เชียงใหม่ ตรวจสอบสนามแข่งขันฟุตบอล 7 เบอร์ลี่คัพชิงเงินล้าน เน้นคุณภาพรับรุ่นละ12 ทีม ที่สนามกีฬา 700 ปี เชียงใหม่

ตรวจสอบสนามแข่งขันฟุตบอล 7 คน เบอร์ลี่คัพชิงเงินล้าน เน้นคุณภาพรับรุ่นละ12 ทีม จัดแข่งวันที่ 29-30 ก.ค.66 ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ สมโภช 700 ปี เมืองเชียงใหม่ สนามแข่งพร้อม100%

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อบ่ายวันที่ 13 กรกฏาคม 2566 คุณวิรัลพัชร ธนโชติศัจนันท์ กรรมการบริษัทโมน่า อินเตอร์เทรด จำกัด ในฐานะประธานจัดการแข่งขัน พร้อมนายเกียรติพงศ์ บุญเกิดไวย์ หัวหน้างานศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติส่วนภูมิภาค กกท.ภาค 5 เชียงใหม่ นำเจ้าหน้าที่ กกท.ภาค 5 ตรวจความพร้อมของสนามที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอล 7 คน “เบอร์ลี่ แชมเปี้ยนคัพ ไทยแลนด์” (Burly champion Cup Thailand ) ชิงเงินรางวัลรวม 1,000,000 บาท ที่กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 29-30 กรกฏาคม 2566 ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ สมโภช 700 ปี อ.เมือง จ.เชียงใหม่

นายเกียรติพงศ์ บุญเกิดไวย์ หัวหน้างานศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติส่วนภูมิภาค กกท.ภาค 5 เชียงใหม่ กล่าวว่า วันนี้จากการตรวจสนามฟุตบอลกลาง (สนามใหญ่) และสนามสำรองฝึกซ้อม ทั้งสองสนามมีความพร้อม 100% หลังจากจัดเจ้าหน้าที่ดูแลสนามโดยให้ปุ๋ยหญ้า และตกตกแต่งตัดหญ้าในสนาม ทำความสะอาดเรียบร้อยหมดทั้งห้องน้ำ ห้องพักรับรองนักกีฬา ห้องแถลงข่าวสื่อมวลชน ส่วนอัฒจรรย์รองรับผู้เข้าชมได้มากถึง 17,505 ที่นั่ง ประกอบการการตกแต่งสนามที่ได้มาตราฐานในการรองรับการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติมาแล้ว เช่น การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ เมื่อปีที่แล้ว เพราะได้รับมาตราฐานจากการ AFC อีกด้วย จึงยืนยันความพร้อมในการต้อนรับนักกีฬา สื่อมวลชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวชมการแข่งขันฟุตบอล 7 คน “เบอร์ลี่ แชมเปี้ยนคัพ ไทยแลนด์” (Burly champion Cup Thailand )ในครั้งนี้


ด้านคุณวิรัลพัชร ธนโชติศัจนันท์ กรรมการบริษัทโมน่า อินเตอร์เทรด จำกัด ในฐานะประธานจัดการแข่งขัน เปิดเผยว่า รายการนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก จุดประสงค์หลักเพื่อต้องการสร้างทัวร์นาเม้นท์ใหม่ให้กับนักเตะเยาวชน และ นักเตะอาวุโส ได้แสดงความสามารถในด้านการเล่นฟุตบอล อีกทั้งยังเป็นการสร้างจิตวิญญาณของนักฟุตบอลให้มีน้ำใจเป็นนักกีฬา โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 รุ่น ประกอบด้วย รุ่นอาวุโส วีไอพี. เอ. อายุ 50-60 ปี ชิงถ้วยประทาน พล.อ.หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล และ หม่อมอัญชลี ยุคล ณ อยุธยา พร้อมเงินรางวัล 150,000 บาท , รองแชมป์ 90,000 บาท, อันดับสามได้รับ 40,000 บาท , อันดับสี่ ได้รับ 25,000 บาท

ส่วน รุ่นอาวุโส วีไอพี. บี. อายุ 40-49 ปี ชิงถ้วยประทาน ว่าที่ร้อยตรี หม่อมราชวงศ์นิวัติ กัลป์ยาณวงศ์ พร้อมเงินรางวัล 150,000 บาท , รองแชมป์ 90,000 บาท, อันดับสามได้รับเงินรางวัล 40,000 บาท, อันดับสี่ ได้รับ 25,000 บาท

รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 17 ปี ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศของประธานบริษัทโมน่า อินเตอร์เทรด จำกัด พร้อมเงินรางวัล 60,000 บาท , รองแชมป์ ได้รับ 40,000 บาท, อันดับสาม ได้รับ 30,000 บาท, อันดับสี่ ได้รับ 20,000 บาท

 

รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 13 ปี ชิงถ้วยเกียรติยศนายกสมาคม สมาพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนไทย พร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท , รองแชมป์ ได้รับ 20,000 บาท, อันดับสาม ได้รับ 15,000 บาท, อันดับสี่ ได้รับ 10,000 บาท พร้อมกันนี้ ประธานจัดการแข่งขันยังได้ยืนยันอีกด้วยว่า เพื่อให้การแข่งขันสนุก เร้าใจ และ มีประสิทธิภาพ รายการนี้จึงเปิดโอกาสให้อดีตนักเตะทีมชาติไทย และ นักฟุตบอลถ้วย นักฟุตบอลสโมสรไทยลีก ลงแข่งขันอย่างโอเพ่นไม่จำกัดความสามารถ โดยรับสมัครเพียงรุ่นละ 12 ทีมเท่านั้น

ซึ่งจะทำการจับสลากแบ่งสายในวันที่ 22 กรกฏาคม ที่ห้องประชุมหอพักการกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนโปรแกรมการแข่งขันกำหนดเพียงแค่ 2 วันจบ โดยวันที่ 29 ก.ค.2566 เป็นการพบกันในรอบคัดเลือก ทั้ง 4 รุ่น คัดจนเหลือรุ่นละ 8 ทีม และวันที่ 30 ก.ค.2566 จะเป็นการแข่งขันในรอบก่อนรองชนะเลิศ , รอบรองชนะเลิศ และ รอบชิงชนะเลิศ ทั้ง 4 รุ่น เช่นเดียวกัน ทั้ง 2 วันแข่งขันที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 700 ปี เมืองเชียงใหม่

ทางด้าน พันตำรวจโท สุธาฌาณ สุธรรมแปงกำธร รองประธานฝ่ายจัดการแข่งขันและที่ปรึกษา ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนยืนยันถึงความพร้อมถึงการจัดการแข่งขันทุกส่วน เช่น คณะกรรมการตัดสินที่มีมาตรฐาน, ระบบรักษาความปลอดภัย, ทีมแพทย์ พยาบาลสนาม, เจ้าหน้าที่ภาคสนาม รวมถึงกิจกรรมภายในรายการ ให้ผู้ชม กองเชียร์ ผู้ติดตาม ได้ร่วมสนุก รับของที่ระลึกเป็นต้น

สำหรับทีมที่สนใจเข้าร่วมแข่งขัน สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ที่หมายเลขโทรศัพท์ 085-555-3421 หรือ 064-208-3660 ได้ทุกวันหมดเขตรับสมัครวันที่ 21 กรกฏาคม 2566 นี้เท่านั้น

สำหรับกำหนดการโดยละเอียด วันแข่งขัน วันเสาร์ที่ 29 ก.ค.2566 แข่งขันทั้ง 4 รุ่น รอบคัดเลือกและรอบ 8 ทีม ที่สนามฟุตบอล 2 และ สนามใกล้เคียง วันอาทิตย์ที่ 30 ก.ค.2566 รอบรองและรอบชิงชนะเลิศ ( 4 ทีม สุดท้าย 4 รุ่น 16 ทีม ) ณ สนามกีฬากลาง 700 ปี

ส่วนวันที่ 22 ก.ค.2566 จัดประชุมและ จับฉลากแบ่งสาย ที่ห้องประชุม กกท. ภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ เวลา 10.30-12.00 น.

ประเภท ฟุตบอล 7 คน แข่งขัน 4 รุ่น มี, 1.รุ่น อาวุโส A 50-60ปี, 2.รุ่นอาวุโส B 40-49 ปี ค่าสมัคร 15,000 บาท เงินประกันทีม 5,000 บาท รวม 20,000 บาท ต่อทีม มี ชุดแข่งให้ 15 ชุด เงินรางวัล รุ่นอาวุโส ทั้ง 2 รุ่น รางวัลชนะเลิศ 150,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ 90,000 รางวัลอันดับที่ 3 ได้ 40,000 บาท, รางวัลอันดับที่ 4 ได้ 25,000 บาท

3.รุ่น เยาวชน อายุไม่เกิน 17 ปี ค่าสมัคร 8,000 บาท เงินประกันทีม 3,000 บาท รวม 11,000 บาท เงินรางวัล รางวัลชนะเลิศ 60,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ 40,000 บาท, รางวัลอันดับที่ 3 30,000 บาท, รางวัลอันดับที่ 4 20,000 บาท, 4 รุ่นเยาวชน อายุไม่เกิน 13 ปี ค่าสมัคร 5,000 บาท เงินประกันทีม 1,000 บาท รวม 6,000 บาท รางวัลชนะเลิศ 40,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ ได้ 20,000 บาท รางวัลอันดับที่ 3 ได้ 15,000 บาท, รางวัลอันดับที่ 4 10,000 บาท.

เชียงใหม่ อบจ.เชียงใหม่ ประชุมการเตรียมการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง ONEHD 31 3rd SEA V League  ระหว่างวันที่ 11-13 สค. 2566

อบจ.เชียงใหม่ ประชุมการเตรียมการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง ONEHD 31 3rd SEA V League  ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม 2566 ครั้งที่ 1 พร้อมเตรียมแถลงข่าวการจัดการแข่งขันที่กทม.ในวันพรุ่งนี้

วันนี้(10 กค.66 ) เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่  ได้มีการประชุมการเตรียมการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง ONEHD 31 3rd SEA V League ระหว่างวันที่ 11 – 13 สิงหาคม 2566 ครั้งที่ 1/2566  โดยมีนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่  นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย นายนายสงค์ศักย์ คำดีรุ่งริรัตน์ ผู้อำนวยการ การกีฬาแห่งประเทศไทยภาค 5 และพล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมการประชุมพร้อม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้

สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ณ สนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีทีมจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 4 ประเทศ ประกอบด้วย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย 

นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่  กล่าวว่า นอกจากการประชุมเตรียมการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงแล้วยังได้มีการเดินทางมาตรวจสนามแข่ง ณ สนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย ทั้งเรื่องแสงไฟ เรื่องเครื่องปรับอากาศที่ใช้งบประมาณจำนวน 15 ล้านบาท แล้วยังมีการปรับปรุงในส่วนของห้องพักนักกีฬา ห้องกรรมการและห้องน้ำ เรียกได้ว่าปรับปรุงทุกส่วนเพื่อให้พร้อมแข่งขันได้  ซึ่งสนามแห่งนี้สามารถจุผู้เข้าชมได้ประมาณ 3,000 คน แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าคนเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงจะเดินทางมาเข้าชมจำนวนมากบัตรเข้าชมอาจจะไม่เพียงพอโดยจะมีการเสริมจอแอลอีดี ให้ผู้เข้าชมที่ไม่สามารถจะเข้ามาดูในสนามแข่งได้ชมได้ คาดว่าอีกไม่เกิน 20 วันจะแล้วเสร็จ

ด้านนายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า วอลเลย์บอลหญิงไทยจะมีการผสมผสานชุดใหญ่กับชุดสำรองซึ่งในขณะนี้เก็บตัวอยู่ประมาณ 20 คน ในขณะเดียวกันต้องดูในสถานะของทีมเราที่เป็นเบอร์ 1 ในอาเซียน เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเอาชุดที่ดีที่สุดลงแข่งจะไม่ให้เสียชื่อในฐานะที่เราเป็นแชมป์อาเซียนมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามเราก็ต้องพิจารณาถึงอนาคตข้างหน้าด้วยว่ามีการแข่งขันหลายรายการทั้งชิงแชมป์เอเชีย ทั้งคัดเลือกโอลิมปิกและยังมีรายการเอเชียนเกมส์อีก เพราะฉะนั้นเรามีรายการหนักๆทั้งนั้นจึงต้องปรับเปลียนนักกีฬาไปตามสถานการณ์

เชียงใหม่ “อัญชลี” สุดทนที่จะเห็นปางช้างแม่สาใกล้จุดจบ ขาดเงินหมุนเวียนแถมแบกหนี้ก้อนโต

ศึกมรดกพันล้านพ่อเลี้ยงชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่เสียชีวิตไปร่วม 4 ปีแล้ว ทิ้งมรดกไว้ แต่ยังไม่สามารถจัดแบ่งมรดกให้กับทายาท เนื่องจากมีการตรวจพบทรัพย์สินมรดกทั้งเงินสดหายไปจำนวนมาก เป็นเงิน ที่ใช้หมุนเวียนเลี้ยงช้างในปางช้างแม่สาที่ระบุไว้ในพินัยกรรม ถูกเบิกหายไปจำนวน 117 ล้านบาทเศษ สร้างความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสแก่ช้างเลี้ยง 68 เชือก จนถึงขั้นอาจจะขายทอดตลาดปางช้างที่ก่อตั้งมายาวนานถึง 47 ปี

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 8 ก.ค.66 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสังเกตุการณ์ที่ปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พบว่าบรรยากาศยังคงเงียบเหงามีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนน้อยมาก ที่เข้ามาป้อนอาหารให้ช้าง ส่วนกรุ๊ปทัวร์แทบไม่มีให้เห็นเลย และเมื่อสอบถามไม่มีการแสดงโชว์ช้างและนั่งหลังช้างแล้ว ก็ไม่มีใครลงจากรถเลย และขับออกไปทันที และสถานการณ์ในปางช้างควาญช้างก็เหลือไม่มากไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงช้างถึง 68 เชือก ส่วนพนักงานก็เริ่มระส่ำระสายเนื่องจากปางช้างไม่ได้จ่ายเงินเดือนมาจะเข้าเดือนที่ 2 แล้วมีจำนวนไม่น้อยลาออกไป

ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา และยังทำหน้าที่ผู้จัดการมรดกร่วมตามพินัยกรรมของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สาที่ล่วงลับไปแล้ว โดยได้ถามถึงสถานการณ์ในปางช้างแม่สา ที่กำลังประสบอยู่จะมีการแก้ไขปัญหาอย่างไร นางอัญชลี ได้เผยว่าตนเองก็ได้พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะรักษาปางช้างแม่สา ที่นายชูชาติ กัลมาพิจิตร บิดาของตนผู้ก่อตั้งและทิ้งมรดกไว้มากมายในการจัดการบริหารปางช้าง แต่ขอบอกว่าในช่วง 4 ปี เราเจอทั้งปัญหาโควิด19 จนต้องปิดปางปิดการแสดงช้างร่วม 3 ปี พอเปิดปางก็ไม่สามารถจัดการแสดงช้างได้เนื่องจากในช่วงปิดปางนั้น ช้างห่างเหินกันและควาญช้างที่ฝึกช้างก็ลาออกไปจำนวนหลายคนจึงต้องงดการแสดง และปล่อยให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมฟรีประมาณอีก 1 ปี จนรายได้ไม่มีเข้ามา เงินที่ใช้หมุนเวียนที่ตนได้มาก็ไม่มากพอที่จะเลี้ยงช้างต่อไปได้

นางอัญชลี ได้เผยต่อไปว่าต่อมาพบว่ามีเงินที่อยู่ในธนาคารที่ใช้หมุนเวียนเลี้ยงช้างของบริษัทปางช้างแม่สาอยู่จำนวนหนึ่ง แต่เมื่อตรวจสอบพบว่ามีการเบิกเงินจำนวนนั้นออกไปเกือบหมดบัญชีที่มี 6 บัญชีจำนวนร้อยกว่าล้าน ตนในฐานะผู้จัดการมรดกจึงได้แจ้งความตำรวจดำเนินคดีซึ่งพบมีผู้ร่วมกระทำผิดจำนวน 6 คน มีทั้งคนที่เป็นทายาทและพนักงานฝ่ายการเงินของบริษัทปางช้างแม่สา รวมทั้งเจ้าหน้าที่ธนาคารซึ่งทางตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาคนทั้งหมดไว้แล้ว ซึ่งตนก็รอให้ทางตำรวจได้ดำเนินการก่อน ส่วนในคดีอื่นทางศาลที่ฟ้องร้องกันอยู่ก็ยังรอและมีท่าทียืดเยื้อออกไป ซึ่งมีทางทายาทต้องการให้มีการนำทรัพย์สินทั้งหมดมารวมกันและหารแบ่งกันในจำนวนทายาททั้งหมด แต่หากทำเช่นนั้นปางช้างแม่สา ที่มีการโอนทรัพย์ส่วนใหญ่ที่ถูกระบุไว้ในพินัยกรรมไปให้จะอยู่อย่างไร เพราะหากทุกคนยอมปฎิบัติตามพินัยกรรมที่ระบุไว้ก็ไม่มีปัญหาช้างก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่เดือดร้อน ทุกวันนี้ตนในฐานะเป็นผู้ดูแลช้างทั้งหมดอยู่ ต้องแบกรับภาระหนี้สินไว้ จำนวนมากในช่วงจะ 5 ปีแล้ว จนในวันนี้ตนยอมรับว่าแทบจะหมดหนทางที่จะบริหารปางช้างแม่สาให้อยู่รอดต่อไปได้

ในส่วนของเรื่องมีคนถามมาว่าทำไมถึงไม่จัดให้มีการแสดงช้างเพื่อหารายได้เพิ่มนั้น ตนเองได้โพสต์​คลิปลงผ่านทางเพจของปางช้างแม่สา ถึง​เหตุผล ที่ไม่สามารถจัดแสดงช้างในรูปแบบเก่าได้เพราะปัจจัยหลากหลายด้าน ร่วมไปถึง​ตนเองพยายามที่จะพลักดัน ปางช้างแม่สา ให้เป็นศูนย์​อนุรักษ์​ช้างไทย เพื่ออนุรักษ์​ช้างไทย ซึ่งปางช้างแม่สาถึงแม่ไม่ได้จัดโชว์แสดงในรูปแบบเก่าแล้ว แต่ทางเราได้จัดโปรแกรม Elephant Care ที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับช้างในรูปแบบใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำให้ช้าง, การทำอาหารให้ช้าง หรือการป้อนอาหารให้ช้างเป็นต้น จึงอยากเชิญชวน นักท่องเที่ยวมาเที่ยวและช่วยสนับสนุนการอนุรักษ์​ช้างของปางช้างแม่สา ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบัตรเข้าชมช้างโดยนักท่องเที่ยว​ชาวไทยในราคา 100 บาท พร้อมรับตระกร้าผลไม้สำหรับป้อนอาหารช้าง และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถเข้าชมได้ในราคา 300 บาท รับตระกล้าผลไม้เพื่อป้อนอาหารช้างจำนวน 1 ตระกร้าเช่นกัน หรือสามารถเข้าร่วมโปรแกรม “Elephant Care” สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเพจเฟสบุ๊ค​ปางช้างแม่สา หรือสามารถ​ช่วยเหลือช้างผ่านบัญชีของ ”มูลนิธิอนุรักษ์ช้างไทย” ชื่อ มูลนิธิอนุรักษ์ช้างไทย Elephant Conservation Foundation ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาข่วงสิงห์​ หมายเลขบัญชี 531 0 66551 7 เพื่อช่วยเหลือช้างจำนวน 68 เชือก ของปางช้างแม่สา หรือ ศูนย์อนุรักษ์ช้างแม่สา หากต้องการใบเสร็จรับเงินของมูลนิธิฯ โปรดแจ้งคุณรัตนา ศรีหมอก ผู้จัดการปางช้าง เบอร์โทร 081-882-3738, 089-838-4242, 053-206-247, 053-206-248
info@maesaelephantcamp.com.

เชียงใหม่ อบจ.เชียงใหม่ เดินหน้ายกระดับ Soft Power ด้วยเศรษฐกิจเชื่อมโยง 5 F (คลิป)

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เดินหน้ายกระดับ Soft Power ด้วยเศรษฐกิจเชื่อมโยง 5F ทั้งมวยไทย อาหารไทย สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ผ้าไทย และประเพณีไทย สร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยว

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จับมือสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจังหวัดเชียงใหม่ จัดโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยว งานเทศกาลเชียงใหม่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ Chiang Mai Creative Economy Festival 2023 ต่อเนื่อง เน้นยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์เชียงใหม่ Soft Power ด้วย 5F เชื่อมต่อ กับโครงการล้านนาสร้างสรรค์ ภายใต้ยุทธศาสตร์ของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (NEC) เพื่อ สร้างความ เข้มแข็งด้านเศรษฐกิจชุมชน

นางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงค์ รองนายกองค์การบริหารจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า องค์การบริหารส่วน จังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่เป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และบริการด้วยภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ล้านนา เพื่อการท่องเที่ยว เชื่อมต่อกับโครงการล้านนาสร้างสรรค์ จึงได้ร่วมกับ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจังหวัดเชียงใหม่ จัดงานเทศกาลเชียงใหม่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ Chiang Mai Creative Economy Festival 2023 ภายในงานจัดแสดงนวัตกรรมและจำหน่ายสินค้า Lanna Expo 2023 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ระหว่างวันที่ 3-9 กรกฎาคม 2556 โดยในปีนี้จะยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์เชียงใหม่ ด้วย Soft Power 5F ประกอบด้วย 1) อาหารไทย (Food) 2) ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film) 3) ผ้าไทยและการออกแบบแฟชั่นไทย (Fashion) 4) มวยไทยและศิลปะการป้องกันตัวแบบไทย (Fighting) และ 5) เทศกาลประเพณีไทย (Festival) ที่จะ ยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์เชียงใหม่ในอนาคต

เชียงใหม้ “น้องแนน เชียงใหม่​เจ้า” เน็ตไอดอลรุดแจ้งความ ถูก​คนนำรูปภาพไปปลอมลงบนเฟซบุ๊ค ได้รับความเสียหาย(คลิป)

“น้องแนน เชียงใหม่​เจ้า” เน็ตไอดอลแจ้งความ ถูก​คนนำรูป ไปสร้างเฟซบุ๊คปลอม จนได้รับความเสียหาย

-(7 กค.66) ที่สภ.เมือง​ จ.เชียงใหม่​ ร.ต.ท.อภิวัฒน์ กุลดี พนักงานสอบสวนสภ.เมืองเชียงใหม่​ ได้รับแจ้งจากนางสาวสุภาวรรณ ใคร้คำ หรือ “น้องแนน” เน็ตไอดอล ชื่อดัง ที่เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์​กับเจ้าพนักงานสอบสวน กรณีมีผู้นำรูปภาพไปสร้างเพจ – เฟซบุ๊คใหม่ จนเจ้าของคือน้องแนน ที่ใช้ชื่อเฟซบุ๊คว่า “น้องแนนเชียงใหม่เจ้า” ได้รับความเสียหาย

น้องแนน ได้ให้สัมภาษณ์กับทางผู้สื่อข่าวว่า ที่เสียหายเพราะใช้ภาพหน้าน้องแนนไปสร้างเพจเฟซบุ๊คใหม่ ใช้ชื่ออื่นหลายชื่อมาก จนได้รับความเสียหายหลายเรื่อง จากที่น้องแนน(ต้วจริง)มีอาชีพรีวิวขายพริกลาบ เมนูอาหารพื้นเมืองเหนืออยู่แล้ว ผู้ปลอมเฟซบุ๊ค ก็หลอกลูกค้าขายพริกลาบแข่งกับน้องแนนด้วย ขายราคาถูกกว่า จนกระทั้งพบว่าในช่วงระยะหลัง เฟซบุ๊ค 4-5 ชื่อนั้น มีผู้เสียหายจำนวนมาก ที่หลวงหลงเชื่อว่าเป็นน้องแนน มีรูปใบหน้าน้องแนนทั้งหมด และลูกค้าไม่เอาเรื่อง เพราะอาจจะมองว่า เป็นเงินมูลค่าไม่มาก เพราะราคาอาหารและราคาพริกลาบไม่แพง เช่นอาหารบางรายการ ราคา 80 บาท หรือ 100 กว่าบาท ผู้ตกเป็นเหยื่อก็ปล่อยเลยตามเลย ไม่เอาเรื่อง

“ที่สำคัญ นอกจากแอบอ้างหลอกขายพริกลาบแล้ว ยังใช้รูปใบหน้าน้องแนนแอบอ้างรับงานเป็นเด็กเอ็นเตอร์เทนลูกค้า(หรือเด็กเอนฯ)ด้วย จนมีชายหนุ่มหลายคนยอมโอนเงินให้ กลุ่มมิจฉาชีพ ไปจำนวนหลายรายแล้ว เท่าที่ทราบรายละอย่างต่ำได้หลงเชื่อ พร้อมโอนค่ามัดจำไปหลายราย รายละ 500 บาท เพื่อที่จะมัดจำก่อนออกเดทก็มี แต่สุดท้ายถูกหลอกแต่สุดท้ายถูกหลอกและปิดเพจหนี หรือบางรายอาจจะโอนเงินให้มากกว่านี้ก็เป็นได้ แต่ไม้กล้าเอาผิด เพราะอาจจะกลัวทางบ้านหรือครอบครัวรู้ก็เป็นได้ ที่ตนเองรู้มาเพราะมีลูกค้าโทรมาถามน้อนแนนโดยตรง จึงรู้ความจริง” น้องแนน กล่าว

น้องแนน กล่าวอีกว่า ล่าสุดใช้ภาพน้องแนนสร้างเฟซบุ๊คใหม่ ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 6 ก.ค.66 ที่ผ่านมา มีการปลอมเพจ รับทำใบขับขี่โดยไม่ต้องไปสอบที่ขนส่ง ก็สามารถได้ใบขับขี่แล้ว น้องแนนเห็นว่า นับวันจะสร้างปัญหาให้ตน และสร้างความสับสนให้แฟนเพจ FC ของตนเองจำนวนมากขึ้น จึงนำเอกสารหลักฐานมาแจ้งความร้องทุกข์​กับทางเจ้าหน้าตำรวจในวันนี้ เพื่อให้ จนท.ตำรวจติดตามดำเนินคดีต่อไป หรือ หรือผู้เสียหายจากกรณีนี้สามารถมาแจ้งความร้องทุกข์​กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ในท้องที่ของท่านได้” น้องแนน กล่าว

สำหรับ นางสาวสุภาวรรณ ใคร้คำ “น้องแนน” สาวเชียงใหม่ ที่มีผู้ติดตามในเฟซบุ๊กมากกว่า 14,000 คน เป็นเน็ต​ไอดอล​ที่มีชื่อเสียงในการรีวิวอาหารพื้นเมือง โดยเฉพาะลาบเมือง และการขายพริกลาบ จนมีชื่อเสียงพร้อมยังได้รับงานรีวิวอาหารต่างจนมีผู้ติดตามในโซเชี่ยล​เป็นจำนวนมาก

อีกรายเจ้าของร้านเสริมสวย “ชินแชมพู” ย่านป่าแดด เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่้ช่นกัน หลังถูกปลอมแปลงเพจ ภายหลังได้จัดโปรโมชั่น ทำผมครบเซทในราคา 777.- โดยได้มีมิจฉาชีพ แอบปลอมแปลงเพจพร้อมแปะลิงค์ ของทางร้านของตนนำโปรโมชั่น ของทางร้านไปลงในเพจปลอมที่สร้างขึ้น ตนเองหวั่นว่าทางร้านของตนเองจะได้รับความเสียหาย ซึ่งทางร้านเรามีหลายสาขา ซึ่งตนเองได้รับข้อความภายหลังจากที่ลูกค้าได้แคปข้อความ แจ้งให้กับทางร้านผ่าน ว่ามีผู้แอบอ้างนำลิ้งค์ โปรโมชั่น 777.- ของทางร้าน โดยเพจปลอมดังกล่าวได้พยายามทักข้อความเพื่อที่จะให้ลูกค้าโอนเงินไปก่อน ลูกค้าจึงสงสัยจึงได้ติดต่อมากทางเพจให้เราทราบ ตนเองจึงได้ทำการปิดโพสต์​โปรโมชั่น​นี้ไปก่อน เพราะเกรงว่า จะมีผู้เสียหายเยอะไปกว่านี้

ด้านผู้บริหารร้านเสริมสวย “ชินแชมพู” เปิดเผยอีกว่า โปรโมชั่น​นี้เป็นกระตุ้นการขายของทางร้าน ที่ถูกกลุ่มมิจฉาชีพนำไปลงขายในเพจปลอมต่างๆ ที่สร้าง เพื่อหลอกลวงผู้ใช้บริการ ตนเองกลัวว่าทางร้านจะได่รับความเสียหายและจะมีหลงเชื่อถูกหลอกลวง จึงได้เดินทางเข้ามาลงบันทึกประจำวันในวันนี้ พร้อมฝากหากใครที่โดนหลอกลวงสามารถมาแจ้งความร้องทุกข์ เพิ่มเติมได้ที่ สภ.อ.เมือง เชียงใหม่

เชียงใหม่ ทต.สันผีเสื้อ เปิดตลาดนัดชุมชน ต.สันผีเสื้อ “กาดกำเบ้อ” สร้างงานสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ชาวบ้าน(คลิป)

ทต.สันผีเสื้อ เปิดตลาดนัดชุมชน ต.สันผีเสื้อ “กาดกำเบ้อ” สร้างงานสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ชาวบ้าน

วันนี้(7 กค.66 )เวลา 09.00 น. ที่กาดท่าน้ำหมู่ที่ 7 ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ สิทธิศักดิ์ อภิกุลชัยสุทธิ์ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดตลาดนัดชุมชนตำบลสันผีเสื้อ “กาดกำเบ้อ” โดยมีนายลักษ์ บุญชละ นายกเทศมนตรีตำบลสันผีเสื้อ พร้อมนายภาวิต บุญชละ รองนายกเทศมนตรีตำบลสันผีเสื้อ และนส.เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู หรือ “พลอย” ส.ส.เชียงใหม่ และนายกันต์ กนิษฐ์ยะมณีวงศ์ ผญบ.หมู่ 7 บ้านสันผี้สื้อ ร่วมกับหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างๆ และ จนท.ถาครัฐและเอกชน ร่วมกันประกอบพิธีเปิดตลาดนัดชุมชนตำบลสันผีเสื้อ “กาดกำเบ้อ”

ที่น่าสนใจคือ พิธีเปิดได้เปิดกรง ที่ข้างในกรงมีผีเสื้อ(ชาวบ้านเรียกว่า แม่งกำเบ่อ) จำนวน 19 ตัว เป็นเลขมงคล พอเปิดกรงแล้ว ผีเสื้อหรือกะเบ้อ ก็บินออกจากกรง สร้างความประทับใจให้ผู้ร่วมงานจำนวนมาก

จากนั้นชมการแสดง ฟ้อนแม่ระมิงค์ คณะทำงานสตรีเทศบาลตำบลสันผีเสื้อ ที่สวมชุดแดง ฟ้อนไปพร้อมร่มหลากสี สวยงามมาก กิจกรรมตลาดนัดชุมชนตำบลสันผีเสื้อ “กาดกำเบ้อ” ซึ่งกิจกรรมนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มศักยภาพและโอกาสให้กับประชาชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณภาพและมั่นคง ซึ่งเป็นแนวทางในการสร้างความเข้มแข็งกับภาคประชาชนให้สามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเองและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับรากหญ้า เป็นการส่งเสริมอาชีพของประชาชนในตำบลสันผีเสื้อให้มีอาชีพมีรายได้ที่ยั่งยืน ช่วยผลักดันและส่งเสริมความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจระดับรากหญ้าให้ประชาชนสามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเพิ่มรายได้ให้แก่กลุ่มอาชีพ กลุ่มพัฒนาสตรี และกลุ่มผู้สูงอายุ และส่งเสริมให้กลุ่มอาชีพกลุ่มพัฒนาสตรี และกลุ่มผู้สูงอายุ นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์

เชียงใหม่ ขนส่งเชียงใหม่ เปิดประมูลป้ายเลขสวยหมวดอักษร งธ ผ่านช่องทางออนไลน์ นำรายได้สนับสนุนกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน(คลิป)

สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เปิดประมูลป้ายเลขสวยหมวดอักษร งธ จำนวน 301 หมายเลข ผ่านช่องทางออนไลน์ ลงทะเบียนได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ปิดประมูล 15 กรกฎาคม นี้ นำรายได้สนับสนุนกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

วันนี้ (5 ก.ค. 66) ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 2 นางวราภรณ์ วรพงศธร ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานแถลงถึงการจัดประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวย (รถเก๋ง) ครั้งที่ 32 หมวดอักษร งธ ซึ่งเป็นการประมูลผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อนำรายได้ทั้งหมดเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ) ในการสนับสนุนโครงการที่สร้างความปลอดภัยบนท้องถนน

นางวราภรณ์ วรพงศธร ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ กำหนดจัดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวย (รถเก๋ง) ครั้งที่ 32 หมวดอักษร งธ มีความหมายว่า “เงินทองมากมาย ธุรกิจค้าขายรุ่งเรือง” จำนวน 301หมายเลข โดยแผ่นป้ายที่จะนำออกประมูลเป็นแผ่นป้ายภาพกราฟฟิกที่มีสีสันสวยงาม มีเอกลักษณ์และความหมายบ่งบอกความเป็นจังหวัดเชียงใหม่ ตามคำขวัญจังหวัดเชียงใหม่ คือ “ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิงค์” สื่อถึงจังหวัดเชียงใหม่ที่มีความเจริญรุ่งเรือง สงบ ร่มเย็น ประชาชนมีความสุขโดยถ้วนหน้า อันจะส่งผลให้ผู้ที่ครอบครองป้ายดังกล่าวจะมีแต่ความเจริญ เป็นสิริมงคล และรถที่ใช้อยู่จะนำพาให้มีทรัพย์เพิ่มพูนทวียิ่ง ๆ ขึ้นไป

ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดเชียงใหม่และทั่วประเทศ ที่สนใจป้ายทะเบียนรถที่มีความหมายสื่อถึงความเป็นคนเชียงใหม่ สามารถเข้าร่วมการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย และร่วมทำบุญสร้างกุศลโดยการร่วมประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยหมวดอักษร งธ ลงทะเบียนได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะปิดการประมูลในวันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม 2566 ทางอินเตอร์เน็ต www.tabienrod.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายทะเบียนรถ โทร 061-268-2266, 061-270-5454 และที่หมายเลข 1584

/////////////////////
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
5 กรกฎาคม 2566

เชียงใหม่ กลุ่มรักชาติ-ศาสน์-กษัตริย์ จังหวัดเชียงใหม่รวมตัวหน้าสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯประจำเชียงใหม่แสดงจุดยืนปกป้องสถาบัน(คลิป)

กลุ่มรักชาติ-ศาสน์-กษัตริย์ จังหวัดเชียงใหม่ประมาณ 100 คนรวมตัวหน้าสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯประจำเชียงใหม่แสดงจุดยืนปกป้องสถาบัน เพื่อส่งสารถึงรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ให้หยุดคิดที่จะเป็นประเทศมหาอำนาจเพียงประเทศเดียว อย่านำคำกล่าวอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพมาก้าวก่ายกิจการภายในของประเทศไทยและหยุดแทรกแซงกิจการภายในของไทย


เมื่อเวลา 09.30 น.ที่บริเวณด้านหน้าสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำเชียงใหม่ กลุ่มรักชาติ-ศาสน์-กษัตริย์ จังหวัดเชียงใหม่ประมาณ 100 คน ได้รวมตัวกันที่บริเวณเชิงสะพานหน้าโรงแรมเพชรสิเด้นท์เชียงใหม่ และเดินขบวนมายื่นข้อเรียกร้องและประกาศเจตนารมณ์ที่บริเวณด้านหน้าสถานกงสุลฯ นำโดยนางสาวภูสุดา รณะบุตร ซึ่งได้นำหนังสือที่แปลเป็นภาษาอังกฤษยื่นในช่องส่งเอกสารต่อสถานกงสุลฯ โดยไม่ได้เรียกร้องให้มีตัวแทนออกมารับหนังสือแต่อย่างใด

น.ส.ภูสุดา กล่าวว่า สาเหตุที่กลุ่มรักชาติ-ศาสน์-กษัตริย์ จังหวัดเชียงใหม่เดินทางมาชุมนุมหน้าสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่ในครั้งนี้ ก็เพื่อแสดงเจตนารมย์ว่าเราพร้อมที่จะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต และการดำเนินการในครั้งนี้จะเป็นการจุดประกายในการสร้างความรัก ความสันติ ความสงบ ความสามัคคี รู้คุณแผ่นดินถิ่นเกิด รู้คุณชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

“เราคนไทยต้องปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของกฎหมาย ยึดหลักความสงบ ความสันติและความรู้รักสามัคคี เราคนไทยต้องปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต ถึงแม้เราเป็นเพียงประชาชนตัวเล็กๆ คนหนึ่ง แต่ขอเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องรักษาสถาบันให้คงอยู่สืบไป คนไทยจะต้องไม่เนรคุณต่อชาติ ศานาและพระมหากษัตริย์ ไม่ทำลายประวัติศาสตร์ชาติไทย ไม่เปลี่ยนกฎหมายให้เป็นกฎหมู่ ไม่เปลี่ยนความสงบในชาติให้กลายเป็นสงครามความขัดแย้ง ไม่อกตัญญูต่อพ่อ แม่ ครู อาจารย์และไม่ทำลายศิลปวัฒนธรรม ประเพณี เรื่องเลวร้าย หายนะเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นกับคนไทยหากทุกคนแยกแยะได้ระหว่างความดีกับความชั่ว ความจริงกับความเท็จ แล้วประเทศชาติราชอาณาจักรไทยของเราจะเจริญรุ่งเรืองอยู่ได้คงทนและยั่งยืนชั่วกาลนาน


”น.ส.ภูสุดา กล่าวและว่า การที่พวกเรามาแสดงจุดยืนปกป้องสถาบันก็เพื่อส่งสารถึงรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ให้หยุดคิดที่จะเป็นประเทศมหาอำนาจเพียงประเทศเดียว อย่าถือผลประโยชน์ของตนเป็นเป้าหมายสูงสุด โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศอื่น อย่านำคำกล่าวอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพมาก้าวก่ายกิจการภายในของประเทศไทยและหยุดแทรกแซงกิจการภายในของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับม.112 โดยยืนยันว่าหากยังไม่หยุดพฤติกรรมที่คิดจะล้มล้างสถาบันฯจะกลับมามากกว่านี้อีก

เชียงใหม่ เทศบาลตำบลสันต้นหมื้อ อ.แม่อาย จัดโครงการเพิ่มศักยภาพผู้สูงอายุให้มีคุณภาพพร้อมทั้งให้ได้รับความสุขทางกายทางใจมีอายุที่ยืนยาว(คลิป)

เทศบาลตำบลสันต้นหมื้อ อ.แม่อาย จัดโครงการเพิ่มศักยภาพผู้สูงอายุให้มีคุณภาพพร้อมทั้งให้ได้รับความสุขทางกายทางใจมีอายุที่ยืนยาว


โครงการเพิ่มศักยภาพผู้สูงอายุให้มีคุณภาพพร้อมทั้งให้ได้รับความสุขทางกายทางใจมีอายุที่ยืนยาวและดีกว่า ทางนายประพันธ์ ปัญญา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสันต้นหมื้อ พร้อมคณะบริหาร ตลอดจนกำนันผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้านได้ร่วมกันพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุในตำบลสันต้นหมื้อ จัดโอกาสให้การศึกษาคุณภาพชีวิต ธรรมะปฏิบัติ พลานามัยศึกษา อนุรักษ์วิถีชีวิตชุมชนคนบะเก่า(รักษาวิถีดั่งเดิม) ให้กับกลุ่มผู้อาวุโสที่มาเข้าเรียนในโรงเรียน โดย เรียนช่วงบ่ายเป็นการเรียนรู้ด้านกฎหมายและการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและการสร้างงานอาชีพแก่ผู้สูงอายุ เป้าหมายเพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีชีวิตที่ดีขึ้นไม่เป็นโรคซึมเศร้าได้พบปะเพื่อนฝูงสร้างความบันเทิงให้เกิดความสุขใจ เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีรายได้จาการนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความรู้ในด้านกฎหมายและสิทธิของผู้สูงอายุในปัจจุบัน

กลุ่มเป้าหมายผู้สูงอายุในตำบลสันต้นหมื้อจำนวน 12 หมู่บ้านเข้าร่วมโครงการอย่างน้อยหมู่บ้านละ 10 คนงบประมาณ ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลสันต้นหมื้อจำนวน 160,000 บาทบุคลากรได้รับความอนุเคราะห์จากครู กศน.ในอำเภอแม่อายได้รับความอนุเคราะห์จากโรงพยาบาลประจำตำบลและโรงพยาบาลแม่อายได้ร้บความอนุเคราะห์จากกองน้อย ตชด.334แม่อาย ได้รับความอนุเคราะห์จากสำนักงานตุมประพฤติจังหวัดเชียงใหม่สาขาฝางได้รับเมตตาจากพระสงฆ์ภายในตำบลจำนวน 7 และวัดในพื้นที่ใกล้เคียงปีนี้มีนักเรียนสมัครเข้าเรียนจำนวน 147 คน สำเร็จการศึกษาจำนวน 127 คน โดยเรียนทุกวันศุกร์ครับ ได้จบหลักสูตรรับใบเกียรติบัตร โดยนางสลีลญา คำภาแก้ว นายอำเภอแม่อายให้เกียรติมาเป็นประธานมอบเกียรติบัตร และร่วมการแข่งขันกีฬาผู้สูงอายุ มีการแบ่ง4สีแข่งขันกีฬามหาสนุกที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ รับความสุขกันทุกคนนะ

เชียงใหม่ เจ้าคณะอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับญาติธรรมได้จัดเททองหล่อพระและเจ้าหลวงเมืองฝางองค์สุดท้าย(คลิป)

เจ้าคณะอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับญาติธรรมได้จัดเททองหล่อพระและเจ้าหลวงเมืองฝางองค์สุดท้าย

พระครูสุจิตตานุรักษ์ ดอกเตอร์(แก้ว ทนฺตจิตฺโต) เจ้าคณะอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับญาติธรรมได้จัดเททองหล่อพระและเจ้าหลวงเมืองฝาง โดยทางว่าที่ร้อยตรีนพรัตน์ ศุภกิจโกศล นายอำเภอฝาง จังหวัดเขียงใหม่ เป็นประธานเททองหล่อพระคู่บารมีและเจ้าหลวงเมืองฝาง ปกครองเมืองฝางในอดีต คือเจ้าหลวงมหามหิทธิวงษาไชยราชาธิบดีเจ้าหลวงเมืองฝาง ประสูต พศ 2370 ณ คุ้มเวียงแก้ว ใจกลางเมืองเชียงใหม่ นามเดิม เจ้ามหาวงค์ เป็นเจ้าหลวงเมืองฝางใน พศ 2398 ถึง พศ 2459 (คุ้มเจ้าหลวงเมืองฝางตั้งอยุ่ที่สันดอย บริเวณที่สร้างศาลาธรรม วัดดอย หลังอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยในปัจจุบัน โดยมีกำแพงเมืองฝางชั้นในกั้นล้อมรอบอยุ่ )เป็นเจ้าหลวงเมืองฝางในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยุ่หัว รัชกาลที่6 เจ้าเมืองฝางเป็นราชบุตรของพระเจ้ามโหตรประเทศ (เจ้าบุญทา)เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่5กับพระนางพิมพา(ปิมปา)ราชเทวี เป็นหลานของพระเจ้าธัมลังกา เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่2และเป็นเหลนของเจ้าชายแด้ว เจ้าหลวงลำปาง องค์ที่2 เป็นเหลนของพระเจ้าสุละวฤาไชยเจ้าหลวงลำปางองค์ที่1

นับเป็นเชื้อขัตติยะ สายตรงของราชวงค์เชื้อเจ้าเจ็ดตน มี มเหสี2องค์ องค์แรก เจ้าแม่อุบลวรรณา ราชธิดาเจ้ากาวิโลรสและแม่เจ้าอุสา มีบุตรธิดา3องค์ 1เจ้าราชบุตรคำแดงประสุต พศ 2398 สิ้นชีวิต 2446และมีบุตรชายชื่อเจ้าจอมมิ่ง ประสุต้มื่อ พศ 2431 ที่เมืองฝาง จนสิ้นชีวิต 2เจ้าราชบุตรสุขเกษม ประสูต พศ 2414 รับราชการต่อมารับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นเจ้าอุตรการโกศล สิ้นชีวิต พศ 2456 อายุ43ปี 3เจ้าหญิงรสสุคนธ์ได้สมรสกับเจ้าสิงห์คำ ราชบุตรเจ้าอินทวิชยานนท์ มเหสีองค์ที่สอง แม่เจ้าแก้วกัลยา ไม่ระบุบุตรธิดา เจ้าหลวงเมืองฝางมีผลงาน จัดระบบการปกครองเมืองฝางที่เรียกส่า”เจ้าขัน5ใบ”เจ้าหลวงเมืองฝาง เจ้าอุปราชสุริโยยศ หอหน้า เจ้ามหาพรหม เจ้าราชวงค์คำตั๋น และเจ้าราชบุตรคำแดง

นอกจากนี้ยังมี”ขุนนางเค้าสนาม”รองลงมาดีงปรากฏหลักฐานหนังสือติดต่อความว่า ถึงเจ้าหลวงเมืองฝางและเจ้าคุณท้าว พระแสน 12 เหนือสนามเมืองฝางทั้งมวล จัดพัฒนาด้านการเกษตร บริเวณที่ทำการเพาะปลูกสถานที่หลักๆบริเวณแม่นาวางหนองบัวม่อนปิ่น ไชยปราการจัดทำฝายขุดคลองทดน้ำ มีพิธีลงแขกทำนา จัดสร้างหลองข้าวหลวง(ยุ้งข้าว)เก็บใว้สำหรับแจกจ่ายข้าวให้ชาวบ้านในยามขาดแคลน ได้อนุญาตให้หัวเมืองต่างๆทางเหนือของเมืองฝางที่เคยขึ้นต่อเมืองฝางตั้งแต่สมัยพระเจ้ามโหตรประเทศให้มีอิสระในการที่จะเลือกเข้ากับฝ่ายไหนก็ได้ในคราวที่จัดทำแผนที่แบ่งเขตแดนบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ และได้นำชฏาและดาบกัญชัย ซึ่งเป็นเครื่องสำคัญประจำตำแหน่งเจ้าหลวงให้เจ้าอินทวิชยานนท์ เพื่อใช้นำเข้าร่วมพิธีตำแหน่งเจ้าหลวงอย่างเป็นทางการและเป็นที่ยอมรับของชาวเชียงใหม่

เหตุการณ์นี้ถูกบันทึกเป็นภาษาล้านนา ท่านได้รับพระราชทานเป็น รองอำมาตย์เอก พระนาม พระยามหามหิธิทธิวงษา จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยุ่หัว พศ 2434 ได้รับสัญญาบัตรเป็นพระยากับเจ้านายเชื้อสายเจ้าเจ็ดตน อีก4องค์ และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มงกุฏสยาม ชั้นที่5 วิจิตราภรณ์ ในวันที่24 มกราคม 2442 เจ้าหลวงมหามหิทธิวงษาไชยราชาธิบดีเจ้าหลวงเมืองฝาง ได้พัฒนาบ้านเมืองรุ่งเรืองในทุกด้านในสมัยนั้นที่ท่านปกครองเมืองฝางและยังนำสิ่งที่ดีมาใช้จนถึงปัจจุบันนี้ ทางบุตรลูกบุตรหลานทั้งหมดญาติๆและประชาชนชาวบ้านเมืองฝางได้ร่วมกันจัดพิธีหล่อองค์เท่าองค์จริงเพื่อนำประดิษฐานยังพื้นที่เมืองฝางสมัยโบราณซึ่งเป็นบริเวณวัดพระบาทอุดม(วัดน้ำบ่อซาววา)หรือคนเมืองล้านนาเรียกวัดดอยนำ้บ่อซาววาแล้วยังได้หล่อพระอีกสององค์ซึ่งเป็นพระคู่บารมีที่ร่วมสมัยของพระเจ้าหลวงเมืองฝางคือพระเกสรปรมัตถาจารย์(ครูบาเก๋) นำประดิษฐานวัดพระบาทอุดม พร้อมทั้งพระครูบากันธาธรรมะปุจฉาจารย์(ครูบากันธา)เพื่อนำไปประดิษฐานยังวัดห้วยบอนวัดเดิมที่ท่านเคยปฏิบัติธรรมอยุ่เพื่อความเป็นศิริมงคลกับผู้ศรัทธาต่อไป