เชียงใหม่ นิสิตคณะพุทธศาสตร์ สาขาวิชาพุทธศิลปกรรม จัดแสดงผลงานศิลปะนิพนธ์ เพื่อให้ประจักษ์แก่สายตา ของประชาชนและชาวต่างชาติ(คลิป)

นิสิตคณะพุทธศาสตร์ สาขาวิชาพุทธศิลปกรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาแขตเชียงใหม่ จัดแสดงผลงาน ศิลปะนิพนธ์ เพื่อให้ประจักษ์แก่สายตา ของประชาชนและชาวต่างชาติ และนำความรู้ไปพัฒนาต่อยอดงานศิลปกรรม และจิตรกรรมทางพุทธศาสนางานจะมีไปจนถึงวันที่ 7 เมษายนนี้


ที่หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณาจารย์และนิสิต คณะพุทธศาสตร์ สาขาวิชาพุทธศิลปกรรม รุ่นที่ 11 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ ได้จัดแสดงศิลปะนิพนธ์ ของพระนิสิต จำนวน 16 ชิ้นงาน โยภาพผลงานที่นำมาจัดแสดง มีภาพ ปฎิบัติบูชา ภาพความเจ็บปวด ภาพอุปาทาน ภาพอนิจจัง ภาพกิเลส ภาพมิจฉามรรค ภาพพระในบ้าน ภาพลวดลายแห่งศรัทธา เป็นต้น

พระณัฐภูมิ ฐิตเมโธ ซึ่งวาดภาพ มิจฉามรรค ที่เป็นรูปร่างกายมนุษย์ ห้อยเครื่องรางของขลัง และลงอักขระ บอกว่าแนวคิดในการวาด มองในเรื่องของสิ่งลี้ลับ ไสยศาสตร์ดำมืด ในทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า ดรัจฉานวิชา ซึ่งถือว่าไปยึดติดกับวัตถุนิยม ต่างจากคำสอนที่แท้จริงของศาสนาไม่ให้ยึดติด วัตถุมงคล แต่ให้ยึดถือตัวเองก็คือ อัตตาหิอัตโนนาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน สิ่งอื่นยึดถือไม่ได้ ทั้งนี้เพื่อสื่อถึง เรื่องในสังคมไทยในปัจจุบัน เป็นมัจฉาทิฎฐิ ซึ่งไสยศาสตร์ แปลว่าสถานที่หลับไหล ต่างจากพุทธศิลป์ที่เป็นผู้ตื่นรู้ ซึ่งปัจจุบันมาการใช้ไสยศาสตร์มากขึ้น


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปฎิเวธ เสาว์คง ประธานหลักสูตรสาขาวิชาพุทธศิลปกรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ บอกว่า หลักสูตรนี้ เพื่อเน้นพระนิสิต มาสร้างสรรค์ผลงานพุทธศิลปะที่มีมาครั้งโบราณที่มีพุทธศิลป์มากมาย เพื่อสนองความต้องการพระนิสิตให้ความรู้ด้านพุทธศิลปะเพื่อนำไปบูรณปฎิสังขรวัดวาอาราม และอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมเพื่อสืบทอดเจตนารมร์ เป็นครูบาอาจารย์ให้คนรุ่นหลัง และการแสดงผลงาน ก็จะเป็นที่ประจักษ์แก่สายตา ประชาชนและชาวต่างชาติ การแสดงศิลปะ มีสองแนวทาง เพื่อเป็นการอนุรักษ์แบบเบ้าเขียน ลวดลาย ปั้นนูนต่ำ และเป็นศิลปกรรมร่วมสมัย นำวัฒนธรรมตะวันตกมาผสมผสามของไทย และถ้าเป็นเชียงใหม่ก็จะเป้นแบบของล้านน ซึ่งงานจะมีไปจนถึงวันที่ 7 เมษายน 2566 นี้

เชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เปิดให้จองสิทธิ์ให้เข้าชมคอนเสิร์ต 5 ศิลปินดังฟรี 1หมื่นคน วันสงกรานต์ 13 เมษายน 2566 (คลิป)

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เปิดให้จองสิทธิ์ให้เข้าชมคอนเสิร์ต 5 ศิลปินดังฟรี 1หมื่นคน วันสงกรานต์ 13 เมายน 2566 เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ชมตั้งแต่ 5 โมงเย็น ยันเที่ยงคืน ส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยง สร้างความสุขให้ชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยว

นางสาว กันต์วิริญจ์ วิจิตรานุช เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า ทางนายพิชัย เลิศพงษ์อดิสร นายกองค์กาบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดงานเทศกาลมหกรรมดนตรี เพื่อชาวเชียงใหม่ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ จัดแบบฟรีคอนเสิร์ตโดยเปิดจองบัตรเข้าชมล่วงหน้าทางเฟชบุ๊คและแอฟฟิเคชั่น ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่วันนี้ 2 เมษายน 2566 วันเดียว ตั้งแต่เวลา 10 นาฬิกาเป็นต้นไป จำกัดจำนวน 1 หมื่นคน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเข้าชมฟรี ในวันที่ 13 เมษายน 2566 ตั้งแต่เวลา 17 นาฬิกาเป้นต้นไป บริเวณลานเอนกประสงค์หน้าหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ หรือสถานที่จัดงานฤดูหนาวเชียงใหม่

โดยจะมีศิลปินชื่อดังถึง 5 วง มาแสดงความมันส์ ความบันเทิง เช่น บิ๊กแอ๊ด ลุลา ไอซ์ ศรัณยู ตู่ ภพธร และวงไม้เมือง และยังมี ซุ้มอาหารและฟู้คทรัค ให้บริการ สไตล์ชาวแคมป์ในงานเทศกาลมาหาสุข สนุกสาด เพื่อคืนความสุขให้กับชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยว

ขณะที่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ หยุดยาวติดต่อกัน 4 วัน ทางนางสาว สุลัดดา ศรุติลาวัลย์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่คาดเงินสะพัด 1,100 ล้านบาท มีนักท่องเที่ยวมาเยือน 110,000 คน

เชียงใหม่ พรรครวมแผ่นดิน เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสส.ครบทั้ง 10 เขต จังหวัดเชียงใหม่ (คลิป)

พรรครวมแผ่นดิน เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสส.ครบทั้ง 10 เขต จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนพรชัย จิตนวเสถียร ถอนตัวผู้สมัครเขต 1 เป็นประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ เปิดทางให้ ผู้สมัครรุ่นใหม่ลงสส.เขต 1 แทน พร้อมส่ง สส.เขตทั่วประเทศ 100 เขต ส่ง สมัครปาร์ตี้ลิส 50 คน

นางสาว กชพร เวโรจน์ หรือมาดามหยก ประธานที่ปรึกษาพรรครวมแผ่นดิน พร้อม พลเอก ชัชชัย ภัทรนาวิก หัวหน้าพรรค เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสส.เชียงใหม่ ทั้ง 10 เขต หลังคัดเลือกผู้สมัครขั้นต้นหรือไพรมารีโหวต โดยนายพรชัย จิตนวเสถียร อดีตรองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ได้ถอนตัวจากว่าที่ผู้สมัครสส.เขต 1 ไปทำหน้าที่ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือของพรรค และเปิดโอกาสให้ นาย นฤเบศ ประมวลพิสุทธิ์ อายุ 25 ปี คนหนุ่มไฟแรงมาลงพื้นที่สมัคร เขต 1 แทน ส่วนใหญ่ว่าที่ผู้สมัคร มีทั้งนักวิชาการ นักธุรกิจ นักการเมืองท้องถิ่น เพื่ออาสาเป็นตัวแทนชาวเชียงใหม่ หากได้รับเลือกตั้ง ก็จะผลักดัน พรบ.อากาศสะอาด แก้ปัญหาฝุ่นควันและโลกร้อน และนโยบายพรรค เรียนดี เรียนฟรี มีงานทำ สิทธิมนุษยชน เสรีภาพความเท่าเทียม สินค้าชุมชนสู่ตลาดดลก อสม.ต้องมีเงินเดือนอนุรักษ์ส่งเสริมสืบสานวัฒนธรรม

นาย พรชัย จิตนวเสถียร บอกว่าทั่วประเทศมีเชียงใหม่จังหวัดเดียวที่ส่งครบทุกเขต ทั้งนี้ต้องการเปลี่ยนให้เกิดการพัฒนาในเชียงใหม่เพื่อต้องการขับเคลื่อนงบประมาณ ให้เข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่บ้านเราเติบโตแต่ไม่ทันการเปลี่ยนแปลงในเมืองหลายเมือง เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการเติบโต แต่เมืองเชียงใหม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ในขณะที่เมืองอื่นเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ถึงเวลาที่เราจะรวมแผ่นดินเชียงใหม่ เข้าด้วยกันในบริบท การเปลี่ยนแปลงขับเคลื่อน งบประมาณต่างๆเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นำมาซึ่งรายได้ และรักษาอัตลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่

เชียงใหม่ อัญชลี​ ทายาทปางช้างแจ้งความเพิ่มอีก 4 คน ร่วมกันทำเอกสารอันเป็นเท็จ ฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์​ ปางช้างแม่สา(คลิป)

ศึกมรดกพันล้านพ่อเลี้ยงชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่เสียชีวิตไปร่วม 4 ปีแล้ว ทิ้งมรดกไว้ แต่ยังไม่สามารถจัดแบ่งมรดกให้กับทายาท เนื่องจากมีการตรวจพบทรัพย์สินมรดกทั้งเงินสด ทองคำและงาช้างหายไปจำนวนมาก โดยยังไม่ทราบว่าใครครอบครองไว้ และยังตรวจพบเงินในบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง ที่ใช้หมุนเวียนเลี้ยงช้างในปางช้างแม่สา แอบถูกเบิกหายไปจำนวน 117 ล้านบาทเศษ สร้างความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสแก่ช้างเลี้ยง 68 เชือก ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 เมษายน 2566 ที่ สภ.แม่ริมเชียงใหม่ นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา บุตรสาวนายชูชาติ กัลมาพิจิตรพร้อมด้วยนายวรพงษ์ คำนนท์ ทนายความของปางช้างแม่สา เดินทางมาที่ สภ.แม่ริม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มกับบุคคลอีก 4 คน ในข้อหาร่วมกันทำเอกสารเท็จ ฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ บริษัทปางช้างแม่สา

ภายหลังจากที่ได้เข้าแจ้งความเสร็จสิ้นนางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ที่ตนเองเดินทางเข้ามาแจ้งความเพิ่มกับอีก 4 คน เพราะเราเชื่อว่าเขาได้ร่วมกันกระทำความผิด และได้ร่วมกันสร้างเอกสารอันเป็นเท็จ ร่วมกันฉ้อโกงบริษัท และยักยอกเงินของปางช้างแม่สา ซึ่งในเบื้องต้นเราได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว 2 คน รวมเป็น 6 คน ซึ่งมูลค่าความเสียหายรวมทั้งหมดประมาณ 117 ล้านเศษ ซึ่งเป็นเงินของทางบริษัท ปางช้างแม่สา ที่จะต้องนำมาใช้จ่าย ตั้งแต่ปีพ.ศ.2562 เป็นต้นมา ซึ่งทำให้บริษัทปางช้างแม่สา ประสบกับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส โดยเฉพาะในช่วง 2 – 3 เดือนมานี้ ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหมอกควันค่อนข้างจะเยอะ อีกทั้งเราก็ประสบกับปัญหาโควิดมาด้วย แล้วก็มาเจอกับปัญหาของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยว ในปางช้างแม่สาลดน้อยลง ทำให้เราดำเนินกิจการค่อนข้างลำบาก


ส่วนหนึ่งที่เรามีความหวังในการที่จะดำเนินการบริหารจัด การดูแลปางช้างแม่สา คือเรื่องของการจัดการทรัพย์สินของบิดา คือนายชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา ที่เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 27 มกราคมปี 2562 ภายหลังจากที่คุณพ่อเสียชีวิต ก็มีคดีความกันมาหลายคดี เกี่ยวกับการจัดการเรื่องทรัพย์มรดก จนกระทั่งเมื่อปี 2565 คดีก็ได้สิ้นสุดลง ศาลได้สั่งให้มีผู้จัดการมรดก ร่วม 2 คน ซึ่งก็ดูเหมือนว่าทางเราจะสามารถจัดการทรัพย์สินได้ แต่ก็ไม่สามารถจัดการทรัพย์สินได้ สาเหตุเพราะ?เราไปตรวจสอบเจอว่าทรัพย์สินไม่ได้อยู่ที่เดิม ถูกย้ายที่ หรือถูกนำไป ก็เลยทำให้ไม่มีทรัพย์สินที่ระบุในพินัยกรรมที่จะนำมาจัดการแบ่งให้แก่ทายาท และเงินที่อยู่ในบัญชี ตามพินัยกรรมก็ไม่มีเหลือแล้ว อีกทั้งยังมีเรื่องของเงินของบริษัท ปางช้างแม่สา ที่ถูกยักยอกไปอีก จำนวนเงินถึง 117 ล้านบาทเศษ ทำให้เราต้องมีหนี้สิน และไม่สามารถที่จะเจรจากันได้

และในวันนี้ที่ตนเองเดินทางมาที่ สภ.แม่ริมนี้ ตนเองตั้งใจเบื้องต้นว่าอยากจะเจรจากับผู้ที่กระทำความผิด โดยได้ประสานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ประสานไปยังผู้ถูกกล่าวหาเพื่อมาเจรจากันในเบื้องต้น แต่ว่าไม่มีใครมาเลย ทั้งๆที่เรามีหลักฐานมีเอกสารในการเบิกเงินชัดเจน และโดยในส่วนตัวของตนเอง ถูกปิดบังเรื่องบัญชีมาโดยตลอด ทั้ง 4 บัญชีของทางบริษัท ปางช้างแม่สา ซึ่งรวมเป็นเงินจำนวน 117 ล้านบาทเศษดังกล่าว ที่ถูก?ทำเอกสารเท็จ ฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ เบิกเงินของบริษัทออกไปจนถึงปี 2564 หรือจนเงินหมดทุกบัญชี

ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวเราก็ได้ดำเนินการแจ้งธนาคารแห่งหนึ่ง ที่สำนักงานใหญ่ไว้ด้วยที่กรุงเทพฯ และเราได้มีการดำเนินการฟ้องศาล เพื่อที่จะได้ดำเนินการนำเงินจำนวนนี้คืน และในทางคดีเราได้ดำเนินการฟ้องเป็นรายบุคคลอีกด้วย ที่ร่วมกันกระทำความผิด ฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ของทางบริษัท ปางช้างแม่สา ซึ่งในตอนนี้ บริษัท ปางช้างแม่สา เดือดร้อนมาก เพราะต้องเลี้ยงช้าง จำนวน 68 เชือก ซึ่งในตอนแรกมีถึง 78 เชือก เมื่อปี 62 แล้วก็คนงานอีกหลายร้อยคน ซึ่งเดือดร้อนไปด้วยกับการกระทำความผิดของกลุ่มบุคคลดังกล่าว ที่เราได้มาแจ้งความไว้ในครั้งนี้ ซึ่งสิ่งที่ตนเองต้องการคืออยากได้เงินคืน ตนเองถึงได้เดินทางไปฟ้องร้องถึงสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ และฟ้องร้องธนาคารในพื้นที่ด้วย เพราะว่ามีเจ้าหน้าที่ของทางธนาคารมีส่วนรู้เห็นร่วมด้วย

ในเรื่องของการสืบสวนสอบสวนดำเนินการมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยได้ข้อสรุปไปค่อนข้างจะมาก ซึ่งทางเราได้นำเอกสารในส่วนของการเบิกจ่ายของทางธนาคาร?ไป ให้กับทางพนักงานสอบสวน และได้มีการเรียกผู้ถูกกล่าวหามาเข้าให้การในเรื่องของลายเซ็น ซึ่งในเรื่องของคดีก็ยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน ส่วนที่ตนเองเดินทางมาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม กับอีก 4 คน ในครั้งนี้ เพราะว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำงานได้ง่ายขึ้น และที่ตนเองมาแจ้งความกล่าวโทษกล่าวหาในครั้งนี้ เพื่อที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้เรียกผู้ที่ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา เพื่อจะทำให้การสืบสวนสอบสวนดำเนินการได้ง่ายขึ้น และจะทำให้คดีนี้ จบได้เร็วขึ้น ซึ่งทางเราต้องการเงินที่จะมาช่วยเหลือเลี้ยงช้าง ของปางช้างแม่สา ซึ่งเราต่อสู้มานานมากแล้ว เนิ่นนานถึงกว่า 4 ปีและไม่มีใครคิดถึงเรื่องของการที่เราจะต้องจัดการดำเนินการเลี้ยงช้างจำนวน 68 เชือกเลย และเรายังมีค่าใช้จ่ายทุกวันในตรงนี้ ทำให้เราดำเนินกิจการได้ลำบาก


ทางด้านนายวรพงษ์ คำนนท์ ทนายความบริษัท ปางช้างแม่สาเปิดเผยว่า ในเรื่องของคดีนี้มันมีการทำเอกสารเท็จขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งเอกสารประกอบการทำนิติกรรมทางการเงิน กับทางธนาคาร เพื่อนำเอกสารเท็จเหล่านี้ไปทำนิติกรรมทางการเงินกับทางธนาคารเพื่อให้มีอำนาจในการเบิกจ่ายเงินได้ โดยได้มีการเบิกจ่ายเงิน ออกจากธนาคารในบัญชีของ บริษัท ปางช้างแม่สา ในส่วนเรื่องนี้ เป็นเรื่องของทางเจ้าพนักงานสอบสวน จะได้ดำเนินการตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับการ ทำเอกสารเท็จ เพื่อใช้ฉ้อโกงหรือยักยอกทรัพย์ของบริษัทปางช้างแม่สาไป

เชียงใหม่ ธรรมสถานม่อนพญานาคราช จัดงานประเพณีปอยส่างลอยยิ่งใหญ่(คลิป)

ธรรมสถานม่อนพญานาคราช อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ มีการจัดงานประเพณีปอยส่างลอง เป็นการบวชบรรพสามเณร ภาคฤดูร้อนของชาวพี่น้องชาวไทยใหญ่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราช เจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ปีนี้มีผู้สนใจนำบุตรหลานเข้าร่วมบวชถึง 103 คน มีการแห่ครัวตานหลวงที่สูงกว่า 10 เมตร ต้องใช้ชายฉกรรจ์หามกว่า 30 คน

วันที่ 31 มี.ค. 66 ที่ธรรมสถานม่อนพญานาคราช อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ มีการจัดงานประเพณีปอยส่างลอง เป็นการบวชบรรพสามเณร ภาคฤดูร้อนของชาวพี่น้องชาวไทยใหญ่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราช เจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี โดยมีครูบาชัยประสิทธิ์ภิกขุ เจ้าสำนักธรรมสถาน ม่อนพญานาคราช ร่วมขบวนแห่และโปรยทานรอบมหาเจดีย์ภูริทัตตนาคราช มีความกว้าง 40 เมตร ยาว 60 เมตร สูง 59 เมตร ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงการก่อสร้าง โดยในปีมีผู้ปกครองพาบุตรหลานมาร่วมบรรพชาสามเณรจำนวน 103 คน โดยมีปีนี้กลุ่มพี่น้อยชาติพันธุ์ชาวไทยใหญ่ ก็ร่วมกันทำประเพณีแห่ครัวตาน หรือการถวายเครื่องไทยทาน ปีนี้จัดทำครัวทานหลวง(ใหญ่) ทำเป็นเสมือนสวรรคชั้น 7 ที่มีความสูงกว่า 10 เมตร ต้องใช้ชายฉกรรจ์เกือบ 30 คนช่วยกันหาม เดินเวียงรอบมหาเจดีย์ภูริทัตตนาคราช 3 รอบ

สำหรับงานประเพณีปอยส่างลอง ( บวชลูกแก้ว ) คือการบรรพชาหรือการบวชสามเณรของชาวไทใหญ่ เป็นประเพณี สืบทอดมาอย่างยาวนาน ถือว่าถ้าได้บวชส่างลองจะได้บุญกุศลอันยิ่งใหญ่ ส่วนคำว่า “ปอยส่างลอง” เป็นภาษาไทใหญ่ “ปอย” แปลว่า งาน เช่นงานปอยเหลินสิบเอ็ด ปอยจ่าตี่ “ส่าง” เพี้ยนมาจาก สางหรือขุนสาง หมายถึง พระพรหม หรืออีกความหมายหนึ่งมาจากคำว่าเจ้าส่าง ซึ่งหมายถึงสามเณร ส่วนคำว่า “ลอง” มาจาก “อลอง” หมายถึง พระโพธิสัตว์ หรือหน่อพุทธางกูร (หน่อเนื้อเชื้อไขพระพุทธเจ้า) หรือราชบุตร

มุกดาหาร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิต (คลิป)

ายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิต

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2566 นางอัญชลี กัลมาพิจิตร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารเชิญชวนพี่น้องประชาชนผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงร่วมบริจาคโลหิตเพื่อเตรียมพร้อมสำรองวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ วันที่ 13-17 เมษายน 2566 ซึ่งช่วงดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนาไปเยี่ยมครอบครัวเป็นจำนวนมาก และมักจะเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งต้องสำรองเลือดไว้ให้เพียงพอ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่มีสุขภาพแข็งแรงร่วมบริจาคโลหิตได้ที่ธนาคารเลือดโรงพยาบาลมุกดาหารได้ทุกวันในเวลาราชการ

ด้านนางสาวยุพิน คงไพร นักเทคนิคการแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลมุกดาหาร,กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีความจำเป็นต้องสำรองเลือดมากกว่าปกติ จึงขอเชิญชวนผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง อายุ 17 ปี ขึ้นไป น้ำหนักไม่น้อยกว่า 45 กก. บริจาคโลหิต ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ที่ธนาคารเลือด โรงพยาบาลมุกดาหาร.

Cr.ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร

มุกดาหาร แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมุกดาหาร เปิดงานเดินแบบผ้าพื้นถิ่น ผ้าไทย งาน “ครบรอบ 60 ปีดอนตาลบ้านเฮา”

ม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมุกดาหาร เปิดงานเดินแบบผ้าพื้นถิ่น ผ้าไทย งาน “ครบรอบ 60 ปีดอนตาลบ้านเฮา”


วันที่ 29 มีนาคม 2566 (เวลา 18.00 น.) นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดงานเดินแบบผ้าพื้นถิ่น ผ้าไทย ในงาน” ครบรอบ 60 ปีดอนตาลบ้านเฮา”ณ สนามกีฬาอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร

การจัดงานครั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนให้เป็นเมืองดอนตาลน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก โดยมีท่านพรมมา สงวิไลรองเจ้าเมือง เมืองไซพูทอง และคณะ เข้าร่วมในพิธีเปิดงานฯ ในครั้งนี้ด้วย

นายชาคริต ชุมจันทร์ นายอำเภอดอนตาล พร้อมด้วยนางสุปราณี ชุมจันทร์ ภริยา หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนชาวอำเภอดอนตาล ให้การต้อนรับคณะจากเมืองไซพูทอง และแม่บ้านมหาดไทย จังหวัดมุกดาหาร

ทั้งนี้ อำเภอดอนตาลได้จัดกิจกรรมและการแสดง ต่างๆ ในงาน” ครบรอบ 60 ปีดอนตาลบ้านเฮา” ประกอบด้วย
– กิจกรรมเสวนาเหลียวหลังแลหน้า โดยนายสันธาน สร้อยสำโรง อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารและอดีตนายอำเภอดอนตาล ร่วมในการเสวนาฯ
– การเดินแบบจากนักเรียน ส่วนราชการ อปท. ตัวแทนจากเจ้าเมือง เมืองไซพูทอง และหน่วยงานต่างๆที่เข้าร่วมการเดินแบบ
– การแสดงเรือคำหงษ์-วงศ์คีรี และกลองมโหระทึกโบราณของอำเภอดอนตาล
– การจัดร้านนิทรรศการภายในงานจากหน่วยงานราชการต่างๆ ของอำเภอดอนตาล
– กิจกรรมการแสดงนักเรียนโรงเรียนโพธิ์ไทรวิทยา กลุ่ม TO BE NUMBER ONE / กลุ่ม Cover dance งานพาแลง การแสดงลำผญาดอนตาล โดยสมาคมศิลปินลำผญา อ.ดอนตาล และการออกร้านจำหน่ายสินค้า ร้านอาหาร ร้านผลิตภัณฑ์ชุมชน ร้านสินค้าโอทอป /กลุ่มแม่บ้านกลุ่มอาชีพ ต่างๆ อีกด้วย

#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร

เชียงใหม่ มช.ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านวิศวกรรม นวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (คลิป)

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านวิศวกรรม นวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 เวลา 14.00 น. ณ ห้องพระยาศรีวิสารวาจา สำนักงานมหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดี ได้ให้การต้อนรับคุณประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด และ คุณนพชัย ถิรทิตสกุล ประธานกรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีโนวา อินทิเกรชั่น จำกัด และร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านวิศวกรรม นวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พฤกษ์ อักกะรังสี, คุณพรทิพย์ ลาบุตร เลขานุการรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด และ คุณเกียรติวรากร กีรติชนานนท์ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท อีโนวา อินทิเกรชั่น จำกัด ลงนามในฐานะพยาน พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร รองอธิการบดี, รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย คุณภาพดีเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชาย รังสิยากูล ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ, คุณณัฐวิทย์ ครูบา ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่และสาธารณูปโภค และแขกผู้มีเกียรติจากบริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามดังกล่าว

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านวิศวกรรม นวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดทำขึ้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อร่วมมือและสนับสนุนด้านวิชาการและทำงานร่วมกัน การนำองค์ความรู้ในการใช้ประโยชน์จากระบบบริหารจัดการด้านพลังงานของหม้อแปลงไฟฟ้า Low carbon และโครงข่ายไฟฟ้า โดยทั้งสามฝ่ายจะได้ศึกษาวิจัยระบบบริหารจัดการด้านพลังงานของหม้อแปลงไฟฟ้า รวมทั้ง พัฒนาระบบบริหารจัดการด้านพลังงานของหม้อแปลงไฟฟ้า Low carbon และโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อสร้างพื้นที่ต้นแบบภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ต่อไป

#มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เชียงใหม่ “ชมิทหลา เหลี่ยววิริยกิจ” นำนักแสดงบรวงสรวง อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เปิดกล้องซีรี่ส์ไทย “ผมม้าเดอะซีรี่ส์…รักแรกหรือรักสุดท้าย” ที่เชียงใหม่ (คลิป)

“ชมิทหลา เหลี่ยววิริยกิจ” นำนักแสดงบรวงสรวง อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เปิดกล้องซีรี่ส์ไทย “ผมม้าเดอะซีรี่ส์…รักแรกหรือรักสุดท้าย” ที่เชียงใหม่

ที่ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ บริษัท ชมิทหลามีเดีย จำกัด นำคณะเหล่านักแสดงเข้าพิธีบวงสรวงเพื่อเปิดกล้องการถ่ายทำ ซีรี่ส์ไทย เรื่อง “ผมม้าเดอะซีรี่ส์…รักแรกหรือรักสุดท้าย” โดยมี “มุนีพราหมณ์” จากสำนักวัดสุทัศนเทพวราราม มาประกอบพิธีบวงสรวง เพื่อเสริมสิริมงคลในการเปิดกล้องถ่ายทำซีรี่ย์ไทยเรื่องนี้ ซึ่งเป็นการกำกับการแสดงโดย “น้ำฝน” ชมิทหลา เหลี่ยววิริยกิจ ซึ่งเป็นภาคต่อของ “ผมม้าหน้าเต่อ” ซีรี่เรื่องดังเมื่อ ปี 62 โดยมีเหล่า FC ที่ติดตามเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้

น้ำฝน” ชมิทหลา เหลี่ยววิริยกิจ เผยว่า การกลับมาของซีรี่ส์ที่เคยสร้างปรากฎการณ์ “ซีรี่ส์ไทยเรื่องแรกที่ส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ” โดยเฉพาะกลุ่ม LT ที่มีพระเอก นางเอก นักแสดงนําเป็น ทอม ดี้ เลสเบี้ยนและหลากหลายทางเพศ สร้างเรตติ้งและกระแสการยอมรับให้กับสังคม ด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับวัยรุ่น และสังคมที่มีความสนุกสนาน มิตรภาพ ความรัก ครอบครัวที่เกิดขึ้นในกลุ่มนี้ โดย 8 ปีที่หายไป ยังคงมีแฟนคลับที่คอยเฝ้าติดตามอย่างเหนียวแน่น และต่อเนื่อง

จนในวันนี้เราได้มาทำพิธีบรวงสรวงเปิดกล้องถ่ายซี่รี่ส์ “ ผมม้าเดอะซีรี่ส์…รักแรกหรือรักสุดท้าย” โดยเรื่องนี้ทําการถ่ายทําที่จังหวัดเชียงใหม่ท้ังเรื่อง ควบคุมการผลิตและกํากับการแสดงโดย “ชมิทหลา เหลี่ยววิริยกิจ” นําแสดงโดย นักแสดงนําที่เคยร่วมเล่นจากซีรี่ส์ก่อนหน้านี้ อาทิเช่น “พลอย” ศรนรินทร์, “ซาโอะ” กานต์สินี – กันกัน ณัฐวัฒน์ พร้อมด้วยพระเอกนางเอก นักแสดงกลุ่มหลากหลายทางเพศหน้าใหม่ (เจน) ณัฐชา แสงทอง – (ปลายฟ้า) นฤมล สิทธิวัง – (จีน่า) ณัฐกฤตา รํามะนู – (ราชัน) ราชัน รุ่งไพรพนา โดยจะเริ่มออกอากาศทางแพล็ตฟอร์ม The Best Net ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม 2566 นี้ และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว วิถีชีวิต ชาวเชียงใหม่สู่สายตาชาวโลก

เชียงใหม่ “ทีเส็บ” จัดโรดโชว์โครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” เปิดประตูสู่ภาคเหนือ (คลิป)

“ทีเส็บ” จัดโรดโชว์โครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” เปิดประตูสู่ภาคเหนือ เยือนเชียงใหม่สร้างความมั่นใจจัดกิจกรรมไมซ์ช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย


‘ทีเส็บ’ เปิดตัวโครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” ให้งบสนับสนุนองค์กร จัดประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลภายในประเทศจำนวน 1,000 กลุ่ม หวังสร้างรายได้กว่า 100 ล้านบาท จัดโรดโชว์ปลายทางเมืองไมซ์ซิตี้ทั่วประเทศ กระตุ้นตลาดไมซ์ในประเทศ ช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย ณ โรงแรมเชียงใหม่ แกรนด์วิว จังหวัดเชียงใหม่

คุณสุวัชชัย นิมมานเทวินทร์ ผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคกลาง กล่าวว่า “ทีเส็บได้ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมประชุมองค์กรและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลในประเทศขององค์กรต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 และในปี 2566 นี้ ทีเส็บได้เดินหน้าให้การสนับสนุนต่อภายใต้ชื่อโครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” เพื่อเร่งกระตุ้นนักเดินทางไมซ์และสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยใช้กลไกการสนับสนุนเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการจัดงานไมซ์ทั่วประเทศเพิ่มขึ้น ทั้งยังเป็นการกระจายรายได้ไปสู่ทุกภูมิภาคอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไมซ์ ชุมชน รวมถึงธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ได้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ ก่อเกิดเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยจัดกิจกรรมโรดโชว์ประชาสัมพันธ์โครงการทั่วประเทศ

สำหรับกิจกรรมโรดโชว์ในภาคเหนือตอนบนจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมืองไมซ์ซิตี้ชั้นนำระดับประเทศ และได้รับยกย่องให้เป็นเมืองเทศกาลโลก World Festival and Event City ประจำปี 2022 ซึ่งเป็นการยืนยันความมีเสน่ห์ของเชียงใหม่ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว การประชุม และงานเทศกาลในระดับนานาชาติ เชียงใหม่มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย ทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ และแหล่งท่องเที่ยวชุมชน มีความโดดเด่นด้านวัฒนธรรมล้านนา ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมากในแต่ละปี และยังเป็นเมืองแห่งศูนย์กลางของการประชุมระดับภูมิภาคด้วย เชียงใหม่จึงมีศักยภาพและความพร้อมในทุกด้านที่ผู้ประกอบการสามารถเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานไมซ์ได้อย่างดีเยี่ยม” คุณสุวัชชัยกล่าว

ภายในงานโรดโชว์ได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานเปิดงาน และมีกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การเสวนาในหัวข้อ “กระตุ้นเศรษฐกิจไทย ด้วยกิจกรรมประชุมไมซ์ในประเทศ” ทำความรู้จักโครงการประชุมเมืองไทยฯ และแพลตฟอร์ม Thai MICE Connect โดย คุณศุภาดา ชัยวงษ์ ผู้แทนการตลาด สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคเหนือ และ คุณนราศักดิ์ ม่วงแก้ว ผู้จัดการส่วนงาน MICE Innovation นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “เพิ่มโอกาสการขายลูกค้ากลุ่มธุรกิจบนโลกการตลาดออนไลน์ (B2B Digital Marketing Talk)” โดย คุณชวัลวิทย์ รักษพล ผู้ก่อตั้ง M Creation Agency และมี Thai MICE Connect: Exclusive Clinic คลินิกให้คำปรึกษาการใช้งาน Thai MICE Connect แบบตัวต่อตัวอีกด้วย

โครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” เป็นโครงการสนับสนุนด้านงบประมาณการ จัดงานไมซ์ให้แก่ผู้ประกอบการและนิติบุคคลตามกฎหมายที่มีแผนการจัดกิจกรรมไมซ์อย่างใดอย่างหนึ่งใน 7 ประเภท ได้แก่ กิจกรรมการประชุม (Meetings) กิจกรรมการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentives) กิจกรรมสัมมนา (Seminars) กิจกรรมการอบรม (Training) กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) กิจกรรมพนักงานสัมพันธ์ (Outing) และกิจกรรมศึกษาดูงาน (Field trip) โดยมีเงื่อนไขการสนับสนุน 2 รูปแบบ คือ 1.งบสนับสนุน ไม่เกิน 15,000 บาท สำหรับการจัดกิจกรรมเป็นระยะเวลา 1 วัน (ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง) และ 2. งบสนับสนุนไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับการจัดกิจกรรมอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน โดยขอรับการสนับสนุนได้ตั้งแต่วันที่ 1เมษายน – 22 สิงหาคม 2566

ทั้งนี้ ผู้ขอรับการสนับสนุนต้องจัดกิจกรรมนอกสถานที่ตั้งขององค์กร สามารถจัดงานได้ทั้งในโรงแรม สถานที่จัดงานพิเศษ และชุมชนทั่วทุกภูมิภาคภายในประเทศ โดยจะต้องเลือกสถานที่จัดงานที่มีฐานข้อมูลอยู่ในเว็บไซต์ www.thaimiceconnect.com ของทีเส็บอย่างน้อย 1 แห่ง และการจัดกิจกรรมจะต้องมีจำนวนผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 30 คน

ผู้ขอรับการสนับสนุนจะต้องมีคุณสมบัติเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ได้แก่ บริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน สมาคม และมูลนิธิ หรือ ผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมไมซ์ ได้แก่ บริษัทรับจัดการธุรกิจไมซ์ หรือ Destination Management Company (DMC) บริษัทรับจัดการประชุม บริษัทนำเที่ยว โรงแรม หรือสถานที่จัดงาน โดยต้องเป็นสมาชิกของสมาคมโรงแรมไทย สมาคมโรงแรมในภูมิภาคหรือจังหวัด หรือสมาคมต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมไปถึงโรงแรมหรือสถานที่จัดงานที่ได้รับมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย (Thailand MICE Venue Standards : TMVS) หรือ มาตรฐานสถานที่จัดงานอาเซียน (ASEAN MICE Venue Standards : AMVS)


โครงการนี้ตั้งเป้าหมายว่าจะมีองค์กรสมัครขอรับการสนับสนุนจำนวน 1,000 กลุ่ม มีจำนวน นักเดินทางไมซ์กว่า 30,000 คน สร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 100 ล้านบาท สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ 180 ล้านบาท สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (GDP Contribution) 101 ล้านบาท รัฐมีรายได้จากการจัดเก็บภาษี 6 ล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงาน 120 อัตรา

ผู้ประกอบการไมซ์ที่สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaimiceconnect.com FB: Thaimiceconnect Line: ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย และสมัคร Thai MICE Connect หรือ: @thaimiceconnect Call Center: 02 793 3456