เชียงใหม่ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ลงพื้นที่เชียงใหม่ช่วยผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยหาเสียง ถนนคนเดินท่าแพ(คลิป)

“สมชาย วงศ์สวัสดิ์ “ลงพื้นที่เชียงใหม่ช่วยผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยหาเสียง ถนนคนเดินท่าแพ


ค่ำวันที่ 30 เม.ย.นี้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีพร้อมนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นทีตัวเมืองเชียงใหม่เพื่อช่วย นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม หมายเลข 1พรรคเพื่อไทย หาเสียงที่บริเวณถนนคนเดินกลางเมืองเชียงใหม่ ท่ามกลางกองเชียร์มารอต้อนรับจำนวนมากนายสมชาย ได้เดินทักทายบรรดาพ่อค้าแม่ค้าพร้อมฝากพรรคเพื่อไทยไว้กับพี่น้องชาวเชียงใหม่ โดยใช้เวลาเดินทักทายร่วม 1 ชั่วโมงได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี

นายสมชาย ได้ให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวว่า พรรคเพื่อไทยกับชาวเชียงใหม่มีความผูกพันกันมากแต่ไหน พรรคเพื่อไทยมาจากพรรคไทยรักไทยที่นายกฯทักษิณ ชินวัตร ก่อตั้งพรรคมา และพี่น้องชาวเชียงใหม่ก็เป็นกลุ่มแรกที่ช่วยดูแลพรรคไทยรักไทย จนถูกยุบพรรคจนมาเป็นพรรคเพื่อไทย แต่อุดมการณ์และความห่วงใยพี่น้องประชาชนยังมีอยู่เต็มเปี่ยม ในครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะกลับมารับใช้บ้านเมืองรับใช้ประชาชน พรรคเพื่อไทยไม่ได้มาแสวงหาอำนาจ แต่เรามองเห็นว่าที่ผ่านมาประเทศชาติมีปัญหาเยอะมาก บ้านเมืองไม่ได้พัฒนาหลายๆอย่าง ก่อนที่จะมาเลือกตั้งคราวนี้ เราทำงานมาเป็นปีเพื่อจะจัดแจงเรื่องนโยบายทำอย่างไรที่จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจ ฟื้นคุณภาพชีวิตให้พี่น้องประชาชนได้ซึ่งเราออกมาหลายอย่างเช่นเงินกระเป๋าดิจิตอล เรียนจบปริญญาตรีจะได้เงินเดือน 2หมื่น5 พันบาท ค่าแรงงานขั้นต่ำจะไปถึง600 บาท เงินที่จะเพิ่มเติมให้ครอบครัวให้งบ 2หมื่นบาทต่อเดือน เยอะแยะมากมายที่จะทำรวมทั้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องสิทธิเสรีภาพ เรื่องการเกณฑ์ทหารก็จะทำหมด วันนี้จึงมาพบปะพี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่เพื่อรวมกันช่วยเพื่อไทยและเพื่อไทยจะกลับมาช่วยพี่น้องประชาชน

“อ้ายทักษิณกับน้องยิ่งลักษณ์ เคยฝากฝีมือไว้ให้พี่น้องชาวไทย ชาวเชียงใหม่มาแล้ว คราวนี้อ้ายทักษิณยังอยู่ แต่ไม่ได้มาก้าวก่าย แต่ได้ส่งลูกสาวมาเป็นคาดิเดทนายกรัฐมนตรี ผมจึงมั่้นใจว่าเลือดเนื้อเชื้อไขคนเชียงใหม่จะต้องมารับใช้พี่น้องชาวเชียงใหม่อีกครั้งหนึ่ง จึงขอชาวเชียงใหม่ช่วยกันสนับสนุนในครั้งนี้ด้วยขอให้แลนด์สไลด์ทั้งภาคเหนือเลย”นายสมชาย กล่าวอ้อนเป็นภาษาเหนือ

เชียงใหม่ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ กะเหรี่ยงคอยาว ไทยใหญ่และคะฉิ่น ร่วมกับคณะอดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 ทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคี วัดห้วยบอน อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่(คลิป)

พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ กะเหรี่ยงคอยาว ไทยใหญ่และคะฉิ่น ร่วมกับคณะอดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 ทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคี วัดห้วยบอน อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำปัจจัยสร้างศาลาเอนกประสงค์ และทางวัดยังมีการแข่งขันบอกไฟลูกหนู สืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรม

กลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์กะเหรี่ยงคอยาว พี่น้องชาติพันธุ์ไทยใหญ่ และกลุ่มชาติพันธุ์คะฉิ่น ในจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมขบวนแห่ต้นผ้าป่าสามัคคี จากถนนในหมู่บ้าน ไปถวายยังวัดใหม่มงคลชัย หรือวัดห้วยบอน ตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมขบวนกับคณะผ้าป่าของพลตรี จำรัส สังขะวร อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 และคณะผ้าป่ามหากุศล จากกรุงเทพมหานคร และนครศรีธรรมราช โดยมีการบรรเลงเครื่องดนตรีพื้นบ้านของพี่น้องชาติพันธุ์ไทยใหญ่ แห่นำขบวนอย่างสวยงาม นำต้นผ้าป่าไปถวายให้กับคณะสงฆ์ และพระอธิการนิพนธ์ เตชธัมโม เจ้าอาวาสวัดห้วยบอน กล่าวอนุโมธนาบุญ ขอบคุณคณะผ้าป่า เพื่อนำปัจจัย สร้างศาลาเอนกประสงค์ เพื่อใช้ในศาสนพิธีต่างๆของวัด โดยมีนายมนเฑียร คูคำมี ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และมีชาวบ้านผู้นำชุมชน มาร่วมพิธีจำนวนมาก เพื่อเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา


นอกจากนั้นทางวัดยังจัดให้มีการแข่งขัน บอกไฟลูกหนูเพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น เพื่อรักษาและอนุรักษ์ไว้ให้กับลูกหลาน โดยมีสล่าบอกไฟลูกหนู เข้าร่วมแข่งขันจำนวนมาก โดยกติกาให้ใช้ท่อเอสล่อนขนาด 4 หุน ยาว 10 เซนติเมตร โดยนำบอกไฟลูกหนูติดกับจรวด จุดชนวนให้บอกไฟลูกหนูวิ่งไปตามเส้นลวด ระยะทางยาวประมาณ 60 เมตร หากวิ่งถึงจุดหมาย จะได้คะแนนเต็ม 100 หากเกินระยะจะไม่ได้คะแนน เป็นการทดสอบฝีมือสล่าบอกไฟ ชิงเงินรางวัลชนะเลิศ จำนวน 1,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และรองอันดับ 1 เงินรางวัล 700 บาท และรองอันดับ 2 เงินรางวัล 500 บาท เป็นการสร้างความสนุกสนานและความสามัคคีของชาวบ้านในชุมชน

 

เชียงใหม่ เจ้าอาวาสวัดบ้านปง ขอความเมตตาศรัทธาญาติโยมร่วมทำบุญทอดผ้าป่าจัดซื้อรถขับเคลื่อน 4 ล้อทำเป็นรถกู้ชีพกู้ภัย(คลิป)

เจ้าอาวาสวัดบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ขอบิณฑบาต และขอความเมตตา ศรัทธาญาติโยมและลูกศิษย์ ร่วมทำบุญทอดผ้าป่ากองละ 15,000 บาท จำนวน 100 กอง เพื่อจัดซื้อรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ทำเป็นรถกู้ภัยกู้ชีพ พร้อมอุปกรณ์การแพทย์ เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ และรับส่งผู้ป่วย ตามหมู่บ้านบนภูเขาสูง บางครั้งเข้าไม่ถึงพื้นที่


พระครูอาชวปรีชา เจ้าอาวาสวัดอรัญญาวาส หรือวัดบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ประธานก่อตั้งศูนย์กู้ชีพกู้ภัย ศรีเมืองปง เผยว่าวันที่ 3 มิถุนายน 2566 จะครบรอบ 4 ปีการก่อตั้งศูนย์กู้ชีพกู้ภัยศรีเมืองปง รถและอุปกรณ์ต่างๆก็เริ่มชำรุดประกอบกับพื้นที่ตำบลบ้านปง ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง บางหมู่บ้านรถกู้ชีพที่เป็นรถตู้ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ จึงขอบิณฑบาตขอเมตตาเชิญชวนศรัทธาประชาชน และลูกศิษย์ลูกหา ร่วมกันทอดผ้าป่าสามัคคีกองละ 15,000 บาท จำนวน 100 กอง เพื่อนำรายได้จัดซื้อรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ทำเป็นรถกู้ภัยกู้ชีพ พร้อมอุปกรณ์การแพทย์ ในการช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หรือรับส่งผู้ป่วย ส่งโรงพยาบาล เป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ หรือการทำบุญแล้วแต่จิตศรัทธา ที่จะร่วมทำบุญกับทางวัด

นาย นิติกร อิ่นคำ หัวหน้าศูนย์กู้ชีพกู้ภัยศรีเมืองปง บอกว่าพื้นที่ตำบลบ้านปงมี 11 หมู่บ้าน ประมาณ 5 หมู่บ้าน อยู่บนดอยสูง เส้นทางคมนาคมขึ้นลงภูเขาลาดชัน บางครั้งไม่สามารถนำรถกู้ชีพ ขึ้นไปรับผู้ป่วยได้ ต้องให้นำรถโฟว์วิลขึ้นไปรับมาจากหมู่บ้านและมาส่งต่อรถกู้ชีพ หากได้รถโฟว์วิลเป็นรถกู้ชีพพร้อมอุปกรณ์การแพทย์ เชื่อว่าจะเกิดประโยชน์ และช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยได้ทันถ่วงที และยังปลอดภัยในการเดินทางของเจ้าหน้าที่ด้วย

ซึ่งปัจจุบันมีรถของศูนย์ฯ จำนวน 4 คัน และได้รับการบริจาคมาแทบทั้งสิ้น ทั้งรถกู้ชีพ รถขนอุปกรณ์เครื่องมือตัดถ่าง และรถตู้ในการรับส่งผู้ป่วย ทุกคันใช้งานมานาน มีสภาพชำรุด โดยปีที่ 2565 ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพกู้ภัยศรีเมืองปง ให้บริการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ จากอุบัติเหตุ และรับส่งผู้ป่วย ตามบ้านส่งไปโรงพยาบาล มากถึง 621 ครั้ง ประกอบกับพื้นที่ตำบลบ้านปง เป็นเส้นทางแหล่งท่องเที่ยว ที่เป็นภูเขาสูงโดยเฉพาะเส้นทางสายหลัก ที่เชื่อมระหว่างบ้านแม่ฮะ กับบ้านแม่ขนินเหนือ ตำบลบ้านปง และเดินทางไปยังอำเภอสะเมิง จะมีเส้นทางโค้งหักศอก ขึ้นลงภูเขาลาดชันซ้อนกันถึง 7 ระดับ น่าจะเป็นเส้นทางเดียวในประเทศ ที่มีโค้งหักศอกซ้อนกันต่อเนื่องถึง 7 โค้ง ต้องใช้ความระมัดระวัง มักมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่ไม่ชำนาญเส้นทางเกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ บางรายตกลงเหวไม่มีใครเห็น สลบไปครึ่งวันและฟื้น จึงโทรศัพท์แจ้งกู้ภัยไปช่วยเหลือก็มี หากมีรถกู้ชีพขับเคลื่อน 4 ล้อ จะสามารถช่วยชีวิตได้อีกหลายชีวิต ในการถึงมือหมอ

เชียงใหม่ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ กระทรวงพลังงานชวนเยาวชนสร้างนวัดกรรมด้านพลังงาน(คลิป)

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ กระทรวงพลังงานชวนเยาวชนสร้างนวัดกรรมด้านพลังงาน เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ของชุมชนผ่าน The Young Energy Designer Award 2023 ชิงเงินรางวัลกว่า 600,000 บาท



ดร.อภิรดี ธรรมมโนมัย ผู้อำนวยการกองถ่ายทอดและเผยแพร่เทคโนโสยี กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การประกวด The YoungEnergy Designer Award 2023 ภายใต้โครงการพัฒนานักออกแบบนวัตกรรมด้านพลังงาน รุ่นเยาว์ เป็นเวทีการประกวดแนวคิดในการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านพลังงาน ของเยาวชนไทย เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ของชุมชน ส่งเสริมให้เยาวชนได้ตระหนักถึงการใช้พลังงานในชุมชน ริเริ่มในการหาทางแก้ไข ปัญหาและสร้างสรรค์ นวัดกรรมทางด้านพลังงานที่มีคุณค่าต่อขุมซน ส่งผลให้เยาวชนเป็นประชาชนที่มีคุณภาพ พร้อมในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน อันจะนำไปสู่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และพัฒนาด้านพลังานไทยอย่างยั่งยืน


การประกวด The Young Energy Designer 2023 ภายใต้โครงการพัฒนานักออกแบบนวัตกรรมด้าน
พลังงาน รุ่นเยาว์ ได้จัดการประกวดฯ ขึ้นเป็นปีแรก และได้ลงพื้นที่เพื่อขี้แจงหลักเกณฑ์การประกาดฯ ในภูมิภาค จำนวน 4 ครั้ง ภาคเหนือ เป็นครั้งที่ 2 จากนั้จะเป็นภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร


ทางด้านนายผดุงศักดิ์ บุญสิทธิ ผู้เชี่ยวชาญด้านอนุรักษณ์พลังงานและพลังงานทดแทนกล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการนำปัญหาของชุมขนมาแก้ไขผ่านสถาบันการศึกษาในท้องถื่นเนื่องจากสามารถมองเป็นปัญหาการใช้พลังงานในชุมชนได้มากที่สุด ทั้งยังสามารถแก้ไขปัญหาของชุมชนได้ตรงจุด โดยภายหลังจากที่มีการเปิดรับสมัครในวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 จะมีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง เพื่อให้ครอบคลุมปัญหาด้านพลังงานในชุมขน ที่สำคัญจะเป็นที่ปรึกษาของนักศึกษาที่สมัครเข้าโครงการอีกด้วย


ทั้งนี้เชิญชวน นิสิต นักศึกษา สมัครเข้าร่วมประกวด The Young Energy Designer 2023 ซึ่งแบ่งการประกวดออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับปริญญาตรี และระดับประกาศนียปัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปี 1-2 หรือเทียบเท่า เชิญชวนผู้สนใจสามารถลงทะเบียนรับพึ่งชี้แจงหลักเกณฑ์การประกวด The Young Energy Designer 2023 โครงการพัฒนานักออกแบบนวัตกรรมด้านพลังงาน รุ่นเยาว์ ชิงเงินรางวัสรวมกว่า 600,000 บาท


สำหรับนักศึกษาที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ทาง www.theyoungenergydesigner.comเพจเฟขบุ๊ก The Young Energy Designer หรือ โทร 02-184-27 28-32 ผู้สนใจสามารถสมัครได้ ที่ www.theyoungenergydesiener.com ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 พ.ค 2566

เชียงใหม่ หมู่บ้านทรายมูล สืบสานประเพณีรดน้ำดำหัว และแข่งขันตำส้มตำ และลาบพื้นเมือง เพื่อรักษาประเพณีวัฒนธรรม(คลิป)

หมู่บ้านทรายมูล อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ สืบสานประเพณีรดน้ำดำหัว และแข่งขันตำส้มตำ และลาบพื้นเมืองเพื่อรักษาประเพณีวัฒนธรรม ที่ดีงาม และสืบทอดให้กับลูกหลาน


ชาวบ้านทรายมูล อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรม ในช่วงประเพณีปี๋ใหม่เมือง พร้อมทั้งจัดแข่งขัน ลาบ และเครื่องเคียง และแข่งขันตำส้มตำ โดยมีเพื่อนบ้านข้างเคียงมาร่วมแข่งขันมากกว่า 10 หมู่บ้านและรดน้ำดำหัว นาย จุฬา สังข์เรือง อดีตนายกเทศมนตรีตำบลแม่ริม ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน โดยมีประชาชนมาร่วมพิธีรดน้ำดำหัวจำนวนมาก รวมทั้งพี่น้องชนเผ่ากระเหรี่ยงคอยาว บ้านทุ่งหัวช้าง อำเภอแม่ริม มาร่วมรดน้ำดำหัว และการแสดงพื้นบ้านของพี่น้องกระเหรี่ยงคอยาว ก่อนที่จะมีการแข่งขัน ลาบควาย และเครื่องเคียง เพื่อเป็นการสร้างความสามัคคี ของชาวบ้าน รวมทั้งการแข่งขันตำส้มตำ ที่ถูกนักรีวิวทั่วโลก จัดอันดับโดยเว๊ปไซด์ TasteAtlas ที่รวบรวมสูตรอาหาร ให้ส้มตำไทย เป็นสลัดที่ดีที่สุดในโลก อยู่ในอันดับที่ 6 ของโลก ทำให้คนไทยภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแม่ค้าส้มตำ หรือคนไทย ที่อยู่คู่กับส้มตำมาทุกยุคสมัย

นางปราณี กุ๊ยแก้ว ชาวบ้านหมื่นถ้อยน้ำงาม ที่เข้าแข่งขันตำส้มตำบอกว่า ภูมิใจและดีใจ ที่ส้มตำไทย มีชื่อเสียงระดับโลก และขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาชิมตำส้มตำของไทย และของทางเหนือ

นายจุฬา สังข์เรือง บอกว่า การรดน้ำดำหัวและขอสูมาลาโทษ ที่ได้ล่วงเกินในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นประเพณีที่ดีงามของภาคเหนือ ซึ่งควรจะอนุรักษ์ไว้ และให้มีการสืบทอดไปถึงลูกหลานในรุ่นต่อๆไป ส่วนการแข่งขันก็ยังเป็นการสร้างความสามัคคี ในชุมชน อีกด้วย

เชียงใหม่ การแข่งขันชกมวย “ศึกกำปั้นสะท้านโลก” ฉลอง 90 ปี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผลตอบรับดี ผู้ชมเนืองแน่น กระตุ้นเศรษฐกิจ ร่วมส่งเสริมวงการมวยสู่สากล(คลิป)

การแข่งขันชกมวย “ศึกกำปั้นสะท้านโลก” ฉลอง 90 ปี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผลตอบรับดี ผู้ชมเนืองแน่น กระตุ้นเศรษฐกิจ ร่วมส่งเสริมวงการมวยสู่สากล

วันศุกร์ที่ 21 เมษายน 2566 เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ และคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดการแข่งขัน “ศึกกำปั้นสะท้านโลก” ร่วมฉลองครบรอบ 90 ปี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับเกียรติจาก ดร.อำนวย ยศสุข นายกสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานในพิธี โดยมี รศ.ดร.ญาณิน โอภาสพัฒนกิจ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวต้อนรับ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดี กล่าวของคุณ และ ดร.องอาจ กิตติคุณชัย คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย กล่าวรายงาน ซึ่งรวมคู่มวยสุดมันส์ ทั้งมวยป้องกันแชมป์ IBF มวยไทยชิงแชมป์โลก มวยดาวรุ่ง มวยคาดเชือกและมวยไทย มากกว่า 15 คู่ พร้อมปะทะกำปั้นดุเดือด ผู้ชม กองเชียร์ เชียร์สนั่น เนืองแน่นติดขอบเวที

ชมฟรี.. ณ เวทีมวยชั่วคราว ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมถ่ายทอดสดการแข่งขันทาง ช่อง JKN18 และรับชมผ่าน เฟสบุ๊คเพจ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตั้งแต่เวลา 16.00 – 23.00 น. ทั้งนี้ มีบัวขาว บัญชาเมฆ หรือ ร.ท.สมบัติ บัญชาเมฆ ยอดนักมวยชื่อดังขวัญใจมหาชน บัณฑิตปริญญาโท วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมชมและกล่าวให้กำลังใจ


การจัดการแข่งขันชกมวย “ศึกกำปั้นสะท้านโลก” ร่วมฉลอง 90 ปี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นกิจกรรมหนึ่งในการประชาสัมพันธ์ งานเกษตรแม่โจ้ 90 ปี : เกษตร อาหาร สุขภาพ ซึ่งเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ นวัตกรรม ของมหาวิทยาลัยที่ได้สั่งสมมายาวนาน ให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย โดยจะจัดงานใหญ่ปลายปี ระหว่างวันที่ 16 – 24 ธันวาคม 2566 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยได้รับความร่วมมือของเครือข่ายทุกภาคส่วนมาร่วมสนับสนุนการจัดงาน ทั้งนี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำเข้ามูลนิธิพัฒนามหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อใช้ในการพัฒนาวงการศึกษา และสร้างคุณประโยชน์คืนสู่สังคมต่อไป

การจัดการแข่งขันมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งมวยป้องกันแชมป์ IBF การแข่งขันชิงแชมป์โลกมวยไทย และมวยอื่นๆ อีกหลายรายการ จึงเป็นการส่งเสริมศิลปะการต่อสู้ ทั้งในรูปแบบมวยไทย และมวยสากล ร่วมส่งเสริมวงการกีฬามวยของไทยให้ก้าวไกลในระดับสากล และการส่งเสริมให้มวยเป็นกีฬาที่สร้างมูลค่าเชิงเศรษฐกิจคู่กับสังคมไทย

สำหรับการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ มีรายการหลัก 7 คู่ มีการประกบคู่เอก รายการป้องกันแชมป์ IBF แพนแปซิฟิกรุ่นไลต์เวท ระหว่าง เผด็จศึก จีพีพีเรือใบไข่มุก (แชมป์ IBF แพนแปซิฟิก) พบกับ อัล ทูยูกอน (ผู้ท้าชิงชาวฟิลิปปินส์) นอกจากนั้นยังจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกมวยไทย IBF รุ่นเฟเธอร์เวท, กำปั้นล่าฝันรุ่นแบนตั้มเวท, กำปั้นล่าฝันรุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท รวมถึงการชกมวยไทยดาวรุ่ง และมวยคาดเชือก อีกหลายคู่ ตามโปรแกรมการแข่งขันดังนี้

มวยคาดเชือก 5 คู่
คู่ที่ 1 ทุ่งมนต์ ส.ป.เป็ด พบกับ ลาแต้ ผาอ่าง
คู่ที่ 2 บากิ ศิษย์เพชรเชียงคำ พบกับ จ่อละโพ ผาอ่าง
คู่ที่ 3 ทาโร่ ศิษย์เจ๊พิมพ์ พบกับ ตูเล่ ผาอ่าง
คู่ที่ 4 ช้างศึก บุญลานนามวยไทย พบกับ จ่อเมียวดี เมียวดี (รองคู่เอก)
คู่ที่ 5 ยอดยิ่ง ศิษย์เจ๊พิมพ์ พบกับ หม่องจอแด เมียวดี (คู่เอก)


คู่ที่ 1 กำปั้นล่าฝันรุ่นแบนตั้มเวท กำหนด 6 ชก
>>> แก่นนคร จีพีพีเรือใบไข่มุก VS สมบูรณ์ พาราสรรเสริญ <<<

คู่ที่ 2 กำปั้นล่าฝันรุ่นมิดเดิ้ลเวต กำหนด 6 ยก
>>> ทรอย โอเมเล่ย์ (ออสเตรเลีย) VS พรสวรรค์ เจอาร์มวยไทย <<<

คู่ที่ 3 ป้องกันแชมป์ IBF แพนแปซิฟิก รุ่นไลต์เวท กำหนด 12 ยก
>>> เผด็จศึก จีพีพีเรือใบไข่มุก VS อัล ทูยูกอน (ชาวฟิลิปปินส์) <<<

คู่ที่ 4 กำปั้นล่าฝัน รุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท
>>> ส่องแสง ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม VS ชัยวัฒน์ ศิษย์มหาชน <<<

คู่ที่ 5 กำปั้นล่าฝัน รุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท
>>> นำสุข บุญลานนามวยไทย VS ฤทธิชัย น.พิทักษ์ชัย <<<

คู่ที่ 6 กำปั้นล่าฝัน รุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท
>>> นำโชค บุญลานนามวยไทย VS วรเทพ ศิษย์มหาชน <<<

คู่ที่ 7 กำปั้นล่าฝัน รุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท
>>> ตัน เฉินอี้ (นศ.แม่โจ้ ชาวจีน) VS เพชรน้ำหนึ่ง จิตย์อารียิม <<<

มวยไทยดาวรุ่ง
คู่ที่ 1 บูรณ์ชัย พักยก พบกับ กอไผ่ ก.ศักดิ์ลำพูน
คู่ที่ 2 คุกกี้ ม.แม่โจ้ พบกับ ภาวิตา ศิษย์นายกสว่าง (ชิงแชมป์)
คู่ที่ 3 ดาวสยาม ส.สุภานันท์ พบกับ เสาร์ห้า ศ.ภูมินทร์
คู่ที่ 4 สามเหลี่ยม สามชัยวิเศษสุก พบกับ เพชรภูเงิน เทศบาลแม่ปืม (รองคู่เอก)
คู่ที่ 5 ธนชาติ ศิษย์นายกพันศักดิ์ พบกับ ฉมวกเพชร พักยกTH (คู่เอก)

 

เชียงใหม่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหรือ กสศ จัดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข(คลิป)

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหรือ กสศ จัดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ให้กับครูคัดกรองนักเรียนที่ยากจนโรงเรียนในภาคเหนือ 114 แห่ง ที่จังหวัดเชียงใหม่

นางสาว สุชาดา จัตุรภุชพิทักษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ เปิดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขระดับภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเครือข่ายข้าราชการครู ในพื้นที่ภาคเหนือ ที่ทำงานระหว่างครูทุนเสมอภาค ในระดับภูมิภาค จากทุกหน่วยงานต้นสังกัด จำนวน 114 แห่งเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องราว การลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน เพื่อการคัดกรองนักเรียนทุนเสมอภาค และการแบ่งห้องเรียนในการถกปัญหา

 

โดย ห้องเรียนแรก ห้องชวนถก ชวนคิด แลกเปลี่ยนการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนคัดกรอง ห้องที่ 2 ชวนคิด ชวนทำ โดยการเก็บข้อมูล บันทึกข้อมูลในระบบคัดกรองนักเรียนกองทุนเสมอภาคให้มีคุณภาพ ห้องเรียนที่ 3 ชวนทำ ชวนลอง ค้นหาแหล่งทุนเพื่อส่งเสริมโอกาส ให้กับนักเรียนทุนเสมอภาค และห้องเรียนที่ 4 ลานพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างสรรค์งานใหม่ๆ และยังมีห้องเรียนรู้ โดยให้ออกแบบห้องเรียน รู้จัก 108 เทคนิคการสอนในห้องเรียน และห้องเรียนสนุกวิทยา รวมทั้งออกแบบตัวเอง ออกแบบนักเรียน หรือ การเข้าใจตัวเอง และนักเรียนผ่านกระบวนการจัดดอกไม้ จัดใจของเราและเข้าใจเด็ก และสุดท้ายห้องการออกแบบ การสื่อสารสู่การทำงานที่ไหลลื่นหรือเข้าใจการสื่อสาร หรือเข้าใจรู้จักกับเครื่องมือในการสื่อสาร เพื่อเป็นการต่อยอดความรู้


สำหรับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จะมอบทุนช่วยเหลือ นักเรียนที่มีฐานะยากจน และด้อยโอกาส ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงการศึกษาภาคบังคับ หรือชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นหรือ ชั้นม 3 ที่ผ่านมาช่วยเหลือนักเรียน ไปแล้วกว่า 1,300,000 คน

เชียงใหม่ อำเภอดอยสะเก็ดจัดงานสืบฮีต สานฮอย ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง (คลิป)

เครือข่ายวัฒนธรรม ภาครัฐ ภาคเอกชน อำเภอดอยสะเก็ด จัดงาน “”งานสืบฮีต สานฮอย ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองอำเภอดอยสะเก็ด” ปั่นรถถีบจากหน้าที่ว่าการอำเภอไปยังหนองบัวพระเจ้าหลวงเพื่อเก็บดอกบัว นำไปถวายสักการะองค์พระธาตุดอยสะเก็ด

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน การจัด “งานสืบฮีต สานฮอย ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง อำเภอดอยสะเก็ด” ครั้งที่ 2 ประจำปี 2566 จัดโดยเครือข่ายสภาวัฒนธรรม ภาครัฐ ภาคเอกชนอำเภอดอยสะเก็ด บริเวณลานน้ำพุ วัดพระธาตุดอยสะเก็ด พระอาราม จากนั้นนายธนกฤต ฉันทะจำรัสศิลป์ นายอำเภอดอยสะเก็ด ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ เครือข่ายสภาวัฒนธรรมอำเภอดอยสะเก็ด นำขบวนปั่นรถถีบ(จักรยาน)จากที่ว่าการอำเภอดอยสะเก็ด เก็บดอกบัว ในหนองบัวพระเจ้าหลวง และนำดอกบัวน้อมถวายสักการะองค์พระธาตุ ณ วัดพระธาตุดอยสะเก็ด พระอารามหลวง เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยท่านพระราชโพธิวรคุณ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสะเก็ด รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ผู้นำถวายดอกบัวสักการะองค์พระธาตุฯ

จากนั้นพิธีเปิด “งานสืบฮีต สานฮอย ป่าเวณีปีใหม่เมืองดอยสะเก็ด” โดยนายธนกฤต ฉันทะจำรัสศิลป์ นายอำเภอดอยสะเก็ด ผู้กล่าวต้อนรับ โดยนายสมบูรณ์ ริญญา ประธานชมรมนายกเทศมนตรี อำเภอดอยสะเก็ด ผู้กล่าวรายงาน โดย นางสุมาลี สุกันธา ประธานสภาวัฒนธรรม อำเภอดอยสะเก็ด โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นการจัดงานสืบฮืด สานฮอย ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

 

 

เชียงใหม่ คณะนักท่องเที่ยวจีนไต้หวัน ร่วมทำบุญบริจาคข้าวสาร 100 กระสอบ และถุงยังชีพอีก 1,000 ถุง (คลิป)

คณะนักท่องเที่ยวจีนไต้หวัน ร่วมทำบุญบริจาคข้าวสาร 100 กระสอบ และถุงยังชีพอีก 1,000 ถุง ทำเป็นเจดีย์ข้าวสาร มอบให้กับวัดศรีสุพรรณ จังหวัดเชียงใหม่ นำไปแจกให้กับสถานสงเคราะห์ ผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งแจกทุนการศึกษา ให้กับนักเรียนด้อยโอกาส


ที่วัดศรีสุพรรณ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ คณะนักท่องเที่ยวจีนไต้หวัน นำโดย มิส โยลันดา หลิน เดินทางมาทำบุญ และร่วมพิธีไหว้ครูองค์พระพิฆเนศทันใจ ที่สร้างเสร็จในวันเดียว โดยมีพระครูพิทักษ์สุทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีสุพรรณ จุดธูปเทียน นำกราบไหว้อนุสาวรีย์พระเมืองแก้ว กษัตริย์เมืองเชียงใหม่ และพระนางสิริยสวดี พระราชมารดา ที่สร้างวัดศรีสุพรรณ ซึ่งปีนี้มีอายุครบ 523 ปี จากนั้นพระมหานรเทพ วุฒิชยวุฒโฒ พระลูกวัดศรีสุพรรณ อ่านกล่าวคำไหว้ครูแบบล้านนา โดยมีศรัทธาประชาชนมาร่วมพิธีจำนวนมากเพื่อความเป็นสิริมงคล

จากนั้นคณะนักท่องเที่ยวจีนไต้หวัน ได้มีการมอบข้าวสารจำนวน 100 กระสอบ ประมาณ 4.5 ตัน ที่กองเป็นเจดีย์ สูงกว่า 3 เมตร และถุงยังชีพ ประกอบด้วยข้าวสาร 5 กิโลกรัม น้ำดื่ม ซีอิ๊ว น้ำปลา และน้ำมันพีช จำนวน 1,000 ชุด ให้กับชาวบ้านที่ยากไร้ ด้อยโอกาส และศูนย์สงเคราะห์เด็กชายบ้านเชียงใหม่ มูลนิธิเด็กกำพร้าบ้านกิ่งแก้ว ,ศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากไร้วัดอรุโณทัย อำเภอเชียงดาว ,ศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากไร้บ้านครูน้ำ จังหวัดเชียงราย , มูลนิธิสิริวัฒนา เชสเซียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กองทุนผู้ยากไร้ ตำบลบ้านด้าย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และผู้ยากไร้ชุมชนนอกเขตตำบลหายยา แขวงเม็งราย เป็นต้น และคณะยังได้มอบทุนการศึกษาให้กับพระภิกษุสามเณร และศูนย์สงเคราะห์อีกกองทุนละ 5,000 – 10,000 บาท รวมเป็นเงินกว่า 55,000 บาท และบริจาคข้าวสาร และถุงยังชีพเป็นเงินกว่า 781,200 บาท

เชียงใหม่ คดีงาช้างหาย พบว่าถูกนำมาคืนอย่างมีเงื่อนงำ ตำรวจชี้ให้ทนายทั้งสองฝ่ายมาเจรจากันในเบื้องต้น

คดีงาช้างหาย พบว่าถูกนำมาคืนอย่างมีเงื่อนงำ ตำรวจชี้ให้ทนายทั้งสองฝ่ายมาเจรจากันในเบื้องต้น

ศึกมรดกพันล้านของพ่อเลี้ยงชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ที่เสียชีวิตลงเมื่อต้นปี 2562 ทิ้งทรัพย์สมบัติทั้งในและนอกพินัยกรรมมหาศาลไว้ให้ทายาทจัดแบ่งปันกัน แต่ปรากฎไม่สามารถจัดแบ่งหรือโอนทรัพย์สินให้กับทายาทได้เนื่องจากตรวจพบเงินเลี้ยงช้างของบริษัท ปางช้างแม่สาจำกัด หายไปเป็นจำนวนถึง 117 ล้านบาทและยังมีงาช้างที่ขึ้นทะเบียนไว้กว่า 200 กิ่งที่เก็บไว้ที่บ้านล้านช้างของนายชูชาติได้หายไปอย่างลึกลับด้วย พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีกหลายรายการ ทางด้านนางอัญชลี กัลมาพิจิตร บุตรสาวนายชูชาติและเป็นผู้จัดการมรดกร่วมได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ริมไว้เป็นคดีอาญา

ต่อมาพล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้แจ้งต่อนางอัญชลี กัลมาพิจิตรว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ริมได้พบงาช้างที่หายไปแล้วอยู่ภายในบ้าน หลังจากที่พนักงานสอบสวนเดินทางไปตรวจสอบภายในบ้านร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯเพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯทำการยืนยันว่าเป็นงาช้างที่นางอัญชลีได้แจ้งความไว้ว่าหายไปหรือไม่ โดยการพบงาช้างในครั้งนี้ มีจำนวนไม่ครบ ซึ่งนางอัญชลีเชื่อว่ามีการขนย้ายกลับคืนมาไว้ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกสอบพยานอย่างน้อยสองคนที่เคยพบเห็นว่ามีงาช้างอยู่ในบ้านจริง จนทำให้ผู้กระทำความผิดนำมาคืนไว้ในบ้าน

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2566 เวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สัมภาษณ์นางอัญชลี กัลมาพิจิตรถึงความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว นางอัญชลีกล่าวว่าตนได้เคยเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินภายในบ้านของบิดาอย่างละเอียดแล้ว จึงเป็นไปได้ยากที่จะไม่พบเห็นงาช้างจำนวนมากที่หายไป ซึ่งงาช้างของบิดาตน หลายกิ่งมีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักมาก เรื่องนี้จึงมีเงื่อนงำอย่างแน่นอน ตอนนี้ตนอยากรู้ว่าใครเป็นคนขนย้ายงาช้างออกไป และใครเป็นคนนำมาคืนไว้ภายในบ้าน

ทางตำรวจได้บอกกับตนว่าจะนัดให้ทนายทั้งสองฝ่ายมาเจรจากัน ตนยังไม่ทราบว่าทนายฝ่ายไหนที่จะมาเจรจากับทนายของตน และจะมาเจรจากันในเรื่องอะไร อย่างไรก็ตามหลังเทศกาลวันหยุดสงกรานต์ คงจะมีการนัดหมายให้เกิดความกระจ่าง ว่าคนที่นำงาช้างออกไป และนำกลับมาคืนนั้นคือใคร

ในวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวยังได้โทรศัพท์สัมภาษณ์นายวรพงษ์ คำนนท์ ทนายความของนางอัญชลี ถึงประเด็นงาช้างที่ถูกพบแล้วภายในบ้านล้านช้าง ซึ่งในเรื่องนี้นายวรพงษ์กล่าวว่าคดีนี้ถือว่ามีการกระทำความผิดสำเร็จไปแล้ว และจะต้องมีผู้กระทำผิดในคดีลักทรัพย์ หรือยักยอกทรัพย์ ตนขอให้ความเห็นว่างาช้างกว่า 200 กิ่งรวมกันแล้วมีน้ำหนักมากกว่า 1,000 กิโลกรัม ได้หายไปแล้วอยู่ๆก็โผล่กลับคืนมา จะเป็นไปได้อย่างไร เรื่องนี้ตนรู้จากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นงาช้างที่หายไปจริง ได้นับจำนวนแล้ว ยังคงขาดหายไป ไม่ครบตามจำนวนงาช้างที่ถูกขึ้นทะเบียนไว้กับกรมอุทยานฯในชื่อของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร เป็นผู้ครอบครอง ตนยังอยากจะขอทางพนักงานสอบสวนให้นางอัญชลีได้เข้าไปตรวจสอบงาช้างภายในบ้านอีกครั้งด้วย ว่าพบอยู่บริเวณไหนของบ้าน

ปัจจุบันยังมีคดีอีกหลายคดีที่ยังค้างอยู่ที่ สภ.แม่ริม และยังมีคดีที่ฟ้องร้องกันในศาล โดยข้อเท็จจริงนางอัญชลีเพียงต้องการนำเงินและทรัพย์สินของบิดาเขามาเลี้ยงช้าง เพราะภาระของนางอัญชลีนั้นหนักหนาสาหัสมาก ต้องเลี้ยงดูช้างจำนวน 68 เชือกและพนักงานอีกกว่า 100 คน ทรัพย์มรดกของนายชูชาติจึงมีความสำคัญกับทั้งชีวิตคน และชีวิตช้างที่ปางช้างแม่สา ตนต้องเร่งคดีการจัดการทรัพย์สินของนายชูชาติให้สำเร็จ จัดแบ่งให้ทายาททุกคนตามพินัยกรรม เพราะหากช้าออกไปจะเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อปางช้างแม่สา นายวรพงษ์กล่าวก่อนปิดการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว