ลำพูน สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูนการจัดแข่งขัน ลำพูนทวิกีฬา 2566 “LAMPHUN DUATHLON 2023” (คลิป)

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การจัดแข่งขัน ลำพูนทวิกีฬา 2566 “LAMPHUN DUATHLON 2023” (วิ่ง-ปั่น-วิ่ง) ตามนโยบาย 1 Sport 1 Province 1 Event เฟส 2

เช้าวันนี้ (26 มี.ค 66) ที่สะพานขาวทาชมพู อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน นายชาตรี กิตติธนดิตถ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธารในพิธีเปิดการจัดแข่งขัน ลำพูนทวิกีฬา 2566 “LAMPHUN DUATHLON 2023” (วิ่ง-ปั่น-วิ่ง) ตามนโยบาย 1 Sport 1 Province 1 Event เฟส 2 จัดโดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีนักกีฬาและประชาชนทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน

.
สำหรับการแข่งขันลำพูนทวิกีฬา 2566 “LAMPHUN DUATHLON 2023” (วิ่ง-ปั่น-วิ่ง) จัดขึ้นพื่อเป็นการส่งเสริมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว (Sport Tourism) โดยนักกีฬาจะวิ่งและปั่นผ่านตามเส้นทางสะพานขาวทาชมภู เลียบเขตอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล เข้าสู่สถานีรถไฟขุนตาน และวกกลับเส้นเดิม ซึ่งแบ่งระยะทางในการแข่งขันออกเป็น ระยะทางวิ่ง 5 กิโลเมตร ปั่น 22 กิโลเมตร และ วิ่ง 5 กิโลเมตร

โครงการดังกล่าวเป็นการส่งเสริมกรท่องเที่ยว และขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในพื้นที่ ตามนโยบาย 1 Sport 1 Province 1 Event เฟส 2 จัดโดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  

 

เชียงใหม่ “จุลนิตย์” นั่งเก้าอี้ประธานหอการค้าเชียงใหม่ สมัยที่ 2 ร่วมหอการค้า 4 จังหวัด ขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ(คลิป)

จุลนิตย์ นั่งเก้าอี้ประธานหอการค้าเชียงใหม่ สมัยที่ 2 ร่วมหอการค้า 4 จังหวัด ขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ ขอรัฐบาลใหม่ ทำตามนโยบายหาเสียงให้เป็นรูปธรรม

วันที่ 25 มีนาคม 2566 ที่โรงแรมยู นิมมานเชียงใหม่ นายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ สมัยที่ 23 เป็นประธานเปิดประชุมใหญ่สามัญสมาชิกหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารหอการค้า สมัยที่ 24 ประจำปี 2566-2567 มีนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมคณะกรรมการสมาชิก และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมกว่า 200 คน

จากนั้น นายสมชาย ทองคำคูณ รองประธานหอการค้า และประธานจัดการเลือกตั้ง ได้ชี้แจงรายละเอียด และเชิญสมาชิกลงคะแนนเลือกคณะกรรมการ 31 คน ก่อนให้คณะกรรมการลงคะแนนเลือกประธานหอการค้าคนใหม่ ตามลำดับ ปรากฏว่าคณะกรรมการ ลงคะแนนด้วยมติเอกฉันท์ ให้นายจุลนิตย์ เป็นประธานหอการค้าเชียงใหม่ สมัยที่ 24 เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน โดยใช้เวลาเพียง 10 นาที

ต่อมานายจุลนิตย์ พร้อมคณะกรรมการหอการค้า สมัยที่ 24 ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ก่อนตัวแทนชมรมธนาคาร จ.เชียงใหม่ และภาคเอกชน ได้มอบช่อดอกไม้ เพื่อแสดงความยินดี โดยมีนายนิตย์ วังวิวัฒน์ อดีตประธานหอการค้า จ.เชียงใหม่ สมัยที่ 6 บิดานายจุลนิตย์ พร้อมครอบครัว ได้ร่วมมอบช่อดอกไม้ เพื่อแสดงความยินดีแก่บุตรชาย ที่ได้รับเลือกเป็นประธานหอการค้า สมัยที่ 2 ด้วย

นายจุลนิตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ขอขอบคุณสมาชิก และคณะกรรมการที่ไว้วางใจรับหน้าที่ดังกล่าว เป็นสมัยที่ 2 เพื่อมอบหมายให้ทำงานต่อเนื่อง พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้องค์กร โดยร่วมมือภาคการศึกษา พัฒนาหลักสูตรให้ตรงความต้องการผู้ประกอบการ โดยเฉพาะหลักสูตรปริญญาโท ที่เรียนควบคู่ทำงานไปด้วย และบัตรสมาชิกบางจาก ซึ่งเป็นบัตรเครดิตเติมน้ำมัน ที่มีการคืนเงินแก่ผู้ใช้บริการ พร้อมส่วนลดต่าง ๆ ถือเป็นสวัสดิการแก่สมาชิก

ส่วนโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ หรือเมกกะโปรเจ๊ค ได้ร่วมกับหอการค้าลำพูน ลำปาง เชียงราย และเชียงใหม่ รวม 4 จังหวัด เพื่อผลักดันขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือระเบียบเศรษฐกิจภาคเหนือร่วมกับภาครัฐ ทั้งระยะสั้น กลาง และระยะยาว ตามลำดับ

นายจุลนิตย์ กล่าวอีกว่า ปี 66 แนวโน้มเศรษฐกิจเชียงใหม่ และภาคเหนือ น่าฟิ้นตัวและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ไตรมาส4 เนื่องจากไตรมาสแรก เศรษฐกิจเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น แต่การจับจ่ายใช้สอยยังทรงตัว ดังนั้นต้องดูไตรมาสที่ 2 ในช่วงงานปี๋ใหม่เมืองหรือสงกรานต์ เมษายนนี้ ว่ามีสัญญาณบวกหรือไม่ ประกอบกับผู้ประกอบการยังเก็บเงินทุนสำรองบางส่วน ยังไม่ลงทุนเต็มร้อย จนกว่าสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เพื่อลดความเสี่ยงลงทุนดังกล่าว

กรณีรัฐบาลยุบสภา ซึ่ง กกต. กำหนดเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคมนั้น อยากให้รัฐบาลใหม่ ทำตามนโยบายที่หา
เสียงไว้ ขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม ส่วนภาคเอกชน ต้องติดตาม ตรวจสอบผลักดัน มีส่วนร่วมกับนโยบายดังกล่าวมากขึ้น เพื่อให้การพัฒนาประเทศไปสู่เป้าหมายมากขึ้น

เชียงใหม่ หนุ่มเกาหลี สัญชาติอเมริกันโค้ช เทควันโด เปิดสอนเทควันโด ที่จังหวัดเชียงใหม่(คลิป)

หนุ่มเกาหลี สัญชาติอเมริกันโค้ช เทควันโด เปิดสอนเทควันโด ที่จังหวัดเชียงใหม่ ให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ กระตุ้นออกกำลังกาย คาดหวังส่งเสริมเยาวชนเชียงใหม่ ให้ขึ้นแท่นระดับแชมป์

นาย เช ซอง มุนหรือ โค้ช เช ชาวเกาหลี สัญชาติอเมริกัน มีภรรยาเป็นคนไทย เปิดสอนเทควันโด ที่โครงการ เจ สเปซ ถนนวงแหวนรอบ3 บ้านหนองไคร้หลวง ตำบลหนองจ๊อม อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่เพื่อส่งเสริมเยาวชนในการออกกำลังกาย ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ หวังสร้างแชมป์ เทควันโด ให้คนเชียงใหม่ ในอนาคต ซึ่งมีพ่อแม่ผู้ปกครอง สนใจนำบุตรหลานเข้าเรียนจำนวนมาก โดยเปิดคอร์ทสอน รุ่นแรก 25 คน ใช้เวลาเรียน 2 อาทิตย์ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง คิดค่าฝึกสอนคนละ 1,999 บาท แถมชุดยูนิฟอร์มให้ฟรี มูลค่า 1,500 บาท ค่าลงทะเบียนเข้าเรียน 800 บาท ซึ่งเด็กที่จะมาเรียนรับอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป

สนใจสมัครเรียนได้ ทางไลน์ และหมายเลขโทรศัพท์ 063 / 7764749 และ 083 / 975 7966 และระหว่างเรียนยังสอนสกิลภาษาอังกฤษให้ด้วย

เชียงใหม่ นายอำเภอดอยสะเก็ด มอบเมล็ดพันธุ์พระราชทานเพื่อนำไปปลูกเป็นศิริมงคลและต่อยอด “โครงการโคกหนองนาแห่งศรัทธาวัดสันมะเกี๋ยง” (คลิป)

“ธรรมะในสวนผัก” นายอำเภอดอยสะเก็ด มอบเมล็ดพันธุ์พระราชทานเพื่อนำไปปลูกเป็นศิริมงคลและต่อยอด “โครงการโคกหนองนาแห่งศรัทธาวัดสันมะเกี๋ยง”

 

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2566 เวลา 16.00 น. นายธนกฤต ฉันทะจำรัสศิลป์ นายอำเภอดอยสะเก็ด เป็นประธานในการเปิดกิจกรรมมอบเมล็ดพันธุ์พระราชทานเพื่อนำไปปลูกเป็นศิริมงคลและต่อยอด “โครงการโคกหนองนาแห่งศรัทธาวัดสันมะเกี๋ยง” “ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร” โดยมีพระครูปลัด ทวีวัฒน์ อินฺทวณฺโณ เจ้าอาวาสวัดสันมะเกี๋ยง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสะเก็ดพระอารามหลวง ได้นิมนต์ พระครูธีรสุตพจน์ ดร. เจ้าคณะตำบลสุเทพเจ้าอาวาสวัดผาลาด พระครูสิริปริยัตยานุศาสก์,ดร. รองเจ้าคณะอำเภอแม่แจ่ม เจ้าอาวาสวัดพันแหวน มาเป็นองค์เทศนาธรรม ให้แก่กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลสำราญราษฎร์ และส่วนราชการ ต่างๆในพื้นที่ฯ พร้อมผู้นำชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ในพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมรับมอบเมล็ดพันธุ์พระราชทานในครั้งนี้ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้ริเริ่มตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร เพื่อสร้างการเรียนรู้และเกิดการตื่นตัวในทุกพื้นที่ โดยกิจกรรมครั้งนี้ เป็นการดำเนินการในเขตพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด

ทางด้านพระครูปลัด ทวีวัฒน์ อินฺทวณฺโณ เจ้าอาวาสวัดสันมะเกี๋ยง กล่าวว่า ภายใต้แนวคิด “จะพัฒนาใครเขาต้องพัฒนาเราก่อน” สร้างกระแสรณรงค์ปลูกผักสวนครัว ผ่าน “ผู้นำต้นแบบตัวอย่างที่เห็นจริง” ร่วมเป็นกลไกขับเคลื่อนปฏิบัติการ โดยรณรงค์ให้ครัวเรือนทั่วประเทศ ดำเนินการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ รวมถึงพืชสมุนไพร จัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน จัดตั้งศูนย์แบ่งปันเมล็ดพันธุ์และต้นกล้า ขยายพันธุ์และขยายผลเมล็ดพันธุ์พระราชทาน ส่งเสริมกิจกรรมพื้นที่ว่างสร้างอาหาร ทุกหมู่บ้านคือศูนย์แบ่งปันเกิดทักษะวิถีชีวิตใหม่ เยาวชนไทยสร้างอาหารเป็น เกิดชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองในการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน สามารถพึ่งตนเองได้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เกิดการลดรายจ่าย สร้างรายได้ระยะสั้น ทั้งในระดับ.

เชียงใหม่ เชียงใหม่แถลงข่าวมหกรรมลาบเมือง ครั้งที่ 46 ประจำปี 2566 โดยชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดเชียงใหม่ (คลิป)

จังหวัดเชียงใหม่ จัดงาน “มหกรรมลาบเมือง ครั้งที่ 46 ปี 2566” รับสงกรานต์ วันที่ 6 เม.ย.นี้ โดยชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ ไทยเบฟฯ “นิยมไทย” จัดยิ่งใหญ่ หน้าลานเซ็นทรัลเฟส สืบสานประเพณีของชาวล้านนาให้คงอยู่สืบไป “จรัล ธิพึง” แชมป์เชฟกระทะเหล็ก ยำลาบเมืองให้ นทท.ต่างชาติชาวฮอลแลนด์ และกัวเตมาลา กุ๊ยลาบกิน และร่วมลงมือลาบโชว์ ประทับใจ ชอบความเผ็ดของเมนูลาบดิบ และชอบอาหารไทย

เมื่อเย็นวันที่ 15 มีนาคม 2566 ที่ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ (เซ็นเฟส) อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้มีการแถลงข่าว การจัดกิจกรรม “มหกรรมลาบเมือง ครั้งที่ 46 ปี 2566” นายจรัล ชัยวงศ์ ประธานจัดงานมหกรรมลาบเมือง นายอัครวิทย์ ระบิน เลขานุการชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดเชียงใหม่ (รักษาการประธานชมรมฯ) นายวีรโชติ ถิรวายามกุล ผู้จัดการอาวุโส แผนกการตลาด ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ นายกฤษณะ เขียวปั้น ผู้จัดการอีเว้นท์ภาคการขายที่ 5 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด และเอกพันธุ์ วงศ์พรม รักษาการผู้ช่วยผู้จัดการนิยมไทย จังหวัดเชียงใหม่ และยังมีนายจรัล ธิพึง เจ้าของร้านอาหารเฮือนม่วนใจ๋ ที่เป็นแชมป์เชฟกระทะเหล็ก จ.เชียงใหม่ ร่วมการแถลงข่าวในการจัดงานในครั้งนี้

นายอัครวิทย์ ระบิน เลขานุการชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดเชียงใหม่ รักษาการแทนประธานชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ชมรมฯ ได้จัดกิจกรรมต่างๆมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี กิจกรรมหลักๆ คืองาน มหกรรมลาบเมือง ซึ่งได้จัดอย่างต่อเนื่องมาจนถึงครั้งนี้เป็นครั้งที่ 46 แล้ว จากการจัดในครั้งแรกๆ ก็เพื่อพบปะสังสรรค์กันระหว่างพี่น้องผู้สื่อข่าวในจังหวัดเชียงใหม่ และคนกันเองของผู้สื่อข่าวที่นิยมอาหารพื้นเมือง “ลาบ” นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์อาหารพื้นเมืองที่มีมาแต่ดั้งเดิมให้คงอยู่ตลอดไป ส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมล้านนา ทั้งยังเป็นการส่งเสริมในเรื่องของการท่องเที่ยวในอีกทางในโอกาสก่อนที่จะเข้าสู่งานประเพณีสงกรานต์ หรือประเพณี “ปี๋ใหม่เมือง” ของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเทศกาลที่ผู้คนชาวเชียงใหม่นิยมหรือชอบที่จะทำ “ลาบ” ในช่วงเทศกาลนี้ ด้วยความเชื่อที่ว่ารับประทานลาบในช่วง “ปี๋ใหม่เมือง” เป็นการรับโชคลาภในวาระขึ้นศักราชใหม่

“มหกรรมลาบเมือง ครั้งที่ 46 นี้ มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดงานไปจากเดิมพอสมควร ปีนี้เราได้รับการสนับสนุนจาก “นิยมไทย” งานปรับย้ายมาจัดที่ลานหน้าศูนย์การค้า เซ็นทรัล เชียงใหม่ (เซ็นเฟส) โดยกำหนดจัดในวันที่ 6 เม.ย.2566 เริ่มเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป หากงานเป็นไปตามที่คาดหวังไว้คาดว่า วันที่ 6 เมษายนของทุกปี จะเป็นวันจัด มหกรรมลาบเมืองชองชมรมฯ สืบเนื่องต่อไป”

“งานปีนี้รูปแบบจะเน้นความสนุกสนาม ความบันเทิง ส่วนการแข่งขัน มีด้วยกัน 4 ประเภท คือ การแข่งกันการปรุงลาบเมือง การแข่งขันลาบลีลา (ลาบเนียน) การแข่งขันจัดผักกับลาบ และการแข่งขันลาบมหาชน ทุกทีมที่สมัครจ่ายค่าสมัครเพียงครั้งเดียวสามารถแข่งได้ทั้ง 4 ประเภท นอกจากนี้ในงานยังมีกิจกรรมากมาย อาทิ การออกร้านของร้านลาบร้านอาหารชื่อดังของเชียงใหม่ การทำ Contents และ Liveสด เดินชมงาน พูดคุยทำกิจกรรมกับคนในงาน อาทิ อ้ายเสมลุงชัย, โอวาป๊ะ, น้องโบว์โตเต็มวัย การรายงานข่าว โดย ผู้สื่อข่าวสมาชิกชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านช่องทางต่างๆ โดยมี Lemon Band ร่วมสร้างความบันเทิงตลอดช่วงเวลาการจัดงาน”

ด้านนายจรัล ชัยวงศ์ ประธานจัดงานมหกรรมลาบเมืองครัังที่46 กล่าวเสริมว่า มหกรรมลาบเมือง ครั้งที่ 46 จัดการแข่งเป็นประเภทเดียวคือ การแข่งขันลาบ จะไม่แยกเป็นประเภทมืออาชีพ และมือสมัครเล่น ซึ่งเปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยกำหนดรับสมัครเพียง 50 ทีม ก็ในวาระที่ชมรมฯ ครบรอบ 50 ปี ค่าสมัครทีมละ 500 บาท ทุกทีมจะได้รับ สุรานิยมไทย 3 ขวด ส่วนรางวัล ชนะเลิศ รับเงินรางวัล 3,000 บาท รองชนะเลิศ เงินรางวัล 2,000 บาท อันดับ 3 เงินรางวัล 1,000 บาท ทั้ง 3 รางวัลนี้จะได้รับเขียงทองคำด้วย

ส่วนการแข่งขันลาบเนียน ชนะเลิศ จะได้รับเงินรางวัล 1,000 บาท พร้อมเขียงทองคำ รางวัลชมเชยอีก 3 รางวัล ๆ ละ 500 บาท พร้อมเกียรติบัตร การแข่งขันจัดผักกับลาบ รางวัลชนะเลิศรับเงินรางวัล 1,000 บาท รองชนะเลิศ 500 บาท พร้อมด้วยเกียรติบัตร และการแข่งขันลาบมหาชน ชนะเลิศรับเงินรางวัล 1,000 บาทพร้อมเกียรติบัตร

ทั้งนี้ท่านใด หน่วยงานใด ห้างร้านต่างๆ ที่สนใจ สามารถสมัครร่วมการแข่งขันลาบ การแข่งขันลาบเนียน และการแข่งขันจัดผักกับลาบ สมัครได้ที่ นายอัควิทย์ ระบิน เลขานุการชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดเชียงใหม่ เลขที่ 63/3 หมู่ที่ 1 ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โทร 081-3876677 หรือที่ นายจรัล ชัยวงศ์ ร้านลาบต้นยาง 2 ถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี (ถนนหน้าศาลากลาง) โทร 080-121 7215 หรือสมัครได้ที่คณะกรรมการจัดงานมหกรรมลาบเมือง ครั้งที่ 46 ได้ทุกคน

หลังจากเสร็จสิ้นการแถลงข่าว คณะจัดงานมหกรรมลาบเมือง ครั้งที่ 46 ปี 2566 ได้เชิญแชมป์ลาบเมืองปีที่ผ่านมา โชว์การลาบเนื้อหมู่ให้ชมลีลาการลาบ และมีนายจรัล ชัยวงศ์ ประธานจัดงานมหกรรมลาบเมืองครัังที่ 46 เจ้าของร้านลาบต้นยาง ร่วมกับนายจรัล ธิพึง แชมป์เชฟกระทะเหล็ก จ.เชียงใหม่ เจ้าของร้านเฮือนม่วนใจ๋ ได้ช่วยกันยำลาบให้ได้รับประทาน 

ซึ่งในช่วงยำลาบอยู่นั้น ได้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่เฝ้าดูการแถลงข่าวมานาน เป็น 2 หนุ่ม ชาวเนเธอร์แลนด์ หรือ ฮอลแลนด์ กับชาว กัวเตมาลา โดยทางหนุ่มชาวฮอลแลนด์ ได้โชว์การลาบเนื้อหมู จากนั้นทั้งคู่ได้นำข้าวเหนียวมากุ๊ยลาบกิน กับทีมแถลงข่าวครั้งในครั้งนี้ด้วย แล้วบอกว่า ชอบเมนูอาหารไทยที่เผ็ด ยังบอกว่า อร่อยๆ อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม คำว่า “กุ๊ยลาบ” ในภาษาเหนือ คือ การนำข้าวเหนียวมากินกับลาบ การกุ๊ยลาบ จะได้เนื้อลาบจำนวนมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าใครจะนำข้าวเหนียวมาทำให้พื้นที่กว้าง แล้วตักได้ลาบจำนวนมากหรือน้อยนั้น ต้องใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงไปที่ข้าวให้ลึก หากกดลึกมาก ก็จะสามารถตักเนื้อลาบได้มากแล้วนำเข้าปาก การกุ๊ยลาบ จะมีชื่อเรียกต่างๆ เช่น “หักหน้าวอก” จะกดลงในข้าวเหนียวจนนิ้วจะลึกลงในเนื้อข้าว และคำว่า “โอ้งขะโล้งควายนอน” หมายถึง ที่นอนของควาย จะกว้างและลึก เมื้อตักกินเนื้อลาบจะได้มากเป็นพิเศษ เป็นต้น

 

เชียงใหม่ ปางช้างแม่สา จัดงาน “วันช้างไทย 13 มี.ค.66” เลี้ยงสะโตกช้างเด็ก(คลิป)

ปางช้างแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่  จัดงาน “วันช้างไทย” 13 มี.ค.66 เลี้ยงสะโตกช้างเด็ก วอนขอให้หันมาร่วมกันอนุรักษ์ช้าง ที่ยังคงลำบากในหลายพื้นที่

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566 เวลา 11.00 น. ที่บริเวณเดอะช้าง 2 (เนอสเชอรี่) ปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่มีช้างเลี้ยงอยู่จำนวน 68 เชือก ได้จัดงานวันช้างไทย โดยจัดเลี้ยงสะโตกผลไม้นานาชนิดให้แก่ช้างน้อย จำนวน 5 เชือก ที่เกิดในเดือนมีนาคม ได้แก่พลายปางขวัญ เกิด 14/3/2549, พังมีนา เกิด 1/3/2551, พังรุ่งฟ้า เกิด 13/3/2560 พังเอื้องคำ เกิด 23/3/2560 และพลายขุนศึก เกิด 26/3/2560 และช้างทุกเชือกนี้เป็นช้างที่เกิดใน “โครงการสืบสานสายพันธ์ช้างไทย” ของปางช้างแม่สาซึ่งช้างที่เกิดในโครงการนี้ มีมากกว่า 33 เชือก

นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ทางปางช้างแม่สา ได้จัดทำสะโตกเลี้ยงช้าง ซึ่งเป็นอาหารเสริมของช้าง จำพวกผลไม้ซึ่งช้างที่เราจะเลี้ยงในปีนี้ ก็เป็นช้างเล็กที่มีวันเกิดในเดือนมีนาคม ซึ่งมีประมาณ 5 เชือก และส่วนช้างเชือกอื่นนั้น เราก็จะแบ่งจัดสรรปันส่วนให้เป็นพวกข้าวโพด หญ้า ที่จะนำไปเลี้ยงช้าง ซึ่งเป็นปกติของทุกๆวัน ซึ่งเราต้องเตรียมอาหารไปเลี้ยงช้างวันนึงประมาณ 9 – 10 ตัน สำหรับช้างจำนวน 68 เชือก ที่อยู่ในปางช้างแม่สา ซึ่งในปีนี้เราก็ไม่มีอะไรพิเศษ เนื่องจากว่าค่าใช้จ่ายของปางเรา ก็ยังคงติดลบอยู่ ก็อาจจะเป็นเรื่องของสถานการณ์ PM 2.5 และเรื่องของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังไม่มากพอที่จะมาซัพพอร์ตกิจการของปางช้าง และจะสังเกตได้ว่าในช่วงวันเสาร์ – อาทิตย์นี้มีคนมาใช้บริการน้อยมากๆ จากปกติ ซึ่งน่าจะอยู่ที่ประมาณ 300 – 400 คน แต่เสาร์ – อาทิตย์นี้มีประมาณ 100 คนต้นๆ ซึ่งแสดงถึงสถานการณ์ที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่

ในส่วนเรื่องสถานการณ์ช้างเลี้ยงในตอนนี้ ก็ยังเป็นช่วงที่ต้องระมัดระวังเรื่องของไฟป่า เรื่องของฝุ่นละออง หมอกควันต่างๆนานา ควาญก็ต้องดูแลเอาใจใส่ สถานที่ที่เลี้ยงช้าง ซึ่งช้างไทยก็ยังคงอยู่ในช่วงที่เรียกว่ายังลำบากอยู่ สำหรับคนเลี้ยงช้างก็ยังคงลำบากอยู่เช่นกันสถานการณ์ก็ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ที่ว่าทัวร์จีนจะมีเข้ามาเป็นจำนวนมาก ก็ยังคงไม่มากเท่าที่ควร สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องของ PM 2.5 อย่างที่กล่าวไปแล้ว

ซึ่งในวันช้างไทย เราก็จะฉลองเพื่อให้ได้เห็นถึงความสำคัญของ “วันช้างไทย” และตระหนักถึงความสำคัญของช้าง เพื่อที่เราจะได้ช่วยกันอนุรักษ์ช้าง โดยเฉพาะที่ปางช้างแม่สา เราก็มีช้างที่ชราภาพ มีช้างที่ไม่ได้ทำงานแล้วอยู่?หลายเชือก ที่เราดูแลอยู่ และความตั้งใจของเรานั้น เพื่อต้องการที่จะปรับปางช้างแม่สา ให้เป็นศูนย์อนุรักษ์ช้างแม่สา เพราะฉะนั้นในเรื่องของการแสดงช้างหรือการใส่แหย่งช้าง ให้นักท่องเที่ยวขี่บนหลังช้าง เราไม่ทำแล้ว อันนี้ก็เป็นการยืนยันว่าโดยสภาพของช้างเลี้ยงของปางเราไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาใส่แหย่ง แล้วก็ช้างเล็กหรือว่าช้างของปางช้างแม่สา ก็ชินกับสภาพที่ไม่ได้ทำงานมาหลายปีเนื่องจากสถานการณ์โควิด และปางช้างแม่สาก็ไม่ได้มีการฝึกช้าง แล้วช้างบางส่วนก็ปลอดโซ่ไปแล้ว และอยู่อย่างเป็นอิสระ เพราะ?ฉะนั้น?จะให้เข้ามาสู่ระบบของการแสดง หรือว่าการใส่แหย่งนี่ ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้ว ก็ขอให้ทุกท่านช่วยหันมาดูแลช้างไทย ซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของชาติ แล้วก็ยังมีความลำบากอยู่ในหลายพื้นที่ ช้างก็ยังมีความลำบากอยู่ ก็ขอฝากไว้ในโอกาส “วันช้างไทย” 13 มีนาคม ปี 2566 นี้ด้วย นางอัญชลีกล่าว -ทางด้านนางรัตนา ศรีหมอก ผู้จัดการปางช้างแม่สา เปิดเผยว่า “วันช้างไทย” วันนี้ทางปางช้างแม่สา จัดกิจกรรมเล็กๆ โดยนำช้างของปางช้างแม่สา มากินเค้กผลไม้ซึ่งเป็นวันเกิด “พังรุ่งฟ้า” จะมีอายุครบ 5 ขวบในวันนี้ โดยในปีนี้เราไม่ได้จัดกิจกรรมใหญ่โตมากมาย แต่เรามีความตั้งใจที่จัดทำสะโตกผลไม้ เพื่อฉลองวันเกิด ของพังรุ่งฟ้า ที่เกิดตรงกับ วันช้างไทยในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ขอเชิญชวนคนรักช้าง สามารถช่วยสนับสนุนอาหารช้าง หรือสามารถเดินทางมาร่วมมอบอาหารช้าง ได้ด้วยตนเอง หรือ ผู้ที่รักช้างที่มีจิตเมตตาต่อช้าง สัตว์สัญลักษณ์ของชาติไทย สามารถโอนเงินร่วมสบทบทุนในการจัดกิจกรรมได้ที่ บัญชีของ ”มูลนิธิอนุรักษ์ช้างไทย” ชื่อ มูลนิธิอนุรักษ์ช้างไทย Elephant Conservation Foundation ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาข่วงสิงห์? หมายเลขบัญชี 531 0 66551 7 หากต้องการใบเสร็จรับเงินของมูลนิธิฯ สามารถแจ้ง เบอร์โทร 081-882- 3738, 089-838-4242, 053-206-247, 053-206-248 info@maesa elephantcamp.co

เชียงใหม่ ครูบาชัยประสิทธิ์ภิกขุ ก็ได้ออกจากกรรมฐาน เป็นเวลา 35 ชั่งโมงเสร็จสิ้นลงแล้ว(คลิป)

ครูบาชัยประสิทธิ์ภิกขุ เจ้าสำนักธรรมสถาน ม่อนพญานาคราช อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ พระสงฆ์รูปเดียวในล้านนา เข้าสมาธิ อัปปนาสมาธิ ท่านอนสีหไสยาสน์ ตะแครงขวา ในโลงแก้ว ในหอพระกรรมฐานกลางน้ำ แยกกาย แยกจิต ไร้ รูป รส กลิ่น เสียง โดยไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ นาน 35 ชั่วโมง ล่าสุดรุ่งเช้าวันนี้(12 มี.ค.) ครูบาชัยประสิทธิ์ภิกขุ ได้ออกจากกรรมฐาน โดยมีเสียหน้าเหนื่ออ่อนเล็กน้อย แต่ก็ยังสามารถเดินทักทายลูกศิษย์ได้ ซึ่งในปีนี้มีศรัทธาชาวจีนเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก


เมื่อช่วงเช้ามึดของวันนี้(12มี.ค.) ที่สำนักธรรมสถานม่อนพญานาคราช บ้านแม่เลน อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ บรรดาประชาชนที่เสื่อมใสศรัทธา ครูบาชัยประสิทธิ์ภิกขุ และพญานาคราช ต่างที่เดินทางร่วมในพิธีหลังจากเย็นวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา ครูบาชัยประสิทธิ์ภิกขุ ได้เข้าสมาธิในท่าอัปปนาสมาธิท่านอนสีหไสยาสน์ ตะแครงขวาในโลงแก้ว กลางหอพระกรรมฐานกลางน้ำ จากนั้นปิดล็อกกุญแจ ห้ามเข้าห้ามออก ถอนสะพานกลางน้ำออกเป็นเวลา 3 วันหรือ 35 ชั่วโมง จนกระทั่งเช้าวันนี้ (12 มี.ค.) เวลา 06.59 น. คณะตัวแทนและลูกศิษย์ได้ทำการเปิดกุญแจ ทำพิธีเปิดโลกแก้วกรรมฐาน หลังจากที่ครูบาชัยสิทธิ์ภิกขุได้ออกจากสถานที่กรรมฐานแล้วก็เดินออกมา โดยมีบรรดาเข้าลูกศิษย์ที่ต่างมาเฝ้าคอย ซึ่งครูบาฯมีอาการเหนื่ออ่อนเนื่องจากอยู่ในโลงแก้วมานานหลานชั่งโมง แต่ก็ยังสามารถประคองตัวเอาไว้ได้ เดินออกมาทั้งทายบรรดาลูกศิษย์ จากนั้นก็เดินไปยังห้องเพื่อสรงน้ำเปลี่ยนจีวรและและรับถวายภัตตาหารเป็นปฐมมือแรกหลังจากออกจากการปฏิบัติกรรมฐานรวมทั้งสินเป็นเวลา 35 ชั่วโมง โดยในปีนี้มีศรัทธาจากประเทศจีน ในแบบกรุ๊ปทัวร์ ต่างเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก จนต้องใช้ล่ามคนไทยช่วยแปล

สำหรับคำว่า อัปปนาสมาธิ เป็นการเข้าสมาธิจากฌานจิต แยกกายแยกจิต จนพ้นจาก รูป รส กลิ่น เสียง โดยการเข้าสมาธิ จะไม่มีการฉันท์อาหารไม่ดื่มน้ำแม้แต่หยดเดียว ไม่เข้าห้องน้ำไม่ขับถ่าย หรือไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ อยู่ในสมาธิท่าเดิม ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 10 มีนาคม 2566 จนถึงเช้าของวันที่ 12 มีนาคม 256 เวลา 6.59 น. เมื่อครบกำหนด ออกจากฌานสมาธิ ลูกศิษย์ไปเปิดประตูกุฎิที่ล็อคกุญแจประตูไว้ ให้ออกมารับผ้าไตรจีวร เครื่องอัฐบริขาร จากลูกศิษย์ เพื่อสรงน้ำ และฉัทน์อาหารมื้อแรก และออกบิณบาตรกับศรัทธาญาติโยม ที่มารอใส่บาตร ซึ่งจะมีพิธีปีละครั้งทำมาเป็นปีที่ 7

ทั้งนี้ครูบาชัยประสิทธิ์ภิกขุ ได้กล่าวกับลูกศิษย์ลูกหา ก่อนเข้าอัปปนาสมาธิว่า เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและอุทิศบุญกุศลให้กับพญานาค เฝ้าในสถานที่ตั้งของธรรมสถานม่อนพญานาคแห่งนี้ และขอบุญกุศลที่ทำสมาธิ ให้กับบรรดาลูกศิษย์ทุกคนด้วย และหากในอนาคต ท่านละสังขาร ได้สั่งเสียให้กับลูกศิษย์ ไม่ให้เผา ขอให้นำสังขารใส่ในโลงแก้วนี้ เพื่อขอเฝ้าสถานปฎิบัติธรรมแห่งนี้ ซึ่งการเข้าพระกรรมฐาน อัปปนาสมาธิ ที่ได้ร่ำเรียนมาจากพระอาจารย์ จะอยู่ได้นานแค่ 35 ชั่วโมงหรือไม่เกิน 36 ชั่วโมง หากเกินกว่านั้นร่างกายจะเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต หรือโลหิตไหลเวียนผิดปกติ ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ ประชาชนที่มาร่วมพิธีกรรม เป็นไปตามาตรการทางสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด

เชียงใหม่ มาดามหยก เอาใจกลุ่มต่างเพศ เน้นดูแลตั้งแต่เด็กจนถึงวัยชรา ตั้งชมรมทุกอำเภอดูแลสุขภาพจิตและร่างกาย

มาดามหยก เอาใจกลุ่มต่างเพศ เน้นดูแลตั้งแต่เด็กจนถึงวัยชรา ตั้งชมรมทุกอำเภอดูแลสุขภาพจิตและร่างกาย พบปัจจุบันมีคนกลุ่มนี้ในประเทศมากกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ที่ต้องได้รับการดูแล ลดปัญหาฆ่าตัวตายจากการถูกบูลลี่

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 มี.ค. 66 นางสาวกชพร เวโรจน์ หรือมาดามหยก ประธานที่ปรึกษาพรรครวมแผ่นดิน พร้อมด้วย ดร.วุฒิพงศ์ ถายะพิงค์ ที่ปรึกษาวิชการโครงการ Change Together เปลี่ยนไปด้วยกัน ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิเอ็มเพลส ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์กองประกวดนางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ พร้อมด้วย นายจิตศักดิ์ หลิมภากรกุล (เชฟจีโน่) , เต้ นันทศัย, ตฤณ เศรษฐโชค , ไอยศูรย์ ไมดาน พร้อมด้วยสมาชิกทีม Change Together ได้ร่วมกันจัดเวทีปราศรัย “นโยบายส่งเสริมกลุ่ม LGBIQI+ แบบครบวงจรของพรรครวมแผ่นดิน” ณ ห้องแกรนด์วิว 2 โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีกลุ่มประชาชนชาวเชียงใหม่ และกลุ่มคนรักต่างเพศ ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

นางสาวกชพร เวโรจน์ หรือมาดามหยก ประธานที่ปรึกษาพรรครวมแผ่นดิน กล่าวว่า การจัดเวทีในวันนี้เพื่อยืนยันและแสดงถึงนโยบายสิทธิเท่าเทียมกันของ LGBIQI+ อยากให้ทุกคนให้เกียรติซึ่งกันและกัน ลดความเหลื่อมล้ำ พรรคการเมืองอื่นก็มีนโยบายสมรสเท่าเทียม แต่สิ่งที่คนเหล่านี้ต้องการมากกว่าคือ สุขภาพพจิต สุขภาพกาย ที่เราต้องส่งเสริม ต้องช่วยเหลือกลุ่มนี้ตั้งแต่เกิดถึงเสียชีวิต สิทธิการแสดงออก การยอมรับทางสังคม การให้เกียรติซึ่งกันและกัน เป็นความต้องการที่แท้จริงของคนกลุ่มนี้ เพราะคนกลุ่มนี้ไม่ได้แตกต่างจากทุกคน บางคนไม่ต้องการสมรสก็มี

สำหรับการแบ่งเขตการเลือกตั้งของจังหวัดเชียงใหม่ จากเดิม 11 เขต เหลือ 10 เขตนั้น ได้มีการปรึกษาหารือพูดคุยกันแล้ว เขตที่มีการทับซ้อนกันและผู้สมัครที่ไม่ได้ลงก็ยังคงช่วยเหลือกันอยู่ แต่อาจจะเป็นปาร์ตี้ลิส ซึ่งต้องมีการเลือกแบบละเอียดอ่อนนิดหนึ่ง เพราะทั้งสองท่านที่ลงสมัครก็ลงพื้นที่อย่างเข้มข้นมาโดยตลอด ไม่ใช่แค่ช่วงนี้แต่ทั้งสองท่านก็ยังเป็นคนในพื้นที่ สนิทสนมกับชาวบ้านในพื้นที่อย่างแท้จริง ก็อาจจะไม่ต่างกับพรรคอื่นเท่าไหร่ ส่วนปัญหาด้านความขัดแย้งภายในพรรคจากการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ของ กกต.นั้น ทางพรรคเราเน้นความปรองดองกันอยู่แล้ว คิดว่าไม่มีปัญหาความขัดแย้ง ทุกคนที่มาอยู่จุดนี้ไม่ไช่มาเพื่อตนเองแต่มาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับเมืองเชียงใหม่, ภาคเหนือ และประเทศไทยอย่างแท้จริง ซึ่งวันที่ 18 มีนาคม 66 นี้คงจะทราบอย่างชัดเจนเรื่องของการแบ่งเขตพื้นที่การเลือกตั้ง พรรรครวมแผ่นดิน เน้นทันสมัย ไม่ละเลยสิ่งที่คนรุ่นเก่าสร้างมา ไม่ลืมรากเหง้า “ทันสมัย ก้าวหน้า แต่ไม่ก้าวร้าว” อยากผลักดันให้เชียงใหม่เป็นเขตพื้นที่เศรษฐกิจท่องเที่ยวพิเศษ ทางพรรคไม่เน้นการแจกเงิน แต่เน้นการสร้างโอกาส สร้างเศรษฐกิจให้มีการเติบโต คนไม่ต้องไปทำงานต่างจังหวัด เมื่อการท่องเที่ยวเติบโต ก็จะมีโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหารที่พัฒนามากขึ้น และจะมีการจ้างงานมากขึ้น การแจกเงินไม่ใช่หนทางแก้ไข เพราะหากแจกหมดแล้วต้องกู้มาแจกอีก แล้วจะกู้มาตลอดไม่ได้ ต้องเน้นการสร้างงาน สร้างรายได้ระยะยาว ไม่ใช่เน้นการแจกเงินอย่างเดียว

ด้าน ดร.วุฒิพงศ์ ถายะพิงค์ ที่ปรึกษาวิชการโครงการ Change Together กล่าวว่า กลุ่ม LGBIQI+ นี้ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ พรรคนี้ดูแลตั้งแต่เกิด จนถึงสูงอายุ พรรคอื่นส่งเสริมแต่สมรสเท่าเทียม พรรคเราผลักดันอยู่แล้ว แต่ผมเป็นนักสุขภาพจิตเจอปัญหาของกลุ่ม LGBIQI+ มาเยอะ เด็กพอจำความได้ตั้งแต่เกิดควรมีสิทธิในการเลือกสภาพเพศของตัวเอง ซึ่งพ่อแม่ก็มีความขัดแย้งในใจ มีผลกระทบกับคนกลุ่มนี้จริงๆ รวมไปถึงหญิงข้ามเพศ ชายข้ามเพศ จำเป็นต้องรับประทานและฉีดฮอร์โมนทุก 3 อาทิตย์ ราคา 100 กว่าบาท แต่สิทธิตรงนี้เขาควรได้รับจากรัฐ แต่รัฐไม่สามารถจ่ายให้ได้ ในความเป็นมนุษย์ที่เขาเลือกแล้วว่าจะเป็นอย่างไร แต่จำป็นต้องใช้ยาในการทำนุบำรุงสภาพร่างกายให้เขาเป็นในสิ่งที่เขาอยากเป็น เขาควรได้จากภาครัฐ และในกลุ่มนี้ที่เป็นผู้สูงอายุ ที่มีความเหงา เศร้า กระทั่งคิดอยากฆ่าตัวตาย เพราะคิดว่าอยู่แล้วสังคมก็แปลกแยกไป ทางพรรคมีแนวคิดจะจัดตั้งชมรม LGBIQI+ ของผู้สูงอายุทุกอำเภอ เพราะคนเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญดูแลเฉพาะ จะได้ไม่เหงา ไม่คิดฆ่าตัวตาย เป้าหมายของพรรคคือดูแลทั้งชีวิตไม่ใช่แค่การสมรสเท่าเทียม

เดินขนานทุกเพศ ทุกวัยในชุมชน ไม่แตกแยก อาจมีชมรมเกิดขึ้น รวมตัว 10 -20 คน เบื้องต้น มีนักสุขภาพจิตดูแลสุขภาพจิต สุขภาพร่างกาย สภาพสังคม ผลักดันสวัสดิการที่เขาพึงมี ปัจจุบันมีคนที่เป็นเกย์ อย่างเดียวประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ของประชาชนทั้งหมด และการเกณฑ์ทหารก็จะพบกลุ่มคนต่างเพศ ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อรวมกับผู้สูงอายุ LGBIQI+ อีก ทั้งหมดภาพรวมที่เป็นคนต่างเพศมีไม่ต่ำกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป นอกจากนี้อาจมีการจัดตั้งโรงเรียนขึ้นในทุกอำเภอ เป็นหลักสูตรสำหรับใครที่จะแต่งงาน มีครอบครัว ก่อนจะมีลูกต้องเข้าโรงเรียนนี้ก่อน หากลูกเกิดออกมาแล้วเป็นกลุ่มนี้จะได้มีวิธีดูแลอย่างไร บางอย่่างอาจเหมือนคนทั่วไป บางอย่างอาจแตกต่างออกไป ก็จะได้ทำให้เกิดภาพสังคมที่เท่าเทียมกันไม่กีดกันเด็ก

นายพรชัย จิตนวเสถียร สมาชิกทีม Change Together กล่าวว่า การยอมรับคนกลุ่ม LGBIQI+ ตั้งแต่จำความได้ว่าตนเองเลือกเป็นอะไร จะลดปัญหาของสังคมที่เด็กถูกบูลลี่ การถูกเพื่อนล้อจน้อยใจอาจจะฆ่าตัวตาย ปัญหาต่างๆ เหล่านี้จะหมดไป จะเกิดผลดีกับประเทศอย่างมากจากกกลุ่ม LGBIQI+ ซึ่งคนเหล่านี้ก็จะมีประสิทธิภาพในการพัฒนาตนเองและพัฒนาประเทศด้วย การดูแลตั้งแต่เด็กที่จำความได้ว่าตนเองเป็นอะไร จนถึงวัยชรา การตั้งกลุ่มดูแลในแต่ละอำเภอเป็นการดูแลอย่างแท้จริงให้เกิดสิทธิประโยชน์ของคนกลุ่มนี้อย่างเท่าเทียม

ลำพูน สมาชิกสภาอุตสาหกรรมลำพูนเข้าร่วมงาน เปิดกล่องของขวัญ เพื่อ SMEs ปี 2566 (คลิป)

สมาชิกสภาอุตสาหกรรมลำพูนเข้าร่วมงาน เปิดกล่องของขวัญ เพื่อ SMEs ปี 2566 อย่าล้นหลามกว่า 120 คน แสดงศักยภาพความเข้มแข็งของสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน โดยจัดงานไปเมื่อ 9 มีค. ณ โรงแรมแกรนด์ปา แอนด์ รีสอร์ท ลำพูน

กิจกรรมดังกล่าว คุณอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ประธานสถาบัน SMI และประธานสายงานสมาชิกสัมพันธ์ นำทัพหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ให้บริการและร่วมมอบสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน และ SME ในพื้นที่กว่า 25 บูธสมาชิกสภาอุตสาหกรรมลำพูนเข้าร่วมงาน เปิดกล่องของขวัญ เพื่อ SMEs ปี 2566 อย่าล้นหลามกว่า 120 คน แสดงศักยภาพความเข้มแข็งของสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน โดยจัดงานไปเมื่อ 9 มีค. ณ โรงแรมแกรนด์ปา แอนด์ รีสอร์ท ลำพูน

โดยมีคุณสรสิทธิ์ ชลิศราพงศ์ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูนและคุณศิริพร ตันติพงษ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมภาคเหนือและให้การต้อนรับ

ครั้งถัดไป เจอกันที่จังหวัดลำปาง ในวันที่ 10 มีนาคม สนใจเข้าร่วม สามารถสอบถามได้ที่สถาบัน SMI โทร 1453

#ONEFTI
#เปิดกล่องของขวัญเพื่อSMEปี2566
#สถาบันSMIเคียงคู่ผู้ประกอบการ
#สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

เชียงใหม่ อดีตศิลปิน กบ วงพลอย ร้องเพลงเปิดหมวก ตลาดสดสันป่าข่อย นำเงินไปซื้อโลงศพบริจาคให้ศพไร้ญาติ(คลิป)

อดีตศิลปินนักร้องดังในอดีต กบ วงพลอย ร้องเพลงเปิดหมวก ตลาดสดสันป่าข่อย เชียงใหม่ นำเงินไปซื้อโลงศพบริจาคให้ศพไร้ญาติ ที่วัดพระนอนขอนตาล อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นการทำความดี และช่วยเหลือสังคม ประชาชนให้ความสนใจ ร่วมทำความดี

นาย วรดิษฐ์ เมืองทอง อายุ 60 ปี อดีตนักร้องนักดนตรี ชื่อดัง ในอดีต หรือ กบ วงพลอย มาร้องเพลงเปิดหมวก บริเวณตลาดสันป่าข่อย ในตัวเมืองเชียงใหม่ เป็นกิจกรรมดีๆทำเพื่อสังคมส่วนรวม โครงการดนตรีส่งบุญ โดยได้รับความสนใจ จากประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า ร่วมหยอดเงินใส่ในกล่อง พร้อมกับรับฟังเพลงๆ เพราะๆ ที่นำมาร้อง ซึ่งย้อนหลังไปประมาณ 30 ปี จะรู้จักกันทั้งประเทศ รุ่นเดียวกับ มืด ไข่มุก ติ๊ก ซีโร่ และแจ้ ดนุพล แก้วกาญน์จ ซึ่งเงินที่ได้ ก็จะนำไปร่วมทำบุญ ซื้อโลงศพให้กับศพที่ไร้ญาติ ที่วัดพระนอนขอนตาล อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ที่รับทำพิธีทางศาสนา และเผาศพไร้ญาติทุกวันพุธ

กบ วงพลอย บอกว่า ทำติดต่อกันมานาน 3 ปีแล้ว หลังจากโควิคไม่มีงานดนตรี จึงไปแสดงดนตรีเปิดหมวก ที่ตนเองมีความสามารถ นำเงินรายได้ไปบริจาคซื้อโลงศพ หรือกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เป็นการทำความดีในแต่ละปี และครั้งนี้ก็เช่นเดียว ที่ได้รับความอนุเคราะห์จากทางเจ้าของตลาดสันป่าข่อย เชียงใหม่ ในการจัดกิจกรรมดีๆ