่วมจากกลุ่มต่าง ๆ ตลอดจนนำภูมิปัญญาการก่อสร้างของชาวปกาเกอะญอ มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบ เพื่อรักษาอัตลักษณ์ของชุมชน ควบคู่กับการพัฒนาระบบสื่อความหมาย 14 จุดในเส้นทางฯ เพื่อเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความรู้ คุณค่า และความสัมพันธ์ของสรรพชีวิตในผืนป่า ตลอดจนพัฒนาระบบสื่อความหมายออนไลน์และวีดิโอเยี่ยมชมเสมือนจริง 360 องศา เพื่อให้ผู้สนใจสามารถสัมผัสธรรมชาติในเส้นทางฯ ผาดอกเสี้ยวได้ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยมุ่งหวังว่านักท่องเที่ยวและประชาชนจะตระหนักและเห็นความสำคัญของการพึ่งพากันระหว่างมนุษย์และระบบนิเวศ จนเกิดเป็นจิตสำนึกในการปกป้องและร่วมดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและป่าต้นน้ำอย่างยั่งยืน” นายเทพรัตน์ กล่าว

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ความร่วมมือระหว่างกรมอุทยานฯ เอ็กโก กรุ๊ป และมูลนิธิไทยรักษ์ป่าที่ได้ร่วมกันพัฒนาและปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติในพื้นที่อุทยานแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน โดยดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับที่ 4 ระหว่างปี 2564-2569 นั้น ถือได้ว่ามูลนิธิ ไทยรักษ์ป่าเป็นตัวอย่างของภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมกับภาครัฐในการส่งเสริมและขับเคลื่อนให้ภารกิจของ กรมอุทยานฯ สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

นอกจากการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติแล้ว มูลนิธิฯ มีแผนที่จะนำความรู้ในทุกมิติการดำเนินงาน 6 ด้าน มายกระดับและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการดูแลผืนป่าต้นน้ำของบ้านแม่กลางหลวง ได้แก่ 1) การอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ 19,000 ไร่ 2) การฟื้นฟูพื้นที่ป่าและปรับระบบเกษตร 500 ไร่ 3) การพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาดอกเสี้ยว 4) การส่งเสริมเยาวชนคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนกิจกรรมอนุรักษ์ 5) การวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม โดยจัดทำฐานข้อมูลเพื่อจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และ 6) การส่งเสริมพื้นที่ต้นแบบคนอยู่ร่วมกับป่า เพื่อให้บ้านแม่กลางหลวง เป็นพื้นที่ต้นแบบการท่องเที่ยวนิเวศวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์อย่างแท้จริง

เส้นทางศึกษาธรรมชาติผาดอกเสี้ยว มีระยะทางประมาณ 2.6 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 2-2.5 ชั่วโมง สภาพตลอดเส้นทางมีลักษณะเป็นป่าดิบเขาระดับล่าง โดยมี น้ำตกผาดอกเสี้ยว หรือ น้ำตกรักจัง ที่มีความสวยงามเป็นจุดเด่น ระหว่างทางยังมี ผาดอกเสี้ยว สถานที่ที่เป็นภูมินามและเอกลักษณ์ของพื้นที่ เนื่องจากเป็นหน้าผาที่มีต้นเสี้ยวดอกขาว พันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่ขึ้นหนาแน่นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมของทุกปี และบริเวณนี้ยังเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างป่าอนุรักษ์ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์และพื้นที่ที่คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างชัดเจน นอกจากนี้ จะได้พบกับ นาขั้นบันได ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมของชุมชน และหมู่บ้านแม่กลางหลวง ที่ปลายเส้นทางฯ ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่มีอัตลักษณ์ของชาวปกาเกอะญอเกี่ยวกับการพัฒนาและปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติในพื้นที่ป่าต้นน้ำของมูลนิธิไทยรักษ์ป่า

นอกจากเส้นทางฯ ผาดอกเสี้ยวแล้ว เอ็กโก กรุ๊ป โดยมูลนิธิไทยรักษ์ป่า ได้ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พัฒนาและปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติในพื้นที่ป่าต้นน้ำสำคัญต่าง ๆ ของประเทศมาแล้ว 8 เส้นทาง ดังนี้ ในจังหวัดเชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ 3 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางฯ ยอดดอย (ปี 2561) เส้นทางฯ กิ่วแม่ปาน (ปี 2562) เส้นทางฯ อ่างกา (ปี 2564) อุทยานแห่งชาติสุเทพ-ปุย 1 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางฯ น้ำตกมณฑาธาร (ปี 2558) และในจังหวัดนครศรีธรรมราช อุทยานแห่งชาติเขาหลวง 4 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางฯ น้ำตกพรหมโลก น้ำตกกะโรม น้ำตกอ้ายเขียว (ปี 2560) และเส้นทางฯ น้ำตกกรุงชิง (ปี 2565)

เชียงใหม่ ชาวบ้านชุมชนเทียมพร ในเขตเทศบาลเชียงใหม่ ร่วมแรงร่วมใจ ตัดเย็บผ้าหลากสี ทำโคมยี่เป็งล้านนา กว่า 500 ดวง(คลิป)

ชาวบ้านชุมชนเทียมพร ในเขตเทศบาลเชียงใหม่ ร่วมแรงร่วมใจ ตัดเย็บผ้าหลากสี ทำโคมยี่เป็งล้านนา กว่า 500 ดวง นำมาประดับตกแต่ง ตามริมถนนในชุมชน ระยะทางยาวเกือบ 1 กิโลเมตร และร่วมทำสะเปา นำไปลอยในแม่น้ำปิง เพื่อสืบสานต่อยอด ส่งต่อให้ลูกหลาน ถึงประเพณีที่งดงามของล้านนา


นางสาว พรฤดี พุทธิศรีสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ หรือ ส ท. แอ้ และ นาง ซอน สมจักร ประธานชุมชนเทียมพร ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ รวมทั้งพี่น้องชาวบ้าน เจ้าหน้าที่อสม. และสมาชิกสาวรำวงของชุมชน แสดงพลังความสามัคคีในชุมชน พร้อมใจกันนำผ้าหลากสี นำมาตัดเย็บกันเอง ทำเป็นโคมไฟ ยี่เป็งล้านนา ทรงกระบอก มีทั้งสีแดง สีขาว สีฟ้า สีส้ม สีเขียว สีเหลือง สีม่วง จำนวนกว่า 500 ดวง ตั้งแต่ชุ้มประตูชุมชน ไปจนถึงที่ทำการชุมชนฯ ตลอดสองข้างทาง ของถนนในชุมชน ระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร เพื่อสืบสานประเพณียี่เป็งหรือเทศกาลลอยกระทง ที่กำลังจะมาถึง และยังเป็นการร่วมไม้ร่วมมือ ของชาวบ้าน ในชุมชน แสดงถึงความสามัคคี ในการร่วมกิจกรรมของชุมชน และช่วงกลางคืน ก็จะมีการเปิดแสงไฟ ทำให้มีสีสันอย่างสวยงาม

นอกจากนั้นทางชุมชนเทียมพร จะสร้างสเปา นำไปลอยในแม่น้ำปิง บริเวณท่าน้ำหน้าวัดบ้านท่อ ซึ่งในสะเปาหรือเรือ ก็จะมีการจุดประทีปดวงไฟ และมีการตัดเล็บ หรือเส้นผม นำใส่ในสะเปา ให้ลอยลอยไปกับสายน้ำเป็นการสะเดาะเคราะห์ ตามประเพณีความเชื่อ ของชาวล้านนาในอดีต ซึ่งมีการทำกันเป็นประจำทุกปี สืบสานส่งเสริมต่อยอด ให้กับลูกหลาน ในชุมชนถึงวัฒนธรรมที่งดงามของล้านนา

เชียงใหม่ กระทรวงวัฒนธรรม เปิดตัว “ตลาดวัฒนธรรมชุมชนวัดศรีสุพรรณเชียงใหม่” เป็น “กาดหมั้ว คัวเงิน คัวเขิน 1 ใน 10 ตลาดบก” ของประเทศ

กระทรวงวัฒนธรรม เปิดตัว ตลาดวัฒนธรรมชุมชนวัดศรีสุพรรณ เชียงใหม่ เป็น กาดหมั้ว คัวเงิน คัวเขิน 1 ใน 10 ตลาดบก ของประเทศ สืบสานวัฒนธรรมไทย นำของดีที่โดดเด่น มาต่อยอด เผยแพร่ Soft Power และส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ


ที่วัดศรีสุพรรณ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงานตลาดบก 1 ใน 10 แห่งของประเทศ สืบสานวัฒนธรรมไทย” ของกระทรวงวัฒนธรรม โดย ตลาดวัฒนธรรมชุมชนวัดศรีสุพรรณ ชุมชนวัดหมื่นสาร และชุมชนวัดนันทาราม มีลักษณะเป็นถนนทางเดิน มีกาดหมั้ว คัวเงิน คัวเขิน ซึ่งจะมีร้านขายเครื่องเงิน เครื่องเขิน อาหารสินค้าพื้นเมือง และของฝากของที่ระลึก นำมาจำหน่าย สืบสานวัฒนธรรมไทย ประจำปีงบประมาณ 2566 ของกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งจะเป็นการต่อยอดด้านการท่องเที่ยว ของจังหวัด ให้เกิดความคึกคัก เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ของชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรม โดยนำต้นทุนทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น มาเป็นจุดขาย ทั้งเครื่องเงิน ชุมชนวัดศรีสุพรรณและชุมชนวัดหมื่นสาร และเครื่องเขิน จากชุมชนวัดนันทาราม ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างคึกคัก


โอกาสนี้ นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้เข้ากราบสักการะพระพุทธปาฏิหาริย์(พระเจ้าเจ็ดตื้อ บริเวณหน้าอุโบสถเงินหลังแรกของโลก วัดศรีสุพรรณ และได้เดินชมตลาด และลงมือใช้ครกหิน ลงมือปรุงอาหาร เมนู ตำจี๊นแห้ง ซึ่งเป็นเมนู เชิดชูอาหารถิ่น รสชาติที่หายไปของจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ มาเดินเลือกซื้อสินค้าและอาหาร