เชียงใหม่ คณะสัตวแพทย์ มช. ร่วมกับ บ.ดับเบิลยู มอลล์ จัด Grand Opening โรงพยาบาลสัตว์”PET CMU”ให้บริการดูแลสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจรแห่งใหม่อย่างเป็นทางการ (คลิป)

คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ บริษัท ดับเบิลยู มอลล์ จำกัด จัดงาน Grand Opening โรงพยาบาลสัตว์ “PET CMU: ศูนย์ดูแลสัตว์เลี้ยง” แห่งใหม่ สำหรับดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ณ อาคารโซน E สถานีบริการน้ำมันบางจากเชียงใหม่ออยส์ ตำบลหนองหอย อำเภอเมืองเชียงใหม่ ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมตัดรีบบิ้น ร่วมกับ นายนิตย์ วังวิวัฒน์ และนายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ ประธานหอการค้าเชียงใหม่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดอาคาร PET CMU: ศูนย์ดูแลสัตว์เลี้ยง อย่างเป็นทางการ


ศาสตราจารย์ ดร.น.สพ.กรกฎ งานวงศ์พาณิชย์ คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดงาน Grand Opening เปิดอาคาร PET CMU: ศูนย์ดูแลสัตว์เลี้ยง อย่างเป็นทางการครั้งนี้ ทางคณะสัตวแพทยศาสตร์ มช.ได้จัดกิจกรรมให้บริการตรวจสุขภาพ ประกอบไปด้วย บริการตรวจเสียงหัวใจ ปอด ตรวจตา หู ช่องปากเบื้องต้น ตรวจผิวหนังเบื้องต้น และตัดเล็บ เช็ดหู เป็นต้น บริการถ่ายพยาธิและหยอดยาป้องกันเห็บ-หมัดให้กับสุนัขและแมวที่เจ้าของพามารับบริการภายในงาน ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนให้สุนัขและแมวมีสุขภาพที่ดี นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมสำหรับให้เจ้าของสัตว์ร่วมสนุกลุ้นรับรางวัลภายในงานด้วย

สำหรับ PET CMU: ศูนย์ดูแลสัตว์เลี้ยง เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-19.00 น. บริการให้คำปรึกษาการดูแลสัตว์เลี้ยง รับฝากสัตว์เลี้ยง ตรวจรักษาโรคทั่วไป ตรวจเลือด ให้บริการทำหมันและผ่าตัดทั่วไป บริการฉีดวัคซีนป้องกันเห็บ-หมัด ป้องกันพยาธิหนอนหัวใจและถ่ายพยาธิ นอกจากนี้ ยังมีบริการตรวจรักษาด้วยเครื่อง Digital X-ray และเครื่อง Ultrasound รวมถึงการเปิดให้บริการคลินิกพิเศษเฉพาะทาง ประกอบไปด้วย คลินิกโรคหัวใจ คลินิกข้อและกระดูก คลินิกฝังเข็ม คลินิกผิวหนัง คลินิกทันตกรรม และคลินิกระบบสืบพันธุ์ โดยคณาจารย์จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

สอบถามข้อมูลการดูแลสัตวเลี้ยงและบริการอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ โทร. 082 273 3224 หรือ Line ID: petcmu ติดตามข่าวกิจกรรมพิเศษ สาระน่ารู้ และภาพน่ารัก ๆ ของสุนัขและแมวที่มารับบริการดูแลสุขภาพกับ PET CMU: ศูนย์ดูแลสัตว์เลี้ยง ได้ที่ Facebook: PETCMU.

เชียงใหม่ พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติร่วมใส่บาตรดอกไม้ นานาพรรณ พระสงฆ์ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร (คลิป)

พุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ร่วมใส่บาตรดอกไม้ นานาพรรณ พระสงฆ์ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร พระอารามหลวง เชียงใหม่ 40 รูป เพื่อเป็นการขอขมา ซึ่งดอกไม้ ที่พระสงฆ์ได้รับ ก็จะนำไปสักการะพระพุทธรูป หรือพระเถระชั้นผู้ใหญ่ หรือพระสงฆ์ที่มีพรรษาสูงกว่า


ที่พระวิหารหลวง วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีพุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ พากันมาร่วมพิธีทำบุญใส่บาตรดอกไม้ พระภิกษุและสามเณร จำนวน 40 รูป โดยมีพระเทพสิงหวราจารย์ เจ้าอาวาสวัด พระสิงห์วรมหาวิหารพระอารามหลวง และยังมีตำแหน่งเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากมีพิธีทางศาสนาเสร็จ พระสงฆ์ทั้งหมด ได้เดินรับบิณฑบาต ดอกไม้นานาพรรณ จากศรัทธาญาติโยม จากนั้นก็ได้มีพิธีขอขมาพระสงฆ์ เพื่อขอสูมาคาราวะ และขออโหสิกรรม ให้กับประชาชนที่มาใส่บาตร และขอพรจากพระสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล


พระครูปลัดอุทัย รัตนปัญโญ ดร. ประธานชมรมเผยแพร่ธรรมใต้แสงเทียน พระลูก วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ดอกไม้ที่รับมาจากญาติโยม นำไปคาราวะพระผู้ใหญ่ ดอกไม้เหมือนปริศนาธรรม ดอกไม้เมื่อเบ่งบานงดงาม และเหี่ยวเฉา เฉกเช่นเดียวกับชีวิตมนุษย์ ดอกไม้ถือว่าเป็นสากล หรือทั่วโลก งานทุกอย่าง ก็จะเอากดอกไม้ไปมอบให้ เหมือนเป็นปรัชญาชีวิตคนก็เหมือนดอกไม้ เติบโตขึ้นมา ดอกก็ร่วงโรย ในประวัติชาดก การถวายดอกไม้ มาจากหญิงชาวบ้าน ที่ยากจนแต่มีจิตใจที่ดีงาม อยากจะทำบุญ เมื่อไปเห็นดอกบวบ จึงเด็ดดอกจะนำไปบูชา สถูปพระอรหันต์ แต่ถูกวัวแม่ลูกอ่อน ที่มีนางยักษ์แปลงกายมา ไม่รู้ว่ามีเวรกรรมกันมา จากชาติปางไหน แต่ก่อนที่นางจะเสียชีวิต จิตที่อธิฐานถึงพุทธองค์ ทำให้ไปเกิดเป็นนางฟ้าดอกบวบ บนสวรรค์ชั้นดาวดึงค์ จึงเป็นการเชื่อมโยงกัน กับการถวายดอกไม้พระสงฆ์

เชียงใหม่ เจ้าคณะอำเภอแม่ออนมอบประกาศเกียรติบัตรให้กับผู้ที่มาปฏิบัติธรรม-ฝึกสมาธิเป็นเวลา 3 เดือนหรือในช่วงเข้าพรรษาที่ธรรมสถานม่อนพญานาคราช (คลิป)

เจ้าคณะอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานมอบใบประกาศเกียรติให้กับญาติโยมที่เข้าร่วมปฏิบัติธรรม ฝึกสมาธิที่ธรรมสถานม่อนพญานาคราชทุกวันอาทิตย์เป็นเวลา 3 เดือน หรือ 13 สัปดาห์ ช่วงเข้าพรรษา ทั้งนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงค์ศานุวงค์ ให้พระองค์ท่านมีความสุขความเจริญ เป็นร่มโพธิร่มไทรของบวงชนชาวไทยไว้ตลอดไป

ที่ธรรมสถานม่อนพญานาคราช บ้านแม่แลน ตำบลออนกลาง อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ พระครูวินิจสุภาจาร เจ้าคณะอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าอาวาสวัดสันกำแพงหลวง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เดินทางมาเป็นประธานในการมอบใบประกาศเกียรติบัตรให้กับผู้มาร่วมปฏิบัติธรรมที่ธรรมสถานม่อนพญานาคราชทุกวันอาทิตย์เป็นเวลา 3 เดือน หรือ 13 สัปดาห์ หรือในช่วงเข้าพรรษา ซึ่งมีผู้ที่ร่วมรับใบประกาศเกียรติเกือบ 200 คน มีทั้งวัยรุ่นทั้งชายและหญิรวมทั้งผู้สูงอายุ

ครูบาชัยประสิทธิ์ภิกขุ เจ้าสำนักธรรมสถาน ม่อนพญานาคราช เจริญพรว่า วันนี้เป็นพิธีปิดโครงการปฏิบัตธรรมไตยมาส 3 เดือน ซึ่งธรรมสถานม่อนพญานาคราชได้จัดกิจกรรมนำญาตโยมสาธุชนที่ประพฤติปฏิบัติธรรมในเข้าพรรษา หรือช่วงไตยมาส 3 เดือน ทุกๆ วันอาทิตย์รวม 13 อาทิตย์ด้วยกัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงค์ศานุวงค์ วันนี้ครบ 13 ครั้ง วันนี้เป็นพิธีปิดซึ่งเราจะมอบเกียรติบัตรวุฒิบัตรให้กับญาติโยมที่มีประพฤติปฏิบัติธรรมที่ธรรมสถานม่อนพญานาคราช ระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ทุกๆ วันอาทิตย์ก็จะมีญาติโยมมาปฏิบัติธรรมอาทิตย์ละประมาณร้อยกว่าคนรวม 13 อาทิตย์ก็เกือบ 2 พันคน กิจกรรมทั้งหมดนี้ก็ร่วมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอายู่หัวและพระบรมวงค์ศานุวงค์ ให้พระองค์ท่านมีความสุขความเจริญ เป็นร่มโพธิร่มไทรของบวงชนชาวไทยไว้ตลอดไป

นางอรวรรณ วงษ์พันธุ์ หรือป้าต้อย ซึ่งเป็นหนึ่งที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้บอกว่า รู้สึกใจหายเพราะเคยมาปฏิบัติธรรมที่นี่ทุกอาทิตย์ ซึ่งกิจกรรมนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเข้าพรรษาทุกวันอาทิตย์ และหากวันไหนที่วันพระตรงกับวันอาทิตย์ก็จะเลื่อนมาเป็นวันเสาร์ เป็นกิจกรรมเพื่อฝึกสมาธิปฏิบัติธรรมก็เป็นผลดีกับตัวเรา ทำให้รู้สึกว่านิ่งขึ้น ใจเย็นขึ้นมีเพื่อนที่ร่วมกิจกรรมนี้มากก็ทำให้ไม่เหงา

เชียงใหม่ เตรียมจัดงาน “ตลาดบก” สืบสานวัฒนธรรมไทย บริเวณตลาดวัฒนธรรมชุมชนวัดศรีสุพรรณ (คลิป)

เชียงใหม่ เตรียมจัดงาน “ตลาดบก” สืบสานวัฒนธรรมไทย บริเวณตลาดวัฒนธรรมชุมชนวัดศรีสุพรรณ ในตัวเมืองเชียงใหม่ ทั้งกาดหมั้ว คัวเงิน คัวเขิน นำสินค้าของฝากของที่ระลึก และอาหารการกินท้องถิ่น มาจำหน่าย เชิญชวนประชาชน และนักท่องเที่ยว มาชมกิจกรรม มีมากมาย ระหว่างวันที่ 3 – 5 พฤศจิกายน นี้


ที่ลานอุโบสถเงิน หลังแรกของโลก วัดศรีสุพรรณ จังหวัดเชียงใหม่ นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พระครูพิทักษ์ สุทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีสุพรรณ และนาย ธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ แถลงจัดงานตลาดบก สืบสานวัฒนธรรมไทย โดยจะมีการจัดขึ้น ที่ตลาดวัฒนธรรมชุมชนวัดศรีสุพรรณ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 3 – 5 พฤศจิกายน 2566 โดยการสนับสนุน จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชน อัตลักษณ์ไทย สู่เส้นทางการท่องเที่ยว ทางวัฒนธรรม ทั่วประเทศ มี 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ


สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ เป็นตลาดบก สืบสานวัฒนธรรมไทย กาดหมั้ว นำเสนออาหารพื้นเมือง ชิมเมนูเชิดชู อาหารถิ่น ตำจิ้นแห้ง ขันโตกอาหารพื้นเมือง ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง ลาบแกง ฮังเล คัวเงิน เป็นการนำเสนอ ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน เครื่องเขิน เป็นสินค้าของฝากของที่ระลึก นอกจากนั้นภายในงาน ยังมีการจัดนิทรรศการ องค์ความรู้เครื่องเงิน เครื่องเขิน มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ช่างหัตถกรรม เครื่องเงินเครื่องเขิน โดยครูภูมิปัญญาสล่าล้านนา ในย่านวัวลาย พ่อครู ดิเรก สิทธิการ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ งานสลักดุนเครื่องเงินและโลหะ และยังมีกิจกรรม นั่งรถรางเยี่ยมชม 3 วัด 3 ชุมชน ชมงานศิลป์เยือนถิ่นงัวลาย และยังมีการจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ทั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ของใช้ของฝาก ของที่ระลึก ของตกแต่งบ้าน รวมถึงอาหาร มากกว่า 40 ร้านค้า นักท่องเที่ยว มาเชียงใหม่ แล้วไม่ควรพลาด

เชียงใหม่ บริษัท EV Power Energy ได้ผนึกหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา จัดงานสัมมนา เทคโนโลยีพลังงานสะอาด(คลิป)

อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บริษัท EV Power Energy ได้ผนึกหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา จัดงานสัมมนา “เทคโนโลยีพลังงานสะอาด”ในหัวข้อ MEGA TREND of ENERGY อัพเดทเทรนด์เทคโนโลยีพลังงานสะอาดและมาตรฐานที่ถูกต้อง 2024

เมื่อวันที่ 27 ต.ค.66 ที่ห้องประชุม Rice Grain Auditorium อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บริษัท EV Power Energy ได้ผนึกหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา จัดงานสัมมนา “เทคโนโลยีพลังงานสะอาด”ในหัวข้อ MEGA TREND of ENERGY อัพเดทเทรนด์เทคโนโลยีพลังงานสะอาดและมาตรฐานที่ถูกต้อง 2024 ขึ้น โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนากว่า 350 คน


นายรัฐกิจ ใยดี ผู้ก่อตั้งบริษัท EV Power Energy เปิดเผยว่า การจัดสัมมนาในครั้งนี้ธีมงานคือ SDGSเป็นเรื่องของความยั่งยืน เทคโนโลยี โซล่าเซลล์ EV Powerและพลังงานสะอาดมารวมไว้หมด ทั้งอาคารประหยัดพลังงาน รถ โดยเฉพาะอาคารลดฝุ่นpm2.5 ซึ่งเป็นปัญหาของคนเชียงใหม่และภาคเหนือมาทุกปี เนื่องจากเชียงใหม่ต้องมีพื้นที่ปลอดฝุ่นหรือสร้างพื้นที่ปลอดฝุ่นในช่วงที่เกิดวิกฤต การสัมมนาในครั้งนี้ได้เชิญผู้ที่สามารถผลิตอาคารลดฝุ่นได้มาให้ความรู้ว่าถ้าทำระบบโครงสร้างต่างๆ แล้วสามารถลดฝุ่นได้ถึงร้อยละ 70 และถ้าใช้ระบบโซลาเซลล์อีกก็สามารถลดการใช้พลังงานและทำให้เป็นอาคารพลังงานสะอาดด้วย

ในการสัมมนาวันนี้มีหลายหัวข้อที่น่าสนใจตลอดทั้งวัน ทาง PEA มาอัพเดทมาตรฐานการติดตั้ง Solar cell และ EV Charger 2024 ทางหัวเหว่ย โดยคุณฐิตินันท์ ตรงเจริญชัย ผจก.ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ หัวเหว่ยเทคโนโลยีประเทศไทย มาอัพเดทเรื่อง Huawei Smart PV Solutions for Residential and Market Trend คุณเทพฤทธิ์ ทิพย์ชัชวาลวงศ์ CEO Coral Life มาพูดถึง Energy-efficient and Clean-Air Building Technology ภาคบ่ายตนจะพูดเรื่องบันได 3 ขั้น สร้างรายได้จากคาร์บอน,อัปเดตผลิตภัณธ์ Ginka EV Charger,ทางคุณมานพ ธรรมสิริอนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บ. ชิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด(มหาชน) คุณสุดชาย จงพิพิธพร ประธานกรรมการบริหารบ.มีเทเน่(สยาม)จำกัดและดร.เชรษฐา รัตนพันธ์ จากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีลาดกระบัง มาร่วมพูดคุยถึงเรื่อง Current and Future R&D In Green Power Storage คุณธานี ตรีวัฒนาวงศ์ ที่ปรึกษาด้านธุรกิจกับคุณอาคม สุวรรณกันธา ประธานสมาพันธ์ SME ไทย จังหวัดเชียงใหม่ร่วมพูดคุยถึงเรื่องอนาคตพลังงานใหม่ทำไมต้องเป็นจีน เป็นต้น


นายรัฐกิต กล่าวอีกว่า ในอนาคตข้างหน้า 10-20 ปี เชื่อว่าธุรกิจพลังงานสะอาดจะมากกว่า 90% เพราะประเทศไทยจะมุ่งสู่คาร์บอนมินิตี้ในปี 2050 ขณะที่กลุ่มประเทศทางยุโรปเขากำหนดเป้าหมายไว้ในปี 2030 แต่ของไทยกำหนดเป้าหมายในปี 2065 เพราะประเทศไทยให้เหตุผลว่าเราเป็นประเทศเกษตรกรรมและเป็นครัวของโลกแม้จะมีการปล่อยก๊าซมีเทนสู่อวกาศ แต่ไทยบอกภายใน 15 ปีจะลดการปลดปล่อยก๊าซมีเทนลง ส่วนแนวโน้มของพลังงานสะอาดประชาชนจะสามารถเข้าถึงมากขึ้น เพราะราคาแผงโซล่าเซลล์ก็จะลดลงและทำให้ร้อยละ 90 ทำให้เราสามารถลดการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลได้

ทางด้านนายเทพฤทธิ์ ทิพย์ชัชวาลวงศ์ CEO Coral Life กล่าวว่า บริษัทฯได้สร้างอาคารประหยัดพลังงานและปลอดฝุ่นขึ้นมา โดยใช้องค์ความรู้ทางด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมมาทำงานควบคู่ เพื่อสร้างอาคารประหยัดพลังานได้ถึงร้อยละ 70 ขึ้นไป รวมทั้งทำให้คุณภาพอากาศที่ดี เป็นอาคารปลอดฝุ่น ลดสารก่อมะเร็งและก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นการออกแบบเฉพาะ แม้ว่าการออกแบบและค่าดำเนินการจะสูงกว่าอาคารปกติร้อยละ 20 แต่จุดคุ้มทุนในการดำเนินการก่อสร้างอยู่ที่ 5-7 ปีถัดมา เพราะนอกจากจะสามารถลดค่าไฟ ปลอดฝุ่นpm2.5 เป็นอาคารที่ใช้งานจริงและได้ผ่านการทดสอบและได้รับใบประกาศรับรองมาตรฐานอาคารสีเขียว ซึ่งเป็นมาตรฐานโลกและมีต้นกำเนิดที่เยอรมันด้วย โดยอาคารสำนักงานบริษัทตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 39 กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีอาคารของลูกค้าอีก 7-8 โครงการในกรุงเทพฯและปริมณฑล ส่วนที่ต่างจังหวัดก็มีที่ระยองด้วย.

เชียงใหม่ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เปิดตัวกิจกรรมท่องโลกเสมือนจริง” Jurassic @ night safari “ฟื้นยุคไดโนเสาร์ (คลิป)

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เปิดตัวกิจกรรมท่องโลกเสมือนจริง “Jurassic @ night safari” ฟื้นยุคไดโนเสาร์ให้กลับมา โดยใช้ใช้ VR เดินเที่ยวชมไดโนเสาร์ เก็บไข่ ให้อาหารได้ทั้งความสนุกและความรู้

วันที่ 25 ตุลาคม 2566 สำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โดยสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) เปิดตัวกิจกรรมท่องโลกเสมือนจริง “jurassic @ night safari” ขึ้น เพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นการท่องเที่ยวของเชียงใหมในท์ซาฟารี โดยมี นางสาวฐิติรัตน์ ต๊ะวันวงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร และผู้อำนวยการสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เข้าร่วมด้วย ณ ลานกิจกรรม เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

นางสาวฐิติรัตน์ ต๊ะวันวงค์ เปิดเผยว่า “กิจกรรม ” Jurassic @ night safari” เป็นกิจกรรมใหม่ที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีจัดทำขึ้น เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมพร้อมการแสดงภาพใหม่ของโลกแห่งความจริงและโลกเสมือนเข้าด้วยกัน เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เชียงใหม่ในท์ซาฟารีจะเปิดให้บริการฟรี ในช่วงตุลาคม 2566 – 2567 และการให้บริการช่วงแรกจะเปิดให้บริการสำหรับกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่กิจกรรมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป (จองส่วงหน้าเท่านั้น) และรองรับได้สูงสุด 200 คนต่อวัน กิจกรรมดังกล่าวจะเน้นในช่วงกลางวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ถึง 17.00 น.

สำหรับ กิจกรรมท่องโลกเสมือนจริง “jurassic @ night safari” เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวฟื้นโลกไดโนเสาร์ให้กลับมาชีวิตชีวา ให้เรียนรู้กับสารานุกรมของไดโนเสาร์ไปพร้อมกับการท่องเที่ยว ได้ทั้งสนุกและความรู้ โดยที่วัตถุทางกายภาพและดิจิทัลอยู่ร่วมกัน โต้ตอบกันแบบ Real Time ซึ่งจำลองบรรยากาศสิ่งแวดล้อมในยุค Jurassic นักท่องเที่ยวสามารถที่จะดาวน์โหลดแอพพลิเคชันผ่านได้ทั้งระบบ iOS และแอนดรอยด์ เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้ว ก็สามารถเดินไปตามเส้นทางต่างๆ ค้นหาไดโนเสาร์ได้ทั่วทั้งเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ซึ่งไดโนเสาร์ มีมากกว่า 15 ชนิด

ขณะเดียวกันก็จะมีเว่นAR แว่น XR และแอปพลิเคชัน ที่เชื่อมต่อกัน และไม่เหมือนกับระบบทั่วไป เพราะนักท่องเที่ยวเมื่อสวมแว่นแล้วสามารถเดินไปตามจุดต่างๆ ได้ ไม่ต้องยืนอยู่ที่เดิม หลังจากเชื่อมต่อแล้ว จะมองเห็นไดโนเสาร์ รวมกับสภาพแวดล้อมต่างๆ ของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้ เสมือนอยู่ในโลกไดโนเสาร์ ได้ยินเสียงคำราม สามารถป้อนอาหารให้ไดโนเสาร์ที่มีทั้งแบบกินพืช และกินเนื้อ นักท่องเที่ยจะได้สนุกสนานกับการเลือกให้อาหารไดโนเสาร์ และเรียนรู้ว่าไดโนเสาร์ประเภทไหนควรใหน เมื่อทำการคัดเลือกอาหาร ปรุงอาหารให้ไดโนเสาร์เสร็จ และคัดเลือกชนิดได้ถูกต้อง ก็จะได้คะแนนไว้สำหรับสะสมอีกด้วย ซึ่งคะแนนดังกล่าวไม่ได้หายไปไหน เมื่อนักท่องเที่ยวที่เดินเก็บไข่ไดโนเสาร์มาฟัก หรือให้อาหารไดโนเสาร์ ก็นำมาแลกแต้มเสร็จแล้ว จะเป็นการสะสมไปเรื่อยๆ มาเที่ยวครั้งต่อไปคะแนนก็ยังคงอยู่ ในอนาคตก็จะนำคะแนนดังกล่าวมาทำการแจกรางวัล


นอกจากนี้ยังมีรถบัสให้นักท่องเที่ยวได้ชมไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่างๆ ในรูปแบบสามมิติ (3D) โดยทั้งหมดจะปรากฎขึ้นทั้งในรถบัสที่สร้างสภาพแวดล้อมเสมือนถิ่นที่อยู่อาศัยของไดโนเสาร์ ในยุค Jurassic ไม่น้อยกว่า 10 ชนิด โดยจะแบ่งเป็นรถบัสที่จอดและให้ชมภาพเสมือนจริงคล้ายรถบัสที่วิ่งอยู่ และอีกคันจะเป็นรถบัสที่วิ่งไปตามเส้นทางต่างๆ ที่จะให้นักท่องเที่ยวได้เห็นไดโนเสาร์ไปพร้อมกับทิวทัศน์ของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีอีกด้วย

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น 50 – 60 เปอร์เซ็นต์ และมีนักท่องเที่ยวที่เป็นสมาชิก และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นกรุ๊ปทัวร์ และกลางเดือน พ.ย. 66 นี้จะมีกิจกรรมน้ำพุดนตรีด้วย ที่ผ่านมาเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีมีรายได้กว่า 130 ล้านบาท เป็นรายได้ที่น่าพอใจ มีสัญญาณที่ดีในการเปิดประเทศรองรับการท่องเที่ยวต่อไป นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ เชียงใหมในท์ซาฟารี โทร. 053 – 999000, Line : @nightsafari, Facebook : เชียงใหม่ในท์ซาฟารี Chiang Mai Night Safari

เชียงใหม่ สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสมาคมส่งเสริมบริการสุขภาพเชียงใหม่ นำผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ผู้ประกอบการร้านอาหาร(คลิป)

สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสมาคมส่งเสริมบริการสุขภาพเชียงใหม่ นำผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ผู้ประกอบการร้านอาหาร ภัคตราคารและร้านเบอเกอรี่ ใช้นวัตกรรม ลดการใช้โซเดียม ในการปรุงอาหาร ในสถานประกอบการ เพื่อช่วยลดอัตราการป่วย


สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสมาคมส่งเสริมบริการสุขภาพเชียงใหม่ และบ้านพิงกันเวลเนสรีสอร์ท อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ นำนักวิจัยอิสระด้านนวัตกรรม และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอายุรกรรม โรงพยาบาลราชเวชเชียงใหม่ มาบรรยายพิษภัยของโซเดียม และโรคเรื้อรัง รวมทั้งหัวหน้ากลุ่มงาน การแพทย์แพทย์ไทยและการแพทย์ทางเลือก สำนักงานสาธารณสุขเชียงใหม่ มาบรรยายให้ความรู้ อาหารเป็นยา โดยมีผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน ร้านอาหาร ภัคตราคาร ร้านเบเกอรี่ ชื่อดัง มากกว่า 10 แห่ง มาร่วมรับฟัง และปรุงอาหารที่มีโซเดียมต่ำ แต่ยังคงความอร่อย

นอกจากนั้นยังมีการสาธิต การทำอาหารพื้นเมือง ทั้งตำขนุน จอผักกาด ส้มตำ แกงบอนและอีกหลากหลายเมนู โดยใช้นวัตกรรมเข้ามาช่วยในเรื่อง ของเครื่องปรุงรส ที่มีโซเซียมต่ำ โดยไม่ใช้เครื่องปรุง ที่เป็นกะปิน้ำปลา หรือเครื่องปรุงรสอย่างอื่น อย่างเมนูส้มตำ ใช้เส้นมะละกอ พริก ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ น้ำมะนาว และใช้ซอสเครื่องปรุงโซเดียมต่ำ จากนวัตกรรม มาใช้ปรุงแทน เพื่อลดโซเซียม เพื่อห่างไกลจากโรค และรสชาติยังอร่อยเหมือนเดิม


ขณะที่ด็อกเตอร์ ศิริพร เดชะอูป ผู้ชำนาญการปรุงอาหารโซเดียมต่ำและโภชนาการ เผยว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตหรือป่วยเกี่ยวเนื่องจากการบริโภคโซเดียมมากถึง 1.8 ล้านคนต่อปี ประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบ ทั้งความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจหลอดเลือด โรคไต ล้วนเกี่ยวข้องกับการบริโภคโซเดียม และข้อมูลผู้บริโภค ทำอาหารทำเองแค่ร้อยละ 20 และร้อยละ 80 บริโภคอาหารจากร้านค้า จึงเป็นที่มาของการเริ่มต้น ให้สถานประกอบการลดการใช้โซเดียมให้ลดลง เพื่อลดโรค

เชียงใหม่ สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทยเชียงใหม่ จัดแข่งขันขับซอพื้นบ้าน รอบแรก 14 ทีม คัดเลือกเลือก 7 ทีม เข้าไปแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ (คลิป)

สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทยเชียงใหม่ ส่งเสริมและอนุรักษ์สืบสานความเป็นไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น แข่งขันขับซอพื้นบ้าน รอบแรก 14 ทีม คัดเลือกเลือก 7 ทีม เข้าไปแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ขณะที่นายกสมาคมอ้อนขอเงิน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จนใจอ่อนมอบเงิน 1 แสนบาท ให้กับทางสมาคมฯ นำไปพัฒนาปรับปรุงสำนักงาน โอกาสครบรอบ 76 ปี


นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นางกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร นายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทย คนปัจจุบัน ร่วมรับฟังการแข่งขันขับซอพื้นบ้าน ที่เฮือนแก้ววิจิตร หมู่บ้านวังน้ำริน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีเยาวชนในภาคเหนือ เข้าแข่งขันมากถึง 14 ทีม ซึ่งน้องๆแต่ละทีมก็มีความสามารถไม่แพ้กัน อายุต่ำสุด ที่เข้าร่วมแข่งขันเพียง 13 ปี และคัดเลือกจนเหลือ 7 ทีม ได้แก่ 1 ทีม สองสะหรี 2 ทีมดาวล้านนา 3 ทีมสุวิทย์ลำจวน 4 ทีมเสียงซอป่าซาง 5 ทีมแซมจูเนียร์ 6 ทีมเพชรป้าวล้านนา และ 7 ทีมเก็ดถวา ได้เข้ารอบไปชิงชนะเลิศ ซึ่งจะมีการแข่งขัน ที่บริเวณลานหน้า อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ในตัวเมืองเชียงใหม่ ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2566 เพื่อเป็นการส่งเสริมสืบสาน และอนุรักษ์ ความเป็นไทย และภูมิปัญญาท้องถิ่น ทีมชนะเลิศ จะได้รับเงิน จำนวน 15,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล ของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

ขณะที่ นางกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร นายกสมาคม ส่งเสริมวัฒนธรรมสตรี ศรีล้านนาไทย เชียงใหม่ ได้อ้อนขอเงิน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสามี และมีความตั้งใจของท่านผู้ว่าฯอยู่แล้ว ที่จะมอบเงินช่วยเหลือสมาคมฯ โดยได้มอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้กับทางสมาคมฯ และยังบอกว่ามอบให้ตาม ที่มีคนบริจาคสูงสุดคือ 1 แสนบาท และหากมีคนบริจาค 1 ล้านบาท ก็จะมอบตามด้วย เนื่องจากทุกอย่าง ก็มีครบหมดแล้ว จึงอยากทำเพื่อสังคม เพื่อให้นำไปสมทบทุน ในการพัฒนาปรับปรุง อาคารของสมาคมฯ ในโอกาสครบรอบ 76 ปี

เชียงใหม่ สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทยเชียงใหม่ จัดแข่งขันประกวดขับขาน ซอพื้นบ้านล้านนาไทย (คลิป)

สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทยเชียงใหม่ จัดแข่งขันประกวดขับขาน ซอพื้นบ้านล้านนาไทย ซึ่งมีเยาวชนเข้าร่วมประกวดมากถึง 14 คณะ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่น ในโอกาสครบรอบ 76 ปี ของสมาคมส่งเสริมสตรีฯ

วันนี้(22 ตค.66) ที่เรือนแก้ววิจิตร อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรี ศรีล้านนาไทยเชียงใหม่ จัดประกวดแข่งขัน ซอพื้นบ้านล้านนาไทย โดยมีเยาวชนเข้าร่วมแข่งขันมากถึง 14 คณะในโอกาสครบรอบ 76 ปี ของการก่อตั้งสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทยเชียงใหม่ และเป็นการส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาพื้นบ้าน ของคนในท้องถิ่น ไม่ให้สูญหาย มีนาย วรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มาเป็นประธานเปิด

โดยวันนี้เป็นการแข่งขันรอบแรก โดยมีคณะกรรมการ ที่เป็นศิลปินพื้นบ้าน และปราญช์ล้านนา ระดับครูบาอาจารย์ในด้านต่างๆ มาเป็นคณะกรรมการตัดสิน ในรอบคัดเลือกโดยมีเกณฑ์ในการตัดสินเนื้อหา 30 คะแนน น้ำเสียงลีลา ความกลมกลืน ถูกต้องทำนองจำนวน 40 คะแนน การแต่งกาย 10 คะแนน มารยาทและความงดงาม ทางวัฒนธรรมอีก 10 คะแนน และความพร้อมเพียงตรงต่อเวลาอีก 10 คะแนน เพื่อคัดเลือกเหลือเพียง 5 คณะ เข้าไปแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งแต่ละคณะมีความสามารถไม่แพ้กัน ทั้งลีลาน้ำเสียง เครื่องดนตรีปีจุม และการขับร้อง ของช่างซอ ที่เป็นความสามารถเฉพาะตัว ที่จะต้องร้องด้วยถ้อยคำให้สัมผัสและคล้องจองกัน ด้วยภาษาที่สวยงามแบบสดๆ ตามถ่วงทำนอง ตามเนื้อเรื่องที่จะขับขาน ของเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลง

การแสดงก็จะเริ่มด้วยพิธีไหว้ครู โหมโรง เกริ่น เข้าสู่เนื้อหา และบทลา และจะมีการแข่งขัน ในรอบชิง ชนะเลิศ ในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ ที่บริเวณ หน้าอนุสาวรีย์พื้นถิ่นล้านนา ทีมชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 12,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และอันดับ 3 เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล จากรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และรางวัลชมเชย อีก 2 รางวัล รางวัลละ 8,000 บาท

เชียงใหม่ รอง ผวจ.เชียงใหม่ เปิดร้านกาแฟ และโรงคัดแยกคุณภาพเมล็ดกาแฟ ของมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน (คลิป)

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดร้านกาแฟ และโรงคัดแยกคุณภาพเมล็ดกาแฟ ของมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับซื้อเมล็ดกาแฟ จากกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ ใน 4 จังหวัด เพื่อส่งโรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องชาติพันธุ์ แต่ละปีผลิตได้มากถึง 150 – 200 ตัน


นาย ชัชวาล ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กงสุลใหญ่ ลิสา บูเจนนาส กงสุลใหญ่ สหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ และ อาจารย์ ไมเคิล อาร์แมน ผู้อำนวยการ มูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมกันเปิดอาคาร สำนักงานร้านกาแฟลานนา โรงคัดแยกคุณภาพเมล็ดกาแฟ โรงคั่ว ของมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านร้องขี้ควาย หมู่ 3 ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณก่อสร้าง จากคุณหมอ อีริค แฮนสัน และครอบครัวชาวอเมริกัน เพื่อส่งเสริมให้พี่น้องชาติพันธุ์ ใน 4 จังหวัด ทั้งเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และลำปาง ที่มีอาชีพปลูกกาแฟ โดยทางมูลนิธิจะรับซื้อผลผลิตเมล็ดกาแฟ มาคัดแยกคุณภาพ และคั่ว เพื่อส่งไปขายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

นาย สุรยน รัตนบรรพตศรี เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการตลาดกาแฟ ของมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน บอกว่า โรงคัดแยกแห่งนี้ทั้งอาคาร และเครื่องคัดแยกคุณภาพ ของเมล็ดกาแฟ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ประกอบด้วยเครื่องสี กะเทาะเปลือก คัดแยกเกรด ยิงสี และเครื่องบรรจุ ซึ่งมีหลายเกรด เมล็ดกาแฟจำนวน 5 – 6 กิโลกรัม เมื่อแกะเปลือกและคั่ว จะเหลือแค่ 1 กิโลกรัม หากเป็นเมล็ดกาแฟกะลา กิโลกรัม ละ 220 บาท และฮันนี่กิโลกรัมละ 225 บาท และถ้าเป็นสารกาแฟ กิโลกรัมละ 300 บาท ซึ่งมีเกษตรกรที่ปลูกใน 4 จังหวัด มีมากถึง 40 หมู่บ้าน 400 ครัวเรือน แต่ละปีผลิตเมล็ดกาแฟส่งออกได้มากถึง 150 ตัน สร้างรายได้ให้กับกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์เป็นอย่างดี

อาจารย์ ไมเคิล อาร์แมน ผู้อำนวยการ มูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน เผยว่า แต่ละปีสามารถผลิตเมล็ดกาแฟ ส่งขายให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ในประเทศ และในต่างประเทศมากถึง 150 – 200 ตันต่อปี ซึ่งทางมูลนิธิฯเราเอง ก็มีร้านกาแฟของเรา ในแบรนด์ ลานนากาแฟ