เชียงใหม่ วัดพระธาตุดอยสุเทพฯ จัดพิธีสมโภชฯ เนื่องในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคล 73 ปี พระธรรมเสนาบดี (คลิป)

วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จัดพิธีสมโภชพระพุทธรูปประจำวันนพเคราะห์ 9 องค์ เนื่องในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคล 73 ปี พระธรรมเสนาบดี รองเจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ

บ่ายวันนี้ (2 ก.ย. 65) เวลา 14.00 น. ที่ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เป็นประธานประกอบพิธีสมโภชพระพุทธรูปประจำวันนพเคราะห์ 9 องค์ เนื่องในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคล 73 ปี พระธรรมเสนาบดี (ธงชัย สุวณฺณสิริ) รองเจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร โดยมี พระภิกษุสงฆ์ในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมด้วย นายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธี

พระธรรมเสนาบดี มีนามเดิมว่า ธงชัย สุวรรณเรืองศรี เกิดเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2492 ที่ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ อุปสมบท เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2512 ณ วัดพระธาตุดอยสุเทพฯ โดยมี พระราชสิทธาจารย์ (อินสม อภิชโย) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูสมุห์สมบูรณ์ สมปุญฺโญ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระมหาคำ ธมฺมจาโร (พระราชรัตนากร) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ การศึกษา เป็นนักธรรมชั้นเอก เปรียญธรรม 7 ประโยค และได้รับการแต่งตั้งสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมเสนาบดี ศรีศาสนกิจโกศล วิมลธรรมสาธก ตรีปิฎกวราลงกรณ์ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เชียงใหม่ สวนกระแส สินค้าแพง ทหารยศสิบเอก ใช้เวลาช่วงเช้าก่อนไปทำงาน เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวหมูชามละ 10 บาท (คลิป)

สวนกระแส สินค้าแพง ทหารยศสิบเอกเชียงใหม่ ใช้เวลาช่วงเช้าก่อนไปทำงาน เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวหมูชามละ 10 บาท และขายข้าวแกงจานละ 25 บาท ขายหมดทุกวัน สร้างรายได้เสริม และช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย

สิบเอก กฤษกร ตันสุหัช เจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนากีฬามณฑลทหารบกที่ 33 ใช้เวลาว่างก่อนไปทำงาน เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวหมู บริเวณหน้าสนามยิงปืนไทยกรีน ย่านถนนโชตนาขาออก ในตัวเมืองเชียงใหม่ ขายเพียงชามละ 10 บาท ขายถูกที่สุด เป็นก๋วยเตี๋ยวหมู มีทั้งหมูยอ เนื้อหมู และลูกชิ้น พร้อมผักลวก เพิ่งเปิดขายมาได้ 3 สัปดาห์ แต่ละวันก็จะมีลูกค้า ทยอยมาอุดหนุน ซึ่งรดชาดอร่อยและกลิ่นหอมชวนรับประทาน นอกจากนั้นยังทำข้าวราดแกงขายมีกับข้าววันละ 8 – 9 อย่าง ขายหมดทุกวัน เปิดขายตั้งแต่ 6 โมงเช้า จนถึงประมาณ 1 ทุ่ม


สิบเอก กฤษกร เจ้าของร้านบอกว่าตื่นแต่เช้า ปรุงอาหารและขายจนถึง 8 โมงเช้า จากนั้นก็จะไปทำงานให้น้องสาวขายต่อ ทั้งนี้เพื่อหารายได้เสริมและยังต้องการช่วยเหลือประชาชน และผู้มีรายได้น้อย ในการประหยัดค่าใช้จ่าย ในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองและยุคโควิค ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นแคตดี้ มาแวะนั่งรับประทานก๋วยเตี๋ยว บางคนรับประทานชามเดียว หรือบางคนอาจรับประทานประมาณ 2 – 3 ชาม ก็จะอิ่ม หรือซื้อข้าวแกงไปรับประทานที่ทำงาน และยังมีประชาชนที่มีรายได้น้อย มาแวะอุดหนุน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ส่วนข้าวราดแกง ก็จะมีทั้งอาหารเหนือ อาหารไทย หรืออาหารใต้ สลับกันไป เพื่อเป็นทางเลือก หากจะประหยัดค่าใช้จ่าย แวะไปรับประทานได้

เชียงใหม่ เกิดเหตุไฟไหม้บ้าน ในชุมชนหัวฝาย ติดกับคลองแม่ข่า ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ (คลิป)

เกิดเหตุไฟไหม้บ้าน ในชุมชนหัวฝาย ติดกับคลองแม่ข่า ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ชาวบ้านขนของหนีไฟอลหม่าน ใช้เวลา 30 นาทีดับไฟได้ ไหม้เสียหายไป 2 หลัง สาเหตุและค่าเสียหายอยู่ระหว่างตรวจสอบ

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านชั้นเดียว ในชุมชนหัวฝาย ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ติดกับคลองแม่ข่า และลุกลามอย่างรวดเร็ว ไปติดบ้านไม้สองชั้นที่อยู่ติดกัน จนทำให้ชาวบ้าน พากันขนของหนีไฟอลหม่าน เจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่ ระดมรถน้ำดับเพลิง 2 คัน เข้าฉีดน้ำดับไฟที่ลุกไหม้บ้านทั้งสองหลัง ระหว่างฉีดน้ำดับไฟ ทำให้กันสาดหลังคาบ้าน 2 ชั้น พังถล่มลงมา หวิดทับเจ้าหน้าที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ใช้เวลานาน กว่า 30 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เเต่ไฟไหม้บ้านจนเสียหายวอดไป 2 หลัง

ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เห็นเพลิงลุกไหม้จากบ้านไม้ชั้นเดียวก่อน ชาวบ้านช่วยกันดับแต่ไม่สามารถดับได้ จากนั้นจึงลุกลามไปยังบ้านไม้สองชั้นที่อยู่ติดกัน ชาวบ้านต่างตื่นตกใจ เนื่องจากเป็นชุมชน ที่มีบ้านเรือนติดกันหนาแน่น ต่างเร่งขนย้ายข้าวของหนีไฟกันอย่างอลหม่าน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมเพลิงไว้ได้ ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถดับไฟได้แล้ว อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย สอบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้น

เชียงใหม่ เมียอีกคนของพ่อเลี้ยงชูชาติโผล่ ขอให้หยุดว่าร้ายลูกในไส้พ่อเลี้ยงชูชาติ

เมียอีกคนของพ่อเลี้ยงชูชาติโผล่ ขอให้หยุดว่าร้ายลูกในไส้พ่อเลี้ยงชูชาติ

วันนี้ (1 กย. 65) เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการติดต่อจากบุคคลที่มีชื่อว่า นางจีระภา วัชรเกตุ อายุ 76 ปี ที่อ้างว่าตนเคยเป็นภรรยาคนหนึ่งของพ่อเลี้ยงชูชาติ ก่อนหน้านางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร และยังเป็นพี่สาวพ่อเดียวกันแต่ต่างมารดาของนางฐิติรัตน์อีกด้วย หลังจากได้ยินข่าวว่านางฐิติรัตน์ออกมาว่าร้าย กลั่นแกล้งนางอัญชลี กัลมาพิจิตร บุตรสาวคนโตนายชูชาติ ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการประกอบกิจการปางช้างแม่สา ทำให้ตนรู้สึกทนไม่ได้เลยต้องออกมาพูดความจริง

โดยตนเคยอยู่กินฉันท์สามีภรรยากับพ่อเลี้ยงชูชาติ กัลมาพิจิตร ก่อนที่จะถูกน้องสาวต่างมารดาที่มีสามีอยู่แล้วแย่งไป ตอนนั้นตนรู้สึกช๊อคจนเข้าโรงพยาบาล ต้องรักษาตัวมาตลอด ในเมื่อเรื่องต่างๆได้เกิดขึ้นแล้ว ตนรู้สึกแย่จนตนไม่ยอมรับการติดต่อจากพ่อเลี้ยงชูชาติเป็นเวลานานถึงหนึ่งปีเต็ม เพราะรู้สึกเสียใจกับการกระทำของน้องสาว ตอนนั้นน้องสาวและสามีเขามีหนี้สินเยอะมาก จากการทำกิจการร้านอาหารและร้านจำหน่ายแอร์ ทราบจากพ่อเลี้ยงชูชาติในภายหลังว่าเกิน 20 ล้านบาท นางฐิติรัตน์ต้องเอาที่บ้านทรัพย์สินส่วนตัวไปจำนองกับเพื่อน ต่อมาเมื่อตนแนะนำสามีคือพ่อเลี้ยงชูชาติให้เขาได้รู้จัก ตนไม่ได้คิดระแวงอะไรเลย ยังเชิญเขาไปร่วมงานขึ้นบ้านใหม่ของตนและพ่อเลี้ยงชูชาติที่อำเภอเวียงป่าเป้า ซึ่งก็คือบ้านหลังปัจจุบันที่เขาอาศัยอยู่ในตอนนี้ ขณะที่คบกับตนพ่อเลี้ยงได้โอนบ้านหลังสีขาวและที่ดินให้ตนแล้ว แต่ภายหลังนางฐิติรัตน์อยากได้ พ่อเลี้ยงจึงขอซื้อคืนจากตนในราคา 10 ล้านบาท ตนก็ได้คืนให้ไป และเอาเงินที่ได้มาเก็บไว้รักษาตัว ซึ่งมีการผ่าตัดรักษาหลัง ทำให้ตนต้องใช้เงินจำนวนมาก

สำหรับเหตุผลที่ตนไม่ได้จดทะเบียนสมรสทั้งที่อยู่กินกันมายาวนานถึง 15 ปี เพราะไม่ต้องการให้ลูกหลานทางพ่อเลี้ยงชูชาติเข้าใจว่าเราจะมาเอาทรัพย์สมบัติพ่อเขา เรารักและหวังดีต่อพ่อเลี้ยง อยู่กินกันแบบเพื่อนสนิท ตอนหลังพ่อเลี้ยงก็ชอบโทรมาปรึกษา มาเล่าเรื่องนางฐิติรัตน์ให้ฟังว่าพยายามจะเลิกกันหลายครั้งเพราะไม่คิดว่านางฐิติรัตน์จะมีหนี้สินมากขนาดนี้ และยังเอาลูกติดสามีเดิมมาให้พ่อเลี้ยงส่งเสียเลี้ยงดูอีกด้วย เรื่องนี้พ่อเลี้ยงเคยพูดว่า พ่อแท้ๆเขาก็มีทำไมเอามาให้ตนเลี้ยง แม้ยามป่วยครั้งสุดท้ายตนก็ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล ไม่คิดเลยว่าพ่อเลี้ยงจะเสียชีวิตก่อนตน และนางฐิติรัตน์ น้องสาวที่ตนเห็นมาตั้งแต่เล็กจะมีความโลภมากขนาดนี้ คิดจะเอาทรัพย์สินของลูกหลานเขาทั้งหมด

ตนทนไม่ไหวจริงๆจึงต้องออกมาพูด และยินดีให้ข่าวอย่างไม่ปิดบัง เนื่องจากตนเองมีอายุมากแล้ว หากไม่พูดวันนี้ เกรงว่าจะไม่มีโอกาสได้พูด และพ่อเลี้ยงจะตำหนิตนที่ไม่ช่วยเหลือลูกสาวเขา สำหรับนางอัญชลี กัลมาพิจิตรคือคนที่พ่อเลี้ยงชูชาติตั้งใจจะให้เป็นทายาทในการเลี้ยงดูช้าง ทำปางช้างแม่สาเพียงคนเดียว เพราะพ่อเลี้ยงชูชาติเขาสอนมาเองกับมือ นางจีระภายืนยันอย่างหนักแน่นกับผู้สื่อข่าว

เชียงใหม่ “อัญชลี” เปิดหลักฐานครั้งแรก คดียักยอกทรัพย์ “พ่อเลี้ยงชูชาติ กัลมาพิจิตร”

“อัญชลี กัลมาพิจิตร” ผู้บริหารปางช้างแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เปิดหลักฐานครั้งแรก คดียักยอกทรัพย์ “พ่อเลี้ยงชูชาติ กัลมาพิจิตร”

วันนี้ 31 สค. 2565 เวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อเพื่อสัมภาษณ์นางอัญชลี กัลมาพิจิตร บุตรสาวพ่อเลี้ยงชูชาติ กัลมาพิจิตร ถึงความคืบหน้ากรณีที่ศาลมีคำสั่งให้คดีผู้จัดการมรดกสิ้นสุดลงและให้ร่วมกันจัดการทรัพย์สินของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร บิดานางอัญชลี ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา ร่วมกับนางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร อดีตภรรยาคนสุดท้ายของพ่อเลี้ยงชูชาติ และมีข่าวว่านางอัญชลี กัลมาพิจิตร ถูกนางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร อดีตภริยาฯแจ้งความไว้ที่ สภ.แม่ริมใน ข้อหาบุกรุกบ้านพ่อตนเอง เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา เนื่องจากนางอัญชลีได้นำทายาท รวมถึงทนายความ ตำรวจ ผู้ใหญ่บ้านและสื่อมวลชน พร้อมช่างทำกุญแจเข้าตรวจสอบทรัพย์สินภายในบ้านของบิดาตนเอง โดยเฉพาะตู้เซฟที่เก็บของมีค่าชั้นบนของบ้าน

ซึ่งตามข้อเท็จจริงที่ดินพร้อมบ้านหลังดังกล่าวเป็นชื่อของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร ที่เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา การเข้าตรวจสอบทรัพย์สินในครั้งนั้น นางอัญชลี กัลมาพิจิตร มีเอกสารของศาลจังหวัดเชียงใหม่และใช้สิทธิ ในการเป็นผู้จัดการมรดกร่วมเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินให้กับทายาท โดยไม่ได้ทำให้มีทรัพย์สินเสียหายแต่อย่างใด

เมื่อทราบว่าตนเองถูกแจ้งความ จึงได้เดินทางไปแจ้งความกลับนางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2565 ที่สภ.แม่ริม ในข้อหาแจ้งความเท็จ เนื่องจากนางฐิติรัตน์ ไม่ใช่เจ้าของบ้าน และได้ย้ายทะเบียนบ้านออกไปอยู่บ้านที่อำเภอเวียงป่าเป้า ตั้งแต่ต้นปี 2564 แล้ว ทั้งนี้ที่ดินและบ้านล้านช้างได้ตกเป็นของกองมรดกทันทีที่นายชูชาติ กัลมาพิจิตร เสียชีวิตลง นางฐิติรัตน์ จึงไม่มีสิทธิ์จะแจ้งความใส่ร้ายตนในข้อหาบุกรุกบ้านพ่อตนเอง

นอกจากนี้ นางอัญชลี ยังได้แจ้งความนางฐิติรัตน์ เพิ่มอีกในข้อหายักยอกทรัพย์ เพราะพบว่ามีทรัพย์สินหายไปจากรายการทรัพย์สินในตู้เซฟ เช่นสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 20 บาท ซึ่งเป็นมรดกตกทอดแก่นายเชิดศักดิ์ กัลมาพิจิตร น้องชายนางอัญชลี สำหรับรายการทรัพย์สินที่หายไปอย่างชัดเจนเป็นงาช้างจำนวนนับร้อยชิ้น ปืน ของใช้ส่วนตัวที่เป็นยี่ห้อแบรนด์เนม นอกจากนี้ยังพบเช็คเปล่าที่บิดาตนเซ็นชื่อทิ้งไว้อีกเป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังมีเอกสารใบเบิกเงินของธนาคารที่บิดาตนได้เซ็นชื่อไว้โดยไม่ได้ใช้อีกเช่นกัน สำหรับของมีค่าตนแน่ใจว่าไม่อยู่ในเซฟแล้ว มีการเคลื่อนย้ายของออกไปแล้วอย่างแน่นอน

ส่วนสาเหตุของการจัดการทรัพย์สินที่ติดขัดล่าช้า เป็นเพราะนางฐิติรัตน์ ได้ฟ้องร้องต่อศาลเป็นคดีเพื่อเรียกเงินจำนวน 300 ล้านบาท ที่อ้างว่าเป็นสินสมรส และจะไม่ยอมโอนทรัพย์สินในพินัยกรรมให้แก่บริษัทปางช้างแม่สา จำกัดตามพินัยกรรมของนายชูชาติ จนกว่าคดีจะสิ้นสุด

ต่อมาตนได้ประกาศว่าจะปิดกิจการปางช้างแม่สา เพราะไม่มีเงินบริหารแล้ว และหากนางฐิติรัตน์ยังไม่ทำหน้าที่ฯ ก็มีโอกาสจะถูกเพิกถอนจากการเป็นผู้จัดการมรดกร่วม นางฐิติรัตน์จึงได้มีจดหมายนัดตนไปโอนที่ดินบางแปลงให้กับบริษัทปางช้างแม่สาฯในวันที่ 15 กันยายน 2565นี้ เวลา 10.00 น. โดยให้บริษัทฯหาเงินมาโอนทรัพย์สินเอง อนึ่งนางฐิติรัตน์จดทะเบียนสมรสกับพ่อเลี้ยงชูชาติ กัลมาพิจิตร เมื่อปี 2557 จะมีสินสมรสมากถึง 300 ล้านได้อย่างไร ตนได้ตรวจสอบทรัพย์สินทั้งช้าง ทั้งที่ดิน พบว่าบิดาตนได้ถือครองมาก่อนปี 2557ทั้งสิ้น ส่วนเรื่องเงินที่หายไปจากบัญชีในพินัยกรรมจำนวน 41 ล้านบาทเป็นเรื่องจริง ขณะนี้บัญชีดังกล่าวมีเงินเหลืออยู่ประมาณ 40,000 บาทเท่านั้น และเงินที่หายไปจาก 5 บัญชีของบริษัทฯรวมแล้ว 117 ล้านบาทก็เป็นเรื่องจริง ตนเป็นโจทก์ยื่นฟ้องทั้งสองคดี ทั้งที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่และกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะคดีที่เงินบริษัทหาย ตนเพิ่งทราบเมื่อต้นปี 2565
เรื่องนี้อยู่ที่ศาลกรุงเทพใต้ ตนได้ยื่นฟ้องธนาคารที่บริษัทนำฝากเงินไว้

สำหรับเส้นทางการเงิน ตนเชื่อว่าธนาคารมีการบันทึกไว้หมด คนที่เอาเงินไปก็เตรียมรับโทษทางกฏหมายได้เลย หากตนไม่มีหลักฐานพอ คงไม่กล้าฟ้องใคร พ่อตนเสียชีวิตจะครบ 4 ปีในวันที่ 27 มกราคม 2566 นี้ นางฐิติรัตน์เป็นเพียงอดีตภรรยา ส่วนตนเองเป็นบุตรสาวคนโต ทายาทผู้สืบสันดาน ตนต้องรักษาเกียรติภูมิของตระกูล “กัลมาพิจิตร” เอาไว้ นางอัญชลีกล่าวปิดท้ายการให้สัมภาษณ์.

เชียงใหม่ พัฒนาการจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมเตรียมความพร้อม พิธีมอบเงินพระราชทานขวัญถุง กองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2565 (คลิป)

พัฒนาการจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมเตรียมความพร้อม พิธีมอบเงินพระราชทานขวัญถุง กองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2565 จำนวน 61 กองทุน พร้อมเตรียมมอบใบประกาศเกียรติคุณ ให้แก่หมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน ที่มีผลงานดีเด่นระดับจังหวัด ให้กับหมู่บ้านม่วงคำ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม


ที่อาคารเอนกประสงค์วัดร้องอ้อ ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายศวัส ศรียะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ และนายสว่าง ธาตุอินจันทร์ ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเชียงใหม่ และ 8 จังหวัดภาคเหนือร่วมประชุมและหารือ กับพัฒนาการอำเภอ เจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 5 และประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินแต่ละอำเภอ เพื่อเตรียมความพร้อม การจัดพิธีมอบเงินพระราชทาน ขวัญถุงกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2565และกิจกรรมงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2565 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 16 กันยายน 2565 ที่ชั้น 2 หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่

โดยจะมีการมอบเงินพระราชทานขวัญถุง กองทุนแม่ของแผ่นดิน จำนวน 61 กองทุน ประกอบด้วย หมู่บ้านต้นกล้ากองทุนของแผ่นดินประจำปี 2564 และประจำปี 2565 รวม 61 กองทุน และพิธีมอบพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แก่หมู่บ้านต้นกล้าแม่ของแผ่นดินด้วย

พร้อมทั้งมอบใบประกาศเกียรติคุณ ให้กับหมู่บ้านม่วงคำ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม ที่ชนะเลิศ ที่มีผลงานดีเด่นระดับจังหวัดเชียงใหม่ และรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1บ้านท่ามะเกี๋ยง ตำบลสันทราย อำเภอพร้าว รางวัลรองชนะเลิศอันดับ2 หมู่บ้านแพะแม่แฝกใหม่ อำเภอสันทราย และรางวัลชมเชยให้กับกองทุนหมูบ้านเฟือง ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว และบ้านถ้ำตับเตา ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

เชียงใหม่ ชมรมรถโบราณล้านนาจัดแสดงโชว์รถโบราณ นำรถที่ครูบาเจ้าศรีวิชัยนั่งเมื่อวันที่ 30 เม.ย.2478 มาแสดง (คลิป)

ชมรมรถโบราณล้านนา นำรถโบราณที่หาดูได้ยากมาให้ประชาชนนักท่องเที่ยวรวมทั้งเด็กนักเรียนนักศึกษาได้ซึ่งศึกษาหาความรู้ โดยเฉพาะรถโบราณรุ่นฟอร์ด 4 ประตู ของประเทศอังกฤษ ปี คศ.1930 เป็นรถที่ครูบาเจ้าศรีวิชัยเคยนั่งขึ้นวัดพระธาติดอยสุเทพ เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2478 ปัจจุบันเจ้าของยังคงเป็นรักษาไว้เป็นอย่างดี ขับขี่ได้ตามปกติ ขณะที่ทางชมรมฯ กำลังตามหาเณรน้อยในสมัยนั้นที่นั่งบันไดข้างรถปัจจุบันอายุ 102 ปี และยังคงมีชีวิตอยู่ว่า รถที่ครูบาเจ้าศรีวิชัยนั่งมา เป็นรถสีอะไรเพราะในสมัยนั้นภาพถ่ายเป็นภาพสีขาว-ดำ ไม่สามารถระบุสีของตัวรถได้ และเพื่อให้ประชาชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป

ที่ลานจอดรถภัตตาคารตูลู่ ถนนนันทาราม อำเภอเมือง เชียงใหม่ ชมรมรถโบราณล้านนาร่วมกันจัดแสดง งานชุมนุมรถโบราณล้านนาครั้งที่ 7 โดยมีวัตถุประสงค์ เพิ่อเป็นการจัดแสดงยนตกรรมโบราณที่มีคุณค่าและหาชมได้ยากมีจำนวนกว่า 50 คัน เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์รถยนต์โบราณที่มีอายุนาน แต่ยังสามารถใช้งานได้ดี เพื่นเป็นศูนย์รวมการสร้างเครือข่ายพลังความร่วมมือและแลกเปลี่ยนความรู้ในหมู่สมาชิก ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบ และเพื่ออนุชนรุ่นหลังได้เห็นคุณค่าของรถโบราณที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์

นายเกียรติศักดิ์ สิงห์ครา ประธานชมรมรถโบราณล้านนา กล่าวว่า ชมรมรถโบราณก่อตั้งกันมากว่า 20 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้เรียกชื่อว่า ชมรมรถโบราณเชียงใหม่ แต่รู้สึกว่าจะแคบไป จึงได้ต่อก่อตั้งขึ้นมาใหม่เป็น ชมรมรถโบราณล้านนา และได้จัดงานมาเป็นปีที่ 7 แล้ว ซึ่งชมรมรถโบราณล้านนา ก็จัดขึ้นเพื่อผู้ที่รักและชื่นชอบในรถโบราณ มาพบปะแลกเปลี่ยนความรู้กัน ให้นักเรียนนักศึกษาอนุชนรุ่นหลังมารู้จักและศึกษาเรื่องเกี่ยวกับรถโบราณ

ด้านนายสุรศักดิ์ เหมาะประสิทธิ์ ที่ปรึกษาชมรมรถโบราณล้านนา กล่าวว่า คำว่ารถโบราณมีอายุมากว่า 50 ปีขึ้นไป รถบางคันก็มีอายุกว่า 100 ปี ซึ่งแต่ก่อนทางชมรมรถโบราณมีสมาชิกที่มีรถกว่า 100 คัน แต่ปัจจุบันมีรถเหลือประมาณ 50 คัน โดยผู้ที่มีรถโบราณบางคนก็ย้ายถิ่นฐานออกไปจากพื้นที่บาง แต่ในกลุ่มรถรถโบราณในกลุ่มรถโบราณล้านนาที่มีชื่อเสียงโด่งดังก็คือ รถโบราณรุ่นฟอร์ต ผลิตจากประเทศอังกฤษ ปี 1930 แบบ 4 ประตู เป็นรถของตนเองที่เก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี โดยรถคันนี้ เป็นรถที่ครูบาเจ้าศรีวิชัย เคยนั่งขึ้นดอยสุเทพ เป็นรถของคหบดีใหม่เมืองเชียงใหม่ขณะนั้น ภาพถ่ายบริเวณเชิงบันไดนาค ทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ.2478 ปัจจุบันตนเองได้เก็บอนุรักษ์เอาไว้ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังทางภาคเหนือได้ดูว่า รถที่เป็นประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่ยังมีอยู่

โดยรถคันนี้ยังคงขับใช้เครื่องยนต์ได้ตามปกติ แต่สีของตัวรถอาจเปลี่ยนไปแล้ว แต่จริงๆ ก็ยังไม่รู้ว่าสีของตัวรถเดิมๆ เป็นสีอะไร เป็นสีดำหรือเป็นสีเขียวเข้ม ซึ่งภาพถ่ายสมัยก่อนเป็นภาพสีขาว-ดำ โดยตนเองจะไปสืบหาข้อมูลเพราะทราบมาว่า ในภาพถ่ายขณะนั้น มีเณรน้อยที่นั่งบริเวณที่วางบันไดข้างของรถที่ครูบาเจ้าศรีวิชัย ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีชีวิตอยู่ ทางกลุ่มชมรมก็จะไปพูคคุยกับเณรน้อยสมัยนั้น ซึ่งขณะนี้มีอายุถึง 102 ปี ว่ารถที่ท่านครูบาเจ้าศรีวิชัยนั่งเป็นรถสีอะไร และถือว่าเณรน้อยในภาพที่นั่งข้างรถในสมัยนั้น เป็นรุ่นสุดท้ายของศรูบาเจ้าศรีวิชัยเลยที่เดียว

 

เชียงใหม่ สภ.เมืองเชียงใหม่ ลงพื้นที่ชุมชนเชียงมั่น ขับเคลื่อนโครงการ Smart Safety Zone 4.0 พร้อมรับฟังปัญหาชาวบ้าน(คลิป)

สภ.เมืองเชียงใหม่ ลงพื้นที่ชุมชนเชียงมั่น ขับเคลื่อนโครงการ Smart Safety Zone 4.0 พร้อมรับฟังปัญหาชาวบ้านและร่วมแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน กับภาคีเครือข่าย big six


พ.ต.อ.ภูวนาถ ดวงดี ผู้กำกับการ สภ.เมืองเชียงใหม่ พร้อม เจ้าหน้าตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ร่วมกับ สมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ ประธานชุมเชียงมั่น และคณะกรรมการชุมชนฯ และภาคีเครือข่าย big six ลงพื้นที่ชุมชนเชียงมั่น ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อขับเคลื่อนโครงการ Smart Safety Zone 4.0 โดยได้ประชุมหารือรับฟังปัญหาภายในชุมชน

จากนั้นได้ลงเดินสำรวจพื้นที่ชุมชนเชียงมั่น เพื่อตรวจสอบปัญหา ที่ได้รับแจ้งใว้ในที่ประชุม โดยพบมีปัญหาความเดือดร้อนในชุมชน ทั้งการลักลอบงัดแงะลักเล็กขโมยน้อย ทรัพย์สินของวัดเชียงมั่น ปัญหากลุ่มวัยรุ่นมักมามั่วสุม บริเวณถนนด้านหลังวัดเชียงมั่น และการจอดรถ อันเป็นการกีดขวางการจราจรในชุมชน

โดยทาง พ.ต.อ.ภูวนาถ ดวงดี ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้กล่าวว่า โครงการ Smart Safety Zone 4.0 ต้องให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง รับฟังปัญหาความต้องการ และนำไปขับเคลื่อน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนการลงพื้นที่ทำให้เช่นนี้ จะทำให้ทราบถึงความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง และเห็นถึงสภาพของปัญหาและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่

ทั้งนี้จะได้นำปัญหาของพี่น้องประชาชน ที่ได้รับฟังมา นำไปหาแนวทางแก้ไข ร่วมกับภาคี เครือข่าย big six ต่อไป

เชียงใหม่ จัดพิธีบวงสรวง “ไอ่ไข่” พ่อท่านเทิ่ม ประจำเดือนสิงหาคม หลังเคยถูกรางวัลที่ 1 มาแล้ว งวดนี้ขอถูกอีก (คลิป)

ไอ้ไข่(พ่อท่านเทิ่ม) วัดสันมะเกี๋ยง ให้เลขเด็ดถูกรางวัลที่ 1 มาแล้ว งวดนี้ บวงสรวงไอ้ไข่ประจำเดือน ต่อเงินต่อทอง ศรัทธาประชาชนมาทำบุญต่อเงิน หวังไอ้ไข่ให้โชค ได้รางวัลที่ 1 อีกครั้ง หลังเสร็จพิธีส่องเลขอ่างน้ำมนต์ พบมีเลข 6-2-9-1 ชัดเจนมาก

ที่วัดสันมะเกี๋ยง ต.สำราญราษฏร์ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ อาจารย์ศักดิ์ชัย วงษ์หล้า แห่งบ้านโหรอัสสโต ประธานในการประกอบพิธีบวงสรวง “ไอ้ไข่ พ่อท่านเทิ่ม” จากวัดสระสี่มุม ได้อัญเชิญไอ้ไข่มาจาก จ.นครศรีธรรมราช ให้ศรัทธาประชาชนทางภาคเหนือโดยเฉพาะในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ได้เดินทางมากราบไหว้ขอพร “ขอได้ไหว้รับ” ที่ลานหน้าวัดสันมะเกี๋ยง วันนี้ได้ประกอบพิธีบวงสรวงไอ่ไข่พ่อท่านเทิ่มประจำเดือน ที่จัดทุกวันอาทิตว์สุดท้ายของเดือน มีประชาชนมาร่วมพิธีพร้อมลุ้นส่องเลขเด็ดในอ่างน้ำมนต์

พิธีเริ่มต้นจากนางสาวอรณิชา ทิพย์ดวงตา หรือแม่เลี้ยงแต้ว ผู้อุปถัมภ์วัดสันมะเกี๋ยง ได้นำจุดธูปเทียนบูชาเครื่องบวงสรวง จากนั้นประกอบพิธีต่อเงินต่อทอง โดยให้ประชาชนที่เดินทางมาขอพรไอ้ไข่วันนี้ ได้นำเงินถวายวัดโดยนำไปเสียบไว้ที่เครื่องบวงสรวงตามกำลังทรัพย์กำลังศรัทธา ถือว่า เป็นการทำบุญต่อเงินต่อทอง เพื่อให้ได้โชคตามที่หวัง จากนั้นแม่เลี้ยงแต้ว ผู้อุปถัมภ์วัดสันมะเกี๋ยง ได้จุดเทียนแดงที่อ่างน้ำมนต์ หน้ารูปปั้นไอ้ไข่ จากนั้นพราห์มนำประกอบพิธีจนเสร็จสิ้น

การประกอบพิธีครั้งนี้ ประชาชนที่มาจำนวนมาก ส่วนมากนำเงินมาต่อเงินต่อทอง ตามความเชื่อว่า การนำเงินถวายวัดที่เครื่องบวงสรวง ถือว่าต่อยอดเงินให้มีโชคด้านการเงินร่ำรวย ทรัพย์เพิ่มทวีคูณ และขอให้ถูกรางวัลที่ 1 อีก เพราะก่อนหน้านี้ ไอ้ไข่พ่อท่านเทิ่มวัดสันมะเกี๋ยง ได้ให้เลขเด็ด มีผู้ถูกรางวัลที่ 1 มาแล้ว ในงวดวันที่ 1 เม.ย.2565 ผู้ถูกรางวัลที่ 1 คือนายเสกสรร ทองใบ เป็นคนขับรถของวัดสันมะเกี๋ยงนั้นเอง เลขรางวัลที่ถูกคือหมายเลข 970618 จำนวน 1 ใบ ได้รับเงินรางวัล 6 ล้านบาท ที่ซื้อจากแผงลอตเตอรี่ของแม่ค้าที่ขายประจำที่วัดสันมะเกี๋ยงอีกด้วย และงวดนี้ได้เห็นเลขในอ่างน้ำมนต์ชัดเจนมาก ก็หวังว่า เมื่อเลขเด็ดวัดสันมะเกี๋ยงเคยมีคนถูกรางวัลที่ 1 มาแล้ว งวดวันที่ 1 กันยายน 2565 ก็น่าจะถูกอีกงวด

หลังเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวง อาจารย์ศักดิ์ชัย วงษ์หล้า แห่งบ้านโหรอัสสโต นำไปดูเลขในนอ่างน้ำมนต์ พบเห็นเลขในอ่างน้ำมนต์ชัดเจนมาก พบมีเลขเด็ด คือ เลข 6 เลข 2 เลข 9 และเลข 1 และอาจารย์ส่งเสริมให้ซื้อเลขแบบพอเพียง และซื้อฉลากกินแบ่งรัฐาลเพื่อช่วยรัฐบาล ซึ่งหลังเสร็จสิ้นพิธี ประชาชนที่มาร่วมทำบุญก็แห่กันไปซื้อเลขเด็ดตามชอบ มีเลข 29 และ 26 และ 19 และ 91 ขายหมดแผงในเวลาอันรวดเร็ว

 

เชียงใหม่ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนสร้างโรงครัววัดป่าภูริทัตตาราม(หนองงู)มีคลิป

หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนสร้างโรงครัววัดป่าภูริทัตตาราม(หนองงู) ต.เเม่โป่ง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่

วันนี้ (27 สค.65 ) พลตรีจำรัส สังขะวร ประธานพิธี เเละตัวเเทนหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ร่วมกับกัลยาณมิตรศรัทธาประชาชน ร่วมกันทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนสร้างห้องครัว วัดป่าภูริทัตตาราม(หนองงู) บ้านห้วยอ่าง ต.เเม่โป่ง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นโบราณสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในตำบลแม่โป่ง ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ หลายร้อยปี เป็นที่เคารพนับถือและมีความเชื่อ ศรัทธาซึ่งทุกวันจะมีกัลยาณมิตรศรัทธาประชาชนมาทำบุุญแวะมาปฏิบัติธรรมที่วัดแห่งนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกเดือน

ปัจจุบันทางวัดยังไม่มีโรงครัว ต้องใช้ศาลาปฏิบัติธรรมเป็นสถานที่ประกอบอาหาร คณะกรรมการและชาวบ้านจึงเห็นสมควรในการก่อสร้างโรงครัวให้เป็นสัดส่วนมีความสะดวกสบายในการประกอบอาหารและเป็นที่จัดเก็บอุปกรณ์ครัว จึงตั้งองค์ผ้าป่าสามัคคีนี้ขึ้นมาเพื่อร่วมกันทำบุญระดมทุนทรัพย์มาดำเนินการก่อสร้างทำโรงครัวพร้อมอุปกรณ์ต่างๆให้แก่วัดภูริทัตตาราม (หนองงู)ตามเจตนารมณ์ของผู้ร่วมทำบุญ และสำหรับการทอดผ้าป่าสามัคคีในวันนี้ได้ยอดรวมผ้าป่าวัดหนองงู จำนวนเงินสุทธิรวมยอดโอน 185,840 บาท ซึ่งเงินทุกบาททุกสตางค์จะนำมาสร้างโรงครัวให้สำเร็จลุล่วงต่อไป