เชียงใหม่ สหกรณ์โผล่แจ้งความฝากเงินไว้ 70 ล้านนาน 2 ปีมาตรวจสแตทเมนต์พบเหลือ 7 พัน(คลิป)

สมาชิกสหกรณ์การเกษตรสันป่าตอง โผล่แจ้งความฝากเงินไว้ 70 ล้านนาน 2 ปีมาตรวจสแตทเมนต์พบเหลือ 7 พัน

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 24 ก.พ.66 ที่สภ.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้มีกลุ่มสมาชิกสหกรณ์การเกษตรสันป่าตอง จ.เชียงใหม่ กว่า 200 คน ได้รวมตัวเข้าแจ้งความดำเนินดคีกับธนาคาร ชื่อดังแห่งหนึ่ง (ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)) พร้อมเจ้าหน้าที่ธนาคารสาขาช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ รวมทั้งบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องรวมทั้งหมด 20 ราย ในข้อหาฉ้อโกง ข้อหาปลอมเอกสารหรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสารโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นและประชาชน หลังจากตรวจสอบพบว่าเงินฝากของสหกรณ์ที่ฝากไว้กับธนาคารสาขาช้างเผือกหายไปกว่า 100 ล้านบาท หายไปอย่างไร้ร่องรอย

นางสุจิตรา มะโน ผู้จัดการสหกรณ์ เปิดเผยว่า สหกรณ์เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2518 ปัจจุบันมีสมาชิกที่เป็นเกษตรกรในอำเภอสันป่าตอง อำเภอแม่วาง และ อำเภอดอยหล่อ กว่า 10,000 ราย ที่ผ่านมาสมาชิกมีการออมเงินผ่านโครงการต่างมากมายทั่วเชียงใหม่ซึ่งทางสหกรณ์ได้กระจายฝากเงินไว้ตามสถาบันการเงินหลายแห่งเพื่อลดความเสี่ยงและลงทุน ราวๆ 2 ปีก่อนที่ธนาคารแห่งนี้ได้ติดต่อชักชวนให้นำงเนไปฝาก ให้ดอกเบี้ยราคางามกว่าทุกธนาคารในอัตราร้อยละ 3.8 ต่อปี ซึ่งทางสหกรณ์เราได้มีการประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่าจะเป็นการเพิ่มประโยชน์ให้แก่สหกรณ์ จึงนำเงินจำนวน 70 ล้านไปฝากให้ ผ่านมาสองปีทางสหกรณ์ไม่มีการถอนเงินเนื่องจากเป็นการฝากประจำ จนกระทั่งมีการสรุปบัญชีของสหกรณ์ ทางเราก็ไปขอสเตทเมนต์เพื่อส่งตรวจสอบ แต่ทางธนาคารก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้ ทางเราจึงนำสมุดบัญชีไปปรับดูก็ ตกใจ พบในบัญชีเหลือเพียง 7000 บาท และสอบถามทางธนาคารไแอีกครั้งทางธนาคารก็ไม่มีคำตอบใดๆให้ ทางเราจึงรวมตัวกันมาแจ้งความกันในวันนี้ ตอนนี้เราต้องการเงินคืน และอยากรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร

ด้านพ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี ผกก.สภ.ช้างเผือก เดินทางเข้ามารับเรื่องพร้อมระบุว่า จะเร่งรัดการสอบสวนให้เร็วที่สุดเพราะเรื่องนี้ผู้เสียหายจำนวนมากและมีมูลค่าความเสียหายมาก หากปรากฏว่าบุคคลใดส่วนใดมีส่วน เกี่ยวข้องก็จะเรียกมาสอบสวนทั้งหมด ขอเวลารวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินการทั้งหมด

เชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ ยืนยันการปรับปรุงคลองแม่ข่าช่วง สุขิโต-บ้านท่อป่าตัน อยู่ระหว่างปรับแบบก่อสร้างใหม่(คลิป)

หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเชียงใหม่ ยืนยันการปรับปรุงคลองแม่ข่าช่วง หลังหมู่บ้าน สุขิโต – บ้านท่อป่าตัน ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ อยู่ระหว่างปรับแบบก่อสร้างใหม่ ตามงบประมาณที่ได้รับกว่า 8 ล้านบาท และคาดว่าจะเริ่มลงนามสัญญาได้ก่อนสิ้นเดือนมีนาคม 2566 และระยะเวลาดำเนินการ 180 วัน สิ้นสุดสัญญา 30 กันยายน 2566


เจ้าหน้าที่เร่งปรับปรุงภูมิทัศน์ ต้นน้ำคลองแม่ข่า ที่รับน้ำมาจากบนดอยสุเทพ พื้นที่ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โครงการปรับปรุงคลองแม่ข่า เพื่อเพิ่มศักยภาพการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตพื้นที่เศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีการปรับปรุง และขยายคลอง รวมทั้งปรับภูมิทัศน์สองฝั่งคลองให้สวยงาม พื้นที่บ้านป่ารวก ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม และจะครบกำหนดสัญญาก่อสร้าง ในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้

นาย อารุณ ปินตา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เผยความคืบหน้า โครงการแรกในการปรับปรุงคลองแม่ข่า พื้นที่ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม น่าจะเป็นไปตามสัญญาที่กำหนดไว้ ในส่วนพื้นที่ของเทศบาลนครเชียงใหม่ การปรับปรุงคลองแม่ข่า ช่วงหมู่บ้านสุขิโต ไปจนถึงบ้านท่อป่าตัน หรือถนนโชตนาซอย 22 ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ระยะทางยาวกว่า 900 เมตร

จากการออกแบบและเสนอใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท แต่มีงบประมาณจำกัด ลดเหลือเพียงแค่ 8 ล้าน 2 แสนบาท ทำให้ไม่มีผู้รับเหมามาประมูลรับงาน เนื่องจากงบไม่สอดคล้องกับการลงทุน จึงได้มีการปรับเปลี่ยนแก้แบบแปลนก่อสร้างใหม่ แต่ยังเป็นไปตามวัตถุประสงค์การแก้ปัญหาน้ำท่วม ของคณะกรรมการฯ หากไม่มีปัญหาใดๆน่าจะลงนามในสัญญาจ้างได้ ก่อนสิ้นเดือนมีนาคม 2566 และระยะเวลาในการก่อสร้างภายใน 180 วันหรือจะสิ้นสุดโครงการ 30 กันยายน 2566 ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาอย่างที่ชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทั้งบริเวณชุมชนบ้านท่อป่าตัน และหมู่บ้าร่มเย็นเพลส ตำบลป่าตันกังวลว่า งบประมาณจะตกไป ซึ่งชาวบ้านก็จะมารอลุ้นอีกครั้งว่าจะทันหรือไม่

เชียงใหม่ พ่อเมืองเชียงใหม่ นำจิตอาสาร่วมพัฒนาหนองบัวพระเจ้าหลวง พร้อมมอบเมล็ดพันธุ์พระราชทาน จำนวน 90 ชุด

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับพี่น้องประชาชนจิตอาสาชาวดอยสะเก็ด ช่วยกันพัฒนาหนองบัวพระเจ้าหลวงและบริเวณโดยรอบให้มีความสะอาด แก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย และฟื้นฟูสภาพหนองน้ำให้คืนความสวยงามแก่หนองบัวพระเจ้าหลวง พร้อมประธานเปิดกิจกรรมมอบเมล็ดพันธุ์พระราชทาน จำนวน 90 ชุด ตาม”โครงการบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง”เทศบาลตำบลเชิงดอย

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้อำนวยการจิตอาสาประจำจังหวัด จะนำจิตอาสาพระราชทาน และจิตอาสาภาคประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสา เราทำดี ด้วยหัวใจ ภายใต้โครงการ “รวมใจจิตอาสา พัฒนาหนองบัวพระเจ้าหลวง” โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ ร่วมกันขุดลอกคลองส่งน้ำเข้าหนองบัวพระเจ้าหลวง โดยมุ่งเน้นให้คลองส่งน้ำสามารถนำน้ำจากคลองชลประทานแม่กวง และแหล่งน้ำจากธรรมชาติอื่นๆ เข้ามาสู่ยังหนองบัวได้อย่างสะดวก ใช้น้ำดีไล่ น้ำเสีย การหมักน้ำจุลินทรีย์/ปั้นก้อนจุลินทรีย์ โดยจะนำน้ำจุลินทรีย์และก้อนจุลินทรีย์ ไปโยนในหนองบัวเพื่อฟื้นฟูสภาพน้ำในหนองบัวให้ดีขึ้นตามลำดับ การปรับภูมิทัศน์รอบ ๆ หนองบัว โดยเน้นในเรื่องการเก็บขยะรอบ ๆ บริเวณหนองบัวพระเจ้าหลวง เพื่อให้ภูมิทัศน์โดยรอบสะอาด สวยงาม

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีพี่น้องจิตอาสา ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป รวมถึงนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมกว่า 900 คน และยังได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน ประชาชนในพื้นที่ ในการสนับสนุนเครื่องดื่มและอาหารสำหรับการจัดกิจกรรม ภายใต้ชื่อโรงครัวจิตอาสา อีกด้วยในส่วนภาควิชาการะร่วมกับคณาจารย์ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาในการออกแบบภูมิทัศน์สถาปัตยกรรมโดยรอบให้มีความสวยงาม และเป็นไปตามบริบทพื้นถิ่น รวมทั้งจะมีการศึกษา วิจัยและพัฒนาพันธุ์บัว รวมถึงการวิเคราะห์น้ำและดินในบริเวณหนองบัวร่วมกับนักวิชาการ คณาจารย์ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อให้การปลูกบัวพันธุ์ต่าง ๆ ให้มีความสวยงามและคงทนถาวรไม่เสื่อมสภาพง่าย เพื่อคืนภูมิทัศน์อันสวยงามให้หนองบัวพระเจ้าหลวงดังเช่นในอดีต ที่มีพันธุ์บัวหลากหลาย สวยงาม เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวดอยสะเก็ด และนักท่องเที่ยวต่อไป


จากนั้น นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้เดินทางไปยังโรงเรียนดอยสะเก็ด ผดุงศาสน์เป็นประธานในพิธีกล่าวคำประกาศราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติคุณสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี และเปิดกรวยอัญเชิญกล่องพระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทานจำนวน 90 ชุด หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อมอบให้กับตัวแทนราษฎรในพื้นที่ด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้มูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการจัดตั้ง”ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ”เพื่อเป็นที่ระลึกในวาระครบรอบ 100 ปี พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงพัฒนาพันธุ์พืชให้เกษตรกรได้มีพันธุ์พืชที่มีสายพันธุ์ที่ดีตอบสนองต่อความต้องการของเกษตรกรทนทานต่อโรคแมลง และให้ผลผลิตที่ดีสะสมเป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทานแก่ราษฎรทั่วไป

จิตอาสา 904 โรงเรียนดอยสะเก็ดผดุงศาสน์ และเทศบาลตำบลเชิงดอย มีแนวความคิดที่สร้างความเข้มแข็งและความสามารถในการพึ่งตนเองเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของบุคลากรในสังกัดดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงรวมถึงการบรรเทาทุกข์ด้านการดำรงชีพ จึงได้จัดทำโครงการ”บ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง”ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ”ร่วมใจจิตอาสา”พัฒนาหนองบัวพระเจ้าหลวงโดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้นำชุมชนเป็นหน่วยนำร่อง และขยายผลสู่ราษฎรหรือชุมชน โดยรอบเพื่อความเจริญอย่างยั่งยืนพอเพียง จึงได้ประสานศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธุ์เพ็ญศิริ เพื่อขอพระราชทานเมล็ดพันธุ์ผัก นำแจกจ่ายให้ราษฎร ดังกล่าว

สำหรับเมล็ดพันธุ์ผัก พระราชทานฯจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธุ์เพ็ญศิร ได้มีการส่งมอบให้กับจิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 รุ่นที่2/2565 เพื่อนำไปปลูกรับประทาน และสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกในรุ่นต่อไป

เชียงใหม่ เชียงใหม่ระดมรถน้ำดับเพลิง และหุ่นยนต์ฉีดพ่นละอองน้ำรอบศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ (คลิป)

เชียงใหม่ระดมรถน้ำดับเพลิง และหุ่นยนต์ฉีดพ่นละอองน้ำรอบศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ทุกอำเภอ ช่วยลดหมอกควันที่ปกคลุม ช่วยเพิ่มความชื้น ดูดซับหมอกควันหลังคุณภาพอากาศแย่เป็นอันดับ 3ของโลก

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สั่งให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ ระดมรถน้ำดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหุ่นยนต์ของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 10 มาฉีดพ่นละอองน้ำตามต้นไม้ สนามหญ้า และในอากาศ รอบๆศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วยบรรเทาหมอกควันไฟป่า ที่ลอยข้ามแดนเข้ามาในพื้นที่ ตัวเมืองเชียงใหม่ จนทำให้คุณภาพอากาศแย่เป็นอันดับ 3 ของโลก ในช่วงสายของวันนี้ -และวันนี้มีค่าPM2.5 ในพื้นที่ตำบลช้างเผือก ตำบลสุเทพและตำบลศรีภูมิ ในตัวเมืองเชียงใหม่ อยู่ระหว่าง 56 – 66 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และมีผลกระทบต่อสุขภาพ สาเหตุยังคงมาจากการลอบเผาป่าโดยวันนี้เชียงใหม่ พบจุดความร้อนมากถึง 21 จุดอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 8 จุดป่าสงวนแห่งชาติ 12 จุดและพื้นที่สปก.จำนวน 1 จุด

นาย มนัส คำต่าย ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ วันนี้ใช้รถดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและของหน่วยราชการ จาก 7 หน่วยงาน เข้าปูพรมพ่นละอองน้ำมากกว่า 50,000 ลิตร เพื่อช่วยบรรเทาฝุ่นควัน และช่วงปลายเดือนนี้ สถานการณ์น่าจะดีขึ้น จะมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือ นอกจากนั้นทุกอำเภอและอปท. ยังมีการฉีดพ่นละอองน้ำทุกพื้นที่ เพื่อบรรเทาฝุ่นควัน

เชียงใหม่ ผู้การฯเชียงใหม่คุ้มเข้มคดีเส้นทางเงิน 117 ล้านและงาช้างหาย เตรียมสรุปผลคดีในส่วนที่ผิดการกระทำผิด

ผู้การฯเชียงใหม่คุ้มเข้มคดีเส้นทางเงิน 117 ล้านและงาช้างหาย เตรียมสรุปผลคดีในส่วนที่ผิดการกระทำผิด

ศึกมรดกพันล้านพ่อเลี้ยงชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่เสียชีวิตไปร่วม 4 ปีแล้ว ทิ้งมรดกไว้มากกว่า1,000 ล้านบาท แต่ยังไม่สามารถจัดแบ่งมรดกให้กับทายาท เนื่องจากมีการตรวจพบทรัพย์สินมรดกทั้งเงินสด ทองคำและงาช้างหายไปจำนวนมากโดยยังไม่ทราบว่าใครครอบครองไว้อยู่และยังตรวจพบเงินในบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งที่ใช้หมุนเวียนเลี้ยงช้างในปางช้างแม่สาแอบถูกเบิกหายไปจำนวน 117ล้านบาท สร้างความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสแก่ช้างเลี้ยง 68 เชือก ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าในคดีปมมรดกปางช้างแม่สา เริ่มเข้มข้นขึ้น เมื่อทางนางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้พบหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับงาช้าง จำนวนกว่า 200 กิ่งหรือชิ้นเป็นของช้างในปางช้างแม่สา ที่เลี้ยงไว้ร่วม 45 ปีที่ทางนายชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา ได้เก็บรวบรวมงาช้าง ไม่ว่าจะเป็นชิ้นงากระเด็น งาหักที่นำไปขึ้นทะเบียนไว้ ทุกชิ้นก่อนจะนำไปเก็บไว้ที่บ้านล้านช้าง ซึ่งหลังจากนายชูชาติ เสียชีวิตงาจำนวนนี้หายไปเหลือไว้เพียงงาที่เป็นคู่อยู่จำนวน 15 กิ่ง ทางนางอัญชลีจึงได้แจ้งความไว้ที่ สภ.แม่ริม ปรากฎว่าได้พบหลักฐานภาพถ่ายงาที่เก็บไว้รวมทั้งสำเนาเอกสารที่ขึ้นทะเบียนไว้แต่ไม่พบงาตัวจริงไม่ทราบว่าใครครอบครองไว้จึงได้นำหลักฐานภาพถ่ายส่งให้ทางตำรวจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อบ่ายวันที่ 21 ก.พ.ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส.สอบสวนกลาง จำนวนหนึ่งได้เดินทางมาที่ปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อจะขอตรวจสอบตั๋วรูปพรรณของช้างจำนวน 68 เชือกว่ามีหลักฐานครบหรือไม่ ซึ่งทางนายวรพงษ์ คำนนท์ ทนายความของปางช้างแม่สา พร้อมทั้งนางรัตนา ศรีหมอก ผู้จัดการปางช้างแม่สา ได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส.ไปตรวจตามที่แจ้งขอความร่วมมือ พร้อมกันนี้ทางนายวรพงษ์ เห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางจึงได้แจ้งเรื่องงาช้างที่หายไปให้ทราบพร้อมจะมีมีการนำเสนอเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาทราบเรื่อง

นายวรพงษ์ คำนนท์ ทนายความของปางช้างแม่สา ได้บอกว่าตนได้แจ้งให้ทางตำรวจสอบสวนกลางที่มาตรวจสอบปางช้าง ถึงเรื่องงาช้างที่หายไป ซึ่งถึงแม้ทางตำรวจที่มาตรวจสอบบอกว่าจะมาตรวจสอบเรื่องรูปพรรณช้าง แต่เมื่อเป็นตำรวจสอบสวนกลางจึงแจ้งเรื่องนี้ให้ทราบ จากนั้นตนก็ได้นำภาพถ่ายและสำเนาทะเบียนงาช้างที่หายไปกว่า200 กิ่งจะนำไปมอบให้พนักงานสอบสวน และอีกส่วนหนึ่งจะไปแจ้งให้ทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ที่ดูแลให้เรื่องนี้ให้ทราบเช่นกัน เมื่อมีภาพถ่ายชัดเจนเชื่อการติดตามงาช้าง 200 กิ่งที่ถือว่าอยู่ในทรัพย์มรดกจะต้องมีคำตอบว่างาช้างจำนวนนี้อยู่ที่ใคร เชื่อว่าน้ำหนักงาช้างทั้งหมดไม่ต่ำกว่า1,000 กิโลกรัมซึ่งมีมูลค่ามหาศาล หากมีการนำไปขายหรือทำอะไรก็ผิดทันที

สำหรับเรื่องเส้นทางเงิน 117 ล้านบาที่หายไป เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 22 ก.พ.นี้ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้เดินทางไปที่ สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่เพื่อติดตามผลคดีเส้นทางเงิน 117 ล้านบาท โดยได้มีการเรียกประชุมพนักงานสอบสวนในคดี เพื่อนำสำเนาการสอบสวนขั้นตอนต่างๆมาสรุปผลคดี ซึ่งในเรื่องนี้ทาง

พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าเรื่องนี้สำนวนมันเยอะมากและเหตุเกิดนานมาก อาจจะต้องมีการแบ่งช่วงเวลาการเกิด ประเภทการเกิดเป็นหลายสำนวนเพื่อให้สำนวนมันออกง่ายขึ้น ต้องพิจารณาความผิดเป็นราย เรื่องราวมันเยอะและยาวนาน ตอนนี้ตนได้สั่งการไปแล้วว่าจะแยกอะไรได้เท่าไหร่ ในเรื่องนี้ทางตำรวจต้องทำให้ดีที่สุด ทางเจ้าทุกข์ก็ต้องการให้ทางตำรวจทำคดีให้เร็วขึ้น เราก็ต้องลงรายละเอียดว่าจะทำอย่างไรให้มันเร็ว ก่อนหน้านี้ตนก็ได้เรียกประชุมทั้งชุดสืบสวนและสอบสวนที่ ภจว.เชียงใหม่ และในวันนี้จึงมาประชุมที่โรงพักแม่ริมอีกครั้ง

เชียงใหม่ มอบถวายดุษฏิบัณฑิตกิตติมศักดิ์ พระครูสถิตธรรมภิรักษ์ เจ้าคณะอำเภอไชยปราการ พระนักพัฒนาใน พร้อมร่วมทำบุญทักษิณานุปทานกิจ ครบรอบวันมรณภาพ 32ปี หลวงพ่อบุญเย็น(คลิป)

มอบถวายดุษฏิบัณฑิตกิตติมศักดิ์พระครูสถิตธรรมภิรักษ์ เจ้าคณะอำเภอไชยปราการ เจ้าอาวาสวัดป่าไม้แดงพระเจ้าพรหมมหาราชจังหวัดเชียงใหม่ พระนักพัฒนาในงาน และจัดงานทำบุญทักษิณานุปทานกิจ ครบรอบวันมรณภาพ 32ปี หลวงพ่อบุญเย็น

ที่วิหารหลวงวัดป่าไม้แดง(พระเจ้าพรหมมหาราช) ตำบลหนองบัว อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ลูกศิษย์หลวงพ่อบุญเย็น จัดงานทำบุญทักษิณานุปทานกิจ ครบรอบวันมรณภาพ 32ปี และพิธีถวายปริญญาศิลปศาสดรดุษฎีบัณฑิตกิตดิมศักดิ์ พระครูสถิตธรรมภิรักษ์ ดร.เจ้าคณะอำเภอไชยปราการ ในวันที่ 21-22กุมภาพันธ์ 2566 โดยในวันอังคารที่ 21กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566เวลา 19.00น.พิธีอัญเชิญผ้าครองสรีระสังขารบริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์พระเจ้าพรหมมหาราชฟังพระธรรมเทศนา 1กัณฑ์ พระสงฆ์จตุรวรรค 4 รูป สวดพระอภิธรรมถวายกัณฑ์เทศน์และเครื่องไทยธรรมพระสงฆ์อนุโมทนา คณะสงฆ์ลูกศิษย์ขึ้นเปลี่ยนผ้าครองสรีระหลวงปู่บุญเย็น พระสงฆ์ จำนวน 5 รูป สวดธัมมนิยามสูตร พระเถระ 10 รูป พิจารณาผ้าบังสุกุล มัคทายก กล่าวคำถวายเครื่องไทยธรรม ไทยทาน ตัวแทนแขกผู้มีเกียรติถวายเครื่องไทยธรรม ไทยทาน ใน

จากนั้นช่วงเช้าวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ทางคณะพระสงฆ์จำนวน 69 รูป ได้สวดธัมมนิยามสูตร พระเถระ 10 รูปพิจารณาผ้าบังสุกุล ญาติธรรมถวายเครื่องไทยธรรม ทางเจ้าหน้าที่ส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ดำเนินการพิธีมอบถวายปริญญาดุษฎีมหาบัณฑิต พระครูสถิตธรรมภิรักษ์ เจ้าคณะอำเภอไชยปราการ เจ้าอาวาสวัดป่าไม้แดงพระเจ้าพรหมมหาราชจังหวัดเชียงใหม่ (ซึ่งหลวงพ่อได้ปฏิบัติกิจทางด้านอนุรักษ์ป่าไม้ต้นน้ำธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในพื้นที่และต่างพื้นที่จัดสรรแบ่งปันน้ำจากบนดอยวางท่อแจกจ่ายฟรีให้ชุมชนแบ่งปันกันใช้อย่างทั่วถึง 11หมุ่บ้านในตำบลหนองบัว และใกล้เคียงของอำเภอไชยปราการ) พระสงฆ์เจริญบทชัยมงคลกถาพระสงฆ์ทั้งหมดนั้น อนุโมทนาเสร็จพิธีถวายภัตตาหารเพล คณะพระสงฆ์ และเลี้ยงอาหารกลางวันกับญาติธรรมที่โรงทานข้างวิหารหลวง

พระครูสถิตธรรมําภิรักษ์ (ดวงคํา ฐานิสฺสโร) ได้รับประกาศเกียรติคุณ ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตตมิศักดิ์สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พระครูสถิตธรรมาภิรักษ์ (ดวงคํา ฐานิสฺสโร) เจ้าคณะอาเภอไชยปราการ และ เจ้าอาวาสวัดป่าไม้แดง อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพระสงฆ์นักปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ที่มีลูกศิษย์และศรัทธาประชาชนทั้งในจังหวัดเชียงใหม่ ต่างจังหวัด และต่างประเทศ ให้ความ เคารพเลื่อมใสเป็นจานวนมาก เป็นพระนักพัฒนาที่น้อมนำธรรมะมาอบรมสั่งสอนประชาชน เพื่อต้องการให้ธรรมชาติกับมนุษย์ ได้อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสมบูรณ์และเกิดความสุขถ้วนหน้า ไม่ว่าจะยากจนหรือร่ำรวย แต่ละคนต่างกันเพียงโอกาสและฐานะเท่านั้น

ซึ่งได้ร่วมกับศิษยานุศิษย์ คณะทำงานที่เสียสละเวลาความสุขส่วนตัวมาช่วยเหลือร่วมพัฒนากับหลวงพ่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ที่ขาดโอกาสและหมู่บ้านที่ยากจนทุกปี ทั้งใกล้และไกลไม่จำกัดพื้นที่พระครูสถิตธรรมาภิรักษ์ มีผลงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมล้านนามากมาย อาทิ การจัดกิจกรรมพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ การบรรพชาอุปสมบทภาคฤดูร้อน การจัดตั้ง สถานีวิทยุชุมชนพระเจ้าพรหมมหาราช การปฏิบัติธรรมตามแนวสติปัฏฐาน 4โครงการเปิดวัด วันอาทิตย์ใกล้ชิดพระพุทธศาสนา โครงการลานบุญลานปัญญา โครงการลานธรรมลานวิถีไทย เป็นต้น อีกทั้งยังพัฒนาวัดป่าไม้แดง ให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ ของพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา เด็ก เยาวชน และพุทธศาสนิกชนพระครูสถิตธรรมาภิรักษ์ เป็นพระผู้ปิดทองหลังพระ เป็นพระนักพัฒนาชุมชนและสังคม ที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งศาสตร์พระราชา ด้านดิน น้ำและป่าไม้ มาใช้ ในโครงการต่าง ๆ ได้รับการยอมรับว่าเป็น “พระผู้ใช้น้ำแลกป่า” ที่เป็นต้นแบบแก่ชุมชนด้วยการ อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และธรรมชาติ อาทิ โครงการธรรมะตามแนวพระราชดาริฯ สามารถ รวบรวมเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน มาทางานร่วมกับผู้นำชุมชน โรงเรียน ชาวบ้าน และ ญาติธรรม ทำให้ฟื้นฟูต้นน้ำลำธาร สร้างป่า และยังพัฒนาน้ำออกรูซึ่งเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำฝางหล่อเลี้ยง ประชาชนในพื้นที่อำเภอฝาง แม่อาย และไชยปราการ

เป็นพื้นที่ต้นแบบเพื่อการเรียนรู้และ ถ่ายทอดแก่ส่วนราชการ โรงเรียน หน่วยงาน และประชาชนเป็นผู้ประสบความสาเร็จยอดเยี่ยมในด้านการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาเพื่อการพัฒนาชุมชน ยังจัดตั้งกองทุนศึกษาให้เยาวชนได้เริ่มต้นเรียนจากระดับประถม มัธยม ปริญญาตรี เพื่อกลับมาพัฒนาชุมชนของตนเอง และอุทิศตนจนเกิด ประโยชน์แก่สังคมอย่างกว้างขวาง ติดต่อกันมาเป็นเวลานาน ด้วยคุณนุปการดังกล่าว สภามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จึงมีมติอนุมัติ ถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน เพื่อเป็นเกียรติประวัติ และสนับสนุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเพื่อการพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น สังคม และประเทศชาติ สืบไป

(รองศาสตราจารย์ ดร.ชาตรี มณีโกศล) รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ดร.สว่าง ภู่พัฒนวิบูลย์ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ รองศาสดราจารย์ ดร.ชาตรี มณีโกศล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ รองศาสดราจารย์ ดร.ประพันธ์ ธรรมไชย อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่พร้อมคณะผู้บริหารคณาจารย์ มาร่วมมอบถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตตมิศักดิ์สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พระครูสถิตธรรมาภิรักษ์ (ดวงคํา ฐานิสฺสโร) เจ้าคณะอาเภอไชยปราการ และ เจ้าอาวาสวัดป่าไม้แดง อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ในวันนี้

มุกดาหาร ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมุกดาหารลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน

มุกดาหาร ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมุกดาหารลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน พร้อมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้สูงอายุ คุณแม่หลังคลอด และเด็กก่อนวัยเรียนในพื้นที่ อ.หว้านใหญ่

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 นางอัญชลี กัลมาพิจิตร บุญณราช ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นางปรียนันท์ น้อยสันเทียะ นางนภาภรณ์ เมฆฉิม รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมุกดาหาร และสมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมุกดาหาร ท้องถิ่นจังหวัดมุกดาหาร พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่ อ.หว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อตรวจตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน พร้อมเยี่ยมผู้สูงอายุ คุณแม่หลังคลอด เด็กก่อนวัยเรียน และโครงการบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง พื้นที่ว่างสร้างอาหาร และการคัดแยกขยะเปียก ตามนโยบายของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย โดยมี ว่าที่ร้อยตรี เอกวัฒนา คงคาน้อย นายอำเภอหว้านใหญ่ ส่วนราชการ สาธารณสุขอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้การต้อนรับ

เวลา 09.00 น. ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมุกดาหารพร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเด็กก่อนวัยเรียนให้มีพัฒนาการตามวัย ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลชะโนด พร้อมเยี่ยมชมผลการดำเนินงานโครงการหนูน้อยปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร

จากนั้น เวลา 09.30 น. เข้าเยี่ยมพบปะพูดคุย เสริมสร้างกำลังใจ พร้อมมอบผ้าห่มและเครื่องใช้ให้แก่ผู้สูงอายุ ที่รพ.สต.ชะโนด และในเวลา 10.00 น. ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมุกดาหารพร้อมคณะ ประชุมตรวจติดตาม รับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน พร้อมมอบนโยบายการดำเนินโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน ประจำปี พ.ศ.2566 ของสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดมุกดาหาร ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลชะโนด

13.00 น. ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมุกดาหารพร้อมคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมพร้อมให้กำลังใจคุณแม่หลังคลอด ดยมอบสิ่งของเพื่อช่วยบำรุงสุขภาพคุณแม่หลังคลอด พร้อมสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น เช่น ผ้าอ้อมเด็ก สำเร็จรูป นมบำรุงคุณแม่ พร้อมช่วยให้คำปรึกษาแนะนำให้เด็กเติบโตอย่างถูกต้องตามเกณฑ์มาตรฐานสุขลักษณะ

13.30 น. เข้าเยี่ยมครัวเรือนในโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อนองค์การบริหารส่วนตำบลชะโนด และติดตามการดำเนินโครงการบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง พื้นที่ว่างสร้างอาหาร และการคัดแยกขยะเปียก ตามนโยบายของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ที่บ้านพักนายอำเภอหว้านใหญ่

เวลา 15.00 น. ลงพื้นที่เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ของดีอำเภอหว้านใหญ่ ประชาสัมพันธ์สนับสนุนชุมชนในการจำหน่ายและขยายผลเรื่องโครงการทอผ้าไทย ของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เพื่อสนับสนุนผ้าไทยผ้าพื้นเมืองของชุมชนต่างๆในจังหวัดมุกดาหาร ณ ศูนย์จำหน่ายสินค้าชุมชน บริเวณแก่งกะเบา อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ/ข่าว ณัฐรัชต์ หงษ์คำ
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร

เชียงใหม่ แม่เลี้ยงปางช้างแม่สา ตรวจเยี่ยมกิจการปางช้างแม่สา พร้อมมอบนโยบาย แนวทางบริหารจัดการปางช้าง(คลิป)

“อัญชลี” ตรวจเยี่ยมกิจการปางช้างแม่สา พร้อมมอบนโยบาย แนวทางบริหารจัดการ ปี 66 “ใส่ใจในทุกมิติ”


เมื่อวันที่19 กุมภาพันธ์ 2566 นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา เดินทาง ตรวจเยี่ยมกิจการปางช้างแม่สา พร้อมมอบนโยบายให้กับควาญช้างรวมไปถึงพนักงาน ถึงแนวทางการพัฒนาและให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ให้ดียิ่งขึ้นและเป็นที่น่าพึงพอใจให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ

นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ถึงการบริหารจัดการปางช้างแม่สาในปี 2566 ว่า ก่อนหน้านี้เรามีปัญหาเรื่องขอโควิด-19 มายาวนานมากเป็นเวลาเกือบ 3 ปี เลยทำให้เรามีปัญหาเรื่องนักท่องเที่ยวเพราะเราเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จะต้องมีจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาใช้บริการ เราถึงจะอยู่ได้ โดยเรามีช้างเลี้ยงจำนวน 68 เชือกและพนักงานกว่า 100 คน เพราะฉะนั้นในแต่ละวัน เราต้องการให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวในปางช้างแม่สาจำนวนหลักร้อยคน ซึ่งเราหาไม่ได้ในช่วงที่ผ่านมา โดยทางรัฐบาลก็พยายามช่วยเราอย่างเต็มที่

ในช่วงที่รัฐบาลให้มีช่วงวันหยุดยาว 4 วันแบบนี้เป็นต้น เราถึงจะมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดเข้ามาเที่ยวที่เชียงใหม่ รวมถึงเดินทางไปเที่ยวที่ปางช้างแม่สา ซึ่งการบริหารจัดการของปางช้างแม่สาในปี 2566 เราได้เริ่มเก็บค่าบริการค่าเข้าชมช้าง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม โดยเก็บเงินนักท่องเที่ยวต่างชาติในราคา 300 บาท ต่อ 1 ท่าน ซึ่งในราคา 300 บาทนี้ จะมีตะกร้าผลไม้ให้ด้วย ซึ่งเป็นตะกร้าผลไม้ที่มีราคา 100 บาท รวมอยู่ในราคา 300 บาท ซึ่งเราออกเป็นอัตราค่าบริการในตัวนี้ออกไป ผลปรากฏว่านักท่องเที่ยวยังพึงพอใจ ในส่วนที่เขาเดินทางมาเที่ยวเป็นกลุ่มหรือว่ามารถบัสเขาก็ให้ค่าบริการที่จะเข้ามาป้อนอาหารช้างและมาถ่ายรูปกับช้าง ซึ่งทางปางช้างยังมีกิจกรรมอีกหลายกิจกรรมก็คือ Elephant Care Program โปรแกรมก็คือเรื่องช่วยกันมาดูแลช้างประมาณสัก 45 นาทีจนถึงครึ่งวันหรือเต็มวัน โดยจะมีค่าบริการที่แยกออกไปต่างหาก ก็คือการไปช่วยกันทำอาหารช้าง ปั้นอาหารช้าง ทำตะกร้าอาหารช้างด้วยตัวเอง ลงไปอาบน้ำช้าง หรือการดูแลช้างที่เป็นประโยชน์แก่ตัวช้าง ตัวนี้ก็ช่วยให้ปางช้างแม่สา มีรายได้ โดยเดือนมกราคมเราสามารถหารายได้โดยประมาณ 70% ซึ่งที่ผ่านมาเรามีรายได้ติดลบเป็น 0 หรือมีรายได้ประมาณ 30 – 40 เปอร์เซ็นต์? แต่มาเมื่อมกราคมปี 2566 เราสามารถหารายได้ได้ประมาณ 70 – 80 % ซึ่งเราพอใจมาก

พอเดือนมกราคมผ่านไป เริ่มเดือนกุมภาพันธ์ เราก็เริ่มเก็บค่าบริการกับนักท่องเที่ยวชาวไทย คนละ100 พร้อมให้ตะกร้าผลไม้ 1 ตระกร้า ก็เหมือนกับว่าไม่ได้ให้เข้าฟรีแล้ว ให้เข้าโดยการจำหน่ายตะกร้าผลไม้ตะกร้าละ 100 บาท โดยในเดือนนี้เราก็ต้องดูก่อนว่ารายได้ของเดือนกุมภาพันธ์จะเป็นอย่างไร เนื่องจากว่ามีผลกระทบของหมอกควัน ทำให้คน หรือนักท่องเที่ยวลดน้อยลงไป ซึ่งตอนนี้เราเรียกว่าอยู่ในสถานการณ์ที่เริ่มจะดีขึ้น

นางอัญชลี เผยอีกว่าในส่วนปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของหญ้าของช้าง ซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของภัยแล้ง ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปลายๆมกราคม คือคนส่งหญ้าจะเริ่มหาปริมาณหญ้าได้น้อยลงจนน่าตกใจ โดยปกติเราจะต้องสั่งหญ้าวันละประมาณ 8 – 9 ตัน ถ้ามีมากเราก็สั่งมากปรากฏว่าหญ้ามีจำนวนลดลงไป ประมาณ 70 % ซึ่งสวนทางกับรายได้ที่เรามีขึ้นมา พอหญ้าหญ้าไม่พอให้ช้างกิน เราจะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยใช้หญ้าแห้งในการที่จะมาแช่น้ำให้มันสดขึ้น เขียวขึ้น และเราก็ได้นักท่องเที่ยวที่มีเพิ่มขึ้น ทำให้เรามีอาหารช้างจากตะกร้าอาหารที่นักท่องเที่ยวเข้ามา และในส่วนอื่นๆ เราก็ซื้อเป็นข้าวโพด แตงกวาญี่ปุ่น กล้วย อ้อย แต่ของเหล่านี้มันไม่ดีเท่ากับการที่จะให้ช้างกินหญ้าโดยสัดส่วนในเรื่องของโภชนาการอาหารช้าง ช้างจะกินหญ้าเป็นสัดส่วนที่มากจะเป็นผลที่ดี โรคก็จะน้อยลงไปเพราะว่าหญ้าไม่มีน้ำตาลมาก ดังนั้นในตอนนี้เรากำลังแก้ไขในเรื่องสถานการณ์เร่งด่วน

ส่วนในเรื่องของคนที่ส่งหญ้าเขาก็เสนอมาว่า เขาต้องไปหาหญ้าไกลขึ้น ก็จะต้องมีค่าน้ำมันมันก็จะส่งผลกระทบในเรื่องรายรับ – รายจ่ายของปาง คือรายรับเพิ่มรายจ่ายก็จะเพิ่มขึ้นตามมาในเรื่องของการขึ้นค่าหญ้า ให้กับช้างที่ต้องนำมาใช้ในการดูแลช้าง ถึงตอนนี้เราต้องแพลนเอาไว้ว่าเราจะต้องใช้พื้นที่ในการปลูกหญ้าให้เต็มพื้นที่มากขึ้นแล้วก็หมุนเวียนในการตัดหญ้าให้บ่อยขึ้น

ด้านการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เราก็พยายามที่จะโปรโมทของการให้บริการในด้านการท่องเที่ยวของปางช้างแม่สา ก็จะต้องอาจจะเพิ่มในการโปรโมท โดยการไลฟ์สดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในตอนนี้เรามีปัญหาในเรื่องของจำนวนพนักงานเราน้อย ซึ่งเรามีพนักงานจำนวนน้อยกว่าคนซึ่ง ก็เลี้ยงช้างไปแล้วจำนวน 68 เชือก ก็เหลืออีกไม่กี่คนที่จะต้องเข้ามาดูในส่วนของการเปิดปางช้างขายกาแฟขายของที่ระลึก รวมถึงเรื่องความสะอาดของปาง และก็ทำโปรแกรมนำนักท่องเที่ยวไปร่วมกิจกรรม Elephant care Program อย่างที่เราเคยบอกไว้ นักท่องเที่ยวมาซื้อโปรแกรมแล้วเราจะต้องให้พนักงานแนะนำเขาไปทำกิจกรรมในตรงนั้น เพราะฉะนั้น “ทำมากก็ไม่ไหว น้อยเกินไปเราก็อยู่ไม่ได้” ตอนนี้ก็ยังเป็นปัญหาเรายังไม่กล้ารับคนเพิ่ม เพราะเนื่องจากว่าสถานการณ์ยังไม่เสถียรเพราะฉะนั้นการจัดการปางช้างแม่สาในตอนนี้เราต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องอาหารช้างและรายได้รายรับรายจ่ายที่จะตามมา เราต้อง “ใส่ใจในทุกมิติ”

ในส่วนเรื่องของการเตรียมการป้องกันไฟป่าในช่วงหน้าแล้งของปางช้างแม่สา ซึ่งเราอยู่ในหมู่บ้านแม่แมะ ซึ่งหมู่บ้านหรือชุมชนแม่แมะ มีความเข้มแข็ง ในเรื่องของการป้องกันไฟป่าโดยมีชาวบ้านและมีการจัดการในการมีเวรยามในการเฝ้าระวัง ช้างของเราอาศัยกระจายอยู่ในพื้นที่ ไฟเป็นสิ่งที่เรากลัวที่สุด น้ำมายังไม่เท่ากับไฟป่ามาเพราะมันจะไวมาก และช้างเราก็อยู่ในส่วนของพื้นที่ป่า โดยเราก็ได้ทำแนวกันไฟ ในการป้องกันของไฟป่าซึ่งเราทำมาทุกปี นางอัญชลีกล่าว.

เชียงใหม่ สโมสรไลออนส์ เชียงใหม่เวียงพิงค์ ภาค 301- A 1 จัดกิจกรรมไลออนส์สากล โครงการ ปันน้ำใจ(คลิป)

สโมสรไลออนส์ เชียงใหม่เวียงพิงค์ ภาค 301- A 1 จัดกิจกรรมไลออนส์สากล โครงการ ปันน้ำใจ มอบความรักให้เพื่อน้อง มอบหนังสือ ทุนการศึกษา เลี้ยงอาหารกลางวัน นักเรียน โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย เชียงใหม่

ที่โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ไลออน วิสุทธิ์ นิมมากุลวิรัตน์ ผู้ว่าการไลออนสากล ภาค 301 A 1 เป็นประธานเปิดโครงการ ปันน้ำใจ มอบความรักให้เพื่อน้อง ครั้งที่ 8 ประจำปี 2565 – 2566 โดยมอบเงินสนับสนุนกิจกรรม ให้กับทางโรงเรียน และมอบหนังสือสารานุกรมไทย มอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนทุนละ 500 บาท จำนวน 32 ทุน มอบอุปกรณ์กีฬา มอบเครื่องอุปโภคบริโภค ผลไม้ มอบวิลแชร์ และแว่นสายตาอ่านหนังสือ ให้กับผู้สูงอายุชุมชนท่าสะต๋อย ในงานยังมีการจัดนิทรรศการ ให้ความรู้กับเด็กทั้งโรคเบาหวาน โรคมะเร็งในเด็ก กิจกรรมต่อต้านยาเสพติด และไอออน วิสุทธิ์ ยังได้ตัดริบบิ้น เปิดสวนหย่อม สำหรับเป็นมุมนั่งอ่านหนังสือให้กับเด็กๆ นอกจากนั้นยังได้จัดเลี้ยงอาหารกลางวัน ทั้งขนมจีนและส้มตำ ให้กับเด็กนักเรียนทุกคน

สำหรับกิจกรรมไลออนส์ สากล GST 5 ด้าน ซึ่งจัดขึ้นติดต่อกันเป็นประจำทุกปี ที่ผ่านมามอบให้กับโรงเรียน ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ไปแล้ว 7 แห่ง สำหรับโรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนมากกว่า 600 คน

มุกดาหาร จังหวัดมุกดาหารพร้อมจัดงาน “Muk Street Art & Exhibition # 2” (ถนนศิลปะมุกดาหารและนิทรรศกำรศิลปะ ครั้งที่ ๒) ในวันที่ 23-26 กพ. 66

จังหวัดมุกดาหารพร้อมจัดงาน “Muk Street Art & Exhibition # 2” (ถนนศิลปะมุกดาหารและนิทรรศการศิลปะ ครั้งที่ ๒)ตั้งแต่วันที่ 23-26 กพ. 2566 บริเวณสี่แยกโรงแรมฮั่วนำ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กุมภำพันธ์ 2566
เวลา 16.30 น.
– ขบวนพาเหรด (โดยกลุ่มเยาวชน กลุ่ม LGBTQ) พร้อมกัน บริเวณลานหลังศาลหลักเมืองมุกดาหาร (ลานแก้วมุกดา)
– เคลื่อนขบวนพาเหรดจากลานหลังศาลหลักเมืองมุกดาหาร (ลานแก้วมุกดา)ไปยังบริเวณเวทีพิธีเปิดงาน (สี่แยกโรงแรมฮั่วนา)
เวลา 17.00 น. – ขบวนพาเหรดถึงบริเวณเวทีพิธีเปิดงาน (สี่แยกโรงแรมฮั่วนำ)
เวลา 18.00 น. – พิธีเปิดงานโดย นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ประธานในพิธี ร่วมกับแขกผู้มีเกียรติ นายประสพ เรียงเงิน ผู้อานวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และนายอธิปัตย์ โรจนไพบูลย์ กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต
เวลา 19.00 น. – ชมการแสดง “ Muk Street Art & Exhibition # 2” ในรูปแบบ 3 D Mapping และจัดแสดงทุกๆ 1 ชั่วโมง
– ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย โดยวง “ All Thidsa” จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
เวลา 20.30 น. – การแสดงดนตรีกลุ่มศิลปินต่างๆกิจกรรมอื่นๆของงาน ได้แก่ นิทรรศการภาพวาด ศิลปะแสงสี บูทขายสินค้าและอาหาร กิจกรรมทามือ มีตลอดทั้งงานตั้งแต่ 17.00 น. ถึง 23.00 น.

วันศุกร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566
เวลา 17.00 น. – เริ่มงาน การแสดงดนตรีและกิจกรรมตามจุดต่างๆ ตลอดช่วงเวลาจัดงาน
เวลา 18.30 น. – การแสดงโดยกลุ่มสาวน้อย จากชุมชนในพื้นที่
เวลา 19.00 น. – การแสดง “ Muk Street Art & Exhibition # 2” ในรูปแบบ 3 D Mapping และจัดแสดงทุกๆ 1 ชั่วโมง
เวลา 19.30 น. – การแสดงชุดปี่ผู้ไทจากโรงเรียนหนองสูงสามัคคีวิทยา
กิจกรรมอื่นๆของงาน ได้แก่ นิทรรศการภาพวาด ศิลปะแสงสี บูทขายสินค้าและอาหาร กิจกรรมทามือ มีตลอดทั้งงานตั้งแต่ 17.00 น. ถึง 23.00 น.

วันเสาร์ ที่ 25 กุมภำพันธ์ 2566
เวลา 17.00 น. – เริ่มงาน การแสดงดนตรีและกิจกรรมตามจุดต่างๆ ตลอดช่วงเวลาจัดงาน
เวลา 19.00 น. – การแสดง “ Muk Street Art & Exhibition # 2” ในรูปแบบ 3 D Mapping และจัดแสดงทุกๆ 1 ชั่วโมง
เวลา 19.15 น. – การแสดงจากกลุ่ม TO BE NUMBER 1 จากโรงเรียนมุกดาหาร
เวลา 19.30 น. – กิจกรรมการประมูลภาพวาด นำโดยผลงานของนายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร
เวลา 20.00 น. – ร่วมเปิดพื้นที่ให้กับ ขบวน ไนท์รัน กิจกรรมอื่นๆของงาน ได้แก่ นิทรรศการภาพวาด ศิลปะแสงสี บูทขายสินค้าและอาหาร กิจกรรมทามือ มีตลอดทั้งงานตั้งแต่ 17.00 น. ถึง 23.00 น.

วันอาทิตย์ ที่ 26 กุมภำพันธ์ 2566
เวลา 17.00 น. – เริ่มงาน การแสดงดนตรีและกิจกรรมตามจุดต่างๆ ตลอดช่วงเวลาจัดงาน
เวลา 19.00 น. – การแสดง “ Muk Street Art & Exhibition # 2” ในรูปแบบ 3 D Mapping และจัดแสดงทุกๆ 1 ชั่วโมง
เวลา 19.30 น. – กิจกรรมการการแสดงชุดต่างๆตลอดทั้งงาน
เวลา 23.00 น. – เสร็จสิ้นกิจกรรม

กิจกรรมอื่นๆของงาน ได้แก่ นิทรรศการภาพวาด ศิลปะแสงสี บูทขายสินค้าและอาหาร กิจกรรมทามือ มีตลอดทั้งงานตั้งแต่ 17.00 น. ถึง 23.00 น.

หมายเหตุ กำหนดการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
การแต่งกาย : ชุดสุภาพ ชุดร่วมสมัย