เชียงใหม่ “อัญชลี” รู้แล้วใครฉ้อโกงเงินปางช้างแม่สากว่า 100 ล้านบาท

“อัญชลี” ผู้บริหารปางช้างแม่สา อ.แม่ริม รู้แล้วใครฉ้อโกงเงินปางช้างแม่สากว่า 100 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2565 นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ทายาทพันล้านของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีที่ปางช้างแม่สาได้ปิดทำการมากว่าหนึ่งเดือนแล้ว เนื่องจากปางช้างประสบกับภัยธรรมชาติน้ำป่าไหลหลากเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยเกิดเหตุมีท่อนซุงขนาดใหญ่ไหลตามน้ำด้วยความแรงกระแทกจนสะพานพัง ทำให้ปางช้างไม่มีสะพานสำหรับให้นักท่องเที่ยวข้ามไปชมช้าง จึงจำเป็นต้องปิดปางช้างตั้งแต่นั้นมา สร้างความผิดหวังให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่ต้องการเข้าไปเยี่ยมชมช้าง โดยเฉพาะเด็กๆที่เดินทางมากับครอบครัว

ในขณะที่การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ส่งสัญญาณว่าดีขึ้น แต่ปางช้างแม่สากลับปิดอย่างไม่มีกำหนด เกี่ยวกับเรื่องนี้ นางอัญชลีกล่าวว่าหลังจากน้ำแม่สาลดลง ตนได้ให้บริษัทก่อสร้างมาวัดคำนวณ ออกแบบสะพาน เพื่อสร้างใหม่ มีการนำเสนอค่าใช้จ่ายในการสร้างสะพานและซ่อมแซมในส่วนที่ถูกน้ำเซาะพังเสียหายไว้ประมาณ 2,600,000 บาท (สองล้านหกแสนบาท)

ที่ผ่านมานางอัญชลีได้พยายามขอนัดเบิกเงินจากบัญชีที่นายชูชาติ กัลมาพิจิตรได้ทำพินัยกรรมมอบให้ปางช้างแม่สาไว้เป็นทุนหมุนเวียนจำนวนเงิน 15 ล้านบาท แต่ถูกนางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร อดีตภรรยาคนสุดท้ายและเป็นผู้จัดการมรดกร่วมปฏิเสธ โดยอ้างว่ายังมีคดีขอแบ่งสินสมรสค้างอยู่ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ และนางฐิติรัตน์ได้ถูกนางอัญชลียื่นถอนออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกร่วม เพราะไม่ทำหน้าที่ นางฐิติรัตน์จึงหยุดทุกอย่าง ทั้งๆที่ตามกฏหมายแล้วจะต้องทำหน้าที่จนกว่าศาลจะพิจารณาและมีคำสั่งฯ

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา นางอัญชลีได้เดินทางไปที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ในเรื่องการยื่นถอนผู้จัดการมรดกร่วม รวมถึงได้เจรจาขอแบ่งเงินในบัญชีดังกล่าวมาก่อนครึ่งหนึ่งเพื่อนำมาสร้างสะพาน แต่ได้รับการปฏิเสธจากนางฐิติรัตน์อีกครั้ง ทนายความของนางอัญชลีจึงได้เสนอลดจำนวนเงินลง ขอเบิกเพียงสามล้านบาท เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายพยุงปางช้างแม่สา แต่นางฐิติรัตน์ก็ยังไม่ตกลง จึงทำให้นางอัญชลีไม่สามารถจัดการอะไรได้

นางอัญชลียังได้พูดถึงเรื่องคดีลักทรัพย์ คดีนี้เกิดจากการที่นางอัญชลีเข้าตรวจสอบทรัพย์สินภายในบ้านของบิดาเมื่อเดือนสิงหาคม 2565 และพบว่ามีทรัพย์สินสูญหายไปหลายรายการ ซึ่งหลังจากที่นายชูชาติเสียชีวิต นางฐิติรัตน์ได้ถือสิทธิ์ครอบครองบ้าน ห้ามไม่ให้ตนเข้าไปในบ้าน มีการสร้างประตูกั้นเพิ่มเป็นระยะก่อนถึงตัวบ้าน นางฐิติรัตน์เป็นผู้ถือกุญแจเข้าไปภายในบ้านรวมถึงถือกุญแจเปิดปิดตู้เซฟทุกใบอยู่คนเดียว ตนจึงต้องแจ้งความดำเนินคดีกับนางฐิติรัตน์ ส่วนเรื่องเงินจำนวน 117 ล้านบาทของบริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด หายไปจากบัญชีจำนวน 4 บัญชี ตนได้ฟ้องธนาคาร เป็นคดีแพ่งที่ศาลกรุงเทพใต้เพื่อเรียกคืนเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย รวมเป็นเงิน 125 ล้านบาท

นอกจากนี้ตนยังได้ยื่นขอเอกสารย้อนหลังใบเบิกเงิน(สลิปการเบิกเงิน) ทุกรายการตาม Statement ทั้ง4 บัญชี ตั้งแต่ปี 2562-2564 ตนได้เห็นเอกสาร จึงรู้แล้วว่าใครเป็นผู้เบิกเงินของบริษัทไป แต่ยังไม่ขอพูด ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลกันไปก่อนตามพยานหลักฐาน ซึ่งหลังจากนี้ตนก็คงต้องไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเช่นกัน อย่างไรก็ตามตนขอยืนยันว่าเงินจำนวน 117 ล้านบาท ถูกเบิกออกไปร้อยกว่าครั้งในช่วงปี 2562-2564 ไม่ได้ถูกใช้ในบริษัท เป็นการเบิกเงินหลังจากที่นายชูชาติเสียชีวิตแล้ว มีการปิดบังไม่ให้ตนรู้ และตนไม่สามารถเบิกเงินในสี่บัญชีนี้ได้ มีเพียงคนสามคนสามารถเบิกได้ และเหลือเพียงสองคน เพราะบิดาตนได้เสียชีวิตไป จึงมีคนสองคนที่เหลือมีอำนาจในการเบิกเงินได้ โดยเป็นใครคนใดคนหนึ่งลงชื่อเบิกก็ได้ พร้อมประทับตราบริษัท

วันนี้ตนขอขอบคุณที่ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้มาดูแลคดีเหล่านี้และสั่งการให้เร่งทำคดีด้วยตนเองที่สภ.แม่ริม ตนจึงมั่นใจว่าในครั้งนี้ตนจะได้รับความยุติธรรมหลังจากรอคอยมาเป็นเวลาเกือบ 4 ปี

เชียงใหม่ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่ กวาดล้างชาวต่างชาติที่พักอาศัยในเชียงใหม่(คลิป)

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่ กวาดล้างชาวต่างชาติที่พักอาศัยในเชียงใหม่ เป็นหญิงชาวจีน 2 ราย หลบซ่อนตัวในที่พัก ตัวเมืองเชียงใหม่ อ้างไม่สามารถกลับประเทศได้

พลตำรวจตรี ศุภณัฎฐ์ เจริญเรืองสกุล ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง.5 สั่งการให้พันตำรวจโทหญิง พัสษลพร ศุกระศร รอง ผู้กำกับการ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ปล่อยแถวกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่ออกกวาดล้างบุคคลต่างด้าว ที่เข้ามาพักอาศัยผิดกฎหมาย ก่อนที่จะมีการประชุมเอเปค โดยมีการกระจายกำลังกันออกตรวจตามสถานที่พักอาศัย ในตัวเมืองเชียงใหม่หลายจุด ภายใต้ยุทธารฟ้าสาง

รายแรก จับกุมหญิง สัญชาติ จีน อายุ 41 ปี การอนุญาตสิ้นสุด (OVER STAY) จำนวน 33 วัน ขออยู่ต่อด้วยเหตุผลติดตามบุตรที่มาเรียนโดยจับกุมได้ที่ตลาดแห่งหนึ่งย่านถนนอัษฎาธร ในตัวเมืองเชียงใหม่ ส่วนรายที่ 2 หญิงชาวจีน อายุ 33 ปี การอนุญาตสิ้นสุด เกินมาถึงจำนวน 206 วัน อ้างเหตุผลความจำเป็นไม่สามารถกลับประเทศได้ โดยจับกุมได้ที่ หอพักย่าน ถนนเวียงพิงค์ ในตัวเมืองเชียงใหม่ จึงเชิญตัวบุคคลทั้ง 2 คน ไปสอบสวนต่อ ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชน ในการพบเห็นชาวต่างชาติ ที่พักอาศัยในลักษณะที่ไม่ถูกต้อง ได้ที่ หมายเลข (053 ) 201755

เชียงใหม่ ผู้การฯเชียงใหม่เรียกประชุมพนักงานสอบสวนสืบสวนคดีเงินเลี้ยงช้างกว่าร้อยล้านบาทหาย (คลิป)

ผู้การฯเชียงใหม่เรียกประชุมพนักงานสอบสวนสืบสวนคดีเงินเลี้ยงช้างกว่าร้อยล้านบาทหาย หากพบว่ามีคนรับต่อถือว่ารับของโจร

ศึกมรดกพันล้านของพ่อเลี้ยงชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่เสียชีวิตไปร่วม 4 ปีทิ้งทรัพย์สมบัติมหาศาลไว้ให้ทายาท แต่ปรากฎว่าทายาทที่มีผู้จัดการร่วมมีนางอัญชลี กัลมาพิจิตร บุตรสาวคนโต กับนางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร ภรรยาคนสุดท้าย ยังไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้เนื่องจากยังมีปมเงินเลี้ยงช้างในธนาคารถูกเบิกถอนออกไปอย่างไม่ถูกต้องถึง117 ล้านบาท และยังมีปมสินสมรสที่เรียกถึง 300 ล้านบาทจึงหาข้อยุติไม่ได้ และมีการแจ้งตำรวจให้สอบสวนเส้นทางการเงินที่หายไปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงช้าง68 เชือกได้รับความเดือดร้อนอย่างสาหัสทางผู้การฯจังหวัดเชียงใหม่เข้ามาควบคุมคดีหาเส้นทางการเงินหาคนกระทำผิดตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้


ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 14.00 น.วานนี้(11 พย.65) ทาง พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมทั้ง พ.ต.อ.นพฤทธิ์ กันทา ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้เดินทางไปยัง สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้เรียกประชุมนายตำรวจ มี พ.ต.อ.สิทธา คำเลิศ ผกก.สภ.แม่ริม,พ.ต.ท.ภาสกร ปกปิงเมือง รอง ผกก.(สอบสวน)ฯพร้อมพนักงานสอบสวนจำนวน 3 คนในทุกคดีในเรื่องมรดกปางช้างแม่สา ที่มีการฟ้องร้องถึง 4 คดี ไม่ว่าจะเป็นคดีบุกรุกบ้านล้านช้าง ,คดีแจ้งความเท็จ,คดีทรัพย์สินทองและงาช้างหาย และคดีเงินในบัญชีธนาคารของบริษัทปางช้างแม่สาหายไปกว่า 100 ล้านบาท


โดยในที่ประชุมให้ทาง พนักงานสอบสวนแต่ละคนได้รายงานถึงผลการดำเนินการสอบสวนในทุกคดีให้ทราบ โดยทาง พล.ต.ต.ธวัชชัย ได้กำชับให้ทำงานด้วยความโปร่งใสตามข้อเท็จจริงไม่ต้องหวั่นไหวในเรื่องใดหากตำรวจทำตามข้อเท็จจริงที่้เกิดขึ้นผลจะออกมาอย่างไรไม่ต้องไปกลัว และหากติดขัดในข้อใดให้รีบรายงานทาง ผกก.และหัวหน้าพนักงานสอบสวน โดยในคดีนี้ก็จะลงมาควบคุมคดีโดยเฉพาะเส้นทางการเงินที่หายไปกว่าร้อยล้านบาท จะให้ทางชุดสืบสวน ภ.จว.เชียงใหม่ทำการสืบสวนเส้นทางการเงินว่าใครเป็นผู้เบิกออกไป เมื่อเบิกออกไปแล้วไปอยู่ที่ใครบ้าง และเงินที่เบิกออกไปนำไปใช้เกี่ยวกับการเลี้ยงช้างหรือใช้ในกิจกรรมของบริษัทปางช้างแม่สา หรือไม่ ก็คงจะต้องติดตามสอบสวนตั้งแต่มีการทำนิติกรรมในช่วงก่อนที่นายชูชาติ กัลมาพิจิตร เจ้าของทรัพย์มรดกที่ล้มป่วยในโรงพยาบาลก่อนจะเสียชีวิต มีการทำนิติกรรมในโรงพยาบาลจริงหรือไม่และมีเจ้าหน้าที่ธนาคารเข้าไปทำในช่วงนั้นอย่างไร เพื่อให้ความจริงทุกอย่างปรากฎให้ได้


หลังจากประชุมเสร็จสิ้น พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่าในการเดินทางมาครั้งนี้เพื่อดูในเรื่องคดีปางช้าง โดยเพื่อเร่งรัดพนักงานสอบสวนรวมทั้งรวบรวามพนายหลักฐานเพื่อให้ความเป็นธรรมคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ในประเด็นที่การสืบสวนสอบสวนมีการติดขัดและที่มีปัญหาก็ให้แจ้งทาง ภ.จว.เพื่อสนับสนุนแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ในวันนี้ได้นำผู้กำกับฯสืบสวนมาด้วยเพื่อสืบสวนดำเนินการเพิ่มเติมในขณะนี้ได้ดู3 คดีโดยเฉพาะในส่วนเรื่องคดีเงินหายมันต้องเริ่มสอบสวนตั้งแต่เจ้าของทรัพย์ก็คือนายชูชาติ กัลมาพิจิตร จะเสียชีวิตที่มีการเปลี่ยนแปลงลายมือชื่อในการเบิกเงิน จากนั้นก็มาดูเรื่องการเบิกเงินเบิกไปทำอะไร ใครเป็นผู้เบิก เบิกเงินไปไหน เส้นทางการเงินเป็นอย่างไร เบิกไปใช้ในบริษัท หรือไปใช้เป็นการส่วนตัว อันนี้คือขั้นตอนที่จะต้องตรวจสอบโดยละเอียด ซึ่งอาจจะมีผู้ร่วมกระทำผิดมากกว่านี้ แต่หากมีการนำเงินไปใช้ในกิจกรรมบริษัทอาจจะไม่ผิดก็ได้ต้องดูในรายละเอียดอีกที


ด้านนางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา และยังเป็นผู้จัดการมรดกร่วมปางช้างแม่สา ได้เผยว่าหลังจากทราบว่าทางผู้การฯเชียงใหม่เข้ามาควบคุมคดีนี้ก็รู้สึกดีใจมาก เพราะตนรอมานานร่วม 4 ปีแล้วที่ตนรู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรม ถูกกลั่นแกล้งใส่ร้าย แล้วเราก็มีความลำบากในเรื่องความรับผิดชอบต่อปางช้างแม่สาต่อช้างและคนของปางช้างแม่สา เรามีปัญหาในเรื่องการเงินมาตลอดโดยที่ว่าเราไม่รู้เรื่องเงินร้อยกว่าล้านบาท ดังนั้นเงินที่หายไปจึงไม่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายในบริษัทปางช้างแม่สาที่ตนบริหารอยู่อย่างแน่นอน


“ตอนแรกเราคิดว่ามีวิธีเดียวที่จะใช้หนี้ปางช้างแม่สา ก็คือการจัดการทรัพย์สิน แต่ในที่สุดก็มีเรื่องขึ้นมาให้เราเป็น2 ทางก็คือเอาเงิน100 กว่าล้านคืนมาให้บริษัทปางช้างแม่สา กับทวงมรดกของปางช้างแม่สา ซึ่งก็ถือว่ามีทั้งทรัพย์สิน เริ่มตั้งแต่ตัวช้างและที่ดิน เงินสด ที่นายชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้เป็นพ่อปรารถนาจะให้ช้างสามารถอยู่ต่อไปได้อย่างมั่นคงแข็งแรง ตนเองในฐานะที่เป็นบุตรสาวคนโต และเป็นคนที่รู้เรื่องของปางช้างมากกว่าคนอื่น ก็ปรารถนาจะให้คดีต่างๆและการจัดการทรัพย์สิน แม้กระทั่งเงินที่ปางช้างแม่สาควรจะได้รับคืน ให้ได้รับคืนมาโดยเร็ว โดยเฉพาะตอนนี้ปางช้างแม่สาปิดมาเดือนกว่าแล้ว ไม่มีเงินหมุนเวียนที่จะบริหารเลย เราก็อยากจะให้คดีทุกอย่างให้ตำรวจได้ดำเนินการอย่างรวดเร็วแล้วก็เมื่อความจริงเปิดเผยมันจะส่งผลดีหลายอย่าง คือตนเองที่ถูกกล่าวหาและต่อว่าสารพัดจะได้เคลียร์ตัวเองว่าความจริงเป็นอย่างไร ตนทำความดีเพื่อสังคมมาตลอด หากทางตำรวจทำคดีเสร็จสิ้นก็จะเกิดผลที่ดีต่อชีวิตช้าง 68 เชือก พนักงานในปางช้างและต่อชีวิตตน รวมถึงครอบครัวตนอีกด้วย เป็นสิ่งที่่ตนมองเห็นในอนาคตอันใกล้นี้” นางอัญชลีกล่าว

เชียงใหม่ ชาวล้านนา ร่วมกัน ต๋ามผ๋างประตี๊ด 9,999 ดวง รอบองค์เจดีย์บูชากู่คำหลวง เนื่องในทศกาลลอยกระทง (คลิป)

ชาวล้านนา ร่วมกัน ต๋ามผ๋างประตี๊ด 9,999 ดวง บูชาองค์เจดีย์กู่คำหลวง เวียงกุมกามเนื่องในประเพณีลอยกระทง

ที่วัดเจดีย์เหลี่ยม (กู่คำหลวง) เวียงกุมกาม ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยว พร้อมใจกนสวมชุดพื้นเมือง ร่วมงานประเพณี จุดประทีป รอบองค์พระธาตุเจดีย์ บูชาพระธาตุกู่คำหลวง พร้อมรับชมการแสดงพลุ แสง สี เสียงนาฏกรรมล้านนาสุดอลังการ พร้อมร่วมกันจุดโคมไฟคู่รัก 100 คู่ เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในเทศกาลประเพณียี่เป็ง หรือ ลอยกระทง

โดย ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ ดร.ภคมิทรา อุปโยคิน ได้ร่วมกับ อำเภอสารภี เทศบาลตำบลท่าวังตาล และหน่วยงานภาคเอกชน ได้ร่วมกันจัดงานในครั้งนี้ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของชาวล้านา ได้สืบสานและต่อยอดสู่คนหลัง อีกทั้งยงเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ศาสนา และศิลปวัฒนธรรมของชาวล้านนา(ดั้งเดิม) อีกด้วย

บรรยากาศภายในงาน ได้มีการจัดกิจกรรมแขวนโคมคู่รัก 100 คู่ ทามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นในรูปแบบวิถีของชาวล้านนา และพร้อมกันจุดผางประทีป จำนวน 9,999 ดวง เพื่อเป็นการพุทธบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รอบองค์พระเจดีย์ กู่คำหลวง และชมการแสดงนาฏกรรมล้านนา ศิลปวัฒนธรรมดังเดิม ก่อนจะพากันไปลอยกระทงเพื่อขอขมาแก่พระแม่คงคา ในแม่น้ำปิงต่อไป

สำหรับวัดเจดีย์เหลี่ยม หรือ วัดกู่คำ ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า ชื่อว่า เวียงกุมกาม ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1831 สมัยพญามังราย มีจุดเด่นคือเจดีย์ทรงปราสาทจำนวน 5 ชั้น 20 องค์ มีลักษณะคล้ายคลึงกับเจดีย์กู่กุดในวัดจามเทวี และ สุวรรณเจดีย์ เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมเจดีย์ในสมัยอาณาจักรหริภุญไชย ซึ่งองค์พระเจดีย์กู่คำมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม มีพระพุทธรูปยืนด้านละ 15 องค์ แต่ละด้านมีซุ้มพระชั้นละ 3 องค์ มี 5 ชั้น รวมทั้งหมด 60 องค์

เหตุที่ได้ชื่อว่ากู่คำ เพราะมีการประดับด้วยทองคำลงมาตั้งแต่ยอด แต่เนื่องจากได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อ พ.ศ. 2451 โดยคหบดีชาวพม่า ทำให้พระพุทธรูป ซุ้มพระ ลายพรรณพฤกษา กลายเป็นรูปแบบศิลปะพม่าไป และมีการเพิ่มพระพุทธรูปนั่งอีก 4 องค์ รวมทั้งหมด 64 องค์ เพื่อให้เท่ากับอายุของรองอำมาตย์เอก หลวงโยนะการพิจิตร (หม่องปันโหย่ อุปะโยคิน) คหบดีชาวพม่า ที่ได้บูรณะในครั้งนั้น

เชียงใหม่ ทายาทปางช้างแม่สา แจ้งความเอาผิดคดีอาญา ต่ออดีตผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงินของบริษัทฯ ในข้อหา ฉ้อโกง- ยักยอกทรัพย์ (คลิป)

“อัญชลี” บุตรสาวพ่อเลี้ยงชูชาติ เจ้าของปางช้างแม่สา แจ้งความตำรวจให้ดำเนินคดีกับอดีตผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงินของบริษัทฯ พร้อมพวกความผิดคดีอาญา “ฉ้อโกง-ยักยอกทรัพย์ “หลังตรวจสอบพบมีการเบิกถอนเงินในบัญชีเลี้ยงช้าง ตั้งแต่ปี ม.ค.62 ถึง 4 พ.ย.65 รวมเกือบ 200 ครั้ง เงินมากถึง 117 ล้านบาทหายเกลี้ยง เผยมีผู้ร่วมกระทำผิดนับ 10 ราย ต้องดำเน้นคดีให้ถึงที่สุด

นางอัญชลี กัลมาพิจิตร กรรมการบริษัท ปางช้างแม่สา ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.สาริน อินต้อ พนักงานสอบสวน สภ.แม่ริม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ว่า ด้วยเมื่อวันที่ 21 ม.ค.2562 บริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด ได้มีการทำรายงานการประชุม (เท็จ) โดยที่ไม่มีการประชุมกันจริง 2 ครั้ง โดยนายชูชาติ กัลมาพิจิตร ซึ่งป่วยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงใหม่-ราม มีการลงลายมือชื่อของนายชูชาติฯ ขณะที่มีอาการป่วย (เสียชีวิตในวันที่ 27 ม.ค.2562) มีการเรียกเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงเทพไปทำการเปลี่ยนเงื่อนไขการสั่งจ่ายเงินในบัญชี จำนวน 4 บัญชี โดยเดิมผู้มีอำนาจสั่งจ่ายหรือเบิกถอนเงินมีเพียงนายชูชาติ เพียงคนเดียว เปลี่ยนเป็นนายชูชาติ หรือ นางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร และนายเชิดศักดิ์ กัลมาพิจิตร คนใดคนหนึ่งก็ได้ มีการแจ้งขอจดทะเบียนบริษัทฯ เพิ่มกรรมการเข้าบริษัทไปอีก 1 คน จากนั้นตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.62 ถึงวันที่ 19 ก.ย.64 ได้มีการเบิกถอนเงินออกจากบัญชี โดยมี อดีตผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงินของบริษัทฯ พร้อมพวกให้พนักงานไปเบิกถอนแล้วนำเงินที่ได้ไปให้อดีตผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงินของบริษัทฯ


จากการตรวจสอบของผู้แจ้ง ซึ่งได้ฟ้องคดีแพ่งโดยมีธนาคารที่ บริษัทฯ เปิดบัญชีใน อ.แม่ริมเป็นจำเลย จึงได้ขอเอกสารเป็นสลิปการเบิกถอนเงินเมื่อนำมาตรวจสอบทราบว่า บางรายการพนักงานที่ไปเบิกเงิน ไม่ได้เป็นผู้ลงลายมือชื่อในใบเบิกถอนเงิน จึงทำให้บริษัทฯ ได้รับความเสียหาย 117,000,000 บาท (หนึ่งร้อยสิบเจ็ดล้านบาท) มีการเบิกถอนเงินออกไปเกือบ 200 ครั้ง จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์มอบคดีต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับอดีตผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงินของบริษัทฯ พร้อมพวก ดำเนินคดีตามกฎหมาย จนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไป ซึ่งการเบิกเงิน เกิดขึ้นช่วง เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2562. ถึงวันที่ 4 พ.ย. 2565(วันที่ทราบเรื่องการกระทำผิด) ต่อเนื่องเกี่ยวพันกันหลายครั้ง ทางเจ้าหน้าที่จะสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับกระทำผิดต่อไป


ด้านนางอัญชลี กล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ตนมาโรงพักแม่ริมวันนี้ ในฐานะกรรมการบริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด พบว่า อดีตผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงินของบริษัทฯ น่าจะเข้าข่ายกระทำความผิดในการเบิกเงินบริษัทฯออกไปใช้โดยมิชอบด้วยกฏหมาย หลังจากที่ตนเข้ามาทำหน้าที่่จัดการมรดกร่วมกับนางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร ภรรยา(คนใหม่)ของคุณพ่อ นายชูชาติ กัลมาพิจิตร ที่เสียชีวิตไปนาน 4 ปีมาแล้วนั้น ตนเข้ามาทำหน้าที่จัดการมรดกตั้งแต่ พ.ศ.2562 ก็เข้าใจว่า เงินบัญชีมรดกของบริษัทฯ มีจำนวน 9 ล้านบาทเท่านั้น ต่อมาตนมาทราบภายหลังว่า มีบัญชีอีกจำนวน 4 บัญชีของบริษัทฯ และได้ถูกเบิกออกไปโดยที่ตนไม่ทราบ


“ตนเป็นผู้มีอำนาจในการลงนามแทนบริษัท ต้องลงนามคู่กับนายเชิดศักดิ์ กัลมาพิจิตร ที่เป็นน้องชาย และคุณฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร 2 ใน 3 มีอำนาจลงนามในทางทำธุระกรรมต่างๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 ประมาณเดือนตุลาคม ตามคำสั่งศาลของจังหวัดเชียงใหม่ ให้ตนเองได้เข้ามาดูแล บริษัท ปางช้างแม่สา ตอนนั้นอยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่าย ตนเองได้รับเงินของ บริษัทฯ รวม 9 ล้านบาท ซึ่งตอนนั้นตนไม่รู้เลยว่าเงินในบัญชี เดิมมีอยู่ 20 ล้านบาท แต่เหลือ 9 ล้านบาท คุณเชิดศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้บริหารเดิม กับคุณฐิติรัตน์ ได้ใช้เงินไปประมาณ 11 ล้านบาท ก่อนที่ดิฉันจะเข้ามารับมอบเงินให้ดิฉัน 9 ล้านบาทดังกล่าว”

นางอัญชลี กล่าวต่อว่า จนกระทั่งตนได้ติดต่อสอบถามไปที่ธนาคาร ที่บริษัท ปางช้างแม่สา โดยพ่อของตนเปิดบัญชีไว้ พบว่า มีอีกหลายบัญชีอย่างน้อยอีกประมาณ 4 บัญชี รวมเป็นเงินประมาณ 117 ล้านบาท และทุกบัญชีถูกถอนเอาเงินออกไปในระหว่างปี 2562 จนถึง 2564 มีเงินเหลือในบัญชีจำนวนไม่มาก การถอนเงินออกไปแล้วนั้น ทำให้บริษัทฯไม่มีเงินในการที่จะมาใช้จัดการบริหารเลี้ยงช้าง จ่ายเงินเดือนพนักงานได้เลย จึงแจ้งความเอาผิดกับอดีตผู้จัดการฝ่ายบัญชีแลการเงินบริษัฯปี 2562 รายนี้เป็นรายแรกก่อน เพราะพบว่าผิดปกติที่เบิกเงินแต่ละครั้งมากถึงหลักล้านบาท และมากสุดครั้งละ 9 ล้านบาท ซึ่งธนาคารสาขาในอำเภอแม่ริม ไม่น่าจะมีเงินมากเพียงพอในการเบิกแต่ละครั้งได้ หลังจากแจ้งเอาผิดกับอดีตผู้จัดการฯแล้ว ก็ขอให้ตำรวจขยายผลการสืบสวนสอบสวนเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องน่าจะรวมแล้วประมาณ 10 คน มาดำเนินคดีในความผิดเข้าข่ายการฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์ของบริษัทฯ


“ก่อนหน้านี้ตนได้เดินทางไปที่ธนาคารสำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ หวังจะพูดคุยกับกรรมการผู้จัดการใหญ่ของของธนาคาร แต่ได้พบเพียงเลขา ก็เลยได้ทำหนังสือแจ้งให้ธนาคารสำนักงานใหญ่ได้ทราบ ว่า เราประสงค์ที่จะขอเงินของบริษัท ปางช้างแม่สา คืนทั้งหมด เพราะมีการเบิกเงินไปโดยมีข้อสงสัย และเนื่องจากว่า ปางช้างแม่สา ประสบปัญหาซ้ำซ้อนหลายอย่าง นอกจากโรคโควิด-19 แล้ว เราก็ยังมีปัญหาเรื่องของภัยธรรมชาติก็ทำให้สะพานเข้าปางช้างแม่สาขาด ไม่สามารถที่จะเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวได้ หรือทำกิจกรรมใดๆได้ตลอดเดือนตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องใช้เงินของบริษัท ปางช้าง ตามมรดกที่คุณพ่อระบุไว้ นำมาใช้ ในการบริหารงาน การดูแลช้าง แต่เงินถูกเบิกไปเกือบหมดบัญชี ดังกล่าว”


นางอัญชลี กล่าวอีกว่า “ในพินัยกรรมมรดกจากคุณพ่อชูชาติ กัลมาพิจิตร บอกไว้ชัดเจนว่า ทรัพย์สินส่วนมากของบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของช้าง เงินสด เงินในธนาคาร ทรัพย์สินต่างๆ ที่บริษัทฯ ใช้อยู่ อย่างเช่น รถ ยานพาหนะต่างๆ หรือแม้กระทั่งที่ดินหลายแห่ง บ้านล้านช้าง ที่ดินในหลายอำเภอ คอนโดห้องชุด ให้ตกเป็นของ บริษัท ปางช้างแม่สาทั้งหมด แต่ว่าเราไม่สามารถจัดการทรัพย์สินได้ ผู้จัดการมรดกร่วมไม่ทำหน้าที่ พบมีการขัดขวาง มีการยื่นที่จะขอเป็นผู้จัดการมรดกคนเดียวบ้าง จนทให้เป็นคดียืดเยื้อกันมาหลายปี จนกระทั่งตอนนี้คดีสิ้นสุดแล้วในกรณีจัดการมรดก แต่ก็ยังไม่สามารถจัดการมรดกได้อีก”


นางอัญชลี กล่าวต่อว่า ธนาคารที่คุณพ่อนำเงินไปฝาก หรือบริษัท ปางช้างแม่สา นำเงินไปฝาก อันนี้เราฟ้องไปแล้วเป็นคดีแพ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่วันนี้เรากำลังพูดถึงคดีอาญา คนที่เบิกเงินหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข หรือว่า มีการประชุมอันเป็นเท็จ เพราะว่า ในวันที่ประชุมคุณพ่อก็นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล คุณพ่อยังได้ลงลายมือชื่อว่า เป็นประธานในการประชุม ในขณะที่คุณพ่อนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล น่าจะเข้าข่ายนำเอกสารอันเป็นเท็จไปใช้ที่ธนาคารประกอบกับการเบิกถอนเงินด้วยหรือไม่นั้นตนเองไม่ทราบ ดังนั้นวันนี้ จึงรวบรวมหลักฐานและพยานบุคคล เข้ามาแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินคดีกับอดีตผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน ของปางช้างแม่สาที่ทำหน้าที่ในปี พ.ศ.2562 ในข้อหา ยักยอกทรัพยและฉ้อโกงทรัพย์ บริษัท ปางช้างแม่สา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนเอาผิดผู้ลงนามเบิกเงินที่น่าจะเข้าข่ายความผิดมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

เชียงใหม่ วัดศรีสุพรรณเชียงใหม่จัดงานบุญฉลอง“19 ปี อุโบสถเงิน 522 ปี ศรีสุพรรณอาราม”สุดงดงาม

วัดศรีสุพรรณเชียงใหม่จัดงานบุญฉลอง“19 ปี อุโบสถเงิน 522 ปี ศรีสุพรรณอาราม”สุดงดงาม

วันที่ 3 พ.ย.นี้ ที่ข่วงบุญสมปรารถนาอุโบสถเงิน วัดศรีสุพรรณ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายวรญาณ บุญณราช รอง ผวจ.เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน“19 ปี อุโบสถเงิน 522 ปี ศรีสุพรรณอาราม”มีนางอัญชลี บุญณราช รองนายกเหล่ากาชาดเชียงใหม่ร่วมงาน โดยพระครูพิทักษ์สุทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีสุพรรณ ร่วมให้การต้อนรับโดยมีชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวมาร่วมชมงานจำนวนมาก

โดยงานบุญวัดศรีสุพรรณ ที่มีอายุครบ 522 ปี และอุโบสถเงินซึ่งเป็นอุโบสถหลังแรกของโลกอายุ ครบ 19 ปี ได้มีการแสงสีเสียงประวัติความเป็นมาของวัดและการกอบกู้เมืองเชียงใหม่ของพระเจ้ากาวิละ และเนื่องจากชุมชนวัวลายของวัดศรีสุพรรณ มีอัตลักษณ์ชุมชนเครื่องเงินจึงได้มีการจัดให้มีการเดินแฟชั่นเครื่องเงินอย่างงดงาม ก่อนที่จะมีการแสดงทางวัฒนธรรมอย่างสวยงามให้นักท่องเที่ยวได้ชมอย่างตื่นตาตื่นใจและงดงามยิ่งนัก

สำหรับการจัดงานทำบุญ “19 ปี อุโบสถเงิน 522 ปีศรีสุพรรณอาราม”วัดศรีสุพรรณชุมชนหัตถกรรมเครื่องเงิน มีอายุครบ 522 ปี อีกทั้งการปฏิสังขรณ์อุโบสถหลังเดิมเป็นอุโบสถเงิน ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2547 ถึงปัจจุบัน มีอายุครบ 19 ปีแล้ว และเกิดเหตุการณ์การพังทลายของพระบรมธาตุเจดีย์ศรีสุพรรณอาราม เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565 ที่ผ่านมานั้น ทางวัดศรีสุพรรณจึงได้ร่วมกับหน่วยงานองค์กรเครือข่าย จัดกิจกรรมงานทำบุญ “19 ปี อุโบสถเงิน 522 ปีศรีสุพรรณอาราม” ภายใต้โครงการส่งเสริมสนับสนุนอัตลักษณ์ชุมชนเครื่องเงิน เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่บูรพกษัตริย์ บรรพบุรุษ ญาติมิตร ผู้สร้างวัดศรีสุพรรณในอดีต ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 7 พฤศจิกายน 2565

เชียงใหม่ สภ.เมืองเชียงใหม่ บูรณาการ ร่วมฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงใหม่ และ สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่กวดขันสถานบริการในพื้นที่

สภ.เมืองเชียงใหม่ บูรณาการ ร่วมฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงใหม่ และ สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่กวดขันสถานบริการในพื้นที่ สุ่มตรวจปัสสาวะแก้ไขปัญหายาเสพติด ตรวจค้นอาวุธปืน และสิ่งผิดกฏหมายตามนโยบายรัฐบาล



เจ้าหน้าที่ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมและกวดขันตรวจสถานบริการ ณ ลานท่าแพ ตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ให้สั่งการให้ กวดขันสถาบริการในพื้นที่ ร่วมถึงการดำเนินการอย่างเข้มข้นกับผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน นั้นสภ.เมืองเชียงใหม่ จึงได้ บูรณาการกำลัง ร่วมกับ จนท.ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงใหม่ และ สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ลงตรวจสถานบริการในพื้นที่ โดยได้ไปตรวจที่ ร้าน sound up (ซาวอัฟ) ถนนมูลเมือง ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อไปถึงพบ พบกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังดื่มกินกันอยู่ จึงได้ทำการ สั่งให้ปิดเพลงเเละเปิดไฟ เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลัง ลานจอดรถชั้นที่ 1 ตรวจสอบภายในอาคารชั้น 2 และ 3 เพื่อค้นหาสิ่งผิดกฏหมาย ต่างๆดำเนินการตรวจสอบบัตรประชาชนผู้มาเที่ยว ตรวจใบอนุญาตในการประกอบการของทางร้าน ตรวจช่องทางหนีไฟ ที่ทางร้านได้เตรียมไว้ ซึ่งพบว่าถูกต้องครบถ้วน จากนั้นจึงได้ทำการสุ่มตรวจปัสสาวะ นักท่องเที่ยวและพนักงานในร้าน เพื่อตรวจหาสารเสพติดโดยสุ่มตรวจ ทั้งชาย และ หญิง จำนวน 50 คน ผลปรากฏว่า ไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ภูวนาถ ดวงดี ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้กล่าวว่า การลงพื้นที่กวดขันสถานบริการ และการดำเนินการผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมถึงอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด เป็นนโยบายที่สำคัญและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจ ขับเคลื่อนมาโดยตลอดอยู่แล้ว โดยวิธีการจะการบูรณการ กำลังร่วมกันหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด และจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้อยู่ในสังคม อย่างปลอดภัยและปกติสุข

เชียงใหม่ กลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ กะเหรี่ยงคอยาว ลีซู ราหู่ ไทใหญ่ ร่วมกันร้องเพลง แฮบปี้เบิร์ด ให้กับผู้บังคับการน่าน (คลิป)

กลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ กะเหรี่ยงคอยาว ลีซู ราหู่ ไทใหญ่ ร่วมกันร้องเพลง แฮบปี้เบิร์ด ให้กับผู้บังคับการน่าน ซึ่งเกิดวันที่ 24 ตุลาคม จนปลื้มน้ำตาคลอ ระหว่างมาเป็นประธานทอดผ้าป่าสามัคคี ที่วัดห้วยบอน อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

พลตำรวจตรี ปิยะพันธุ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน เดินทางมาเป็นประธาน ทอดผ้าป่าสามัคคี ที่วัดใหม่มงคลชัย หรือวัดห้วยบอน ตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ หลายชนเผ่า หลังพิธีทอดผ้าป่าเสร็จสิ้น ซึ่งกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ ที่มาร่วมงานทราบว่า พลตำรวจตรี ปิยะพันธุ์ หรือผู้การหมู เกิดวันที่ 24 ตุลาคม จึงพากันเชิญผู้การขึ้นบนเวที ยืนล้อมรอบด้วยพี่น้องชนเผ่า ทั้งกระเหรี่ยงคอยาว ลีซู ไทยใหญ่ ราหู่ และกะเหรี่ยงแดง พากันร่วมร้องเพลงอวยพรวันเกิด แฮบปี้เบิร์ดเดย์ ให้กับท่านผู้การหมู ทำให้ปลื้มอกปลื้มใจ จนน้ำตาคลอ


สำหรับพลตำรวจตรี ปิยะพันธุ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ ผู้บังคับการจังหวัดน่าน อดีตเป็นรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ มานานถึง 8 ปี ทำงานด้านจิตอาสามาโดยตลอด จนเป็นที่รักใคร่ของประชาชน และสื่อมวลชน เป็นนายตำรวจน้ำดี ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน หรือ นรต.รุ่น 39 และได้เลื่อนยศเป็นพลตำรวจตรี เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา

เชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ทอดกฐินให้กับวัด 300 แห่งที่ตกค้างไม่ได้รับกฐิน

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ทอดกฐินให้กับวัด 300 แห่งที่ตกค้างไม่ได้รับกฐิน ที่วัดม่อนฤษี อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่


นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เชิญชวนพุทธศาสนิกชน พี่น้องประชาชนเชียงใหม่ ร่วมทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ ”ทอดมหากฐินสามัคคีที่ตกค้างจำนวน 300 วัด”ในจังหวัดเชียงใหม่ ใน วันอาทิตย์ ที่ 30 ตุลาคม 2565 นี้ เวลา 9.09 น. จะมีการทอดมหากฐินฯที่วัดม่อนฤาษี ตำบล ดอยหล่อ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่

สำหรับจังหวัด เชียงใหม่มีมีวัดกว่าพันวัด บางวัดไม่มีโอกาสได้รับกฐินเลย ในปีนี้ จึงได้จัดให้มีการทอดมหากฐินสามัคคีให้กับวัดที่ตกค้างจำนวน 300 วัด โดยได้กราบนิมนต์เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และได้มีการประชุม และมอบเงินวัดละ10,000 บาท เพื่อนำเงินไปตั้งต้นกฐิน ในวันที่ 23 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นมหาบุญ มหากุศลใหญ่ ร่วมกันกับประชาชน ชาวเชียงใหม่ต่อไป และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้สืบทอดต่อไป จนถึง 5000 ปี

ลำพูน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ทอดกฐินถวายวัดทากู่แก้ว อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูนยอดเงินกว่า 4 แสนบาท (คลิป)

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ทอดกฐินถวายวัดทากู่แก้ว อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูนยอดเงินกว่า 4 แสนบาท ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา


นาย วรญาณ บุณณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมนางอัญชลี กัลมาพิจิตร บุญณราช รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับญาติธรรม ร่วมขบวนแห่ องค์มหากฐินจากหน้าหมู่บ้าน ไปถวายยังวัดทากู่แก้ว ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน โดยมีขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ ประกอบด้วย ขบวนแห่องค์กฐิน ขบวนกลองสะบัดชัยขบวนคณะช่างฟ้อนขบวนบริวารกฐิน และขบวนเครื่องไทยธรรม ขบวนตุงล้านนา ขนาบข้างคณะเจ้าภาพกฐิน ขบวนต้นเงิน เกวียนบรรทุกต้นเงิน ขบวนผู้ติดตาม กลองซิงมอง พร้อมเดินรอบพระอุโบสถ 3 รอบ ก่อนขึ้นไปถวายบนพระอุโบสถ โดยมีประชาชนในพื้นที่มารอต้อนรับ ได้ยอดเงินปัจจัยมากกว่า 4 แสนบาท ซึ่งทางวัดก็จะนำไปทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และซ่อมแซมศาสนสถานต่อไป พร้อมมีเจ้าภาพมาจัดเลี้ยงโรงทาน ให้กับประชาชนที่มาร่วมงานได้รับประทานฟรี ทั้งนี้เพื่อเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวต่อไป