เชียงใหม่ ผู้บริหารปางช้างแม่สาเปิดใจ คลายข้อสงสัยไม่มีเงินพอบริหาร แล้วทำไมถึงไม่เก็บค่าเข้าชมช้าง มิหนำซ้ำยังตั้งเป้าหมายเพื่อการอนุรักษ์ช้างแม่สา (คลิป)

ผู้บริหารปางช้างแม่สาเปิดใจ คลายข้อสงสัยไม่มีเงินพอบริหาร แล้วทำไมถึงไม่เก็บค่าเข้าชมช้าง มิหนำซ้ำยังตั้งเป้าหมายเพื่อการอนุรักษ์ช้างแม่สา

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2565 เวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ขอสัมภาษณ์นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ในกรณีที่มีกระแสข่าวว่าปางช้างแม่สาเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมปางช้างฟรีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในขณะที่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูช้างจำนวน 68 เชือก มีหนี้สินพะรุงพะรัง

ในเรื่องนี้ นางอัญชลี กัลมาพิจิตรได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ปางช้างแม่สาดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 2519 ในปัจจุบันมีช้างที่เลี้ยงดูอยู่ 68 เชือก ลดลงจากเดิมตอนที่ตนเข้ามาบริหารเมื่อปลายปี 2562 ซึ่งมีจำนวนช้างระบุไว้ในพินัยกรรมจำนวน 81 เชือก แบ่งออกเป็นช้างที่จดทะเบียนมีตั๋วรูปพรรณแล้ว 77 เชือก และลูกช้างที่ได้แจ้งจดทะเบียนไว้อีกจำนวน 4 เชือก ที่ช้างหายไปเป็นเพราะเรามีช้างแก่และล้มตายลงมาก

ส่วนสาเหตุหนึ่งที่ปางช้างต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่คือ การเผชิญกับสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ในปี 2563 ทำให้ปางช้างต้องปิดชั่วคราว งดการแสดงช้างรวมถึงกิจกรรม(ใส่แหย่งช้าง)ให้นักท่องเที่ยวนั่งบนหลังช้างไปโดยปริยาย ประกอบกับช้างที่ใส่แหย่ง หรือช้างแสดงหลายเชือกมีอายุมากขึ้น ขณะนั้นตนได้รับข้อมูลว่าในแต่ละวันมีช้างเจ็บป่วย และช้างอายุมากที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษเพิ่มมากขึ้นทุกวัน จะว่าตนเข้ามาบริหารแล้วเจอแจ็คพอตเลยก็ว่าได้ คือตนเองเข้ามาตอนที่โปรแกรมของปางช้างแม่สาเริ่มลดความนิยมลงแล้ว ประกอบกับช้างส่วนใหญ่ไม่พร้อมให้บริการเหมือนเดิม

เมื่อมีโรคระบาดโควิด-19เกิดขึ้น ตนจึงตัดสินใจยกเลิกกิจกรรมทั้งหมด และขอแก้ไขปัญหาให้กับช้างของปางช้างอย่างตรงประเด็นที่สุด คือการแยกช้างที่ควรเกษียณอายุแล้ว ให้มีโอกาสพักผ่อน ดังนั้นช้างแม่สาทุกเชือกถือว่าได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ในช่วงปี 2563 เป็นต้นมา นอกจากนี้ช้างของปางช้างมีบางส่วนที่ได้รับการปลดโซ่ เลิกฝึกการแสดง และไม่มีการใส่ที่นั่ง(แหย่งช้าง)บนหลังช้างอีกต่อไป

การที่สถานการณ์โรคโควิด-19 ลากยาวมาหลายปี ทำให้ทั้งช้างและควาญเริ่มเคยชินกับระบบหรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ถ้าจะให้กลับไปแสดงหรือใส่แหย่งอีก ช้างจะไม่ยอมรับอีกแล้ว ช้างบางเชือกเมื่อมองเห็นโซ่ หรือแหย่งช้าง หรือแม้กระทั่งที่ขึ้น-ลงช้างก็จะเดินหนีทันที ตนจึงขอทำปางช้างแม่สาอย่างที่เห็นในปัจจุบัน คือเปิดให้เข้าฟรี มีโปรแกรมแค่ป้อนอาหารช้าง หรืออาบน้ำช้างเท่านั้น

อีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการที่ผู้บริหารอย่างตนต้องลดค่าใช้จ่าย ควบคุมรายจ่าย เพื่อประคับประคองปางช้างแม่สาให้ตั้งอยู่ต่อไป ทั้งๆที่เราติดลบร่วม 80 ล้านบาท จะเข้าสู่หลักร้อยล้านบาทแล้ว การลดค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งคือการลดจำนวนพนักงานลง ให้จำกัดอยู่เท่าที่เราสามารถแบกรับไหว จากเดิมจำนวน 300 กว่าคน เหลือเพียง 110 คนเท่านั้น โดยแยกเป็นแผนกเลี้ยงช้างหรือควาญช้าง มีนายสัตวแพทย์รวมด้วย 1 คน ส่วนที่เหลือคือฝ่ายให้บริการในปางช้างแม่สา ทุกวันนี้พนักงานเราน้อยมาก ทุกคนต้องช่วยกันทำงานเกินหนึ่งอย่าง อย่างเช่นควาญช้างต้องหมุนเวียนกันออกไปตัดหญ้ามาเป็นอาหารช้างด้วย เพื่อช้างจะได้กินอิ่ม ส่วนจะให้เรากลับมาเก็บเงินค่าเข้าอีก เราคิดว่าเราไม่มีความพร้อมเต็ม 100% ในการให้บริการ ถึงแม้ว่าการท่องเที่ยวจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นแต่นักท่องเที่ยวเองก็ยังคงมีตัวเลขที่ไม่เพียงพอในวันธรรมดา

สำหรับค่าใช้จ่ายของปางช้างแม่สานั้นอยู่ที่เดือนละ 3 ล้านบาท หมายความว่าเราจะต้องมีรายได้วันละ 1 แสนบาท ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ เราไม่สามารถหาได้ แค่เราเปิดให้บริการทุกวันนี้ ยังไม่มีในส่วนบริการร้านอาหารเลย เพราะถ้ามีร้านอาหาร เราต้องจ้างแม่ครัว จ้างพนักงานเสริฟ ซื้อของแห้ง ของสดเข้าครัว เราจึงขอขายแค่เครื่องดื่ม มีร้านกาแฟ และขนมขบเคี้ยวเท่านั้น

“ส่วนการแก้ปัญหาของปางช้างแม่สาก็คงจะวนมาที่การจัดการทรัพย์สินตามพินัยกรรมของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร บิดาผู้ล่วงลับไปแล้วของตน ที่ได้ทำพินัยกรรมมอบทรัพย์สินส่วนใหญ่ให้กับบริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด” อย่าลืมว่าปัญหานี้ตนต้องแบกรับไว้เองในฐานะทายาท และเป็นผู้จัดการมรดกร่วม ตนอยากจะจัดการทรัพย์สินของบิดาใจจะขาด เพราะปางช้างมีหนี้สินที่สะสมมา ต้องสะสางด้วยทรัพย์สินที่จะได้รับมาเท่านั้น ส่วนเงินที่เหลือจากการชำระหนี้ก็จะนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขับเคลื่อนบริษัทฯและพัฒนาปางช้างแม่สาต่อไป บริบทที่สำคัญของการยังคงมีอยู่ของปางช้างแม่สาคือการอนุรักษ์ช้างแม่สาไว้ และเร่งเพิ่มจำนวนประชากรช้างแม่สาให้มาแทนที่จำนวนช้างแก่ที่จะล้มหายไปอีกเกิน 20 เชือก”

ในแง่มุมของงานวิชาการ การขยายพันธุ์หรือเพิ่มจำนวนประชากรช้างมีความยาก เนื่องจากช้างใช้เวลาตั้งท้องนาน 18-23 เดือน เลี้ยงลูกด้วยนมอีก 4-5 ปี ในจำนวนช้างเลี้ยง 68 เชือก แบ่งออกเป็นช้างแก่ และช้างลูกคอกหรือช้างที่ผสมในปาง และเกิดในปางมากถึง 33 เชือก จึงมีสายเลือดที่ชิดกัน เรียกว่าเป็นเครือญาติ เดียวกัน จะผสมกันเองไม่ได้ ประกอบกับทุกวันนี้ปางช้างแม่สาไม่มีช้างพ่อพันธุ์เหลืออยู่เลยแม้แต่เชือกเดียว จึงทำให้การสืบสายพันธุ์ช้างของช้างแม่สายากขึ้นไปอีก ในช่วงชีวิตนี้ของตน จะสามารถทำได้สำเร็จหรือไม่ก็ยังไม่รู้ ถึงแม้ว่าตนจะวางเป้าหมายของปางช้างแม่สาไว้ให้เป็นศูนย์อนุรักษ์ช้างแม่สา แต่ก็มาเสียเวลาไปอีกหลายปี และก็ยังจะต้องต่อสู้กันต่อไปอีก

ถ้าอยากให้ทุกอย่างสำเร็จตามเป้าหมาย ก็ต้องจบเรื่องด้วยการโอนทรัพย์สินเข้าสู่บริษัท ปางช้างแม่สาฯให้ได้ ไม่มีทางอื่นเลย นางอัญชลีกล่าวก่อนจบการให้สัมภาษณ์

เชียงใหม่ เชียงใหม่ได้รับเลือกเป็นเมืองเทศกาลโลก World Festival and Event City โดยสมาคมงานเทศกาลนานาชาติ (International Festivals and Events Association, IFEA) (คลิป)

เชียงใหม่ได้รับเลือกเป็นเมืองเทศกาลโลก World Festival and Event City โดยสมาคมงานเทศกาลนานาชาติ (International Festivals and Events Association, IFEA)

จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับเลือกเป็นเมืองเทศกาลโลก World Festival and Event City โดยสมาคมงานเทศกาลนานาชาติ (International Festivals and Events Association, IFEA) ซึ่งคัดเลือกเมืองที่มีงานเทศกาลที่โดดเด่น และมีการทำงานร่วมกับภาคีต่างๆอย่างใกล้ชิด เหมาะสมที่จะเป็นต้นแบบในการใช้งานเทศกาลสร้างเศรษฐกิจและการมีส่วนร่วมในพื้นที่ ซึ่งเชียงใหม่มีองค์ประกอบที่ครบถ้วน ตั้งแต่ความพร้อมเมือง ความหลากหลายของงานเทศกาล การมีส่วนร่วมและบทบาทการสนับสนุนงานจากภาครัฐ เอกชน และชุมชน รวมถึงการใช้งานเทศกาลเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจในมิติต่างๆ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การสร้างงาน สร้างอาชีพ นอกจากนี้ในปีนี้ ทาง IFEA ได้เพิ่มการให้คะแนนในหมวดการบริหารจัดการ COVID อีกด้วย

การได้รางวัลเมืองเทศกาลโลกของเชียงใหม่ในครั้งนี้ เป็นการยืนยันความเสน่ห์ของเชียงใหม่ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว การประชุม และงานเทศกาลในระดับนานาชาติ รวมถึงจะเป็นกำลังใจให้เชียงใหม่ได้ยกระดับคุณภาพงานเทศกาลเพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจยิ่งขึ้นให้แก่ทุกคนที่มาเยือน


สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ร่วมกับกับสมาคมวิศิษฏ์ล้านนาเพื่ออุตสาหกรรมไมซ์และการท่องเที่ยว (Visit Lanna) ในฐานะผู้ส่งจังหวัดเชียงใหม่เข้าประกวดชิงรางวัลเมืองเทศกาลโลกครั้งนี้ พร้อมจับมือกันสนับสนุนผลักดันเชียงใหม่ในฐานะผู้นำด้าน Soft Power และมีแผนนำเสนองานอื่นๆที่น่าสนใจเพื่อให้เชียงใหม่คงความโดดเด่นในระดับโลกต่อไปอย่างต่อเนื่อง

 

เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่คว้ารางวัลเมืองเทศกาลโลก World Festival and Event City ประจำปี 2022 จาก IFEA

จังหวัดเชียงใหม่ คว้ารางวัลเมืองเทศกาลโลก World Festival and Event City ประจำปี 2022 จาก IFEA ยืนยันความมีเสน่ห์ของเชียงใหม่ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว การประชุม และงานเทศกาลในระดับนานาชาติ

นายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับมอบหมายจากนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้เป็นผู้แทนของจังหวัดเชียงใหม่เข้าร่วมงาน 65th Annual IFEA Convention & Expo ของสมาคม International Festival & Events Association (IFEA) งานประชุมและแสดงนิทรรศการของสมาคมเทศกาลและงานนานาชาติประจำปีครั้งที่ 65 ระหว่างวันที่ 19-21 กันยายน 2565 ร่วมกับ ดร. จุฑา ธาราไชย ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคเหนือ

โดยวานนี้ (21 ก.ย. 65) ภายในงานได้มีการประกาศให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองเทศกาลโลก หรือ World Festival and Event City ซึ่งคัดเลือกเมืองที่มีงานเทศกาลที่โดดเด่น และมีการทำงานร่วมกับภาคีต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เหมาะสมที่จะเป็นต้นแบบในการใช้งานเทศกาลสร้างเศรษฐกิจและการมีส่วนร่วมในพื้นที่ ซึ่งเชียงใหม่มีองค์ประกอบดังกล่าวครบถ้วน ตั้งแต่ความพร้อมของเมือง ความหลากหลายของงานเทศกาล การมีส่วนร่วมและบทบาทการสนับสนุนงานจากภาครัฐ เอกชน และชุมชน รวมถึงการใช้งานเทศกาลเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การสร้างงาน สร้างอาชีพ นอกจากนี้ ทาง IFEA ยังได้เพิ่มการให้คะแนนในหมวดการบริหารจัดการโควิด-19 อีกด้วย

สำหรับการได้รางวัลเมืองเทศกาลโลกของเชียงใหม่ ในครั้งนี้ เป็นการยืนยันความมีเสน่ห์ของเชียงใหม่ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว การประชุม และงานเทศกาลในระดับนานาชาติ รวมถึงจะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เชียงใหม่ได้ยกระดับคุณภาพงานเทศกาลเพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจยิ่งขึ้นให้แก่ทุกคนที่มาเยือน

 

เชียงใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมงานประชุมและแสดงนิทรรศการประจำปีครั้งที่ 65 (65th Annual IFEA Convention & Expo) ณ เมืองแมคกาแลน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมงานประชุมและแสดงนิทรรศการประจำปีครั้งที่ 65 (65th Annual IFEA Convention & Expo) ณ เมืองแมคกาแลน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2565 นายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้แทนของจังหวัดเชียงใหม่เข้าร่วมงานประชุมและแสดงนิทรรศการประจำปีครั้งที่ 65 หรือ 65th Annual IFEA Convention & Expo ของสมาคม International Festival & Events Association (IFEA) ณ ศูนย์การประชุมแมคกาแลน เมืองแมคกาแลน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมกับเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองร่วมกับประเทศสมาชิกของสมาคม International Festival & Events Association (IFEA) โดยมีนายกเทศมนตรีเมืองแมคกาแลนให้การต้อนรับ

สำหรับงานประชุมและแสดงนิทรรศการดังกล่าว ในวันที่ 2 (20 กันยายน 2565) ของการจัดงานนั้น มีการประชุมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และศึกษาดูงานเกี่ยวกับการจัดเมืองนิทรรศการและการออกแบบอีเว้นท์ พร้อมทั้งได้เรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในการจัดอีเว้นท์และนิทรรศการให้มีความโดดเด่น น่าสนใจ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเรียนรู้ถึง คุณลักษณะที่ดีของการจัดงาน อาทิ การออกแบบเนื้อหา การออกแบบธีมงาน รวมถึงรูปแบบของการจัดงาน ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับใช้ในการต่อยอดการทำงานในด้านการออกแบบเมือง รวมถึงการจัดนิทรรศการและอีเว้นท์ให้มีประสิทธิภาพและประสบผลสำเร็จ

ทั้งนี้การเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ยังได้ทราบถึงแนวโน้มของธุรกิจอีเว้นท์ในอนาคต ที่จะเข้ามามีบาทบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ให้กับเมือง เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมธุรกิจอุตสาหกรรมไมซ์ และต่อยอดการพัฒนาเมืองของจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป

เชียงใหม่ นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ทายาทพ่อเลี้ยงปางช้างแม่สา จัดพิธีถวายเพลเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับนายชูชาติ กัลมาพิจิตรผู้เป็นบิดา (คลิป)

นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ทายาทพ่อเลี้ยงปางช้างแม่สา ถวายเพลเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับนายชูชาติ กัลมาพิจิตรผู้เป็นบิดา ที่เสียชีวิตลงเมื่อต้นปี 2562 ทิ้งมรดกนับพันล้าน และปัญหาการจัดการมรดกไว้จนถึงปี 2565 ก็ยังจัดการไม่ได้

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2565 เวลา 10.30 น. นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ทายาทนายชูชาติ กัลมาพิจิตร หรือพ่อเลี้ยงปางช้างแม่สา ได้เดินทางไปถวายเพล ที่วัดบ้านท่อ ตำบลป่าตัน อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยได้นำภัตตาหารเพลไปถวายพระครูอาทรสังวรคุณ เจ้าอาวาสวัดบ้านท่อ เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับนายชูชาติ กัลมาพิจิตรผู้เป็นบิดา นายชูชาติได้เสียชีวิตลงเมื่อต้นปี 2562 ทิ้งมรดกนับพันล้าน และปัญหาการจัดการมรดกไว้จนถึงปี 2565 ก็ยังจัดการไม่ได้ สร้างความเดือดร้อนให้กับช้างจำนวน 68 เชือกรวมถึงกิจการปางช้างแม่สาของครอบครัว ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 ไร้ซึ่งนักท่องเที่ยว ประสบสภาวะขาดทุนสะสมมานานหลายปี ซึ่งทุกวันนี้นางอัญชลี กัลมาพิจิตรต้องทุกข์ใจกับปัญหาที่มีกับผู้จัดการมรดกร่วม ซึ่งยังคงเดินหน้าฟ้องร้องเรียกสินสมรสจำนวน 300 ล้านบาท และมักใช้เป็นข้ออ้างว่าคดีนี้ยังอยู่ในศาล

ในวันนี้นางอัญชลี กัลมาพิจิตรได้กล่าวถึงการมาทำบุญว่า “ เดิมนายเชิด กัลมาพิจิตร บิดานายชูชาติ ผู้เป็นปู่ของตนมีบ้านอยู่ที่บ้านท่อ ตำบลป่าตัน และทุกครั้งที่มีการทำบุญบ้าน คุณปู่จะนิมนต์เจ้าอาวาสวัดบ้านท่อไปที่บ้าน ดังนั้นเจ้าอาวาสคนปัจจุบันของวัดแห่งนี้จึงคุ้นเคยกับทางครอบครัวตนดี ท่านรู้จักทั้งคุณปู่และคุณพ่อ” ตนจึงมักจะมาทำบุญที่วัดแห่งนี้ เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้บิดารวมถึงญาติที่ล่วงลับไปแล้ว และในทุกครั้งเจ้าอาวาสจะให้พรตนเพื่อให้มีกำลังใจในการเลี้ยงดูช้างต่อไป ในวันนี้ตนได้อธิษฐานจิตขอให้บิดาได้ช่วยตนขจัดปัญหาต่างๆ ขอให้ตนสามารถจัดการทรัพย์สินได้ตามพินัยกรรมโดยเร็ว ตนจะได้นำเงินและทรัพย์สินของบิดาไปแก้ไขปัญหาต่างๆของบริษัท ปางช้างแม่สา จำกัด ทั้งชำระหนี้และนำไปเป็นทุนหมุนเวียนตามความประสงค์ของบิดาที่เขียนไว้ในพินัยกรรม

“ตนคิดว่าบิดาน่าจะเป็นห่วงช้างทุกเชือกและพนักงานทุกคน เพราะเป็นคนก่อตั้งปางช้างแม่สา มาตั้งแต่ปี 2519 ย่อมมีความผูกพัน โดยตนจะพยายามอดทนต่อทุกปัญหา เพราะครอบครัวเราเป็นคนเลี้ยงช้าง เลี้ยงกันมาเกือบจะครบ 50 ปีแล้ว จะให้ทอดทิ้งช้างซึ่งเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวคงเป็นไปไม่ได้ ถึงปัญหาจะหนักขนาดไหน ตนก็ต้องสู้ต่อไป เพื่อช้างและเพื่อปางช้างแม่สาของคนเชียงใหม่”

ส่วนในวันที่ 29 กันยายนนี้ ตนก็ต้องไปตามนัดของผู้จัดการมรดกร่วมที่นัดตนไปโอนที่ดินในเขตอำเภอเมืองให้กับปางช้างแม่สาตามพินัยกรรมแต่เขาให้ตนหาเงินไปเป็นค่าธรรมเนียมในการโอนเอง ตนคิดว่าเขาไม่น่าจะใจร้ายกับตน ซึ่งเป็นบุตรสาวแท้ๆของนายชูชาติ ตนไม่อยากคิดและไม่พยายามจะเข้าใจคนเหล่านี้ ตนจะเอาเวลาไปคิดแก้ไขปัญหาดีกว่า ท้ายสุดนางอัญชลีกล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนปิดท้ายการให้สัมภาษณ์ว่า”ตอนนี้สิ่งที่กังวลมากที่สุดคือตนห่วงเรื่องความปลอดภัยของตนเอง ขอให้ช่วยดูแลตนด้วย”

เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมงานประชุมและแสดงนิทรรศการประจำปีครั้งที่ 65 (65th Annual IFEA Convention&Expo) ณ เมืองแมคกาแลน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา

จังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมงานประชุมและแสดงนิทรรศการประจำปีครั้งที่ 65 (65th Annual IFEA Convention&Expo) ณ เมืองแมคกาแลน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา

วันที่ 19 กันยายน 2565 นายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับมอบหมายจากนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้เป็นผู้แทนของจังหวัดเชียงใหม่เข้าร่วมงาน 65th Annual IFEA Convention&Expo ของสมาคม International Festival & Events Association (IFEA) งานประชุมและแสดงนิทรรศการของสมาคมเทศกาลและงานนานาชาติประจำปีครั้งที่ 65 (65th Annual IFEA Convention&Expo) ณ ศูนย์การประชุมแมคกาแลน เมืองแมคกาแลน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 19-21 กันยายน 2565

โดยในวันที่ 19 กันยายน 2565 นายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้แทนของจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมในพิธีเปิดงานและการแสดงปาฐกถา พร้อมทั้งร่วมประชุมแลกเปลี่ยนมุมมอง องค์ความรู้ ของเมืองที่มีความโดดเด่นในการจัดงานอีเว้นท์และเทศกาล ร่วมกับประเทศสมาชิกของสมาคม International Festival & Events Association (IFEA)

ทั้งนี้ ทางสมาคม International Festival & Events Association (IFEA) ได้จัดการประกวดรางวัล IFEA Award เป็นการประกวดรางวัลเมืองที่มีศักยภาพด้านเทศกาลระดับนานาชาติ (IFEA – World Festival & Event City Award) และการประกวดรางวัลงานเทศกาลยอดเยี่ยมในสาขาต่างๆ ซึ่งจะมีการประกาศผลรางวัลในวันที่ 21 กันยายน 2565 และในการนี้จังหวัดเชียงใหม่ได้เสนอชื่อเข้าประกวดรางวัลการเป็นเมืองที่มีศักยภาพด้านเทศกาลในระดับนานาชาติ (IFEA – World Festival & Event City Award) ในครั้งนี้อีกด้วย

เชียงใหม่ ศึกมรดกพันล้านปางช้างแม่สา “อัญชลี”โวยช้างกำลังจะอดตาย ยังกลั่นแกล้งให้หาเงินล้านไปโอนที่ดินอีก บาปกรรมที่ทำกับช้างมันมีจริง

ศึกมรดกพันล้านพ่อเลี้ยงปางช้างแม่สา ที่ไม่สามารถจัดการแบ่งมรดกให้กับทายาทได้ แม้จะมีผู้จัดการมรดร่วมดำเนินอยู่ แต่เกิดปัญหาสารพันไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินทั้งเงินสดทองคำและงาช้างหายไร้ร่องรอย และผู้จัดการมรดกร่วมมุ่งจะเอาชนะกันในทุกๆด้านชิงความได้เปรียบเสียเปรียบกันโดยฝ่ายหนึ่งต้องแบกภาระเลี้ยงดูช้าง 68 เชือก อีกฝ่ายหนึ่งอ้างต้องแบ่งสินสมรส 300 ล้านบาทออกมาก่อนจึงจะจัดการแบ่งมรดกที่เหลือให้กับทายาททุกคน จึงไม่สามารถตกลงเจรจากันได้ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการเลี้ยงช้างและพนักงานในปางช้างเพราะช่วง 3 ปี ต้องผจญเรื่องโควิด ไร้นักท่องเที่ยว หนี้สินปางช้างแบกไว้ร่วม80 ล้านบาทตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าในเรื่องนี้เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 20 ก.ย.นี้ ที่ปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา และเป็นผู้จัดการมรดกร่วม ได้เดินทางมาทำความเข้าใจกับทางควาญช้างและพนักงานปางช้างแม่สา ที่เฝ้าติดตามข่าวในเรื่องการแบ่งทรัพย์สินตามพินัยกรรม และมีข่าวปางช้างแม่สา อาจจะถึงทางตันไร้เงินมาบริหารแล้ว ซึ่งนางอัญชลี ได้สร้างขวัญกำลังใจให้พนักงานอดทนต่อสู้ต่อไป เชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในปางช้างรวมทั้งวิญญาณของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร บิดาผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา จะต้องปกป้องคุ้มครองปางช้างแม่สาให้อยู่รอดต่อไป

ผู้สื่อข่าวได้ถามนางอัญชลี ว่าต่อไปจะดำเนินการอย่างไรต่อไป นางอัญชลี ตอบว่าตนทำหน้าที่ประธานกรรมการบริหารปางช้างแม่สา โดยมีนางฐิติรัตน์ กัลมาพิจิตร เป็นกรรมการคนหนึ่งในการบริหารเช่นกัน แต่ในหนังสือที่ส่งมาถึงตนก็ระบุว่าตนเป็นผู้บริหารที่มีอำนาจเต็มแต่เพียงผู้เดียว จึงต้องรับหน้าที่หาเงินมาดูแลช้าง รวมทั้งเรื่องนัดตนไปโอนที่ดินให้กับบริษัทปางช้างแม่สา โดยมีหนังสือมาถึงตนถึง 3 ฉบับโดยเน้นให้ตนเป็นผู้หาเงินเองไปโอนที่ดิน ทั้งๆที่ในพินัยกรรมก็ระบุชัดเจนว่าจะต้องใช้เงินที่อยู่ในกองมรดกเท่านั้น เพื่อการโอนทรัพย์สินให้ทายาท แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายทำเป็นไม่เข้าใจเมื่อตนขอถอนเงินเป็นค่าธรรมเนียมในการจำนวน 1 ล้านบาท เขาก็จะขอถอนด้วยเช่นกันในจำนวนเงิน 1 ล้านบาทซึ่งตนยืนยันแล้วเป็นไปไม่ได้ ไม่ถูกต้อง

ดังนั้นในวันที่ 15 ก.ย.ที่นัดโอนจึงล้มไม่สามารถโอนได้และในวันที่ 29 ก.ย.ก็มีหนังสือนัดตนไปโอนที่ดินอีก และให้หาเงินเป็นค่าธรรมเนียมเอง รวมทั้งหนังสือฉบับที่ 3 นัดตนไปโอนที่ดินอีก ในวันที่ 19 ต.ค.และให้หาค่าโอนเอง ตนเห็นว่ามันเป็นการกลั่นแกล้งและยื้อเวลา โดยอ้างเช่นเดิมตนเป็นผู้บริหารปางช้างแม่สา มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียว อย่างไรก็ตามตนก็จะไปทั้งๆที่ไม่มีเงินจะโอนก็คงล้มเหมือนเดิม

นางอัญชลี ได้เผยอีกว่าในเช้าวันที่ 19 ต.ค.ในช่วงเช้าที่มีการนัดตนไปตรวจทรัพย์สินที่บ้านล้านช้าง ตนเองกังวลใจและเริ่มกลัวขึ้นมา เพราะเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ตนได้เข้าไปตรวจสอบ จนพบทรัพย์สินหายไปทั้งเงินทองงาช้าง และที่สำคัญปืนพกของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร บิดาตนหายไปทั้งหมด 5 กระบอกมีพบแต่เพียงลูกกระสุนปืนจำนวนมาก ทำให้ตนเกิดความกลัวขึ้นมาว่าปืนที่หายไปอยู่ที่ใคร และการที่จะตนเข้าไปที่บ้านล้านช้างโดยอ้างว่าตรวจสอบทรัพย์สินร่วมกันในหมู่ทายาท จึงเป็นเรื่องที่ตนต้องคิดไปถึงความปลอดภัยของตัวเอง แต่ตนก็ต้องไป โดยก็คงจะขอให้ทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเข้าไปร่วมด้วยเพื่อความปลอดภัย เพราะทุกๆเรื่องใกล้จะถึงเวลาที่ความจริงจะต้องถูกเปิดเผยออกมา

เชียงใหม่ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเชียงใหม่สาขาฝางอบรมฟื้นฟูผู้กระทำผิดยาเสพติด ที่วัดป่าไม้แดง อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่

สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเชียงใหม่สาขาฝางอบรมฟื้นฟูผู้กระทำผิดยาเสพติด อำเภอฝาง, แม่อาย ,ไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ให้เข้าใจเรื่องโทษยาเสพติดและการปฏิบัติตัวเองให้รอดจากขบวนการยาเสพติ

สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเชียงใหม่สาขาฝางได้จัดทำโครงการอบรมฟื้นฟูผู้กระทำผิดเรื่องยาเสพติดในพื้นที่3อำเภอ ฝาง แม่อาย ไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 50 คนมาร่วมในการอบรมฟื้นฟูให้เข้าใจเรื่องโทษยาเสพติดและการปฏิบัติตัวเองให้รอดจากขบวนการยาเสพติด ที่ห้องประชุม โตเขียว วัดป่าไม้แดง ตำบลหนองบัว อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ โดยพระครูสถิตธรรมาภิรักษ์ ดร.เจ้าคณะอำเภอไชยปราการ นางสาวดุจดาว ธนากรพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเชียงใหม่ นายรัศมี แสนนามวงค์ ประธาน อาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดเชียงใหม่สาขาฝาง พร้อมอาสาสมัครคุมประพฤติ ได้จัดโครงการอบรมผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดในโปรแกรมแก้ไขฟื้นฟูพื้นฐาน ของผู้กระทำผิดและอยุ่ในระหว่างถูกคุมประพฤติ และผู้ถูกพักโทษ โดยมีความมุ่งหวังให้ผู้ถูกคุมประพฤติจะได้เข้าใจตัวเองและหาแนวทางในการแก้ไขตัวเองสามารถวิเคราะห์ตัวเองหาทางแก้ไขตัวเองได้เข้าใจและแก้ไขปัญหาตนเองได้ และมุ่งสู่คนดีของสังคมเหมือนคนอื่นๆ

เชียงใหม่ ชื่นชมเจ้าอาวาสวัดศรีนวรัฐ และเจ้าอาวาสวัดหัวริน อำเภอสันป่าตองจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าของกิจการอีก 5 ราย รับรางวัล ญาณสังวร คนดีศรีแผ่นดิน (คลิป)

ชื่นชมเจ้าอาวาสวัดศรีนวรัฐ และเจ้าอาวาสวัดหัวริน อำเภอสันป่าตองจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าของกิจการอีก 5 ราย รับรางวัล ญาณสังวร คนดีศรีแผ่นดิน ส่งเสริมบุคคลทำดีเพื่อสังคมส่วนรวม ตามโครงการสืบสานปณิธานในหลวง รัชกาลที่ 9


ที่ห้องประชุมดอนเมือง ในโรงแรมอมารีดอนเมือง กรุงเทพฯ มีการมอบรางวัล ญาณสังวร คนดีศรีแผ่นดินที่ปีนี้มีบุคคลจากทั่วประเทศ เข้ารับรางวัล รวม 256 คน สำหรับเชียงใหม่ ได้รับรางวัลคนดีศรีเเผ่นดิน จากสาขาอาชีพ วิชาชีพต่างๆ รวม 7 ท่าน โดยพระสงฆ์รูปแรก ท่านพระครู ถาวรนพรัฐ เจ้าอาวาสวัดศรีนวรัฐ หรือวัดทุ่งเสี้ยว ตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตองได้รับรางวัลพระลัญจกรญสส. ของสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สาขานักพัฒนาและทำคุณประโยชน์ต่อศาสนาและสังคมดีเด่น ในการพัฒนาบูรณะวัดร้าง วัดโต้งธาตุ อายุกว่า 400 ปี สร้างในสมัยพญากือนาธรรมิกราช และท่านพระครูวิวิธประชานุกุล เจ้าอาวาสวัดหัวริน อำเภอสันป่าตอง ผู้ก่อตั้งสวนพุทธอุทยานธรรม เพื่อการบำบัดรักษา พักฟื้นฟูผู้ป่วยด้านจิตเวช จากสุรายาเสพติด ด้วยวิธีสอนธรรมะ ฝึกสมาธิภาวนา ที่สวนพุทธอุทยานธรรม อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

ขณะที่นางเกสริน ศรีบุญเรือง เจ้าของร้านนวดสมุนไพรย่างไฟ ย่านหลังโรงเรียนคนตาบอดภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ก็ได้รับรางวัล ญาณสังวร ในสาขาต้นแบบภูมิปัญญาไทยดีเด่น และยังมีผู้ประกอบการชาวเชียงใหม่อีก 4 ท่าน ที่ได้รับรางวัลประจำปีนี้

สำหรับรางวัลญาณสังวร สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลสังฆปรินายก มอบให้กับบุคคลทุกสาขาอาชีพ ที่มีผลงานดีเด่น เป็นต้นแบบคนดีที่สร้างแรงบันดาลใจ ให้คนไทยร่วมกันทำความดีสืบไปตามรอยยุคลบาทในการทำความดี เพื่อสนองคุณแผ่นดิน ตามโครงการสืบสานปณิธาน ในหลวงรัชกาลที่ 9

เชียงใหม่ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มช.เข้าไปศึกษาเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หมู่บ้านดงป่างิ้ว (คลิป)

หมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนดงป่างิ้ว อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดหมู่บ้านให้นักศึกษา คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าไปศึกษาเรียนรู้ สามารถนำไปใช้เป็นประสบการณ์ ในการทำงานด้านรัฐศาสตร์ในอนาค

นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าศึกษาเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่หมู่บ้านดงป่างิ้วหมู่ที่ 7 ตำบลมะขุนหวาน อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่เปิดหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชน ซึ่งมีฐานการเรียนรู้จากอาชีพจริง จากภูมิปัญญาของชาวบ้านในชุมชน ทั้งกลุ่มตักเย็บเสื้อผ้าพื้นเมือง กลุ่มอาหารขนมครกบ้านยายสาย บ้านโบราณสถาปัตยกรรมท้องถิ่นอายุนับ 100 ปี กลุ่มทำเครื่องเขิน ในการทำขันโตก ทำโกฎิไม้ ลงวานิชหรือเครื่องเขินลายเส้น ทำจากไม้มะม่วงและไม้ฉ่ำฉา โดยให้นักศึกษาได้เรียนรู้และลงมือทำจริงๆ การทำมาลัยดอกมะลิประดิษฐ์ทำจากกระดาษเช็คชู และการทำอาหารลาบไก่ ครบทุกขั้นตอน ซึ่งเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของหมู่บ้านดงป่างิ้ว รวมทั้งบ้านโบราณสีมันตราอายุ 112 ปี คาดว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่5 เป็นบ้านพักไปรษณีย์เก่า นำมาตกแต่งใหม่ให้มีสภาพมั่นคงแข็งแรง จนเป็นสถานที่ท่องเที่ยง และยังใช้เป็นสถานที่แสดงละครทีวีชื่อดัง กลิ่นกาสะลอง

ขณะที่นางกาญจนา มูลดง เจ้าของธุรกิจเครื่องเขิน ในชุมชนบอกว่า ที่เปิดโอกาสให้เข้าเรียนรู้ด้านเครื่องเขิน เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่ มีการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้คงอยู่ต่อไป ซึ่งแต่ละชิ้นเป็นงานฝีมือ และยังเป็นการแสดงผลงาน และสร้างรายได้ให้กับชุมชน


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ ไพลิน ภู่จีนาพันธุ์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ การนำนักศึกษาเข้ามาเรียนรู้ ที่ผ่านมานักศึกษาขาดโอกาสเชื่อมโยงกับชุมชน โอกาสในการเรียนรู้ภูมิปัญญา และความรู้หลายอย่างอยู่ที่ชุมชน ห้องเรียนในปัจจุบันต้องเปลี่ยน หลังโควิค ต้องเปลี่ยนแปลงไป และที่สำคัญคือองค์ความรู้ของชุมชน ต่อยอดการเรียนรู้ของรัฐศาสตร์ เรื่องของการทำงานในอนาคต เปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้ามาเรียนรู้ภูมิปัญญาวัฒนธรรมความรู้เรื่องอาหาร และความรู้อีกหลากหลาย และจะนำไปถกเถียงในห้องเรียน ให้ถ่ายทอดความรู้นี้ออกไปในการทำงานในอนาคต