เชียงใหม่ อดีตภรรยาพ่อเลี้ยงชูชาติ ออกมาให้กำลังใจ “อัญชลี” บุตรสาวพ่อเลี้ยงชูชาติ ขอให้สามารถจัดการทรัพย์สินของพ่อเลี้ยงให้ได้ และขออวยพรให้สืบทอดการทำปางช้างแม่สาต่อไป

อดีตภรรยาพ่อเลี้ยงชูชาติ ที่มีความสัมพันธ์ยาวนานถึง 15 ปี ออกมาให้กำลังใจ “อัญชลี” บุตรสาวพ่อเลี้ยงชูชาติ ที่เป็นทายาทตัวจริง ขอให้สามารถจัดการทรัพย์สินของพ่อเลี้ยงให้ได้ และขออวยพรให้สืบทอดการทำปางช้างแม่สาต่อไป

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2565 เวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อเพื่อสัมภาษณ์นางจีระภา วัชรเกตุ อายุ 77 ปี อดีตภรรยาพ่อเลี้ยงชูชาติ กัลมาพิจิตรที่เสียชีวิตลงในปี 2562 โดยทิ้งมรดกนับพันล้านทั้งเงินในบัญชี ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ ช้างและธุรกิจปางช้างไว้ให้ทายาท แต่มีปัญหาไม่สามารถจัดการทรัพย์สินได้ แม้ทุกวันนี้คดีผู้จัดการมรดกจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม จนนางจีระภาต้องออกมาเปิดเผยถึงความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับพ่อเลี้ยงชูชาติ ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา ว่าตนเป็นภรรยาคนหนึ่ง ที่ได้อยู่กันกับพ่อเลี้ยงยาวนานถึง 15 ปี ก่อนที่จะถูกน้องสาวคนละแม่แต่พ่อเดียวกันแย่งไป จนตนเองรู้สึกช๊อค จึงล้มป่วยลง ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลถึงห้าปีเต็ม

ปัจจุบันตนอาศัยอยู่กับลูกชายและลูกสาวซึ่งเกิดจากสามีเดิม ตนมีโรคประจำตัว จึงไม่ออกจากบ้านไปไหน
แต่งานนี้ตนเองขอออกมาให้กำลังใจนางอัญชลี กัลมาพิจิตร บุตรสาวพ่อเลี้ยงชูชาติ ที่เป็นทายาทตัวจริง ขอให้สามารถจัดการทรัพย์สินของพ่อเลี้ยงให้ได้ และขออวยพรให้สืบทอดการทำปางช้างแม่สาต่อไป โดยเรื่องดังกล่าวนางจีระภาได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังและยืนยันว่าทุกเรื่องเป็นเรื่องจริง เกิดขึ้นจริง ตนเองนั้นเป็นพี่สาวนางฐิติรัตน์ ครอบครัวตนอยู่ด้วยกันที่อำเภอเวียงป่าเป้า เมื่อตนได้มาอยู่กินกับพ่อเลี้ยงชูชาติ พ่อเลี้ยงได้ซื้อบ้านและที่ดินให้ตนที่อำเภอเวียงป่าเป้า และก่อนที่จะมีงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ตนได้แนะนำพ่อเลี้ยงให้รู้จักกับพี่น้องฝ่ายตน โดยแนะนำว่าเป็นพี่เขย ขณะนั้นนางฐิติรัตน์ยังอยู่กินกับสามีเดิม มีบุตรสาวด้วยกันกับสามีเดิมหนึ่งคน ตนไม่เคยนึกเลยว่านางฐิติรัตน์จะมาแย่งสามีพี่สาว โดยหลังจากแนะนำให้รู้จักกันแล้ว นางฐิติรัตน์ได้แอบสานต่อความสัมพันธ์แบบลับๆ ต่อมาตนมารู้จากคนใกล้ชิดทั้งพนักงานร้านค้าต่างๆ ที่รู้จักกับตนดี ได้บอกเล่าเรื่องนี้กับตน เหตุผลคือขณะนั้นน้องสาวตนมีหนี้สินมากมายร่วม 20 ล้านบาท และพ่อเลี้ยงชูชาติได้ช่วยใช้หนี้ให้ เท่าที่ตนรู้ นางฐิติรัตน์ได้จดทะเบียนแยกกันอยู่กับสามีเดิมและย้ายไปอยู่กินกับพ่อเลี้ยงที่บ้านล้านช้าง โดยเอาลูกติดจากสามีเดิมไปด้วย

ในช่วงประมาณสองปีก่อนเสียชีวิต พ่อเลี้ยงจะโทรหาตนแทบทุกวัน เพราะมีความระแวงสงสัยว่าจะมีอันตราย
ตอนที่อยู่กับตน พ่อเลี้ยงมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว คือโรคระบบทางเดินหายใจ คือจะหยุดหายใจไปบ้างในช่วงที่นอนหลับสนิท ตนเป็นคนนำพ่อเลี้ยงชูชาติไปรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพ ตนจึงรู้ดีว่าพ่อเลี้ยงต้องใส่เครื่องช่วยหายใจตอนนอนมาตั้งนานแล้ว ภายหลังถึงพบว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว และต้องรักษาพร้อมกันทั้งสองโรค ส่วนเรื่องของตน ทุกวันนี้คนเวียงป่าเป้ายังคงกังขาเรื่องบ้านที่ตนเคยเป็นเจ้าของ เคยจัดงานขึ้นบ้านใหม่ ทำไมกลับกลายเป็นของน้องสาวไปได้

อย่างไรก็ตาม ที่ตนเองกล้าออกมาพูดออกสื่อก็เพราะลูกสาวพ่อเลี้ยงชูชาติคือทายาทที่เหมาะสม ควรได้รับมรดกของพ่อเขา และคุณอัญชลีก็เป็นคนที่พ่อเขารักมาก เขาจะพูดกับตนมาตลอดว่าลูกสาวคนนี้คือคนที่จะต้องสืบทอดการทำปางช้างแม่สา พ่อเลี้ยงเขาไว้วางใจในลูกคนนี้ที่สุดแล้ว นางฐิติรัตน์ไม่เคยมีประสบการณ์ ที่ผ่านมาเป็นเพียงภรรยา คอยดูแล จัดยาให้พ่อเลี้ยงกิน และอยู่ในตำแหน่งภรรยา ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการบริหารปางช้าง จึงควรให้ลูกหลานสายตรงเขาจัดการไป รวมถึงเรื่องทรัพย์สินก็ควรประมาณตนได้แล้วว่ามาทีหลัง พ่อเลี้ยงเขาแบ่งให้ไปก็มากแล้ว ไม่ควรมาทำให้ลูกหลานในตระกูลเขาลำบาก พ่อเลี้ยงเขาเป็นคนดี มีความรับผิดชอบ สมบัติทุกอย่างล้วนมาจากปางช้างแม่สา เขาชอบเล่าให้ฟังถึงความลำบากในการทำงาน และเขาก็อยากให้ลูกหลานเขาได้ทำต่อ “นางฐิติรัตน์ควรหยุดได้แล้ว อย่าว่าร้ายนางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา ตนทนฟังไม่ได้จริงๆ ถ้าพ่อเขาอยู่เขาก็คงจะรับไม่ได้เหมือนกัน ที่มาทำกับลูกสาวเขาแบบนี้” นางจีระภากล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนยุติการให้สัมภาษณ์

 

เชียงใหม่ พระสงฆ์วัดทรายมูลเมืองเชียงใหม่นำฟักทองไข่ไก่ มาแจกให้กับประชาชนฟรีชั่วโมงเดียวหมด (คลิป)

พระสงฆ์วัดทรายมูลเมืองเชียงใหม่นำฟักทองไข่ไก่ มาแจกให้กับประชาชนฟรีชั่วโมงเดียวหมด บรรเทาความเดือดร้อนจากค่าครองชีพ
พระครูสังฆรักษ์สุทัฒน์ สุวทัฒโก เจ้าอาวาสวัดทรายมูลเมืองในตัวเมืองเชียงใหม่ และพระภิกษุสามเณร นำฝักทอง ไข่ไก่ต้มและไข่ดิบ รวมทั้งกล้วยน้ำหว้าสุกมาตั้งโต๊ะแจกหน้าวัด ให้กับประชาชนที่ผ่านไปมา โดยมีชาวบ้าน ที่มีรายได้น้อย รถสองแถวรับจ้างสี่ล้อแดง รถตุ๊กๆ มาจอดรถแวะรับไข่ต้ม ไข่ไก่ดิบฟรี รวมทั้งฟักทอง เพื่อนำไปปรุงอาหาร เป็นการบรรเทาความเดือดร้อน อย่างน้อยก็เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้บ้าง คุณยายที่มารับของแจก ซึ่งมีบ้านพักอาศัยอยู่หลังวัดบอกว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ทางวัดมีเมตตา นำไข่ไก่มาแจกให้กับประชาชน ซึ่งทางวัดแจกเป็นประจำชาวบ้านต่างยกมือสาธุ

พระครูสังฆรักษ์สุทัฒน์ เจ้าอาวาสวัดทรายมูลเมืองบอกว่าวันนี้นำไข่ไก่ต้มและไข่ไก่ดิบ ที่ประชาชนนำมาทำบุญนำมาแจก ใส่ในถ้วยละ 10 ฟอง จำนวน 1,500 ฟอง นอกจากนั้นยังมีฟักทองและกล้วยน้ำหว้าอีกนับ 100 หวีมาแจก มีประชาชนที่สัญจรผ่านหน้าวัด จอดรถรับของแจก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงหมด เป็นการบรรเทาความเดือดร้อน ไม่ใช่โยมช่วยแต่พระใส่บาตรทำบุญ แต่พระก็ต้องช่วยโยมบ้างเหมือนกัน

เชียงใหม่ ชาวบ้านร้องอ้อ ตำบลสันผีเสื้อ จังหวัดเชียงใหม่ ทำบุญหนักมาก ติดทองสมโภชลูกนิมิต (คลิป)

ชาวบ้านร้องอ้อ ตำบลสันผีเสื้อ จังหวัดเชียงใหม่ ทำบุญหนักมาก ติดทองสมโภชลูกนิมิต นำไปถวายสร้างอุโบสถ วัดพระธาตุดอยเวียงฮ้อ จังหวัดเชียงราย ยิ่งช่วงยกขึ้นรถยิ่งหนัก แต่ละลูกหนัก 300 – 400 กิโลกรัม


ที่วัดร้องออ้อ ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายลักษ์ บุญชละ นายกเทศมนตรีสันผีเสื้อ พร้อมชาวบ้านร้องอ้อ มาร่วมติดทองลูกนิมิตรและร่วมสมโภชลูกนิมิตร ถือเป็นการทำบุญใหญ่ โดยนิมนต์พระครูประภาสปริยัติวิมล เจ้าอาวาสวัดป่าข่อยใต้ เจ้าคณะตำบลสันผีเสื้อ เป็นองค์ประธานในเทศน์และสมโภช มีชาวบ้านทั้งจากจังหวัดเชียงใหม่ และเชียงรายแต่งกาในชุดขาวมาร่วมพิธี เพื่อนำลูกนิมิตรทั้งหมด 9 ลูก นำไปถวายสร้างโบสถวัดพระธาตุดอยฮ้อ ตำบลป่างิ้ว อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ช่วงที่จะได้บุญหนักศักดิ์ใหญ่ ก็จะเป็นช่วงที่นำลูกนิมิตขึ้นหลัง รถยนต์กระบะถึง 9 คัน โดยใส่ลูกนิมิตรบนรถเข็น ใช้หลายคนเข็นไปหลังรถยนต์กระบะ ช่วยกันยกโดยใช้รางไม้พาดจากรถเข็นขึ้นหลังรถยนต์กระบะและช่วยกันกลิ้งลูกนิมิตรขึ้นหลังรถ ใส่ในยางรถยนต์ เล่นเอาเหนื่อยไปตามๆกัน ถือว่าได้บุญหนักมาก

พระอธิการชาญชัย กันตวีโร เจ้าอาวาสวัดร้องอ้อ เจริญพรว่า ถือเป็นหน้าบุญของชาวบ้านร้องอ้อที่ได้ทำบุญใหญ่ ในการถวายลูกนิมิตร กว่าจะสร้างได้ไม่ใช่ง่ายมีขั้นตอนมากมาย และวัดไหน ก็จะมีฝังลูกนิมิตรแค่ครั้งเดียว ในการสร้างโบสถ ซึ่งครั้งนี้ชาวบ้าน ได้ร่วมกันทำบุญ ไปซื้อหินภูเขาจากจังหวัดตาก รวมทั้งหมด 9 ลูก แต่ละลูกมีน้ำหนักมากถึง 300 – 400 กิโลกรัม เพื่อนำมาสมโภชและนำไปถวายในวันนี้ โดยมีพระใบฎีกา วชิรสรณ์ ปภัสโร เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยฮ้อ พร้อมกับศรัทธามาร่วมด้วย ถือเป็นบุญหนักศักดิ์ใหญ่

เชียงใหม่ นักธุรกิจสาวเจ้าของเพจ เหมาข้าวไข่เจียว สองแม่ลูกสู้มะเร็ง ที่ขายข้าวไข่เจียวริมทาง ในตัวเมืองเชียงใหม่ (คลิป)

นักธุรกิจสาวเจ้าของเพจ เหมาข้าวไข่เจียว สองแม่ลูกสู้มะเร็ง ที่ขายข้าวไข่เจียวริมทาง ในตัวเมืองเชียงใหม่ แจกฟรีให้กับลูกค้าที่มารอซื้อ เพื่อไม่ต้องขายถึงใกล้รุ่งและยังนำสมุนไพรสู้มะเร็งไปมอบให้ด้วย ขณะที่ยอดบริจาคหลั่งไหลช่วยเหลือ มีมากกว่า 4 แสนบาทแล้ว

นางนันทวรรณชยา ภาจิตประพันธ์ ผู้บริหารเนเจอร์เฮิร์บ อินเตอร์เนชั่นแนลโฮลดิ้งจำกัด เจ้าของเพจ พี่แหม่มหัวใจใหญ่กว่ามะเร็ง นำทีมงานเดินทางจากกรุงเทพ พร้อมแพทย์แผนไทย มาเหมาข้าวไข่เจียว นางสาว ผ่องศรี พรมจันทร์ หรือไอซ์ ที่ป่วยมะเร็งจนต้องตัดลิ้น และทำให้พูดไม่ชัดและลูกชายวัย 11 ขวบ ยังป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งมาเปิดร้านขายข้าวไข่เจียว ริมถนนสายดอยสะเก็ด- เชียงใหม่ ก่อนถึงสี่แยกศาลเด็ก ขาเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ เริ่มขายตั้งแต่ 4 ทุ่มไปจนถึงตีสอง ซึ่งเปิดขายมาได้ประมาณ 1 สัปดาห์ มีลูกค้ามารออุดหนุนทุกวัน เพื่อให้กำลังใจในการสู้ชีวิต โดยวันนี้ทางนางนันทวรรรชยาหรือพี่แหม่มได้ลงมือปรุงไข่เจียว โดยมีไอซ์ ช่วยเป็นลูกมือ นำไข่เจียวใส่ในกล่อง ยื่นให้กับลูกค้าที่มาต่อคิวรับข้าวไข่เจียวฟรี โดยไม่ต้องจ่ายเงิน จนคิวยาว ซึ่งก็สร้างความดีใจให้กับครอบครัวนี้มาก ที่มีคนเข้ามาช่วยเหลือตลอด


ทั้งนี้นางนันทวรรณชยา หรือพี่แหม่ม หัวใจใหญ่กว่ามะเร็ง’เพจที่ให้การช่วยเหลือ ผู้ป่วยมะเร็งยากไร้ บอกว่าได้พาทีมงานและแพทย์แผนไทย บินจากกรุงเทพ เดินทางลงพื้นไปให้การช่วยเหลือ โดยตั้งใจเหมาข้าวไข่เจียว ของครอบครัวสู้ชีวิตนี้ แจกให้กับลูกค้า มารอต่อแถวซื้อเพื่อให้ได้เงินและได้กลับบ้านเร็วขึ้น โดยคืนนี้ยังมีผู้ป่วยเป็นมะเร็ง ที่พี่แหม่มเคยช่วยเหลือดูแลในภาคเหนือ พร้อมใจกันเดินทางมาให้กําลังพี่แหม่ม และครอบครัวนี้ด้วย เป็นพลังใจอย่างดี และยังจะได้พาแพทย์แผนไทย เข้าไปให้คําแนะนํา ตรวจอาการอย่างละเอียด รวมถึงนําสมุนไพรเอ็ม เฮิร์บเข้าไปให้ดูแลสุขภาพ อีกทั้งยังมอบเงินจํานวนหนึ่ง ให้กับแนทสามีไอซ์ เพื่อไปดาวน์รถฟู้ดทรัค หรือรถขายอาหาร ให้กับครอบครัวนี้ เพราะจะได้ไม่ต้องเหนื่อยในการขนอุปกรณ์ในการปรุงอาหารขึ้นลงรถ


นายวราวุธ เทพจันทร์หรือแนท สามีไอซ์บอกว่า ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือ เป็นกำลังใจที่ดี และรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก กลางวันขายที่บ้านได้ 60 กล่อง ขายกลางคืนที่นี่ได้ 300 กล่อง แต่เมื่อวานฝนตกย้ายจุดทำให้ขายไม่ได้ ลูกค้าอาจไม่ทราบจึงย้ายกลับมาขายที่เดิม และยังคงมีธารน้ำใจให้ความช่วยเหลือทั้งสิ่งของและเงิน ขณะนี้เงินบริจาคได้มากกว่า 4 แสนบาทแล้ว

เชียงใหม่ ชาวเชียงใหม่แห่ลงทะเบียนคนจน กันอย่างต่อเนื่องวันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก(คลิป)

ชาวเชียงใหม่แห่ลงทะเบียนคนจน กันอย่างต่อเนื่องวันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก คนโสดใช้เวลา 5 นาที ส่วนคนที่มีครอบครัวใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที


นายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดกิจกรรมการลงทะเบียนคนจน เป็นวันแรก หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเจ้าหน้าที่ธนาคาร ธกส.ธนาคารกรุงไทย และธนาคารออมสิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียน ส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงวัย ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่รอบแรกที่ผ่านมา มีประชาชนทั้ง 25 อำเภอ มาลงทะเบียนจำนวน 390,335 คน เฉพาะอำเภอเมืองเชียงใหม่ มีจำนวน 27,556 คน ทั้งนี้ประชาชนส่วนใหญ่ พึ่งพอใจใช้เวลาไม่นาน โดยคนโสดใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที ส่วนคนที่มีครอบครัวใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที

นายวรณาญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่าครั้งนี้ให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน ประกาศเสียงตามสาย และมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก เชื่อว่าจะมีประชาชน มาลงทะเบียนจะมีเพิ่มมากขึ้น ส่วนพื้นที่ห่างไกลบนดอยสูง ที่ประชาชนอาจไม่สะดวกลงมา บริเวณที่ทำการอำเภอ ก็จะมีการเพิ่มจุด ให้รถโมบายและเจ้าหน้าที่ เข้าไปอำนวยความสะดวกถึงหมู่บ้าน

เชียงใหม่ ศิษย์เก่าโรงเรียนธรรมราชาศึกษา-วัดพระสิงห์ ปล่อยปลา 1 แสนตัวลงอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า (คลิป)

ศิษย์เก่าโรงเรียนธรรมราชาศึกษา-วัดพระสิงห์ ปล่อยปลา 100,000 ตัวลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า

เมื่อวันที่ 3 ก.ย.65 ที่อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้จัดงานโครงการ “ปล่อยมัจฉาสู่วารี” ครั้งที่ 3 โดยมี พระเทพสิงหวราจารย์ (โสภณ โสภโณ) เจ้าอาวาสวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ประธานฝ่ายฆราวาส นายศรีพันธ์ สุจันทร์แสง นายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนธรรมราชาศึกษา-วัดพระสิงห์ พร้อมศิษย์เก่า นักเรียน เจ้าหน้าที่ห้วยตึงเฒ่า มาร่วมงานหลายร้อยคน

วัตถุประสงค์ เพื่อบำรุงการศ๊กษาเด็กนักเรียน โรงเรียนธรรมราชาศึกษา เพื่อถวายทำนุบำรุงศาสนสถานวัดพระสิงห์ฯ เพื่อนสนับสนุนกิจกรรมสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนธรรมราชาศึกษา

สำหรับการปล่อยปลาครั้งนี้ผู้มีจิตกุศลร่วมทำบุญปล่อยปลาได้จำนวน 100,000 ตัว

เชียงใหม่ ประกวดสาวประเภทสอง เพื่อส่งเสริมสู่เวทีระดับนานาชาติ แต่ละคนสวยคนละแบบ (คลิป)

เชียงใหม่ประกวดสาวประเภทสอง เพื่อส่งเสริมสู่เวทีระดับนานาชาติ แต่ละคนสวยคนละแบบ เดินโชว์ตัวสวมรองเท้าตู้ปลาสูง 4 นิ้วบางคนถึงกับสะดุดล้ม แต่ละคนสุดสวย ต้องเดินลงเวที มาถึงขอบโต๊ะคณะกรรมการ ให้ดูรูปร่าง ความสวย ผิวพรรณและสัดส่วน สาวสอง วัย 24 คว้ามงกุฎคนแรกไปครอง ผู้หญิงแท้อาย

ที่เวทีประกวดสาวสอง โรงแรมกรีนเลค รีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการ จัดการประกวด สาวประเภทสอง ที่มีสาวสอง เข้าร่วมประกวดมากเกือบ 20 คน โดยมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริม CLS มิกซ์เบอร์รี่ จัดการประกวด เพื่อส่งเสริมสาวสอง ให้มีรูปร่างดี และยังเป็นการส่งเสริมให้สาวสอง เข้าสู่เวทีระดับประเทศ และระดับนานาชาติ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ

แต่ละสาวงามจัดเต็มมาในชุดไทยล้านนา แต่ที่ยอมกันไม่ได้ หรือไม่ยอมแพ้ เห็นจะเป็นรองเท้าส้นตึก หรือรองเท้าตู้ปลา ขนาดสูงถึง 4 นิ้ว ขณะเดินโชว์ตัวสาวงามบางคน ถึงกับพลาด สะดุดขอบพื้นเวทีล้มจากขอบรองเท้าหลุด แต่โชคดีไม่เป็นอะไรมาก รองเท้าตู้ปลาพัง การประกวดชิงมงกุฎ และเงินรางวัลครั้งนี้ มีมูลค่าทั้งหมดกว่า 1 แสนบาท ซึ่งผู้เข้าประกวด มีการเดินโชว์ตัวในชุดไทยล้านนา และชุดราตรีและคัดเลือกเหลือ 10 คน และคัดเลือกเลือก 5 คน และให้มีการตอบคำถาม แต่ละคนก็สวย และผิวพรรณดีมาก โดยเกณฑ์การตัดสิน จากความสวย บุคลิกภาพ การแต่งกาย ความกล้าแสดงออก การใช้กลยุทธในการเสนอขาย การแสดงถึงปฎิภาณ ไหวพริบ ความชาญฉลาด และสุดท้าย ต้องให้ผู้เข้าประกวดรอบชิงชนะเลิศ 5 คนสุดท้าย เดินลงเวที มายืนให้คณะกรรมการ ดูแบบใกล้ชิดติดขอบโต๊ะ


ผลการตัดสิน ผู้เข้าประกวดหมายเลข 15 โยษิตา ชำนิไกล ได้ครองมงกุฎ มิส ควีน CLS มิกซ์เบอร์รี่ เชียงใหม่ 2022 คนแรกไปครอง พร้อมสายสะพาย เงินรางวัล 2 หมื่นบาท รองชนะเลิศอันดับ 1 หมายเลข 6 ณภัทร์ธมณฑ์ พูลทรัพย์ ได้รับมงกุฎ พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท สายสะพายพ่วงตำแหน่งขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชนอีก 1 ตำแหน่ง ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 2 หมายเลข 14 ภัทราพร ทิชัย ได้รับมงกุฎ พร้อมเงินรางวัล 8,000 บาท และสายสะพาย ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 3 หมายเลข 12 ธัญวรัตน์ เจริญเมือง ได้รับมงกุฎเงินรางวัล 6,000 บาท สายสะพาย ส่วนรองชนะเลิศอันดับ 4 หมายเลข 3 สุชาภัสร์ คำตั๋น ได้รับมงกุฎ เงินรางวัล 4,000 บาท สายสะพาย ท่ามกลางความดีใจของกองเชียร์และพี่เลี้ยง และพากันไปเลี้ยงหม่าล่า

เชียงใหม่ ปางช้างแม่สายังวุ่น ล่าสุดยังไม่สามารถตกลงเรื่องมรดกกันได้ เพราะอีกฝ่ายร้องต่อศาลเรียกสินสมรสจำนวน 300 ล้านบาท

ปางช้างแม่สายังวุ่น ล่าสุดยังไม่สามารถตกลงเรื่องมรดกกันได้ เพราะอีกฝ่ายร้องต่อศาลเรียกสินสมรสจำนวน 300 ล้านบาท

วันนี้ (4 กย.65) เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามนางอัญชลี กัลมาพิจิตร บุตรสาวคนโต ทายาทผู้สืบสันดานของพ่อเลี้ยงชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สาและพ่อเลี้ยงได้เสียชีวิตลงเมื่อต้นปี 2562 ทิ้งสมบัติไว้ให้ลูกหลานรวมถึงบริษัท ปางช้างแม่สา จำกัดนับพันล้านบาท ต่อมามีปัญหาฟ้องร้องกันระหว่างนางอัญชลีกับภรรยาคนสุดท้ายของพ่อเลี้ยงชูชาติ และในที่สุดคดีผู้จัดการมรดกก็ได้สิ้นสุดลงเมื่อเดือนมิถุนายน 2565 โดยศาลได้มีคำสั่งให้เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันทั้งสองคน เพื่อจัดการมรดกให้ทายาทให้แล้วเสร็จตามพินัยกรรม แต่ก็ยังติดปัญหาที่อีกฝ่ายฟ้องร้องต่อศาลเรียกสินสมรสจำนวน 300 ล้านบาท

นางอัญชลีได้ให้สัมภาษณ์ในวันนี้ว่า “ในวันที่ 15 กันยายนนี้ นางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตรได้นัดตนไปทำหน้าที่ผู้จัดการมรดกเพื่อโอนที่ดินตามพินัยกรรมบางส่วนให้กับบริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด แต่กลับไม่มีการถอนเงินจากกองมรดกเพื่อเป็นค่าโอนที่ดินตามกฏหมาย ซึ่งตรงนี้ทนายความตนกำลังทำหนังสือแจ้งไปยังนางฐิติรัตน์ว่าขั้นตอนที่ถูกต้องนั้น การโอนกรรมสิทธิ์ในพินัยกรรมต้องใช้เงินจากกองมรดกเท่านั้น ดังนั้นจะต้องมีการเบิกเงินจากบัญชีในกองมรดกก่อน แล้วถึงจะไปโอนที่ดินได้ ซึ่งตนคิดว่ายังมีเวลาพอที่จะเตรียมในเรื่องดังกล่าวก่อนวันที่ 15 กันยายน ซึ่งบัญชีเงินในกองมรดกก็มีหลายบัญชี แม้แต่บัญชีที่นางฐิติรัตน์ปฏิเสธจะโอนเงินให้กับปางช้างแม่สาก็มีเงินอยู่ถึง 15 ล้านบาท และเป็นสิทธิ์โดยชอบของปางช้างแม่สาไปแล้ว ขาดแต่ขั้นตอนการโอนเท่านั้น” หากนางฐิติรัตน์จะให้ตนร่วมเบิกเงินในบัญชีอื่นเพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายตนก็ไม่ขัดข้อง ขอให้บอกมาว่าจะเป็นบัญชีหมายเลขใด และมีเงินอยู่เท่าใด การโอนทรัพย์สินจึงจะถูกต้องตามกฏหมาย

ส่วนในเรื่องที่นางจีระภา วัชรเกตุ พี่สาวต่างมารดาของนางฐิติรัตน์ ออกมาให้กำลังใจตนนั้น ตนขอขอบคุณมาก ตนทราบดีว่าใครเป็นใคร การเข้าสู่สกุลเป็นมาอย่างไร แต่ตนคิดว่าเรื่องใดที่เกิดขึ้นไปแล้ว ก็ต้องใช้วิธีการแก้ไขปัญหาเอา เพราะบิดาตนก็ได้ตายจากไปจะครบ 4 ปีในเดือนมกราคม ปี 2566นี้แล้ว ที่ผ่านมาตนต้องอดทนมากเพื่อสะสางในทุกๆเรื่อง และเพื่อให้เกิดความถูกต้อง ยุติธรรมกับทายาททุกคน ตนอยู่ตรงนี้เป็นหลักให้กับปางช้างแม่สา ยอมรับว่าเหนื่อยมาก แต่เมื่อนางจีระภา วัชรเกตุ ผู้ใกล้ชิดบิดาตนเพราะเป็นภรรยาที่อยู่กินกันมาถึง 15 ปีก่อนหน้านางฐิติรัตน์ ได้ออกมาแสดงความเข้าใจและเห็นใจตน ตนก็ดีใจมากแล้ว ส่วนการนัดหมายที่จะมาให้กำลังใจตนของนางจีระภา วัชรเกตุ ตนกำลังดูวันนัดอยู่ คงจะได้พูดคุยกันในเร็ววันนี้ เพราะนางจีระภา วัชรเกตุ มีอายุมากถึง 76 ปีแล้วและมีปัญหาสุขภาพ ตนเกรงใจมาก ไม่อยากให้คนที่พ่อรักต้องมาเหนื่อยเพราะตน นางอัญชลีกล่าวก่อนปิดท้ายการให้สัมภาษณ์

เชียงใหม่ อำเภอไชยปราการ สร้างบ้านให้คนจนถวายเป็นพระราชกุศลแม่หลังที่10

อำเภอไชยปราการ สร้างบ้านให้คนจนถวายเป็นพระราชกุศลแม่หลังที่10

ทางอำเภอไชยปราการได้ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสสร้างและซ่อมแซมบ้านให้เพื่อจะได้อยุ่อย่างมีความสุขเพื่อเป็นการถวายเป็นพระราชกุศลให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา90พรรษา 12สิงหาคม2565 โดยทางนายวัชระ เทพกัน นายอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ พระครูสถิตธรรมาภิรักษ์ ดร.เจ้าคณะอำเภอไชยปราการ พร้อมส่วนราชการ เอกชน กำนันผู้ใหญ่บ้าน อบจ เชียงใหม่ เทศบาลตำบลไชยปราการ จิตอาสาพระราชทาน กิ่งกาชาด คณะสงฆ์ อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา

ที่ได้ร่วมในการจัดหาอุปกรณ์สิ่งของในการก่อสร้างให้ นางอะซือมะ แสนย้าง บ้านเลขที่ 96 หมู่ที่ 7 ต.แม่ทะลบ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้ยากไร้ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง เดินไม่สะดวก และประกอบอาชีพทอผ้าหาเลี้ยงตัวเอง


โดยมีคณะสงฆ์,หัวหน้าส่วนราชการ,กิ่งกาชาดอำเภอไชยปราการ,ผู้ใหญ่บ้าน และจิตอาสาพระราชทาน เข้าร่วมกิจกรรมและเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลในการให้ประชาชนอยู่อย่างมีความสุขถ้วนหน้าซึ่งทางอำเภอไชยปราการได้ดำเนินการสร้างบ้านให้กับผู้ขาดโอกาสแล้วทั้งหมดในวันนี้ 10 หลังและยังได้ดำเนินการให้กับคนอื่นๆอีกในโอกาสต่อไปซึ่งเป็นการร่วมบูรณาการกับหลายๆหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน

เชียงใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีจัดแสดงผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และเปิดตัวพื้นที่สร้างสรรค์ (คลิป)

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีจัดแสดงผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และเปิดตัวพื้นที่สร้างสรรค์ (Creative Co-Sharing)

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีจัดแสดงผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และเปิดตัวพื้นที่สร้างสรรค์ (Creative Co-Sharing Space) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดจากการลงนามความร่วมมือของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ สมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ สมาพันธ์ SME ไทย จังหวัดเชียงใหม่ และชมรมผู้ประกอบการเครือข่ายท่าแพ ที่ต้องการสร้างพื้นที่สำหรับการจัดกิจกรรมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อเชื่อมโยงทางธุรกิจในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์

โดยความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน และชุมชนเพื่อผลักดันให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับประเทศต่อไป ณ อาคารสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่(ท่าแพ)