เชียงใหม่ เทศบาลตำบลสันปูเลย เปิดตลาดโฮลี่ มาร์เก็ต “Holy market” ตลาดนัดชุมชน “กาดศักดิ์สิทธิ์ ชุมชนสันปูเลย”(คลิป)

เทศบาลตำบลสันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เปิดตลาดโฮลี่ มาร์เก็ต “Holy market ตลาดนัดชุมชน “กาดศักดิ์สิทธิ์ ชุมชนสันปูเลย” ตรีมไม้ไผ่ ภาชนะธรรมชาติ ชาวบ้าน 15 หมู่บ้าน นำผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP มาจำหน่าย ร่วมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและส่งเสริมการท่องเที่ยว ต.สันปูเลยให้ยั่งยืน ในอนาคตนำบรรจุในโปรแกรมการท่องเที่ยวของเชียงใหม่

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 16 ต.ค.2566 ที่ห้องประชุม 1 เทศบาลตำบลสันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ นายสาธิต คำหน่อแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลสันปูเลย นายชัยยุทธ คุณยศยิ่ง ประธานสภาฯ พร้อมสมาชิกสภาฯ นายพนม ทิพย์พละ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ยางพระธาตุ และนายอุปถัมภ์ ใจดี ตัวแทน OTOP พื้นที่หมู่ 11 บ้านยางพระธาตุ พร้อมตัวแทน OTOP ของแต่ละหมู่บ้านร่วมแถลงข่าวเปิดตลาดโฮลี่ มาร์เก็ต

นายสาธิต คำหน่อแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลสันปูเลย กล่าวว่า ตลาดโฮลี่ Holy market ตลาดนัดชุมชน” หรือ “กาดศักดิ์สิทธิ์ ชุมชนสันปูเลย” เป็นโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและส่งเสริมการท่องเที่ยว ต.สันปูเลยประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ระหว่างวันที่ 27 – 29 ต.ค.2566 จัดที่บริเวณลำน้ำแม่กวง หมู่ที่ 11 บ้านยางพระธาตุ ต.สันปูเลย

โครงการดังกล่าวฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่จำนวน 15 หมู่บ้าน ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ต.สันปูเลย โดยหมู่ 11 มีแหล่งน้ำแม่กวง จึงเปิดตลาดเพื่อให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เสริมสร้างศักยภาพ ทางเศรษฐกิจในระดับฐานรากให้กับชุมชน ก่อเกิดสร้างงาน สร้างรายได้ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

เป็นการพัฒนาพื้นที่ริมลำน้ำแม่กวง ที่หมู่ 11 เป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้วยังส่งเสริมให้ประชาชนอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีต่างๆ พัฒนาต่อยอดให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และเพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ต.สันปูเลยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายดังกล่าวแล้วในอนาคตอันใกล้จะบรรจุในแผนการท่องเที่ยวโดยจะทำ MOU กับผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวใน จ.เชียงใหม่ต่อไปด้วย
-ภายในงานเริ่มวันที่ 27 ต.ค.2566 เปิดตลาดนัดชุมชนทุกวันสี่มงเย็น ถึงสี่ทุ่ม ตลาดมีสินค้า OTOP กิจกรรมศิลปะการหยอดผางประทีป พิธีล่องเคราะห์ การแสดงจากชุมชนตำบลสันปูเลย และ คณะแสนหลวง ขบวนฟ้อนเทียนนำแสงพลังแห่งศรัทธาสู่ตลาดนัดชุมชน กิจกรรมดังกล่าว จะจัดทุกวัน มีศิลปินรับเชิญวันที่ 27 “อ้อม รัตนัง” วันที่ 28 ต.ค.เป็นวันเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ ได้เชิญศิลปิน ว”เดอะเพอะ” และวันที่ 29 ต.ค.ชมศิลปิน “ตู่ ดารณี”

นายสาธิต นายกเทศมนตรีตำบลสันปูเลย กล่าวอีกว่า “ซะป๊ะของดีอยู่อำเภอดอยสะเก็ด แต่ของเด็ดๆอยู่สันปูเลย” เมื่อ หมู่ 11 บ้านยางพระธาตุ มีลำน้ำกวง ต้องพัฒนาแหล่งน้ำให้เกิดประโยชน์ จากที่ทุกปีมีการจัดกิจกรรมลอยกระทง ลอยเคราะห์ แต่ในวันที่ 27-29 ต.ค.2566นี้ จัดกาดไม้ไผ่ เน้นใช้ผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ กระบอกไม้ไผ่แทนแก้วน้ำ และขอดี มีน้ำปูเลยน้ำผึ้งมะนาว น้ำใบเตย เสิร์ฟใส่กระบอกไม้ไผ่ มีจัดภาชนะจากธรรมชาติ เช่น จาน ช้อน ทำจากไม้ไผ่ และที่สำคัณเมนูอาหารเด็ดจากกระบอกไม้ไผ่ หลากหลายเมนู และตลาดจะตกแต่งด้วยไม้ไผ่ทั้งหมด จะสวยงามอนุรักษ์ธรรมชาติ และรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบไหนนั้น ติดตามได้ใน Facebook เทศบาลตำบลสันปูเลยได้

อย่างไรก็ตาม การเปิดกาดศักดิ์สิทธิ์ ชุมชนสันปูเลยครั้งนี้ ได้จัดเจ้าหน้าที่ จำนวนกว่า 100 คน บริการให้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวจะได้รับความ สะดวก สบาย และปลอดภัยอย่างแน่นอน จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันมากๆ มาเที่ยวชม ชิม ช้อบ สินค้าจาก 15 หมู่บ้าน ต.สันปูเลยได้ เช่น ผ้าซิ่นตีนจก ที่ผลิตมาพร้อมๆกับชาว อ.แม่แจ่ม และหมวก ทำจากไม้ไผ่ เป็นต้น เปิดกาดเวลาสี่มงเย็น และปิดกาดเวลาสี่ทุ่มของทุกวัน นายก ทต.สันปูเลยกล่าว

เชียงใหม่ ศาลเจ้าไต้ฮงกง หรือมูลนิธีเชียงใหม่ สามัคคีการกุศล เปิดโรงทาน ปรุงอาหารเจ แจกประชาชนฟรี 9 วัน (คลิป)

ศาลเจ้าไต้ฮงกง หรือมูลนิธีเชียงใหม่ สามัคคีการกุศล เชียงใหม่ เปิดโรงทาน ปรุงอาหารเจ แจกประชาชนฟรี 9 วัน โดยใช้กระทะยักษ์เกือบ 3 เมตร ปรุงอาหารเจวันละ 4 – 5 อย่าง ต่อมื้อ ใช้วัสดุในการปรุง แต่ละมื้อมากกว่า 1 ตัน เลี้ยงประชาชน ได้เกือบ 2 พันคนต่อวัน

คณะกรรมการ ศาลเจ้าไต้ฮงกง หรือมูลนิธิเชียงใหม่สามัคคีการกุศล ย่านไนน์บาร์ซ่า ในตัวเมืองเชียงใหม่ ทำพิธีไหว้เจ้าแม่กวนอิม พร้อมเครื่องเซ่นไหว้ อาหารคาวหวาน และผลไม้มงคล เพื่อเป็นการอัญเชิญ ร่วมพิธีในเทศกาลถือศีลกินผัก ระหว่างวันที่ 15 – 23 ตุลาคม 2565 เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมระดมจิตอาสา แต่งกายชุดขาว มากกว่า 30 คน ช่วยกันเตรียมวัตถุดิบ และปรุงอาหารเจ ในกระทะยักษ์ขนาด 1 เมตร ไปจนถึงเกือบ 3 เมตร ในการปรุงอาหารเจมื้อแรกที่จะเปิดโรงทาน ให้ประชาชนได้รับประทานฟรี มื้อเที่ยงวันนี้เป็นวันแรก มีทั้ง หมี่ซัว พแนง โดยเฉพาะแกงส้ม ปรุงในกระทะยักษ์ เกือบ 3 เมตร กระทะเดียวใช้วัตถุดิบและเครื่องปรุงมากถึง 70 กิโลกรัม ใช้คนปรุงมากถึง 4 คน และเวลาปรุงเกือบ 1 ชั่วโมงจึงได้แกงส้มเจ

นอกจากนั้น ยังมีขนมหวานเจอีก 1 อย่าง โดยจะมีการเตรียมใส่ถุง แจกให้กับประชาชน วันละกว่า 2,000 คน ตลอด 9 วัน ทั้งมื้อเที่ยง และมื้อเย็น แต่ละวันใช้วัตถุดิบ และเครื่องปรุง อาหารไม่ต่ำกว่า 1 ตัน เชิญชวนชาวเชียงใหม่ มารับอาหารเจได้

เชียงใหม่ สายมูห้ามพลาด 17 ต.ค.66 “4 ราศี” ราหูย้าย “ไหว้ขอพรเสริมโชคลาภ บูชาเทพอสูรราหู” โดย อ.ศักดิ์ชัย แห่งบ้านโหรอัสสโต ที่วัดสัน​มะ​เกี๋ยง

วัดสัน​มะ​เกี๋ยง​เชิญท่านผู้สนใจบูชาเทียนราหู จุดบูชาส่ง – รับ เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข การงานดี โชคดี สุขภาพดี เงินทองดี ผ่อนร้ายให้เป็นเบา ในวันที่ 17 ต.ค.66 ฤกษ์​เวลา 19.26 น.

“การบูชาพระราหูนั้น” ตามตำนานเชื่อว่า จะนำความสำเร็จ หรือมีโชคลาภมาสู่ผู้บูชา ด้วยอิทธิพลของเลข 8 ซึ่งเป็นเลขแทนพระราหู การบูชา “อสุรินทราหู” หรือ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เทพพระราหู” หากใครบูชา ย่อมส่งผลสูงสุด ทางด้านโชคลาภ จะนำมาซึ่งความสำเร็จหรือ มีโชคลาภอยู่เสมอ การเงิน การลงทุนทุกอย่าง จะมีช่องทางเพื่อเสริมความร่ำรวย ปัญหาความวุ่นวายต่างๆที่เกิดขึ้น ก็สามารถบรรเทา และแก้ไขให้เบาบางและจางหายไปได้

ผู้ที่เกิดในราศี “เมษ ตุลย์ กุมภ์ มิถุน” ท่านแนะนำให้ไหว้ลา ส่งพระราหู ย้ายออก

ผู้ที่เกิดในราศี “ราศีมีน กันย์ มังกร พฤษภ” ท่านแนะนำให้ไหว้รับพระราหู ย้ายเข้า

ผู้ที่มีเลขบัตรประชาชนสี่ตัวท้าย ที่รวมกันได้ 8 ทะเบียนรถที่มีเลข 8 บ้านเลขที่ ที่มีเลข 8 เบอร์โทรศัพท์ บัตรต่างๆ ที่ลงท้ายด้วยเลข 8 หรือผลบวกรวมกันได้ 8

บุคคลใดก็ตามที่ต้องการเสริมในเรื่องโชคลาภ เนื่องจากมีองค์เทพพระราหูส่งเสริม เมื่อบูชาแล้ว ย่อมส่งผลตามที่กล่าวมาข้างต้น ทางวัดจะประกอบพิธีเป็นการภายในวันที่ 17 ตุลาคม 2566 เวลา 19.26 น.

….พระราหูย้าย เข้าสู่ราศีมีน….
บุญทำ กรรมแต่ง โทษทุกข์ สุขอยู่ที่การกระทำ อังคาร 17 ต.ค.นี้ พระราหูย้าย ชาวราศีมีน กุมภ์ มังกร สิงห์ ควรระวัง แต่ราศรีอื่น ๆควร ส่ง หรือรับ เพื่อความสุขร่มเย็น

ผู้ที่เกิดราศีมีน (เจ้าภาพใหญ่ ดาวพระราหูย้าย) ชีวิตค่อนข้างวุ่นวาย หงุดหงิดโมโหง่าย ใช้อารมณ์เป็นใหญ่ ทำให้ขาดสติ ระวังเกิดคดีความ ด้านความรัก ระวังจะไปตกหลุมรักคนมีเจ้าของ

ผู้ที่เกิดราศีกุมภ์ จะเกิดปัญหาทางการเงิน ระวังถูกหลอกถูกโกง งดการเซ็นค้ำประกันใครทุกกรณี

ผู้ที่เกิดราศีมังกร จะเสียชื่อเสียงเพราะเพื่อน คนรอบข้างจะนำปัญหามาให้ คอยระวังอย่าไว้ใจใครมาก จะเกิดความเดือดร้อนตามมาได้

ผู้ที่เกิดราศีสิงห์ เตือนเรื่องสุขภาพ ระวังเจ็บป่วยไม่สบาย ความรัก อาจมีเรื่องให้ผิดใจกับคนรัก งดการลงทุนทุกชนิด

เชิญท่านผู้สนใจบูชาเทียนราหู จุดบูชาส่ง – รับ เทพอสูรราหู เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข การงานดี โชคดี สุขภาพดี เงินทองดี ผ่อนร้ายให้เป็นเบา บูชา ตามจิตศรัทธา ให้ลงท้าย ด้วย 8 ส่งชื่อ วดป.เกิดผ่านข้อความ จุดบูชาในวันที่ 17 ตุลาคม 2566

รายได้ทั้งหมด เพื่อสมทบทุนสร้าง “รอยพระพุทธบาทจำลองแกะจากหินทราย” บวงสรวงและเปิด ดวง เสริมดวง โดยอาจารย์ศักดิ์ชัย วงษ์หล้า แห่งบ้านโหรอัสสโต สนใจร่วมพิธีหรือสอบถามรายละเอียด​เพิ่มเติมได้ที่ วัดสันมะเกี๋ยง โทร.098-9199461.

เชียงใหม่ พระสงฆ์วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ซื้อพืชผักจากพี่น้องชาติพันธ์ 15 ตัน นำมาแจกชาวบ้าน ถวายเป็นพระราชกุศล รัชกาลที่ 9 (คลิป)

พระสงฆ์ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ซื้อพืชผัก จากพี่น้องชาติพันธุ์กะเหรี่ยง บนดอยสูง นำมาแจก ให้กับชาวบ้านในตัวเมืองเชียงใหม่ฟรี มากถึง 15 ตัน ถวายเป็นพระราชกุศล รัชกาลที่ 9


ที่ลานอนุสาวรีย์ พระเจ้ากาวิละ ในตัวเมืองเชียงใหม่ พระครูสังฆรักษ์ วีรวัฒน์ วีรวฑฺฒโน หรือพระครูอ๊อด พระสงฆ์วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ซื้อพืชผลทางการเกษตร ที่ชาวบ้านปลูก บนดอยสูง ในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นการช่วยเหลือ ระบายผลผลิตของชาวบ้าน นำมาแจกให้กับชาวบ้าน ในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยมีกำลังพลจิตอาสา มณฑลทหารบกที่ 33 นำพืชผักมาแพ็คใส่ถุง จำนวนนับพันชุด ซึ่งพืชผักทั้งหมด 4 ชนิด ทั้งหัวกล่ำปลี พริก ฟักทอง และมะเขือเทศ มากถึง 15 ตัน ทั้งที่ช่วงนี้ ผลผลิตราคาแพง เนื่องจากใกล้ช่วงเทศกาลกินเจ

โดยมีชาวบ้านจากหลายชุมชน ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ไปรับบัตรคิว จำนวนหลายร้อยคน มารอรับการแจก อย่างเป็นระเบียบ เพื่อนำไปปรุงอาหาร บางรายมาทั้งครอบครัว นำกระสอบมาใส่ พืชผักแต่ละถุงที่แจก หนักมากกว่า 1 – 5 กิโลกรัม สามารถนำไปปรุงอาหารในครอบครัว ได้ไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ บางคนใส่กระสอบ จนหิ้วไม่ไหว ต้องให้ทางทหารช่วยนำไปใส่ที่รถ ทั้งนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จ พระมหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันเสด็จสวรรคต ชาวบ้านที่มารับของแจกต่างอนุโมธนาสาธุกับพระครูอ๊อด

เชียงใหม่ “ช้างน้ำเพชร” อาการหนัก ยื่นหนังสือ​ถึง​มูลนิธิ​ช้างและสิ่งแวดล้อมฯ เตรียมฟ้องเจ้าของสุนัขนำช้างเข้ามาในปาง(คลิป)

“ปางช้างแม่สา” ยื่นหนังสือ​ถึง​มูลนิธิ​ช้างและสิ่งแวดล้อมฯ กรณี​ น้องน้ำเพชรตกเขาอาการหนักที่ขาหลังทั้งสองข้างกระดูกแตก และเตรียมฟ้องเจ้าของหมา เรียกค่าเสียหาย ที่นำหมาเข้าไปในปางช้าง แล้วเห่าช้างจนตกเขา

เมื่อ​วันที่​ 11 ต.ค. 66 นาง​อัญชลี​ กัลมา​พิจิตร​ผู้บริหาร​ปาง​ช้าง​แม่สา​ เปิดเผยกับทางผู้​สื่อข่าว ถึง​เรื่อง​กรณี​ ของน้องน้ำเพชร ที่ได้รับอุบัติเหตุวิ่งหนีหมาเห่า จนตกเขาแล้วตกไปในแอ่งน้ำ ทำให้น้องน้ำเพชรได้รับบาดเจ็บขาข้างซ้ายและข้างขวาหลังทั้งสองข้าง

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2566 ในช่วงบ่าย มีนักท่องเที่ยว​ชาวไทยที่มาเป็นคณะฯ มาพร้อมกับสุนัขพันธุ์​ผสมตัวใหญ่ โดยเรียกร้องที่จะนำสุนัขเข้าไปด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ของปางช้างที่อยู่ด้านหน้า ในวันนั้นก็มีจำนวนน้อยเนื่องจากว่าในปางช้างได้มีการทำโปรแกรม โดยมีคุณลุงเฝ้าหน้าปางอยู่ โดยมีการโต้แย้งกันว่าไม่ให้นำสุนัข​เข้าไปเพราะว่ามันเป็นกฏระเบียบของปางช้างแม่สา แต่นักท่องเที่ยว​ผู้​หญิงที่นำสุนัขมาก็ยืนยันว่าได้โทรคุยกับทางสำนักงานปางช้างแม่สา แล้วว่าได้มีการขออนุญาต​นำสุนัขเข้ามา และโดยความที่คุณลุงอายุมากแล้ว ก็​เลยอนุญาติ​ให้เข้าไปในปางช้างแม่สา โดยผู้​หญิงที่นำสุนัขเข้าไป รับร้องว่าสุนัขของเขาไม่เห่า ถ้าเห่าเค้าจะรับผิดชอบถ้าเกิดมีความเสียหายอะไรเกิดขึ้น จนก็เกิดเหตุ​การณ์​ไม่คาดคิดสุนัขได้เห่าทำให้น้องสร้อยเพชร ตกใจเตลิดหนี ออกจากคอกกั้น ไปท้ายปาง แล้วลื่นไถลตกเขาแล้วตกไปในแอ่งน้ำ สูง 8 เมตร ทำให้ช้างบาดเจ็บขาข้างซ้าย ล่าสุดตรวจพบขาข้างขวาก็เจ็บด้วย ยังดีที่ช่วงนั้นมีฝนตกทำให้บริเวณ​นั้นเป็นแอ่งน้ำ ช่วยพยุง​รับร่างน้องน้ำเพชรไม่ให้ได้รับบาดเจ็บอันตรายไปมากกว่านี้

“โดยทางเราได้รับการอนุเคราะห์จาก มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อมฯ ที่ได้นำทีมสัตวแพทย์ พร้อมด้วยเครื่องเอกซเรย์เข้ามาร่วมมือกับทีมงานสัตวแพทย์ของปางช้างแม่สา ในการที่จะทำการเอกซเรย์ขาด้านหลังของน้องน้ำเพชร ที่มีปัญหาเรื่องของกระดูกหรือว่าข้อเท้า ผลของการเอกซเรย์ในเบื้องต้น เท่าที่ดูจากฟิล์มเอกซเรย์ จะพบรอยร้าวที่กระดูกขาหลังทั้งสอง ของน้องน้ำเพชร โดยจะพบรอยร้าวมากหน่อยที่บริเวณขาด้านซ้าย ซึ่งทีมงานสัตวแพทย์ ได้แจ้งถึงการรักษาเบื้องต้นก็คือ ต้องกักบริเวณน้องน้ำเพชร ให้อยู่ในวงจำกัด เพื่อไม่ให้เดิน ไปในพื้นที่บริเวณวงกว้าง เพื่อไม่ให้ใช้ขา ที่มีปัญหาเยอะ โดยให้น้องน้ำเพชรอยู่ในพื้นที่ที่มีบริเวณไม่กว้างมาก ซึ่งในตอนนี้น้องน้ำเพชรอยู่กับแม่ทองศรี โดยน้องน้ำเพชรก็ยังออกมาในส่วนแสดงของปางช้างแม่สาเพื่อพบกับนักท่องเที่ยวบ้าง ส่วนการให้ยารักษานั้น ในส่วนของคุณหมอทีมงานสัตวแพทย์ปางช้างแม่สา ได้ให้ยาแก้ปวด เพื่อลดอาการ แต่ก็ไม่ได้ใช้ยาปฏิชีวนะมากนัก เพราะว่าน้องน้ำเพชรยังเป็นช้างเด็ก อายุก็ประมาณ 7 ขวบ คือ ต้องรักษาแบบปลอดภัยที่สุด โดยทีมงานสัตวแพทย์กำลังปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับการรักษา และดูแลติดตามอาการอย่างใกล้ชิด”

นาง​อัญชลี​ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของเรื่อง คดีความหรือความรับผิดชอบนั้นเหตุการณ์​นี้เราไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะถ้าเราห้ามแล้วคุณไม่เอาสุนัขเข้าไป เพราะว่าเราเปิดปางช้างมา 50 กว่าปีแล้ว ทุกคนก็ทำตามกฎโดยตลอด สัตว์เลี้ยงก็จะอยู่ด้านนอกไม่ได้เอาเข้าไป พอนำเข้าไปแล้วก็เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้น และเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้ให้นางรัตนาฯ ผู้จัดการปางช้างแม่สา ได้ติดต่อประสานไปยังผู้ที่นำสุนัขเข้ามายังปางช้างแม่สา แต่โดนปฏิเสธความรับผิดชอบ ตอนนี้คนนำสุนัขเข้าปางช้างแม่สา บอกว่า ไม่ได้เป็นเจ้าของสุนัข เจ้าของสุนัขอยู่ต่างประเทศ แล้วบอกว่าจะติดตามให้ ซึ่งทางเราไม่โอเคร เพราะว่าช้างของเราไม่ควรจะต้องมาเจ็บฟรี หรือว่าเราต้องมารับผิดชอบช้างเราเอง หรือว่าช้างของเราพิการจะทำยังไง เพราะว่าน้องน้ำเพชร ของเรามีคนรักมาก ในทุกวันก็มีคนคอยเข้ามาส่งกำลังใจและคอยติดตามอาการของ น้องน้ำเพชร ในตอนนี้เราได้ปรึกษากับทางทีมทนาย และได้ทำหนังสือ​ส่งเอกสารไปหา ประธานมูลนิธิช้างและสิ่งแวดล้อมฯ เพื่อขอความอนุเคราะห์ ช่วยเหลือทางด้านคดีความ แล้วก็เรื่องของค่าเสียหาย แล้วทางเราก็จะให้ทางทีมทนายความของทางปางช้างแม่สา ยื่นฟ้องเองทั้ง ทางแพ่งและทางอาญา โดยเราจะต้องดูในเรื่องของข้อกฎหมายอีกทีหนึ่งก่อน

นาง​อัญชลี​ กัลมา​พิจิตร​ผู้บริหาร​ปาง​ช้าง​แม่สา​ เปิดเผยกับทางผู้​สื่อข่าวอีกว่า ขอแจ้งข่าวดีไปถึง FC ปางช้างแม่สา ถึงเรื่องช้างที่จะเกิดใหม่ของปางช้างแม่สา คือแม่ของขุนศึก “แม่วันเพ็ญ” โดยทีมงานสัตวแพทย์ของปางช้างแม่สา ได้ตรวจดูแล้วพบว่ามีน้ำนมไหลออกมาจากนมของแม่วันเพ็ญ​ ซึ่งทางทีมสัตวแพทย์ก็คาดว่า ในช่วงของเดือนตุลาคมต่อเดือนพฤศจิกายนนี้ ก็จะมีลูกช้างเกิดใหม่ที่ปางช้างแม่สา จากแม่วันเพ็ญ​และจะตกลูกตามธรรมชาติ ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีมาก ซึ่งในตอนนี้เราก็ได้เตรียมสถานที่เพื่อที่จะต้อนรับขวัญลูกช้างที่จะเกิดใหม่ พร้อมกันนี้ได้เลือกช้างที่จะเป็น “แม่รับ” ให้กับลูกช้างที่จะเกิดใหม่ คือ “แม่หนุงหนิง” เพราะว่าแม่หนุงหนิงเป็นช้างที่สนิทกับแม่วันเพ็ญได้ดี แต่เราก็ยังคงต้องสำรอง “แม่รับ” เอาไว้อีกหนึ่งเชือก ถือว่าเป็นข่าวดีเป็นเรื่องดีที่จะเกิดขึ้นที่ปางช้างแม่สา

จึงอยากประชาสัมพันธ์​เชิญชวนทุกท่านที่ “รักช้าง” เดินทางมาเที่ยวชมพร้อมให้กำลังใจ “ช้าง” หรือมาให้อาหารช้าง ที่ปางช้างแม่สา มาช่วยกันเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลช้าง ซึ่งทางปางช้างแม่สา มีกิจกรรม “Elephant care โปรแกรม” ที่นักท่องเที่ยวสามารถมาอยู่กับช้างได้ 2 ชั่วโมง / ครึ่งวันหรือเต็มวัน โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นางรัตนา ศรีหมอก ผู้จัดการปางช้างแม่สา เบอร์โทร 081-882-3738, 089-838-4242, 053-206-247, 053-206-248 หรือติดต่อผ่านช่องทางเพจ facebook ได้ที่https://www.facebook.com/Maesaelephantcamp?mibextid=ZbWKwL นางอัญชลีฯ กล่าว.

เชียงใหม่ “อัญชลี” พบผู้การเชียงใหม่ ตามคดีเงิน 117 ล้านบาท งาช้างหาย ไม่มีเงินหมุนเวียนเลี้ยงช้างเลี้ยง 68 เชือก แถมแบกหนี้ก้อนโต (คลิป)

“อัญชลี” พบผู้การเชียงใหม่ ตามคดีเงิน 117 ล้านบาท  งาช้างหาย ไม่มีเงินหมุนเวียนเลี้ยงช้างเลี้ยง 68 เชือก แถมแบกหนี้ก้อนโต


เมื่อ​วันที่ ​10 ต.ค.2566 ที่ สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา และยังทำหน้าที่ผู้จัดการมรดกร่วมตามพินัยกรรมของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร บิดานางอัญชลี ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา เดินทางมาติดตามคดีเงินหาย 117 ​ล้านบาท ที่พบว่ามีเงินที่อยู่ในธนาคารที่ใช้หมุนเวียนเลี้ยงช้างของบริษัทปางช้างแม่สาอยู่จำนวนหนึ่ง แต่เมื่อตรวจสอบพบว่ามีการเบิกเงินจำนวนนั้นออกไปเกือบหมดบัญชีที่มี 6 บัญชี จำนวนร้อยกว่าล้าน ตนในฐานะผู้จัดการมรดกจึงได้แจ้งความตำรวจดำเนินคดีซึ่งพบมีผู้ร่วมกระทำผิดจำนวน 6 คน มีทั้งคนที่เป็นทายาทและพนักงานฝ่ายการเงินของบริษัทปางช้างแม่สา รวมทั้งเจ้าหน้าที่ธนาคารฯ 


ซึ่งในวันนี้ที่ตนเดินทางมาถือว่าโชคดีมากที่เดินทางได้มีโอกาสพบกับ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธร​จังหวัด​เชียงใหม่​ และได้มีโอกาสเข้าพบกับ พ.ต.อ.สิทธา คำเลิศ ผกก.สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยตนได้แจ้งผู้การฯ และ ผกก.สภ.แม่ริมทราบปัญหาแล้ว และได้ร่วมประชุมหารือเรื่องของคดีกับ ผกก.สภ.แม่ริมฯ และสอบถามเกี่ยวกับคดี โดยทางผกก.ฯ ได้เรียกหัวหน้าพนักงานสอบสวนฯ เข้ามาสอบถามถึงความคืบหน้าทางคดีฯ 


นาง​อัญชลีฯ ​เผยว่า ตนเองเดินทาง สภ.แม่ริมในวันนี้ มาติดตามคดีที่ล่าช้า คือคดีที่แจ้งความเอาผิดผู้กระทำผิด ร่วมกัน 6 คน ในคดีร่วมกันฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ ใช้เอกสารปลอม ซึ่งมีผู้ที่ถูกแจ้งความได้มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ซึ่งเป็นเวลาหลายเดือนในการสืบสวนสอบสวนให้ปากคำไว้เรียบร้อยแล้ว รอว่าคดีจะสรุปและส่งฟ้องศาลเมื่อไหร่ ซึ่งตนเองเห็นว่าคดีเนิ่นนานกว่า 4 เดือน และวันนี้พนักงานสอบสวนก็เรียกขอเอกสารเพิ่ม ก็นำมามอบให้แล้ว และวันนี้ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับพล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงใหม่ พ.ต.อ.สิทธา คำเลิศ ผกก.สภ.แม่ริม ได้สรุปถึงความคืบหน้าของคดีปางช้างแม่สาให้ทราบแล้ว โดยทาง ผกก.สภ.แม่ริม ท่านไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้ร้อยเวรเจ้าของคดีรีบดำเนินการส่งฟ้องผู้ร่วมกระทำความผิดทั้ง 6 คน ให้คดีไปถึงชั้นอัยการในเวลาอันรวดเร็วขึ้น  ตนเองรู้สึกพอใจและได้เตรียมเอกสารเพื่อส่งมอบเพิ่มเติมให้ร้อยเวรฯเพื่อสรุปสำนวน และเร่งส่งฟ้องต่อไป


“โดยภาพรวมคดีนี้เกี่ยวข้องกับทางพนักงานธนาคาร และผู้เกี่ยวข้องในการร่วมกระทำความผิด มีหลักฐานชัดเจน น่าจะครบสมบูรณ์แล้ว และเชื่อว่าจะทำการส่งฟ้องได้ในเร็วๆนี้ และในส่วนเกี่ยวกับคดีงาช้างที่หายไป ที่ได้แจ้งความไว้ก่อนหน้านั้นพนักงานสอบสวนส่งฟ้องในชั้นอัยการแล้ว”


นางอัญชลี กล่าวอีกว่า ในตอนนี้ทางปางช้างแม่สา มีรายจ่ายสูงกว่ารายรับ ซึ่งสถานการณ์ทางการเงินของปางช้างแม่สาติดลบมาโดยตลอด และทางบิดาตน (พ่อเลี้ยงชูชาติ) ได้เสียชีวิตมาจะครบ 5 ปี ศาลมีคำสั่งให้ตนและภรรยาใหม่ของคุณพ่อ ให้จัดการมรดกร่วมกัน ก็ไม่สามารถจัดการมรดกร่วมกันได้เลย นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา กล่าว.

เชียงใหม่ เทศบาลตำบลหนองแหย่งเชียงใหม่ ลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการผลิตพืชอาหารปลอดภัย

เทศบาลตำบลหนองแหย่งเชียงใหม่ ลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการผลิตพืชอาหารปลอดภัย พร้อมทั้งให้ความรู้กับเกษตรกรใช้สารชีวภัณฑ์ ทดแทนสารเคมี เพื่อผลิตพืชอาหารที่ปลอดภัย

ที่อาคารโดมกีฬาเอนกประสงค์ เทศบาลตำบลหนองแหย่ง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ นาย ศิวะ ธนิกานนท์ อำเภอสันทราย นายพิรุณ หน่อแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลหนองแหย่ง กำนันตำบลหนองแหย่ง และรองประธานสภาเกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่ คณบดีวิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช เกษตรอำเภอสันทรายและ ผู้อำนวยการศูนย์กสิกรรมไร้สารพิษสู่ความยั่งยืนบ้านดงเจริญชัย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง ในการส่งเสริมการใช้สารชีวภัณฑ์ เพื่อพัฒนาการผลิตพืชอาหารปลอดภัย ของตำบลหนองแหย่ง ในการให้เกษตรกร มีการผลิตพืชอาหารปลอดภัย โดยใช้สารชีวภัณฑ์ทดแทน และลดการใช้สารเคมี เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย

ส่งผลให้มีสุขภาพที่ดี พร้อมทั้งนำผู้เชี่ยวชาญ จากศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านการอารักขาพืช จังหวัดเชียงใหม่ มาให้ความรู้กับเกษตรกรจำนวน 11 หมู่บ้าน ในตำบลหนองแหย่ง ในการผลิตและใช้สารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช ทั้งการนำหัวเชื้อราไตโคเดอร์มา การใช้แตนเบียน การใช้เชื้อราบิวเวอเรีย ควบคุมเพลี้ยชนิดต่างๆ ไรแดง แมลงหวี่ขาว การใช้แมลงหางหนีบ ควบคุมหนอนทุกชนิด ที่อยู่บริเวณผิวดิน และใช้แตนเบียนไข่ ไตรโคแกรมม่า ใช้ควบคุมหนอนเจาะ ลำต้นข้าวโพด และหนอน-กอข้าว ในการควบคุมโรค และกำจัดแมลงศัตรูพืช แทนการใช้สารเคมี ให้มีการแพร่หลาย ทั้งตำบลหนองแหย่ง เพื่อให้พืชอาหารที่จะบริโภค ปลอดจากสารเคมีตกค้าง เป็นการผลิตพืชอาหารที่ปลอดภัย ให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลหนองแหย่ง มีสุขภาพที่ดีขึ้น

เชียงใหม่ วัดพระธาตุดอยคำ ประกอบพิธีเททองคำแท้ และเงินแท้ หล่อเหรียญพระเจ้าทันใจ รุ่นเจ้าสัวทันใจ(คลิป)

วัดพระธาตุดอยคำ ประกอบพิธีเททองคำแท้ และเงินแท้ หล่อเหรียญพระเจ้าทันใจ รุ่นเจ้าสัวทันใจ ปัจจัยบูรณะวัด และมอบให้สาธารณประโยชน์ ได้เลขเด็ด 119 และ 19 เป็นเลขประจำหลวงพ่อทันใจ

เมื่อเวลา 07.19 น.วันที่ 8 ต.ค.2566 ที่ลานชมวิววัดพระธาตุดอยคำ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
พระครูสุนทรเจติยารักษ์ เจ้าอาวาสวัดดอยคำ ได้นิมนต์พระครูสุเมธธรรมวัฒน์ หรือ ครูบากฤษดา สุเมโธ วัดป่ายาง จ.ลำพูน ซึ่งท่านเป็นพระวิปัสสนากรรมฐานมีศีลจริยวัตรอันงดงามและเป็นพระเกจิ อาจารย์มาเป็นประธานสงฆ์ประกอบพิธี เททองหล่อเหรียญพระเจ้าทันใจ รุ่น “เจ้าสัวทันใจ” ด้วยทองคำแท้และเงินแท้ นางศิวณัฐ รัชตดำรงรัตน์ หรือป้าอ้วนแห่งวัดพระธาตุดอยคำ กรรมการและเหรัญญิกวัดพระธาตุดอยคำ เป็นประฝ่ายฆาราวาท นำประชาชนจำนวนมากร่วมพิธีมงคล

พิธีเททอง ได้เริ่มพิธีโดยบรวงสรวง จุดเทียนชัยเทียนบูชาอัญเชิญเทพดาเหล่าครูบาอาจารย์ทั้งหลาย มีพระฤษีสุเทวะเป็นต้น พร้อมเหล่าฤาษีครูบาอาจารย์ทั้งหลายเทพารักษ์ปู่แสะย่าแสะ ต่างลงมาอนุโมทนาบุญและมาประสิทธิ์ประศาสน์บุญญาบารมีในพิธีเททองหล่อเหรียญพระเจ้าทันใจรุ่นแรกในครั้งนี้


ส่วนชนวนมวลสารมงคลต่างๆ ที่นำมาหล่อนั้น ประกอบด้วย ฉัตรมงคลเก่าแก่ของพระเจ้าทันใจ และชนวนโลหะเก่าแก่โบราณของทางวัดพระธาตุดอยคำ ชนวนวัตถุมงคล พระเครื่อง แผ่นจารย์ยันต์ต่างๆ ที่สำคัญจะขาดไม่ได้เลย คือ ชนวนพระกริ่งชินบัญชรล้านนา ของครูบากฤษดา สุเมโธ ท่านได้เมตตาร่วมถวายวัดพระธาตุดอยคำ เพื่อนำมาร่วมจัดสร้างเหรียญหล่อพระเจ้าทันใจในครั้งนี้ด้วยเป็นสำคัญ และหลังจากที่ได้จัดสร้างเหรียญครบตามจำนวนเสร็จสิ้นแล้ว ทางวัดพระธาตุดอยคำ เราจะได้มีการจัดพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ วันที่ 21 ธ.ค.2566 อีกครั้ง

พิธีเททองครั้งนี้ รวมน้ำหนักทองคำ จำนวน 159 กิโลกรัม ได้องค์พระเจ้าทันใจ จำนวน 119 องค์ มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท ตามด้วยพิธีเทหล่อพระเจ้าทันใจด้วยเงินแท้ จำนวน 49 กิโลกรัม มูลค่า 1,4000,000 บาท (หนึ่งล้านสี่แสนบาท) และพิธีหล่อเหรียญ แบบต่าง มีเนื้อทองคำใหญ่, เนื้อทองคำเล็ก, เนื้อเงินใหญ่, เนื้อเงินเล็ก และเนื้อชนวน อย่างไรก็ตาม จะมีการจัดพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ วันที่ 21 ธ.ค.2566 อีกครั้งพร้อมรับวัตถุมงคลทุกรุ่นในวันนั้น โดยปัจจัยจะนำไปเป็นสาธารณประโยชน์ ในภาคส่วนของวัดพระธาตุดอยคำ และในส่วนสาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวม เหมือนดังที่ทางวัดพระธาตุดอยคำปฏิบัติมาเป็นอย่างดี

ส่วนผู้มาทำบุญในวัด ได้เลขเด็ด คือ 19 และ 119 เลขประจำพิธีหล่อเหรียญพระเจ้าทันใจรุ่นเจ้าสัวทันใจ ได้เหรียญเนื้อทองคำแท้ 119 เหรียญ ชาวบ้านนำไปเป็นเลขเด็ดงวดนี้ด้วย

เชียงใหม่ “อัญชลี” ​อัพเดทอาการน้องน้ำเพชร พร้อมแจ้งข่าวดี รับขวัญสมาชิกใหม่ “ปางช้างแม่สา” ตุลาคม-พฤศจิกายนนี้(คลิป)

อัญชลี ​อัพเดทอาการน้องน้ำเพชร พร้อมแจ้งข่าวดี รับขวัญสมาชิกใหม่ ปางช้างแม่สา ตุลา-พฤศจิกา​นี้

นาง​อัญชลี​ กัลมา​พิจิตร​ ผู้บริหารปางช้างแม่สา ชี้แจงกรณีอุบัติเหตุของน้องน้ำเพชร ไม่อยากให้ FC กังวลเรื่องการรักษา พร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยแยกแยะระหว่างเรื่องการรักษาลูกช้าง กับเรื่องความรับผิดชอบของผู้ก่อเหตุ ที่ยังต้องตามตัวกันอยู่ ส่วนในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกา​ยน จะมีข่าวดีเรื่องการตกลูกของ “แม่วันเพ็ญ” แม่ของ “ขุนศึก” ที่มีน้ำนมไหลจากเต้า บ่งบอกอาการใกล้คลอดแล้ว

นาง​อัญชลี​ฯ พูดคุย FC ผ่านทางเพจเฟสบุ๊ค​ปางช้างแม่สาว่า วันนี้จะมาอัพเดท อาการของน้องน้ำเพชร ที่ได้รับอุบัติเหตุทำให้ “น้องน้ำเพชร” ได้รับบาดเจ็บบริเวณ​ขาข้างซ้ายด้านหลัง โดยทางเราได้รับการอนุเคราะห์จาก มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อมฯ ที่ได้นำทีมสัตวแพทย์ พร้อมด้วยเครื่องเอกซเรย์เข้ามาร่วมมือกับทีมงานสัตวแพทย์ของปางช้างแม่สา ในการที่จะทำการเอกซเรย์ขาด้านหลังของน้องน้ำเพชร ที่มีปัญหาเรื่องของกระดูกหรือว่าข้อเท้า ผลของการเอกซเรย์ในเบื้องต้น เท่าที่ดูจากฟิล์มเอกซเรย์ จะพบรอยร้าวที่กระดูกขาทั้งสอง ของน้องน้ำเพชร โดยจะพบรอยร้าวมากหน่อยที่บริเวณขาด้านซ้าย ซึ่งทีมงานสัตวแพทย์ ได้แจ้งถึงการรักษาเบื้องต้นก็คือ ต้องกักบริเวณน้องน้ำเพชร ให้อยู่ในวงจำกัด เพื่อไม่ให้เดิน ไปในพื้นที่บริเวณวงกว้าง เพื่อไม่ให้ใช้ขา ที่มีปัญหาเยอะ โดยให้น้องน้ำเพชรอยู่ในพื้นที่ที่มีบริเวณไม่กว้างมาก ซึ่งในตอนนี้น้องน้ำเพชรอยู่กับแม่ทองศรี โดยน้องน้ำเพชรก็ยังออกมาในส่วนแสดงของปางช้างแม่สาเพื่อพบกับนักท่องเที่ยวบ้าง ส่วนการให้ยารักษานั้น ในส่วนของคุณหมอทีมงานสัตวแพทย์ปางช้างแม่สา ได้ให้ยาแก้ปวด เพื่อลดอาการ แต่ก็ไม่ได้ใช้ยาปฏิชีวนะมากนัก เพราะว่าน้องน้ำเพชรยังเป็นช้างเด็ก อายุก็ประมาณ 7 ขวบ คือ ต้องรักษา แบบปลอดภัยที่สุด โดยทีมงานสัตวแพทย์กำลังปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับการรักษา ด้วยการพอกด้วยแคลเซียม เพื่อช่วยเหลือในเรื่องของกระดูก

นาง​อัญชลี​ กล่าวต่อไปว่าทางปางช้างแม่สา ก็ไม่อยากให้ FC ของน้องน้ำเพชรกังวลมากเกินไป โดยเฉพาะเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ว่าในเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นไปแล้ว ทางเราก็ต้องรับผิดชอบดูแลช้างของเราก่อนให้ดีที่สุด ในส่วนของเรื่อง คดีความหรือความรับผิดชอบ ก็ได้ให้ นางรัตนาฯ ผู้จัดการปางช้างแม่สา ได้ติดต่อประสานไปยังผู้ที่นำสุนัขเข้ามายังปางช้างแม่สา ซึ่งก็ยังติดต่อกันไม่ได้ โดยจะได้ดำเนินการติดต่อไปอีกครั้งหนึ่ง

และตอนนี้ตนเองอยากจะแจ้งข่าวดี เรื่องช้างที่จะเกิดใหม่ของปางช้างแม่สา คือแม่ของขุนศึก “แม่วันเพ็ญ” โดยทีมงานสัตวแพทย์ของปางช้างแม่สา ได้ตรวจดูแล้วพบว่ามีน้ำนมไหล ซึ่งทางทีมสัตวแพทย์ก็คาดว่า ในช่วงของเดือนตุลาคมต่อเดือนพฤศจิกายนนี้ ก็จะมีลูกช้างเกิดใหม่ที่ปางช้างแม่สา จากแม่วันเพ็ญ​ ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีมาก ซึ่งในตอนนี้เราก็ได้เตรียมสถานที่เพื่อที่จะต้อนรับขวัญลูกช้างที่จะเกิดใหม่ พร้อมกันนี้ได้เลือกช้างที่จะเป็น “แม่รับ” ให้กับลูกช้างที่จะเกิดใหม่ คือ “แม่หนุงหนิง” เพราะว่าแม่หนุงหนิงเป็นช้างที่สนิทกับแม่วันเพ็ญได้ดี แต่เราก็ยังคงต้องสำรอง “แม่รับ” เอาไว้อีกหนึ่งเชือก ถือว่าเป็นข่าวดีเป็นเรื่องดีที่จะเกิดขึ้นที่ปางช้างแม่สา

จึงอยากประชาสัมพันธ์​เชิญชวนทุกท่านที่ “รักช้าง” เดินทางมาเที่ยวชมพร้อมให้กำลังใจ “ช้าง” หรือมาให้อาหารช้าง ที่ปางช้างแม่สา มาช่วยกันเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลช้าง ซึ่งทางปางช้างแม่สา มีกิจกรรม “Elephant care โปรแกรม” ที่นักท่องเที่ยวสามารถมาอยู่กับช้างได้ 2 ชั่วโมง / ครึ่งวันหรือเต็มวัน โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นางรัตนา ศรีหมอก ผู้จัดการปางช้างแม่สา เบอร์โทร 081-882-3738, 089-838-4242, 053-206-247, 053-206-248 หรือติดต่อผ่านช่องทางเพจ facebook ได้ที่https://www.facebook.com/Maesaelephantcamp?mibextid=ZbWKwL นางอัญชลีฯ กล่าว.

เชียงใหม่ เริ่มแล้ว Roadshow and Consumer Fair Andaman ยกทัพสินค้าและบริการท่องเที่ยว 6 จังหวัดอันดามัน ส่งตรง 4 ภาคทั่วประเทศ (คลิป)

กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน จัดใหญ่ “Roadshow and Consumer Fair Andaman ยกทัพสินค้าชุมชนและบริการท่องเที่ยว ของดีของเด่น 6 จังหวัด ภูเก็ต ระนอง กระบี่ พังงา ตรัง และสตูล ชูแนวคิด “Enjoy Andaman Time” ชวนนักท่องเที่ยวชอป ชิม ฟินถึงที่ ใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ประเดิมครั้งแรก 5 – 8 ตุลาคม 2566 ณ ลานกิจกรรม ชั้น G เซ็นทรัลเชียงใหม่แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่

ดร.สันติ ป่าหวาย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Roadshow and Consumer Fair Andaman” ครั้งที่ 1 ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ว่าที่ ร.อ. สันติพงศ์ บุลยเลิศ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ท่องเที่ยวและกีฬากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (จังหวัดสตูล ภูเก็ต ระนอง กระบี่ พังงา และตรัง) หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร พร้อมด้วยผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ร่วมงานจำนวนกว่า 60 ราย

ดร.สันติ กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันมีฐานทรัพยากรการท่องเที่ยวที่หลากหลาย และมีศักยภาพสูง โดยเฉพาะทรัพยากรการท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก รวมถึงอุทยานธรณีโลกสตูล (UNESCO Global Geopark) ที่มีแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานที่น่าสนใจ อาทิ ถ้ำเลสเตโกดอน ปราสาทหินพันยอด หมู่เกาะในเขตอุทานแห่งชาติตะรุเตา และแหล่งท่องเที่ยวชุมชน กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ประกอบด้วย จังหวัดภูเก็ต ระนอง กระบี่ พังงา ตรังและสตูล จึงมีการจัด “Roadshow and Consumer Fair Andaman” มหกรรมจำหน่ายสินค้าชุมชนและบริการท่องเที่ยวของเครือข่ายการท่องเที่ยวระดับประเทศขึ้น เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันและอุทยานธรณีโลกสตูล ให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ สินค้าและบริการท่องเที่ยวของเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน และอุทยานธรณีโลกสตูล นำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับชุมชนท่องเที่ยว รวมถึงการเชื่อมโยงถึงแหล่งท่องเที่ยวเมืองหลัก เมืองรอง และในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ที่จะสามารถต่อยอดการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น ซึ่งถือเป็นการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก (Local Economy) ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน

โดยกิจกรรม “Roadshow and Consumer Fair Andaman มหกรรมจำหน่ายสินค้าชุมชนและบริการท่องเที่ยวของเครือข่ายการท่องเที่ยวระดับประเทศ” จัดขึ้นครอบคลุมพื้นที่ใน 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง ระหว่างวันที่ 19 – 22 ตุลาคม 2566 ณ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 9 – 12 พฤศจิกายน 2566 ณ เซ็นทรัลอุดร จังหวัดอุดรธานี ภาคใต้ ระหว่างวันที่ 23 – 26 พฤศจิกายน 2566 ณ เซ็นทรัลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และภาคเหนือ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 5 – 8 ตุลาคม 2566 ณ เซ็นทรัลเชียงใหม่แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่

ภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้ “Enjoy Andaman Time” เพลิดเพลินกับช่วงเวลาแห่งอันดามัน สัมผัสบรรยากาศงานสุดฟิน ที่สื่อถึงอัตลักษณ์พื้นถิ่นอันโดดเด่นของแต่ละจังหวัด เลือกซื้อสินค้าและบริการท่องเที่ยว ของดี ของเด่นกว่า 60 ร้านค้า จากเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนทั้ง 6 จังหวัด และการท่องเที่ยวอุทยานธรณีโลกสตูล ที่ส่งตรงมาจากพื้นที่ จึงมั่นใจในคุณภาพและราคาเป็นกันเอง นอกจากผลิตภัณฑ์ชุมชนจากวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ ทั้งของกิน ของใช้ ที่นำมาจัดแสดงและจำหน่ายแล้ว ยังคัดสรรบริการท่องเที่ยวพร้อมเสิร์ฟแบบจุใจในราคาสุดพิเศษ อาทิ ที่พัก โรงแรม แพ็กเกจท่องเที่ยวจากบริษัททัวร์ พร้อมเต็มอิ่มไปกับกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น โชคชั้นที่ 1 ซื้อสินค้าครบทุก 100 บาท จะได้รับแสตมป์ 1 ดวง เมื่อสะสมครบ 10 ดวง รับของที่ระลึกฟรี โชคชั้นที่ 2 ชอปมันส์ครบทุกจังหวัดลุ้นรับรางวัลใหญ่ วันละ 1 รางวัล และกิจกรรมราคาดี นาทีทอง จัดเต็มโปรโมชัน ลด แลก แจก แถม จากผู้ประกอบการ พร้อมร่วมชมการแสดงพื้นเมืองที่สะท้อนวัฒนธรรม ประเพณีของจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันที่หาชมได้ยาก

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Table Top Sale ระหว่างผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน กับผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อพบปะเจรจาและแลกเปลี่ยนธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อเปิดและขยายตลาดการท่องเที่ยวใหม่ ๆ สร้างโอกาสในการต่อยอดธุรกิจมากยิ่งขึ้น รวมถึงกิจกรรมนำผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันเยี่ยมชมตลาดชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จัดงาน แบบ One Day Trip เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ศึกษาดูงานและนำมาปรับใช้พัฒนาในธุรกิจอีกด้วย

นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถมาเลือกชม ชอป ชิม สินค้าและบริการท่องเที่ยวกลุ่มอันดามัน ได้ตั้งแต่วันนี้ – 8 ตุลาคม 2566 นี้ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ เซ็นทรัลเชียงใหม่แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่