เชียงใหม่ พล.ร.7 เปิดค่ายชวนนักวิ่งร่วมกิจกรรม “วิ่งมอกม่วนจวนกั๋นจ้วยน้อง” สนับสนุนการศึกษาให้เด็ก ในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

พล.ร.7 เปิดค่ายชวนนักวิ่งร่วมกิจกรรม”วิ่งมอกม่วนจวนกั๋นจ้วยน้อง” สนับสนุนการศึกษาให้เด็ก ในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2565 เวลา 16.00 น. พล.ต. ชายแดน กฤษณสุวรรณ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 เป็นประธานงานแถลงข่าวกิจกรรม”วิ่งมอกม่วนจวนกั๋นจ้วยน้อง” ซึ่งจะจัดในวันที่ 26 พ.ย. 65 เพื่อระดมทุนสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง จว.แม่ฮ่องสอน ณ Event Hall ชั้น G ศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ อ.เมือง จว.เชียงใหม่


ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้ใช้เส้นทางในค่ายกองพลทหารราบที่ 7 อ.แม่ริม จว.เชียงใหม่ เป็นเส้นทางวิ่ง เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์หน่วยและแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในค่าย ไม่ว่าจะเป็นพระบรมราชานุเสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช , พระพุทธนเรศร์ศิลาปวงประชาบูชิต , อ่างเก็บน้ำแม่เย็น พร้อมกับบรรยากาศร่มรื่นเหมาะสำหรับนักวิ่งทุกท่านที่จะมารับอากาศบริสุทธิ์ ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างให้สมาชิกชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพของหน่วยได้มีกิจกรรมเพื่อพัฒนาร่างกายให้พร้อมกับการปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายต่อไปในอนาคต


สำหรับกิจกรรม”วิ่งมอกม่วนจวนกั๋นจ้วยน้อง” ครั้งนี้ แบ่งการแข่งขันเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Family Run 5 กิโลเมตร ค่าสมัคร 1,500 บาท และ Fun Run 5 กิโลเมตร ค่าสมัคร 500 บาท
สนใจติดตามข้อมูลกิจกรรมในครั้งนี้ได้ที่ Facebook: วิ่งมอกม่วน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

เชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ แถลงความคืบหน้าการปรับปรุง คลองแม่ข่า (คลิป)

เทศบาลนครเชียงใหม่ แถลงความคืบหน้าการปรับปรุง “คลองแม่ข่า” พร้อมนำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ชมการพัฒนาสองฝั่งคลอง


น้ำแม่ข่า หรือ คลองแม่ข่า แหล่งน้ำสำคัญของเมืองเชียงใหม่ ที่ได้รับการพัฒนา ปรับปรุง ตามโครงการก่อสร้างระบบท่อรวบรวมน้ำเสียของสองฝั่งคลอง พร้อมปรับภูมิทัศน์ โดยเริ่มดำเนินการเฟสแรกที่ ถนนระแกง – ประตูก้อม (สถานีสูบน้ำเสียที่ 6) พร้อมชูแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คลองแม่ข่ากลับมาเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชาวเชียงใหม่อีกครั้ง โดยให้ความสำคัญกับการบำบัดน้ำ ควบคู่กับการทำให้ชุมชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จนเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ นำโดย นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายณภัทร ประเสริฐดี ผู้อำนวยการสำนักช่าง และ รศ.ชูโชค อายุพงศ์ นักวิชาการศูนย์วิชาการสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมพูดคุยให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชน จ.เชียงใหม่ ถึงความเป็นมาของโครงการ วัตถุประสงค์ในการปรับปรุงคลองแม่ข่า รวมไปถึงภาพรวมการพัฒนาคลองแม่ข่า ที่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งหมดในจังหวัดเชียงใหม่ และการให้ความสำคัญในเรื่องของระบบบำบัดน้ำ ที่จะทำให้ระบบนิเวศน์ ของคลองแม่ข่า กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

น้ำแม่ข่า คลองน้ำสายหลักของชาวเชียงใหม่ ที่รู้จักกันดีในชื่อ “คลองแม่ข่า” มีต้นน้ำเริ่มจากอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นคลองที่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยพญามังราย โดยเป็นสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชาวเชียงใหม่ ทั้งเป็นเส้นทางสัญจร เป็นคูเมืองชั้นนอก และยังเป็นทางระบายน้ำ จากเดิม “คลองแม่ข่า” มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหาร และสร้างความชุ่มชื้นให้กับคนเชียงใหม่ แต่เมื่อความเจริญของเมืองเพิ่มขึ้น ทำให้คลองแม่ข่าถูกบุกรุกและมีการปล่อยน้ำเสียลงสู่คลองโดยไม่ผ่านการบำบัด ทำให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียมานานหลายสิบปี

เทศบาลนครเชียงใหม่จึงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างระบบท่อรวบรวมน้ำเสียของสองฝั่งคลอง พร้อมปรับภูมิทัศน์ ระยะที่ 1 ถนนระแกง – ประตูก้อม (สถานีสูบน้ำเสียที่ 6) ระยะทางประมาณ 750 เมตร ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน รวมถึงภาคประชาชน อาทิ การออกแบบของกลุ่มสถาปนิกในพื้นที่ มีผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการมาร่วมหาวิธีจัดการเรื่องระบบน้ำเสีย สร้างท่อรองรับน้ำทิ้งเพื่อส่งต่อไปบำบัดที่โรงงานบำบัดน้ำเสีย มีการกวดขันเรื่องการปล่อยน้ำลงในคลองแม่ข่าอย่างเคร่งครัด การทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมือง ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิทัศน์และพื้นที่สีเขียว ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเศรษฐกิจเมือง ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับชุมชนที่มีรายได้น้อย รวมไปถึงการวางแผนเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องย้ายออกจากชุมชน และที่สำคัญคือ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลการใช้พื้นที่คลองแม่ข่า เพื่อให้ชุมชนได้ดูแลบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นระบบระเบียบด้วยตนเอง

ปัจจุบัน “คลองแม่ข่า” กลับมาสร้างชีวิต เป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงให้กับชุมชนสองฝั่งคลอง พัฒนาเศรษฐกิจของเมืองเชียงใหม่ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง พร้อมเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ ได้สัมผัสกลิ่นอายชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านสองฝั่งคลอง พร้อมสร้างเศรษฐกิจ สร้างรายได้ สร้างวิถีชีวิตที่ยั่งยืนให้กับชุมชน

เชียงใหม่ อากาศเริ่มหนาวชวนเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนบ้านเหมืองแร่ เส้นทางเชื่อมสองจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน (คลิป)

อากาศเริ่มหนาวพาเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนบ้านเหมืองแร่ เส้นทางเชื่อมสองจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน อุณหภูมิจุดศูนย์กลางน้ำพุร้อนมีความร้อนสูงถึ 94 องศาเซลเซียส ชาวบ้านตั้งร้านขายไข่ต้มให้กับนักท่องเที่ยวนำไปต้มในน้ำพุร้อน พร้อมจัดที่นั่งให้รับประทานโดยมีเครื่องปรุงรสเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ ใช้เวลาไข่ต้มเพียง 5 นาที และต้มไข่ลวกเพียง 3 นาทีเท่านั้น

อากาศเริ่มหนาวเย็นกันแล้ว พากันนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันที่น้ำพุร้อนบ้านเหมืองแร่ ตั้งอยู่ริมถนนสายอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน กับ อำเภอกัลยานิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ บนทางหลวงหมายเลข 1265 บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 26 ในช่วงเช้าอากาศที่หนาวเย็นสัมผัสกับไอของน้ำพุร้อนที่โพยพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน อุณหภูมิจุดศูนย์กลางน้ำพุร้อนประมาณ 94 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดควันสีขาวลอยขึ้นมาได้อย่างชัดเจนสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถแวะเที่ยวภาพถ่ายความประทับใจสัมผัสไออุ่นจากน้ำพุร้อน นอกจากนั้นยังสามารถต้มไข้ต้ม ใช้เวลา 5 นาที และต้มไข่ลวกเพียง 3 นาทีเท่านั้น ซึ่งชาวบ้านได้ตั้งร้านขายไข่ต้ม และจัดที่นั่งให้รับประทานโดยมีเรื่องปรุงรสเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ


สำหรับน้ำพุร้อนบ้านเหมืองแร่ ถูกพบโดยบังเอิญ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2556 โดยชาวบ้านซึ่งขณะทำไร่อยู่ ได้ยินเสียงระเบิดสองสามครั้ง จึงวิ่งตามหาต้นเสียง และพบน้ำพุร้อนพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ความสูงประมาณ 1.50 เมตร อุณหภูมิความร้อนสูงถึง 94 องศาเซลเซียส มีกลิ่นกำมะถันค่อนข้างน้อยกว่าน้ำพุร้อน แหล่งอื่นๆ หรือบางครั้งอาจไม่ได้กลิ่นกำมะถันเลย น้ำพุร้อนบ้านเหมืองแร่ เป็นสถานที่พักรถ และเป็นจุดชมวิว ภูเขา ป่าไม้เขียวขจี ซึ่งยังคงความเป็นธรรมชาติไว้เป็นอย่างดี

เชียงใหม่ หลักฐานแอบเบิกถอนเงินเลี้ยงช้างปางช้างแม่สา จากธนาคารครบ ส่งถึงมือตำรวจตามเส้นทางเงิน117 ล้านบาท

หลักฐานแอบเบิกถอนเงินเลี้ยงช้างปางช้างแม่สา จากธนาคารครบ ส่งถึงมือตำรวจตามเส้นทางเงิน117 ล้านบาท
ศึกมรดกพันล้านของพ่อเลี้ยงชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่ล่วงลับไปแล้วร่วม 4 ปี ทิ้งมรดกทั้งภายในพินัยกรรมและนอกพินัยกรรมไว้จำนวนมาก แต่ทางทายาทยังไม่สามารถจัดแบ่งมรดกได้เนื่องจากพบปมปัญหาใหญ่เงินก้อนใหญ่ที่ใช้สำหรับเลี้ยงช้างในปางช้างแม่สา หายไปจากบัญชีบริษัทปางช้างแม่สาจำนวนถึง 117 ล้านบาท เป็นเหตุให้การบริหารงานในปางช้างแม่สาขาดสภาพคล่องไร้เงินมาจัดการ ทำให้นางอัญชลี กัลมาพิจิตร บุตรสาวคนโตในฐานะผู้จัดการร่วมในกองมรดก และยังเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทปางช้างแม่สา ยืนยันว่าเงินจำนวนนี้มีการปิดบังและไม่ได้นำมาใช้ในกิจกรรมปางช้างแม่สา จึงได้ฟ้องธนาคารที่รับฝากเงินและแจ้งความตำรวจให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เบิกถอนเงินไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง กลายเป็นปมร้อนตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ หลังจากที่นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา ได้ยื่นฟ้องธนาคารแห่งหนึ่งที่รับฝากเงินพร้อมแจ้งความตำรวจ สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ท้องที่เกิดเหตุโดยได้นำหลักฐานเป็นสลิปการเบิกถอนเงินบริษัทปางช้างแม่สากว่า 100 ครั้งนำไปมอบให้กับทางตำรวจ เพื่อให้มีการการสืบสวนสอบสวนติดตามเส้นทางเงินกว่า 100 ล้านบาทว่าใครเป็นคนเบิกและนำไปใช้อย่างไร แบ่งกับใครบ้าง พร้อมยืนยันว่าเงินจำนวนดังกล่าวไม่ได้นำมาใช้ในการเลี้ยงช้างของปางช้างแม่สาเลย

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 17 พ.ย.นี้นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่าในวันนี้ตนได้ไปติดต่อขอเอกสารที่ทางธนาคารแห่งหนึ่งที่รับฝากเงินของบริษัทปางช้างแม่สา ให้ครบ ซึ่งทางธนาคารได้ยืนยันว่าเอกสารที่นำมามอบให้ทั้งหมดครบหมดแล้วมีการตรวจสอบสเตทเม้นท์ สลิปการเบิกเงินย้อนหลังไปจำนวน 4 บัญชีตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 จนถึง ปลายปี 2564 เพราะว่าเงินหมดแล้วเมื่อปี 2564 ซึ่งยังพบว่ามีอีกบัญชีเป็นบัญชีกระแสรายวันที่ใช้เช็คในการเบิก1 บัญชี บัญชีฝากประจำ 1 บัญชี และเป็นบัญชีออมทรัพย์อีก 3 บัญชี เป็นชื่อของบริษัทปางช้างแม่สา จำกัดทั้ง 5 บัญชี เพราะฉะนั้นทั้ง 5 บัญชีเป็นบัญชีของบริษัทปางช้างแม่สา ซึ่งจะต้องเป็นเงินที่นำมาใช้หมุนเวียนของปางช้างแม่สาอย่างแน่นอน แต่ปรากฎว่าทั้ง 5 บัญชีไม่มีการส่งมอบให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ของปางช้างแม่สา ตามคำสั่งศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่ได้ให้ตนมีอำนาจให้การบริหารบริษัทปางช้างแม่แม่สา เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2562 มีการส่งมอบบัญชีให้กับตนเพียง 1 บัญชีเท่านั้นมีเงินอยู่ เพียง 9 ล้านบาท ไม่มีการมอบบัญชีของบริษัทอีก 5 บัญชีมาก่อน

นอกจากไม่ให้แล้วยังมีการปิดบัง การปิดบังตนนอกจากพนักงานบริษัทแล้วยังมีธนาคารร่วมกันปิดบังด้วย เพราะธนาคารเองก็รู้ว่าตนไปให้ธนาคารตรวจดูเงินที่มีอยู่ 9 ล้านบาท โดยตนได้ยื่นเอกสารให้ดูแล้วตนได้ถือหุ้นเป็นกรรมการบริหารแล้วได้รับคำสั่งศาลให้เข้ามามีอำนาจจัดการปางช้างแม่สา ธนาคารก็รู้แล้ว แต่ทางธนาคารกลับไม่ชี้แจงว่ายังมีบัญชีของบริษัทปางช้างแม่สาอีก 5 บัญชี และเมื่อตนขอดูบัญชีทั้งหมดทางธนาคารยังอ้างว่าต้องให้ทางศาลออกหมายมาถึงจะได้บัญชีปางช้างแม่สา ตนเชื่อว่านอกจากบัญชีทั้ง 5 บัญชี จะต้องมีบัญชีส่วนตัวของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร บริษัท รินรดารีสอร์ต บริษัทน้ำดื่มเอเล่ และบริษัทในเครือรวมถึงบัญชีอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับ 3 บริษัทนี้ที่ทางธนาคารไม่ให้ดูแล้วให้ตนไปขอหมายศาลมาให้ทางธนาคาร แล้วในการไปขอหมายศาลมันมีความยากลำบากตรงที่ว่าเราต้องบอกศาลว่าเราต้องการขอดูบัญชีหมายเลขอะไรบ้าง มันก็เลยมืดมนมาหลายปี

“บอกตรงๆว่าธนาคารไม่ได้ให้ความช่วยเหลือเราเลย ทั้งๆที่ธนาคารสามารถคีย์เข้าไปเลยว่าบริษัทปางช้างแม่สา หรือนายชูชาติ กัลมาพิจิตร มันก็จะขึ้นมาเลยในระบบและสามารถเรียงออกมาว่าทั้งหมดทั้งมวลทั้ง 3 บริษัทรวมทั้งตัวนายชูชาติ กัลมาพิจิตร มีกี่บัญชีมันจะรู้หมดเลยเพราะมันเป็นระบบคอมพิวเตอร์ แต่เขาบอกให้เราไปขอหมายศาลมา พอเราไปที่ศาลก็ขอไม่ได้เพราะศาลได้ระบุว่าการที่จะออกหมายศาลก็ต้องรู้หมายเลขบัญชีก่อนว่าบัญชีที่จะขอมีหมายเลขบัญชีอะไรบ้าง ทำให้ตนไม่สามารถที่จะรู้บัญชีทั้งหมดเรื่องจึงยืดยาวมารวมทั้งเป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วยที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน แต่มาถึงวันนี้ตนก็ยังไม่รู้เรื่องทั้งหมด เรามารู้เพียง 5 บัญชีเท่านั้นในขณะนี้ซึ่งอาจจะไม่ใช่บัญชีทั้งหมดของปางช้างแม่สา แล้วสิ่งที่เรายังไม่รู้ก็คือบัญชีของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ตายมีกี่บัญชี แต่ในตอนนี้เราได้สลิปการเบิกเงินมาแล้ว 4บัญชี ส่วนอีก 1 บัญชีเป็นที่ใช้เบิกเช็คยังไม่ได้ขอ แต่ก็ต้องวนเข้าไปหาจนได้ว่าใครเป็นคนไปเบิกเช็ค มีลายเซ็นตรงกับผู้มีอำนาจหรือไม่”นางอัญชลีกล่าว

อย่างไรก็ตามเรื่องทั้งหมดผู้ที่จะทำหน้าที่ให้ความจริงปรากฎออกมาก็คือตำรวจ ที่จะดำเนินการสอบสวนสืบสวนเรียกใครมาสอบก็เป็นกระบวนการของตำรวจแล้วตนจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่4 ปีที่ผ่านมาตนมีความสงสัยว่าจะต้องมีการเชื่อมโยงเข้ากัน และเงิน 117 ล้านบาทก็เป็นแค่เริ่มต้นเท่านั้น มันไม่ได้หมายความว่าบริษัทปางช้างแม่สา มีเงินอยู่แค่นี้ แต่จะต้องมีการปิดบังและถูกเบิกออกไปอีกจำนวนมากโดยที่ตนไม่มีอำนาจในการเบิก แต่มีคนไปทำให้มีอำนาจการเบิกกันจากบัญชีทั้ง 5 บัญชีนี้ โดยทีตนไม่ทราบเลยทั้งๆที่ตนเป็นกรรมการบริหาร เงินที่ถูกเบิกออกไปไม่ได้เข้ามาสู่ระบบการบริหารจัดการปางช้างแม่สาเลยมันไปไหน ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมาเรื่องทางตำรวจจะต้องขยายผลทำความจริงให้ปรากฎในเร็ววันนี้

เชียงใหม่ ประธานมูลนิธิสตาร์ออฟสยาม มอบรางวัลให้กับไลออน พิมพ์ลภัส ขัติวงศ์ นายกก่อตั้งสโมสรไลออนศ์เชียงใหม่ดอยสะเก็ด ที่อุทิศตนช่วยเหลือสังคม

ประธานมูลนิธิสตาร์ออฟสยาม มอบรางวัลให้กับไลออน พิมพ์ลภัส ขัติวงศ์ นายกก่อตั้งสโมสรไลออนศ์เชียงใหม่ดอยสะเก็ด ที่อุทิศตนช่วยเหลือสังคม

ที่ห้องประชุมนานาชาติคุ้มคำ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีการจัดงานมอบรางวัล ให้กับ นักธุรกิจหญิงส่งออก และเป็นนายกก่อตั้งสโมสรไลออนส์เชียงใหม่ดอยสะเก็ด ที่อุทิศตนช่วยเหลือสังคมมานานหลายปี โดยมีไลออน วิสุทธิ์ นิมมากุลวิรัตน์ ผู้ว่าการไลออนส์สากล ภาค 310-A1 เป็นประธานเปิดงาน พร้อมชมการแสดงวัฒนธรรมสี่ภาค ซึ่งมีการแสดงอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมแสงสีเสียง การแสดงแฟชั่นโชว์ ซึ่งมีนางกนกพรรณ จุลคำภา ประธานมูลนิธิสตาร์ออฟสยาม ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนเยาวชน ในการพัฒนาความรู้ และทักษะและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม และยังมีนโยบายสนับสนุนวัดและบำรุงพุทธศาสนา ตลอดจนส่งเสริม สนับสนุนองค์ความรู้ในท้องถิ่น และเผยแพร่อย่างเหมาะสม

ซึ่งประธานมูลนิธิ สตาร์ออฟสยาม ได้คัดสรรบุคคลที่จะมาทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการทำความดี จึงได้มอบตำแหน่ง ให้กับผู้มีคุณความดีที่โดดเด่นในด้านต่างๆทั่วโลก และได้มอบตำแหน่ง มิส นอร์ทเทอร์นออฟไทยแลนด์ 2022 ให้กับนางพิมพ์ลภัส ขัติวงศ์ นายกก่อตั้งสโมสรไลออนส์เชียงใหม่ดอยสะเก็ด ซึ่งเป็นดาวดวงใหม่ของภาคเหนือ โดยมีนายกสโมสรไลออนส์ทั่วจังหวัดเชียงใหม่ มาร่วมแสดงความยินดีจำนวนมาก สำหรับผู้ที่ได้รับการคัดเลือก มาจาก 4 ส. สตรี สติ สตรอง และสตางค์

เชียงใหม่ เปิดยุทธการสนธิกำลังป้องกันการลักลอบตัดไม้มีค่าในพื้นที่เชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียง(คลิป)

จังหวัดเชียงใหม่ เปิดยุทธการป้องกันการลักลอบตัดไม้มีค่าในพื้นที่เชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง สนธิกำลังพลกว่า 500 นาย ออกปราบปรามหยุดยั้งขบวนการลักลอบตัดไม้มีค่า

ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการป้องกันลักลอบตัดไม้มีค่า พร้อมกับเปิดยุทธการสนธิกำลังป้องกันการลักลอบตัดไม้มีค่า ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ข้างเคียง เพื่อหยุดยั้งขบวนการตัดไม้มีค่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์จังหวัดเชียงใหม่ให้มีประสิทธิภาพ ในการนี้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบให้หมายให้ นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม

มติที่ประชุมได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนในการป้องกัน สกัดกั้น และหยุดยั้งขบวนการลักลอบตัดไม้มีค่า ทั้งจัดตั้งด่านตรวจการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ การปราบปรามคดีป่าไม้ เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่จำนวนมาก ทั้งพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ ขณะเดียวกันได้มีการระดมกำลังพล จำนวน 500 นาย ออกปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการลักลอบตัดไม้มีค่า เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้ให้ยั่งยืนต่อไป

จากนั้น อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และคณะฯ ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์สำรวจพื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้

เชียงใหม่ พล.ร.7 ร่วมกับ รพ.สวนปรุง คัดกรองสุขภาพจิตกำลังพลผ่านเครื่องBio-Feedback เฝ้าระวังภาวะความเครียด ในการทำงาน

พล.ร.7 ร่วมกับ รพ.สวนปรุง คัดกรองสุขภาพจิตกำลังพลผ่านเครื่องBio-Feedback เฝ้าระวังภาวะความเครียด ในการทำงาน


พลตรี ชายแดน กฤษณสุวรรณ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 เปิดเผยว่า ปัจจุบันกองพลทหารราบที่ 7 ( พล.ร.7) ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพกายและใจของกำลังพล โดยได้ร่วมกับโรงพยาบาลสวนปรุงนำเครื่อง Bio-Feedback ตรวจคัดกรองสุขภาพจิตให้กำลังพล ทั้งนายทหาร นายสิบและทหารกองประจำการในส่วนของกองบัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 และกองร้อยกองบัญชาการฯ พล.ร.7 ทุกนายโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ภาวะเครียด ซึมเศร้า ลดความเสี่ยงจากการฆ่าตัวตายของกำลังพล และให้การดูแลสุขภาพใจ เสริมสร้างพลังความเข้มแข็งทางใจ ที่ อาคารยอดทัพ พล.ร.7 อ.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่


ทั้งนี้โรงพยาบาลสวนปรุง ได้จัดเจ้าหน้าที่ออกหน่วยให้บริการตรวจวัดการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติและสภาวะเครียดด้วยเครื่อง Bio-Feedback ซึ่งที่ผ่านมาจะมีประชาชนให้ความสนใจและเข้ารับการตรวจคัดกรองสุขภาพจิต เป็นจำนวนมาก

เชียงใหม่ รด.เชียงใหม่ รู้จักให้ รู้จักช่วยชีวิต

ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 33 ได้นำครูฝึกและนักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาฯ ปี 4-5 จำนวน 45 นาย จากหลายสถานศึกษา เข้าบริจาคโลหิตให้กับธนาคารเลือดโรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่


ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 33 ได้นำครูฝึกและนักศึกษาวิชาทหารจิตอาสาฯ ปี 4-5 จำนวน 45 นาย จากหลายสถานศึกษา เข้าบริจาคโลหิตให้กับธนาคารเลือดโรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ เนื่องจากช่วงนี้ทางโรงพยาบาลนครพิงค์และโรงพยาบาลต่างๆ ได้ขาดแคลนโลหิตเป็นจำนวนมากและไม่เพียงพอต่อการใช้รักษาผู้ป่วย

สำหรับการบริจาคในครั้งนี้ ได้มีญาติของผู้ป่วยมาขอรับโลหิตจำนวนหลายราย สร้างความสุขใจให้กับนักศึกษาวิชาทหารที่ได้เป็นผู้ให้และช่วยเหลือผู้ป่วยในยามวิกฤติ โดยได้ปริมาณโลหิต จำนวน 20,250 ซีซี

เชียงใหม่ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยกรรมการฯ มอบสิ่งของอุปโภค-บริโภคและเงินสด แก่ครอบครัวผู้ประสบเหตุอัคคีภัยในพื้นที่อำเภอสารภี

นางอัญชลี กัลมาพิจิตร รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยกรรมการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่และ กิ่งกาชาดอำเภอสารภี ออกเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของอุปโภค บริโภคและเงินช่วยเหลือ จำนวน 10,000 บาท แก่ครอบครัวผู้ประสบเหตุอัคคีภัยในพื้นที่อำเภอสารภี

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2565 เวลา 14.00 น. นางอัญชลี กัลมาพิจิตร รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยกรรมการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่และ กิ่งกาชาดอำเภอสารภี ออกเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของอุปโภค บริโภคและเงินช่วยเหลือ จำนวน 10,000 บาท แก่ครอบครัวผู้ประสบเหตุอัคคีภัยในพื้นที่อำเภอสารภี

รายครอบครัว นางณัฐธยาน์ หินสมพานิชกุล บ้านเลขที่ 9/1 ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และมอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 2,500 บาท แก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุอัคคีภัยรายนายธัญเทพ บุญศรี บ้านเลขที่ 68 หมู่ที่ 7 ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่

 

 

เชียงใหม่ พบหลักฐานการเบิกเงินกว่า 100 ล้านของปางช้างแม่สา เป็นคนในปางช้างทั้งหมด (คลิป)

นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สาเผย พบหลักฐานการเบิกเงินกว่า 100 ล้านของปางช้างแม่สา เป็นคนในปางช้างทั้งหมด

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 น. นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา (ทายาทพันล้านของพ่อเลี้ยงชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา) ได้เปิดเผยถึงหลักฐานที่จะเอาผิดคนในปางช้างแม่สาที่ร่วมกันฉ้อโกงเงินกว่า 100 ล้านบาทไปใช้ในช่วงปี 2562-2564 ว่าในวันนี้ทางทนายของตนจะได้นำหลักฐานเป็นเอกสารการเบิกเงิน หรือสลิปการถอนเงินจากธนาคาร เป็นจำนวนมากกว่า 100 ครั้งไปมอบให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติมให้ครบทั้ง 4 บัญชี ซึ่งในขณะนี้ทาง พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ได้ลงมาสั่งการเอง ถึงแนวทางการสืบสวนสอบสวน แต่ทางเราก็ต้องรีบรวบรวมเอกสาร พยานหลักฐานทั้งหมดส่งไปเข้าสำนวนให้ได้ไวที่สุดเช่นกัน คดีจะได้คืบหน้าไม่เหมือนกับที่ผ่านมา

ตนเชื่อว่าคดีปางช้างเป็นที่สนใจของทุกคน เพราะปางช้างแม่สาเป็นปางช้างชื่อดัง เมื่อมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น จึงเป็นที่จับตามองของทุกคน ตนเองก็อยากจะรู้เช่นกัน เพราะในครั้งนี้ตนมีหลักฐานมัดตัวคนกระทำผิดเอาไว้อย่างแน่นหนา ที่คดีนี้ซับซ้อนเพราะมีการวางแผนกันมาเป็นอย่างดี ส่วนจะโยงไปถึงใครบ้างนั้น ตนอยากให้ทางตำรวจเป็นผู้ทำหน้าที่ ซึ่งเป็นงานของตำรวจอยู่แล้ว

นางอัญชลีกล่าวอีหว่า ตนขอยืนยันว่าเงินบริษัทมีจริง และถูกเบิกออกไปจริงโดยไม่ได้เกี่ยวกับกิจการของบริษัท จึงถือว่าเป็นการเบิกเงินออกไปอย่างไม่ถูกต้อง ถือเป็นคดีฉ้อโกงบริษัท และอาจจะตามมาด้วยคดีอื่นๆอีกด้วย ส่วนเรื่องการสร้างสะพานเชื่อมต่อสำหรับให้นักท่องเที่ยวใช้เดินข้ามไปชมช้างได้นั้น ตนได้ตกลงกับบริษัทรับเหมาก่อสร้างว่าจะขอให้เร่งทำสะพานสำหรับคนเดินข้ามให้ได้ก่อน ตนจะได้เปิดปางช้างให้ทันในช่วงปลายปี ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวมาเชียงใหม่เป็นจำนวนมาก และได้สอบถามเข้ามายังปางช้างทุกวันว่าจะเปิดให้บริการได้วันไหน ตนเองในฐานะผู้บริหารไม่ได้นิ่งนอนใจ จะรีบแก้ไขสถานการณ์ให้เร็วที่สุด แม้จะยังไม่สามารถนำเงินมรดกออกมาใช้ได้ ตนก็จะยอมมีหนี้สินต่อไป เพื่อช่วยเหลือคน ช่วยเหลือช้างของปางช้างแม่สา