เชียงใหม่ สุดเจ๋งภาคเอกชน ร่วมกับ มทร.มงคลล้านนา นำงานวิจัยนวัตกรรม มาใช้การการซักอบรีดแบบโอโซน

สุดเจ๋งภาคเอกชนเชียงใหม่ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา นำงานวิจัยนวัตกรรม และเทคโนโลยี มาใช้การการซักอบรีดแบบโอโซน ลดสารเคมีได้มากถึง 10 ตันต่อปี และประหยัดน้ำในการซักได้ถึง 3 ล้านลิตรต่อปี พร้อมลงนามร่วมมือ ในการสอน การฝึกอบรม และงานวิจัย เน้นพลังงานสะอาด รวมถึงการใช้พลังงานทดแทน


ที่โรงแรมอีสทีนตัน อำเภอเมือง จังหวัด เชียงใหม่ ผศ.ดร.จัตตุฤทธิ์ ทองปรอน รักษาราชการแทนอธิการบดี มทร.ล้านนา ร่วมกับ นายภิญโญ สุขทัต กรรมการผู้จัดการบริษัทกรีนเทค โอโซน โซลูชั่นจำกัด ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเน้นความร่วมมือในด้านการสอน การฝึกอบรม และการวิจัยงานบริการ รวมทั้งพลังงานทดแทน กังหันลม เทคโนโลยีชีวมวล และเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้แก่ แบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า การบำบัดน้ำเสีย และการดูแลสิ่งแวดล้อม


นายภิญโญ สุขทัต กรรมการผู้จัดการบริษัทกรีนเทค โอโซน โซลูชั่นจำกัด เปิดเผยว่า บริษัท กรีนเทค โอโซน โซลูชั่น จำกัด เริ่มก่อตั้งปี 2558 และนำงานวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ เป็นธุรกิจให้บริการ ซักอบรีดให้กับภาคธุรกิจโรงแรม ปัจจุบันได้เพิ่มการให้ บริการเช่าผ้าจ่าย แบบ PAY PER USE เพื่อลดภาระให้กับผู้ประกอบการโรงแรม ด้วยทีมวิจัยและพัฒนาที่มีประกอบกับการสนับสนุน และผลักดันธุรกิจ Start up จากภาครัฐ กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ด้านการวิจัยและพัฒนาทางวิชาการและเทคโนโลยีภายใต้ BCG Model ทำให้บริษัทฯมีนวัตกรรมเสริมสร้าง ความแข็งแกร่งทางธุรกิจ เช่น ระบบการซักผ้าด้วยเทคโนโลยีโอโซน ไม่ใช้สารเคมี และประหยัดพลังงาน, นวัตกรรมติดตามผ้า(Smart Linen) และบริหารสต็อค, ระบบบำบัดและรีไซเคิลน้ำ, รวมทั้งเทคโนโลยี IOT โดยมุ่งเน้นให้ลูกค้า และสังคมยอมรับและเลือกใช้บริการ เพื่อนำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการในจังหวัดเชียงใหม่ และขยายสาขาให้บริการในจังหวัดกระบี่ สำหรับเชียงใหม่ สร้างโรงซักอบรีด ขนาดกำลังซัก 2 ตันต่อวัน เพื่อรองรับปริมารลูกค้าโรงแรม ที่สนใจหันมาใช้บริการเช่าผ้าแบบ PAY PER USE มากกว่า 1,500 ห้องต่อวัน ซึ่งทำให้ลดการใช้สารเคมีลดลงถึง 10 ตันต่อปี ลดการใช้น้ำกระบวนการซักได้ถึง 3 ล้านลิตรต่อปี

เชียงใหม่ ตามกระแสนิยมวัดทรายมูลเมืองเชียงใหม่ จัดพิธีพุทธาภิเษก เหรียญองค์ท้าวเวสสุวรรณ

ตามกระแสนิยมวัดทรายมูลเมือง เชียงใหม่จัดพิธีพุทธาภิเษก เหรียญองค์ท้าวเวสสุวรรณ เพื่อให้ประชาชนเช่าบูชานำรายได้ บูรณะพระธาตุเจดีย์ และศาสนสถานของวัด ในโอกาสวัดมีอายุครบ 535 ปี

ที่พระวิหารพระเจ้า 5 พระองค์ วัดทรายมูลเมือง อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีพิธีพุทธาภิเษก เหรียญท้าวเวสสุวรรณ รุ่นดวงมหาเศรษฐี วาระ 2 โดยวาระที่ 1 จัดขึ้นที่วัดห้วยด้วน อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ด้านหลังเป็นรูปหลวงพ่อใหญ่ โชคดีมีสุข ของวัดทรายเมืองมูล โดยมี พระเทพปริยัติ เจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอด เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานจุดเทียนชัย และมีพระเถระช壯陽藥
ั้นผู้ใหญ่ร่วมปลุกเสก โดยมีลูกศิษย์มาร่วมพิธีจำนวนมาก

พระครู สังฆรักษ์สุทัศน์ สุวัฒโก เจ้าอาวาสวัดทรายเมืองมูล บอกว่าทั้งนี้เพื่อหารายได้ บูรณซ่อมแซมองค์พระธาตุเจดีย์ และศาสนสถานของวัดทรายเมืองมูล ซึ่งปีนี้มีอายุครบ 535 ปี โดยเหรียญที่ให้เช่าบูชา มีเนื้อเงินธรรมดา มีเพียง 10 เหรียญ ราคา 2,999 บาท เนื้อทองเหลืองเทวฤทธิ์ลงยาแดง มีจำนวน 333 เหรียญ ราคาเหรียญละ 300 บาท เหรียญเนื้อทองเหลืองเทวฤทธิ์ มีจำนวน 1 หมื่นเหรียญ ราคาเหรียญละ 200 บาท และองค์ลอย มีจำนวน 1,000 เหรียญ ราคา 200 บาท และเนื้อลงยาแดง มีจำนวน 3 เหรียญ ราคา 3,999 บาท ทุกองค์มีหมายเลข และโค็ตกำกับ


ขณะเดียวกันยังคงมีประชาชน พากันนำไข่ต้มและไข่ไก่ดิบ มาถวายท้าวเวสสุวรรณ ทั้งองค์เขียวและองค์แดง บริเวณหน้าพระวิหารพระเจ้า 5 พระองค์ เพื่อขอโชคลาภอย่างต่อเนื่อง ส่วนไข่ไก่ ที่ประชาชนนำมาถวาย หากมีจำนวนมาก ก็จะนำไปแจก ให้กับประชาชนบริเวรหน้าวัดต่อไป

เชียงใหม่ สมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมอบอุปกรณ์จำเป็นให้นักเรียนที่ได้รับความเดือนร้อน

สมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมอบอุปกรณ์จำเป็นให้นักเรียนที่ได้รับความเดือนร้อนจากสถานการณ์โควิด – 19 พร้อมจัดกิจกรรม สว.สอนกีฬา หวังส่งเสริมทักษะด้านกีฬาให้กับเยาวชนของโรงเรียน

(29 มิ.ย.) เวลา 09.00 น. นายพีระศักดิ์ พอจิต สมาชิกวุฒิสภาในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภาพร้อมคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่มอบสิ่งของและอุปกรณ์อันจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ ชุมชนท่าจะฮัก อำเภอสันทราย และวัดดอนจั่น โรงเรียนวัดดอนจั่น อำเภอเมือง เป็นต้น

นายพีระศักดิ์ พอจิต สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า วันนี้คณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการของวุฒิสภาลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อมอบสิ่งของและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด พร้อมเยี่ยมโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงเรียนการศึกษาพิเศษ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้คณะครู บุคลากรในโรงเรียน ในการดูแลเด็กนักเรียนช่วงสถานการณ์ โดยคณะได้ชมการแสดงของนักเรียน เยี่ยมชมสมาร์ทฟาร์ม ซึ่งเป็นต้นแบบของระบบการทำการเกษตรสมัยใหม่ของโรงเรียน นอกจากนี้จะเปิดโอกาสให้เด็กเข้าไปศึกษาเรียนรู้ในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี หลังสถานการณ์โควิด คลี่คลายอีกด้วย

จากนั้นสมาชิกวุฒิสภา พร้อมคณะลงพื้นที่ชุมชนท่าจะฮัก บ้านสบแฝก อำเภอสันทราย เพื่อพบปะผู้นำชุมชน และชาวบ้านพร้อมมอบหน้ากากอนามัยและเครื่องวัดอุณหภูมิให้กับผู้นำชุมชนได้นำไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งนี้วุฒิสภาได้ศึกษาข้อมูลของชุมชนในการสร้างแหล่งท่องเที่ยว เพื่อผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอสันทรายในอนาคตเพื่อให้ชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยวในชุมชนของตนเอง

ในช่วงบ่ายนายพีระศักดิ์ พอจิต สมาชิกวุฒิสภาพร้อมคณะถวายสิ่งของและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดในปัจจุบัน แด่เจ้าอาวาสวัดดอนจั่น จากนั้นพบปะผู้บริหารโรงเรียนวัดดอนจั่น เพื่อให้กำลังใจคณะครูพร้อมมอบสิ่งของและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตเช่น ชุดตรวจ atk หน้ากากอนามัย เครื่องวัดอุณหภูมิ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ

จากนั้นคณะของสมาชิกวุฒิสภาได้จัดกิจกรรม สว.สอนกีฬา ประกอบด้วยฟุตบอล 7 คน กีฬาวอลเลย์บอลและกีฬาเซปักตะกร้อ นำโดยนายชาญวิทย์ ผลชีวิน สมาชิกวุฒิสภา อดีตนักกีฬาทีมชาติไทย และผู้ฝึกสอนนักกีฬาทีมชาติไทยร่วมฝึกสอนกีฬาทั้ง 3 ประเภท เพื่อเป็นการส่งเสริมทักษะด้านกีฬาให้กับเด็กและเยาวชนของโรงเรียนอีกด้วย

เชียงใหม่ นายกฯ เปิดฉากงาน FTI Expo 2022 เตรียมรีสตาร์ทประเทศไทยให้พร้อมขับเคลื่อนต่อ

นายกฯ เปิดฉากงาน FTI Expo 2022 เตรียมรีสตาร์ทประเทศไทยให้พร้อมขับเคลื่อนต่อ ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG พร้อมดัน Soft Power เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์


(วันนี้ 29 มิ.ย.) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน FTI Expo 2022 ภายใต้แนวคิด “Shaping Future Industries for Stronger Thailand” งานยิ่งใหญ่ระดับประเทศที่ภาคธุรกิจจากหลากหลายสาขามาร่วมแสดงสินค้าและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมกำหนดฉากทัศน์ใหม่ของอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต ซึ่งจัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งมีความสำคัญต่อประเทศในมิติต่างๆ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ผ่าน 4 สาขา คือ สาขาเกษตรและอาหาร สาขาสุขภาพและการแพทย์ สาขาพลังงาน วัสดุและเคมีชีวภาพ และสาขาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมผลักดัน Soft Power ของไทยทั้ง 5Fs (Food, Film, Fashion, Fighting และ Festival) เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์นำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาประเทศให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ดี ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ ทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัลที่ส่งผลให้การพัฒนานวัตกรรมมีความจำเป็นมากขึ้น ตลอดจนแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กำลังถูกหยิบยกเป็นวาระสำคัญของหลายประเทศทั่วโลก ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับความท้าทายดังกล่าว เพื่อปรับตัวให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง ภายใต้บริบทของโลกใหม่ใบเดิมนี้ วันนี้ประเทศไทยเปรียบเสมือนรถยนต์ที่ขับเคลื่อนเดินต่อไปข้างหน้าบนเวทีโลก หลังจากจอดมาเป็นเวลา 2 ปี โดยกำหนดแนวทางในแต่ละช่วงเวลาเพื่อให้รถยนต์คันนี้สามารถพลิกโฉมตัวเองไปสู่การเปลี่ยนแปลง ในช่วงแรกจึงต้องรีสตาร์ทเครื่องยนต์ เพื่อรีสตาร์ทประเทศไทยให้ฟื้นตัวได้โดยเร็วที่สุด เมื่อเครื่องยนต์สตาร์ทติดแล้ว สิ่งสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ คือ การเร่งเครื่องยนต์ โดยการการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งมีความสำคัญต่อประเทศทั้งในมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

พลเอกประยุทธ์ กล่าวเสริมต่อว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นการจับมือกันระหว่างองค์กรชั้นนำ ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจในการทำงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่มีบทบาทสำคัญในการที่จะช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไทย ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รถยนต์ประเทศไทยคันนี้ จะกลายเป็นยานยนต์แห่งอนาคตที่สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างเต็มกำลัง จากความสามัคคีของคนไทยด้วยกัน และผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า เราทำได้อย่างแน่อน หากเราทุกคนจับมือแล้วก้าวไปพร้อมกัน “ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในครั้งนี้จะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยสู่อนาคตที่แข็งแกร่งกว่าเดิม”

ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า “ในนามของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและผู้สนับสนุนงาน FTI Expo 2022 รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้กรุณาให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน FTI Expo 2022”

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างมากมาย ส.อ.ท. จึงมุ่งขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้นโยบายการหลอมรวมทุกภาคส่วนให้เป็นหนึ่งเดียวกัน (ONE FTI) โดยทุกภาคส่วนจะร่วมกันทำงานเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมไทยเพื่อประเทศไทยที่เข้มแข็งกว่าเดิม (Strengthen Thai Industries for Stronger Thailand) โดยอาศัยยุทธศาสตร์ 4 ข้อ ประกอบด้วย 1) Industry Collaboration ผนึกกำลังอุตสาหกรรมไทยให้เข้มแข็ง ผ่านการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมและสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ในลักษณะ 1 อุตสาหกรรม 1 จังหวัด 2) First 2 Next-Gen Industry ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่อนาคต ภายใต้อุตสาหกรรมเดิมและอุตสาหกรรมใหม่ซึ่งประกอบด้วย 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curves) ตามนโยบายรัฐ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนนโยบาย BCG หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ 3) Smart SMEs ยกระดับ SMEs สู่สากล โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนา SMEs ในด้าน 1) Go Digital การนำดิจิทัลมาช่วยยกระดับศักยภาพทางธุรกิจ 2) Go Innovation การส่งเสริมให้ SMEs เข้าถึงนวัตกรรมและงานวิจัยมากขึ้น 3) Go Global การสร้างและขยายโอกาสในตลาดต่างประเทศผ่านสภาธุรกิจต่าง ๆ และ 4) Smart Service Platform การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยยกระดับการให้บริการ

นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า “งาน FTI Expo 2022 นับเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทยและองค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคการศึกษา ทั้งด้านเทคโนโลยี อุตสาหกรรม การค้าและการท่องเที่ยว เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลาย ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน มีผู้สนใจมาร่วมออกบูธนิทรรศการแสดงผลงานกว่า 340 บูธ เพื่อแสดงศักยภาพ นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคปกติใหม่ (New Normal) รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั่วโลกเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนของภาคธุรกิจ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแสดงศักยภาพและยกระดับความก้าวหน้าของภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายในระดับประเทศภายใต้แนวคิด BCG Economy Model ซึ่งจะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต รวมทั้งเพื่อสร้างโอกาสในการขยายช่องทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ไทย การค้าการลงทุนให้เชื่อมโยงสู่ระดับสากลอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคเพื่อให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกภาคส่วนของประเทศให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจต่อไปได้แบบ Next Normal โดยคาดว่าจะสร้างโอกาสทางการค้าและเกิดเงินทุนหมุนเวียนภายในงานไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท”

สำหรับไฮไลท์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นบนพื้นที่ของการจัดงาน FTI EXPO 2022 กว่า 30,000 ตารางเมตร จะมีการนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำหน้า สินค้าและบริการที่ทันสมัยของบริษัทชั้นนำระดับประเทศ รวมทั้งเป็นเวทีเปิดกว้างในการแสดงศักยภาพอุตสาหกรรมไทยที่หลากหลายครบวงจร โดยประกอบด้วย 6 กิจกรรมหลักๆ ได้แก่ FTI FUTURE FORUM เวทีที่รวมสุดยอดซีอีโอชั้นนำของประเทศทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายการขับเคลื่อนไทยสู่อนาคตในหัวข้อต่างๆ อาทิ ก้าวใหม่อุตสาหกรรมไทย ในยุค New Normal โดยคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, ความท้าทาย COP26 กับบริบทการใช้พลังงานของประเทศไทย โดยคุณสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, Shaping Energy Industry and Beyond for Sustainable Future โดยคุณอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), Shaping 5G Industry Transition Towards Digital and Green Energy โดย ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น, EXHIBITION & RETAIL อัพเดทเทรนด์นวัตกรรมทางเทคโนโลยีเพื่อธุรกิจและอุตสาหกรรม มากมายด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าของเหล่าพันธมิตรและสินค้าอุตสาหกรรมไทย, BUSINESS MATCHING & NETWORKING พบปะคู่ค้าคนสำคัญเพื่อต่อยอดธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกัน, INNOVATION & TECHNOLOGY SHOWCASE ตื่นตากับนวัตกรรมและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมล้ำสมัยที่เข้ามาช่วยให้ธุรกิจไปไกลกว่าเดิม, BCG ECONOMY MODEL SHOWCASE นำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากภาคอุตสาหกรรมที่มีแนวคิดตอบโจทย์การพัฒนาเพื่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรที่จะเป็นหนึ่งพลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโลกของเราให้ยั่งยืนขึ้น, พบ NORTHERN FOOD VALLEY นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตจากผู้ประกอบการภาคเหนือ และสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยโดยได้รับการรับรอง MADE IN THAILAND จากสภาอุตสาหกรรมฯ


ทั้งนี้ เรายังคงมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการจัดงานให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal เพื่อให้ความมั่นใจแก่ผู้เข้าชมงาน และสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกทั้งได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ในทุกด้าน ทั้งด้านสถานที่ มาตรการป้องกันโควิด-19 ระบบโลจิกติกส์ การบริการรถรับ-ส่งภายในงาน การปฐมพยาบาล การรักษาความปลอดภัย การบริการต้อนรับ ร้านค้า ร้านอาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ในการดูแลต้อนรับและอำนวยความสะดวกผู้เข้าชมงาน ที่ได้รับการฉีดวัคซีนและผ่านการตรวจ ATK ก่อนเข้าปฏิบัติงานทุกคน ยิ่งไปกว่านั้นงาน FTI Expo 2022 ยังได้รับมาตรฐาน Safe Travel ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยด้านสุขภาพระดับโลก, มาตรฐาน SHA ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยสำหรับกิจการด้านการท่องเที่ยว และเป็นการจัดงานที่มีการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Carbon Neutral) ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อเป็นการส่งเสริมนโยบายของประเทศในการมุ่งสู่การเป็น Carbon Neutrality และ Net Zero นอกจากนั้นภายในงาน ได้นำแนวคิด PackBack มาใช้ในการนำบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วที่เกิดขึ้นภายในงาน กลับไปเป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนอย่างยั่งยืน

นายเกรียงไกร กล่าวทิ้งท้ายว่า “งาน FTI Expo 2022 นอกจากจะเป็นการขานรับนโยบายเปิดประเทศแล้ว ยังถือเป็นการจุดพลุเพื่อเรียกความเชื่อมั่นของภาคเศรษฐกิจและภาคประชาชน เพื่อสร้างจุดเปลี่ยนให้วงการอุตสาหกรรมไทยก้าวต่อไปได้อย่างยั่งยืน และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ประเทศแข็งแกร่งกว่าเดิม”

 

เชียงใหม่ สภ.เมืองเชียงใหม่ ขับเคลื่อนโครงการSmart Safety Zone 4.0 tree ร่วมประชาชนในพื้นที่ปลูกต้นไม้โครงการปลูกต้นล้านต้น

สภ.เมืองเชียงใหม่ ขับเคลื่อนโครงการSmart Safety Zone 4.0 tree ร่วมประชาชนในพื้นที่ปลูกต้นไม้โครงการปลูกต้นล้านต้น


พ.ต.อ.ภูวนาถ ดวงดี ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ พ.ต.ท.ปรัชญา ทิศลา รอง ผกก.ป.สภ.เมืองเชียงใหม่ พ.ต.ต.วิษณุ นวนมุสิด สวป.สภ.เมืองเชียงใหม่ นำกำลัง เจ้าหน้าที่ชุดจิตอาสา และข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ร่วมกับ เทศบาลนครเชียงใหม่ ประชาชน ในพื้นที่ smart safety zone ร่วมกันปรับภูมิทัศน์ถนนและทางม้าลายเครื่องหมายขาวแดง จำนวน 2 จุด จุดที่ 1บริเวณ หน้าวัดควรค่าม้า ตำบลศรีภูมิ จ.เชียงใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เส้นทางม้าลายเลือนลาง เนื่องจากในช่วงโรงเรียนเปิดมีเด็กนักเรียนในพื้นที่เดินข้ามทางม้าลายเพื่อเดินไปโรงเรียนเป็นจำนวนมาก

จุดที่ 2 ขีดสีตีเส้นเครื่องหมายจราจรขาวแดง เนื่องหน้าบริเวณ โรงเรียนหอพระ เนื่องจากเลือนลางและมีผู้ฝ่าฝืนมาทำให้การจาจรติดขัด หลังจากนั้น ได้ร่วมกับ ประชาชนในพื้นที่ หมู่บ้านแม่ข่าใต้ ม.9 ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ร่วมกันปลูกต้นไม้ ตามโครงการ “ปลูกต้นไม้ล้านต้น“ จำนวน 200 ต้น

โดย พ.ต.อ.ภูวนาถ ดวงดี ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการ Smart Safety Zone 4.0 เป็นโครงการที่ขับเคลื่อนไปพร้อมกับพี่น้องประชาชน และหน่วยงานทุกภาคส่วนทำให้ประชาชนได้ใกล้ชิดกับเจ้าหน้าตำรวจมากขึ้นได้รับฟังปัญหาและร่วมกันแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เพื่อความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน

ทั้งนี้จะนำข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ และชาวบ้านปลูกต้นไม้ในพื้นที่อีกครั้งในโอกาสต่อไป

เชียงใหม่ พระสงฆ์วัดทรายมูลเมืองนำไข่ไก่ที่ประชาชน นำมาบูชาและแก้บนองค์ท้าวเวสสุวรรณ แจกให้กับประชาชนฟรี 2 พันฟอง

พระสงฆ์วัดทรายมูลเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นำไข่ไก่ที่ประชาชน นำมาบูชาและแก้บนองค์ท้าวเวสสุวรรณ แจกให้กับประชาชนฟรี 2 พันฟอง บริเวณริมถนนหน้าวัด ชั่วโมงเดียวหมด และองค์ท้าวเวสสุวรรณที่นี่ มีอายุมากกว่า 100 ปี

พระภิกษุสามเณร วัดทรายมูลเมือง ในตัวเมืองเชียงใหม่ นำไข่ไก่ ใส่ในถ้วยพาสติกละ 10 ฟอง นำมาแจกให้กับประชาชน ที่สัญจรผ่านไปมาหน้าวัด ซึ่งก็จะมีประชาชนจอดรถ แวะรับไข่ไก่ต้มฟรี มีทั้งชาวบ้าน นักศึกษา รถสองแถวรับจ้าง หรือประชาชนทั่วไป เพื่อนำไปบริโภค อย่างน้อยก็เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ในครอบครัว ชั่วโมงเดียวหมด

พระอาจารย์ สุทัศน์ สุวฑ.ฒโน เจ้าอาวาสวัดทรายมูลเมืองอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่บอกว่า ไข่ไก่ที่นำมาแจกฟรี เป็นไข่ไก่ต้มที่ประชาชนนำมาถวายและแก้บน องค์ท้าวเวสสุวรรณที่ยืนเฝ้าบริเวณหน้าพระวิหารของวัดมานานกว่า 100 ปี เพื่อแบ่งภาระของประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาแบ่งปันไปแล้วจำนวนมาก รวมทั้งมอบให้กับโรงเรียนที่ร้องขอมา บทางกองบุญท้าวเวสสุวรรณวัดทรายมูลเมือง โดยมอบทั้งข้าวสาร น้ำดื่มและไข่ไก่ เพื่อแบ่งปันให้กับผู้ด้อยโอกาส


สำหรับท้าวเวสสุวรรณองค์สีเขียว ด้านซ้ายมือ ประชาชนก็จะมาขอพร เรื่องการงาน เรื่องโชคลาภเรื่องอำนาจวาสนา เรื่องการเงิน เรื่องค้าขาย และเรื่องซื้อขายที่ดิน โดยจะบนด้วยไข่ไก่ดิบตั้งแต่ 19 ฟองขึ้นไป หรือแล้วแต่กำลังทรัพย์พร้อมมาลัย 7 สี ธูปสีแดง 9 ดอก ส่วนองค์สีขาวด้านขวามือ ก็จะมาขอพรเรื่องความรัก เรื่องสุขภาพอนามัย เรื่องการเรียน เรื่องการสอบบรรจุเข้าทำงาน และเลื่อนตำแหน่ง โดยบูชาด้วยไข่ไก่ต้ม 19 ฟองขึ้นไป มาลัย 7 สี ธูปสีแดงจำนวน 9 ดอกหากสำเร็จก็จะมาแก้บนภายใน 3 เดือน และจะสำเร็จหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับบุญบารมี ของแต่ละบุคคลด้วย ส่วนไข่ที่มาบูชาหรือแก้บน เมื่อมีจำนวนมากก็จะนำมาแจกบริเวณหน้าวัดฟรี ให้กับประชาชน เฉพาะวันนี้จำนวน 2 พันฟอง

เชียงใหม่ ตำรวจภาค 5 ใช้เวลาช่วงกินอาหารกลางวัน จัดครูจิตอาสาชาวต่างชาติมาสอนการฝึกพูดภาษา

สุดยอดตำรวจภาค5 ใช้เวลาช่วงรับประทานอาหารกลางวัน ที่เป็นสวัสดิการของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 มีการจัดเลี้ยงทุกวันพุธ และยังชมรมอิงลิชคอนเนอร์ จากครูจิตอาสาชาวต่างชาติ มาสนทนาในการฝึกพูดภาษาอีกด้วย วันนี้ยังมีพยาบาลโรงพยาบาลตำรวจ สำรวจความคิดเห็น สาเหตุความเครียด ของข้าราชการตำรวจ เพื่อนำไปแก้ไข


ช่วงเวลา 11.30น. ถึงเวลาบ่ายโมง ข้าราชการตำรวจภูธรภาค5 ซึ่งเป็นช่วงพักกลางวัน ก็จะมาตักอาหาร แบบบุฟเฟ่ บริเวณระเบียงทางเดินชั้นล่าง อาคารกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค5 จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งก็จะมีอาหารคาวหวาน 3 – 4 อย่าง ให้ตักไปนั่งรับประทานอาหารกลางวัน และช่วงเวลานี้ ก็จะมีครูสอนภาษาอังกฤษจิตอาสา ชาวต่างชาติ ประมาณ 4 – 5 คน มาตั้งโต๊ะ นั่งพูดคุยสนทนาด้วย เป็นภาษาอังกฤษ โดยใช้ชื่อว่า ชมรมอิงลิชคอนเนอร์ โปลิศ 5 เพื่อให้ข้าราชการตำรวจ ฝึกฝนสนทนากับชาวต่างชาติโดยตรง ในการอ่านหรือออกเสียงให้ถูกต้อง

พันตำรวจโทหญิง สุธิดา สมิทธิไกร รองผู้กำกับการ ฝ่ายอำนวยการ 2 กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค5 ทุกวันพุธก็จะมีชาวต่างชาติจากมูลนิธิต่างๆที่เป็นจิตอาสา มาสอนภาษาอังกฤษให้กับข้าราชการตำรวจ ช่วงเวลา 11.30 น. ถึง 13.00 น. ที่มานั่งรับประทานอาหาร ที่ทางพลตำรวจโท ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค5 จัดเลี้ยงเป็นสวัสดิการทุกวันพุธ ทางชมรมอิงลิชคอนเนอร์ ก็จะมาตั้งโต๊ะนั่งเป็นมุมเล็กๆ ให้ตำรวจเข้ามาสนทนา ทั้งในเรื่องของการฟัง และพูดคุย การออกเสียงชื่อของหน่วยงานให้ถูกต้องและพูดคุยในข้อกฎหมายต่างๆด้วย ซึ่งก็เป็นประโยชน์อย่างมาก ขณะนี้ทำมาแล้ว 4 เดือน ของทุกวันพุธ ก่อนหน้านี้ข้าราชการตำรวจบางนาย อาจออกเสียงไม่ถูกต้อง ทำให้ขณะนี้การออกเสียง สะกดชื่อหน่วยงาน หรือชื่อยศตำแหน่งได้ถูกต้อง ซึ่งใหม่ๆก็อาจจะรู้สึกเขินๆบ้าง แต่ระยะหลัง ก็จะมีข้าราชการตำรวจ เข้ามาพูดคุยมากขึ้น หรืออาจจะมีคำถามมาถามสะกดยังไง ทำให้ได้ความรู้ และสนุกสนานเพิ่มมากขึ้นไปด้วย

และวันนี้ยังมี พันตำรวจเอก หญิง อรทัย แดงชาติ พยาบาลโรงพยาบาลตำรวจค่ายดารารัศมี ยังออกหน่วยมารณรงค์ ในการเลิกบุหรี่ และยังมีแบบสอบถามความคิดเห็น ข้าราชการตำรวจในเรื่องปัจจัย ทำให้เกิดความเครียด และวิธีจัดการความเครียดด้วย เพื่อนำข้อมูลไปปรุงปรุงแก้ไขสุขภาพของตำรวจ

ร้อยตำรวจเอกหญิง จีราวรรณ ขวัญรอด รองสารวัตรฝ่ายอำนวยการ 1 กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค5 ที่มาร่วมกิจกรรมการฝึกภาษาอังกฤษบอกว่า เป็นกิจกรรมที่ดี ฝึกพูดภาษาออกเสียงง่ายๆ ได้ฝึกภาษาเบสิคเบื้องต้น และก็ยังสนุกด้วย และยังได้ใช้เวลาว่างช่วงสั้นๆ ให้เป็นประโยชน์ ส่วนมีแบบสอบถาม เกี่ยวกับความเครียดทางแอพพิเคชั่น มีหัวข้อให้ตอบคำถาม เกี่ยวกับเรื่องงาน ครอบครัว หรือการเงิน ให้ตอบคำถาม ซึ่งบางครั้งอาจมีความเครียด โดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งก็จะเป็นผลดีกับเราด้วยนำไปปรับปรุงตัวเอง ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดถือเป็นเรื่องราวดีๆ ของตำรวจภาค5

เชียงใหม่ ยังมีพุทธศาสนิกชนชาวเชียงใหม่ใจบุญ นำของมีค่าทำพิธีหล่อเสาเอกเสาโท ศาลาปฎิบัติธรรม วัดสันติธรรม

ยังมีคนใจบุญ พุทธศาสนิกชนชาวเชียงใหม่ นำของมีค่า กำไลทองคำโบราณแท้ เครื่องประดับเงิน สิ่งมีค่าและวัตถุมงคล ทำพิธีหล่อเสาเอกเสาโท ศาลาปฎิบัติธรรม วัดสันติธรรม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีคหบดีบริจาคเงินสร้าง หลังละ 3 ล้านบาท จำนวน 2 หลัง เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฎิบัติธรรม และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา

พระครูวิมล ธรรมรัต เจ้าอาวาสวัดสันติธรรม จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมคณศรัทธาญาติโยม คหบดี ชาวเชียงใหม่ ทำพิธีลงเสาเอกและเสาโท ศาลาบำเพ็ญบุญสันติธรรมานุสรณ์ วัดสันติธรรม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีคุณเรืองชัย คุณจินตนา จิตรสกุล พร้อมครอบครัว เจ้าของบริษัทโตโยต้าริช บริจาคเงิน 3 ล้านบาท เป็นเจ้าภาพสร้างศาลาบำเพ็ญบุญ สันติธรรมานุสรณ์ 2 และเจ้าของบริษัทจังหย่งเฮงเส็งจำกัดเป็นเจ้าภาพสร้างศาลาบำเพ็ญบุญสันติธรรมานุสรณ์ 1 บริจาคเงินอีก 3 ล้านบาท

นอกจากนั้น ยังมีคหบดีอีกหลายท่าน ทั้งคุณ ณรงค์ ตนานุวัฒน์ คุณแม่ฉันทนา จารุจินดา ศาตราจารย์เซี่ยวชาญพิเศษ นายแพทย์ บรรณกิจ โบจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมทั้งพุทธศาสนิกชนชาวเชียงใหม่ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพบริจาคเงิน และทรัพย์สินมีค่า ทั้งกำไลทองคำโบราณ น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 20 บาท กำไลเงิน วัตถุมงคล และเพชรพลอยของมีค่า ใส่ลงใบฐานรากเสาเอกและเสาโท อีกจำนวนมาก และช่วยกันเทปูนซีเมนต์เทเสา พระสงฆ์สวดชยันโต เพื่อเป็นเอาเอาฤกษ์ ในการสร้างอาคารศาลาปฎิบัติธรรม เพื่อใช้ทำกิจกรรมทางพุทธศาสนา หลังจากทางพระครูวิมล ธรรมรัต เจ้าอาวาสวัดสันติธรรม เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ สวดเจริญพระคาถา

 

เชียงใหม่ วัดสันมะเกี๋ยง อ.ดอยสะเก็ด นำขยะรีไซเคิลมาขายหาเงินชำระค่าไฟฟ้า

พระเณรวัดสันมะเกี๋ยง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ต้องนำขยะรีไซเคิลในวัดนำไปขาย เพื่อเอาเงินไปชำระค่าไฟฟ้า และระดมพระสงฆ์ช่วยกันปลูกผักนำไปฉันท์เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายของวัดอีกทางหนึ่งด้วย

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.2565 ผู้สื่อข่าวรายงานที่วัดสันมะเกี๋ยง ตำบลสำราษราษฏร์ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ พระ-เณรที่วัดนี้กำลังเก็บสิ่งของในวัดที่เป็นขยะรีไซเคิล นำขึ้นรถบรรทุกเพื่อส่งขายเพื่อรวบรวมเงิน เป็นการหารายได้นำไปจ่ายค่าไฟฟ้าที่ค้างชำระ ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2565 รวม เป็นเงินทั้งสิ้น 40,460.13 บาท (สี่หมื่นสี่ร้องหกสิบบาท)

ทุกวันพระเณรยังต้องลงแปลงผัก ช่วยกันถางหญ้า พรวนดิน และรดน้ำแปลงผักนานาชนิดที่ช่วยกันปลูกบริเวณที่ดินหลังวัด ที่ใช้ชื่อว่า สวนพอเพียงที่เพียงพอ @ พระทำวัดสันมะเกี๋ยง นอกจากนั้นยังมีการเลี้ยงเป็ด-ห่านและไก่ เพื่อนำไข่ไปบริโภค ประหยัดค่าใช้จ่ายภายในวัด

พระครูปลัด ทวีวัฒน์ อินฺทวณฺโณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสะเก๊ด พระอารามหลวง ที่ปรึกษาเจ้าอาวาสวัดสันมะเกี๋ยง เจริญพรว่า วัดต้องแบกภาระจำนวนมาก เนื่องจากพระสงฆ์ในวัดมีจำนวนมากถึง 30 รูป ส่งให้เรียนหนังสือ ให้พระเณรต้องแบ่งเวลามาทำความสะอาดวัด จึงให้เก็บขยะที่รีไซเคิลได้นำไปขายเพื่อหารายได้มาชำระค่าไฟฟ้า และนำมาใช้จ่ายด้านอื่นๆของวัด

จึงขอแจ้งข่าวถึงญาติโยมผู้ต้องการทำบุญช่วยเหลือค่าไฟฟ้าตามกำลังทรัพย์ที่มี เพื่อช่วยทางวัดสันมะเกี๋ยงที่ค้างจ่ายค่าไฟ จำนวนหลายหมื่นบาท ทุกท่านสามารถทำบุญกับทางวัดได้โดยการโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขาบ่อสร้าง ชื่อบัญชี ค่าน้ำขค่าไฟ วัดสันมะเกี๋ยง เลขบัญชี 553-0-40724-2 ได้ ผลบุญจะส่งผลให้ชีวิตรุ่งเรือง มีความเจริญก้าวหน้า เช่นเดียวกับความสว่างของแสงไฟ ทำให้พ้นจากความมืดมิดทั้งการดำเนินชีวิต รวมทั้งปัญหาและความคิดที่สว่างสไหวไม่อบจนหนทาง

เชียงใหม่ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรมโครงการจิตอาสาตำรวจภูธรเชียงใหม่ ร่วมใจกันปลูกต้นไม้หนึ่งล้านต้น

ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรมโครงการจิตอาสาตำรวจภูธรเชียงใหม่ ร่วมใจกันปลูกต้นไม้หนึ่งล้านต้น เนื่องในโอกาสในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิ.ย.2565 ณ. สภ.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่

วันนี้(2 มิ.ย.) พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พล.ต.ต.ธเนส ชาวนาทุ่ง ผุ้ทรงคุณวุฒิ ตร., พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ นำ จิตอาสา ภ.จว.เชียงใหม่ จิตอาสาในสังกัด ภ.จว.เชียงใหม่ ประกอบด้วย สภ.โหล่งขอด, พร้าว, กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่, สภ.เมืองเชียงใหม่, สภ.แม่ปิง ,ภูพิงค์, ช้างเผือก, แม่แฝก, แม่แตง, เชียงดาว และ แม่โจ้ จิตอาสาในสังกัดตร.ประกอบด้วย  รพ.ดร.,กก.ตชด33,กก.ตม.5,กก.ตม.จว.เชียงใหม่.,พฐ.จว.เชียงใหม่,กก.2 บก.ปส.3,ทท.1,กก.4 บก.ทท., กก.2 บก.รฟ.,ทล.4 กก.5 เชียงใหม่,กก.3 บก.ส.1

ร่วมกับ นายทรงศักดิ์ วลัยใจ นายอำเภอพร้าว นำจิตอาสาส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่ จิตอาสาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จิตอาสาส่วนราชการอำเภอพร้าว ประกอบด้วยจิตอาสาฝ่ายปกครองอำเภอพร้าว จิตอาสาองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น จิตอาสาเทศบาลตำบลแม่ปั๋ง จิตอาสาเทศบาลตำบลโหล่งขอด จิตอาสาเทศบาลตำบลเวียงพร้าว จิตอาสาองค์การบริหารส่วนตำบลเขื่อนผาก จิตอาสาองค์กรเอกชน ประกอบด้วย จิตอาสา ธกส. จิตอาสา จนท.บิ๊กชีชุปเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัดมหาชน สาขาดอนจั่น และประชาชนจิตอาสาในอำเภอพร้าว จำนวนประมาณ 4๐๐ คน ร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสาร่วมกันปลูกต้นไม้ ตามโครงการจิตอาสาตำรวจภูธรเชียงใหม่ ร่วมใจกันปลูกต้นไม้หนึ่งล้านต้น เนื่องในโอกาสในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิ.ย.2565 ณ. สภ.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่

โดยการปลูกครั้งนี้ ได้ปลูกพร้อมกันทุกหน่วยในสังกัด ภ.จว.เชียงใหม่ จำนวน 30,000 ต้น โดยการถ่ายทอดสดการปลูกต้นไม้ของทุกหน่วยผ่านระบบ Zoom meeting โดยพร้อมเพรียงกัน ทั้งนี้ได้ดำเนินการคัดกรองตามมาตรการของสาธารณสุขในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19