เชียงใหม่ ททท.จัดกิจกรรมแถลงข่าว Amazing Chiang Mai Pride 2023และกิจกรรมกระตุ้นท่องเที่ยว Green Season (คลิป)

ททท.จัดกิจกรรมแถลงข่าว Amazing Chiang Mai Pride 2023และกิจกรรมกระตุ้นท่องเที่ยว Green Season ชวนเที่ยวเชียงใหม่หน้าฝนมอบส่วนลดและสิทธิประโยชน์ตลอดเดือน พฤษภาคม – สิงหาคม 2566

ที่ร้าน Chef’s Together บริเวณเชิงสะพานเหล็ก ทิศตะวันตก ในตัวเมืองเชียงใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับพันธมิตร จังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ คณะทำงาน Chiang Mai Pride ศูนย์การค้าในจังหวัดเชียงใหม่ และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่อง จัดกิจกรรมแถลงข่าว Amazing Chiang Mai Pride 2023 และกิจกรรมต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวหน้าฝน Green Season ชวนนักท่องเที่ยวไทยแพคกระเป๋าออกเดินทางตามหาความสุขกับสายฝน สายหมอกเมืองเชียงใหม่ พร้อมโปรโมชั่นเที่ยวเชียงใหม่ให้ฉ่ำใจ อาทิ ส่วนลดที่พัก แพกเกจทัวร์ ร้านอาหาร สปา ในราคาพิเศษสุด ระหว่างเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2566

งานนี้มีนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานแถลง โดยกล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนจังหวัดเชียงใหม่เป็นช่วงที่บรรยากาศน่าท่องเที่ยวเพราะเป็นช่วงที่ธรรมชาติฟื้นคืนกลับมาเขียวขจี มองไปทางไหนเย็นตาสบายใจ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวนอกเมือง ไม่ว่าจะเป็นนาขั้นบันได สวนสน ยอดดอยสูงที่จะได้สัมผัสกับไอหมอกฝนที่ชุ่มฉ่ำ หลังจากที่ปัญหาหมอกควันคลี่คลาย อากาศสดใสพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้การจัดงาน ยัง มอบส่วนลดและสิทธิประโยชน์มากมาย เพื่อกระตุ้นให้จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมุดหมายที่สำคัญของการท่องเที่ยวช่วงหน้าฝน และช่วงเดือนมิถุนายน 2566 โดยจัดโปรโมชั่นมอบส่วนลดพิเศษไม่ว่าจะเป็นที่พัก ร้านอาหาร สปา ในปีนี้อย่างคึกคัก อาทิ ส่วนลดห้องพัก โปรโมชั่น 999 ตลอดทั้งเดือน, ส่วนลดแพ็คเกจทัวร์ 10 % ทุกโปรแกรม, สปา 999 บาท โดยจะเปิดเทศกาลเฉลิมฉลอง Pride Month ของประเทศไทย ในวันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 เวลา 18.00 น. – 24.00 น. โดยมีกิจกรรมหลักขบวนพาเหรด เส้นทางพุทธสถานเชียงใหม่ ต่อไปยังถนนช้างคลาน เลี้ยวซ้ายเข้าถนนลอยเคราะห์ สิ้นสุดที่ข่วงประตูท่าแพ ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วม 10,000 คน นอกจากนี้แล้วยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ณ ข่วงประตูท่าแพ อาทิ การแสดงดนตรี ฉายหนังกลางแปลง ชิงช้าสวรรค์ และออกบูธกิจกรรมต่างๆ ในรูปแบบงานวัด

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. กล่าวว่า ในช่วงเข้าสู่ฤดูกาล Green Season ททท. จะมีประเพณี/กิจกรรมงาน Amazing Chiang Mai Pride 2023 โดยมีกิจกรรมไฮไลท์ ขบวนพาเหรด Chiang Mai Pride 2023 ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2566 และมอบสิทธิพิเศษ ให้แก่นักท่องเที่ยวตลอดเดือน Pride Month ขณะเดียวกันผู้เข้าร่วมกิจกรรม ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลพิเศษ อาทิ ตั๋วเครื่องบิน พร้อมที่พัก และบริการสุดพิเศษ รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท และยังมีพันธมิตรสมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือ จัดโปรโมชั่นราคาพิเศษจาก 7 สนามดัง หนุนการท่องเที่ยวช่วง Green Season ผ่านแนวคิด Amazing Weekday Payless ลงทะเบียนรับส่วนลด E- Voucher รับประทานอาหารรวมมูลค่ากว่า 135,000 บาท ในวันธรรมดา (วันจันทร์-วันศุกร์) ตลอดเดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2566

ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคเหนือ ททท. ยังเปิดเผยอีกว่า ปี 2565 มีโรงแรมที่พักและรีสอร์ทในพื้นที่ภาคเหนือจำนวน 4,600 แห่ง จำนวนห้องพักมากถึง 118,237 ห้อง มีอัตราการเข้าพัก ร้อยละ 53.46 วันพักเฉลี่ย 2.38 วัน เฉลี่ยคนไทยใช้เงิน 3,999 ต่อวัน ส่วนชาวต่างชาติใช้เงินเฉลี่ย 7,958 บาทต่อคนต่อวัน และ 5 อันดับนักท่องเที่ยวมาเยือน จีน ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมัน และมีนักท่องเที่ยวคนไทย มาเยี่ยมเยี่ยนพื้นที่ภาคเหนือด้วยกัน ในปี 2565 จำนวนมากถึง 21 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2662 ก่อนจะเกิดโควิคจำนวนร้อยละ 19.53 และมีรายได้หมุนเวียน 156,190 ล้านบาท ยอดเงินรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 55.92 และในปี 2566 ช่วงไตรมาสแรก ระหว่างเดือน มกราคม- มีนาคม 2566 ภาคเหนือ มีนักท่องเที่ยวคนไทย 5,508,580 คน มีรายได้มากถึง 40,122 ล้านบาท โดยเป็นข้อมูลของศูนย์วิจัยการตลาดกรท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เชียงใหม่ สมาคมทหารผ่านศึกเชียงใหม่ จัดชกมวยการกุศลหารายได้จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับสมาชิกที่ป่วยติดเตียง และเป็นทุนการศึกษาบุตรธิดา และเลี้ยงอาหารเด็กในถิ่นทุรกันดาร(คลิป)

สมาคมทหารผ่านศึกเชียงใหม่ จัดชกมวยการกุศลหารายได้จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับสมาชิกที่ป่วยติดเตียง และเป็นทุนการศึกษาบุตรธิดา และเลี้ยงอาหารเด็กในถิ่นทุรกันดาร


ที่สนามมวยเอ็กซ์แม็กซ์มวยไทย บ๊อกซิ่งคลับ อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ พันตรี นิพน์ ตันคำอ้าย นายกสมาคมทหารผ่านศึกเชียงใหม่ พร้อมคณะกรรมหาร แถลงเตรียมจัดชกมวยไทยการกุศล ในวันที่ 17 กันยายน 2566 ที่สนามมวย เอ็กซ์แม็กซ์มวยไทยบ๊อกซิ่งคลับ ถนนสมโภช 700 ปี บ้านหมู่ 3 ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ หรือตรงข้ามกับโกล บอลเฮ้าส์

โดยมีคู่มวยไทย จำนวน 5 คู่ มวยคู่เอกในรายการ เพชรศิริ โบว์เมืองพาน ขึ้นชกกับ ทศพล ลูกพลร่ม รองคู่เอก วันมีโชค พิษณุราชัน พบกับ วันชนะ โบว์เมืองพาน ทั้งนี้เพื่อนำรายได้ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับสมาชิกผู้ป่วยติดเตียง ของสมาคมทหารผ่านศึกจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นทุนการศึกษาสำหรับบุตรธิดาและเลี้ยงอาหารเด็กนักเรียนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร และจัดเป็นกองทุนในการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติภัยทางธรรมชาติ และเพื่อเป็นสวัสดิการให้กับสมาชิกของสมาคมของสมาคมทหารผ่านศึกเชียงใหม่


พันตรี นิพนธ์ ตันคำอ้าย นายกสมาคมทหารผ่านศึกเชียงใหม่ เผยว่า ปัจจุบัน มีสมาชิกทั้งหมดกว่า 500 คน มีทั้งแต่ยศ พลทหาร จนถึงยศนายพล

เชียงใหม่ ภาคเอกชน หารือร่วมภาควิชาอาชีวศึกษาและการส่งเสริมสุขภาวะ คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อต่อยอดการศึกษา ร่วมถึงทางวิชาการแบบครบวงจร

ภาคเอกชน หารือร่วมภาควิชาอาชีวศึกษาและการส่งเสริมสุขภาวะ คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อต่อยอดการศึกษา ร่วมถึงทางวิชาการแบบครบวงจร และสนับสนุนให้นักศึกษามีรายได้

ที่ห้องประชุมภาควิชาอาชีวศึกษาและการส่งเสริมสุขภาวะ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยนางสาว สุฟารินทร์ ไดมอน ผู้บริหารบริษัท วาลิตัสประเทศไทย และ ดร.คณิตศร หอมเย็น พร้อมด้วย ผศ.ดร พิชัยณรงค์ กงแก้ว หัวหน้าภาควิชาอาชีวศึกษาและการส่งเสริมสุขภาวะ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมหารือทางด้านวิชาการพร้อมนำเสนอทุนการศึกษา และ การสนับสนุน จัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตให้ภาควิชาอาชีวศึกษาและการส่งเสริมสุขภาพ คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

โดยทางบริษัท วาลิตัส (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนส่งเสริมให้ความร่วมมือ ในห้องที่พัฒนาความสามารถสติปัญญา และ ประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อให้โอกาสทางด้านอาชีพ แก่ผู้ที่สนใจเข้าโรงเรียนรวมไปถึงนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อต่อยอดทางธุรกิจออนไลน์ต่อไปในอนาคต ซึ่งจะสามารถสร้างอาชีพสร้างรายได้หลังจบการศึกษา

ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตให้ภาควิชาอาชีวศึกษาและการส่งเสริมสุขภาพ ถือว่าเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนแห่งแรกในประเทศไทย โดยมีโค้ชผู้เชี่ยวชาญ ในด้านต่างๆ จากทั่วโลกมาเป็นผู้ฝึกสอน ซึ่งตนเองได้เล็งเห็นว่าประเทศไทยยังขาดโอกาสพร้อมโดนปิดกั้น และมองเห็นอนาคตเด็กๆ ที่เรียนจบการศึกษา อาจจะไม่มีงานทำในอนาคต เนื่องจากในปัจจุบันโลกได้เปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคดิจิตอลออนไลน์ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ จากอากาศ ซึ่งทางบริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับ ให้เป็นที่ 3 และ ที่ 5 ของโลก โดยได้จัดการอบรมสัมมนาที่ประเทศดูไบ เมื่อช่วงวันที่ 4 – 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยได้มี ผู้เข้าร่วมอบรม จากหลากหลายประเทศทั่วโลกจำนวน 10,000 กว่าคน โดยทางบริษัทได้เล็งเห็นว่าประเทศไทย ควรมีการพัฒนาและรับรู้ข้อเท็จจริง พร้อมเปิดโอกาส ให้คนรุ่นใหม่ ทั้งนี้จะได้เปิด บริษัท ที่ประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 24 มิถุนายน 2566 ที่จะถึงนี้ ที่กรุงเทพฯ อย่างไรก็ตามหากมีข้อสรุป ที่ลงตัวก็จะมีการลงนามเอ็ม โอ ยู อีกครั้ง

 

 

 

เชียงใหม่ ชาวเชียงใหม่ออกมาเก็บแมงมัน ที่ออกจากรูตามพื้นดิน ภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่(คลิป)

ชาวเชียงใหม่ออกมาเก็บแมงมัน ที่ออกจากรูตามพื้นดิน ภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่ง 1 ปี มีแค่ครั้งเดียว และทำให้มีราคาแพงกิโลกรัมละ 2,000 บาท ชาวบ้านเก็บไปปรุงอาหารรับประทานในครัวเรือน ทำได้หลายเมนู


หลังฝนตกและมีแดดออก ทำให้แมงมันที่เป็นที่นิยมรับประทานของชาวบ้านในภาคเหนือ ออกมาจากรังใต้พื้นดิน เพื่อออกมาผสมพันธุ์ ซึ่ง 1 ปี จะมีให้รับประทานแค่ครั้งเดียว ทำให้ชาวบ้านพากันไปเดินหาตามใต้ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งพบว่าออกมาจากใต้ดินนับ 10 รู ภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เมื่อพบพากันมานั่งเก็บแมงมัน ที่ทยอยออกมาจากรังใต้พื้นดิน ซึ่งก็จะพากันเก็บใส่ขวด และต้องระวังแม่แมงมันที่ตัวเล็กๆ เวลาถูกกัดจะเป็นผื่นคัน จนต้องนำอุปกรณ์มาช่วยป้องกันไม่ว่าจะเป็นยาหม่องหรือยากันยุง หรือบางคนนำไฟฉายมาด้วย เพื่อใช้ไฟส่องรูหลอกว่ายังมีแสงแดดอยู่ หากมีแสงน้อย ก็จะเริ่มไม่ออกจากรูใต้ดิน ชาวบ้านที่มารอเก็บมีหลากหลายอาชีพ

บางคนขับรถสองแถวบอกว่า เก็บได้ก็จะนำไปปรุงอาหารรับประทาน หากไปซื้อที่ตลาด ก็จะมีราคาแพงมากกิโลกรัมละ 2,000 บาท หากเก็บได้เยอะ ก็จะนำไปคั่วกับเกลือ รับประทานกับข้าวเหนียวร้อนๆ หรือหากได้ไม่มาก ก็จะนำไปตำน้ำพริก และเชื่อว่าแมงมันน่าจะออกจากรังยังไม่หมด มืดค่ำก่อนทำให้ปิดรู เชื่อว่าพรุ่งนี้ น่าจะยังออกมาให้เก็บได้อีกวัน

เชียงใหม่ สุสานบ้านสันมะเกี๋ยง-สันโปง อ.ดอยสะเก็ด ประกอบพิธีแก้เคล็ด เผาผีต้นกล้วย(คลิป)

ถวายเมรุเตาเผาระบบไฟฟ้า สุสานบ้านสันมะเกี๋ยง – สันโปง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ประกอบพิธีแก้เคล็ด “เผาผีต้นกล้วย” อุปมาคือ ต้นกล้วยเป็นตัวแทนชาวบ้าน ยังอุปมาเป็นการเผาทุกข์ เผาโศก เผาโรค เผาภัย

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2566 เวลา 19.00 น. ที่สุสานบ้านสันมะเกี๋ยง – สันโปง พระเดชพระคุณพระราชโพธิวรคุณ ดร.เมธาจารย์ รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสะเก็ด พระอารามหลวง เป็นประธานในงาน เป็นประธานงานถวายเมรุ หรือ เตาเผาระบบไฟฟ้า

พระครูปลัด ทวีวัฒน์ อินฺทวณฺโณ ที่ปรึกษาเจ้าอาวาสวัดสันมะเกี๋ยง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสะเก็ด พระอารามหลวง พร้อมพระอาจารย์พระครูปลัดสุรเชษฐ์ หรือพระอาจารย์เตชรังสี เจ้าอาวาสวัดสันมะเกี๋ยง นำพระสงฆ์ร่วมพิธี

เมื่อทำการสร้างเมรุเผาศพเสร็จแล้ว จะต้องทำพิธีเผาผี ซึ่งผีที่ว่า คือ ต้นกล้วย เอาต้นกล้วยมาเผา อุปมา คือ เผาต้นกล้วยแทนตัวคนในหมู่บ้าน ซึ่งถือเป็นการแก้เคล็ด ให้ต้นกล้วยเป็นศพแรกของเมรุใหม่ ซึ่งภาษาท้องถิ่นชาวบ้านภาคเหนือ เรียกว่า เป็นการแฮก หรือประเดิมเผาก่อน โดยเชื่อว่าจะไม่มีคนตาย เพราะได้เผาต้นกล้วยแทนไปแล้วนั้นเอง

การประกอบพิธีดังกล่าว ยังอุปมาคือ เผาทุกข์ เผาโศก เผาโรค เผาภัยต่างๆไปเสีย เพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่ร่วมทำบุญสร้างเมรุให้มีแต่เรื่องดีๆ ทุกข์โศกผ่านไปหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า ทำธุรกิจการค้า ติดต่อซื้อขายง่ายเหมือนปลอกกล้วย

ส่วนที่วัดสันมะเกี๋ยง เมื่อมาแล้วต้องมากราบไหว้ขอพรพระเจ้าทันใจ ขอพรหลวงพ่อปลดหนี้ ขอพรหลวงพ่อสมปรารถนา ขอพรพระมหาธาตุจินดามณี กราบหลวงปู่พรหมปัญโญ ขอพรหลวงปู่สรวงเทวดาเดินดิน ได้โชคลาภ ขอพรพญานาค ด้านทรัพย์ และขอพรสี่หูห้าตา ด้านโชคลาภ และยังมีไอ้ไข่ พ่อท่านเทิ่ม ให้ขอพร ที่เคยให้เลขเด็ดลูกศิษย์วัดถูกรางวัลที่ 1 มาแล้ว

ท่านใดประสงค์ จะฝากดวงชะตาเพื่อ แก้ปีชง แก้เคราะห์กรรม สะเดาะเคราะห์ เสริมดวงชะตาสามารถติดต่อได้ที่ วัดสันมะเกี๋ยง เบอร์โทร 098-9199461 และ 080-1301283 ร่วมบุญได้ที่ บัญชีรนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี พัฒนาวัดสันมะเกี๋ยง เลขที่บัญชี 553-0-35610-9 ได้

เชียงใหม่ ฝนตกหนักทำให้ต้นหางนกยุงขนาดใหญ่โค่นล้มทับรถยนต์เก๋งที่จอดไว้ริมถนนสุเทพ หลัง มช ได้รับความเสียหายทั้งคัน(คลิป)

ฝนตกหนักทำให้ต้นหางนกยุงขนาดใหญ่โค่นล้มทับรถยนต์เก๋งที่จอดไว้ริมถนนสุเทพ หลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับความเสียหายทั้งคัน และยังไปพาดสายไฟฟ้าจนทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงล้ม ขวางเส้นทางการจราจร กระแสไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง

ช่วงบ่ายที่ผ่านมา(13 พค.)  เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ในตัวเมืองเชียงใหม่ นานกว่า 30 นาที ทำให้ต้นหางนกยุงขนาดใหญ่ ความสูงกว่า 10 เมตร ย่านถนนสุเทพ ตรงข้ามกับโรงเรียนบ้านเชิงดอยสุเทพ หลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หักโค่นทั้งลำต้น ทับหลังคารถยนต์เก๋งของชาวบ้านที่จอดไว้ข้างทาง จนยุบได้รับความเสียหายทั้งคัน

นอกจากนั้นกิ่งต้นหางนกยุงยังไปพาดกับสายสื่อสาร ทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูง ล้มลงมาขวางถนนไป 1 ช่องจราจร สายไฟฟ้าแรงสูงขาด จนกระแสไฟฟ้า ฝั่งด้านหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดับเป็นบริเวณกว้าง เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลสุเทพ ได้นำเจ้าหน้าที่ใช้เลื่อยยนต์มาตัดกิ่งไม้ ที่ทับหลังคารถยนต์เก๋ง และที่ขวางถนนเป็นท่อนๆ ใช้เวลานานกว่า 30 นาที จึงเคลื่อนย้ายต้นไม้ ที่ทับรถยนต์เก๋งออกมาได้ ทำให้รถยนต์เก๋งเสียหายทั้งคัน ส่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้นำเจ้าหน้าที่ และอุปกรณ์ รถยก รถเครน เข้ามาเคลื่อนย้ายเสาไฟฟ้าที่ล้มขวางถนน เปลี่ยนเสาไฟฟ้าใหม่ และติดตั้งอุปกรณ์สายไฟฟ้าแรงสูง เพื่อให้เสร็จทันก่อนค่ำ

ขณะที่ชาวบ้านเรียกร้องให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสำรวจต้นไม้ใหญ่ ที่มีขนาดใหญ่และความสูง และมีความเสี่ยง ดูแล้วไม่ปลอดภัย เข้ามาตัดหรือตกแต่งกิ่ง เพื่อความปลอดภัย ครั้งนี้ยังดีไม่มีผู้บาดเจ็บ มีเพียงทรัพย์สินเสียหาย

เชียงใหม่ ชาวจีนกว่า 3000 คน แห่บูชาแมง 4 หู 5 ตาร่างอวตารพระอินทร์ที่เรือนเทวะพระมุณี อาจารย์ทรัพย์(คลิป)

ชาวจีนกว่า 3000 คน แห่บูชาแมง 4 หู 5 ตาร่างอวตารพระอินทร์ที่เรือนเทวะพระมุณี อาจารย์ทรัพย์ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ตามความเชื่อของชาวจีน เดือน 5 วันที่ 6 ประตูสวรรค์เปิด เทพไท้เทวา มารวมตัวกัน เพื่อขอพรและโชคลาภ


เมื่อคืนที่ผ่านมา( 6 พค.) ที่เรือนเทวะพระมุนี บ้านวังธาร ตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ อาจารย์ทรัพย์ มุนีเทพ ได้ประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ มีชาวจีนไต้หวัน นำรายชื่อและวันเดือนปีเกิด นำมาให้อาจารย์ทรัพย์ จุดบูชาแมง 4 หู 5 ตา องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่เป็นร่างอวตารของพระอินทร์ กินถ่ายไฟเป็นอาหาร ถ่ายออกมาเป็นทองคำ ตามความเชื่อของชาวล้านนา และของชาวจีน ที่วันนี้ตรงกับเดือน 5 และเป็นวันที่ 6 ตามความเชื่อของชาวจีน เป็นวันที่ประตูสวรรค์เปิด เทพไท้เทวามารวมตัวชาวจีนจากประเทศไต้หวัน เดินทางจุดในอ่างไฟ ที่มียันต์อักขระ และไส้ใส่ตะเตียง 3 ขา จุดบูขา แมง 4 หู 5 ตา

 

ส่วนที่มาไม่ได้ก็จะส่งชื่อ มาทางออนไลน์มากกว่า 3,000 คน ต้องใช้เวลาเขียนถึง 5 วัน ซึ่งปัจจุบัน มีชาวจีนที่ศรัทธาแมง 4 หู 5 ตา เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากขอพร แล้วประสบความสำเร็จ และอาจารย์ทรัพย์ ยังนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 56 รูป มาสวดเจริญพระพุทธมนต์ เสริมดวงให้กับลูกศิษย์ลูกหาชาวต่างชาติด้วย

พระอาจารย์โต เจ้าอาวาสวัดพระบาทปางแฟน เจริญพร การจุดเทียนหรือจุดอ่างไฟ เป็นการบูชาไฟ สลายความยากจน สลายอุปสรรค และสลายความขัดสน เพราะการบูชาไฟ อาศัยบารมีของพระเพลิง เพื่อเผาผลาญสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่เป็นอัปมงคล หรือความยากจน ออกจากเจ้าของดวงชะตา ซึ่งพิธีนี้เป็นตำราของล้านนา
-อย่างไรก็ตาม ทางคณะชาวจีน ที่มาร่วมพิธีครั้งนี้ ยังได้บูชา เหรียญ 4 หู 5 ตา ทำจากไม้ขนุน นำกลับประเทศไต้หวัน เพื่อนำไปให้ชาวจีนไต้หวัน ที่เคารพศรัทธาเช่าบูชา และยังมีการขยายจากเอเชีย ไปยังชาวจีนที่อาศัยในทวีปยุโรปและประเทศรัสเซีย อีกด้วย

 

เชียงใหม่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดงาน “The Best of Southern หลาดใต้ เปิงใจ๋ กาดเหนือ”(คลิป)

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) จัดงาน “The Best of Southern หลาดใต้ เปิงใจ๋ กาดเหนือ” ภายใต้โครงการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากชายแดนภาคใต้ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2566

วันนี้ 4 พค. เวลา 17.00 น. ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่ นายวันชัย วราวิทย์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์เดินทางเป็นประธานในพิธี “The Best of Southern หลาดใต้ เปิงใจ๋ กาดเหนือ” ภายใต้โครงการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากชายแดนภาคใต้ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยมีนางอัมพิกา พึ่งสกุล พาณิชย์จังหวัดปัตตานีในนามของผู้จัดงาน กล่าวรายงาน

โครงการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ในครั้งนี้เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเป็นเป้าหมายสำคัญประการหนึ่งตามนโยบายรัฐบาล เพื่อมุ่งหวังแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย มุ่งหวังการสร้าง “ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ในระดับชุมชนฐานราก โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก การปฏิรูปภาคการเกษตรเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร การสร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับประชาชน และมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันเชิงการค้าของคนในพื้นที่ให้มีความเข้มแข็ง

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการตลาดและพัฒนาธุรกิจการค้าในจังหวัดจึงได้จัดกิจกรรมงานแสดงและจำหน่ายสินค้าขึ้น ภายใต้งาน “The Best of Southern หลาดใต้ เปิงใจ๋ กาดเหนือ” ตามโครงการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เพื่อส่งเสริมและสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับเกษตรกร และผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) ให้เกิดการกระจายของรายได้ การค้า การลงทุน การจ้างงาน และมีเม็ดเงินหมุนเวียนในจังหวัด

การจัดงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 7 พฤษภาคม 2566ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต ชั้น G ภายในงานมีการจัดแสดงสินค้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชายแดนภาคใต้จ านวน 60 บูธ ประกอบด้วยสินค้า ประเภทอาหารและเครื่องดื่ม ได้แก่ ข้าวยำนาซิดาแฆ ละแซ ข้าวหมก ชาชักและโรตีซึ่งเป็นอาหารพื้นถิ่นของจังหวัด และอาหารทะเลแปรรูปต่างๆ ประเภทเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ได้แก่ผลิตภัณฑ์จากผ้าปาเต๊ะ ผ้าบาติก ประเภทของใช้ของตกแต่ง ได้แก่ผลิตภัณฑ์จักสานจากไม้ไผ่ ผลิตภันฑ์บำรุงผิวจากสมุนไพร ประเภทอาหารทะเลสด ได้แก่กุ้ง หอย ปู ปลาสด จากแพปลาปัตตานี นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ยังมีกิจกรรมเจรจาธุรกิจ Business Matching จากพันธมิตรทางการค้าร่วมเจรจาธุรกิจไม่น้อยกว่า 10 ราย กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมส่งเสริมการขาย อาทิ กิจกรรมไลฟ์สดจ าหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการทุกราย โดยดารา นักแสดง Influencer ที่มีชื่อเสียง การแสดงมินิคอนเสิร์ตของศิลปินที่ได้รับความนิยม กิจกรรมสาธิตสินค้าดี สินค้าเด่นของจังหวัด รวมไปถึงกิจกรรมลุ้นรางวัลสำหรับท่านที่มาเที่ยวชมงาน ตลอดการจัดงาน

ด้านนายวันชัย วราวิทย์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่พร้อมไปด้วยแหล่งประวัติศาสตร์วัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คน และสภาพภูมิประเทศงดงาม มีการพัฒนาการทางประวัติศาสตร์และอารยธรรมที่เจริญรุ่งเรืองมาเป็นเวลายาวนาน เศรษฐกิจหลักของจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นอยู่กับภาคเกษตรกรรม ได้แก่ การทำประมง รองลงมาคือ การทำสวนยาง การปลูกข้าว และการทำสวนผลไม้

เชียงใหม่ ศูนย์วิทยุแจ้งเหตุฉุกเฉินเหตุด่วนเหตุร้าย 191เชียงใหม่-ลำพูน เตือนพวกโรคจิตโทรก่อกวนวันละหลายร้อยสาย(คลิป)

ศูนย์วิทยุแจ้งเหตุฉุกเฉินเหตุด่วนเหตุร้าย 191 เชียงใหม่ -ลำพูน เตือนพวกโรคจิตโทรก่อกวนวันละหลายร้อยสาย เป็นเหตุทำให้ผู้เดือดร้อนจริงโทรไม่ติด มีโทษทางกฎหมายทั้งจำเเละปรับหนัก

พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่.เปิดเผยว่า ในระยะที่ผ่านและจนถึงปัจจุบันวิทยุแจ้งเหตุ 191 ได้มีคนโทรมาเพื่อรบกวนเจ้าหน้าที่วันละหลายร้อยสายทำให้ประชาชนที่มีเหตุฉุกเฉินจำเป็นจริงๆไม่สามารถโทรเข้ามาแจ้งเหตุได้ เนื่องจากคู่สายติดคุยกับผู้ที่โทรมารบกวนจำนวนมาก จึงขอฝากเตือนไปยังผู้ที่ชอบกดมาที่ 191 เพื่อรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าแล้วยังเสียโอกาสสำหรับผู้ที่ประสบเหตุหรือเดือดร้อนจริงเท่านั้น ซึ่งพฤติกรรมของกลุ่มบุคคลที่โทรมาก่อกวนเหล่าเป็นการทำผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตามขอฝากประชาสัมพันธ์ของขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนด้วย เพราะ191 เป็นหมายฉุกเฉินมีไว้สำหรับพี่น้องประชาชนที่ประสบเหตุเเละต้องการแจ้งเพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเพื่อให้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือเท่านั้น

ด้าน พ.ต.อ.นพฤทธิ์ กันทา ผกก.สืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้กำกับดูแลวิทยุแจ้งเหตุ191กล่าวว่าจากการตรวจสอบผู้ที่ก่อกวนหรือชอบโทรมายังหมายเลข 191 แบ่งคนออกเป็น 3 กลุ่มคนคือ 1.กลุ่มประเภทโรคจิตหรือจิตเวช ซึ่งมีทั้งหญิงและชายชอบโทรมาวันละหลายครั้ง แม้เจ้าหน้าที่ได้กล่าวจักเตือนก็ไม่ให้ความร่วมมือแต่ย่างใด ตัวอย่างเช่นโทรมาคุยกับเจ้าหน้าที่ว่า เพื่อแก้เหงาไม่มีเพื่อนคุยด้วย 2.กลุ่มเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาชอบโทรมาจำนวนมากแต่เวลาเจ้าหน้ารับสายกลับไม่พูดพอวางสายก็โทรมาอีก จึงฝากไปยังผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานให้ดีไม่ควรโทรมาก่อกวน191 มากเหมือนทุกวันนี้ และ3.กลุ่มคนที่ได้บันทึกหมายฉุกเฉินไว้ในมือถือเพื่อโทรในเวลามีเหตุ แต่เอามือถือไว้กระเป๋ากางเกงบางทีจะกดใส่เบอร์ 191 เมื่อเจ้าหน้าที่รับสายกลับไม่มีคนพูดกลุ่มจะมากที่สุดขอฝากเตือนผู้ที่บันทึกหมายเลขฉุกเฉินทุกคนว่ามือท่านอาจจะโดนใส่ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจกดขอให้ระมัดระวังและตรวจสอบมือถือท่านบ่อย ๆ ด้วย

ขณะที่วิทยุแจ้งเหตุ 191 จังหวัดลำพูนก็ไม่ต่างกับเชียงใหม่เช่นกัน โดยได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ต.หญิงเกตุมณี ศรีปัญญา สว.กก.สส.ภ.จว.ลำพูน หัวหน้าศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน สำหรับตำรวจศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ภูธรจังหวัดลำพูนนั้น มีการบริการแจ้งเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชม.โดยมีเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุของวิทยุรับแจ้งเหตุจะมีการบันทึกข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุพบปัญหาอะไรบ้างมึข้อขาดตกบกพร่องอะไรบ้าง โดยมีการตรวจสอบทุกวันและหลังจากมีการแจ้งเหตุมีการประสานและแจ้งกับสถานีตำรวจที่เกิดทันท่วงที

นอกจากนี้มีการอบรมแนะนำนักเรียนให้รู้จักใช้หมายเลขฉุกเฉินหรือ191 และเบอร์053-56970,ในการแจ้งเหตุต่างๆผ่านแอปพลิเคชั่นPolice I lert U ในส่วนของบุคคลไม่ประสงค์ดีที่ชอบในการโทรก่อกวนเจ้าหน้าที่ 191 นั้นมีความผิดกฎหมายตาม พรบ.องค์จัดสรรคลื่นวิทยุและกิจการโทรคมนาคม( ฉบ้บที่ 3 ) 2562 มาตรา 34 /5 ต้องโทษจำคุกไม่เกินหรึ่งเดือนปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำและปรับ

เชียงใหม่ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ลงพื้นที่ช่วย “จักรพล” หมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย กราบขอพรอนุสาวรีย์​สามกษัตริย์(คลิป)

“สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ลงพื้นที่ช่วย “จักรพล ตั้งสุทธิธรรม” หมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย กราบขอพรอนุสาวรีย์​สามกษัตริย์​ มอบนโยบายกาดหลวงเชียงใหม่​

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2566 เวลา 08.30 น. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่อนุสาวรีย์​สามกษัตริย์​ตัวเมืองเชียงใหม่ เพื่อกราบสักการะอนุสาวรีย์สามกษัตริย์พร้อมช่วย นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม หมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย หาเสียงที่บริเวณตลาดต้นลำไยตลาดวโรสเมืองเชียงใหม่ ท่ามกลางกองเชียร์มารอต้อนรับจำนวนมากนายสมชาย ได้เดินทักทายบรรดาพ่อค้าแม่ค้าพร้อมฝากพรรคเพื่อไทยไว้กับพี่น้องชาวเชียงใหม่ โดยใช้เวลาเดินทักทายร่วม 1 ชั่วโมง โดยได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี

นายสมชาย ได้ให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวว่า พรรคเพื่อไทยกับชาวเชียงใหม่ มีความผูกพันกันมากแต่ไหน พรรคเพื่อไทยมาจากพรรคไทยรักไทยที่นายกฯทักษิณ ชินวัตร ก่อตั้งพรรคมา และพี่น้องชาวเชียงใหม่ ก็เป็นกลุ่มแรกที่ช่วยดูแลพรรคไทยรักไทยเสมอมาโดยตลอด ซึ่งในวันนี้ได้เข้ามากราบ สักการะขอพร ที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เพื่อขอท่านประทานพรให้พรรคเพื่อไทยทที่คิดดีทำดี และพร้อมที่จะเข้ามากอบกู้ประเทศ พร้อมพัฒนา ประเทศให้เดินหน้าต่อไป ให้แลนด์​สไลด์ทั่วประเทศ เพื่อมีกำลังเข้ามาจัดตั้งรัฐบาล ดูแลพี่น้องประชาชน ซึ่งผลโพลต่างๆนั้น ผมก็ได้เดินทางไปทั่วประเทศ รู้สึกว่าพี่น้องประชาชนให้การ สนับสนุนพรรคเพื่อไทยมาเป็นอันดับแรกๆ ซึ่งการแข่งขันมันเป็นเรื่องธรรมดา ทุกพรรค​ ก็มีการแข่งขันมีการนำเสนอนโยบายต่างๆ เราก็ให้ความเคารพ ในเจตนาของแต่ละพรรค แต่เรามั่นใจใน นโยบายต่างๆของพรรคเพื่อไทยที่ได้ นำเผยแพร่สู่พี่น้องประชาชนว่า “เราทำได้ ทำได้จริงๆ” เราเคยมีประสบการณ์การทำงาน ในด้านนี้มาแล้ว ซึ่งบุคลากรของทางพรรคเพื่อไทย เราเตรียมพร้อมมาโดยตลอด ซึ่งแคนดีเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย คือ แพทองธาร ชินวัตร / เศรษฐา ทวีสิน / ชัยเกษม นิติสิริ ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญทุกประการ

ภายหลังจากนั้นนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์พร้อมด้วยผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ได้ลงพื้นที่ โดยการขึ้นรถ พร้อมประกาศนโยบายไปตามคูเมืองเชียงใหม่ และได้เข้าไปหาเสียง ที่ตลาดต้นลำไย และ ตลาดวโรรส อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาดทั้ง 2 แห่ง

“ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่พรรคเพื่อไทย จะได้กลับมารับใช้บ้านเมือง รับใช้ประชาชน เราไม่ได้มาแสวงหาอำนาจ แต่เรามองเห็นว่า ที่ผ่านมาประเทศชาติมีปัญหาเยอะมาก บ้านเมืองไม่ได้พัฒนาหลายๆอย่าง ก่อนที่จะมาเลือกตั้งคราวนี้ เราทำงานมาเป็นปี เพื่อจะจัดแจงเรื่องนโยบายทำอย่างไรที่จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจ ฟื้นคุณภาพชีวิตให้พี่น้องประชาชนได้ซึ่งเราออกมาหลายอย่างเช่นเงินกระเป๋าดิจิตอล เรียนจบปริญญาตรีจะได้เงินเดือน 2 หมื่น 5 พันบาท ค่าแรงงานขั้นต่ำจะไปถึง 600 บาท เงินที่จะเพิ่มเติมให้ครอบครัวให้งบ 2 หมื่นบาทต่อเดือน เยอะแยะมากมายที่จะทำ รวมทั้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องสิทธิเสรีภาพ เรื่องการเกณฑ์ทหารก็จะทำหมด วันนี้จึงมาพบปะพี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่เพื่อรวมกันช่วยพรรคเพื่อไทยและพรรคเพื่อไทยจะกลับมาช่วยพี่น้องประชาชนนายสมชายกล่าว”