เชียงใหม่ เทศบาลเมือง.แม่โจ้ และวิทยาลัยศิลปฯ มช.ร่วมกับภาคเอกชน เปิดตัวแพลตฟอร์ม”เมืองอัจฉริยะ” (คลิป)

เทศบาลเมือง.แม่โจ้ และวิทยาลัยศิลปะสื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับภาคเอกชน เปิดตัวแพลตฟอร์ม ยกระดับการบริการประชาชนนำไปสู่การเป็น “เมืองอัจฉริยะ”


ที่ห้องประชุมข้าวหอมมะลิ อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เทศบาลเมืองแม่โจ้ และวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับบริษัท เบดร็อค อนาไลติดส์ จำกัด เปิดตัวแพลตฟอร์ม ดิจิทัล ข้อมูลเมือง และระบบขออนุญาตก่อสร้างและควบคุมอาคารอัจฉริยะ ด้วยการผสานองค์ความรู้ระดับเชี่ยวชาญ ด้านข้อมูลกับ “ปัญญาประดิษฐ์” เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นเมืองอัจฉริยะ พร้อมการวิเคราะห์ข้อมูลแบบครบวงจร โดยมีนายศิวะ ธมิกานนท์ นายอำเภอสันทราย, นายประหยัด ทรงคำ นายกเทศมนตรีเมืองแม่โจ้ พร้อมด้วยนายวีรพงศ์ พาลพ่าย Technology Partnership Manager จากบริษัท เบดร็อค อนาไลติกส์ จำกัด, นางทิพรวี รัตนรังสรรค์ ท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่, ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวแพลตฟอร์มติจิทัล ข้อมูลเมืองในครั้งนี้ โดยมีผู้นำจาก 19 ชุมชนและ 1 ชุมชนกลุ่มคนพิการ ในเขตเทศบาลเมืองแม่โจ้ เข้าร่วมรับฟังด้วย

นายวีรพงศ์ พาลพ่าย จากบริษัท เบดร็อค อนาไลติกส์ จำกัด ได้บรรยายเกี่ยวกับ การพัฒนาแพลตฟอร์มติจิทัล ข้อมูลเมือง ที่มีการนำข้อมูลพื้นฐานสำคัญของเทศบาลเมืองแม่โจ้ ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบ ไปใช้ในการวิเคราะห์ คาดการณ์ วางแผนติดตามผล และแก้ไขปัญหาต่างๆ ของเทศบาลฯ ได้อย่างทันท่วงที ตลอดจนบริหารจัดการและพัฒนาเมืองผ่านแพลตฟอร์มนี้ โดยในระยะแรกได้มีการพัฒนาแพลตฟอร์มให้รองรับงานด้านสวัสดิการ และด้านสาธารณสุข
-นอกจากนี้ยังเปิดตัวระบบ ขออนุญาตก่อสร้างและควบคุมอาคารอัจฉริยะ ที่จะช่วยยกระดับการทำงานของเจ้าหน้าที่เทศบาล ลดระยะเวลาการขออนุมัติ เพราะสามารถกรอกแบบฟอร์มต่าง ๆ ผ่านระบบออนไลน์ อีกทั้งยังมี Al ในการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร ในส่วนของประชาชนก็สามารถตรวจสอบพื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างได้ด้วยตนเองได้ง่ายๆ ผ่าน Smart phone โดยไม่ต้องเดินทางมาที่เทศบาลฯ ระหว่างการขอสามารถติดตามสถานะได้ตลอดเวลาผ่านเมล์หรือ Line ระบบดังกล่าวยังสามารถอออกใบอนุญาตแบบออนไลน์ให้ประชาชนนำไปใช้งานได้ทันที

นายประหยัด ทรงคำ นายกเทศมนตรีเมืองแม่โจ้ กล่าวว่า เราได้ดำเนินการศึกษามาปีกว่า ก่อนที่จะได้มีการร่วมลงนามทำ MOU และร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวแพลตฟอร์ม ยกระดับการบริการประชาชนนำไปสู่การเป็น “เมืองอัจฉริยะ” ที่ยั่งยืนในครั้งนี้ โดยการนำแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินภารกิจต่างๆ ของเทศบาลเมืองแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยพัฒนาเทศบาลฯ ด้วยการนำเทคโลยี ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์มาเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในระดับเมือง และช่วยเสริมสร้างกลไกการดำเนินงานของท้องถิ่นให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของกระแสโลก โดยทางบริษัท เบดร็อคฯ ยังได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยจากฝีมือคนไทย แพลตฟอร์มดิจิทัลข้อมูลเมือง ผ่านระบบขออนุญาตก่อสร้าง และควบคุมอาคารอัจฉริยะจะเข้ามาช่วยเหลือการทำงานของเจ้าหน้าที่ฯ เป็นตัวช่วยที่สำคัญและสนับสนุนในด้านการพัฒนาเมืองในทุกมิติ อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ยกระดับเทศบาลเมืองแม่โจ้ ให้เป็น “เมืองอัจฉริยะ” หรือSmart City

เชียงใหม่ เตรียมจัดงานเทศกาลอาหารและดนตรีเชียงใหม่ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 11-16 ตุลาคม 2566 (คลิป)

สมาคมร้านอาหาร และสถานบันเทิงเชียงใหม่ร่วมกับชมรมภัตตาคารและร้านอาหารเชียงใหม่ จัดงานเทศกาลอาหารและดนตรีเชียงใหม่ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 11 – 16 ตุลาคม 2566 กระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยว คาดเงินสะพัดนับ 10 ล้านบาท

ที่ร้านอาหาร เดอะวิวออลเดย์ จังหวัดเชียงใหม่ นาย จรัลพงษ์ บุรุษพัฒน์ พร้อมด้วย นางสาว สุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว ในนามสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่ พร้อมทั้งชมรมภัตตาคารและร้านอาหารเชียงใหม่ เตรียมจัดงานเทศกาลอาหาร และดนตรี ครั้งที่ 3 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ลานกิจกรรม หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ หรือ เซ็นเฟส ระหว่างวันที่ 11 – 16 ตุลาคม 2566

ภายในงานมีร้านอาหารที่มีชื่อเสียง ของจังหวัดเชียงใหม่ มากกว่า 100 ร้านค้า เช่น ร้าน เฮือนเพ็ญ ร้านสวนหอมข้าวรำ ร้านไก่ย่างเฮียตี๋ ร้านไก่กรอบเกาหลี ร้านซังเซบง ร้านไข่ปลาหมึก ร้านลาบต้นยาง ร้านเสน่ห์ชายน้ำ ร้านฮิมบ้านสวน ร้านสามเสนวิลล่า ร้านเอกลูกชิ้นเยาวราช ร้านนาราชาชัก ร้านซูชิเทาเทา ร้านเจ้ต่ายหมูปลาร้า – ส้มตำ ร้านไส้ย่างสันป่าข่อย สวนอาหารบัว ร้านทะเลถังแตก เป็นต้น มาเปิดบูธจำหน่าย ให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยว ในราคายุติธรรม และมีสวนสนุก ให้กับเด็กๆได้เล่นสนุก รวมทั้งมีการสาธิต การทำอาหารนานาชาติ จากเซฟชื่อดัง รวมทั้ง มีฟู้ดทรัค มาให้บริการ อาหารที่หลากหลาย

และยังมีนักร้องและวงดนตรีชื่อดัง ทั้ง ป็อป ปองกูล มาลีฮวนน่า พลพล วี วีโอเลต และพงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ เต็มวง คาดตลอดการจัดงาน จะมีประชาชนและนักท่งอเที่ยวมาใช้บริการวันละมากกว่า 2,000 คน จะมีเงินสะพัดนับ 10 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อสร้างรายได้ ให้กับร้านค้าร้านอาหาร ในจังหวัดเชียงใหม่ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว


นอกจากนั้น นาย กริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่16 ยังให้เจ้าหน้าที่ นำกล้าพันธุ์ไม้นานาชนิด มาแจกให้กับผู้มาร่วมงานเทศกาลอาหารและดนตรีครั้งที่ 3 ฟรีอีกด้วย

เชียงใหม่ เทศบาลเมือง.แม่โจ้ จัดงานของดี อ.สันทราย ฟื้นฟูงานสิบสองเป็งล้านนา ตามวิถีพุทธวิถีธรรม (คลิป)

เทศบาลเมือง.แม่โจ้ จัดงานของดี อ.สันทราย ฟื้นฟูงานสิบสองเป็งล้านนา ตามวิถีพุทธวิถีธรรม ผู้ว่าฯ นำร่องซอฟท์เพาเวอร์ ตามนโยบาย”เศรษฐา” เที่ยวได้ทุกฤดูกาลตลอดปี


ที่วัดศรีดอนชัยป่าตึงงาม (วัดแม่แก้ดน้อย) ต.ป่าไผ่ อ.สันทรายจ.เชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานสืบสานวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีพุทธ วิถีธรรม งานมหกรรมพื้นบ้านและงานแสดงสินค้าศิลปหัตถกรรมล้านนา 0TOP ของดี อ.สันทราย เพื่อส่งเสริมท่องเที่ยวจังหวัดภายใต้การสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่

มีนายไชยยันต์ วิริยา นายกเทศมนตรีตำบลป่าไผ่ ในฐานะประธานชมรมองค์กรปกครองท้องถิ่น อ.สันทราย นายประหยัด ทรงคำ นายกเทศมนตรีเมืองแม่โจ้ น.ส.พุธิตา ชัยอนันต์หรือจีน ส.ส.เชียงใหม่ เขต 4 พรรคก้าวไกล นายวิทยา ทรงคำ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย พร้อมผู้บริหารท้องถิ่นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มสตรี กลุ่มผู้สูงอายุ ประชาชน และนักท่องเที่ยว เข้าร่วมจำนวนมาก

ภายในงาน มีฟังธรรมเทศนา กัณฑปุพพเปตพลี ขบวนแห่นรกและสวรรค์ ฟ้อนพื้นเมืองดนตรีนาฏศิลป์ล้านนา ประกวดขบวนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น สาธิตศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน มหกรรมอาหารพื้นบ้านโชว์เมนูเด่น “ตำจิ้นแห้ง” อาหารประจำถิ่นพร้อมสืบสานฟื้นฟูประเพณีสิบสองเป็งล้านนา ของวัดศรีดอนชัยป่าตึงงาม โดยพระครูวิศาลจริยคุณ เจ้าอาวาสวัดดังกล่าว ที่ริเริ่มและพัฒนาต่อยอดประเพณีดังกล่าว เพื่อส่งเสริมท่องเที่ยวชุมชน

นายวิรัตน์ กล่าวว่า เชียงใหม่ นำร่องจุดหมายปลายทาง WORKCATION ด้วยซอฟท์เพาเวอร์ หรือ F 4 ประกอบด้วยF Food อาหารของกึ๋นคนเมือง F Festival เชียงใหม่เมืองแห่งเทศกาล F Film อภิรมย์เชียงใหม่ ตามรอยหนังดังF Fashion ยลเสน่ห์ภูษาเวียงพิงค์ โดยมีเป้าหมายเที่ยวเชียงใหม่ได้ทุกฤดูกาลตามนโยบายนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ทึ่ส่งเสริมเที่ยวทั่วไทยตลอดปี หรือ 12 เดือน เพื่อสร้างงานและกระจายรายได้สู่ชุมชนมากที่สุด เชียงใหม่ ถือเป็นจุดหมายปลายทางนักท่องเที่ยวหลายประเทศ เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย มีอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่เป็นเอกลักษณ์มาอย่างยาวนาน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว กิจกรรมดังกล่าว

“ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ ตามนโยบายรัฐบาลด้วย” นายนิรัตน์ กล่าว นายประหยัด กล่าวว่า เทศบาลสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว เพื่อสืบสานวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีพุทธ วิถีธรรม พร้อมฟื้นฟูเศรษฐกิจรากฐานด้วยตลาดสินค้าท้องถิ่นเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวผ่านเสน่ห์ชุมชนของเทศบาลเมืองแม่โจ้ พร้อมแสดงสินค้า ศิลปหัตถกรรมล้านนา OTOPOCOP ของดี อ.สันทราย คาดมีผู้ร่วมงานกว่า 10,000 คน สร้างรายได้สู่ชุมชนนับล้านบาทด้วย”

เชียงใหม่ วัดสันมะเกี๋ยงจัดพิธีบวงสรวงไอ่ไข่ พร้อมประกอบพิธีถอนคำสาบาน ถอนคำบนบาน ถอนคำสาบแช่ง (คลิป)

วัดสันมะเกี๋ยง จับพิธีบวงสรวงไอ้ไข่ พร้อมประกอบพิธี ถอนคำสาบาน ถอนคำบนบาน ถอนคำสาบแช่ง ขอขมากรรม อาบน้ำมนต์เสริมบารมี ลงนะหน้าทอง บังสกุลเป็น -​ สกุลตาย พบเลขอ่างน้ำมนต์ เลข 5-2 กับ 526


เมื่อบ่ายวันนี้ (30 กย.66 ) ที่ลานหน้าวัดสันมะเกี๋ยง ที่ตั้งไอ้ไข่ พ่อท่านเทิ่ม ต.สำราญราษฎร์ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ อาจารย์ศักดิ์ชัย วงษ์หล้า แห่งบ้านโหรอัสสโต นำลูกศิษย์วัดและผู้ที่มาแก้บน ประกอบพิธีบวงสรวงไอ้ไข่พ่อท่านเทิ่ม นางตุลา กิตติกุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นผู้จุดเทียนบวงสรวง และจุดเทียนอ่างน้ำมนต์ หลังเสร็จพิธี พบเลขเด็ดในอ่างน้ำมนต์ มีเลข 5 อักษรไทยด้านบน และ ต่อด้วยเลข 2 ตัวเลขอารบิก และ กลุ่มใหญ่ตรงกลาง มีเลข 0-8-9 เห็นชัดเจน และธูปที่หน้าเครื่องถวาย พบเลข 526 อีกด้วย บางคนมาแก้บน นำเลขหางประทัดไปเสี่ยงโชคต่อ จนเกลี้ยงแผง

壯陽藥
11304-1024×768.jpg” alt=”” width=”1024″ height=”768″ />

จากนั้น พระครูปลัดทวีวัฒน์ อินทวัณโณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสะเก็ด พระอารามหลวง ในฐานะที่ปรึกษาเจ้าอาวาสวัดสันมะเกี๋ยง พร้อมพระครูปลัดสุรเชษฐ์ หรือพระอาจารย์เตชรังสี เจ้าอาวาสวัดสันมะเกี๋ยง นำพระสงฆ์ให้พร ประพรหมน้ำมนต์ให้ชาวบ้านที่มาร่วมพิธี พร้อมประกอบพิธี ถอนคำสาบาน ถอนคำบนบาน ถอนคำสาบแช่ง ขอขมากรรมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และอาบน้ำมนต์เสริมบารมี และลงนะหน้าทอง บังสกุลเป็นบังสกุลตาย เพื่อเป็นมงคลกับประชาชนที่มาร่วมพิธี

นอกจากนี้ชาวบ้านยังได้ร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2566 ในวันที่ 5 พ.ย.2566 เวลา 09.00 น.เป้นต้นไป

เชียงใหม่ กตป. กสทช. ผนึกความร่วมมือกับ มศว. เปิดเวทีภาคเหนือติดตามการให้บริการด้านกิจการโทรทัศน์ประจำปี 2566 (คลิป)

กตป. กสทช. ผนึกความร่วมมือกับ มศว เปิดเวทีภาคเหนือ เพื่อติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการให้บริการด้านกิจการโทรทัศน์ประจำปี 2566

คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ผนึกความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ (มศว) จัดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) ในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อติดตาม ตรวจสอบ และ ประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ด้านกิจการ โทรทัศน์ ประจำปี 2566 ในครั้งนี้ ได้จัดขึ้น ณ ห้องแกรนด์วิว 3 โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว จังหวัดเชียงใหม่

การจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) ในพื้นที่ภาคเหนือครั้งนี้ ได้เชิญผู้ที่ เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมจากทุกภาคส่วนตัวแทนองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนทั่วไป องค์กรการปกครอง ส่วนท้องถิ่น และสื่อมวลชน เข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นกว่า 150 คน นอกจากนี้ยังได้แบ่งกลุ่มย่อยทำ กิจกรรม Workshop เพื่อนำข้อมูลความคิดเห็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไปรวบรวมและสังเคราะห์เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ แท้จริง จัดทำเป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดในการ กําหนดนโยบายต่อไปในอนาคต

ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร ประธานและกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานด้านกิจการ โทรทัศน์ กล่าวว่า “เราได้เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและประชาชนในภาคเหนือ เพื่อก่อให้เกิดการผลักดันเชิงนโยบายอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการทำงานของ กสทช. ในอนาคต โดย ทาง กตป. เปรียบเสมือนกระจกสะท้อนให้เห็นถึง ประชาชนทั่วไป ผู้ผลิต และผู้ดำเนินงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ว่า คิดเห็นต่อการทำงานของ กสทช. อย่างไร รวมถึงข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขที่จะนำไปสู่การทำหน้าที่ของ กสทช. ซึ่งเป็นความท้าทาย ในความรับผิดชอบที่จะกำกับดูแลส่งเสริมและสนับสนุนให้กิจการ โทรทัศน์นั้นพัฒนาไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน จนเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน”

“สำหรับการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) เป็นการติดตาม ตรวจสอบ และ ประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ด้านกิจการ โทรทัศน์ ประจำปี 2566 โดยมอบหมายให้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นที่ปรึกษาโครงการ เพื่อรวมรวบ ข้อมูลและวิเคราะห์ประเมินผล”

รศ.ดร.ณักษ์ กุลิสร์ หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า “ ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ เราได้ใช้หลักการกำกับดูแล และหลักธรรมาภิบาลเป็นแนวทางในการติดตามและประเมินผล พิจารณากรอบการประเมิน จากอำนาจหน้าที่ ของ กสทช. สำนักงาน กสทช. เลขาธิการ กสทช. แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ภายใต้ ขอบเขตที่ต้องประเมิน กสทช. ตาม ม.72 นั่นคือ รวบรวมข้อมูลผลการปฏิบัติงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. เลขาธิการ กสทช. ที่มีความสอดคล้องต่อแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนยุทธศาสตร์ชาติ รายงาน การตรวจสอบภายในและรายงานข้อเท็จจริงหรือข้อสังเกตจากการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ของ กสทช.รวมถึงเรื่อง อื่น ๆ ที่สมควรรายงานให้ กสทช. รัฐสภา หรือ ประชาชนได้ทราบ”

“การจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) เป็นการติดตาม ตรวจสอบ และ ประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ด้านกิจการ โทรทัศน์ ประจำปี 2566 ในครั้งนี้ได้อธิบายถึงแผนยุทธศาสตร์สำนักงาน กสทช. ฉบับที่ 3 (2565 – 2570) ประกอบด้วยการยกระดับการพัฒนาธรรมาภิบาลเป็นองค์กร ที่มีสมรรถนะสูงในยุคดิจิทัล รวมทั้งการพัฒนา บุคลากรให้มีความเป็นเลิศ ในด้านการกำกับดูแลให้พร้อมเข้าสู่ ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ตลอดจนการพัฒนา ขีดความสามารถด้านการบริหารเคลื่อนความถี่และกิจการดาวเทียม เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ สุดท้าย รวมถึงด้านพัฒนาศักยภาพในการกำกับดูแลและส่งเสริมกิจการ การกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมให้เหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง”

เชียงใหม่ FIN มช. จัดงาน “เจียงใหม่ ฟู้ดไฮ ฟู้ดเฟส” ขับเคลื่อนพันธกิจเพื่อสังคม ส่งมอบอาหารปลอดภัยสู่ผู้บริโภค(คลิป)

ศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และภาคีเครือข่าย จัดงาน “เจียงใหม่ ฟู้ดไฮ ฟู้ดเฟส” ยกระดับและพัฒนาความปลอดภัยด้านอาหารส่งมอบสู่ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว

วันนี้ (26 ก.ย. 66) ที่ บริเวณลานน้ำพุชมดอย ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน “เจียงใหม่ ฟู้ดไฮ ฟู้ดเฟส” ซึ่งศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (FIN มช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้หลักการสุขาภิบาลอาหาร สุขวิทยาส่วนบุคคลของผู้สัมผัสอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร สามารถให้บริการอาหารที่สะอาดปลอดภัยสู่ผู้บริโภค

สำหรับกิจกรรม “เจียงใหม่ ฟู้ดไฮ ฟู้ดเฟส” ในครั้งนี้ มีกิจกรรมมากมาย อาทิ กิจกรรมการเสวนา “ท่องเที่ยวปลอดภัยอุ่นใจด้วยการสุขาภิบาลอาหารที่ยั่งยืน” โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขาภิบาลอาหาร ,พิธีมอบป้ายสัญลักษณ์มาตรฐานอาหารสะอาดปลอดภัย (Clean Food Good Taste) แก่ร้านค้าที่ผ่านการประเมินความปลอดภัยมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร และมาตรฐานอาหารสะอาดปลอดภัย ระดับดีมาก (Clean Food Good Taste Plus) อีกทั้งยังมีการออกร้านอาหารและ food truck มาตรฐาน “อาหารสะอาด รสชาติอร่อย” กว่า 20 ร้านค้า

ทั้งนี้ อาหารไทย ถือเป็น Soft Power ที่สำคัญในการสร้างจุดขายให้กับจังหวัดเชียงใหม่ และครองใจนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติมาอย่างยาวนาน ด้วยความที่มีวัฒนธรรมอาหารที่มีความอร่อยและเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งถูกนำมาสร้างเป็นจุดขายและกลายเป็นตัวนำด้านการท่องเที่ยวของประเทศไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม ขนมจีนน้ำเงี้ยว ข้าวซอย แกงฮังเล ลาบเมือง น้ำพริกอ่อง หรือ ตำจิ้นแห้ง ที่กำลังฮิตเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้

เชียงใหม่ สนข.ร่วมเสวนากับหน่วยงานราชการ ผู้ประกอบการโลจิส ติกส์ และภาคประชาชน 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (คลิป)

สนข.ร่วมเสวนากับหน่วยงานราชการ ผู้ประกอบการโลจิส ติกส์ และภาคประชาชน 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 โครงการศึกษาการจัดทำโมเดล การพัฒนาโครงข่ายการคมนาคม ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ เชื่อมโยงกับพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

นายชัชวาล ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดการเสวนา โครงการศึกษาการจัดทำ โมเดล การพัฒนาโครงข่ายการคมนาคม ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เชื่อมโยงกับพื้นที่ ระเบียงเศรษฐกิจภายใต้กรอบ GMS เพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือสนข.จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นาย จิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมระบบการขนส่งและจราจรในภูมิภาค สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กล่าวรายงาน

มีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการ โลจิสติกส์ และภาคประชาชน ในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน เข้าร่วมเสวนา และเสนอความคิดเห็นและนำเสนอข้อมูล โดยมี ผศ.ดร.ฆนิศา รุ่งแจ้ง ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการวิเคราะห์ และจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาคมนาคม และผศ.ดร.เกรียงไกร อรุโณทยานันท์ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ รวมทั้ง ผศ.ดร. สุทธิพงษ์ มีใย ผู้เชี่ยวชาญ การวิเคราะห์ความต้องการการเดินทางและการขนส่ง มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ เพื่อยกระดับการพัฒนาประเทศ ให้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หรือ 2561 – 2580 ในการด้านการสร้างความสามารถ ในการแข่งขัน การพัฒนากลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งในภาคเกษตร อุตสาหกรรม บริการ และการท่องเที่ยว ในพื้นที่เขตเมือง และเชื่อมโยงโดยรอบ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี และโครงการพื้นฐาน

เพื่ออำนวยความสะดวก และลดต้นทุนในภาคการขนส่ง ซึ่งพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ อย่างรวดเร็ว และมีโครงข่าย การคมนาคมขนส่ง เชื่อมโยงกับประเทศเมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา และยังสามารถเชื่อมโยงต่อไปยังเวียดนาม และจีนตอนใต้ได้อย่างสะดวก โดยผ่านแนวระเบียบเศรษฐกิจ การพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง แนวระเบียงเศรษฐกิจ ตะวันออก – ตะวันตก และแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ ตามแนวเส้นทาง R9 – R12 – R3A- R3B ทำให้ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเสมือนประตูเชื่อมโยง การขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ระดับประเทศ ระดับภาค ระดับกลุ่มจังหวัด ระดับจังหวัด รวมถึงการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้เพื่อรวบรวมฐานข้อมูลเป็นแผนแม่บท แผนการลงทุน ให้สอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่ตามยุทธศาสตร์ชาติ

เชียงใหม่ ช่างฟ้อนภาคเหนือกว่า 3,226 คน ฟ้อนเล็บเทิดพระเกียรติพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ครบรอบ 150 ปี วันประสูติ (คลิป)

ช่างฟ้อนภาคเหนือ กว่า 3,226 คน มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ฟ้อนเล็บบนถนนท่าแพ และถนนราชดำเนิน เชียงใหม่ ความยาวเกือบ 2 กิโลเมตร เทิดพระเกียรติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี ครบรอบ 150 ปี วันประสูติ อย่างสวยงาม ท่ามกลางนักท่องเที่ยวเฝ้าชม ความสวยงาม นักท่องเที่ยวหญิงต่างชาติบางคนถึงกับฟ้อนตามไปด้วย

ที่ข่วงประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ ช่างฟ้อนชายหญิง และเจ้านายฝ่ายเหนือ มากถึง 3,226 คน ในภาคเหนือ ทั้งเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ร่วมฟ้อนเล็บ แบบคุ้มหลวงอัตลักษณ์เชียงใหม่ โดยมีการยืนเป็นแนวยาวเป็น 4 แถว ตั้งแต่สี่แยกอุปคุต ข่วงประท่าแพ ไปจนถึงหน้าวัดพระสิงห์วรวิหาร ในตัวเมืองเชียงใหม่ ระยะทางยาว เกือบ 2 กิโลเมตร ในการฟ้อนเล็บ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี ครบรอบ 150 ปี วันประสูติ โดยมีลีลาท่าทาง การฟ้อนที่อ่อนช้อย งดงาม ตามแบบล้านนาโบราณ ถือว่าเป็นการรวมตัว ช่างฟ้อนเล็บ มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ของภาคเหนือ

รวมทั้งมีอดีต นางเอกชื่อดัง วาสนา สิทธิเวช มาร่วมฟ้อนเล็บ บริเวณหน้าเวที ข่วงประตูท่าแพ พร้อมกับเจ้านายฝ่ายเหนือ เจ้าเจือจันทร์ ณ.เชียงใหม่ และพ่อครูแม่ครูช่างฟ้อนเล็บ ตามจังหวะเสียงดนตรีพื้นเมือง ซึ่งตลอดการฟ้อนเล็บ มีบรรดานักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติ มายืนรอชม ความสวยงาม ตลอดสองข้างทาง รวมทั้งบนอาคารสูง นักท่องเที่ยวหญิงต่างชาติ บางคน ถึงกับฟ้อนตาม ลีลาอ่อนช้อยสวยงาม ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ในการฟ้อนเล็บ

พระราชชายา เจ้าดารารัศมี เจ้าหญิงแห่งล้านนา เป็นพระธิดา ในพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และเจ้าแม่ทิพเกสร และปี 2429 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้า ให้เจ้าดารารัศมี ถวายตัวเป็นข้าราชการฝ่ายใน ในฐานะเจ้าจอม และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า สถาปนาพระอิสริยยศ พระนามว่า เจ้าดารารัศมี พระราชชายา ซึ่งพระองค์ทรงมีคุณูปการ ฟื้นฟูศิลปะการทอผ้า และลวดลายต่างๆ รื้อฟื้นศิลปะการแสดงล้านนา และการคิดค้น ท่าฟ้อนรำต่างๆ และสนับสนุนกิจการด้านการศึกษา

เชียงใหม่ ทายาทเจ้านายฝ่ายเหนือมอบเงินให้กับนักกีฬาคนพิการ ที่ได้เหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 38 (คลิป)

ทายาทเจ้านายฝ่ายเหนือ มอบเงินให้กับนักกีฬาคนพิการ ที่ได้เหรียญรางวัล จากการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 38 หรือ กาญจนิกาเกมส์ หลายประเภท ทั้งหมด 8 เหรียญ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจที่อดทนขยันในการฝึกซ้อม และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดเชียงใหม่

ที่ข่วงประตูท่าแพ นาย ถาวร และ เจ้าเจือจันทร์ ณ.เชียงใหม่ และเจ้าภาคินัย ณ.เชียงใหม่ และลูกหลานเจ้านายฝ่ายเหนือ พร้อมด้วย นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนางสาว วรัญญา เลิศวรกิจพิพัฒน์ นายกสมาคมสตรีนครเชียงใหม่ มอบเงินรางวัล ให้กับนักกีฬาคนพิการ จังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้รับเหรียญรางวัล จากการแข่งขันกีฬา คนพิการแห่งชาติครั้งที่ 38 ที่จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 8 – 12 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา หรือ กาญจนิกาเกมส์ ซึ่งนักกีฬาคนพิการ จากเชียงใหม่ ได้เหรียญรางวัล มาถึง 8 เหรียญ เหรียญทอง จำนวน 3 เหรียญ จากกีฬาฟันดาบ และกีฬาบาสเกตบอล มอบเงินรางวัล ให้เหรียญละ 10,000 บาท เหรียญเงิน จากกีฬาตะกร้อ จำนวน 1 เหรียญ 5,000 บาท และเหรียญทองแดง จำนวน 4 เหรียญ จากกีฬา บาสเกตบอล จำนวน 2 เหรียญ และจากกีฬายกน้ำหนัก อีก 2 เหรียญ มอบเงินรางวัล เหรียญละ 5,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 55,000 บาท ทั้งนี้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ให้กับนักกีฬา ที่อดทนขยันในการฝึกซ้อม

เชียงใหม่ ตะมุตะมิ แข่งกีฬานักเรียนอนุบาล โรงเรียนอนุบาลดรุณนิมิตเชียงใหม่ แข่งคลานหารัก ของน้องวัย 2 ขวบ(คลิป)

ตะมุตะมิ แข่งกีฬานักเรียนอนุบาล โรงเรียนอนุบาลดรุณนิมิต เชียงใหม่ แข่ง คลานหารัก ของน้องวัย 2 ขวบ น่ารักสนุกสนาน ตามประสาเด็กๆ เตรียมอนุบาล และกีฬาอีกกว่า 10 ประเภท

โรงเรียนอนุบาลดรุณนิมิต เชียงใหม่ จัดแข่งขันกีฬานักเรียนชั้นอนุบาล เพื่อสร้างพัฒนาการให้กับเด็กๆ ให้มีสุขภาพแข็งแรง โดยมีเด็กนักเรียนกว่า 200 คน เข้าร่วมแข่งขันกีฬามากถึง 11 ชนิดกีฬา พร้อมขบวนพาเหรด เดินเข้าสู่สนามแข่งขัน ภายในลานโรงเรียนฯ แบ่งเป็น 4 สี ทั้งสีฟ้า สีแดง สีเขียว สีชมพู เริ่มจากการแข่งขัน คลานหารัก คู่ผสม ชาย- หญิง ของนักเรียนเตรียมอนุบาล อายุแค่ 2 ขวบ บรรยากาศ ตะมุตะมิ ด้วยความน่ารักของเด็กๆ ระยะทางที่คลานกว่า 10 เมตร แบ่งคลานคนละ 5 เมตร ความน่ารักตะมุตะมิ อยู่ตรงที่บางคน ก็คลานเข้าเส้นชัยได้เร็ว แต่ก็มีเด็กบางคนที่คลานช้า คุณครูพี่เลี้ยง ต้องส่งเสียงเชียร์ ให้กับน้องแก้มบุ๋ม วัย 2 ขวบ ที่คลานช้าเหลือคนเดียว เพื่อนเข้าเส้นชัยไปหมดแล้ว น้องกำลังเหมือนคลาน นับเลขอะไรสักอย่าง ที่ใช้พาสติกปูพื้น เพื่อไม่ให้เจ็บเข่า แต่น้องมัวแต่คลานไปก้มหน้าไป เป็นความไร้เดียงสา จนเพื่อนอีกคน มาคลานเป็นตัวอย่าง ให้ดูแซงนำหน้าไป แต่น้องแก้มบุ๋ม น่าจะตื่นเต้น และก็ยังค่อยๆคลานเหมือนเดิม จนครูพี่เลี้ยง ที่อยู่คนละทีม ต้องมาช่วยกันตะโกนลุ้น กว่าจะเข้าเส้นชัยได้ ทำให้เสียงแหบไปตามๆกัน

อย่างไรก็ดีนักกีฬาก็ได้รับเหรียญกันทุกคน ระหว่างการแข่งขัน ก็จะมีบรรดาครูพี่เลี้ยง และเพื่อนๆ คอยส่งเสียงเชียร์ตลอดๆ สร้างสีสัน นอกจากนั้นยังมีการแข่ง บอลวางบนฝา ของนักเรียนชั้นอนุบาล 1 แข่ง อุ้มบุญ ชั้นอนุบาล 1 ทีมผสมละ 5 คน และอีกหลากหลายกีฬาระหว่างพักก็จะมีขนมและน้ำดื่มคอยเสิร์ฟให้กับเด็กๆ ได้รับประทาน

นางพรรณี บุญประเสริฐ ครูใหญ่ และผู้รับใบอนุญาตบอกว่า กีฬาก็จะเกี่ยวกับสุขภาพร่างกาย และวินัย การยอมรับกฎกติกาต่างๆ และเป็นการสร้างความสามัคคี ของบุคลากรและนักเรียน ซึ่งไม่ได้จัดสีเฉพาะห้อง แต่นำมาคละสี ผสมกันทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง เพื่อเป็นการฝึกช่วยเหลือ พี่ช่วยน้องหรือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน กีฬาก็จะจัดให้พัฒนาการของเด็กๆ แต่ละช่วงวัยเพื่อความเหมาะสม และสนุกสนานด้วย